<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106137</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/06/2021 14:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2021 14:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกสาว-ส.ส.ขอนแก่น เพื่อไทย ขวาง พปชร.จัดประชุม!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มิ.ย.64 - &amp;nbsp;น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีพรรคพลังประชารัฐ จะจัดประชุมสามัญประจำปี จ.ขอนแก่น วันที่ 18 มิ.ย.ว่า การที่พรรคพลังประชารัฐ จัดประชุมใหญ่ที่จ.ขอนแก่น ต้องระลึกว่า กทม. และหลายจังหวัดยังเป็นพื้นที่สีแดง แม้ส.ส.จะฉีดวัคซีนกันแล้ว แต่การนำคนจากพื้นที่สีแดงไปพื้นที่ที่มีการระบาดน้อยจะเพิ่มอัตราความเสี่ยงการแพร่ระบาดไปยังประชาชนในพื้นที่ จ.ขอนแก่นหรือไม่ ถ้ามีการระบาดคลัสเตอร์ใหม่ พรรคพลังประชารัฐจะรับผิดชอบให้ประชาชนได้อย่างไร เพราะที่ผ่านมาเมื่อมีการระบาดในคลัสเตอร์ใหม่เช่นที่ทองหล่อ ที่เกิดจากผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง รัฐบาลก็ไม่เคยมีความรับผิดชอบอะไรมีแต่เพียงคำขอโทษ แต่ประชาชนต้องรับผลกระทบ การแก้ปัญหาจัดสรรวัคซีนก็ล่าช้าไม่ทั่วถึงไม่เพียงพอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.อรุณีกล่าวว่า การที่พรรคพลังประชารัฐจะจัดประชุมพรรคเป็นสิทธิที่ทำได้ หากได้รับการอนุญาต แต่ขอให้พึงระวังในระดับขั้นที่สูงสุด ไม่ใช่มุ่งหวังเพียงแต่ผลทางการเมือง เพราะในสถานการณ์วิกฤตโรคระบาดการจำกัดพื้นที่เป็นสิ่งสำคัญ และ พปชร. ในฐานะแกนนำรัฐบาล ไม่ควรเป็นต้นตอของการระบาด อย่างกรณีของพรรคเพื่อไทยได้หารือเรื่องการประชุมใหญ่เช่นกัน แต่เราคำนึงถึงเรื่องสถานที่ การป้องกันการระบาด คำนึงถึงการใช้เทคโนโลยีเข้ามาใช้ว่าจะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้หรือไม่ และมองว่าการประชุมสรุปงบดุลยื่นกกต.นั้นทุกพรรคก็ต้องดำเนินการ แต่เขาคิดถึงประชาชนก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กรณีของพรรคพลังประชารัฐมุ่งหวังผลทางการเมืองภายในพรรค หรือเพื่อเตรียมการเลือกตั้งโดยละเลยความปลอดภัยของประชาชนหรือไม่&amp;rdquo; นส.อรุณีกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
น.ส.สรัสนันท์ อรรณนพพร ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย กล่าวในเรื่องเดียวกันว่า ขณะนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิดในพื้นที่ขอนแก่นยังมีการติดเชื้ออยู่ประปราย แม้ไม่ใช่พื้นที่สีแดง แต่เราก็ต้องเฝ้าระวังอย่างเต็มที่ การจัดกิจกรรมอะไรก็ยังต้องขออนุญาติกันทุกครั้ง ไม่เข้าใจว่าเหตุใดผู้ว่าราชการจังหวัดจึงอนุญาติให้มีการประชุมรวมตัวกันของส.ส.ที่มาจากทั่วประเทศในพื้นที่ของตัวเองเช่นนี้ เข้าใจว่าการประชุมพรรคเป็นเรื่องภายในของเขา และ ส.ส.ก็ฉีดวัคซีนกันแล้วก็ไม่อยากนำเรื่องนี้มาเป็นประเด็นการเมือง แต่อยากเรียกร้องไปยังผู้ว่าให้เข้มข้นมาตรการป้องกันโควิดเป็นพิเศษ ไม่อยากให้การประชุมของพรรคการเมืองกระทบกับประชาชนจากโรคระบาดที่หนักหนาอยู่แล้วให้มีการระบาดเพิ่มขึ้นในพื้นที่เข้าไปอีก อยากให้นึกถึงประชาชนคนขอนแก่นเป็นหลักในการตัดสินใจอนุญาติทำกิจกรรมใดๆในพื้นที่
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106137</URL_LINK>
                <HASHTAG>สรัสนันท์ อรรณนพพร, อรุณี กาสยานนท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210321/image_big_6056e8494a64d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54987</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2020 17:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝุ่นพิษ2.5ยังเกินควบคุม พปชร.แก้เกี้ยวผุดศูนย์สู้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กทม.-ปริมณฑลฝุ่น PM 2.5 ยังพุ่ง! เกินมาตรฐาน 44 พื้นที่ คนกรุงไม่พอใจภาครัฐไร้น้ำยาแก้ปัญหา พปชร.ผุดศูนย์ประสานงานสู้ฝุ่น ดึงนักวิชาการ-เอกชนเข้าร่วม พท.ชงญัตติด่วนให้สภาตั้ง &amp;quot;องค์กรพิทักษ์สิ่งแวดล้อม&amp;quot; ดูแลโดยตรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 19 มกราคม เวลา 15.00 น. กรมควบคุมมลพิษ รายงานข้อมูลคุณภาพอากาศว่า ผลการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยกรมควบคุมมลพิษร่วมกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) จำนวน 54 สถานี ตรวจวัดค่าได้ 43-87 ไมโครกรัม (มคก.)/ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม) โดยปริมาณฝุ่นละอองในภาพรวมมีแนวโน้มลดลงในหลายพื้นที่จากช่วงเช้า โดยพบพื้นที่ที่มีปริมาณฝุ่นละอองอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ (พื้นที่สีส้ม) 44 พื้นที่ ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว ควรลดเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง ใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น และติดตามสถานการณ์ฝุ่นละอองอย่างใกล้ชิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในส่วนของกรุงเทพฯ พบว่าเขตพระนครมีค่า PM2.5 เกินมาตรฐานสูงสุดที่ 87 มคก./ลบ.ม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง &amp;ldquo;การจัดการวิกฤติฝุ่นละออง&amp;rdquo; ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 15-16 ม.ค. 2563 จากประชาชนที่พักอาศัยอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร รวมทั้งสิ้นจำนวน 1,256 หน่วยตัวอย่าง พบว่าการปฏิบัติตัวเมื่อเผชิญปัญหาจากวิกฤติฝุ่นละอองของประชาชน ร้อยละ 69.98 สวมหน้ากากอนามัยเวลาออกนอกบ้าน, ร้อยละ 21.50 หลีกเลี่ยงการเดินทางออกนอกบ้าน, ร้อยละ 10.59 งดทำกิจกรรมกลางแจ้ง, ร้อยละ 6.61 ใช้เครื่องฟอกอากาศ, ร้อยละ 5.41 ปิดประตู-หน้าต่างกันฝุ่น, ร้อยละ 3.66 ใช้ชีวิตตามปกติไม่ได้ทำอะไรเลย, &amp;nbsp;ร้อยละ 3.50 ไม่สนใจ เพราะอยู่ในพื้นที่ที่ไม่ได้รับผลกระทบจากฝุ่นละออง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง พบว่า ร้อยละ 2.47 ระบุว่ามีประสิทธิภาพมาก เพราะหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องมีการจัดการแก้ปัญหาที่ดี, ร้อยละ 17.60 ระบุว่าค่อนข้างมีประสิทธิภาพ เพราะมีการพ่นละอองน้ำเพื่อลดฝุ่น มีการแจ้งเตือนเขตพื้นที่สีแดง ทำให้ประชาชนได้เตรียมพร้อมรับมือ ขณะที่บางส่วนระบุว่าไม่ได้เกี่ยวกับหน่วยงานภาครัฐ แต่เป็นที่ตัวบุคคลในการทำให้เกิดฝุ่นละออง, ร้อยละ 40.84 ระบุว่าไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ เพราะหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องยังแก้ไขได้ไม่ตรงจุด ทำงานไม่จริงจัง ไม่ต่อเนื่อง ควรมีมาตรการอย่างจริงจังที่เป็นรูปธรรมในการควบคุม เช่น การก่อสร้าง รถควันดำ หรือผู้ที่ก่อให้เกิดมลพิษ, ร้อยละ 36.22 ระบุว่าไม่มีประสิทธิภาพเลย เพราะการจัดการของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องยังไม่มีการตื่นตัว ไม่มีการแก้ปัญหาที่เป็นรูปธรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท้ายที่สุด เมื่อถามถึงการมีส่วนช่วยลดปัญหาฝุ่นละอองของประชาชน พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 30.57 ระบุว่าใช้บริการขนส่งสาธารณะแทนการขับรถส่วนตัว รองลงมา ร้อยละ 24.20 ระบุว่า ฉีดน้ำล้างฝุ่นละอองหน้าบ้านตนเอง, ร้อยละ 23.09 ระบุว่าหยุดเผาขยะ ใบไม้ เศษวัสดุ, ร้อยละ 21.66 ระบุว่าไม่มีส่วนช่วยลดปัญหาฝุ่นละออง เพราะการใช้ชีวิตประจำวันไม่ได้ทำอะไรหรือสร้างปัญหาอะไรเกี่ยวกับฝุ่น อยู่แต่ที่บ้าน/อาคารไม่ได้ไปไหน ขณะที่บางส่วนระบุว่าเนื่องจากจำเป็นต้องใช้รถส่วนตัวเพื่อไปทำงาน, ร้อยละ 16.96 ระบุว่าดับเครื่องยนต์ทุกครั้งเวลาจอดรถ, ร้อยละ 8.20 ระบุว่าหยุดการจุดธูป ประทัด, ร้อยละ 7.48 ระบุว่านำรถไปเข้าอู่เพื่อแก้ไขปัญหาควันดำ, ร้อยละ 2.23 ระบุว่าหยุดการก่อสร้าง&amp;nbsp;
ผุดศูนย์ประสานงานสู้ฝุ่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคพลังประชารัฐ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ แถลงข่าวกรณีแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ว่าพรรคพลังประชารัฐสนใจแก้ไขปัญหาในระยะสั้น 2 เดือนนี้ โดยร่วมมือกับทีมนักวิชาการ ในระยะกลางและระยะยาว เพื่อแก้ปัญหาต่อไป และป้องกันปัญหาในช่วงปีหน้าอย่างไรจะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ยืนยันว่าพรรคพลังประชารัฐมีความเป็นห่วงประชาชน และขอให้ช่วยกันทำเพื่อลูกหลาน ทำให้มลพิษมีปัญหาต่อสุขภาพน้อยที่สุด อย่างไรก็ตาม ฝุ่นพิษเป็นปัญหาทั่วโลกมาแล้ว สำหรับประเทศไทยในช่วง 2 ปีนี้ค่อนข้างแรง เราต้องร่วมมือกับรัฐบาล ภาควิชาการ &amp;nbsp;ภาคเอกชน เพื่อศูนย์ประสานงานด้านฝุ่น PM2.5 ที่จะตั้งขึ้นเป็นส่วนประสานงาน เพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า จะมีการเปิดศูนย์ฯ อย่างเป็นทางการในสัปดาห์หน้า โดยนายสนธิรัตน์ได้มอบหมายให้ตนเป็นผู้อำนวยการศูนย์ดังกล่าว เพื่อช่วยกันคิดหาทางสู้กับปัญหาฝุ่นและผลักดันนโยบายแก้ไขได้จริง พร้อมกับจะประสานงานกับภาควิชาการ จัดหาองค์ความรู้มอบแก่ประชาชน รวมถึงเทคโนโลยีจะสามารถให้ประชาชนช่วยเหลือตัวเองในเบื้องต้นได้ อาทิ ปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่จะจับฝุ่น PM2.5 ได้แล้วโดยเป็นละอองน้ำประมาณ 15 ไมครอน ซึ่งในสัปดาห์หน้าจะมาสอนวิธีประกอบอุปกรณ์เพื่อให้ประชาชนนำไปใช้ได้ทันที นอกจากนี้ยังมีการพูดถึงมอส ซึ่งเป็นพืชชนิดหนึ่งที่สามารถกรองดัก ฝุ่นในอากาศได้เป็นอย่างดีเทียบเท่ากับต้นไม้เป็น 100 ต้น ซึ่งในสัปดาห์หน้าจะได้มาให้รายละเอียดกันอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงเช้าวันเดียวกัน นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่, นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค, น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค&amp;nbsp;พร้อมด้วย ส.ส.เขต กทม.ของพรรค ลงพื้นที่กรุงเทพมหานคร รณรงค์แจกหน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ให้กับประชาชน ที่ตลาดรุ่งเจริญ เขตยานนาวา และวงเวียนสมเด็จพระเจ้าตากสิน&amp;nbsp;จากนั้นช่วงบ่ายจะลงพื้นที่ตลาดมาวิน พระราม 2 หมู่บ้านเศรษฐกิจ บางแค และช่วงเย็นที่สยามสแควร์ และบริเวณสถานีรถไฟฟ้าเอกมัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธรกล่าวว่า รัฐบาลควรเร่งแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าด้านการบรรเทาผลกระทบสุขภาพประชาชน ด้วยการให้ข้อมูลเพื่อตระหนักถึงปัญหา รวมถึงการแจกหน้ากากป้องกันฝุ่นให้กับประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีรายได้น้อย และเข้าไม่ถึงหน้ากากอนามัยชนิดที่กันฝุ่น PM2.5&amp;nbsp;ได้ ทั้งนี้ หากค่าของฝุ่นละอองมีมากจนส่งผลต่อสุขภาพ ควรมีการปิดเรียนชั่วคราว ซึ่งเป็นมาตรการของทุกประเทศที่ประสบปัญหานำมาใช้ และต้องคิดล่วงหน้าว่าหากปีหน้าต้องเผชิญปัญหาอีกจะทำอย่างไร
ชงองค์กรพิทักษ์สิ่งแวดล้อม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.สรัสนันท์ อรรณนพพร ส.ส.ขอนแก่น และรองโฆษกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ประเทศไทยมีปัญหาเชิงโครงสร้าง ไม่มีหน่วยงานใดมีบทบาทรับผิดชอบโดยตรงด้านพัฒนาและพิทักษ์สิ่งแวดล้อม และเมื่อมีปัญหาเช่นฝุ่น PM2.5 ไม่มีใครออกตัวรับปฏิบัติหน้าที่ ส่วนรัฐบาลไม่มีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำในการออกมาตรการที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ จึงขอเสนอญัตติด่วนต่อที่ประชุมสภาผู้แทนเพื่อพิจารณาแต่งตั้ง &amp;quot;องค์กรพิทักษ์สิ่งแวดล้อม&amp;quot; ที่จะเป็นหน่วยงานที่รวมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง ศึกษาออกแบบแผนบูรณาการด้านสิ่งแวดล้อมระยะยาว ซึ่งหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา มีหน่วยงาน Environmental Protection Agency - EPA ทำหน้าที่โดยตรง ส่วนจีนสามารถแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศได้ภายใน 6 ปี โดยให้ความสำคัญกับงบประมาณพิทักษ์สิ่งแวดล้อม ราว 10 ล้านล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้สำนักงานทางหลวง แขวงทางหลวง และหมวดทางหลวงทั่วประเทศ ดำเนินการตามแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 ด้วยการกำหนดมาตรการป้องกันแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองใน 2 กรณี คือ กรณีที่ระดับปริมาณฝุ่น PM 2.5 มีค่าไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม. และกรณีเกิดสถานการณ์วิกฤติที่ระดับปริมาณฝุ่น PM 2.5 มีค่าเกิน 50 มคก./ลบ.ม.ขึ้นไป&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกรณีเกิดสถานการณ์วิกฤติที่ระดับปริมาณฝุ่น PM 2.5 มีค่าเกิน 50 มคก./ลบ.ม.ขึ้นไป กรมทางหลวงจะดำเนินการดังนี้ การปล่อยฝอยละอองน้ำความดันสูง ซึ่งปัจจุบันติดตั้งไว้จำนวน 15 แห่ง เพื่อดักจับฝุ่นละอองฝุ่น PM 2.5 ดำเนินการช่วงเวลา 18.00-23.00 น. และกำชับให้หน่วยงานในสังกัดแก้ไขปัญหาจราจรติดขัดบริเวณพี้นที่ก่อสร้าง และหน้าด่านเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทาง โดยศึกษาและจัดทำแผนแก้ปัญหาด่านเก็บค่าผ่านทางฯ ให้รถสามารถผ่านด่านฯ ได้โดยเร็ว ไม่หยุดชะงัก เพื่อแก้ไขปัญหาการก่อมลพิษอีกทาง รวมทั้งร่วมมือกับการทางพิเศษแห่งประเทศไทยรณรงค์และกำหนดมาตรการจูงใจให้ผู้ใช้ทาง หันมาใช้ M-Pass และ Easy Pass&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า กฟผ.คำนึงถึงหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการเกิด PM 2.5 คือการเผาไหม้ &amp;nbsp;จึงได้ออกมาตรการป้องกัน ดังนี้ 1.รณรงค์ประชาชนรอบเขื่อนและโรงไฟฟ้า ห้ามจุดไฟเผาป่าและวัชพืช 2.กฟผ.ร่วมกับชุมชนจัดตั้งทีมเฝ้าระวังไฟป่า เพื่อร่วมกันทำแนวกันไฟป่าและจัดทีมดับไฟป่าเพื่อร่วมปฏิบัติภารกิจดับไฟป่าให้สงบลงได้อย่างรวดเร็ว และ 3.จัดโครงการสร้างฝายชะลอน้ำรอบพื้นที่เขื่อนของ กฟผ. เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผืนป่าและลดโอกาสของการเกิดไฟป่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ เพื่อช่วยลดและบรรเทาปัญหาการฟุ้งกระจายของฝุ่น PM 2.5 บริเวณสำนักงานใหญ่ กฟผ. จ.นนทบุรี และพื้นที่ชุมชนโดยรอบอย่างเร่งด่วน กฟผ.จึงได้ออกมาตรการเปิดระบบพ่นละอองไอน้ำบนยอดตึก 20 ชั้นของสำนักงานใหญ่ กฟผ. จ.นนทบุรี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54987</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ภาดาท์ วรกานนท์, วิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย, สรัสนันท์ อรรณนพพร, สราวุธ ทรงศิวิไล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200119/image_big_5e2461898281e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
