<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>32325</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไทยโพสต์ &amp;quot;อิสรภาพแห่งความคิด&amp;quot; ภายหลังทราบผลการเลือกตั้ง นายทักษิณ ชินวัตร นักโทษหนีคุก ก็เปิดหน้าอัดรัฐบาล คสช.ทันทีว่าโกงเลือกตั้ง ก็เพราะคะแนน 2 ขั้วการเมืองยังสูสี ฝ่ายตัวเองอาจจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้นั่นเอง และกล่าวถึงงสนแต่งงานลูกสาวคนเล็ก แพทองธาร ชินวัตร กับ นายปิฎก สุขสวัสดิ์ ที่โรงแรมโรสวูด ในฮ่องกง ที่มีทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาฯ ร่วมงาน ว่า &amp;quot;ผมเป็นเพื่อนกับท่านมาสามสิบปี ตั้งแต่สมัยท่านยังอยู่กับปีเตอร์ เจนเซน และก็คบกัน ท่านให้เกียรติกับผมเหมือนเป็นเพื่อนคนหนึ่ง เป็นลักษณะใกล้ชิดกันเหมือนเพื่อน ผมรู้อุปนิสัยท่านดีว่าขยัน ชอบทำงาน และอยากเห็นบ้านเมืองดี และไม่เคยดึงฟ้าต่ำ มีแต่ยกฟ้าสูง...0 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความเคลื่อนไหวของทักษิณครั้งนี้ยิ่งตอกย้ำเขาไม่เคยหยุด และทุกจังหวะก้าวล้วนมีนัย ตั้งแต่ 8 ก.พ. ที่พรรคไทยรักษาชาติไปยื่นรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคต่อ กกต. ก็มี นายพิชิต ชื่นบาน ทนายถุงขนม 2 ล้าน ที่พยายามติดสินบนศาล จนถูกจำคุก 6 เดือน ประกบ นายปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค ส่งสัญญาณท้าทายฝ่ายตุลาการว่าจะได้กลับบ้านแบบเท่ๆ แน่ แล้วยังมีหน้ากล้าปฏิเสธว่าไม่เคยเข้าไปเกี่ยวข้องกับกระบวนการเสนอชื่อ ทั้งที่ทุกคนรับรู้หมดแล้วว่าใครบงการ โดยเฉพาะ พรรคตระกูลเพื่อแม้ว ซึ่งส่วนใหญ่เพิ่งมารับรู้ก่อนวันที่ 8 ก.พ.ไม่กี่วัน เว้นแต่ ปรีชาพล ซึ่งได้ยอมรับสารภาพหมดเปลือกว่าใครบงการ เมื่อไหร่ อย่างไร การจัดงานแต่งวันที่ 22 มี.ค. ก่อนวันเลือกตั้งเพียง 2 วัน ก็หวังผลทางการเมืองอีกเช่นกัน แต่กลับเกิด เอฟเฟ็กต์ ในทางลบ เหมือนเหตุการณ์วันที่ 8 ก.พ. และคงติดลบไปเรื่อยจนไม่เหลืออะไร...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ก็สวนกลับทันทีว่า อยากให้ไปอ่านหนังสือที่ ดร.ไสว บุญมา อดีตนักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ประจำ ธนาคารโลก เขียนไว้ ชื่อ &amp;ldquo;สู่จุดจบ! The coming collapse of Thailand&amp;rdquo; ทุกประเทศใน โลกนี้จุดจบคือ หากเดินหน้าพัฒนาประเทศจากประวัติศาสตร์ชาติที่ทำมาตั้งแต่โบราณกาลในทุกภูมิภาคของโลก หากไม่ได้ศึกษาเนื้อของประวัติศาสตร์ความเป็นมา ชาติพันธุ์ต่างๆ ที่มีความแตกต่าง มันจะมุ่งไปสู่จุดจบเสียเป็นส่วนใหญ่ จำเป็นจะต้องนำหลักการเหล่านี้มาใช้ด้วยว่าทำอย่างไรเราจะลดความเสี่ยง ลดปัญหาการแทรกแซงจากภายนอก สำหรับหนังสือดังกล่าวพิมพ์เมื่อปี 2549 แต่ถูกปิดกั้นไม่ให้วางแผง เนื่องจากบางส่วนของหนังสือวิจารณ์ ระบอบทักษิณ โดยเฉพาะนโยบายประชานิยมและความฉ้อฉล แต่สามารถดาวน์โหลดไฟล์ โดยเสิร์ชจากกูเกิลได้...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาล ลุงตู่ ขอปิดปากตัวเองไว้ก่อน สำหรับ 2 พรรคใหญ่ พลังประชารัฐ (พปชร.) และ เพื่อไทย (พท.) กำลังเปิดศึกชิงกันเดือด พท.นัดแถลงประกาศจับมือตั้งรัฐบาล 27 มี.ค.นี้ เพื่อประกาศว่าฝ่ายประชาธิปไตยมีเสียงเกิน 251 แม้จะอ้างมีสิทธิ์ชอบธรรมที่ พท.ได้ ส.ส.อันดับหนึ่ง 137 เสียง แต่เมื่อโหวตเลือกนายกฯ ต้อง &amp;quot;มีคะแนนเสียงของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสองสภา&amp;quot; ตาม รธน. มาตรา 272 คือ 376 เสียง แล้วจะเอาเสียงมาจากไหน จะบีบให้ 250 ส.ว.ยกมือให้ก็ผิดหลักการอีก เพราะด่าไว้เยอะว่ามีที่มาไม่ชอบธรรม ขณะที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ก็ปิดปากเก็บตัวเงียบ เพราะเป็นตัวแปรสำคัญต้องเล่นตัวหน่อย แต่ฟันธงว่าจะเลือกฝั่ง พปชร. เพราะได้เปรียบกว่าที่มี 250 ส.ว. พร้อมโหวตเลือกนายกฯ ให้ และกว่าจะถึงเดดไลน์ 9 พ.ค. เหตุการณ์อาจจะพลิกผันอีกหลายตลบ...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำนักงาน กกต.กำลังกลายเป็นตำบลกระสุนตก กรณีจัดการเลือกตั้งที่มีปัญหาร้องเรียนมากมาย ตั้งแต่ช่วงหาเสียงจนหลังปิดหีบ โดยเฉพาะเรื่องบัตรเกิน ผลคะแนนมากกว่าจำนวนผู้ใช้สิทธิ์ในหลายเขต จนน่าตกใจ โดยชี้แจงว่าเนื่องจากระบบแรพพิทรีพอร์ตที่รายงานผลคะแนนการเลือกตั้งล่มถึง 3 ครั้ง พบมีการแฮ็กระบบ ส่วนเรื่องบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรจากนิวซีแลนด์ 1,542 ใบ ที่ส่งมาล่าช้า กกต.มีมติวินิจฉัยให้เป็นบัตรที่เอามานับคะแนนไม่ได้ แต่ยืนยัน &amp;quot;ไม่ได้เป็นบัตรเสีย&amp;quot; พร้อมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงภายใน 7 วัน ทั้ง 2 ประเด็นนี้ ต้องมีคำชี้แจงที่ฟังขึ้น มิเช่นนั้นจะกระทบต่อความเชื่อถือของ กกต.และต่อการเลือกตั้งทั้งหมด และอาจจะมีติดคุกซ้ำรอย อดีต กกต. 3 หนา อีก...0&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32325</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทักษิณ ชินวัตร, บันทึกหน้า4, ปิฎก สุขสวัสดิ์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สรอรรถ กลิ่นประทุม, อนุทิน ชาญวีรกูล, แซมซาย, แพทองธาร ชินวัตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2df4ed2a690-2.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32281</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2019 15:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2019 15:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สรอรรถ&#039;แฉเพื่อไทยเคยลงสัตยาบัน แกนนำตั้งรัฐบาลไม่จำเป็นต้องได้ส.ส.อันดับ1</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มี.ค.62 -นายสรอรรถ กลิ่นประทุม ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาพรรคภูมิใจไทย(ภท.) กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่ามีการจับมือตั้งรัฐบาลในมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดภายในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ ว่า ตนไม่ทราบ และทางพรรคมีมติชัดเจนว่าให้หัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคเป็นผู้ประสานการจัดตั้งรัฐบาลทั้งหมด ส่วนแนวโน้มจุดยืนของพรรคภท.ว่าจะร่วมตั้งรัฐบาลกับพรรคใดนั้น ยังไม่มีความคืบหน้า อยู่ระหว่างการหารือกัน &amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้ เรามีการพูดคุยระหว่างกรรมการบริหารพรรคอยู่เป็นระยะ แต่ยังไม่ได้กำหนดท่าทีชัดเจน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)ชูคะแนนนิยมมาเป็นอันดับ 1 ในการจัดตั้งรัฐบาล ขณะที่พรรคเพื่อไทย(พท.)ชูจำนวนส.ส.เขต นายสรอรรถกล่าวว่า ตัวเลขยังไม่นิ่ง ทุกฝ่ายก็สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ประเด็นสำคัญคือใครสามารถรวบรวมเสียงข้างมากได้ ซึ่งที่ผ่านมา ก่อนการเลือกตั้ง ตนเข้าใจว่าเคยมีการหยิบยกเรื่องนี้มาพูดในพิธีลงสัตยาบันระหว่างพรรคการเมือง ที่นายโคทม อารียา ที่ปรึกษาสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล จัดขึ้น ซึ่งตนได้ถามย้ำในที่ประชุมแล้วว่า ไม่จำเป็นต้องเป็นพรรคที่ได้จำนวนส.ส.มากเป็นอันดับ 1 ถึงจะเป็นแกนนำตั้งรัฐบาลได้ใช่หรือไม่ ซึ่งทุกพรรคก็เห็นพ้องว่าใช่ รวมถึงพรรคเพื่อไทย แต่ในวันนั้นไม่มีพรรคพปชร.เข้าร่วม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีที่มีเงื่อนไขเสนอให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภท. เป็นนายกรัฐมนตรี นายสรอรรถกล่าวว่า ขออนุญาตไม่ออกความเห็น เพราะพรรคเคารพในมติของพรรคที่ให้หัวหน้าพรรคและเลขาฯพรรคเป็นผู้ตัดสินใจ ซึ่งที่ผ่านมา ช่วงหาเสียงพรรคก็ประกาศว่านายอนุทินมีความพร้อมเป็นนายกฯ แต่ความเป็นจริงก็ต้องดูสถานการณ์ความเหมาะสม ความมั่นคงและเสถียรภาพในการบริหารจัดการ ซึ่งการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ คะแนนค่อนข้างใกล้เคียงกันมาก แต่ที่ผ่านมาก็เคยมีรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำมาแล้ว ประเด็นสำคัญคือ คนที่เป็นส.ส.ซีกรัฐบาลต้องมีวินัยในการทำหน้าที่ &amp;nbsp;โดยเฉพาะเวลามีการประชุมสภา ก็จะต้องอยู่ประชุมให้ครบองค์ประชุม ซึ่งก็เชื่อว่าจะบริหารจัดการได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า มีความรู้สึกกดดันหรือไม่ นายสรอรรถกล่าวว่า เป็นเรื่องธรรมดาของการเมือง ถ้าเรื่องแค่นี้รู้สึกกดดัน ก็คงไม่เล่นการเมือง ขอให้ใจเย็นๆ การตัดสินใจทุกอย่างขึ้นอยู่กับหลักการและเหตุผล โดยเฉพาะรัฐบาลต้องมีความมั่นคง และประเทศชาติเดินหน้าต่อไปได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซักว่าหากพิจารณาจากกระแสสังคม พบว่าสนับสนุนให้พรรคภท.ไปทางไหนมากกว่า นายสรอรรถกล่าวว่า เราไม่ยึดติดกับกระแส แต่ยึดหลักการและเหตุผล ส่วนจุดยืนของพรรคจะมีความชัดเจนเมื่อไรนั้น เราต้องพยายามให้เร็วที่สุด แม้ว่าจะมีเวลาอีกมาก แต่การจัดตั้งรัฐบาลอย่างเป็นรูปธรรมจริงๆ ต้องรอผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการก่อน.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32281</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดตั้งรัฐบาล, พรรคภูมิใจไทย, พรรคอันดับ1, พรรคเสียงข้างมาก, พิธีลงสัตยาบัน, สรอรรถ กลิ่นประทุม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190326/image_big_5c99dea8ef83b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30762</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2019 20:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2019 20:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี อำเภอกบินทร์บุรี&amp;nbsp; ร่วมกับนายสรอรรถ กลิ่นประทุม ประธานที่ปรึกษาพรรคภูมิใจไทย นายสุนทร วิลาวัลย์ รองหัวหน้าพรรค, นางกนกวัลย์ วิลาวัลย์ ผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ และผู้สมัครเขต 3 นายสฤษดิ์ บุตรเนียร(ผู้สมัครในพื้นที่) ปราศรัยแนะนำนโยบาย ที่โรงเรียนจันทร์กระจ่างศึกษา ท่ามกลางการต้อนรับจากประชาชนจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30762</URL_LINK>
                <HASHTAG>ภูมิใจไทย, สรอรรถ กลิ่นประทุม, อนุทิน ชาญวีรกูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190307/image_big_5c8117d656edc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24559</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่งซิก4รมต.ไขก๊อก รู้อยู่แล้วต้องทำตัวอย่างไร จตุพรฟันธง&#039;บิ๊กตู่&#039;ก็จะออก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;กกต.เคาะใช้บัตรเลือกแบบไฮบริด มีชื่อ-หมายเลข-โลโก้ ครบทั้ง 350 เขต &amp;ldquo;อิทธิพร&amp;rdquo; เตรียมเร่งพีอาร์หวังมีผู้ใช้สิทธิ 80% บัตรเสีย 2% &amp;ldquo;จรุงวิทย์&amp;rdquo; เผย 19 ธ.ค. เตรียมสรุปเรื่องค่าใช้จ่าย-ป้าย-โซเชียลฯ &amp;ldquo;สรอรรถ&amp;rdquo; ชี้หย่อนบัตรเป็นวาระสำคัญอย่าทำแค่ประชด &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ย้ำเตือนตัวเองให้หงุดหงิดน้อยลง หวังพาชาติผ่านการเลือกตั้งและพระราชพิธีสำคัญ &amp;ldquo;จตุพร&amp;rdquo; ลั่นให้จำไว้ อีกไม่กี่วันลุงตู่ไขก๊อกแน่ พร้อมเปิดให้ต่างชาติส่องเพราะ 5 ปี คสช.ไม่เคยดื้อกับกระแสสังคม อึ้ง! เพื่อไทยส่งชิงเก้าอี้ผู้แทนฯ แค่ 200 เขต
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคารที่ 18 ธ.ค. ในงานเสวนาเรื่องการเลือกตั้งคุณภาพกับอนาคตประเทศไทยภายหลังการเลือกตั้ง ซึ่งจัดโดยสมาคมแห่งสถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง โดยนายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวตอนหนึ่งว่า กกต.ต้องเร่งโหมโรงประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งให้มากขึ้น โดยก่อนปีใหม่จะประชาสัมพันธ์ให้ชัดเจนในทุกๆ ประเด็น รวมถึงการนำคะแนนเสียงของประชาชนมาคำนวณเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอิทธิพรกล่าวถึงประเด็นบัตรเลือกตั้งว่า จะเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นบัตรประวัติศาสตร์ หรือบัตรไฮบริด &amp;nbsp; เพราะที่ผ่านมาเรามีบัตร 2 อย่างคือ บัตรดั้งเดิมเลือก ส.ส.แบ่งเขต ซึ่งมีตัวเลขกับช่องกากบาท จนกระทั่งปี 2544 มี ส.ส.ระบบปาร์ตี้ลิสต์เพิ่มขึ้น บัตรเลือกตั้งจึงถูกศัลยกรรมให้มีหน้าตา แต่งหน้าให้ด้วย โดยมีชื่อและโลโก้ ดังนั้นในการประชุมจึงลงมติรูปแบบบัตรเลือกตั้ง รวมเอาบัตรเลือกตั้งทั้ง 2 แบบมาไว้ในบัตรใบเดียว พิมพ์บัตรแตกต่างกัน 350 เขตไม่ซ้ำกัน โดยมีทั้งชื่อ หมายเลขและโลโก้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนให้มากที่สุดเท่าที่มากได้ ซึ่งโรงพิมพ์ยืนยันว่าสามารจัดพิมพ์บัตรได้ตามกรอบเวลา&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การเลือกตั้งครั้งนี้ กกต.ตั้งเป้ามีผู้ออกมาใช้สิทธิลงคะแนน 80% และมีบัตรเสียไม่เกิน 2% และจะนำเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ หรือโดรน ตรวจสอบการทุจริตการเลือกตั้ง รวมทั้งมีการคุ้มครองพยาน เงินรางวัลตัวเลข 6 หลัก สำหรับผู้แจ้งเบาะแสที่มีประโยชน์ต่อการดำเนินคดีของ กกต. ซึ่งเงินรางวัลมากกว่าสินจ้างที่รับเพื่อให้ไปลงคะแนน&amp;rdquo; นายอิทธิพรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอิทธิพรกล่าวอีกว่า ไทยมีการปฏิวัติมาแล้ว 13 ครั้ง และทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง จะมีเสียงครหาว่ามีการซื้อเสียง ผู้แทนฯ ที่ได้มามีการถอนทุนคืนในรูปแบบต่างๆ จนเป็นที่มาของการยึดอำนาจล้มรัฐบาล ล้มรัฐธรรมนูญ เป็นวังวนทางการเมืองไทย 86 ปี จนคนเรียกกันว่าเป็นประชาธิปไตยแบบไทยๆ ล่าสุดการยึดอำนาจของ คสช.มีประเด็นความขัดแย้งเพิ่มเข้ามานำไปสู่การตั้งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ทั้งในส่วนของพรรคการเมือง หน้าที่พลเมือง และบทบาทการจัดการเลือกตั้งของ กกต.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อำนาจในการสร้างอนาคตของประเทศอยู่ในมือประชาชน ออกมาใช้สิทธิให้มากเป็นประวัติการณ์ จะส่งผลดีต่อการเมืองการปกครอง โดยการเลือกตั้งจะดีได้ กกต.ต้องรับฟังความเห็น ผมจึงติดกระจกรอบบ้านมองตัวเองเพื่อทำให้ดีที่สุด เราไม่ได้เป็นซามูไรทั้ง 7 เป็นแค่ กกต.ทั้ง 7 แต่ถ้างานเยอะ ก็จะเป็น กกต.เซเว่น อีเลฟเว่น ทำงาน 24 ชม. สำหรับนักการเมืองขอให้รู้แพ้รู้ชนะ หากไม่ได้รับเลือกตั้งครั้งนี้ ก็ขอให้เอาความดีและความอุตสาหะเข้าสู้&amp;rdquo; นายอิทธิพรกล่าว &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสรอรรถ กลิ่นประทุม นายกสมาคมแห่งสถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง กล่าวว่า ผลสำรวจของนิด้าโพล ทำให้ทราบว่าเป้าหมายใหม่ของการเลือกตั้งครั้งนี้คือ กลุ่มคนรุ่นใหม่ 5-6 ล้านคน แต่กลุ่มคนรุ่นใหม่ยังมีความเข้าใจเรื่องการเลือกตั้งน้อยมาก โดยการเลือกตั้งไม่ใช่แค่ไปใช้สิทธิแล้วจบ แต่มีความหมายต่อการบริหารประเทศ เราไม่มีการเลือกตั้งมานาน 7 ปี วันนี้อำนาจการปกครองกลับมาอยู่ในมือของประชาชน มีผู้สมัครมากกว่าหมื่นคน แต่มีตำแหน่งแค่ 500 ตำแหน่ง พรรคการเมืองต้องเลือกคนดีมาเป็นตัวแทนพรรค ขณะที่ประชาชนจะเป็นคนตัดสินว่าใครจะทำหน้าที่แทนเขา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การเลือกตั้ง ส.ส.เป็นเรื่องสำคัญ อย่ามองเป็นเรื่องกระแส เลือกเพราะแค่ต้องการเปลี่ยน หากต้องการเปลี่ยนก็ขอให้คิดถึงเหตุผลว่าจะทำให้ดีขึ้นอย่างไร อย่าทำเพียงประชดตัวเอง ประชดสังคม จนทำให้ประเทศชาติเสื่อมโทรมลงไป ในการเลือกตั้งจึงต้องมีสติและมีความรอบคอบ&amp;rdquo; นายสรอรรถกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. แถลงว่า ที่ประชุม กกต.มีมติเลือกบัตรเลือกตั้งที่มีหมายเลขผู้สมัคร &amp;nbsp;ชื่อและโลโก้พรรค โดยขนาดบัตรจะเท่ากันทุกเขตคือขนาด A4 เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเป็นหลัก และได้สอบถามผู้ที่เกี่ยวข้องแล้วว่าสามารถดำเนินการได้ทั้งเรื่องการพิมพ์ การขนส่ง โดยเฉพาะการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร&amp;nbsp;
19 ธ.ค.ลุ้นป้าย-โซเชียลฯ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เรื่องป้ายหาเสียงจะประชุมหารือกับพรรคการเมืองในวันที่ 19 ธ.ค. ทั้งในเรื่องค่าใช้จ่ายในการหาเสียง การติดป้ายหาเสียง และการหาเสียงทางสื่อโซเชียลมีเดีย ซึ่งเรื่องป้ายยังไม่ได้กำหนดว่าจะให้ติดรูปใครได้บ้าง แต่ในส่วนของข้อความให้มีได้เท่าที่จำเป็น&amp;rdquo; พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าว
สำหรับความเห็นของพรรคการเมืองต่างๆ หลังรับทราบมติ กกต.ในเรื่องบัตรเลือกตั้งนั้น นายธนา ชีรวินิจ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ดีที่ กกต.ยอมรับฟังความคิดเห็นของพรรคการเมืองต่างๆ การที่ กกต.ยอมถอยถือเป็นนิมิตหมายที่ดี
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีต ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวเช่นกันว่า การที่ กกต.ไม่สวนกระแส ยอมให้มีชื่อผู้สมัครและโลโก้พรรคในบัตรเลือกตั้งเป็นเรื่องที่ดี ถือว่า กกต.ยอมฟังความคิดเห็นของภาคส่วนต่างๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.เยาวภา บุรพลชัย โฆษกพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) กล่าวว่า เมื่อ กกต.ให้ความชัดเจนกับประชาชนในเรื่องบัตรเลือกตั้ง พรรคอยากอีกเรื่องการประชาสัมพันธ์ว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนเข้าถึง สร้างเข้าใจการเลือกตั้ง ด้วยกติกาใหม่ในการใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว และเชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งเยอะๆ &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวว่า ถือเป็นบัตรเลือกตั้งแบบทูอินวัน ซึ่ง กกต.แก้ปัญหาได้ดี ต้องขอบคุณ กกต.ที่กล้าตัดสินใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ (พ.พ.ช.) กล่าวว่า ในวันที่ 19 ธ.ค. พรรคจะส่งตัวแทนเข้าร่วมประชุมด้วย ส่วนกรณีบัตรเลือกตั้งก็รู้สึกสบายใจขึ้นที่มีการปฏิบัติตามแบบสากลเขาทำกัน รวมถึงสบายใจที่ กกต.ไม่ถูกครอบงำ แต่ยังมีอีกประเด็นหนึ่งที่ต้องการเรียกร้องคือให้มีเขตเดียว เบอร์เดียวทั่วทั้งประเทศ ขอให้ กกต.คิดถึงประเด็นนี้ ถ้า กกต.มีอิสระตัดสินใจจริงก็น่าจะดำเนินการเพื่อประโยชน์สูงสุดในการเลือกตั้งครั้งนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรยุศด์ บุญทัน รองโฆษก พ.พ.ช. ย้ำว่า พรรคจะเสนอในการประชุมร่วมกับ กกต.ให้พรรคการเมืองแต่ละพรรคใช้เบอร์เลือกตั้งเบอร์เดียวกันทุกเขตทั่วประเทศ เพื่อความสะดวกของประชาชนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง และ กกต.เองก็จะสะดวกในการรวบรวมคะแนนนับผลการเลือกตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนประเด็นการให้ต่างชาติเข้ามาสังเกตการณ์เรื่องตั้งนั้น นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) กล่าวว่า พูดเรื่องนี้มาหลายครั้งแล้วว่าเรื่องดังกล่าวไม่ใช่หน้าที่ของ กต. แต่เป็นเรื่องของ กกต. ส่วน กต.ให้ความเห็นในฐานะที่มีประสบการณ์กับต่างประเทศ ซึ่งมองว่าหากประเทศใดขอติดต่อเข้ามาสังเกตการณ์ แสดงให้เห็นว่าประเทศนั้นมีปัญหา ซึ่งการเลือกตั้งครั้งแรกนี้ต้องการให้เป็นไปอย่างราบรื่น เป็นมงคลฤกษ์ที่เราดูแลกันเองได้ เพราะมีประสบการณ์มาพอสมควร เชื่อว่าดูแลบ้านเมืองของเราเองได้ โดยที่ประชาชนมีส่วนร่วม
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ไม่ต้องมีต่างชาติเข้ามาเกี่ยวข้อง เราควรใช้โอกาสที่รัฐธรรมนูญให้ไว้ด้วยการให้คนไทยเข้ามาร่วมในการสังเกตการณ์ แต่ถ้าไม่พอใจหรือไม่เชื่อใจคนไทย ก็ให้สถานทูตต่างประเทศในไทยเข้ามาร่วม เท่านี้ก็น่าจะตอบโจทย์แล้ว ไม่ต้องไปเอาต่างชาติเข้ามาอีก ถือเป็นศักดิ์ศรีของประเทศ จะไปเอาคนอื่นเข้ามาตลอดเวลาไม่ได้ เพราะต่างชาติจะเก่งกว่าเราทุกเรื่องไปได้อย่างไร เราต้องเรียนรู้จากต่างชาติก็จริง แต่ไม่ใช่ทุกเรื่อง&amp;rdquo; นายดอนกล่าว
ตู่เชื่อมีถอยให้ ตปท.แน่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีพรรคการเมืองระบุว่า หากรัฐบาลมั่นใจว่าการเลือกตั้งโปร่งใส สุจริต จะกังวลอะไร นายดอนกล่าวว่า ไม่ได้กังวล แต่การให้คนไทยดูแลจะยิ่งดีกว่าการให้คนไม่กี่คนเข้ามา และถ้าเป็นคนจำนวนมากเข้ามาดูยิ่งไม่ควร ประเทศไทยไม่ควรจะยืมมือคนอื่น เพราะเรามีทุกอย่างเพียงพอ ตรงกันข้ามวันนี้คนอื่นเข้ามาเรียนรู้ประเทศไทยด้วยซ้ำ โดยเฉพาะประเทศที่กำลังพัฒนา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ กองเชียร์ พ.พ.ช. ระบุเรื่องนี้ว่า ท้ายที่สุดเมื่อทุกอย่างมันเดินไปข้างหน้า ก็จะถอยกันแบบบัตรเลือกตั้ง เชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ ต่างชาติจะได้เข้ามาสังเกตการณ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีต ส.ส.กทม.พท.กล่าวว่า ไม่ควรสวนกระแสปิดหูปิดตาชาวโลก ทางที่ดีควรเชิญให้เขาเข้ามาสังเกตการณ์ จะทำให้ได้รับการยอมรับ และผู้ที่อยู่ในอำนาจก็จะได้รับการชื่นชมว่าจริงใจให้โอกาสประชาชนในการตัดสินอนาคตของตัวเอง หวังว่าที่สุดแล้วผู้มีอำนาจจะไม่ทำอะไรส่วนกระแสชาวบ้านเขา&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์หลังการประชุม คสช.และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าเป็นการติดตามสถานการณ์ทั่วไปเรื่องความสงบเรียบร้อย เท่าที่ได้รับรายงานยังไม่มีประเด็นอะไร ส่วนกรณีที่พยายามเตือนตัวเองให้ระมัดระวังในเรื่องการพูดในช่วงนี้นั้น เพราะหลายคนบอกว่าขี้หงุดหงิด ขี้โมโห ก็ต้องปรับปรุงตัวเอง และทุกคนก็ต้องเตือนตัวเองในการออกสื่อ หรือการให้สัมภาษณ์หรืออะไรอยู่แล้ว การเมือง นักการเมืองทุกคนต้องช่วยกัน อย่าให้เกิดความขัดแย้งหรือสร้างบรรยากาศเดิมๆ เกิดขึ้นมาอีก บ้านเมืองก็ไม่สงบ วุ่นวายต่อไปเรื่อยๆ ถ้าทุกคนทำด้วยเจตนาบริสุทธิ์ มันก็เป็นสิ่งที่ดีกับประเทศชาติไม่ใช่หรือ ไม่ต้องการให้นำคำพูดของตนเองไปบิดเบือน พูดอะไรก็เป็นประเด็นไปเสียทั้งหมด ซึ่งอาจทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อรัฐบาลและต่อนายกฯ ซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องพรรคการเมืองใดๆ ในขณะนี้ทั้งสิ้น ไม่อยากให้มีผลในเรื่องการบริหารราชการแผ่นดิน รัฐบาลนี้จำเป็นต้องรักษากฎระเบียบเหล่านี้อยู่
เมื่อถามถึงกรณีโจมตี 4 รัฐมนตรีไม่ลาออก จะกระทบการทำงานของนายกฯ และรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เป็นเรื่องของกฎหมาย ไม่ไปแก้ตัวให้กับใคร ทุกคนทราบดีอยู่แล้วว่าควรต้องทำตัวอย่างไร นักการเมืองก็เช่นเดียวกัน ต้องดูตัวเองด้วย ผิดกฎหมายเรื่องอะไรบ้างหรือไม่ ไม่ใช่เป็นนักการเมืองแล้วพูดได้ทุกอย่างมันคงไม่ใช่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ท่านก็บอกว่าผมเป็นนักการเมือง ในฐานะที่เป็นนายกฯ ผมก็ยอมรับตรงนี้ แต่ผมก็ต้องระมัดระวังในการพูด ผมไม่อยากให้ประชาชนไปหลงเชื่อการหาเสียงต่างๆ ที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริง ต้องมีหลักการคิดที่ถูกต้อง ประชาธิปไตยควรจะเป็นอย่างไร ประชาธิปไตยไม่จำเป็นต้องขัดแย้งกันเสมอไป&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว และว่า ขอความร่วมมือจากสื่อมวลชน ช่วยกันทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย นายกฯ ก็จะระมัดระวังตัวให้มากที่สุด เพราะไม่ได้ลงไปเลือกตั้งอะไรกับเขา ฉะนั้นต้องรักษาระบบการบริหารราชการแผ่นดินในขณะที่เป็นรัฐบาลให้เรียบร้อยที่สุด บอกแล้วหลายอย่างต้องรักษาสถานการณ์ไว้ให้ได้ เพื่อเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้ง และพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในห้วงเวลาต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวว่า ช่วงนี้ยังไม่มีอะไรผิดปกติ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการแข่งขันหาเสียงของพรรคการเมือง ส่วนการตอบโต้กันไปกันมาของพรรคการเมืองนั้น ก็ต้องให้อยู่ในกรอบกฎหมาย เชื่อว่าไม่น่านำไปสู่จุดที่รุนแรง และทุกอย่างน่าจะดีขึ้นจากเดิม&amp;nbsp;
จตุพรเชื่อบิ๊กตู่ไขก๊อกแน่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจตุพรเชื่อว่า อีกไม่กี่วัน พล.อ.ประยุทธ์จะตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งนายกฯ และหัวหน้า คสช. เพราะตลอดเวลา 5 ปี คสช.ทำอยู่สามแบบเท่านั้น ถ้าเรื่องใดคนไม่เห็นด้วย คสช.ก็จะเลิก เรื่องอะไรที่ตึง คสช.ก็จะถอย เรื่องอะไรที่ไม่สบายหูประชาชน หัวหน้า คสช.ก็จะออกมาขอโทษทุกครั้งคราวไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันนี้เป็นที่ประจักษ์ชัดว่า เส้นบางๆ ระหว่างคำว่า ได้เปรียบกับเอาเปรียบในการเลือกตั้ง ผมเชื่อว่า คสช.รู้ว่าคนไม่พอใจ ท้ายที่สุด จำปากผมเอาไว้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ต้องลาออกจากตำแหน่งนายกฯ และหัวหน้า คสช.อย่างแน่นอน อีกไม่กี่วันถัดจากนี้ไป ถ้ามีการเลือกตั้งและ พล.อ.ประยุทธ์ประสงค์เป็นนายกฯ คนต่อไป&amp;rdquo;นายจตุพรกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองต่างๆ นั้น รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยแจ้งว่า การจัดตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งระบบเขตของพรรคจากเดิมที่วางตัวผู้สมัครทั่วประเทศประมาณ 220 เขต โดยจะเว้นในเขตที่ประเมินแล้วว่าถ้าส่งไปก็ไม่ชนะ และให้พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ส่งผู้สมัครในเขตนั้นๆ เพื่อเก็บคะแนนเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อแทน ขณะนี้ พท.มีการปรับตัวเลขลงมา โดยจะส่งผู้สมัครทั่วประเทศประมาณ 200 คนเท่านั้น
ขณะที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เตรียมจัดงานเลี้ยงระดมทุนประเทศไทยหนึ่งเดียว ในวันที่ 19 ธ.ค.2561 ที่อิมแพ็ค ฟอรั่ม ฮอลล์ 9 ในรูปแบบโต๊ะจีน 200 โต๊ะ มูลค่าโต๊ะละ 3 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 600 ล้านบาท โดยกิจกรรมจะเริ่มต้นในเวลา 18.00 น.&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษก พปชร. กล่าวถึงกรณี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แกนนำพรรคเพื่อไทย เปรียบตนเองเสมือนมวยไม่มีราคาว่า เป็นเด็กที่เคารพผู้ใหญ่ไม่ได้คิดเทียบชั้นอะไร แต่ไม่เข้าใจ ร.ต.อ.เฉลิมที่ชอบออกมาพูดจาใส่ร้ายข่มขู่คนอื่นก่อน เพราะเมื่อชี้แจงข้อเท็จจริงบ้างกลับรับไม่ได้ ใช้โทสาคติตอบโต้คนอื่นด้วยถ้อยคำที่ดูถูกดูแคลน ไม่เป็นผู้ใหญ่ ทั้งๆ ที่ตัวเองเป็นคนไปพาดพิงพรรคอื่นก่อน หวังว่าการออกมาพูดครั้งนี้จะทำให้ ร.ต.อ.เฉลิมเข้าใจ มิฉะนั้นคนที่จะเสนอปลด ร.ต.อ.เฉลิมอาจเป็นนายใหญ่ก็ได้ เพราะคนทั้งประเทศต้องการก้าวพ้นความขัดแย้ง
ด้าน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย (สร.) กล่าวว่า หากประชาชนต้องการให้เป็นนายกฯ ก็ขอให้เลือกผู้สมัครของพรรค และจะจัดการเผด็จการทหารให้ดูอย่างที่เคยพูดไว้ ซึ่งคนอย่างตนเอง พูดคำไหนคำนั้น ไม่มีเปลี่ยนแปลง เพราะตนเองแตกต่างจากแคนดิเดตนายกฯ คนอื่นๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้าได้ผมเป็นนายกฯ รับรองไม่เหมือนเดิม ดูได้จากสมัยเป็น ผบ.ตร.ผมไม่มีอะไรเลย ทำงานแค่ปีเดียว ตำรวจยังบอกว่าเป็นอธิบดีทำงานได้เกือบเท่าอธิบดีเผ่า &amp;nbsp;(พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ อดีตอธิบดีกรมตำรวจ) และในวงการตำรวจเรียกผมว่าเบอร์สองรองจากอธิบดีเผ่า ซึ่งวันนี้ผมไม่มีอำนาจอะไรเลย แต่ถูกมองว่าความสามารถเบอร์สองรองจากอธิบดีเผ่า ดังนั้นหากมีโอกาสบริหารประเทศ คนที่เอ่ยชื่อจะมาเป็นนายกฯ ไม่ต้องมาเทียบผม และหากผมได้ 10 ล้านเสียง จะเปลี่ยนประเทศให้ดู&amp;rdquo;พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าว. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24559</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรหมพันธุ์, นิกร จำนง, บัตรไฮบริด, พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ, รยุศด์ บุญทัน, สงคราม กิจเลิศไพโรจน์, สรอรรถ กลิ่นประทุม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เยาวภา บุรพลชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181218/image_big_5c18f91d5a221.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24023</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปล่าย้ายพรรค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ตรงกับวันรัฐธรรมนูญพอดี&amp;nbsp; บรรดาอดีต ส.ส.และผู้สมัคร ส.ส. จากพรรคการเมืองต่างๆ ก็เดินทางมาวางพานพุ่ม ที่พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7&amp;nbsp; ณ รัฐสภา ถนนอู่ทองใน เพื่อถวายสักการะและรำลึกถึงวันที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พรรคเล็กพรรคใหญ่มากันคึกคัก อาทิ ประชาธิปัตย์ เพื่อไทย ชาติพัฒนา รวมพลังประชาชาติไทย&amp;nbsp; เป็นต้น รวมทั้งพรรคชาติไทยพัฒนา นำโดย &amp;ldquo;นิกร จำนง&amp;rdquo; ผู้อำนวยการพรรค ที่เดินทางมาช่วงสายของวัน แต่กระนั้นเป็นที่น่าสังเกตว่า เมื่อภารกิจเสร็จสิ้นก็แล้ว ให้สัมภาษณ์ต่อผู้สื่อข่าวก็แล้ว เจ้าตัวยังไม่เดินทางกลับเหมือนเพื่อนๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากนั้น &amp;ldquo;สรอรรถ กลิ่นประทุม&amp;rdquo; ประธานที่ปรึกษาพรรคภูมิใจไทย ก็เดินทางมาถึงงาน ทว่า ระหว่างที่ &amp;ldquo;สรอรรถ&amp;rdquo; พร้อมทีมกำลังถวายสักการะ&amp;nbsp; สายตาเหยี่ยวข่าวเหลือบไปเห็น &amp;ldquo;เสี่ยนิกร&amp;rdquo; เดินตามหลังต๊อกๆ ขึ้นไปร่วมด้วย ทำให้จับกลุ่มคุยว่า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เปลี่ยนพรรคหรือเปล่า&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ครั้นเสร็จสิ้นพิธีการ &amp;ldquo;ผอ.ชาติไทยพัฒนา&amp;rdquo; เดินดิ่งตรงมาที่กระจอกข่าวราวกับว่ามีหูทิพย์ โดยบอก...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;นี่พวกเธอ บอกก่อนนะว่าไม่ได้ย้ายพรรค ที่ขึ้นไปกับเขาอีกรอบในนามสมาคมแห่งสถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง ท่านสรอรรถเป็นนายก ผมเป็นอุปนายกสมาคม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เฮ้อ นึกว่าจะย้ายซบอกบิ๊กบอส ภท. เป็นรายที่ 5 เสียอีก ฮี้ๆๆ&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;right&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:right&quot;&gt;มินนี่เมาธ์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24023</URL_LINK>
                <HASHTAG>คันปากอยากเล่า, นิกร จำนง, มินนี่เมาธ์, สรอรรถ กลิ่นประทุม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2a90cec635d.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23902</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/12/2018 16:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/12/2018 12:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไอเดีย &#039;ประยุทธ์&#039; บัตรเลือกตั้งไม่มีโลโก้-ชื่อพรรคการเมือง?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ธ.ค.61 - กรณีบัตรเลือกตั้งไม่มีโลโก้พรรคการเมืองและชื่อพรรคการเมือง กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง&amp;nbsp;ที่มาของแนวคิดนี้&amp;nbsp;ได้รับการเปิดเผยจากนายสรอรรถ กลิ่นประทุม ประธานที่ปรึกษาพรรคภูมิใจไทย หลังการประชุมแม่น้ำ 5 สาย ที่นำโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. กับพรรคการเมืองเมื่อวันที่ 7 ธ.ค.ที่ผ่านมาว่า &amp;quot;ในที่ประชุม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้าคสช. ได้เสนอให้บัตรเลือกตั้ง ใช้ชื่อของผู้สมัครกับเบอร์เท่านั้น โดยไม่มีโลโก้ของพรรคการเมืองและชื่อพรรคปรากฎอยู่&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23902</URL_LINK>
                <HASHTAG>บัตรเลือกตั้งไม่มีโลโก้, บิ๊กตู่, สรอรรถ กลิ่นประทุม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181210/image_big_5c0dfd688df37.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21494</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โหมโรงศึกเลือกตั้ง พท.แตกก่อนลงสนาม/พรรคกลาง-ใหม่สุดคึกคัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สะพัด &amp;quot;หญิงหน่อย&amp;quot; ข้ามหัวแกนนำพรรค ยุบวงยุทธศาสตร์ตัดสัมพันธ์ &amp;ldquo;อ๋อย-นพ-แดง&amp;rdquo; &amp;nbsp; ไม่เรียกเข้าวงหารือยุทธศาสตร์เลือกตั้ง หึ่ง! ส่ง ส.ส.ไม่ครบทุกเขตเปิดทาง &amp;quot;ไทยรักษาชาติ&amp;quot; แบ่งคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ ฮือฮาโลโก้ &amp;quot;ทษช.-พท.&amp;quot; เหมือนกันยังกับแกะ &amp;quot;จาตุรนต์&amp;quot; จ่อทิ้งเพื่อไทยหลังรับภายในพรรคแตกทางความคิด ขณะที่ &amp;quot;รปช.&amp;quot; ทุ่ม 14 ล้านทำไลน์ออฟฟิเชียลช่องทางสื่อสารประชาชน &amp;quot;พรรคหนูนา&amp;quot; เนื้อหอม 4 อดีต ส.ส.-ภักดีหาญส์เข้าซบ ด้าน &amp;quot;พลังประชารัฐ&amp;quot; &amp;nbsp;เฮลั่นหลัง กกต.ประกาศรับรองพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตลอดวันอังคารที่ผ่านมา มีความเคลื่อนไหวทางการเมืองของพรรคการเมืองอย่างคึกคัก เพื่อเตรียมความพร้อมลงสู่สนามเลือกตั้งซึ่งจะมีขึ้นในปีหน้านี้ ที่น่าสนใจคือความเคลื่อนไหวของพรรคขนาดใหญ่ อย่างพรรคเพื่อไทย โดยมีรายงานแจ้งว่า หลังจากที่มีข่าวการเปิดตัวพรรคไทยรักษาชาติ โดยมีชื่อผู้ใหญ่ซึ่งเป็นอดีตรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยจะออกไปร่วมงานด้วยนั้น เมื่อวันที่ 5 พ.ย. อดีต ส.ส.อีสานพรรคเพื่อไทยจำนวนหนึ่งได้นัดรับประทานอาหารกันที่ย่านเมืองทองธานี มีการหารือถึงการตั้งพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ว่าใครจะไปหรือไม่ไปร่วมงานกับพรรคดังกล่าว อดีต ส.ส.รุ่นใหญ่ต่างยืนยันว่ายังอยู่กับพรรคเพื่อไทย ผู้ใหญ่ที่มีชื่อเป็นข่าวไปร่วมกับพรรคไทยรักษาชาติก่อนหน้านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ความเคลื่อนไหวของฝ่ายบริหารของพรรคเพื่อไทยนั้น ขณะนี้เกิดความขัดแย้ง เนื่องจากไม่พอใจแนวทางการทำงานของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หลังจากมีการตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง ที่มีคุณหญิงสุดารัตน์เป็นประธาน มีการประชุมไปแล้วหนึ่งครั้ง คณะกรรมการยุทธศาสตร์ของพรรคชุดเดิมกลับไม่มีการประชุม ทำให้แกนนำที่ไม่ได้เข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมการยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง ได้รับทราบว่าคณะกรรมการยุทธศาสตร์เดิมที่ทำหน้าที่เหมือนโปลิตบูโรถูกยุบไปแล้ว กรรมการยุทธศาสตร์ ให้มาใช้กรรมการชุดนี้แทน แต่แกนนำบางคนไม่ได้เข้าร่วมประชุมด้วย เช่น นายนพดล ปัทมะ, นายจาตุรนต์ ฉายแสง, นายชูศักดิ์ ศิรินิล, นายพิชัย นริพทะพันธุ์ เป็นต้น ตรงนี้สะท้อนให้เห็นถึงการบริหารงานที่ออกมาในลักษณะข้ามหัวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวระบุว่า ขณะนี้มีความชัดเจนแล้วว่าจะมีแกนนำพรรคและอดีต ส.ส.เพื่อไทยจำนวนหนึ่งย้ายไปอยู่กับพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ที่จะมีการเปิดตัวเป็นทางการ และเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ โดยเฉพาะ ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช อดีต ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ที่ถูกวางตัวให้เป็นหัวหน้าพรรคไทยรักษาชาตินั้น ขณะนี้ได้ลาออกจากความเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยแล้ว และจะเดินไปเปิดตัวร่วมงานกับพรรคไทยรักษาชาติอย่างเป็นทางการพร้อมกับเพื่อน ส.ส.บางส่วนที่สนิทสนมกัน ในวันที่ 7 พ.ย.นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พรรคดังกล่าวจะให้กลุ่มคนรุ่นใหม่ของพรรคเพื่อไทยย้ายไปอยู่กับพรรค ทษช. ชูความเป็นคนรุ่นใหม่ จึงใช้คนรุ่นใหม่มาเป็นกรรมการบริหาร แต่ก็เกิดคำถามขึ้นมาว่า แล้วแกนนำพรรคเพื่อไทยเดิม ที่จะย้ายไปอยู่กับพรรค ทษช.จะเอาไปไว้จุดไหน ต้องมีตำแหน่งหรือไม่ หรือไปเพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าคือพรรคเครือข่ายและลงในนาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ
พรรคเพื่อไทยวุ่นหนัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ตอนนี้ได้เกิดความวุ่นวายสับสนในพรรคขึ้น เพราะมีความพยายามที่จะให้ว่าที่ผู้สมัครหรืออดีตผู้สมัครที่เคยสอบตก โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออก ภาคใต้ หรือในเขตที่พรรคมองว่าไม่ชนะในเขตนั้นๆ &amp;nbsp;ย้ายมาลงสมัครในนามพรรค ทษช. เพื่อเป็นการกวาดเอาคะแนน ส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อให้กับพรรค ทษช. ส่วนของพรรคเพื่อไทยเอง จะล็อกเป้าเลือกส่งเฉพาะเขตที่คาดว่าชนะแน่นอน เพราะหากพรรคเพื่อไทยได้ ส.ส.เขตจำนวนมาก ก็จะไม่ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งคาดว่าพรรคเพื่อไทยก็น่าจะส่ง ส.ส.ไม่ครบ 375 เขต น่าจะเหลือประมาณ 250 เขต หากใช้วิธีนี้จะทำให้ได้จำนวน ส.ส.มากขึ้นในแบบบัญชีรายชื่อจากพรรค ทษช.&amp;rdquo; แหล่งข่าวระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวระบุด้วยว่า นอกจากนี้ ในส่วนของพรรคเพื่อธรรม ที่มีการคาดหมายกันว่าจะเป็นพรรคสำรองอันดับหนึ่ง รองรับสมาชิกพรรคเพื่อไทยหากเกิดอุบัติเหตุการเมือง แต่จากสัญญาณล่าสุด พรรคเพื่อไทยมีสัญญาณที่ดี ที่สามารถดำเนินกิจกรรมการเมืองต่อไปได้ รวมทั้งยังมีการเปิดตัว วางยุทธศาสตร์อย่างเด่นชัดให้พรรคไทยรักษาชาติ ทำให้พรรคเพื่อธรรมจะค่อยๆ ลดบทบาทลง ปล่อยให้ทั้งพรรคเพื่อไทย พรรคไทยรักษาชาติ เป็นพรรคหลักในการขับเคลื่อนสำหรับการเลือกตั้งในปีหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจาตุรนต์ ฉายแสง สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวการตั้งพรรคการเมืองใหม่ และจะมีนักการเมืองจากพรรคเพื่อไทยย้ายไปร่วมนั้นว่าความขัดแย้งแตกต่างทางความคิดไม่ได้เป็นสาเหตุถึงขั้นที่จะทำให้ถึงขั้นจะอยู่ร่วมพรรคกันไม่ได้ และถ้ามีการหารือเคารพความเห็นที่แตกต่างกันตามสมควร ทำงานอย่างเป็นประชาธิปไตย ความขัดแย้งแตกต่างทางความคิดก็จะไม่เป็นปัญหาใหญ่โตอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจาตุรนต์กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคการเมืองที่ถูกกระทำมากที่สุดจากระบบและกติกาภายใต้ยุทธศาสตร์การรัฐประหารครั้งนี้ต้องไม่เสียของ และ &amp;ldquo;คสช.ต้องสืบทอดอำนาจยาวนาน ยุทธศาสตร์เหล่านี้มุ่งขัดขวางสกัดกั้นไม่ให้พรรคเพื่อไทยกลับมาเป็นรัฐบาล และทำให้พรรคเพื่อไทยต้องเผชิญกับปัญหาใหญ่ 2 ประการคือ ความเสี่ยงที่จะถูกยุบพรรค และ 2.ระบบเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญใหม่นี้ถูกออกแบบเพื่อทำให้พรรคการเมืองทั้งหมดอ่อนแอ พรรคเล็กๆเสียเปรียบ พรรคขนาดกลางๆ ได้ประโยชน์ แต่หาทางป้องกันไม่ให้พรรคขนาดใหญ่ได้เสียงมากอย่างที่เคยได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า เมื่อต้องเผชิญกับปัญหาดังกล่าว จึงเป็นเรื่องที่พอเข้าใจได้ ที่นักการเมืองพรรคเพื่อไทยจะหาทางป้องกันไม่ให้ถูกกระทำหรือพยายามลดความเสียหายที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยเฉพาะการแสวงหาช่องทางที่นักการเมืองแต่ละคนจะสามารถทำงานในระบบรัฐสภาได้ต่อไป ส่วนสาเหตุที่การดำเนินการต่างๆ ดูจะเป็นไปอย่างสับสน ก็น่าจะมาจากสภาพต่างคนต่างทำ การขาดการหารือวางแผนร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพ
&amp;quot;จาตุรนต์&amp;quot; ส่อทิ้งเพื่อไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สภาพการณ์เช่นนี้ทำให้นักการเมืองทุกคนในพรรคเพื่อไทยไม่อาจหลีกเลี่ยงการคิดรับมือกับสิ่งต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น และในที่สุดแต่ละคนก็ต้องตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง สำหรับผม ต้องยอมรับว่ามีความผูกพันกับพรรคเพื่อไทยอย่างมาก เมื่อถึงเวลาที่ทุกคนจะต้องตัดสินใจ ผมก็จะพิจารณาว่าทางเลือกใดจะเป็นช่องทางในการทำงานตามแนวคิดอุดมการณ์ได้มากที่สุด&amp;quot; นายจาตุรนต์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายฤภพ ชินวัตร บุตรชายนายพายัพ ชินวัตร อดีตประธาน ส.ส.ภาคอีสาน พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวที่ได้รับทาบทามให้ไปร่วมงานการเมืองกับพรรค ทษช. ว่ายอมรับว่าได้รับการติดต่อให้ไปร่วมงานมาจริง แต่ขณะนี้ยังไม่ทราบแนวทางเรื่องนโยบายทางพรรคว่าจะเป็นอะไรอย่างไร ตนมีความสนใจงานการเมือง เพราะเป็นอะไรที่คุ้นเคย คลุกคลีมาอยู่ก่อน &amp;nbsp;หากตัดสินใจจะไปทำงานการเมือง คุณพ่อก็ไม่ได้ว่าอะไร ปล่อยให้เป็นการตัดสินใจของเรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับแบบอักษร พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) นั้น มีความละม้ายคล้ายกับพรรคเพื่อไทยเป็นอย่างมาก ตัวย่อ ทษช. เป็นตัวอักษรหัวกลม ใช้สีน้ำเงินทุกตัว มีเพียง ท.ทหาร ที่มีสีแดง สลับน้ำเงินคาดเท่านั้น ส่วนตัว ษ.ฤาษี กับ ช.ช้าง เป็นตัวอักษรสีน้ำเงิน ด้านล่างเขียนว่า พรรคไทยรักษาชาติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสถานะพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ล่าสุดที่ประชุมคณกรรมการ กกต.มีมติเห็นชอบให้นายทะเบียนพรรคการเมืองรับจดทะเบียนจัดตั้งพรรคพลังประชารัฐ มีนายอุตตม สาวนายน เป็นหัวหน้าพรรคเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ กกต.ยังรับจดทะเบียนจัดตั้งพรรคอีก 3 พรรคการเมือง ประกอบด้วย พรรค เศรษฐกิจใหม่ ที่มีนายสุภดิช อากาศฤกษ์ เป็นหัวหน้าพรรค, พรรคประชานิยม ที่มี พล.ต.อ.ยงยุทธ เทพจำนงค์ เป็นหัวหน้าพรรค และพรรคไทยรุ่งเรือง ที่มีนายฉัตรชัย แนวพญา เป็นหัวหน้าพรรค โดยหลังจากนี้จะได้มีการนำประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป &amp;nbsp;
กกต.รับรองพรรค พปชร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดมีพรรคการเมืองที่ดำเนินกิจการอยู่รวมแล้ว 90 พรรคการเมือง โดยเป็นพรรคการเมืองใหม่ที่จดทะเบียนตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 จำนวน 25 พรรค และพรรคการเมืองเดิมที่ตั้งตาม พ.ร.ป.พรรคการเมือง 2550 จำนวน 65 พรรค อย่างไรก็ตาม ยังคงเหลือพรรคที่ยื่นขอจดตั้ง พรรคและอยู่ระหว่างการพิจารณารับรองของนายทะเบียนพรรคการเมืองอีก 31 พรรคการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณี กกต. ได้รับรองพรรคพลังประชารัฐในวันนี้ว่า ได้รับทราบข่าวดังกล่าวแล้ว ส่วนบทบาทในการทำงานต่อไปนั้น ขณะนี้ยังไม่ขอเปิดเผย แต่จะประกาศจุดยืนในเวลาที่เหมาะสมต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มสามมิตร &amp;nbsp;พูดถึงความคืบหน้าในการเข้าร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐว่า คาดว่าไม่เกินสองสัปดาห์คงเกิดความชัดเจน เมื่อพรรคได้การรับรองจาก กกต.เรียบร้อยจะเข้าสู่กระบวนการสมัครสมาชิก เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยลงตัว ตนคงได้เจอหน้าพบปะพี่น้องประชาชนหรือหาเสียงได้อย่างเต็มที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจไม่น้อยเช่นกัน เมื่อพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ที่มีม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล เป็นหัวหน้าพรรค และมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตแกนนำ กปปส. เป็นผู้ก่อตั้งพรรค ซึ่งอยู่ระหว่างการเดินคารวะแผ่นดินตามจังหวัดต่างๆ และล่าสุดได้เปิดใช้ไลน์ออฟฟิเชียลชื่อว่า &amp;ldquo;รวมพลังประชาชาติไทย&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์ โฆษกพรรค รปช. &amp;nbsp;เผยว่า เมื่อช่วงเช้าวันที่ 6 พ.ย. พรรค รปช.ได้เปิดใช้ไลน์ออฟฟิเชียลชื่อว่า &amp;ldquo;รวมพลังประชาชาติไทย&amp;rdquo; โดยผู้ที่เข้ามาให้กด @ ไลน์ act party เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวการเดินสายคารวะแผ่นดินของพรรค รปช. รวมถึงการประชาสัมพันธ์ นโยบาย ข่าวสาร และงานของพรรค เพื่อให้สมาชิกรับทราบ&amp;nbsp;
รปช.ทุ่ม 14 ล้านเปิดไลน์แอป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นี่เป็นช่องทางการสื่อสาร นอกจากช่องทางทางเฟซบุ๊กและเว็บไซต์ของพรรค ซึ่งเมื่อเปิดมาครึ่งวัน มีผู้@ไลน์แล้ว 138,760 คน ยืนยันว่าเราไม่ได้ทำเรียนแบบพรรคไหน เพราะทุกพรรคก็ใช้ช่องทางนี้เพื่อแจ้งข่าวสารให้สมาชิกรับทราบ และให้ประชาชนเข้าถึงพรรคได้มากที่สุด และช่องทางนี้ถือว่าสะดวกมากกว่าช่องทางอื่น โดยพรรคได้ใช้เงินจำนวน 14.4 ล้านบาทในการจัดทำไลน์ออฟฟิเชียลครั้งนี้&amp;quot; โฆษกพรรค รปช. กล่าว และว่า การที่เราใช้รูปหนุมานมาเป็นสติกเกอร์นั้น ไม่ได้มีความหมายอะไรแอบแฝง อาจเป็นเพราะอุดมการณ์เรามีความเป็นไทย จึงนำประยุกต์ให้เข้ากัน ยืนยันว่าไม่ได้มีความหมายอื่นๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคประชาธิปัตย์ นางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ &amp;nbsp;เลขานุการคณะกรรมการการหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (กกต.พรรค) แถลงว่า วันนี้ (6 พ.ย.) เมื่อเวลา 12.00 น. ที่ผ่านมา ผู้ใช้ระบบ ios สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน d-elect จนถึงเวลา 18.00 น. ของวันที่ 9 พ.ย.นี้ อย่างไรก็ตาม เรื่องที่มีเสียงท้วงติงถึงการให้ประชาชนพิมพ์ลายนิ้วมือหน้าหน่วยเลือกตั้งนั้น ทาง กกต.พรรคยืนยันว่าเป็นมติของกกต.พรรคสามารถทำได้ เพื่อเป็นการตรวจสอบยอดผู้มาใช้สิทธิ์อีกทางหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ตัวแทนของแต่ละฝ่ายมีการร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริตในระบบไอที โดยเฉพาะการคัดลอก source code และระบบ block chain นางเจิมมาศยอมรับตัวแทนของทีม นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ผู้สมัครหมายเลข 2 ได้มีการร้องเรียนเรื่องนี้มาจริง และทาง กกต.พรรคต้องตรวจสอบแน่นอน เช่น การร้องเรียนบริษัทเอกชน เราจะพิจารณาหลังการหยั่งเสียงเลือกตั้งเสร็จสิ้น ทั้งนี้ ในวันที่ 7 พ.ย. ทาง กกต.พรรคจะมีการนัดประชุมในเรื่องการร้องเรียนเหล่านี้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เหตุการณ์เมื่อวันที่ 1 พ.ย. ที่ไม่สามารถลงคะแนนได้ เพราะลืมเซตไทม์โซนให้เป็นไปตามเวลาประเทศไทย มันควรที่จะเป็นความผิดของบริษัทที่ทำแอปพลิเคชัน&amp;rdquo; นางเจิมมาศกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสรอรรถ กลิ่นประทุม ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงหลายพรรคเริ่มลงพื้นที่แนะนำตัวเองว่า เป็นสัญญาณว่าการเลือกตั้งน่าจะเกิดขึ้นในเร็ววัน ดังนั้นพรรคการเมืองจึงเริ่มออกพบปะประชาชน ในส่วนของพรรคภูมิใจไทย ยังไม่มีการหารือถึงรูปแบบการลงพื้นที่ ซึ่งเป็นอีเวนต์ขนาดใหญ่ ว่าจะเป็นในรูปแบบใด เพราะต้องรอให้ คสช.ปลดล็อกการเมืองเสียก่อน&amp;nbsp;
ชทพ.เนื้อหอม 4 อดีต ส.ส.ซบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้าน น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ได้เรียกประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค เพื่อหารือวาระสำคัญคือ การแต่งตั้งคณะกรรมการตามข้อบังคับพรรค และการพิจารณาการแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการเลือกตั้งของพรรค รวมถึงพิจารณาการรวบรวมทุนประเดิมและการจัดงานระดมทุนเพื่อการเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานข่าวจากพรรค ชทพ.แจ้งว่า ในการประชุมพรรควันที่ 7 พ.ย. จะมีอดีต ส.ส.พื้นที่ภาคอีสานที่เคยเจรจาร่วมงานกับกลุ่มสามมิตร จำนวน 4 คน ประกอบด้วย นายเกษม มาลัยศรี อดีต ส.ว. ร้อยเอ็ด, นายปัญญา ศรีปัญญา อดีต ส.ส.ขอนแก่น พรรคภูมิใจไทย และนายสมคิด บาลไธสง อดีต ส.ส.หนองคาย พรรคเพื่อไทย เตรียมย้ายเข้าสังกัดเข้า ชทพ. หลังจากที่มีปัญหาเรื่องเขตพื้นที่เลือกตั้งที่ไม่ลงตัว โดย 4 อดีต ส.ส.ดังกล่าวจะนำประชาชนกว่า 50 คน ยื่นใบสมัครเป็นสมาชิกพรรคด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ สมาชิกพรรคเพื่อไทย อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็เข้าร่วมพับพรรค ชทพ.ด้วยเช่นกัน โดยเขา ยืนยันว่าไม่ได้มีความขัดแย้งกับพรรคเพื่อไทย เพราะได้ลาผู้ใหญ่ในพรรคบางคนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งทางผู้ใหญ่ของพรรคเพื่อไทยก็เข้าใจ และอวยพรให้มีความก้าวหน้าทางการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ในที่ประชุม ครม.ได้มีการรายงานถึงปฏิทินการทำงานของ ครม. รวมถึงปฏิทินการเลือกตั้ง โดยคร่าวๆ ที่ได้มีการกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญในการกำหนดวันที่เกี่ยวข้องและวันเลือกตั้ง ซึ่งยังคงเป็นไปตามโรดแมป คือ 24 ก.พ.62 ซึ่งในปฏิทินดังกล่าว นอกจากกำหนดวันเลือกตั้งแล้ว ยังมีวันรับสมัคร และหลังเลือกตั้งไปแล้วยังมีกำหนดภายหลังเลือกตั้ง 15 วัน ที่จะต้องมีการรับรอง ก่อนที่จะมีการเปิดประชุมรัฐสภา
ย้ำเลือกตั้ง 24 ก.พ.62
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพุทธิพงษ์กล่าวว่า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้สรุปสาระสำคัญให้ที่ประชุมทราบอย่างคร่าวๆ ยาวไปจนถึงกระทั่งมีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ในช่วงประมาณเดือน มิ.ย.62 ส่วนจะมีรายละเอียดเป็นอย่างไรนั้น นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้นายวิษณุไปดำเนินการจัดทำรายละเอียด ช่วงระยะเป็นอย่างไร เช่น ช่วงการสรรหาวุฒิสภา ช่วงวันออกพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้ง ตารางเวลาที่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และให้นายวิษณุเป็นผู้แถลงข่าวให้สื่อมวลชนได้ทราบอีกครั้งหนึ่ง โดยคาดว่านายวิษณุจะแถลงภายใน 1-2 วันนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่าสำหรับการสอบ GAT-PAT นั้น ทางกระทรวงศึกษาธิการได้รายงานว่าหารือเบื้องต้นแล้ว จะขยับให้สอบเร็วขึ้นหนึ่งสัปดาห์ ก่อนวันที่ 24 ก.พ.562 ซึ่งเป็นวันเลือกตั้ง เพราะวันเลือกตั้งยังคงยืนยันว่าเป็นวันที่ 24 ก.พ.62 ตามโรดแมป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีต่างชาติประสานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อเข้ามาสังเกตการณ์เลือกตั้งในไทยว่า ไม่ทราบเรื่องดังกล่าว เพราะเป็นเรื่องของ กกต. ถามว่าเขาติดต่อมาหรือไม่ก็มีอยู่แล้ว เพราะจะได้มีงานทำ แต่ควรให้เขาเข้ามาหรือไม่ หรือจะดูแลกันเองได้ ที่จริงคนต่างชาติในสถานทูตต่างๆ ในประเทศไทยเขาสนใจและติดตามอยู่แล้ว ส่วนตัวมองว่าการที่เขาจะเข้ามาคือ มาในประเทศที่มีปัญหา ต้องถามสื่อว่าอยากเห็นประเทศเราเป็นประเทศที่มีปัญหาในสายตานานาชาติหรือไม่ ข้อเท็จจริงเราไม่ได้มีปัญหาเรื่องการจัดการเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายดอนกล่าวว่า และที่ผ่านมาหลายประเทศมาดูงานจากเรา โดยเฉพาะการทำประชามติ ซึ่งได้รับคำชื่นชมและได้รับการยอมรับ ประสบการณ์การเลือกตั้งเรามีและดูดีในสายตาประเทศต่างๆ แต่ถ้าจะให้คนมาสังเกตการณ์แสดงว่าเรามีปัญหาในสายตาเขาหรือสายตาเราเอง ที่ไม่สามารถดูแลตัวเอง ตนเคยใช้คำว่ามงคล แต่ไม่ได้หมายความถึงเรื่องไสยศาสตร์ เป็นเพียงการเริ่มต้นที่ดีที่เราทำกันเองได้ เพราะการสังเกตการณ์เลือกตั้งที่ดีที่สุดคือคนไทยด้วยกันเอง อีกทั้งรัฐธรรมนูญได้กำหนดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเลือกตั้งอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.การต่างประเทศกล่าวว่า การให้ประชาชนมีส่วนร่วมจะทำให้ประชาชนได้เรียนรู้ แทนที่ทุกอย่างจะให้คนต่างชาติเข้ามา เป็นเพราะเราไม่รู้จักโต ไม่รู้จักพัฒนา ยังย่ำอยู่กับที่ และเรายิ่งแย่ลง ทั้งที่ครั้งหนึ่งเคยมีคนมาดูงาน ไม่ใช่ทุกอย่างต้องพึ่งลมหายใจต่างชาติเสียหมด เราก้าวไม่พ้นจุดนี้หรอก หากยังย่ำอยู่กับที่ แม้กระทั่งเรื่องดีๆ เรื่องอนาคตประเทศต้องเอาคนต่างชาติเข้ามาเฝ้ามอง ต้องถามใจตัวเองว่าอยากให้เป็นอย่างนั้นหรือ ซึ่งเราทำกันเองได้ และสำเร็จมาหลายครั้งแล้ว
&amp;quot;ดอน&amp;quot; ยันไทยพร้อมดูเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ไม่ใช่เรื่องใจแคบหรือไม่ใจแคบ แต่มันเป็นช่วงที่จะพัฒนาคนของเราได้ มันน่าอดสูที่เราต้องไปอาศัยคนอื่นตลอดเวลา นอกเสียจากเราทำไม่ได้ เราไม่มีภูมิปัญญา ไม่มีวิธีการจัดการ ไม่มีอะไรเลย แล้วไปเรียนรู้โดยที่ไม่รู้ว่าถูกหรือผิด ต้องเอาคนอื่นมาตรวจสอบ ถ้าเป็นอย่างนั้นอีกเรื่องหนึ่ง ต้องถามตัวเองว่าเราพร้อมดูแลตัวเองได้แล้วไม่ใช่หรือ&amp;rdquo; นายดอนกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า การไม่ให้ต่างชาติเข้ามา จะทำให้เขาไม่ยอมรับการเลือกตั้งหรือไม่ นายดอนกล่าวว่า เป็นไปไม่ได้ มันอยู่ที่คนไทย มันเป็นโอกาสที่คนไทยจะเข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนาการเมือง ไม่จำเป็นต้องไปอาศัยคนอื่น และพรรคการเมืองสามารถใช้ประโยชน์จากการพัฒนาคนได้ หากจะมาบอกว่าเราไม่เป็นสากล ตนเป็นสากลยิ่งกว่าใครต่อใคร แล้วถ้าจะมาถามว่าการสัมผัสความเป็นสากลของต่างชาติ ลองไปดูนักการเมืองไทยทั่วไป มาเปรียบกันได้เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า รัฐบาลควรเปิดใจกว้างและคิดบวก กับกรณีที่องค์กรต่างประเทศจะเข้ามาสังเกตการณ์การเลือกตั้งในไทย เพราะถือเป็นเรื่องปกติ ที่ประเทศประชาธิปไตยทำกัน ถ้ารัฐบาลบริสุทธิ์ใจจริง ไม่ควรหวาดกลัวเรื่องการเข้ามาสังเกตการณ์นี้ เพราะต้องยอมรับว่าขณะนี้ หลายชาติขาดความมั่นใจในไทย และไม่เชื่อใจเรื่องการเลือกตั้ง เนื่องจากเรามีรัฐบาลที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จ ดังนั้นการเปิดให้องค์กรต่างชาติได้เข้ามาร่วมสังเกตการณ์ จะเป็นผลดีต่อรัฐบาลและประเทศชาติ เพราะช่วยประกันความโปร่งใสของรัฐบาลได้ดียิ่งขึ้น และจะทำให้การเลือกตั้งเป็นที่ยอมรับจากทั้งในและต่างประเทศมากขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกรณีการจัดทำโครงการต่างๆ ของรัฐบาล โดยเฉพาะโครงการไทยนิยมยั่งยืนนั้น การดำเนินการดังกล่าวสะท้อนถึงความไม่สง่างามของรัฐบาล ที่นำงบประมาณของแผ่นดินมาใช้เพื่อความได้เปรียบเสียเปรียบ และยังหมิ่นเหม่ว่าเป็นการใช้อำนาจที่เกินขอบเขตและผิดกฎหมาย ซึ่งองค์กรที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรง โดยเฉพาะ กกต. ควรจะเข้ามาตรวจสอบเรื่องนี้ เพื่อทำให้ทุกฝ่าย ทั้งประชาชน &amp;nbsp;พรรคการเมือง รวมไปถึงคนที่สังเกตการณ์ เกิดความสบายใจว่ามีกระบวนการที่พยายามจะป้องกันไม่ให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบ และถ้า กกต.เพิกเฉย ไม่ทำหน้าที่ของตนเอง ก็จะทำให้ความน่าเชื่อถือและไว้วางใจต่อการจัดการเลือกตั้งของ กกต.ถดถอยไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21494</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญจนา ศิลปอาชา, ดอน ปรมัตถ์วินัย, พรรคประชาธิปัตย์, พรรคไทยรักษาชาติ, พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, ภูมิธรรม เวชยชัย, ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช, วิษณุ เครืองาม, สรอรรถ กลิ่นประทุม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุตตม สาวนายน, เจิมมาศ จึงเลิศศิริ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181106/image_big_5be1a68b46200.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
