<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>94565</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2021 00:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พรรคร่วมเมินสูตรแลกเก้าอี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปรับ ครม.ไม่ง่าย เลขาฯ พรรค ปชป.ลั่นต้องได้โควตา รมต.เท่าเดิม หลังลือหนักจ่อโดนริบหนึ่งเก้าอี้ ชาติไทยพัฒนาขวางสูตรแลกกระทรวง ก.ทรัพย์กับศึกษาธิการ หลังสะพัด
&amp;quot;ธรรมนัส&amp;quot; ขอแลกเพื่อดันตัวเองขึ้นว่าการฯ เสียบแทนวราวุธ ส่วนเก้าอี้เดิม ถาวร-รมช.คมนาคม &amp;quot;สาทิตย์-กปปส.&amp;quot; มีลุ้น กลุ่มสามมิตรดันอนุชาเสียบ ก.ดีอีเอส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความเคลื่อนไหวเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรียังคงเป็นประเด็นการเมืองที่หลายฝ่ายให้ความสนใจ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 28 ก.พ. ระหว่างเดินทางไปร่วมงานฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่สถาบันบําราศนราดูร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ปฏิเสธที่จะตอบคำถามถึงการปรับคณะรัฐมนตรีและการเชิญตัวแทนพรรคร่วมรัฐบาลเข้าหารือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเมื่อผู้สื่อข่าวตั้งคำถามดังกล่าว พล.อ.ประยุทธ์มีสีหน้าไม่พอใจ ก่อนจะเดินไปที่รถยนต์ส่วนตัวเพื่อเดินทางกลับออกไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการปรับคณะรัฐมนตรี ที่มีข่าวจะมีการแลกโควตารัฐมนตรีข้ามกระทรวงว่า ส่วนตัวยังไม่ได้ยินการปรับ ครม.ในสูตรนี้ และต้องไปสอบถามจากนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค เผื่อมีการประสานมา แต่สำหรับตนยังไม่ได้รับรายงานมาแต่อย่างใด และการเจรจาเรื่องใดๆ ก็ตามกับพรรคร่วมรัฐบาลได้มอบหมายให้นายเฉลิมชัยและนายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคเป็นตัวแทนพรรคในการเจรจา เรื่องใดต้องใช้มติกรรมการบริหารพรรคก็ต้องใช้ ถ้าเรื่องใดไม่ต้องก็ไม่ต้อง เช่นถ้าเป็นเรื่องเสนอรายชื่อรัฐมนตรีคนใหม่ หรือตำแหน่งทางการเมือง ต้องนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ก่อนนำเข้าที่ประชุมร่วมกรรมการบริหารและ ส.ส.ของพรรค ตามที่ข้อบังคับกำหนด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค กล่าวถึงการปรับครม. ในตำแหน่ง รมช.คมนาคม จำเป็นต้องเป็นโควตาจังหวัดสงขลาหรือไม่ ว่าไม่ต้อง แต่เป็นโควตาภาคใต้ ส่วนจะเป็นใคร ทั้งนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย, นายประกอบ รัตนพันธ์, นายเจือ ราชสีห์ หรือนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ สุดท้ายก็ต้องขึ้นอยู่กับที่ประชุมของพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการปรับคณะรัฐมนตรีว่านายกรัฐมนตรียังไม่ได้ส่งสัญญาณอะไรอย่างเป็นทางการ ส่วนกรณีที่ตนไปพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องการปรับครม. แต่เป็นการไปพูดคุยส่วนตัว พูดคุยกันมาตั้งแต่ก่อนร่วมรัฐบาล และปกติก็คุยกันมาตลอด และบังเอิญวันนั้นมาตรวจโควิดที่กระทรวงสาธารณสุข ก็เลยแวะมาทักทายกันตามปกติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าโควตาพรรคประชาธิปัตย์ยังเหมือนเดิมหรือไม่ นายเฉลิมชัยกล่าวว่า คงต้องรอดู แต่ก็คิดว่าเป็นเช่นนั้น ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าจะแลกเก้าอี้ รมช.คมนาคมกับพรรคภูมิใจไทยนั้น &amp;nbsp;อย่าเพิ่งไปคาดเดา รอให้นายกฯ ส่งสัญญาณให้ชัดเจนก่อน จากนั้นพรรคประชาธิปัตย์จึงจะมีการประชุมกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อนึ่งก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่า การปรับ ครม.ที่จะมีขึ้นอาจมีการเกลี่ยโควตารัฐมนตรีกันใหม่ จากตอนจัดตั้งรัฐบาลที่ตอนนั้นใช้สูตร 7 ต่อ 1 ทำให้ประชาธิปัตย์ได้โควตารัฐมนตรีเท่ากับพรรคภูมิใจไทย แต่ปัจจุบันพรรคภูมิใจไทยมี ส.ส.จากอนาคตใหม่เดิมเข้ามาอยู่กับพรรคมากขึ้น หลังมีการยุบพรรคอนาคตใหม่ร่วม 10-11 คน ทำให้มีข่าวก่อนหน้านี้อาจจะมีการปรับลดโควตารัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์ลง 1 เก้าอี้ เพื่อเอาไปเพิ่มให้กับพรรคภูมิใจไทยแทน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงเรื่องนี้ โดยเฉพาะตำแหน่ง รมช.คมนาคมที่่ว่างลง ซึ่งเป็นตำแหน่งเดิมของนายถาวร เสนเนียม ว่าขณะนี้มีการคุยกันในพรรคแล้ว แต่คงต้องรอกัน แต่ทั้งหมดนี้ต้องเป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของพรรค โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคและ ส.ส. ซึ่งข้อบังคับของพรรคได้ระบุไว้ชัดเจนว่าต้องคำนึงถึงภูมิภาคและการทำงานที่ต้องเป็นคนทำงานให้พรรคมาตลอด และเป็นคนที่ได้รับการยอมรับของ ส.ส.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่ามีกระแสว่ามีชื่อนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง จะมาเป็นรัฐมนตรีแทนนายถาวร นายสาธิตกล่าวว่า เรื่องนี้ต้องเอาไปพิจารณาในที่ประชุม ซึ่งมีการเสนอชื่อและถกเถียงกันว่าใครจะมีความเหมาะสม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามต่อว่า นายถาวร เสนเนียม ถือเป็นโควตาในสัดส่วนภาคใต้หรือไม่ นายสาธิตกล่าวว่า นายถาวรไม่แน่ใจ แต่นายนิพนธ์ รมช. มหาดไทยนั้น มาจากโควตาของภาคใต้ แต่สุดท้ายก็ต้องมาพิจารณาร่วมกัน ทั้งภูมิภาคและคุณสมบัติ ความรู้ความสามารถ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสาธิตยังกล่าวตอบหลังถูกถามว่า ยังมีคำว่า กปปส.นำมาพิจารณาอยู่หรือไม่ นายสาธิตกล่าวว่า &amp;quot;ไม่ แต่เป็นพรรคประชาธิปัตย์ที่พิจารณา ส่วนการประชุมพรรคเพื่อพิจารณาเรื่องนี้ยังไม่ได้มีการนัดหมาย เพราะต้องรอนายกฯ ส่งสัญญาณ ส่วนวันอังคารนี้จะเป็นการประชุมพรรคปกติ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามต่อว่า นายสาธิตจะขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่าการหรือไม่ นายสาธิตกล่าวว่า &amp;quot;ไม่มีเรื่องนี้ ขออยู่ที่เดิม&amp;quot;
สามมิตรดันอนุชาเสียบดีอีเอส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความเคลื่อนไหวในส่วนของพรรคพลังประชารัฐ ที่มีข่าวว่าฝุ่นตลบเช่นกัน โดยนางบุญยิ่ง นิติกาญจนา ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ กลุ่มสามมิตร กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวว่าถูกกลุ่มสามมิตรเสนอชื่อชิงเก้าอี้รัฐมนตรีที่ว่างลง ว่าเรื่องนี้คงเป็นเรื่องที่สื่อมวลชนคาดเดากันไปเอง ซึ่งเป็นเรื่องปกติของช่วงที่จะมีการปรับ ครม. แต่มีความสุขกับการปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. เป็นตัวแทนของชาวบ้านและช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ ไม่เคยไปเรียกร้องหรือต่อรองเรื่องตำแหน่งใดๆ ทั้งสิ้น เพราะเกรงว่าจะทำให้เกิดความขัดแย้งกันเองภายในพรรค ซึ่งการพิจารณาตำแหน่งต่างๆ นั้น เป็นเรื่องที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และผู้ใหญ่ภายในพรรคจะพิจารณาหาผู้ที่เหมาะสมมากที่สุด ก่อนที่จะนำชื่อส่งให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ส.ส.ชลบุรี และรองเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ จากกลุ่มสามมิตร กล่าวถึงมีกระแสข่าวถูกเสนอชื่อเป็นรัฐมนตรีในการปรับ ครม.ครั้งนี้ว่า ไม่ทราบเรื่อง​ แต่แล้วแต่ผู้ใหญ่ในพรรคจะพิจารณาความเหมาะสม เพราะในพรรคก็มีคนเหมาะสมหลายคน​ ดังนั้น​สุดแท้แต่ผู้ใหญ่จะพิจารณา​ เพราะไม่ว่าใครได้เป็นรัฐมนตรีก็มีเป้าหมายเดียวกัน คือทำงานให้ประเทศชาติเป็นหลัก เป็นรัฐมนตรีของคนไทย​ ทำงานสนองนโยบายของ​ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร​ วงษ์สุวรรณ​ &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม​ เรื่องที่ถูกเสนอชื่อไม่ได้มีการแจ้งจากผู้ใหญ่​ ทราบจากสื่อมวลชนเช่นเดียวกัน จึงไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะอะไร​ อาจเพราะเป็นรองเลขาธิการพรรคผู้ใหญ่อยู่แล้ว​ หรือคงมองการทำงานที่ผ่านมาเป็นหลัก​ แต่ย้ำว่าในพรรคก็มีคนเหมาะสมหลายคน​ ตนจะอยู่ทำงานตรงไหนก็ได้​ เพราะส่วนตัวทำงานอยู่แล้วไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งอะไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าผู้ใหญ่ไม่ให้ความเมตตาและให้โอกาสผมก็พร้อมทำหน้าที่ให้บ้านเมือง แต่ขอย้ำอีกครั้งว่าผมไม่ได้เรียกร้องอะไร ทั้งนี้​ ในวันที่ 2 มี.ค. จะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ​ แต่ไม่แน่ใจจะมีการคุยเรื่องการปรับ ครม.ด้วยหรือไม่&amp;quot; นายสรวุฒิระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าว​พรรคพลัง​ประชารัฐ ​(พปชร.) ​เปิดเผยว่า ภายหลังเมื่อวันที่ ​25​ กุมภาพันธ์​ 2564​ มีคำสั่งภายในพรรคให้หัวหน้าพรรคมีอำนาจในการนำเสนอหรือคัดสรรบุคคลเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรี​ที่ว่างลง หลังจากรัฐมนตรี 2 คนที่เป็นอดีตแกนนำ กปปส.ถูกศาลพิพากษาจำคุก​ พล.อ.ประวิตร​ วงษ์​สุวรรณ​ รองนายกรัฐมนตรี​ ในฐานะหัวหน้าพรรค​ จึงมีการหารือกันภายในผู้บริหาร เห็นชอบนำ เสนอนายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี​ ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ไปเป็นรัฐมนตรี​กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ​(ดีอีเอส) ​แทน​นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์​ ที่หมดสถานะความเป็​นรัฐ​มนตรี​ เนื่องจาก ส.ส.ในพรรคพลังประชารัฐเห็นว่า​นายอนุชามีความเหมาะสมในฐานะเป็นหัวหอกคนสำคัญ​ในการ​ขับเคลื่อน​ทีม​เศรษฐกิจ​ของพรรค​และรัฐบาล​ จึงให้เข้ามาทำหน้าที่ขับเคลื่อน​เศรษฐกิจ​ดิจิทัล ​โดยเฉพาะโครงการเราชนะ​ โครงการ​คนละครึ่ง หรืออื่นๆ ​เนื่องจาก​สังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมไร้เงินสด
&amp;quot;วราวุธ&amp;quot;ขออยู่ก.ทรัพย์ต่อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาล ก็มีกระแสข่าวออกมาเช่นกัน เช่นเรื่องการแลกกระทรวงระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล โดยมีข่าวว่าพลังประชารัฐอาจขอแลกกระทรวงกับพรรคชาติไทยพัฒนา โดยพลังประชารัฐต้องการสลับกระทรวงกันระหว่างกระทรวงศึกษาธิการที่เป็นโควตาพรรคพลังประชารัฐกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่เป็นโควตาพรรคชาติไทยพัฒนา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงกระแสข่าวที่พรรคชาติไทยพัฒนาต้องการตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อเปิดโควตารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ โดยบอกว่า ช่วงที่มีการปรับคณะรัฐมนตรีนั้น ก็จะมีหลายฝ่ายที่อยากขยับขยายกระทรวง แต่ส่วนตัวนั้นก็ยังคงเต็มที่กับการทำงานที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอด 1 ปี 8 เดือน และยังมีภารกิจที่จะต้องดำเนินการต่อ เพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล และทุกอย่างการจะดำเนินการอะไรระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลนั้น ต้องมาหารือกันก่อน แต่ข่าวลือที่เกิดขึ้นก็คงต้องปล่อยให้มีการลือกันไป เพราะตามข้อเท็จจริงหากจะมีการสลับกระทรวง ก็จะต้องมีการหารือกันก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนตำแหน่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์ ของนายประภัตร โพธสุธนนั้น นายวราวุธ ในฐานะประธานนโยบายและยุทธศาสตร์ พรรคชาติไทยพัฒนา ระบุว่า นายประภัตรก็ยังคงมุ่งมั่นในการทำหน้าที่ ลงพื้นที่พบกับเกษตรกรทั่วประเทศ เพื่อติดตามการดำเนินงานด้านการเกษตรและการปศุสัตว์ของเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;2 รัฐมนตรีจากพรรคชาติไทยพัฒนาทุ่มเทในการทำงานกับภารกิจที่ได้รับมอบหมาย และยังมีภารกิจที่ต้องดำเนินอีกมา ดังนั้น หากจะมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ก็จะต้องมีการพูดคุยกันก่อน&amp;quot; นายวราวุธระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับ นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงกระแสข่าวการปรับเก้าอี้รัฐมนตรีระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกับกระทรวงศึกษาธิการว่า ไม่เป็นความจริง และไม่มีการเปลี่ยนกระทรวงในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา อย่างไรก็ดี แกนนำรัฐบาลยังพอใจในผลงานของนายวราวุธ เพราะได้ทำงานอย่างเอาจริงเอาจัง ส่วนกระแสข่าวที่เกิดขึ้น มองว่าเป็นการโยนหินเพื่อสร้างทางทางการเมืองในสถานการณ์ที่เตรียมปรับคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง เชื่อมั่น นายกฯ ปรับ ครม.ใหม่ กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยสำรวจจาก 1,597 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 26-28 ก.พ.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลสำรวจพบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 97.9 ระบุควรให้อิสระ ไม่กดดัน พล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;จันทร์โอชา ปรับคณะรัฐมนตรี ในขณะที่ ร้อยละ 2.1 เท่านั้นที่ระบุไม่ควร &amp;nbsp;ที่น่าสนใจคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 63.7 ยังคงเชื่อมั่นต่อ พล.อ.ประยุทธ์ หลังปรับคณะรัฐมนตรี พาประเทศพ้นวิกฤติ ในขณะที่ร้อยละ 20.9 ระบุกลางๆ ไม่แน่ใจ และร้อยละ 15.4 ระบุไม่เชื่อมั่น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94565</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, ถาวร เสนเนียม, ธรรมนัส  พรหมเผ่า, นพดล กรรณิกา, นิกร จำนง, นิพนธ์ บุญญามณี, ประภัตร โพธสุธน, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, วราวุธ ศิลปอาช, สรวุฒิ เนื่องจำนงค์, สาธิต ปิตุเตชะ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เฉลิมชัย ศรีอ่อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210228/image_big_603ba8f31f334.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51927</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/12/2019 14:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/12/2019 14:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่อสังเวยสารพิษ! &#039;เด็กสุริยะ&#039; ซดนัว &#039;เสี่ยหนู&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ธ.ค.62 - นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ส.ส.ชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เลขานุการส่วนตัวนายสุริยะ &amp;nbsp;จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า จากกรณีที่ นายอนุทินฯ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่ากระทรวงสาธารณสุข ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าไม่ใช่หน้าที่ของรัฐฯ ที่ต้องรับผิดชอบหรือเยียวยา ผู้ที่ครอบครองสารเคมีฯ ทั้ง 3 ชนิดนั้น รัฐมีหน้าที่ในการคุ้มครองผู้สุจริตภายใต้กฎหมายเดียวกัน หากประชาชนทำถูกต้องตามกฎหมาย แล้ววันดีคืนดีรัฐออกกฎหมายใหม่ไม่ให้เขาทำสิ่งนั้น แล้วเขาเสียหายโดยรัฐไม่ต้องรับผิดชอบใดๆเปรียบเสมือน ประชาชนมีมีดทำครัวในบ้านแล้วรัฐออกกฎหมายว่าการมีมีดทำครัวเป็นอาวุธ ผิดกฎหมาย ห้ามใช้ ห้ามครอบครอง แถมยังจะสั่งให้ทำลายมีดทิ้ง โดยให้รับผิดชอบค่าทำลายเอง แล้วไม่ไปดูแลความเสียหาย อย่างนี้ถามว่าถูกต้องหรือไม่ เป็นไปตามหลักนิติธรรมหรือไม่ และเมื่อตรวจสอบกับฝ่ายกฎหมายที่เกี่ยวข้องแล้ว พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย ไม่ได้ให้อำนาจรัฐสั่งการแล้วไม่ต้องรับผิดชอบชดเชยความเสียหายแก่ผู้กระทำการโดยสุจริต แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสรวุฒิ กล่าวว่า จากข้อมูลที่ได้ในการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 ยืนยันว่าคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่มีนายสุริยะ เป็นประธาน ได้ถือบัญชานายกรัฐมนตรี ว่าการจัดการวัตถุอันตรายต้องพิจารณาอย่างครบถ้วน ผ่านการหารือกับ 4 ส่วน ได้แก่ รัฐ ผู้นำเข้า เกษตรกร และผู้บริโภค เป็นแนวทางการพิจารณาอย่างเคร่งครัด ซึ่งมิใช่พิจารณาในด้านผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนโดยละเลยการดูแลภาคส่วนอื่น ซึ่งแตกต่างจากที่นายอนุทินกล่าวอ้างคำบัญชาดังกล่าว จึงเป็นการบิดเบือนคำบัญชาของนายกรัฐมนตรี และไม่ได้ให้คำตอบสังคมว่า สารใหม่ฯที่จะมาใช้ทดแทนนั้น จะมีผลกระทบต่อสุขภาพฯ ของประชาชนอย่างไร &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งข้อมูลในที่ประชุมฯเสนอว่า สารเคมีเช่นไกลโฟเซตและพาราควอตฯนั้น มีการใช้อย่างแพร่หลายในโลกมากว่า 45 ปี ตั้งแต่ปี 2517 ทำให้ลดต้นทุนเกษตรกร เพิ่มผลผลิต และถ้าใช้ให้ถูกวิธีโดยการให้ความรู้ที่ถูกต้อง ถ้ามีการจำกัดการใช้ในบางพืช บางพื้นที่อย่างเคร่งครัดเท่านั้น จะเป็นแนวทางที่สามารถให้ทุกฝ่ายยอมรับได้ในระยะสั้น เพราะ 2 สารดังกล่าวใช้ในการเตรียมแปลงก่อนการปลูกเพื่อควบคุมวัชพืชฯ เมื่อพืชโตไประยะหนึ่งก็ไม่จำเป็นต้องใช้สารดังกล่าวฯ แตกต่างจากคลอไพริฟอสที่เป็นสารกำจัดศัตรูพืช เช่น แมลง ที่มีโอกาสปนเปื้อนสูง และพืชที่จะใช้หลักๆในไทยคือ ทุเรียน ถ้ายกเลิกการใช้สารนี้ทันที ผมก็เห็นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้นรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 73 ที่วางหลักการให้รัฐต้องช่วยเหลือเกษตรกรให้ประกอบเกษตรกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้ผลผลิตที่มีปริมาณและคุณภาพสูง มีความปลอดภัย โดยใช้ต้นทุนต่ำ และสามารถแข่งขันในตลาดได้ ดังนั้นการที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติล่าสุด จึงถือว่าเป็นการปกป้องรัฐและสอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประเด็นที่มีการกล่าวอ้างเหตุการณ์ในการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 ก็ขอให้พิจารณาเนื้อหาทั้งหมดไม่ใช่เฉพาะบางส่วน พบว่าผู้แทนหน่วยงานในกระทรวงสาธารณสุข ในช่วงต้นได้แสดงความคิดเห็นยืนยันมติให้ห้ามใช้ 3 สาร จริง แต่เมื่อรับฟังข้อมูลจากที่มีการนำเสนอในการประชุม โดยเฉพาะจากผู้แทนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมทั้งข้อมูลที่ได้จากการซักถามของกรรมการ ยิ่งเห็นว่าหากดำเนินการตามมติเดิมจะเกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อทั้ง 4 ส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยยังไม่มีมาตรการลดผลกระทบความเสียหายที่จะเกิดขึ้น จึงเป็นเหตุให้ที่ประชุมร่วมกันร่างมติที่ประชุม และเมื่อประธานได้สอบถามว่ามีผู้ใดคัดค้านหรือไม่ ก็ไม่ปรากฏว่ามีผู้แทนหน่วยงานจากกระทรวงสาธารณสุขแม้แต่เพียงคนเดียวที่แสดงการคัดค้านร่างมติดังกล่าวในขณะนั้น เมื่อเป็นเช่นนี้จะให้ประธานในที่ประชุมสรุปว่าผู้แทนกระทรวงสาธารณสุขไม่เห็นด้วยกับมติได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่ออกมาให้ข่าวต่อสาธารณะทำนองว่า ไม่เห็นด้วยกับมติ จึงขัดแย้งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในที่ประชุมอย่างชัดเจน เป็นการทำให้สังคมสับสน ทำให้คณะกรรมการวัตถุอันตราย ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนหน่วยงานราชการ และผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ดำเนินการเรื่องนี้ด้วยความสุจริตเกิดความเสียหาย อย่างไม่เป็นธรรม และทำให้สังคมสับสน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเฉพาะประเด็นสารไกลโฟเซต ก็พบว่าเคยมีคณะกรรมการขับเคลื่อนการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธานที่ผ่านมา ก็เคยสนับสนุนให้มีการจำกัดการใช้ ดังนั้น ในที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 เมื่อผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข รับฟังข้อมูลจากที่ประชุมแล้วไม่คัดค้านมติที่ประชุมให้มีการจำกัดการใช้สารไกลโฟเซต จึงไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ หรือขัดหลักเหตุผลอย่างสิ้นเชิง เพราะกระทรวงสาธารณสุขเคยมีท่าทีสนับสนุนมาตรการจำกัดสำหรับสารไกลโฟเซต มาแล้วก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสรวุฒิกล่าวปิดท้ายว่า คณะกรรมการวัตถุอันตรายได้ร่วมกันพิจารณาอย่างครบถ้วนรอบด้าน ให้ข้อมูล ข้อเท็จจริง ที่นำเสนอจากการถกเถียงอย่างมีส่วนร่วมจากทุกคนในที่ประชุม ไม่ได้ใช้จินตนาการในการตัดสินใจ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51927</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมวิชาการเกษตร, สรวุฒิ เนื่องจำนงค์, สารพิษ, สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, อนุทิน ชาญวีรกูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191206/image_big_5dea05d992892.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20150</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หาจุด &#039;บาลานซ์&#039; สกัด &#039;ปชป.&#039; เลือดไหล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต้นตำรับแห่งการดูดอย่าง พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ยังคงไม่รู้สึกว่าการกระทำที่ดำเนินการอยู่เป็นการเมืองแบบเก่า ที่สำคัญบรรดาคนของ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือแม้กระทั่งตัว &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; เอง ก็รังเกียจทั้งเรื่องนักการเมืองและวิธีการเล่นการเมืองแบบวิธีเดิม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่วันนี้ทั้งนายกรัฐมนตรีและพรรคพลังประชารัฐกลับเจริญรอยตามเสียเอง!!!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซ้ำร้าย &amp;ldquo;อุตตม สาวนายน&amp;rdquo; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะว่าที่หัวหน้า พปชร. ยังให้สัมภาษณ์หน้าตาเฉย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;การดูดอดีต ส.ส.จากพรรคอื่นเป็นปกติของนักการเมืองที่จะย้ายพรรค ทางกลุ่มไม่ได้ทำสิ่งใดที่เกินเลย ส่วนบุคคลที่ติดต่อ ถือเป็นบุคคลคุ้นเคยและมีมาจากหลากหลายกลุ่ม ส่วนเสียงวิจารณ์ที่เกิดขึ้น ถือเป็นเรื่องที่ห้ามไม่ได้ แต่สุดท้ายประชาชนจะเป็นผู้พิจารณาว่าข้อกล่าวหาที่มีเชื่อถือได้หรือไม่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จากความคิดเห็นดังกล่าว ทำให้ประชาชนที่ไม่ได้ฝักใฝ่พรรคการเมืองใดเป็นพิเศษต้องผิดหวัง เพราะดูทรงแล้วสิ่งที่พูดไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะทำให้การเมือง ทำให้ประเทศดีขึ้น คงเป็นไปได้ยาก แม้จะมีพรรคใหม่อย่างพลังประชารัฐเพิ่มขึ้นในสภาผู้แทนราษฎรก็ตาม แต่ก็เสมือนเป็นการเพิ่มจำนวนปริมาณน้ำเน่าให้มากขึ้นในวังน้ำวนการเมืองก็เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทว่า พูดไปเหมือนเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา ในเมื่อการเข้าสู่หนทางการเมืองเริ่มต้นจากผลประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าผลประโยชน์ส่วนร่วมของประเทศ ดังนั้น จะฉุดพลังดูดให้หยุดดำเนินการจึงไม่ง่าย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้านพรรคการเมืองใหญ่ก็ถูกดูดเช้าดูดเย็น อย่างพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เรียกว่า &amp;ldquo;เลือดไหลโจ๊ก&amp;rdquo; โดยจากการประมาณจำนวนที่พรรคต้องสูญเสียบุคลากรให้แก่ &amp;quot;พปชร.&amp;quot; อยู่ที่กว่า 10 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านอดีต ส.ส.ที่ย้ายไปซุกปีก พปชร. เช่น ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ อดีต ส.ส.กทม. ปี 52, พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีต ส.ส.กทม. ปี 54, สกลธี ภัททิยกุล อดีต ส.ส.กทม. ปี 50, ประมวล เอมเปีย อดีต ส.ส.ชลบุรี, สรวุฒิ เนื่องจำนงค์ อดีต ส.ส.ชลบุรี เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล่าสุด &amp;quot;ดูด&amp;quot; นายธรรมวิชญ์ และ นายอัฏฐพล โพธิพิพิธ อดีต ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ และบุตรชายของ กำนันเซียะ-ประชา โพธิพิพิธ ผู้กว้างขวางในจังหวัดกาญจนบุรีไปอีก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ปชป.ยังถูกดูดหยั่งลึกถึงอดีตสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ซึ่งถือเป็นรากแก้วสำคัญในการหาเสียงทำพื้นที่ กทม. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยขณะนี้ไปแล้ว 3 คน ได้แก่ นางกานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ ส.ก.เขตพระนคร นางกนกนุช นากสุวรรณภา ส.ก.เขตดอนเมือง และ นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ส.ก.เขตคลองเตย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลายคนตั้งข้อสงสัยว่าเหตุใดคนเหล่านี้ถึงตีจากบ้านเก่าของเขา??? &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนหนึ่งว่ากันว่า ไปเพราะตัวเงินและผลประโยชน์ด้านธุรกิจ แต่บางคนก็มีความจำเป็นและต้องกล้ำกลืนความรู้สึก เช่น สองลูกชายของกำนันเซียะ ว่ากันว่ามีการดีลพิเศษในคดีของบิดา หาก &amp;ldquo;ธรรมวิชญ์และอัฏฐพล&amp;rdquo; ยอมย้าย จะช่วยให้กำนันเซียะซึ่งหนีคดีอยู่ต่างประเทศ อีกทั้งสุขภาพไม่แข็งแรงและอายุมาก กลับมารับโทษในเมืองไทยอย่างไม่ทรมานสังขารนัก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนอดีต ส.ก.นั้น ปมลึกๆ แล้ว เขาเพียงต้องการมีที่ยืนในสัดส่วน ส.ส. เพราะที่ผ่านมาทำงานใกล้ชิดประชาชนในเขตรับผิดชอบมาโดยตลอด แต่พรรคก็กลับส่งลูกท่านหลานเธอมาเสียบแทน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฉะนั้นเมื่อ &amp;quot;พปชร.&amp;quot; เปิดโอกาสให้เป็นผู้สมัคร ส.ส.&amp;nbsp; เป็นธรรมดาที่อดีต ส.ก.เหล่านั้นต้องเก็บเกี่ยวโอกาส เพราะในแง่ฝีมือความจัดจ้านในการหาเสียงของตัวเองไม่ได้แพ้อดีต ส.ส.ของพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อถอดบทเรียน &amp;quot;ปชป.&amp;quot; ก็ต้องยอมรับในจุดนี้ว่า ควรหาจุดบาลานซ์ ระหว่างคนฝีมือกับเด็กในอุปการคุณ โดยเฉพาะในการเลือกตั้งครั้งที่จะถึงนี้ เห็นว่ามีคนรุ่นใหม่ที่เส้นใหญ่จ่อลง ส.ส.เพียบ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากยังเป็นแบบนี้ บอกตรงๆ ปชป.อาจเลือดไหล (เกือบ) หมดตัว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20150</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ, ประชา โพธิพิพิธ, ประมวล เอมเปีย, พรรคพลังประชารัฐ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, สกลธี ภัททิยกุล, สรวุฒิ เนื่องจำนงค์, อัฏฐพล โพธิพิพิธ, อุตตม สาวนายน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181017/image_big_5bc742eac3d3a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18066</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไทยโพสต์ &amp;quot;อิสรภาพแห่งความคิด&amp;quot; storage.thaipost.net &amp;quot;เกาะโต๊ะ&amp;quot; สนั่นโซเชียล เขย่ารัฐบาล หลัง &amp;quot;นายใหญ่&amp;quot; เปิดหน้าแลกหมัด ประจานข้าชั่วเอ็งเลว ถึงคิวลิ่วล้อทั้งหลายออกโรงพิทักษ์กันเป็นแถว ถึงหัวขบวน &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; จะเล่นบท &amp;quot;เตมีย์ใบ้&amp;quot; อีกครั้ง จากที่เคยใช้ได้ผลกับประเด็นฉาว &amp;quot;นาฬิกาหรู&amp;quot; เพราะยังลากยาวมาได้จนถึงทุกวันนี้ ทำหน้าชื่น (อกตรม) เดินสายเรียกเรตติ้งแจกโฉนดที่ดินคนอีสาน 12 จังหวัด ที่กาฬสินธุ์ ได้ผ้าขาวม้าปลอบใจมาหลายผืนอยู่ เรื่องจุกอกแบบนี้ปล่อยโฆษกพูดแทนดีกว่า &amp;quot;พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์&amp;quot; แจงนายไม่โกรธ ไม่โมโหอะไร ไม่ตอบโต้ เพราะสิ่งที่ทักษิณพูดคือสิ่งที่คนอื่นไม่เห็น แถมยังย้อนถามว่า จะเอาเรื่องในอดีตมาพูดจะไม่มีใครคบด้วย ส่วนผู้ช่วย รมต. &amp;quot;ไพศาล พืชมงคล&amp;quot; แก้เกี้ยวคนระดับนายกฯ เชิญพบ จะยืนท่านักเลงได้อย่างไร แต่คงไม่ฮือฮาเท่า &amp;quot;เพจเปรี้ยง&amp;quot; ที่รู้กันอยู่ว่ารับงานใคร ออกมาโพสต์รูปทักษิณยืนพินอบพิเทามือกุมเป้า โดยมีบิ๊กจ๊อดโอบไหล่ พร้อมข้อความเสียดสี &amp;quot;ไม่นุ่มนวลเหมือนเกาะแข้งเกาะขาทหาร เพื่อขอสัมปทานเลยเนอะ&amp;quot; ย้อนให้นึกถึงประโยคอมตะของทักษิณที่เคยพูดในงานยิงดาวเทียมไทยคมขึ้นสู่อวกาศ เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.2536 &amp;quot;ถ้าไม่มีพี่ชายผมคนนี้ ก็ไม่มีวันนี้&amp;quot; จาก &amp;quot;เกาะโต๊ะ&amp;quot; ถึง &amp;quot;เกาะแข้ง&amp;quot; ไม่มี win-win มีแต่ lose-lose อนิจจาประเทศไทย ยิ่งสาวไส้ก็ยิ่งเฟะ สะท้อนระบบอุปถัมภ์การเมืองใช้อำนาจรัฐเอื้อผลประโยชน์พวกพ้อง เห็นชัดถึงพฤติกรรมของอดีตผู้นำกับผู้มีอำนาจในบ้านเมืองเยี่ยงนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ๐ นอกจากบิ๊กในรัฐบาลจะเปลี๊ยนไป๋จากอ่อนหวานเป็นแข็งกร้าว ยังมีอีกคนก็ไม่เหมือนเดิม นับตั้งแต่ได้รับอิสรภาพ สลัดคราบแดงฮาร์คคอร์ จากบทบู๊หัวหมู่ทะลวงฟัน มาเล่นฝ่ายบุ๋น กลายเป็น &amp;quot;ตู่ปรองดอง&amp;quot; ซะแล้ว ล่าสุดปลุกต่อซีรีส์ 2 &amp;quot;การที่จะแหวกวงล้อมสิ่งเหล่านี้นั้นได้ อย่างที่ผมได้อธิบายความมาโดยตลอดว่า จะต้องเกิดขึ้นจากความร่วมมือของทุกฝ่าย และทุกฝ่ายจะต้องรู้ว่าไม่ได้มีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะต้องได้อะไรกันไปทั้งหมด ที่ผมเสนอหนทางว่าทุกคนต้องวางเรื่องของตัวเองลงมา แล้วเอาเรื่องของชาติบ้านเมืองเป็นเรื่องหลัก เดินไปข้างหน้าให้กับชาติบ้านเมืองรอด เรื่องของตัวเองวางเอาไว้ข้างหลัง ถ้าเราได้คิดในมิติเหล่านี้ ผมเชื่อว่าสิ่งที่ประเทศไทยกำลังจะได้เริ่มนับหนึ่งกันต่อไปนั้นเราจะได้บังเกิด แต่ถ้ายังวางเรื่องตัวเองไม่ได้ ไปข้างหน้าก็พังอยู่ดี&amp;quot; เหมือนอยากจะบอกไปถึงคนทางไกลที่เคยใกล้แต่สายสัมพันธ์ไม่เหมือนเดิม ส่วนคนทางนี้จะฟังด้วยมั้ยคงต้องดูกันต่อไป เวลานี้แตกกันหลายก๊กหลายกลุ่ม แท้เทียมมั่วไปหมด ตู่ปรองดองน่าจะมาอีกหลายซีรีส์จนกว่าจะเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ๐ ทันทีที่ กกต.ประกาศแบ่งเขตเลือกตั้ง ส.ส. ที่ทำการของพรรคการเมืองทั้งหลายก็เริ่มฝุ่นตลบ โดยเฉพาะเจ้าของพื้นที่เดิมนั่งไม่ติด จากเดิม 375 เขต หดเหลือ 350 เขต เก้าอี้หายไป 25 ตัว ยังไม่รวมถึงผู้สมัครหน้าใหม่ที่อยากจะช่วงชิงพื้นที่อีก ดูท่าจะตีกันตายก่อนเลือกตั้งแน่ๆ แต่มีเยอะก็ไม่ปวดหัวเท่ากับไม่เหลือให้ส่งมากกว่า &amp;quot;สามมิตร&amp;quot; ยังเปิดเซอร์ไพรส์ได้รายวัน หลังจากสูบเพื่อไทยไปไม่ใช่น้อย เริ่มจะตื้อๆ บ้างแล้ว ก็ต้องหันมาตีเมืองประชาธิปัตย์บ้าง พูดไปกลัวไม่เชื่อ เลยต้องโชว์ภาพมัดตัวล่วงหน้า 3 แกนนำ &amp;quot;สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ-สมศักดิ์ เทพสุทิน-อนุชา นาคาศัย&amp;quot; กินมื้อค่ำชื่นมื่นกับ 4 อดีต ส.ส.ภาคตะวันออกของ ปชป. สรวุฒิ เนื่องจำนงค์ อดีต ส.ส.ชลบุรี พล.ต.ท.พิทักษ์ จารุสมบัติ อดีต ส.ส.ฉะเชิงเทรา บุญเลิศ ไพรินทร์ อดีต ส.ส.ฉะเชิงเทรา วิชัย ล้ำสุทธิ อดีต ส.ส.ระยอง แค่กินข้าวคงไม่เท่าไหร่ แต่ทุกคนไม่ปฏิเสธที่จะเข้าคอกพลังประชารัฐหนุนบิ๊กตู่นายกฯ รอบ 2 นั่นสิ ในเมื่อโอกาส (ได้เป็นรัฐบาล) มาแล้ว ยากที่จะภักดีต้นสังกัดเดิม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18066</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรหมพันธุ์, ทักษิณ ชินวัตร, บันทึกหน้า4, บุญเลิศ ไพรินทร์, พล.ต.ท.พิทักษ์ จารุสมบัติ, ลี้คิมฮวง, วิชัย ล้ำสุทธิ, สรวุฒิ เนื่องจำนงค์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2df4ed2a690-2.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
