<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120096</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2021 16:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2021 16:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมทางหลวงลุยขยาย 4 เลน &#039;ทล410&#039; จ.ยะลา หนุนท่องเที่ยวเชื่อมขนส่งไทย-มาเลเซีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค.2564-นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.)เปิดเผยว่า กรมทางหลวง โดย สำนักก่อสร้างทางที่ 1 ดำเนินการก่อสร้างขยายหมายเลข 410 สาย ปัตตานี - อ.เบตง ตอน บ.ตือลาฆอบาต๊ะ&amp;ndash;บ.ตะบิงติงงี จ.ยะลา ระยะทาง 18.015 กิโลเมตร แล้วเสร็จ ตามนโยบายด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับทางหลวงหมายเลข 410 สาย ปัตตานี - เบตง&amp;nbsp; เชื่อมต่อระหว่างจังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา และชายแดนประเทศมาเลเชียที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ระยะทางยาวประมาณ 157 กิโลเมตร อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงทั้งสิ้น 153 กิโลเมตร&amp;nbsp; โดยกรมทางหลวงได้ทำการบุกเบิกก่อสร้างถนนดินตลอดเส้นทางกว้างประมาณ 4 เมตร เมื่อปี พ.ศ. 2483 ลักษณะสภาพทางและภูมิประเทศด้านคันทางเป็นที่ราบ เนิน และภูเขา สองข้างทางเป็นสวนยางพารา สวนผลไม้ และป่าไม้เบญจพันธุ์ การจราจรผ่านได้ในฤดูร้อนเป็นบางช่วงเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ได้ปรับปรุงพื้นทางให้ดีขึ้น ก่อสร้างสะพาน ท่อเหลี่ยม และวางท่อกลมเพิ่มเติม ดำเนินการลาดยางแล้วเสร็จตลอดสายทางเมื่อปี 2509 สามารถใช้สัญจรได้ทุกฤดูกาล ปัจจุบันประชาชนนิยมใช้เป็นเส้นทางการค้าชายแดนไทย - มาเลเซีย&amp;nbsp; ทำให้มีผู้ใช้เส้นทางสายนี้เพิ่มขึ้น&amp;nbsp; ดังนั้นเพื่อเพิ่มความสะดวกในการเดินทาง กรมทางหลวงเล็งเห็นความสำคัญของทางหลวงหมายเลข 410 สาย ปัตตานี -เบตง จึงดำเนินการก่อสร้างจากเดิมทางหลวงมาตรฐานทางชั้น 1 ปรับปรุงเป็นมาตรฐานทางชั้นพิเศษ 4 ช่องจราจร(ไป-กลับ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้โดยแบ่งเป็น 2 ตอน&amp;nbsp; ได้แก่ ตอนที่ 1 ระหว่าง กม.50+540 - กม.59+955&amp;nbsp; ระยะทาง 9.415 กิโลเมตร แล้วเสร็จเดือนเมษายน 2564 และตอนที่ 2 ระหว่าง กม.59+955 - กม.68+555 ระยะทาง 8.6 กิโลเมตร แล้วเสร็จเดือนกันยายน 2564&amp;nbsp; รวมระยะทางทั้งหมด 18.015 กิโลเมตร ผิวจราจรและไหล่ทางแอสฟัลต์คอนกรีต&amp;nbsp; ผิวจราจรข้างละ&amp;nbsp; 2&amp;nbsp; ช่อง&amp;nbsp; กว้างช่องละ&amp;nbsp; 3.50&amp;nbsp; เมตร&amp;nbsp; ไหล่ทางด้านนอกกว้าง&amp;nbsp; 2.50&amp;nbsp; เมตร พร้อมปรับปรุงเกาะกลาง และติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่าง งบประมาณ 786,892,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามเมื่อโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จ จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้เส้นทางนักท่องเที่ยวและอำนวยความสะดวกในด้านการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศไทย -&amp;nbsp; มาเลเซีย&amp;nbsp; เป็นการพัฒนาพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซี่ยน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120096</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยายหมายเลข 410 สาย ปัตตานี - อ.เบตง, สราวุธ ทรงศิวิไล, อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211018/image_big_616d3998e9139.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118109</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2021 15:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2021 15:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมทางหลวง ขยาย 6 เลน สาย &#039;กระทิงลาย - ระยอง&#039;  หนุนขนส่งเชื่อมอีอีซี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
28 ก.ย.2564-นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า กรมทางหลวงดำเนินการก่อสร้างขยายทางหลวงหมายเลข 36 สายกระทิงลาย - ระยอง เป็น 6 ช่องจราจร (ไป-กลับ) แล้วเสร็จตลอดสาย น้อมรับนโยบายของ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจฝั่งตะวันออกหรือโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก(EEC) เพื่อเตรียมความพร้อมในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมรองรับนักลงทุน และส่งเสริมให้ภูมิภาคตะวันออกเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของอาเซียน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับทางหลวงหมายเลข 36 กระทิงลาย - ระยอง เริ่มต้นจากจุดตัดถนนสุขุมวิท บนทางหลวงหมายเลข 3 บริเวณแยกกระทิงลาย ตำบลบางละมุง อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี &amp;nbsp;สิ้นสุดที่บริเวณจุดตัดถนนสุขุมวิท บนทางหลวงหมายเลข 3 บริเวณแยก IRPC ตำบลบลเชิงเนิน อำเภอเมือง จังหวัดระยอง ระยะทางประมาณ 58 กิโลเมตร ปัจจุบันประชาชนนิยมใช้เป็นเส้นทางสัญจรในพื้นที่เชื่อมโยงการคมนาคมและขนส่งระหว่างภาคกลางและภาคตะวันออก และเป็นโครงข่ายการขนส่งสินค้าทางเรือจากท่าเรือแหลมฉบังสู่นิคมอุตสาหกรรมตะวันออกในพื้นที่ จังหวัดชลบุรีและจังหวัดระยอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสราวุธ กล่าวว่า กรมทางหลวงเล็งเห็นความสำคัญดังกล่าว จึงมอบหมายสำนักก่อสร้างทางที่ 1 ดำเนินการก่อสร้างขยายช่วงสุดท้าย คือ ระหว่าง กม.33+000 - กม. 57+021 รวมระยะทาง 24 กิโลเมตร &amp;nbsp;จากเดิมเป็นมาตรฐานชั้นทางพิเศษ 4 ช่องจราจร(ไป-กลับ) &amp;nbsp; เพิ่มเป็นมาตรฐานชั้นทางพิเศษ 6 ช่องจราจร(ไป-กลับ) &amp;nbsp;ผิวจราจรแบบคอนกรีตเสริมเหล็ก กว้างช่องละ 3.50 เมตร ไหล่ทางด้านนอกกว้าง 2.50 เมตร ไหล่ทางด้านในกว้าง 1.50 เมตร และปรับปรุงเกาะกลาง งบประมาณ 2,143,500,129 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ กรมทางหลวงยังมีโครงการก่อสร้างทางต่างระดับปรับปรุงจุดตัดทางหลวงหมายเลข 36 กับทางหลวงหมายเลข 331 บริเวณแยกเขาไม้แก้ว งบประมาณ 591,000,000 บาท เพื่อรองรับการสัญจรของผู้ใช้ทางในบริเวณทางแยกดังกล่าว ซึ่งคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปี 2566&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เมื่อโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จตลอดสาย &amp;nbsp;สามารถรองรับปริมาณการจราจรที่สูงขึ้น ประชาชนสามารถใช้เส้นทางขนส่งสินค้าและการเดินทางสู่จังหวัดระยอง ได้สะดวก รวดเร็ว &amp;nbsp;จากการพัฒนาโครงข่ายการคมนาคมขนส่งเชื่อมกับพื้นที่โดยรอบสนับสนุนการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ที่รัฐบาลได้ให้ความสำคัญ &amp;nbsp;รวมถึงขยายการรองรับการเติบโตของการขนส่งทุกรูปแบบ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118109</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทางหลวง, ก่อสร้างขยายทางหลวงหมายเลข 36 สายกระทิงลาย - ระยอง, สราวุธ ทรงศิวิไล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210928/image_big_6152d274b1666.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116260</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2021 12:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2021 12:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทางหลวงเร่งขยายถนน 6 เลน จ. ระยองหนุนเชื่อมอีอีซี-ท่าเรือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ย. 2564 นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง(ทล.) เปิดเผยว่า สำนักก่อสร้างสะพานได้ดำเนินการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 3191 ตอน ต.มาบตาพุด-อ.นิคมพัฒนา รวมทางลอดจุดตัดทางหลวงหมายเลข 3191 กับทางหลวงหมายเลข 3375 จุดเริ่มต้นโครงการที่ กม.0+000 ต.มาบตาพุด อ.เมืองระยอง สิ้นสุดที่ กม.13+600 พื้นที่ อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง ระยะทาง 13.6 กิโลเมตร(กม.) งบประมาณ 1,447 ล้านบาท คืบหน้า55% มีบางช่วงที่ดำเนินการเสร็จและเปิดให้บริการแล้ว เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้ใช้เส้นทาง ทั้งนี้คาดว่าในภาพรวมโครงการจะก่อสร้างแล้วเสร็จเดือน มิ.ย.2565 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรูปแบบโครงการก่อสร้างเป็นมาตรฐานทางชั้นพิเศษจากเดิม 4 ช่องจราจรเป็น 6 ช่องจราจร &amp;nbsp;ผิวทางคอนกรีตเสริมเหล็ก กว้างช่องจราจรละ 3.50 เมตร ไหล่ทางด้านนอกกว้างข้างละ 2.50 เมตร &amp;nbsp;แบ่งทิศทางการจราจรแบบ ไป-กลับ กว้างฝั่งละประมาณ &amp;nbsp;13 เมตร และก่อสร้างทางลอดแบบอุโมงค์ใต้ดิน (UNDERPASS) ขนาด 4 ช่องจราจรไป-กลับ (แยกนิคมพัฒนา) พร้อมงานก่อสร้างสะพานคอนกรีตอัดแรง 2 แห่ง สะพานลอยคนเดินข้าม 2 แห่ง ก่อสร้างศาลาทางหลวงบริเวณสองข้างทาง จำนวน 16 แห่ง พร้อมติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างตลอดเส้นทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้โครงการนี้เป็นหนึ่งในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพื้นที่ภาคตะวันออก (EEC) เพื่อลดปัญหาการจราจรคับคั่งการขนส่งบริเวณท่าเรือมาบตาพุด และเส้นทางดังกล่าวยังควบคุมการจราจรด้วยระบบสัญญาณไฟจราจร ซึ่งเป็นทางแยกที่มักเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ประกอบกับ ทางหลวงหมายเลข 3191 มีการใช้ความเร็วค่อนข้างสูง อีกทั้งบนทางหลวง หมายเลข 3375 มีปริมาณรถบรรทุกและรถขนาดใหญ่จำนวนมาก จึงทำให้มีอัตราการเกิดอุบัติเหตุค่อนข้างสูงและส่งผลกระทบถึงการจราจรในเส้นทางใกล้เคียง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามเมื่อโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการคมนาคมขนส่งและระบบโลจิสติกส์ ช่วยลดปัญหาการจราจรคับคั่งการขนส่งสินค้าบริเวณทางเข้าสู่ท่าเรือ ต.มาบตาพุด ช่วยยกระดับคุณภาพการให้บริการ อำนวยความสะดวกในการเดินทางให้กับนักลงทุนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ จ.ระยอง ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC) ตามนโยบายรัฐบาล และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116260</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทางหลวง(ทล.), ก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 3191, ต.มาบตาพุด-อ.นิคมพัฒนา, สราวุธ ทรงศิวิไล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210527/image_big_60af474f78a6e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115482</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2021 12:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2021 12:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมทางหลวง เร่งขยายทางรอบเกาะสมุยหนุนท่องเที่ยวภาคใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ย.2564 นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง(ทล.) เปิดเผยว่ากรมฯขานรับนโยบายนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ &amp;nbsp;รมว.คมนาคม ที่ได้มอบให้กรมทางหลวงดำเนินการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งพัฒนาโครงข่ายทางหลวงในพื้นที่ภาคใต้ พร้อมให้เร่งดำเนินโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 4169 สายทางรอบเกาะสมุยที่ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้างให้เสร็จสมบูรณ์ตลอดเส้นทาง 50 กิโลเมตร โดยที่ผ่านมากรมทางหลวงได้ขยายเส้นทางแล้วเสร็จรวมระยะทาง 34 กิโลเมตร &amp;nbsp;และเปิดให้บริการเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนไปแล้ว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้เหลือเพียง ตอน บ.หัวถนน - บ.เฉวง &amp;nbsp;ซึ่งเป็นช่วงสุดท้าย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมจึงผลักดันให้เร่งขยายเส้นทางเพิ่มช่องจราจรในส่วนที่เหลืออีก 15.5 กิโลเมตร &amp;nbsp;เพื่อรองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจ ส่งเสริมการท่องเที่ยว และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและนักท่องเที่ยวให้สามารถเดินทางได้อย่างสะดวกรวดเร็วปลอดภัยตามนโยบายของรัฐบาล &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้กรมทางหลวง โดยสำนักก่อสร้างทางที่ 1 จึงเร่งดำเนินโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 4169 สายทางรอบเกาะสมุย ตอน บ.หัวถนน - บ.เฉวง โดยมีจุดเริ่มต้นที่ กม.14+000 ท้องที่บ้านหัวถนน ต.หน้าเมือง และจุดสิ้นสุดที่ กม.29+531 ท้องที่บ้านเฉวง ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย &amp;nbsp;จ.สุราษฎร์ธานี &amp;nbsp;โดยก่อสร้างเป็นมาตรฐานทางชั้น 1 ขนาด 2 ช่องจราจร ไป-กลับ &amp;nbsp;ผิวทางเป็นแอสฟัลท์คอนกรีต สำหรับรูปแบบการก่อสร้างแบ่งตามลักษณะภูมิประเทศและความกว้างของเขตทางหลวงโดยคำนึงถึงการใช้ประโยชน์ของพื้นที่ให้เหมาะสมกับเขตทางหลวง เนื่องจากสภาพพื้นที่โดยทั่วไปเป็นภูมิประเทศสลับเนินเขา ย่านชุมชน ที่อยู่อาศัยหนาแน่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยแบ่งรูปแบบ ดังนี้ รูปแบบสำหรับเขตทางกว้าง 12 เมตร ช่องจราจรกว้าง 3.50 เมตร ไม่มีไหล่ทาง มีทางเท้าทั้งสองข้าง กว้างข้างละ 2.50 เมตร รูปแบบสำหรับเขตทางกว้าง 16 เมตร ช่องจราจรกว้าง 3.00 เมตร มีไหล่ทางทั้งสองข้างทาง กว้างข้างละ 2.25 เมตร และมีทางเท้าทั้งสองข้างทาง กว้างข้างละ 2.75 เมตร รูปแบบสำหรับเขตทางกว้าง 30 เมตร ช่องจราจรกว้าง 3 เมตร มีไหล่ทางทั้งสองข้างทาง กว้างข้างละ 3 เมตร รวมงานติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างและไฟสัญญาณจราจรบนทางหลวงตลอดเส้นทาง &amp;nbsp;งบประมาณ 700,980,000 บาท &amp;nbsp;ปัจจุบันการก่อสร้างคืบหน้าประมาณ &amp;nbsp;70 &amp;nbsp;% คาดว่าจะก่อสร้างจะแล้วเสร็จประมาณเดือนมีนาคม 2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับทางหลวงสายดังกล่าวเดิมชื่อถนนทวีราษฎร์ภักดี เป็นถนนวงแหวนรอบตัวเกาะสมุยผ่านย่านชุมชนต่างๆ &amp;nbsp; อ้อมรอบเกาะกลับมาที่จุดเดิมบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองเกาะสมุย ทั้งนี้ &amp;nbsp;เมื่อโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จจะเติมเต็มโครงข่ายทางหลวงสาย 4169 ให้สมบูรณ์ตลอดเส้นทาง รองรับปริมาณการจราจรที่เพิ่มสูงขึ้น ยกระดับความปลอดภัยการคมนาคมขนส่ง กระตุ้นการท่องเที่ยวของจังหวัดสุราษฎร์ธานีและพื้นที่ภาคใต้ ช่วยการกระจายความเจริญทางด้านเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115482</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทางหลวง, ขยายทาง, สราวุธ ทรงศิวิไล, เกาะสมุย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210903/image_big_6131adbfb0730.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115035</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2021 14:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2021 14:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทล.ขยาย 4 เลน อ.ท่าตูม - อ.จอมพระ จ.สุรินทร์ หนุนเชื่อมขนส่งชายแดนไทย-กัมพูชา                         </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ส.ค.2564 นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.)เปิดเผยว่า กรมทางหลวงโดยสำนักก่อสร้างทางที่ 2 ดำเนินการก่อสร้างขยายทางหลวงหมายเลข 214 ตอน อ.ท่าตูม - อ.จอมพระ จ.สุรินทร์ ระยะทาง 21.7 กิโลเมตร แล้วเสร็จ ตามนโยบายนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ซึ่งเป็นโครงการบูรณาการพัฒนาด้านคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ เชื่อมโยงเส้นทางสายย่อยเข้าสู่ทางสายหลัก อำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้ทางให้สามารถเดินทางจากอำเภอสู่จังหวัดได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับทางหลวงหมายเลข 214 เป็นโครงข่ายคมนาคมเชื่อมโยงระหว่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง - ตอนล่าง โดยเริ่มจากเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ ผ่าน จังหวัดร้อยเอ็ด และสิ้นสุดที่ด่านพรมแดนช่องจอม อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp; ระยะทางตลอดสาย 264.66 กิโลเมตร ปัจจุบันประชาชนนิยมใช้เป็นเส้นทางการค้าชายแดนไทย - กัมพูชา&amp;nbsp; ทำให้มีผู้ใช้เส้นทางสายนี้เพิ่มขึ้นในระยะเวลาอันรวดเร็ว เกิดปัญหาจราจรติดขัด ทำให้ผู้ใช้ทางไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรมทางหลวงเห็นถึงความสำคัญจึงดำเนินการก่อสร้างขยายทางหลวง ตอน อ.ท่าตูม - อ.จอมพระ ตั้งแต่ กม.142+684 - กม.164+436 รวมระยะทาง 21.7 กิโลเมตร &amp;nbsp; เดิมจาก 2 ช่องจราจร เป็นมาตรฐานทางชั้นพิเศษ 4 ช่องจราจร(ไป-กลับ) ผิวทาง Asphalt Concrete Surface กว้างช่องละ 3.50&amp;nbsp; เมตร&amp;nbsp; พร้อมปรับปรุงเกาะกลาง มีผิวทางและไหล่ทางเป็น&amp;nbsp; Asphaltic Concrete&amp;nbsp; ไหล่ทางด้านในกว้าง&amp;nbsp; 0.50&amp;nbsp; เมตร&amp;nbsp; ส่วนไหล่ทางด้านนอกกว้าง 2.50 เมตร พร้อมติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างบนทางหลวง งบประมาณ 736,912,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามเมื่อโครงการแล้วเสร็จ ทำให้เกิดระบบทางหลวงที่ทันสมัย เชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมขนส่งให้มีประสิทธิภาพกระจายความเจริญ และการพัฒนาสู่ภูมิภาค อีกทั้งระบบคมนาคมขนส่งทางถนนสามารถรองรับการพัฒนาเศรษฐกิจในอนาคต ส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว รวมถึงเกิดประโยชน์แก่ผู้สัญจรในเส้นทาง ทำให้ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการคมนาคมขนส่ง เพิ่มความสะดวกในการเดินทาง เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอย่างมั่นคง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115035</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยายถนน 4 เลน, สราวุธ ทรงศิวิไล, สุรินทร์, อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210830/image_big_612c89ca475fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113469</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2021 13:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2021 13:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทล. เร่งขยายถนนทางหลวง3 สายตราด – หาดเล็ก จ.ตราด หนุนท่องเที่ยว-เขตเศรษฐกิจชายแดน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ส.ค.2564 นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง(ทล.)เปิดเผยว่าตามที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม &amp;nbsp; ได้มอบนโยบายการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงและมาตรฐานความปลอดภัยในเส้นทาง พร้อมให้เร่งดำเนินโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 3 (ถนนสุขุมวิท) สาย ตราด - หาดเล็ก ที่ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้างให้เสร็จสมบูรณ์ตลอดเส้นทาง เพื่อรองรับเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดตราด สนับสนุนเขตเศรษฐกิจชายแดน (Special Economic Zone : SEZ) รองรับการขยายตัวของเมืองและแก้ไขปัญหาการจราจร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เนื่องจากจังหวัดตราดได้รับการจัดตั้งให้พัฒนาเป็นหนึ่งในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษในระยะแรก โดยตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางการค้าการขนส่งต่อเนื่องระหว่างประเทศและเป็นศูนย์กลางการบริการด้านการท่องเที่ยวระดับภูมิภาค อีกทั้งยังเป็นประตูการค้าชายแดน มีด่านการค้าบ้านหาดเล็ก ซึ่งมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กระจายสินค้า สามารถเชื่อมโยงกับเขตเศรษฐกิจพิเศษเกาะกง ราชอาณาจักรกัมพูชา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามที่ผ่านมากรมทางหลวงได้ขยายเส้นทางดังกล่าวเป็น 4 ช่องจราจรแล้วเสร็จระยะทางรวม 65.550 &amp;nbsp;กิโลเมตร ซึ่งขณะนี้คงเหลือช่วงสุดท้าย ตอน ทางแยกเข้า ต.ไม้รูด - บ.คลองจาก ระยะทางประมาณ 23.450 กิโลเมตร &amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมจึงผลักดันให้แล้วเสร็จภายในปี 2564 &amp;nbsp;ซึ่งหากโครงการแล้วเสร็จจะเสริมสร้างโครงข่ายทางหลวงให้สมบูรณ์ตลอดเส้นทาง 89 กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้กรมทางหลวง รับมอบนโยบายดังกล่าว โดยสำนักก่อสร้างทางที่ 2 เร่งดำเนินโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 3 (ถนนสุขุมวิท) สาย ตราด - หาดเล็ก ตอนทางแยกเข้า ต.ไม้รูด - บ.คลองจาก จุดเริ่มต้นโครงการ กม.454+390 &amp;nbsp;(กม.เก่า กม.55+300) &amp;ndash; กม.477+840 (กม.เก่า กม.78+750 &amp;nbsp;) &amp;nbsp;ระยะทางประมาณ 23.450 กิโลเมตร &amp;nbsp;ซึ่งผ่านพื้นที่อำเภอเมืองตราด และอำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยก่อสร้างเป็นมาตรฐานทางชั้นพิเศษ 4 ช่องจราจร &amp;nbsp;ผิวทาง Asphalt Concrete Surface กว้างช่องละ 3.50 &amp;nbsp;เมตร &amp;nbsp;ไหล่ทางด้านนอกกว้าง 2.50 เมตร รวมงานก่อสร้างสะพานคอนกรีตอีก &amp;nbsp;7 &amp;nbsp;แห่ง &amp;nbsp;และก่อสร้างศาลาทางหลวงในบริเวณสองข้างทางเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนจำนวน &amp;nbsp;11 &amp;nbsp;แห่ง &amp;nbsp;พร้อมติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างตลอดเส้นทาง งบประมาณ 985,471,490 บาท &amp;nbsp;ปัจจุบันการก่อสร้างคืบหน้าประมาณ 85% &amp;nbsp;คาดว่าจะก่อสร้างจะแล้วเสร็จประมาณเดือน พฤศจิกายน &amp;nbsp;2564 นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เมื่อโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จจะเป็นเส้นทางที่มีความสำคัญด้านการสัญจรของประชาชนในพื้นที่ &amp;nbsp;ส่งเสริมการขนส่งสินค้า การท่องเที่ยว และเป็นเส้นทางที่เชื่อมต่อการเดินทางระหว่างประเทศไทยกับราชอาณาจักรกัมพูชา ที่มีอัตราการเพิ่มของปริมาณรถสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ และสังคมของจังหวัดตราด รวมถึงช่วยสนับสนุนโครงการพัฒนาระเบียบเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ของประเทศไทยอีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113469</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทางหลวงหมายเลข 3 (ถนนสุขุมวิท) สาย ตราด - หาดเล็ก, สราวุธ ทรงศิวิไล, อธิบดีกรมทางหลวง(ทล.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210816/image_big_611a08896d5a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107337</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/06/2021 10:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/06/2021 10:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รีบไปเซ็กอิน  กรมทางหลวง กางแผนผุดถนนสวย 77 สายทางทั่วไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 มิ.ย.2564 &amp;nbsp;นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า จากข้อสั่งการของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ในคราวลงพื้นที่ตรวจติดตามผลการดำเนินงานโครงการเร่งด่วน และแผนการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมและส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ จ.สุรินทร์ เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 2564 ที่ผ่านมา พร้อมทั้งได้สั่งการให้ ทล. มีโครงการถนนสวยงามอย่างน้อยจังหวัดละ 1 โครงการ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ตามนโยบายของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีนั้น ได้แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อพิจารณาและดำเนินการโครงการถนนสวยดังกล่าว โดยมีนายชาติชาย ช่วงชิง วิศวกรใหญ่ด้านบำรุงรักษา ทล. เป็นประธานคณะทำงานฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ทล. พร้อมดำเนินการตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมโดยทันที ซึ่งถึงแม้ในขณะนี้ ยังเป็นช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่ภายหลังประชาชนมีการฉีดวัคซีนมากขึ้น และจะส่งผลให้การแพร่ระบาดคลี่คลายลง ทล.จึงได้เตรียมความพร้อมในทุกๆ ด้าน โดยเฉพาะเรื่องการอำนวยความสะดวกในการเดินทาง และปรับปรุงทัศนียภาพให้สวยงาม เพื่อรองรับการท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาว และมีความสวยงามทันช่วงเทศกาลปีใหม่ 2565 ที่จะถึงนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายชาติชาย กล่าวว่า ภายหลังรับข้อสั่งการดังกล่าว ตนในฐานะประธานคณะทำงานฯ จึงประสานข้อมูลร่วมกับแขวงทางหลวงทั่วประเทศ เพื่อเดินหน้าดำเนินการปรับปรุงภูมิทัศน์ให้มีความสวยงามเป็นระเบียบเรียบร้อย รวมถึงมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่สำรวจถนนทางหลวงในเส้นทางต่างๆ ที่อยู่ในความรับผิดชอบ เพื่อจัดทำแผนปฏิบัติงาน (Action Plan) ในการปรับปรุงภูมิทัศน์ ทั้งการปลูกต้นไม้ หรือดอกไม้ เพื่อให้สองข้างถนนทางหลวงมีความสวยงาม รวมถึงยังเป็นเพิ่มพื้นที่สีเขียวมากขึ้น อีกทั้งยังให้พิจารณาต้นไม้หรือดอกไม้ประจำพื้นที่นั้นๆ เพื่อสร้างเอกลักษณ์ที่น่าสนใจ และสร้างความประทับใจของผู้ที่มาเยือน รวมถึงการปรับปรุงจุดให้บริการประชาชนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ทล. ได้ดำเนินการปลูกต้นไม้หรือดอกไม้ในเส้นทางต่างๆ มาโดยตลอด โดยในบางเส้นทางถูกขนานนามว่า &amp;ldquo;ถนนสายต้นไม้&amp;rdquo; เนื่องจากมีความสวยงาม และประทับใจต่อผู้ใช้ทาง ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจของกรมทางหลวงที่ได้ให้ความสำคัญในเรื่องดังกล่าวนั้น อธิบดีกรมทางหลวง จึงได้ส่งเสริมให้หมวดทางหลวงทั่วประเทศ พิจารณาสร้างเรือนเพาะชำต้นไม้ เพื่อนำมาปลูกในเส้นทางถนนทางหลวงต่อไป ขณะเดียวกัน ให้พิจารณาเลือกเส้นทางที่อยู่ในความรับผิดชอบที่มีความสวยงามตามลักษณะทางกายภาพของเส้นทางอย่างน้อยจังหวัดละ 1 แห่ง โดยในเบื้องต้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศ ได้เสนอแผนส่งมายังสำนักบริหารบำรุงทางแล้ว และอยู่ระหว่างการพิจารณาต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ คณะทำงานฯ ได้กำหนดแนวทางดำเนินการทางหลวงสวยงามของกรมทางหลวง โดยแบ่งออกเป็น 2 ระยะ ได้แก่ 1.ระยะแรก (ทำทันที) ภายใต้โครงการ &amp;ldquo;1 จังหวัด 1 ถนนสวยงาม 77 สายทาง&amp;rdquo; ซึ่งในเบื้องต้น จะนำร่องถนนเฉลิมพระเกียรติ ที่อยู่ในความรับผิดชอบของ ทล. และถนนในพื้นที่ต่างๆ ที่พิจารณาเลือก โดย ทล. จะปรับปรุงและเพิ่มความสวยงามให้กับถนน รวมถึงเส้นทางอื่นๆ ที่ลักษณะทางกายภาพสวยงาม นอกจากนี้ จะดำเนินการปรับปรุงศักยภาพถนนสายต้นไม้ที่มีอยู่เดิม จำนวน 20 แห่ง รวมถึงปรับปรุงและเพิ่มศักยภาพความสวยงามในจุดให้บริการประชาชน ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้วจำนวน 4 แห่ง และในปีงบประมาณ 2565 จะดำเนินการเพิ่มเติมอีกจำนวน 4 แห่ง รวมทั้งสิ้น 8 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ระยะต่อไป คือ การพัฒนาเพิ่มความร่มรื่นสวยงามของจุดพักรถ เช่น จุดพักรถบรรทุก, จุดพักรถขนาดเล็กในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ เป็นต้น เพื่อเป็นจุดพักจากการเดินทาง ซึ่งจะเป็นการช่วยลดอุบัติเหตุทางถนนด้วย นอกจากนี้ ทล.จะดำเนินการปรับปรุงพัฒนาพื้นที่หมวดทางหลวงทั่วประเทศ ให้มีความร่มรื่นสวยงามยิ่งขึ้น เพื่อเป็นจุดบริการประชาชน โดยเฉพาะหมวดทางหลวงที่อยู่ในพื้นที่ท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยม เช่น ในเส้นทางภาคเหนือ เช่น เขาค้อ ภูทับเบิก ดอยอินทนนท์ จ.น่าน จ.แพร่ เป็นต้น ด้วยการปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น ห้องน้ำสะอาด ลานกางเต็นท์ เป็นต้น อีกทั้ง จะพัฒนาสร้างแลนด์มาร์คในเส้นทางต่างๆ เพื่อเป็นจุดสนใจนำสู่แหล่งท่องเที่ยว ซึ่ง ทล.ได้ดำเนินการไปบ้างแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การปรับปรุงภูมิทัศน์ในเส้นทางทางหลวง ถือเป็นภารกิจหลักของกรมทางหลวงอยู่แล้ว ซึ่ง ทล.มีหน่วยงานที่ดูแลด้านนี้ด้วย เพราะการปรับปรุงภูมิทัศน์ ไม่ใช่แค่เพียงเรื่องความสวยงามเท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนช่วยในเรื่องของความปลอดภัยด้วย โดย ทล.ได้ดำเนินการมาแล้วกว่า 20-30 ปี โดยเฉพาะการปลูกต้นไม้ ซึ่งหลังจากได้รับข้อสั่งการมานั้น หลังจากนี้ จะมีการลงพื้นที่ และพิจารณาเส้นทางที่มีศักยภาพ ก่อนที่จะมีการปรับปรุง หรือดูแล บำรุงรักษาในสิ่งที่มีอยู่เดิมต่อไป&amp;rdquo; นายชาติชาย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชาติชาย กล่าวยืนยันว่า สำหรับการดำเนินการปรับปรุงภูมิทัศน์ และโครงการถนนสวยนั้น ไม่ได้ใช้งบประมาณเพิ่มเติม เนื่องจากเป็นภารกิจของ ทล. ในการปรับปรุง บำรุงรักษาอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ทล.ขอความร่วมมือประชาชนจอดยานพาหนะบริเวณสองข้างทางอย่างระมัดระวังระหว่างทำการถ่ายภาพเพื่อป้องกันปัญหาการจราจรติดขัด และอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น และปฏิบัติตามมาตรฐานกระทรวงสาธารณะสุข &amp;ldquo;การท่องเที่ยววิถีใหม่&amp;rdquo; (New Normal) หากต้องการสอบถามข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ สายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107337</URL_LINK>
                <HASHTAG>77 สายทาง, ถนนสวย, สราวุธ ทรงศิวิไล, อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210623/image_big_60d2a6d58e942.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
