<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106909</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2021 19:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2021 19:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดผลสอบอดีตเลขาฯสภา มีมูลควรกล่าวหาผิดวินัยร้ายแรง ชี้โทษหนักปลดหรือไล่ออก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ วัชระ เพชรทอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 มิย.64 - นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ได้รับหนังสือจากสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ลงวันที่ 31 พ.ค.64&amp;nbsp;แจ้งว่าจากการที่ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอทราบข้อเท็จจริงผลการสืบสวนกรณีนายสรศักดิ์ เพียรเวช อดีตเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กระทำผิดวินัยร้ายแรงคุกคามทางเพศข้าราชการสาวซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา เมื่อวันที่ 10 มี.ค. 2564 นั้น บัดนี้ผลการสืบสวนเสร็จสิ้นแล้ว เห็นว่ามีมูลควรกล่าวหานายสรศักดิ์ว่าได้กระทำผิดวินัยร้ายแรง และจะได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการรัฐสภา พ.ศ.2554 ม.72 วรรค 1 ระบุว่า ข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ใดกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ให้ลงโทษปลดออก หรือไล่ออกตามความร้ายแรงแห่งกรณี ถ้ามีเหตุอันควรลดหย่อนจะนำมาประกอบการพิจารณาลดโทษก็ได้ แต่ห้ามมิให้ลดโทษลงต่ำกว่าปลดออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวัชระ กล่าวอีกว่า ขอขอบคุณนายนัฑ&amp;nbsp; ผาสุข เลขาธิการวุฒิสภา ผู้ทำหน้าที่ประธานกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ตามคำสั่งสภาผู้แทนราษฎรที่ 39/2562 ลงนามโดยประธานสภาฯ เมื่อวันที่ 23 ก.ย. 2562 ได้ทำการสืบสวนข้อเท็จจริงตรงไปตรงมา สรุปว่านายสรศักดิ์ ขณะนั้นเป็นเลขาธิการสภาฯ ทำการคุกคามทางเพศข้าราชการสาวผู้ใต้บังคับบัญชาจริง และทำรายงานสรุปเสนอนายชวน เพื่อตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงนายสรศักดิ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันนายสรศักดิ์ได้รับการแต่งตั้งจากสภาผู้แทนราษฎรให้เป็นคณะกรรมการบริหารโครงการเสริมสร้างบ้านเมืองสุจริต ซึ่งเคยทำหนังสือคัดค้านถึงความไม่เหมาะสมไปแล้วเมื่อวันที่ 30 มี.ค. ที่ผ่านมา และในสัปดาห์หน้าจะไปยื่นหนังสือร้องเรียนต่อศูนย์ประสานการป้องกันและแก้ไขปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศหรือคุกคามทางเพศในการทำงาน (ศปคพ.)&amp;nbsp;กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อให้ช่วยคุ้มครองสิทธิของข้าราชการหญิงผู้เสียหายรายนี้ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ นายสรศักดิ์&amp;nbsp;ยังถูกร้องเรียนเรื่องเบิกค่ารถยนต์ประจำตำแหน่งแล้วใช้รถยนต์ราชการตลอด 4 ปี และเป็นผู้อนุมัติให้บริษัทผู้รับเหมาสร้างสภาฯแห่งใหม่ขยายเวลาก่อสร้างจากเดิม 900 วันขยายออกไปถึง 4 ครั้ง รวม 1,864 วัน ซึ่งเป็นการขัดมติคณะรัฐมนตรี ทั้ง 2 เรื่องค้างอยู่ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106909</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัชระ เพชรทอง, สรศักดิ์ เพียรเวช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210619/image_big_60cde07f33aab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103582</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/05/2021 16:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/05/2021 16:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ค้าน &#039;ชวน&#039; ตั้งคนกันเองสอบวินัยร้ายแรงอดีตเลขาฯสภาคุกคามทางเพศ ส่อขัดมติครม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 พ.ค.64 - ที่รัฐสภา นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และนายสมบูรณ์ ทองบุราณ อดีตสว. ยื่นหนังสือผ่านเจ้าหน้าที่สารบรรณถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร คัดค้านองค์ประกอบของคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงนายสรศักดิ์ เพียรเวช อดีตเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถูกกล่าวหาว่ากระทำการคุกคามทางเพศต่อข้าราชการรัฐสภา ซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา เนื่องจากองค์ประกอบของคณะกรรมการสอบสวนดังกล่าว ขัดกับมติคณะรัฐมนตรีของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2563 เพราะไม่ได้แต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้แทนหน่วยงานอื่นที่มีประสบการณ์ในการทำงานเฉพาะด้านที่เกี่ยวกับการคุ้มครองผู้ถูกล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศโดยตรงเข้าไปร่วมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผู้เสียหายที่ตกเป็นเหยื่อของการคุกคามทางเพศหรือล่วงละเมิดทางเพศ ย่อมได้รับความกระทบกระเทือนทั้งร่างกายและจิตใจ มีความอับอายที่จะเสนอข้อมูลเชิงลึก&amp;nbsp;จึงต้องอาศัยผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้มีประสบการณ์ ในการคุ้มครองสิทธิของผู้ถูกล่วงละเมิดทางเพศหรือคุกคามทางเพศโดยตรงมาเป็นกรรมการสอบสวนร่วมอยู่ด้วย ซึ่งสามารถสรรหาได้จากองค์กรภาคเอกชน หรือภาคราชการที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย แต่กลับไม่มีผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้มีประสบการณ์จากภายนอกที่มีคุณสมบัติดังกล่าวข้างต้น เป็นกรรมการอยู่ในคณะกรรมการสอบสวนดังกล่าวแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และผลจากการที่ไม่มีผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้มีประสบการณ์ที่มีคุณสมบัติเฉพาะด้านดังกล่าว ทำให้การดำเนินการของคณะกรรมการสอบสวน เหมือนเป็นการซ้ำเติมผู้เสียหายยิ่งขึ้นไปอีกจากการตั้งคำถามสอบสวน เช่น คำถามเกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์และประสบการณ์ทางเพศ อันเป็นการลดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์&amp;nbsp;ทำให้เห็นได้ชัดว่ากรรมการสอบสวน ขาดความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ต่อคดี และคณะกรรมการสอบสวนยังไม่มีการให้ความคุ้มครองต่อผู้เสียหายซึ่งเป็นเหยื่อของการคุกคามทางเพศแต่อย่างใด&amp;quot; นายวัชระ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวัชระ กล่าวอีกว่า คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเป็นคำสั่งสภาผู้แทนราษฎรที่ 12/2564 แต่งตั้งกรรมการสอบสวินัยร้ายแรงนายสรศักดิ์ เพียรเวช ลงนามโดยนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร แต่ขัดมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 21 เมษายน 2563 ที่ระบุให้มีบุคคลภายนอกจากหน่วยงานอื่นร่วมเป็นกรรมการสอบสวนด้วย แต่ปรากฏว่ากรรมการที่นายชวนตั้งล้วนแต่เป็นลูกน้องเก่าของนายสรศักดิ์ทั้งสิ้น ใครเป็นคนกรองงานเสนอท่านประธานให้ลงนามออกคำสั่งที่ขัดมติครม.เช่นนี้ควรจะพิจารณาตนเองได้แล้ว เพราะนายชวนเป็นจอมหลักการ ไม่ทำอะไรที่ขัดต่อหลักนิติรัฐนิติธรรมเป็นอันขาด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103582</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุกคามทางเพศ, ชวน หลีกภัย, วัชระ เพชรทอง, สรศักดิ์ เพียรเวช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210520/image_big_60a623ac766dd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78248</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2020 16:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2020 16:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไพบูลย์&#039; โวยเลขาสภาฯเขี่ยญัตติยื่นศาล รธน.ทิ้ง ขู่ฟ้องอาญา ม.157 ละเว้นปฏิบัติหน้าที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ย.63 - ที่รัฐสภา&amp;nbsp;นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ แถลงถึงนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยไม่ได้บรรจุญัตติ ขอให้รัฐสภาส่ง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ญัตติของฝ่ายค้านให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ว่า รู้สึกไม่สบายใจ เพราะมีกระบวนการพยายามไม่ให้มีการพิจารณาเรื่องนี้ในรัฐสภา เมื่อเลขาสภาฯมีการอ้างข้อกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ ทำให้ตนเองกลับไปตรวจสอบพบปัญหาเรื่องความชอบกฎหมาย เพราะกฎหมายวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญกำหนดให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยดำเนินการและปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่ของรัฐสภาได้ ประกอบกับปัญหาที่เกิดขึ้นสำเร็จแล้วภายหลังได้มีการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าสภา จึงอยู่ในอำนาจที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การที่เลขาสภาฯมากล่าวว่าไม่สามารถบรรจุญัตติของผมได้ เพราะมีปัญหาทางกฎหมายอาจเป็นการทำให้ผมเสียหายและเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จึงเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา157&amp;nbsp;หากญัตติของผมไม่ได้รับการบรรจุเข้าสภา ผมจะดำเนินการฟ้องคดีกับทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ โดยผมจะฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางเพื่อรักษาความชอบด้วยกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ ในการประชุมรัฐสภาวันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;พ.ย. ส่วนตัวจะนำเรื่องความไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจำนวน&amp;nbsp;4ฉบับต่อไป&amp;rdquo; นายไพบูลย์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78248</URL_LINK>
                <HASHTAG>สรศักดิ์ เพียรเวช, ไพบูลย์ นิติตะวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200703/image_big_5eff28961b907.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78189</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2020 21:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แก้รธน.ไอลอว์บรรจุไม่ทัน ฝ่ายค้านดันเข้าร่วมกมธ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช้าไปต๋อย! &amp;quot;ชวน&amp;quot; บ่นเสียดายญัตติแก้ รธน.ฉบับไอลอว์ไม่ทัน 23-24 ก.ย.นี้ เหตุต้องตรวจสอบรายละเอียดมาก ยันม็อบบุกสภาเป็นเรื่องปกติเหมือนกลุ่มอื่น ประธานวิปฝ่ายค้านยืนยันอีกเสียงไม่ทันแน่ แต่โปรยยาหอมจะให้ภาคประชาชนเข้าร่วมเป็น กมธ.วิสามัญ &amp;quot;ครูหยุย&amp;quot; ยืนยันนายกฯ สั่ง ส.ว.ไม่ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 21 กันยายน นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มไอลอว์จะยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2564 ฉบับประชาชนในวันที่ 24 ก.ย.จะสามารถนำมาบรรจุวาระเพื่อพิจารณาร่วมกับอีก 6 ญัตติทันหรือไม่ว่า หากทันก็ดีเพราะอยากให้พิจารณาไปพร้อมกัน แต่ญัตติที่ยื่นจะต้องมีการตรวจสอบรายละเอียด เพราะหากเกิดความผิดพลาดสภาต้องรับผิดชอบ ทั้งนี้ตนได้นั่งดูรายละเอียดฉบับที่นายจอน อึ๊งภากรณ์ยื่นมาก่อนหน้านี้ อ่านแล้วก็อยากให้นำเข้าพิจารณาได้ทัน แต่เจ้าหน้าที่รายงานมาว่าไม่สามารถทำได้ทันตามกำหนดเวลาได้ เนื่องจากนายจอนเพิ่งเสนอเข้ามาจึงต้องใช้เวลาในการตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากนำเข้าสู่วาระการพิจารณาของสภาไม่ทัน จะสามารถนำเข้าพิจารณาในชั้นคณะกรรมาธิการได้หรือไม่ นายชวนกล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องทำตามกฎหมาย เพียงแต่ประชาชน 5 หมื่นรายชื่อมีสิทธิ์เสนอได้ แต่เมื่อเข้าสมัยประชุมนี้ไม่ทัน และเมื่อตรวจสอบเสร็จแล้วก็สามารถบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เสียดายที่ส่งมาช้าไปหน่อย เพราะอยากให้พิจารณาไปพร้อมๆ กันเพื่อให้ทุกฝ่ายได้มีโอกาสอภิปรายร่วมกัน ซึ่งผมก็พยายามที่จะช่วยเต็มที่เพื่อให้ญัตติของนายจอนได้บรรจุ แต่เจ้าหน้าที่เขาแจ้งมาแล้วว่าทำไม่ทัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ขอให้ประธานสภายื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความว่า 4 ญัตติของฝ่ายค้านไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ จะมีปัญหากับการอภิปรายในวันที่ 23-24 ก.ย.นี้หรือไม่นั้น นายชวนตอบว่าไม่มีญัตติไหนมีปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงกรณีที่กลุ่มผู้ชุมนุมจะมาปักหลักหน้ารัฐสภาในวันที่ 24 ก.ย. ประธานสภาตอบว่า เขาก็มาปกติไม่ได้มีปัญหาอะไร เพราะสภามีคนมาอยู่ทุกวัน ยิ่งในวันประชุมก็มีมาหลายกลุ่ม สภาก็ต้องดูแลอำนวยความสะดวกอย่าให้มีปัญหา ทั้งการรักษาความปลอดภัยและการระมัดระวังไม่ให้เสี่ยงติดเชื้อโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าจะมีผลกระทบต่อการตัดสินใจในการลงมติรับหลักการแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันที่ 24 ก.ย.นี้หรือไม่ นายชวนกล่าวว่า ตนไม่คิดว่าเขามาคุกคามอะไร ตนว่าเขามาตามปกติ มาแสดงความเห็น และความประสงค์ เป็นเรื่องปกติเหมือนแต่ละกลุ่มที่มาแต่ละครั้ง คงไม่มีผลอะไร ส่วนในเรื่องแนวทางการลงมติในญัตติทั้ง 6 ฉบับก็ต้องมีการประชุมร่วมวิป 3 ฝ่ายในวันที่ 22 ก.ย.นี้
เตรียมรับมือม็อบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ยืนยันว่าญัตติของนายไพบูลย์ได้ถูกตีตกแล้ว ไม่สามารถบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมรัฐสภาได้ เนื่องจากไม่เข้าเงื่อนไขตามมาตรา 156 &amp;nbsp;ของรัฐธรรมนูญ เพราะไม่ได้เป็นเรื่องที่จะเสนอให้รัฐสภาพิจารณาได้ ตามที่ฝ่ายกฎหมายของรัฐสภาได้มีความเห็นเสนอไปยังประธานรัฐสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตามมาตรา 156 ของรัฐธรรมนูญ กำหนดเงื่อนไขการประชุมรัฐสภามีทั้งหมด &amp;nbsp;16 วงเล็บ พบว่าไม่มีข้อใดที่ระบุให้รัฐสภาพิจารณาญัตติ เพื่อส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในเรื่องใดที่เข้าข่ายขัดต่อรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการเตรียมความพร้อมกรณีจะมีกลุ่มภาคประชาชนมาชุมนุมบริเวณหน้าอาคารรัฐสภาในวันที่ 24 ก.ย. นายสรศักดิ์กล่าวว่า สภาไม่ได้กีดกันการแสดงความคิดเห็นของประชาชน โดยจะมีการจัดสถานที่ให้เหมือนกับเป็นลานประชาชนที่สามารถรองรับได้มากกว่าหมื่นคน แต่ขณะนี้ลานดังกล่าวยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ขณะนี้จะพูดว่ายินดีต้อนรับก็ยังไม่ค่อยสะดวก เนื่องจากถนนสามเสนคับแคบเป็นเพียงถนนสี่ช่องทางการจราจรเท่านั้น ทั้งนี้หากมี 300-400 คนก็สามารถรองรับได้ แต่ถ้ามากันเป็นหมื่นก็รองรับไม่ไหว ทั้งหมดนี้ได้เรียนให้นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภารับทราบแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าม็อบรออีกสักปีนึงทุกอย่างก็จะดีขึ้น แต่เมื่อมีข่าวว่าม็อบจะมาในวันที่ 24 ก.ย. จึงได้มีการหารือกับรองเลขาธิการสภาและฝ่ายรักษาความปลอดภัย รวมทั้งมีการประสานงานไปยังหน่วยงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสถานีตำรวจนครบาลบางโพและหน่วยทหารที่ดูแลเรื่องความมั่นคง โดยจะมีการประชุมร่วมกันอีกครั้งในวันนี้ซึ่งเป็นศูนย์อำนวยการร่วม โดยจะประเมินสถานการณ์ว่าจะมีกลุ่มผู้ชุมนุมเท่าไหร่ &amp;nbsp;และสภาจะทำอย่างไร ผมจะสั่งยกระดับการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด และจะเริ่มแผนนี้ในวันที่ 23 &amp;nbsp;ก.ย.ซึ่งเป็นวันประชุมร่วมกันของรัฐสภา โดยจะให้มีเวรยามมากขึ้นและดูแลบริเวณโดยรอบรัฐสภาตลอด 24 ชั่วโมง หากมีอะไรเกิดขึ้นจะสามารถประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทันที&amp;quot; นายสรศักดิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายไพบูลย์กล่าวว่า เท่าที่ทราบเหตุผลที่ยังไม่บรรจุญัตติในวาระ เป็นเพราะทีมงานหน้าห้องประธานรัฐสภาซึ่งเป็นฝ่ายการเมืองดึงเรื่องเอาไว้ ทั้งที่ญัตติของฝ่ายค้านยื่นในวันเดียวกับที่ตนเสนอคือวันที่ 16 ก.ย. แต่ของฝ่ายค้านกลับได้รับการบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมรัฐสภา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมรู้สึกติดใจ และไม่สามารถอ้างได้ว่าเหตุผลที่บรรจุล่าช้าเป็นเพราะอยู่ระหว่างการตรวจสอบ เพราะกรณีของพรรคฝ่ายค้านที่ยื่นญัตติในวันเดียวกับผม มีผู้เข้าชื่อมากกว่า 100 คน แต่กลับได้รับการบรรจุ แต่ของผมมีผู้เข้าชื่อเพียง 45 คนเท่านั้น และเรื่องนี้ผมดำเนินการตามข้อบังคับตามกฎหมาย จะมาหยุดญัตติของผมได้ก็ต้องด้วยกฎหมายเท่านั้น ถ้ามาหยุดโดยวิธีอื่นก็จะมีปัญหา ดังนั้นในวันที่ 23 &amp;nbsp;ก.ย.ผมจะขอถามเหตุผลการไม่บรรจุญัตติดังกล่าวจากประธานรัฐสภา โดยจะใช้ข้อบังคับการประชุม ข้อ &amp;nbsp;32 (1) และ (2) คือเรื่องที่ต้องปรึกษาหารือ และต้องเปลี่ยนวาระด้วย เพราะเห็นว่าวาระ 4 ญัตติของฝ่ายค้านมีปัญหาที่ต้องตรวจสอบว่าต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่&amp;quot; นายไพบูลย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวว่า ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเร่งดำเนินการเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.ประชามติอยู่ เพื่อให้ทันเปิดสมัยประชุมสภาวันที่ 1 พฤศจิกายน ต่อให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มี ส.ส.ร.ผ่านสภาแล้วก็ต้องรอกฎหมายประชามติ เมื่อสองส่วนเสร็จสิ้นก็จะไปออกเสียงประชามติ ซึ่งตอนนี้พอคำนวณวันได้แต่ตนไม่ขอพูด เป็นปฏิทินที่รัฐบาลคิดไว้ก็จะเดินไปเช่นนั้น
นำร่าง ปชช.รวมกับ กมธ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การพิจารณาจะนำญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มีหลายร่างมารวมกันหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่าไม่จำเป็น ขอให้เป็นเรื่องของสภาเพราะขณะนี้มีอยู่ 6 ร่าง และยังมีอีกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ประชาชนเตรียมยื่น ซึ่งตรงนั้นต้องไปตรวจสอบความถูกต้อง อย่างไรก็ตามแม้การพิจารณาทั้ง 6 ร่างจะพิจารณารวมกันได้ แต่การลงมติต้องแบบเปิดเผย เรียกชื่อทีละคนจำนวน 750 คน ซึ่งต้องใช้เวลาร่างละ 2 ชั่วโมง 6 ร่างก็ 12 ชั่วโมง ถือว่ายาวนานมาก ดังนั้นเมื่อมีเวลาพิจารณาเพียง 2 วันก่อนปิดสมัยประชุมก็จะเบียดบังเวลาอภิปราย จึงต้องควบคุมเวลาให้ดีและจะไม่สามารถเลยเวลา 24.00 น.ของวันที่ 24 กันยายนไปได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงแนวทางการหารือในที่ประชุม 3 ฝ่ายระหว่าง ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล, ฝ่ายค้าน และวุฒิสภา ว่าเชื่อว่าทุกคนที่คิดได้เป็นผู้ใหญ่กันแล้วว่า ถึงเวลาหรือไม่ที่จะต้องเอาประเทศออกจากความขัดแย้ง เดินหน้าสู่ความเป็นประชาธิปไตย หรือจะจมอยู่อย่างนี้ และถึงเวลาที่ทุกฝ่ายจะต้องเสียสละแล้วหรือไม่ ก็ต้องร่วมกันคิดว่าหากเสียสละแล้ว แต่อาจจะไม่ถึงกับต้องเสียเกียรติ หากมีความพร้อม มีเป้าหมายคิดที่จะทำให้ทุกคนไปกันได้ ก็น่าจะมีการพูดคุยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการชุมนุมวันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา จะมีผลต่อการตัดสินใจของวุฒิสภาในการลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น นายสุทินกล่าวว่าการชุมนุมที่เกิดขึ้น แม้การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะดูไม่ได้เป็นประเด็นหลักที่มีการปราศรัย แต่หากแยกแยะออกก็คงเห็นว่ารัฐธรรมนูญเป็นเรื่องหลัก และอยากให้ตระหนักว่า หากไม่รับข้อเสนอหรือไม่ทำอะไรเลย อาจจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้นบ้าง และการชุมนุมหน้ารัฐสภาวันที่ 24 กันยายนนี้ ยิ่งเป็นโอกาสดีของสมาชิกรัฐสภาที่ประชาชนมาแสดงความต้องการแบบทางตรงให้เห็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามต่อถึงร่างฉบับประชาชนที่กลุ่มไอลอว์จะมายื่น นายสุทินกล่าวว่าคงไม่สามารถเข้าสู่ระเบียบวาระได้ทันวันที่ 23-24 ก.ย.นี้ แต่เบื้องต้นก็มีความคิดกันว่าจะเอาภาคประชาชนมาร่วมเป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญ และยังมีโอกาสอีกครั้งในกระบวนการสภาร่างรัฐธรรมนูญที่เปิดกว้างอยู่แล้ว หรือหากมีเหตุพลาดพลั้งก็ยังมีโอกาสยื่นญัตติซ้ำได้ หรืออาจนำเอาประเด็นความคิดต่างๆ ที่อยู่ในร่างของภาคประชาชนกลุ่มไอลอว์ เข้าไปเติมในชั้นคณะกรรมาธิการได้หากสอดคล้องในหลักการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กล่าวถึงประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ม.272 เพื่อลดอำนาจของ ส.ว.ว่า คิดว่า ส.ว.ทั้ง 250 คนมีความหลากหลายทางความคิด แต่ถ้าความเห็นส่วนตัว คิดว่าการจะแก้รัฐธรรมนูญทุกข้อ แก้รายมาตรา ตนไม่ติดใจอะไรทั้งสิ้น แต่ห้ามยุ่งกับหมวด 1 และ 2 &amp;nbsp;คือเรื่องแบ่งแยกดินแดงและละเมิดสถาบัน ซึ่งเชื่อว่าทั้ง ส.ว., ส.ส.และประชาชนคงรับเรื่องนี้ไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การปราศรัยของแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมเชื่อมั่นว่านายกฯ สามารถสั่ง ส.ว.ทั้ง 250 คนได้ &amp;nbsp;นายวัลลภยืนยันว่าสั่งไม่ได้ ส.ว.ทุกคนมีเอกเทศ เชื่อว่าทุกคนมีจุดยืนของตัวเอง ขณะนี้ที่ยังสับสนเพราะมี 6 ร่าง จะโหวตกันอย่างไร ที่ยังเป็นปัญหาอยู่ ต้องไปดูรายละเอียด ถ้ามีแค่ 2 ร่างแรกอาจจะโหวตง่ายหน่อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันสั่งไม่ได้หรอกครับ และท่านก็ไม่เคยสั่งเลยที่ผ่านมา แม้ตอนโหวตเลือกนายกฯ ก็ไม่มีใครสั่งให้โหวตใครเป็นนายกฯ&amp;quot; นายวัลลภกล่าว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78189</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวน หลีกภัย, วัลลภ ตังคณานุรักษ์, วิษณุ เครืองาม, สรศักดิ์ เพียรเวช, สุทิน คลังแสง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไพบูลย์ นิติตะวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200921/image_big_5f68ab85711cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78140</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2020 16:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2020 16:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภาฯ จ่อยกระดับรักษาปลอดภัยขั้นสูงสุด รับม็อบ 24 ก.ย. ประสาน ฮ.-ตำรวจน้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ย.63 - ที่รัฐสภา นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมภายหลังจะมีกลุ่มภาคประชาชนมาชุมนุมบริเวณหน้าอาคารรัฐสภาในวันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ก.ย.ว่า สภาไม่ได้กีดกันการแสดงความคิดเห็นของประชาชน โดยจะมีการจัดสถานที่ให้เหมือนกับเป็นลานประชาชนที่สามารถรองรับได้มากกว่าหมื่นคนและจะมีการอำนวยความสะดวกทั้งเรื่องห้องน้ำและร้านอาหาร แต่ขณะนี้ลานดังกล่าวยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ดังนั้น ในขณะนี้จะพูดว่ายินดีต้อนรับก็ยังไม่ค่อยสะดวก เนื่องจากถนนสามเสนคับแคบเป็นเพียงถนนสี่ช่องทางการจราจรเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสรศักดิ์ กล่าวว่า ถ้าม็อบรออีกสักปีนึงทุกอย่างก็จะดีขึ้น แต่เมื่อมีข่าวว่าม็อบจะมาในวันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ก.ย. จึงได้มีการหารือกับรองเลขาธิการสภาและฝ่ายรักษาความปลอดภัยรวมทั้งมีการประสานงานไปยังหน่วยงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสถานีตำรวจนครบาลบางโพและหน่วยทหารที่ดูแลเรื่องความมั่นคง โดยจะมีการประชุมร่วมกันอีกครั้งในวันนี้ ซึ่งเป็นศูนย์อำนวยการร่วม โดยจะประเมินสถานการณ์ว่าจะมีกลุ่มผู้ชุมนุมเท่าไหร่ และทางสภาจะทำอย่างไร แต่เมื่อเราทราบว่าจะมีม็อบเกิดขึ้น ตนเองจะสั่งยกระดับการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด และจะเริ่มแผนนี้ในวันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;ก.ย. ซึ่งเป็นวันประชุมร่วมกันของรัฐสภา โดยจะให้มีเวรยามมากขึ้นและดูแลบริเวณโดยรอบรัฐสภาตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง หากมีอะไรเกิดขึ้นจะสามารถประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสรศักดิ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะใช้พื้นที่ไหนรับรองกลุ่มผู้ชุมนุม หากมี300-400&amp;nbsp;คนก็สามารถรองรับได้ แต่ถ้ามากันเป็นหมื่นก็รองรับไม่ไหว เพราะตอนนี้สภาไม่พร้อมรับรองคนเป็นหมื่น ทั้งหมดนี้ได้เรียนให้กับนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาได้รับทราบแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า สภาได้เตรียมทางหนีออกจากรัฐสภาหรือไม่ หากเกิดสถานการณ์วุ่นวายและปิดล้อมทางเข้าออก นายสรศักดิ์ กล่าวว่า เราได้เตรียมไว้ทุกทาง&amp;nbsp;1.ถ้ามีความจำเป็นต้องใช้เฮลิคอปเตอร์ ก็สามารถดำเนินการ โดยสามารถจอดได้บริเวณชั้นบนสุดของอาคารรัฐสภา&amp;nbsp;2.ตำรวจน้ำที่จะดูแลความปลอดภัยบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยาตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง และ&amp;nbsp;3.เจ้าหน้าที่ตำรวจที่รักษาความปลอดภัยโดยรอบ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78140</URL_LINK>
                <HASHTAG>ม็อบบุกสภา, ม็อบปลดแอก, สรศักดิ์ เพียรเวช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180924/image_big_5ba8b6afabd5d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76179</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯจี้กทม.แก้ น้ำท่วมกรุงซ้ำซาก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝนกระหน่ำกรุงตั้งแต่ดึกถึงเช้ามืด กทม.จมน้ำ การจราจรบนถนนสายหลักกลายเป็นอัตพาตไปทำงานสายกันเป็นแถว วัดปริมาณน้ำฝนสูงสุด 153 มิลลิเมตรที่ตลิ่งชัน รัฐสภาใหม่มูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านทำขายหน้า น้ำท่วมห้องควบคุมกล้องวงจรปิดสูงถึงเอว เหตุท่อระบายแตก นายกฯ ข้องใจ กทม.ทำอะไรอยู่ อย่าบอกแค่ว่าเป็นน้ำรอระบาย ให้เร่งแก้ไข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ภายหลังฝนตกกระหน่ำทั่วกรุงเทพฯ อย่างหนักในช่วงกลางดึกย่างเข้าวันอังคารที่ผ่านมา ทำให้ท่อระบายน้ำภายในห้องเซิร์ฟเวอร์ระบบกล้องวงจรปิด ตึกวุฒิสภา ชั้น 1 ด้านฝั่งตรงข้ามกับไปรษณีย์สาขารัฐสภา เกิดรูรั่วขนาดใหญ่เท่าฝ่ามือ น้ำฝนจึงไหลบ่าเข้าท่วมภายในห้องจนน้ำท่วมสูงระดับเอว และไหลซึมออกตามซอกประตู เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจทุบลูกบิดประตู เนื่องจากเกรงว่าระดับน้ำจะท่วมถึงแผงวงจรควบคุมระบบกล้องวงจรปิด ทำให้น้ำในห้องไหลทะลักออกมาท่วมเจิ่งนองบริเวณโถงชั้น 1 จนถึงช่วงเช้าที่ข้าราชการมาทำงาน บรรยากาศเต็มไปด้วยความวุ่นวาย มีการขนโพเดียมและโซฟาที่ตั้งอยู่บริเวณโถงอาคารหนีน้ำ พร้อมทั้งสั่งปิดลิฟต์ที่ทางเข้าออกหลักของอาคาร จำนวน 8 ตัว เนื่องจากเกรงว่าน้ำจะส่งผลต่อการทำงานของลิฟต์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้อุดรูรั่วบริเวณท่อระบายน้ำไว้ชั่วคราว ก่อนที่จะเชื่อมท่อใหม่อีกครั้ง ด้านพนักงานทำความสะอาดก็เร่งทำความสะอาดน้ำที่เจิ่งนองไปทั่วห้องโถง กระทั่งเวลา 09.00 น. สถานการณ์จึงเข้าสู่ภาวะปกติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ชี้แจงเหตุน้ำท่วมในรัฐสภาที่เพิ่งสร้างใหม่มูลค่าหมื่นล้านว่า ฝนตกหนักตั้งแต่เวลา 2.00 น. ถึง 03.00 น. และพบน้ำท่วมในเวลา 04.00 น. บริเวณอาคารรัฐสภาด้านติดบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ และเมื่อดูจากคลิปวิดีโอก็มีน้ำท่วมไหลลงมาจำนวนมาก จึงสั่งให้รีบหาสาเหตุทันที โดยนายช่างรายงานว่า ท่อระบายน้ำฝนขนาดใหญ่ซึ่งต่อจากชั้น 7 ลงมาชั้น 1 สันนิษฐานว่าน้ำฝนพัดเศษอิฐปูนจากชั้น 7 ลงมากระแทกข้องอชั้น 1 ที่ต่อเพื่อระบายน้ำสู่ชั้นใต้ดิน ทำให้ข้องอแตก จึงเกิดน้ำรั่วขนาดใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสรศักดิ์กล่าวว่า กระแสวิพากษ์วิจารณ์คุณภาพของอาคารที่ใช้งบประมาณก่อสร้างถึงกว่า 2 หมื่นบาทนั้น ทางสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้ปล่อยปละละเลย ซึ่งโดยปกติอาคารใหม่ทุกที่จะต้องมีการทดสอบอาคารก่อนประมาณ 2 เดือน และทุกที่ก็พบความไม่สมบูรณ์ ต้องแก้ไข แต่ในส่วรนรัฐสภามีความจำเป็นต้องเข้าใช้อาคารโดยไม่มีการทดสอบดีเท่าที่ควร อย่างไรก็ตาม ความเสียหายที่เกิดขึ้นยังอยู่ในเงื่อนไขที่บริษัทผู้ก่อสร้างจะต้องรับผิดชอบภายใน 2 ปี นับแต่วันส่งมอบพื้นที่ เบื้องต้นได้สั่งการให้ตรวจสอบเฉพาะจุดที่มีปัญหา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ได้เกิดฝนตกหนักในช่วงเวลาดังกล่าวเป็นบริเวณกว้างทั่วกรุงเทพฯ รวมทั้งปริมณฑล ส่งผลให้หลายพื้นที่มีน้ำท่วมขัง เช่น ที่ย่านลาดพร้าว หมู่บ้านเสนานิเวศน์โครงการ 1 ซอย 118 และซอยนาคนิวาส 48 แยก 14 เจ้าหน้าที่ กทม. ระดมเดินเครื่องสูบน้ำเต็มกำลังทุกจุดในพื้นที่เร่งระบายน้ำออกอย่างเต็มที่จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ และการจราจรติดขัดในถนนหลายสาย ทั้งย่านสาทร ลาดพร้าว เอกมัย-รามอินทรา สำโรง สุขุมวิท ส่วนฝั่งธนบุรี ถนนที่มีน้ำท่วมการจราจรติดขัดอย่างหนัก ได้แก่ ถนนเพชรเกษม ถนนบรมราชชนนี ถนนบริเวณหน้าเดอะมอลล์บางแค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 10.00 น. สำนักการระบายน้ำตรวจวัดปริมาณน้ำฝนสูงสุด 153 มม. ที่เขตตลิ่งชัน ส่วนที่ปริมาณน้ำฝนทะลุ 100 มม. ยังมีอีกหลายพื้นที่ อาทิ เขตทวีวัฒนา บางแค หนองแขม ทั้งนี้ สำนักการระบายน้ำรายงานน้ำท่วมบนถนนสายหลัก จำนวน 21 จุด และหลังจากนั้นได้เร่งสูบน้ำออกจนเข้าสู่ภาวะปกติเกือบทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ มีอุดมศักดิ์ รองผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ เปิดเผยว่า ฝนตกหนักช่วง 01.00-03.00 น. โดยเฉพาะในฝั่งธนบุรีที่บางจุดมีฝนตกซ้ำ ส่วนทางฝั่งตะวันออกจะตกหนักบริเวณเขตสวนหลวง จุดหนักๆ ที่รับรายงานน้ำท่วมมีบริเวณหน้าเดอะมอลล์บางแค หมู่บ้านเศรษฐกิจ แยกบางนา ตามตรอก ซอก ซอย แต่ละสำนักงานเขตก็จะช่วยใช้เครื่องสูบน้ำช่วยประชาชนด้วย ทั้งนี้เนื่องจากฝนตกหนักติดต่อกัน 2 วัน ทำให้ระดับน้ำในคลองเริ่มสูง ส่งผลต่อประสิทธิภาพการระบายน้ำลดลงไปบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว &amp;quot;ผู้ว่าฯ อัศวิน&amp;quot; ระบุว่า ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักปกคลุมพื้นที่ฝั่งธนบุรีและฝั่งพระนครตั้งแต่ช่วงตี 2 เป็นต้นมา ทำให้ที่ลุ่มต่ำหลายแห่งมีน้ำท่วมขัง และการจราจรติดขัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กทม.กำลังเร่งแก้ไขปัญหาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนอยู่นะครับ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ปรารภระหว่างประชุมคณะรัฐมนตรีประจำสัปดาห์ว่า ปัญหาน้ำท่วม กรุงเทพมหานคร ทำอะไรอยู่ อย่าบอกแค่ว่าเป็นน้ำรอระบาย ต้องเร่งหาแก้ไข เช่นเดียวกับปัญหาการจราจรติดขัด ก็ขอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปช่วยกันคิดหาทางแก้ด้วย ยกตัวอย่างเช่น ความเป็นไปได้ในเรื่องขยายเมืองรอบนอก หรือการขยายถนน ควรต้องทำอย่างไร จะช่วยแก้ไขได้หรือไม่ อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า ร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยในภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนัก อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก กรุงเทพมหานครมีฝนฟ้าคะนองและฝนหนักบางแห่งในรอบ 24 ชั่วโมงนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรในทุกพื้นที่ออกปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัด ทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยเน้นให้มีการประสานการทำงานร่วมกันในการอำนวยความสะดวกการจราจรในช่วงเวลาเร่งด่วน ตลอดจนจัดชุดเคลื่อนที่เร็วดูแลช่องทางจราจร เคลื่อนย้ายสิ่งกีดขวาง อาทิ กิ่งไม้หัก ต้นไม้ หรือเสาไฟฟ้า โค่นล้ม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมุทรปราการ เกิดฝนตกหนักทำให้ภายในหมู่บ้านเคหะเมืองใหม่บางพลี ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง กลายเป็นทะเล น้ำท่วมขังถนนสายหลักในหมู่บ้านทุกสายสูงกว่า 1 เมตร รถเล็กไม่สามารถสัญจรไปมาได้ โดยมีรถเก๋งและรถจักรยานยนต์จอดเสียอยู่ข้างทางจำนวนมาก ขณะที่การจราจรทุกเส้นทางในจังหวัดสมุทรปราการกลายเป็นอัมพาต รถติดยาวเป็นกิโลเมตร ขณะที่หลายหน่วยงานได้นำเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ติดตั้งตามพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขัง เพื่อสูบระบายน้ำออกจากจุดดังกล่าว นอกจากนี้ภายในวัดชัยมงคลและวัดกิ่งแก้วก็มีประมาณน้ำท่วมขังอยู่เต็มพื้นที่วัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อ่างทอง หลายพื้นที่มีน้ำท่วมขังรอการระบายหลายจุด โดยที่โรงพยาบาลอ่างทองได้รับผลกระทบน้ำท่วมขังสูงประมาณ 20 เซนติเมตร หลังฝนตกหนักและเครื่องสูบน้ำเกิดขัดข้อง ประชาชนที่มาใช้บริการต้องเดินลุยน้ำเข้าออก เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้เร่งแก้ไขเครื่องสูบน้ำ เพื่อสูบน้ำที่ท่วมขังระบายลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76179</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สมศักดิ์ มีอุดมศักดิ์, สรศักดิ์ เพียรเวช, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200901/image_big_5f4e3b2aa5009.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73597</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2020 15:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2020 15:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประกาศสภาผู้แทนราษฎร &#039;เลขาฯสภา-รองเลขาฯ-ที่ปรึกษา&#039; พ้นจากราชการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรศักดิ์ เพียรเวช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ส.ค.63 - เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสภาผู้แทนราษฎรเรื่อง ให้ข้าราชการพ้นจากราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องด้วยในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ มีข้าราชการรัฐสภาสามัญตําแหน่งประเภทบริหารระดับสูงและตําแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ อายุครบ ๖๐ ปีบริบูรณ์ ซึ่งเป็นอันพ้นจากราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ เพราะเกษียณอายุตามมาตรา ๘๐ (๒) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๕๔ ประกอบกับมาตรา ๑๙ แห่งพระราชบัญญัติบําเหน็จบํานาญข้าราชการพ.ศ. ๒๔๙๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม และมาตรา ๕๒ แห่งพระราชบัญญัติกองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการ พ.ศ.๒๕๓๙ จึงให้ข้าราชการพ้นจากราชการ จํานวน ๓ คน ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑. นายสรศักดิ์ เพียรเวช ตําแหน่งเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร(นักบริหาร ระดับสูง)ตําแหน่งเลขที่๑&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒. นางนงนุช เศรษฐบุตร ตําแหน่งรองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร(นักบริหาร ระดับสูง)ตําแหน่งเลขที่๒&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๓. นายจีรพงศ์ วัฒนะรัตน์ ตําแหน่งที่ปรึกษาด้านกฎหมาย(นิติกร ระดับทรงคุณวุฒิ)ตําแหน่งเลขที่ ๒๐๘๖&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศ ณ วันที่ ๑๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๓
ชวน หลีกภัย
ประธานสภาผู้แทนราษฎร
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73597</URL_LINK>
                <HASHTAG>สรศักดิ์ เพียรเวช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180518/image_big_5afe9dcc00ce6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
