<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>62679</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สส.สวดไล่โควิด &#039;มงคลกิตติ์&#039;หล่อ บริจาคเงินเดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักการเมืองแข่งกันแสดงบทบาทต่อสู้โควิด-19 ส.ส.ภูมิใจไทยนำชาวบ้านสวดปัดรังควานไล่โควิด-19 ตามประเพณีโบราณของหลวงพ่อปาน ที่เคยสวดไล่โรคห่าเมื่อเกือบร้อยปีที่แล้ว &amp;quot;มงคลกิตติ์&amp;quot; อย่างหล่อ! นำร่องบริจาคเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง ส.ส.เข้ากองทุนของรัฐบาล จนกว่ายุบสภาหรือสภาหมดวาระ ดีดลูกคิดแล้วประมาณ 4 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 9 เมษายน ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ซึ่งหัวหน้าพรรคคือนายอนุทิน ชาญวีรกูล ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ต่างออกมาเปิดเผยถึงการมีส่วนร่วมในการต่อสู้กับการระบาดของไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่เลือกตั้งของตนเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล ส.ส.พระนครศรีอยุธยา พรรคภูมิใจไทย เผยว่า ได้นำชาวบ้านสวดปัดรังควานไล่โควิด-19 ตามประเพณีโบราณของหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก ซึ่งเคยสวดไล่โรคห่าในช่วงที่โรคห่าระบาดหนักเมื่อเกือบร้อยปีที่แล้ว ทำให้ชาวบ้านปลอดภัย และครั้งนี้ได้รับความเมตตาจากหลวงพ่อแม้น เจ้าอาวาสวัดหน้าต่างนอก นำสวดและทำน้ำมนต์ใส่ผสมยาฉีดฆ่าเชื้อพ่นทุกหมู่บ้านในเขตพื้นที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า เป็นพิธีตามความเชื่อเพื่อความสบายใจ และเป็นกำลังใจให้แก่ประชาชนและบุคลากรในพื้นที่ ซึ่งน้ำมนต์ที่ผสมกับยาฆ่าเชื้อเราได้นำไปฉีดพ่นและฆ่าเชื้อได้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ส.ส.ภูมิใจไทยทุกคนต่างให้ความสำคัญในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ของตัวเองมาโดยตลอด ซึ่งเป็นไปตามแนวนโยบายที่นายอนุทินได้พยายามบอกกับลูกพรรคเสมอว่าอย่าทิ้งพื้นที่ อย่าทิ้งประชาชน ยิ่งในช่วงวิกฤติอย่างนี้ ส.ส.ต้องอยู่เป็นที่พึ่งให้ประชาชน ดังนั้นเราจะเห็นได้ว่า ส.ส.ของพรรคภูมิใจไทยเดินหน้าทำงานทุกคน ไม่ปล่อยให้เวลาสูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ เพราะเวลาที่เสียไปแต่ละนาที เท่ากับว่าเราได้สูญความหวังที่ประชาชนได้มอบให้เราไปด้วย ดังนั้น ส.ส.พรรคภูมิใจไทยจะต้องอยู่เพื่อเป็นความหวังให้พี่น้องประชาชนต่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนพรรคการเมืองอื่นได้สร้างบทบาทของตนเองเช่นกัน เช่น นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ ได้ยื่นหนังสือต่อเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ขอบริจาคเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง ส.ส. เข้ากองทุนสมทบป้องกันโควิด- 19 ของรัฐบาล ตั้งแต่งวดวันที่ 30 เม.ย.2563-31 มี.ค.2566 หรือจนกว่ายุบสภา หรือหมดวาระสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งรวมแล้วจะเป็นเงินประมาณ 4 ล้านบาท
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมงคลกิตติ์กล่าวว่า เนื่องจากวิกฤตินี้ร้ายแรงไปทั่วโลก ไม่มีใครทราบได้ว่าวิกฤตินี้จะสิ้นลงเมื่อใด และล่าสุดรัฐบาลได้ออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงินกว่า 1.9 ล้านล้านบาท ถือเป็นการกู้ครั้งสุดท้าย และจะกู้ไม่ได้อีก เนื่องจากเกินลิมิตร้อยละ 60 ของหนี้สาธารณะต่อจีดีพี จึงกู้ไม่ได้อีก และหากแก้ไขปัญหานี้ไม่ได้ภายใน 6 เดือน ทางสุดท้ายเหลือแค่ขายทรัพย์สินภายในประเทศ ซึ่งปัญหาครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก มากกว่าวิกฤติต้มยำกุ้งปี 40 ถึงประมาณ 3 เท่า เหมือนกับเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3&amp;nbsp;
ทนดูความเดือดร้อนไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น คนไทยทุกคนต้องช่วยกันฝ่าฟันและยอมเสียสละ ตนในฐานะนักการเมือง ส.ส. ไม่สามารถทนเห็นความเดือดร้อนของประชาชนตาดำๆ ได้ ไม่สามารถที่จะทนรับเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งที่เป็นภาษีของพี่น้องประชาชนได้อีก ส่วน ส.ส.หรือ ส.ว.ท่านอื่นจะดำเนินการตามหรือไม่ ขอให้เป็นดุลพินิจส่วนบุคคล แต่ขอขอบคุณนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ ที่จุดประกายเรื่องนี้ นอกจากนี้ขอเรียกร้องไปยังนายทุนและเจ้าสัวให้ออกมาช่วยกันแก้ปัญหาในครั้งนี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การบริจาคเงินขอให้เป็นดุลพินิจส่วนบุคคล แต่สถานการณ์ปัจจุบันตอนนี้ทุกคนเดือดร้อนกันหมด เราจะเอาตัวรอดเฉพาะครอบครัวเรา แต่ประชาชนไม่รอด ตัว ส.ส. ส.ว.รัฐบาล เจ้าสัว นายทุน ก็ไม่รอดเหมือนกัน เพราะสุดท้ายหากเราแก้ไขปัญหานี้ไม่ได้ภายใน 6 เดือน เราไม่มีเงินให้เขาแล้ว คนพวกนี้ก็จะไม่มีอันจะกิน เขาก็จะใช้วิธีปล้นสะดมกัน เพราะฉะนั้นอย่าให้ต้องทุบหม้อข้าว เพราะการกู้เงินครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายแล้ว เราไม่สามารถกู้ได้อีกแล้ว เพราะมันชนเพดานแล้ว มันคล้ายๆ กับการเสียกรุงครั้งที่ 2 ต่างแค่เป็นสงครามที่มีศัตรูเป็นไวรัสเท่านั้นเอง ซึ่งมันร้ายกาจกว่าศัตรูที่เป็นมนุษย์หลายเท่า จึงอยากให้สมัครสมานสามัคคี และร่วมกันเสียสละให้ถึงที่สุด สุดท้ายถ้าสถานการณ์ไปต่อไม่ได้ กู้ไม่ได้ พวกเราเองในฐานะที่เป็น ส.ส.มีทรัพย์สินเท่าไหร่ก็คงต้องขายทั้งหมด เพื่อนำมาช่วยเหลือให้ประเทศไทยผ่านจุดนี้ไปได้&amp;quot; นายมงคลกิตติ์กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสรศักดิ์ เพียงเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร แถลงว่า นายมงคลกิตติ์ได้ยื่นเป็นเอกสารมา เมื่อตรวจสอบแล้วสามารถบริจาคได้ เพราะถือว่าเป็นเจตนาของนายมงคลกิตติ์ โดยตนจะรับไปดำเนินการให้โดยหักทุกเดือน เมื่อเงินเดือนออกไม่ได้หักทั้งก้อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในปัจจุบันเงินเดือน ส.ส.อยู่ที่ 113,000 บาท ซึ่งในส่วนนี้ส.ส.ถูกหักเข้ากองทุนให้กับผู้ที่เป็น ส.ส. 3,500 บาท นอกจากนี้ที่ผ่านมายังมี ส.ส.บางพรรคให้หักเงินเพื่อนำส่งพรรค ทางตนก็ทำให้ เพราะเป็นหนังสือแสดงเจตนาและเป็นความประสงค์ชัดเจน อย่างไรก็ตาม การหักเงินต้องคิดภาษี เพราะเงินส่วนนี้ถือเป็นรายได้ส่วนบุคคล &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่ายังมี ส.ส.คนอื่นแสดงเจตจำนงให้หักเงินเดือนอีกหรือไม่ นายสรศักดิ์ตอบว่า เท่าที่ทราบจากเจ้าหน้าที่ มี ส.ส.โทร.มาสอบถามว่า นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้นโยบายในเรื่องนี้อย่างไร ซึ่งตนได้ตอบกลับว่าตอนนี้ท่านยังไม่มีนโยบายในเรื่องนี้ จึงยังเป็นข้อสอบถามเท่านั้น และนายชวนได้ให้สัมภาษณ์ไปแล้วว่า ส.ส.ส่วนใหญ่ลงพื้นที่ จึงไม่มีการหักเงินส.ส.
ใครอยากบริจาคก็ขอเชิญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เท่าที่ผมได้ติดตาม ส.ส.ได้ลงพื้นที่โดยเงินส่วนตัวช่วยเหลือประชาชนในการจัดการหน้ากากอนามัย พ่นยาฆ่าเชื้อต่างๆ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม หาก ส.ส.คนใดต้องการให้ทางสภาหักเงินเดือนจำนวนเท่าไหร่ ก็สามารถทำหนังสืออย่างเป็นทางการมายังสำนักงานเลขาธิการสภาฯ ได้ โดยเรายินดีทำให้&amp;quot; นายสรศักดิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชา นาคาศัย ส.ส.ชัยนาท พรรคพลังประชารัฐ นำเงินเดือน ส.ส. 1 เดือน จำนวน 113,560 บาท พร้อมกับหน้ากากอนามัยแบบผ้า จำนวน 10,000 ชิ้น ไปมอบให้กับนางนงนุช ใจเอี่ยม ประธานชมรม อสม.จังหวัดชัยนาท เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่ อสม.ในจังหวัดชัยนาท จำนวน 9,600 คน ที่เสียสละแรงกายแรงใจและความสุขส่วนตัวออกปฏิบัติหน้าที่ช่วยป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างไม่ย่อท้อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; มีรายงานข่าวเปิดเผยว่า หลังจากมีการเผยแพร่หนังสือขอความร่วมมือสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ร่วมบริจาคเงินในการแก้ไขปัญหาวิกฤติการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นกองทุนบรรเทาทุกข์ของประชาชนในนามวุฒิสภา ลงนามโดยนายนัฑ ผาสุข เลขาธิการวุฒิสภา ลงวันที่ 8 เมษายน เผยแพร่ในโซเชียลมีเดียได้เกิดเสียงวิพากษ์อย่างกว้างขวางในลักษณะผิดหวัง เพราะแท้จริงแล้วไม่ได้เป็นการหักคอ ส.ว.ทุกคนต้องสละเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งประจำเดือนเมษายนคนละประมาณ 110,000 บาทตามที่เข้าใจมาแต่ต้น เนื่องจากในหนังสือดังกล่าวเป็นเพียงขอความร่วมมือจาก ส.ว.ร่วมบริจาคเงินขั้นต่ำจำนวนท่านละ 50,000 บาท เพื่อเป็นกองทุนบรรเทาทุกข์ของประชาชนในนามวุฒิสภา อีกทั้งมีเอกสารแนบให้กรอกใช้ข้อความว่า &amp;quot;ขอเรียนเชิญสมาชิกวุฒิสภาได้โปรดพิจารณาแสดงความประสงค์ในการบริจาคเงิน..&amp;quot; เท่ากับว่าใครไม่ประสงค์บริจาคเงินก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวแจ้งว่า สำหรับการบริจาคเงินเดือนของรัฐมนตรีนั้น ครม.เคยประชุมเมื่อวันที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา เห็นชอบให้หักเงินเดือน 1เดือนมาช่วยแก้ปัญหาโควิด-19 หลังจากนั้นการแพร่ระบาดของไวรัสก็รุนแรงขึ้นตามลำดับ แต่ก็ไม่ปรากฏว่า ครม.จะเสียสละเงินเดือนเพิ่มเติมอีก ทำให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐมนตรีทำไมไม่เสียสละให้มากกว่านี้ ทุกคนล้วนแต่เป็นคนร่ำรวย มีทรัพย์สินมากมายกันทั้งนั้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62679</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ, พรรคภูมิใจไทย, สรศักดิ์ เพียงเวช, สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200409/image_big_5e8f21eb9b509.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
