<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120344</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/12/2025 11:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 17:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อธิบดีกรมโยธาฯ รุดตรวจสอบตลิ่งริมแม่น้ำป่าสัก จ.สระบุรี ทรุดตัวพังทลาย เร่งวางมาตรการช่วยเหลือด่วน เพื่อความปลอดภัยของประชาชนริมน้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>


&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ (20 ตุลาคม 2564 ) เวลา 13.00 น. นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง พร้อมด้วย นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง รองอธิบดี นายชาญวิชญ์ สิริสุนทรานนท์ ผู้ตรวจราชการกรม นายสุวพงษ์ ภูนาคพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนและพัฒนาตามผังเมือง และคณะ ลงพื้นที่จังหวัดสระบุรี เพื่อตรวจสอบสภาพตลิ่งสไลด์ทรุดตัวพังทลาย บริเวณวัดบ้านกอก หมู่ที่ 6 ตำบลบ้านแก้ง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ และวัดหงษ์ดาราวาส หมู่ที่ 1 ตำบลนาโฉง อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี หลังจากแม่น้ำป่าสักลดระดับลง พร้อมวางมาตรการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนโดยเร่งด่วน โดยมีนายสมภพ สมิตะสิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี นางสาวสถาพร ลิ่มพันธ์ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสระบุรี นายประทีป บริบูรณ์รัตน์หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสระบุรี ว่าที่เรือตรี ศรัณยวัชร พูลสวัสดิ์ นายอำเภอเมืองสระบุรี และนายวรวิทย์ ยอแสง นายอำเภอเฉลิมพระเกียรติ ร่วมลงพื้นที่และให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง เปิดเผยว่า พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน รวมทั้งอาคาร บ้านเรือน สถานที่ราชการ ศาสนสถาน ทรัพย์สินของประชาชน สิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ที่ตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำ หลังจากเกิดเหตุการณ์พื้นที่ตลิ่งริมแม่น้ำป่าสัก จังหวัดสระบุรี เกิดการทรุดตัวพังทลาย สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของวัดและประชาชน จึงสั่งการให้กรมโยธาธิการและผังเมือง เร่งตรวจสอบหาสาเหตุและความเสียหายที่เกิดขึ้น และกำหนดมาตรการเข้าช่วยเหลือวัดและประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำป่าสักบริเวณดังกล่าว พร้อมกำชับให้กรมฯ เฝ้าระวังพื้นที่ตลิ่งริมแม่น้ำทั่วประเทศ เพื่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อธิบดี กล่าวว่าหลังจากกรมฯ ได้ตรวจสอบสาเหตุและความเสียหายของพื้นที่ตลิ่งริมแม่น้ำป่าสักในบริเวณที่เกิดการทรุดตัวพังทลาย สาเหตุเบื้องต้นพบว่าที่ผ่านมาฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักเพิ่มสูงขึ้นเป็นเวลาต่อเนื่องหลายสัปดาห์ ทำให้ดินบริเวณริมตลิ่งซึ่งเป็นดินปนทราย อุ้มน้ำไว้ปริมาณมากและเกิดความอ่อนตัว ต่อมาระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักลดลงอย่างรวดเร็ว จึงทำให้ดินในบริเวณพื้นที่ตลิ่งริมแม่น้ำป่าสัก เช่น บริเวณวัดบ้านกอก หมู่ที่ 6 ตำบลบ้านแก้ง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ เกิดการสไลด์ทรุดตัวพังทลาย ส่งผลให้อาคาร บ้านเรือน ที่พักอาศัยของประชาชน ศาสนสถานของวัด ได้รับความเสียหาย โดยมีพื้นที่ริมตลิ่งได้รับความเสียหาย รวมความยาวประมาณ 180 เมตร และบริเวณวัดหงษ์ดาราวาส หมู่ที่ 1 ตำบลนาโฉง อำเภอเมือง มีพื้นที่ริมตลิ่งได้รับความเสียหาย รวมความยาวประมาณ 130 เมตร ซึ่งหลังจากสำรวจสภาพพื้นที่ริมตลิ่งแล้ว กรมฯ ได้กำหนดมาตรการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ด้วยการจัดสรรงบประมาณปี 2565 คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2565 สำหรับแผนระยะยาวนั้น กรมฯ จะดำเนินการสำรวจสภาพพื้นที่ริมตลิ่งบริเวณริมแม่น้ำป่าสักที่ได้รับความเสียหายทั้งหมด เพื่อนำไปออกแบบเขื่อนป้องกันตลิ่ง และนำเข้าแผนงานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งในปีงบประมาณ 2566 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการนี้ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) ตระหนักถึงปัญหาการพังทลายของตลิ่งริมแม่น้ำ เพราะทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของประชาชนและส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ สังคม สภาพแวดล้อม จึงมีความจำเป็นที่จะต้องป้องกันและแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพื่อลดความเสียหายและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน จึงสั่งการให้กรมโยธาธิการและผังเมือง ประสานจังหวัดดำเนินการสำรวจตรวจสอบสภาพพื้นที่ตลิ่งริมแม่น้ำที่ถูกกัดเซาะและพังทลาย และอาจจะเป็นอันตรายต่อประชาชน พร้อมรายงานผลการสำรวจตรวจสอบสภาพพื้นที่ที่ถูกกัดเซาะและพังทลายเพื่อเป็นข้อมูลในการเตรียมความพร้อมและจัดทำแผนงาน/โครงการที่จะดำเนินการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งเพื่อป้องกันปัญหาการพังทลายของตลิ่งริมแม่น้ำและลดการสูญเสียทรัพย์สินของประชาชน วัด และสถานที่ราชการ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ กรมโยธาธิการและผังเมือง ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากหน่วยงานราชการ และกรมอุตุนิยมวิทยา การแจ้งเตือนภัยของจังหวัด จะได้เตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับปัญหาภัยพิบัติที่อาจจะเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที พร้อมทั้งสังเกตและสำรวจพื้นที่ตลิ่งริมแม่น้ำ หากพบรอยร้าวแยกและการทรุดตัวที่ผิดปกติ สามารถแจ้งไปยังสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดทุกจังหวัด เพื่อเข้าตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากกรณีตลิ่งริมแม่น้ำพังทลายให้เร็วที่สุด...&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120344</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมโยธาธิการและผังเมือง, ตรวจสอบสภาพตลิ่งสไลด์ทรุดตัวพังทลาย, ตลิ่งริมแม่น้ำ, นายพรพจน์ เพ็ญพาส, สระบุรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_616ff23b25882.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108632</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2021 10:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2021 09:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสก.1 ชัยนาท ทำงานเชิงรุก เชื่อมตลาดช่วยเกษตรกร สู้วิกฤตโควิด-19 จัดแสดง “สินค้าดี สินค้าเด่น  9 จังหวัดภาคกลาง” คัดสุดยอด 41 สินค้า ขายผ่านออนไลน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นายวีระชัย&amp;nbsp; เข็มวงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 (สสก.1) จังหวัดชัยนาท เปิดเผยว่า จากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อโควิด &amp;ndash; 19 ได้ส่งผลให้กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร และวิสาหกิจชุมชน ที่อยู่ภายใต้การส่งเสริมดูแลของกรมส่งเสริมการเกษตร ไม่สามารถดำเนินกิจกรรมด้านการตลาดได้ตามปกติ ดังนั้นเพื่อช่วยลดผลกระทบ และสร้างแนวทางการตลาดใหม่ที่สอดคล้องกับวิถีการดำเนินชีวิตแบบ New Normal สสก.1จังหวัดชัยนาท ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงกำหนดจัดกิจกรรมแสดง &amp;ldquo;สินค้าดี สินค้าเด่น 9จังหวัดภาคกลาง&amp;rdquo; ภายใต้โครงการแสดงผลงานและผลิตภัณฑ์เด่นกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร ระดับเขต และโครงการส่งเสริมการตลาดสินค้าเกษตรแปรรูปวิสาหกิจชุมชน ระดับเขต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;ในการจัดแสดงสินค้าดี สินค้าเด่น 9 จังหวัดภาคกลาง มีเป้าหมายเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าผู้ประกอบการสามารถเลือกซื้อสินค้าได้อย่างสะดวกสบายเร็วยิ่งขึ้น ด้วยการเลือกซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ หรือติดต่อกับเกษตรกรผู้ผลิตโดยตรง &amp;nbsp;อีกทั้งยังช่วยสร้างโอกาสในการซื้อขายสินค้าและสร้างรายได้กับกลุ่มแม่บ้าน เกษตรกร และวิสาหกิจชุมชน ทดแทนรายได้ที่ขาดหายในช่วงวิกฤตโควิด-19 ซื้อผลิตภัณฑ์ผ่านช่องทางออนไลน์ หรือการซื้อโดยติดต่อกับเกษตรกรหรือผู้ผลิตโดยตรง ได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;อาหารแปรรูป ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร และของใช้และเครื่องประดับ ที่อยู่ในกิจจกรรมจัดแสดงสินค้าดี สินค้าเด่น 9 จังหวัดภาคกลาง เป็นผลงานการพัฒนาที่สำนักงานเกษตรจังหวัด และสำนักงานเกษตรอำเภอ ภายใต้การกำกับดูแลของ สสก.1จังหวัดชัยนาท ได้เข้าไปช่วยสนับสนุนความรู้เกี่ยวกับกระบวนการผลิต การพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรม คุณภาพ และมาตรฐานการผลิต การบริหารจัดการกลุ่ม จนออกมาเป็นสินค้าเกรดพรีเมียม ประชาชนที่สนใจต้องการช่วยอุดหนุน ซื้อสินค้า ทำให้วิสาหกิจชุมชน หรือกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร มีรายได้สามารถนำมาจุนเจือครอบครัว เกิดงานเกิดรายได้ ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น สามารถเข้าไปดูข้อมูลต่างๆ ได้โดยผ่านทาง QR Code และที่เว็บไซต์ www.cdoae.doae.go.th&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ในส่วนของ QR Code และเว็บไซต์ www.cdoae.doae.go.th จะมีข้อมูลต่าง ๆ ของ สินค้าทั้ง 41 รายการ&amp;nbsp; ตั้งแต่ ข้อมูลชื่อผลิตภัณฑ์ ชื่อเกษตรตัวแทนกลุ่ม ช่องทางการติดต่อ ราคาขายปลีก-ส่ง รวมถึงสตอรี่&amp;nbsp; ที่เป็นเรื่องราวของสินค้าแต่ละชนิด ให้ผู้สนใจได้รับทราบเพื่อนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ผู้อำนวยการ สสก.1 จังหวัดชัยนาท กล่าวต่อไปว่า สำหรับในพื้นที่รับผิดชอบ 9 จังหวัดภาคกลาง ประกอบด้วย จังหวัดชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี สระบุรี ลพบุรี และกรุงเทพมหนคร สสก.1จังหวัดชัยนาท ได้มีการสนับสนุนให้เกิดการจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชน จำนวน 3,331 วิสาหกิจชุมชน และกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร อีกจำนวน 504 กลุ่ม และมีแนวทางในการดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาภายใต้แนวคิด Chai Nat (Zone 1) Agro Model &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;ldquo; Chai Nat (Zone 1) Agro Model เป็นรูปแบบการส่งเสริมการเกษตรเชิงรุก ซึ่ง 1 ใน Model&amp;nbsp;ดังกล่าวคือ กำหนดให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่ 1 คน ดำเนินงาน 1 วิสาหกิจชุมชนเข้มแข็ง หรือ 1 กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรเข้มแข็ง เพื่อให้เกิดการเข้าถึงความช่วยเหลือและสนับสนุน ทั้งด้านปัจจัยการผลิต ด้านแหล่งเงินทุน หรือด้านการตลาด จากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน จนเกิดการพัฒนาที่เข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้&amp;rdquo;นายวีระชัย &amp;nbsp;กล่าวปิดท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108632</URL_LINK>
                <HASHTAG>Chai Nat (Zone 1) Agro Model, New Normal, www.cdoae.doae.go.th, กรมส่งเสริมการเกษตร, กรุงเทพมหนคร, กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร, การส่งเสริมการเกษตรเชิงรุก, ของใช้และเครื่องประดับ, จังหวัดชัยนาท, นนทบุรี, นายวีระชัย  เข็มวงษ์, ปทุมธานี, ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร, ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1, พระนครศรีอยุธยา, ลพบุรี, วิสาหกิจชุมชน, สระบุรี, สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1, สำนักงานเกษตรจังหวัดน่าน, สำนักงานเกษตรอำเภอ, สิงห์บุรี, สินค้าดี สินค้าเด่น 9จังหวัดภาคกลาง, อาหารแปรรูป, อ่างทอง, แนวทางการตลาดใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210705/image_big_60e26a4956a06.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104783</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2021 14:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2021 14:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตาโรงงานชำแหละไก่ในพื้นที่ 3 จังหวัดติดเชื้อพุ่ง คาดใช้แรงงานหมุนเวียนกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 พ.ค.64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019 (โควิด-19)&amp;nbsp;หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวัน ว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่&amp;nbsp;5,485&amp;nbsp;ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ&amp;nbsp;3,475&amp;nbsp;ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ&amp;nbsp;1,205&amp;nbsp;ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก&amp;nbsp;2,270&amp;nbsp;ราย เป็นผู้ติดเชื้อในเรือนจำ&amp;nbsp;1,953&amp;nbsp;ราย เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ&amp;nbsp;57&amp;nbsp;ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม&amp;nbsp;159,792&amp;nbsp;ราย หายป่วยสะสม&amp;nbsp;108,345&amp;nbsp;ราย เฉพาะวันนี้หายป่วย&amp;nbsp;3,101&amp;nbsp;ราย อยู่ระหว่างรักษา&amp;nbsp;50,416&amp;nbsp;ราย อาการหนัก&amp;nbsp;1,233&amp;nbsp;ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ&amp;nbsp;390&amp;nbsp;ราย มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ราย เป็นชาย&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ราย หญิง&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ราย อยู่ใน กทม.&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ราย กาญจนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี นครราชสีมา สมุทรปราการ สมุทรสาคร นนทบุรี จังหวัดละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสม&amp;nbsp;1,031&amp;nbsp;ราย ขณะที่สถานการณ์โลกมีผู้ติดเชื้อสะสม&amp;nbsp;171,029,617&amp;nbsp;ราย เสียชีวิตสะสม&amp;nbsp;3,556,677&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.อภิสมัย กล่าวว่า&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ กทม.&amp;nbsp;1,356&amp;nbsp;ราย เพชรบุรี&amp;nbsp;555&amp;nbsp;ราย สมุทรปราการ&amp;nbsp;358&amp;nbsp;ราย สระบุรี&amp;nbsp;327&amp;nbsp;ราย ปทุมธานี&amp;nbsp;211&amp;nbsp;ราย โดยในที่ประชุม ศบค.ชุดเล็กหารือกันว่าในหลายจังหวัดมีการติดเชื้อในโรงงานผลิตอาหารแปรรูป เช่น โรงงานชำแหละไก่ ทั้งที่ฉะเชิงเทรา สระบุรี ปทุมธานี มีอะไรเป็นปัจจัยที่เกี่ยวพันกันหรือไม่ อย่างที่พักคนงาน อยู่หอพักเดียวกัน ซับคอนแทรคที่อาจจะพาแรงงานจากโรงงานหนึ่งไปอีกโรงงานหนึ่ง กรมควบคุมโรค กระทรวงแรงงาน และกระทรวงอุตสาหกรรมต้องหารือกันว่าจะทำอย่างไรให้โรงงานมีความปลอดภัยในส่วนนี้ นอกจากนี้ ในรอบ&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมา ได้รับรายงานว่ามีผู้ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายจำนวน&amp;nbsp;157&amp;nbsp;ราย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104783</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศบค., สระบุรี, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210503/image_big_608fad8b70450.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98304</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/04/2021 19:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/04/2021 18:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่องความพร้อมเปิดใช้มอเตอร์เวย์ &#039;บางปะอิน-โคราช&#039;ดีเดย์ 9 เม.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
4 เมษายน 2564 รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคม ระบุว่า ในวันที่ 9 เม.ย. 2564 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มีกำหนดการเวลา 09.00 น. ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ตรวจสภาพการจราจรในเส้นทางถนนวิภาวดีรังสิต และถนนมิตรภาพ (บริเวณมวกเหล็ก) จ.สระบุรี และพื้นที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา จากนั้นในเวลา 10.00 น. จะลงพื้นที่บริเวณโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) สายบางปะอิน&amp;ndash;สระบุรี&amp;ndash;นครราชสีมา ที่จุดบริการประชาชนกรมทางหลวง บริเวณจุดตัดมอเตอร์เวย์สายดังกล่าว กับถนนมิตรภาพ ที่ กม.65 บ้านหนองไผ่ล้อม ต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เพื่อตรวจความพร้อมการให้ประชาชนได้ทดลองมอเตอร์เวย์สายดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นจะออกเดินทางโดยรถยนต์ไปตามแนวเส้นทางมอเตอร์เวย์บางปะอิน-นครราชสีมา จากตอนที่ 24 ไปยังด่านสีคิ้ว (บริเวณตอนที่ 37) ก่อนขึ้นเฮลิคอปเตอร์เวลา 11.45 น. เพื่อตรวจสภาพการจราจรทางหลวงหมายเลข 304 อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา และ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี อย่างไรก็ตาม หลังจากนายศักดิ์สยามลงพื้นที่แล้วนั้น จะเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 9 เม.ย. 2564 เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 19 เม.ย. 2564 เวลา 24.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการเปิดทดลองใช้มอเตอร์เวย์สายดังกล่าว จะอยู่ในตอนที่ 24-37 ช่วงปากช่อง&amp;ndash;สีคิ้ว ระยะทางรวม 36 กม. ในส่วนของแผนการทดลองใช้นั้น จะแบ่งออกเป็น 2 ช่วง ให้บริการ 24 ชั่วโมง (ชม.) ได้แก่ วันที่ 9-13 เม.ย. 2564 เปิด 2 ช่องจราจรขาออกกรุงเทพฯ และวันที่ 14-19 เม.ย. 2564 เปิด 2 ช่องจราจรขาเข้ากรุงเทพฯ โดย ทล.ได้ดำเนินการก่อสร้างทางขึ้น&amp;ndash;ลง บริเวณตอนที่ 24 และตอนที่ 37 แล้วเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว รวมถึงได้ติดตั้งไฟส่องสว่างเพิ่มเติมและได้ขอใช้ไฟชั่วคราวเรียบร้อยแล้วเช่นกัน รวมถึงติดตั้งกล้อง CCTV จำนวน 18 ตัวตลอดแนวเส้นทาง และบริเวณเรือนจำคลองไผ่ พร้อมทั้งติดตั้งป้ายแนะนำจราจรด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าว ระบุต่ออีกว่า ล่าสุด ทล. ได้ประสานงานกับตำรวจทางหลวง ตำรวจภูธรแล้ว และเตรียมบุคลากรของ ทล. เพื่อเฝ้าระวังและอำนวยความสะดวกประชาชนตลอดเส้นทาง สำหรับการเปิดให้ทดลองใช้บริการมอเตอร์เวย์ดังกล่าวนั้น ถือเป็นการเพิ่มทางเลือกในการเดินทางให้กับประชาชน และช่วยระบายการจราจร เนื่องจากช่วงเทศกาลวันหยุดยาว จะมีประชาชนเดินทางในเส้นทางดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้มีการจราจรติดขัด ในส่วนของยานพาหนะที่สามารถทดลองใช้มอเตอร์เวย์ในช่วงเวลาที่กำหนดนี้ จะให้เฉพาะรถยนต์ 4 ล้อเท่านั้น โดยรถบรรทุก และรถจักรยานยนต์ (มอเตอร์ไซค์) จะห้ามใช้โดยเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ประชาชนที่ต้องเดินทางผ่านปากช่อง จ.นครราชสีมา จะมีความสะดวกมากขึ้น โดยผู้ที่ต้องการเดินทางผ่านไปยังจ.ชัยภูมิ จ.ขอนแก่น เมื่อลงมอเตอร์เวย์แล้ว สามารถขับรถออกไปยังทางหลวงหมายเลข 21 ได้ รวมถึงผู้ที่เดินทางผ่านจ.บุรีรัมย์ จ.สุรินทร์ สามารถขับออกไปยังทางหลวงหมายเลข 24 ได้อย่างสะดวกสบาย และรวดเร็ว โดยภายหลังการเปิดให้บริการแล้ว จะมีการประเมินผลอีกครั้ง หากได้รับผลการตอบรับเป็นอย่างดี และมีความสะดวก ปลอดภัย จะมีการพิจารณาเปิดให้ทดลองให้ใช้ต่อไปในช่วงวันหยุดยาว อาทิ ช่วงวันเข้าพรรษาในปลาย ก.ค. 2564 เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางให้กับประชาชน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98304</URL_LINK>
                <HASHTAG>นครราชสีมา, มอเตอร์เวย์, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ, สระบุรี, สายบางปะอิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210404/image_big_6069a8cb4288a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91895</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2021 17:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2021 17:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดภาพ &#039;เลียงผา&#039; เดินหากินริมไร่อ้อยเขาพระพุทธบาทน้อย เผยพบเห็นบ่อยขึ้นหลังทุกฝ่ายร่วมอนุรักษ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.พ.64 -เพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;อนุรักษ์เลียงผาป่าชุมชนพระพุทธบาทน้อยสระบุรี&amp;quot; โพสต์รูปภาพเลียงผาพร้อมระบุว่า ริมไร่อ้อย ชายสวนมะม่วง พระพุทธบาทน้อย เมื่อวานนี้ครับ แต่ก่อนมันแปลก &amp;nbsp;มันตื่นเต้น
เราก็แปลกและเราก็ตื่นเต้น ที่ได้เห็นเลียงผาตัวเป็นๆ แต่ทุกวันนี้ต่างฝ่ายต่างเฉย ต่างคน ต่างตัว ต่างใช้ชีวิตกันไป แต่ก็อดคิดไม่ได้ ร่วม 20 ปี ที่เลียงผา คือสัตว์ป่าสวนใกล้สูญพันธุ์ที่พบเห็นได้ยากและเราเจอลูกเลียงผาตัวแรก ที่นี่ มาถึงวันนี้เราพบเห็นบ่อยขึ้น ก็ด้วยแนวทางการอนุรักษ์ที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งชมชุน ภาครัฐ และเครือข่าย ที่เล็งเห็นคุณค่าของสิ่งเหล่านี้ครับ&amp;nbsp;ช่วงหน้าแล้งแบบนี้ ถ้าขับรถไปรอบๆเขาพระพุทธบาทน้อย ก็ระมัดระวังกันนิดนะครับ เพราะอาจจะชนกับเลียงผาได้ ภูมิใจและขอขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนร่วมนะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91895</URL_LINK>
                <HASHTAG>สระบุรี, สัตว์ป่าสงวน, สัตว์ป่าสงวนใกล้สูญพันธุ์, เลียงผา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210203/image_big_601a75ca2108a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82386</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/10/2020 17:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/10/2020 17:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธนาธร&#039; ลุยตลาดสดสระบุรี บอกทรุดโทรม  มีขยะ กลิ่นเหม็นมาก หนูวิ่งเพ่นพ่าน ด่าลั่น จนท.อบจ.ไม่เคยมาดูแล!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ต.ค.63 - คณะก้าวหน้านำโดย นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า น.ส.เยาวลักษณ์ วงษ์ประภารัตน์ กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า เดินทางไปยังพื้นที่จังหวัดสระบุรี และพระนครศรีอยุธยา เพื่อร่วมรณรงค์การเลือกตั้งท้องถิ่นในระดับองค์การบริหารส่วน (อบจ.) ร่วมกับ นายวิทูลย์ แก้วสุวรรณ ว่าที่ผู้สมัคร นาย อบจ.สระบุรี โดยเริ่มต้นด้วยการพูดคุยถึงแนวทางในการทำงาน และคุณค่าพื้นฐานของตัวแทนผู้สมัครในนามคณะก้าวหน้าทุกระดับ ซึ่งมี 4 ข้อสำคัญ คือ 1.จุดยืนหนักแน่นด้านประชาธิปไตย 2.ยึดแนวทางพรรคอนาคตใหม่เดิม ไม่ซื้อสิทธิ์ขายเสียง &amp;nbsp;3. ไม่ทุจริตคอรัปชั่น และ 4.ต้องไม่เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด การค้ามนุษย์ หรือการทำตัวเป็นนักเลงผู้มีอิทธิพลเจ้าพ่อการเมือง พร้อมระบุด้วยว่า การส่งผู้สมัครท้องถิ่นภายใต้ชื่อเดียวกัน แนวคิด แนวนโยบาย และอุดมการณ์เดียวกันในทั่วประเทศแบบนี้ เป็นความทะเยอทะยานทางการเมืองที่ใหญ่มาก เพราะนี่คือความต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ เปลี่ยนประเทศไทยเริ่มต้นได้ที่บ้านเรา ทั้งนี้ นายวิทูลย์ได้นำไปเยี่ยมชม ตลาดสดซึ่งอยู่ในความดูแลของ อบจ.สระบุรี และ ศูนย์ดาราศาสตร์ทะเลสาบบ้านหมอ อ.บ้านหมอ ซึ่งอยู่ในความดูแลของ อบจ.สระบุรี เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนาธร กล่าวว่า จากการได้ไปดูตลาดสดของ อบจ.สระบุรี สิ่งที่เราได้พบคือตลาดที่สกปรก มีกลิ่นเหม็น สภาพทรุดโทรมมาก มีขยะ หนูวิ่งเพ่นพ่าน และหากเกิดฝนตกหลังคาก็จะรั่วทำให้น้ำเจิ่งนอง จากการพูดคุยกับพ่อค้าแม้ค้าในตลาด ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ที่ผ่านมาไม่เคยมีเจ้าหน้าที่ อบจ. มาดูแลปรับปรุงตลาดแต่อย่างใด แต่ละแผงค้าดูแลกันเองตามมีตามเกิด แต่ก็ทำได้ไม่ดีนักเพราะตลาดมีสภาพเก่ามากแล้ว จึงอยากให้มีการพัฒนาปรับปรุงใหม่ครั้งใหญ่ ให้สะอาด ปลอดภัย ถูกลักษณะ ส่วนศูนย์ดาราศาสตร์ ทะเลสาบบ้านหมอ อ.บ้านหมอ น่าตกใจมากกว่าคนสระบุรีเองส่วนใหญ่แล้วก็ไม่รู้ว่าบ้านตนเองมีพื้นที่สวยงาม พื้นที่ที่มีศักยภาพอย่างนี้ ศูนย์เรียนรู้เรื่องดาราศาสตร์ เรื่องดวงดาวที่อยู่บนเกาะกลางทะเลสาบ ถ้าพัฒนาดีๆ จะสร้างประโยชน์ให้กับคนสระบุรี จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับจังหวัดสระบุรีได้อีกมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายวิทูลย์ กล่าวว่า จากการเดินทางไปยังพื้นที่จริง เพื่อดูสิ่งที่อยู่ในความดูแลของ อบจ. ทั้ง 2 จุด ไม่ว่าจะเป็นตลาดสด และศูนย์ดาราศาสตร์ ทะเลสาบบ้านหมอ เราเห็นว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการคิดทำนโยบายเรื่องนี้ และโดยเฉพาะแผนการปรับปรุงแบบขนานใหญ่ ให้เงินภาษีของประชาชนต้องนำมาใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริง อีกทั้งยังสามารถสร้างรายได้ให้กับ อบจ.ได้ด้วย เพราะเรามองเห็นถึงศักยภาพ ตลาดสดที่อยู่กลางเมืองสระบุรี แต่ละวันมีผู้มาจับจ่ายซื้อของเป็นจำนวนมาก สามารถทำให้สะอาด ปลอดภัย น่าเดินได้ ขณะที่ศูนย์ดาราศาสตร์ ทะเลสาบบ้านหมอ มีศักยภาพเยอะมากที่จะพัฒนา ให้เป็นศูนย์เรียนรู้เรื่องดาราศาสตร์ ซึ่งตึกอาคาร หรืออุปกรณ์ต่างๆ นั้นมีอยู่แล้ว อุปกรณ์การลงทุนบางอย่างตนคิดว่าน่าจะมีมูลค่าหลายสิบล้าน เพียงแต่ไม่ได้ใช้งาน ในส่วนของทะเลสาบก็ปรับปรุงให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงกีฬาทางน้ำ ไม่ว่าจะเป็นเจ็ตสกี เรือพาย เรือคายัก ริมตลิ่งก็มีลู่วิ่ง มีทางเดิน ทำเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ เปิดให้คนสระบุรีเข้ามาใช้พื้นที่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานว่า จากนั้นนายธนาธร และทีมงานคณะก้าวหน้า เดินทางต่อไปยัง จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อร่วมรณรงค์เรื่องการเลือกตั้งนายก อบจ. ร่วมกับ นายวัสพงศ์ วิทูรเมธา ว่าที่ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) พระนครศรีอยุธยา โดยได้เดินรณรงค์ประชาสัมพันธ์ที่ตลาดสี่ขวา อ.วังน้อย มีประชาชนเข้ามาให้กำลังใจและขอถ่ายรูปด้วยเป็นจำนวนมาก จากนั้น ได้ไปร่วมเดินชมงานมหกรรมลอยกระทงของจังหวัด ซึ่งจัดขึ้นที่อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82386</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก้าวหน้า, ธนาธร, สระบุรี, อบจ., เลือกตั้งท้องถิ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201031/image_big_5f9d3a235ea79.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79045</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2020 09:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2020 09:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุริยะมีเสียว!ศาลปกครองกลางนัดอ่านคำพิพากษา&#039;วัดถ้ำพระโพธิสัตว์&#039;ฟ้องออกใบอนุญาตทำเหมืองแร่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ย.2563 - &amp;nbsp;ในวันพุธนี้ เวลา 10.30 น. ศาลปกครองกลางนัดอ่านคำพิพากษา คดีหมายเลขดำที่ ส.3/2560ณ ห้องพิจารณาคดี 7 ชั้น 3 อาคารศาลปกครอง ในคดีระหว่างวัดถ้ำพระโพธิสัตว์ (ผู้ฟ้องคดี) กับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน (ผู้ถูกฟ้องคดี) คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐออกคำสั่งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ผู้ฟ้องคดี ฟ้องว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 กับพวกรวม 4 คน อนุมัติหรือออกใบอนุญาตประทานบัตรการทำเหมืองแร่ของบริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) ที่อยู่ภายในรัศมี 2,000 เมตร อันอาจทำลายทรัพยากรธรรมชาติในบริเวณนั้น รวมถึงถ้ำพระโพธิสัตว์ซึ่งได้รับขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน อันเป็นการขัดต่อกฎหมายและระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตตามมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2535
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79045</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำพิพากษา, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม, วัดถ้ำพระโพธิสัตว์, ศาลปกครองกลาง, สระบุรี, เหมืองแร่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180306/image_big_5a9e1c513b8ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
