<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>94626</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2021 15:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2021 15:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมเชื้อเพลิงจี้เชฟรอนฯและปตท.สผ.เร่งเคลียร์ปัญหาการเข้าพื้นที่แหล่งเอราวัณ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มี.ค. 2564 นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ(ชธ.) เปิดเผยว่ากรณีที่มีการรายงานข่าวว่าค่าไฟฟ้าอาจจะแพงขึ้นจากกรณีการผลิตก๊าซธรรมชาติจากแหล่งกลุ่มเอราวัณที่การผลิตอาจจะไม่ต่อเนื่องหลังสัมปทานสิ้นอายุในปี 2565 นั้น กรณีดังกล่าวมีสาเหตุเนื่องมาจากปัจจุบันมีความล่าช้าในการเจรจาหารือในการเข้าพื้นที่ระหว่าง บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด (ในฐานะผู้รับสัมปทานปัจจุบัน) กับบริษัท ปตท.สผ.เอนเนอร์ยี่ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด หรือ ปตท.สผ.เอนเนอร์ยี่ฯ ในฐานะผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิต(พีเอสซี) ในแปลง G1/61 (แหล่งกลุ่มเอราวัณเดิม) เพื่อขอเข้าพื้นที่และเตรียมการดำเนินการต่าง ๆ ในช่วงเปลี่ยนผ่าน จากระบบสัมปทานที่จะสิ้นสุดระยะเวลาในเดือนเม.ย. 65 ซึ่งบริษัท ปตท.สผ.เอนเนอร์ยี่ฯ ในฐานะผู้ดำเนินงานรายใหม่จะต้องเริ่มดำเนินการต่อเพื่อให้มีความต่อเนื่องในการผลิตก๊าซธรรมชาติให้สามารถรักษาระดับการผลิตก๊าซธรรมชาติได้ตามเป้าหมาย วันละ 800 ล้านลูกบาศก์ฟุต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ทางกรมไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเรื่องดังกล่าว ทั้งเร่งประสานให้ทั้ง 2 ฝ่ายให้มีการเจรจาโดยเร็วที่สุด และขอเรียนชี้แจงเพิ่มเติมว่าการเข้าพื้นที่ล่าช้าดังกล่าว ไม่ได้เกี่ยวข้องกับประเด็นที่อยู่ในกระบวนการระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการ เพราะเรื่องดังกล่าวก็เป็นไปตามกระบวนการทางข้อกฎหมาย ซึ่งอาจมีความเห็นไม่ตรงกันได้และสามารถเกิดขึ้นได้โดยทั่วไปแล้วแต่กรณี แต่การเข้าพื้นที่ของผู้รับสัญญารายใหม่ในช่วงเปลี่ยนผ่านนั้น เป็นความจำเป็นที่เราต้องได้รับความร่วมมืออย่างเร่งด่วนและจริงใจของทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งรายปัจจุบันและรายใหม่ที่จะเข้ามาดำเนินการ เพื่อการบริหารพลังงานของประเทศจะไม่มีการสะดุด และไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชน ซึ่งกรมฯจะพยายามเร่งให้ทั้ง 2 ฝ่ายเจรจาหารือโดยเร็วที่สุด เพราะเชื่อมั่นว่าทุกฝ่ายต้องยึดประโยชน์ของคนไทยเป็นหลัก&amp;rdquo; นายสราวุธ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94626</URL_LINK>
                <HASHTAG>สราวุธ แก้วตาทิพย์, อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ(ชธ.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210301/image_big_603ca65d5fa62.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77631</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2020 15:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2020 15:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติผนึกเอกชนลุยจ้างงานเพิ่ม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ย. 2563 นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด 19 ที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศไทยนั้น ทำให้ภาครัฐและเอกชนร่วมผนึกกำลังเพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวให้ได้มากที่สุด โดยกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติในฐานะหน่วยงานภาครัฐที่กำกับดูแลการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมภายในประเทศได้ขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการด้านปิโตรเลียมในการดำเนินการต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ได้ส่งผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมต่าง ๆ ภายในประเทศ รวมถึงอุตสาหกรรมสำรวจและผลิตปิโตรเลียมด้วย แต่อย่างไรก็ตาม บริษัทผู้ประกอบการ ด้านปิโตรเลียมในประเทศไทย ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติยังคงให้ความร่วมมือ ในการดำเนินการเพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นจากวิกฤติดังกล่าว โดยการสนับสนุนและส่งเสริมการจ้างคนไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการสร้างอาชีพและสร้างรายได้แก่ประชาชน รวมถึงสนับสนุนเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวม นอกจากนี้ กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติได้ขอความร่วมมือจากผู้รับสัมปทาน ผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิต และผู้รับจ้างซึ่งได้ทำสัญญาจ้างเหมาโดยตรงกับผู้รับสัมปทานหรือผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิต ในการพิจารณาให้การสนับสนุนใช้บริการด้านยานพาหนะ การก่อสร้าง วัสดุอุปกรณ์ เครื่องจักร เครื่องมือ และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรม การสำรวจและผลิตปิโตรเลียมจากผู้รับจ้างหรือวัสดุอุปกรณ์ที่มีอยู่ในประเทศเป็นอันดับแรก เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ตระหนักถึงความสำคัญในการส่งเสริมสนับสนุนการจ้างงานคนไทย ในอุตสาหกรรมการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมมาโดยตลอด โดยในปัจจุบันบริษัทผู้ประกอบการด้านปิโตรเลียม มีการจ้างพนักงานคนไทยในสัดส่วนที่มากกว่าร้อยละ 90 และในช่วงวิกฤติโควิด 19 นี้ บริษัทต่าง ๆ ได้ให้ความร่วมมือในการลดอัตราการเลิกจ้างงานพนักงานคนไทย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากการว่างงาน นอกจากนี้ ในการดำเนินการของแปลงสัมปทานแหล่งก๊าซธรรมชาติเอราวัณและบงกช ซึ่งจะสิ้นอายุในปี 2565 และจะมีการเปลี่ยนระบบการบริหารจัดการจากระบบสัมปทาน เป็นระบบสัญญาแบ่งปันผลผลิต หรือ PSC ก็ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องการจ้างพนักงานคนไทยเช่นกัน โดยมีข้อกำหนดในสัญญาแบ่งปันผลผลิตให้ผู้รับสัญญาต้องจ้างพนักงานไทยในสัดส่วนที่ไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 นับว่าเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน ในการส่งเสริมให้มีการจ้างงานคนไทยอย่างต่อเนื่องในอุตสาหกรรมปิโตรเลียม&amp;rdquo; อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77631</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ, จ้างงานคนไทย, จ้างงานเพิ่ม, สราวุธ แก้วตาทิพย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200916/image_big_5f61cd0ac27eb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58592</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประมูลปิโตรเลียมรอบใหม่ ต่อลมหายใจให้ประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo;ปริมาณ 1,500 ลบ.ฟ.ต่อวันนั้นเหมาะสม แต่ก็จะทำให้ภาพรวมของก๊าซธรรมชาติที่ผลิตได้ในประเทศนั้นลดลง &amp;nbsp;แต่ถือว่าเป็นการยืดอายุออกไป ซึ่งการยืดอายุดังกล่าวนั้นก็ยังตั้งอยู่ในความหวังของการสำรวจในอนาคต อาจจะทำให้ประเทศไทยค้นพบแหล่งปิโตรเลียมอื่นๆ เพิ่มเติม เนื่องจากต้องยอมรับว่าเทคโนโลยีในปัจจุบันนี้นั้นมีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดไม่เหมือนกับอดีตที่ผ่านมา ซึ่งก็จะทำให้การค้นหาหรือสำรวจนั้นเป็นไปได้ง่ายด้วยเช่นกัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประเทศไทยถือว่าเป็นประเทศที่มีภูมิศาสตร์ที่ดี เป็นจุดกึ่งกลางของหลายๆ ด้าน รวมถึงยังมีวัตถุดิบต่างๆ ที่สามารถไปต่อยอดและพัฒนาต่อได้ โดยเฉพาะด้านพลังงาน ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่โชคดี เนื่องจากวัตถุดิบด้านพลังงานนั้นไม่ใช่ว่าจะสามารถสร้างขึ้นมาเองได้ แต่ต้องอาศัยความเป็นมาของธรรมชาติและการสะสมของแหล่งวัตถุดิบบางอย่าง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากอดีตจนถึงปัจจุบันนั้นประเทศไทยได้รับประโยชน์จากวัตถุดิบทางธรรมชาติมากมาย ทั้งน้ำ แสงแดด ดิน อากาศ รวมถึงวัตถุดิบที่จะต้องค้นหาและขุดเจาะอย่างน้ำมันและปิโตรเลียมทั้งบนดินและในน้ำ ซึ่งการค้นหานั้นต้องผ่านกระบวนการต่างๆ มากมาย รวมทั้งยังต้องมีหน่วยงานที่เข้ามาควบคุมและดูแลเพื่อให้การดำเนินงานไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งหน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแลในด้านนี้ก็หนีไม่พ้น กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ หรือ ชธ. ที่อยู่ภายใต้กำกับการดูแลของกระทรวงพลังงานอีกที &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(สราวุธ แก้วตาทิพย์)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่ง ชธ.ในยุคนี้อยู่ในการควบคุมโดย นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ และจากการพูดคุยกันนั้น เห็นได้ชัดว่าวิสัยทัศน์และแผนดำเนินการภายใต้การดำเนินงานของอธิบดีคนนี้มีความชัดเจนอย่างมาก นอกจากจะสานต่องานเก่าๆ ที่ยังค้างคาแล้วนั้น ยังเตรียมที่จะพัฒนาและดำเนินการโครงการใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการเปิดสำรวจและขุดเจาะปิโตรเลียมรอบใหม่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ลดการผลิตยืดอายุการขุดเจาะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดย นายสราวุธ กล่าวว่า ภาพรวมปิโตรเลียมของประเทศไทยนั้นปัจจุบันใช้ก๊าซธรรมชาติอยู่ที่ 5,000 ล้านลูกบาศก์ฟุต (ลบ.ฟ.) ต่อวัน ซึ่งกำลังการผลิตในประเทศที่ทำได้ตอนนี้คือประมาณ 3,500 ลบ.ฟ.ต่อวัน และในส่วนที่เหลืออีกประมาณ 1,500 ลบ.ฟ.ต่อวัน จะต้องนำเข้า ซึ่งกำลังการผลิตในประเทศที่สำคัญนั้นมาจาก 2 แหล่งใหญ่ในอ่าวไทย คือแหล่งเอราวัณและแหล่งบงกช ที่มีกำลังการผลิตรวมกันอยู่ที่ประมาณ 2,100 ลบ.ฟ.ต่อวัน ถือว่าเกิน 50% จากกำลังการผลิตทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยกำลังการผลิตดังกล่าวนั้นจะอยู่ที่ปริมาณนี้จนถึงปี 2565 หลังจากที่แหล่งเอราวัณนั้นหมดอายุสัญญาสัมปทานเดิมจาก บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด&amp;nbsp; และเปลี่ยนมือการบริหารมาเป็นของ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. หลังจากที่มีการเปิดประมูล และประกวดราคาเพื่อถือสิทธิ์บริหารแหล่งดังกล่าวหลังจากสัญญาเดิมหมดอายุในปี 2565 รวมถึงการเปลี่ยนระบบการดำเนินงานจากสัมปทาน เป็นระบบแบ่งปันผลผลิต หรือพีเอสซีด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ จากการเปลี่ยนระบบเป็นพีเอสซีนั้นตามสัญญาการประมูล (ทีโออาร์) นั้น ได้ระบุปริมาณในการขุดเจาะปิโตรเลียมของแหล่งเอราวัณจากเดิมที่ผลิตเต็มกำลังจะเหลือ 1,500 ลบ.ฟ.ต่อวัน ซึ่งส่วนนี้ได้รวมกำลังการผลิตจากแหล่งบงกช ด้วย ซึ่งจะหมดอายุในปี 2566 และเริ่มดำเนินการภายใต้ระบบพีเอสซีเช่นกัน ซึ่งทั้ง 2 แหล่งนั้นจะได้รับการบริหารงานจาก&amp;nbsp; ปตท.สผ.เช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นรายเดิมที่ถือสิทธิ์ในการบริการแหล่งบงกชอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งการกำหนดโควตาขุดเจาะให้เหลือ 1,500 ลบ.ฟ.ต่อวันนั้น เป็นการประเมินทางด้านธรณีวิทยาในการที่จะยืดอายุการขุดเจาะแหล่งก๊าซให้ได้ไปอีก 10 ปี เนื่องจากข้อมูลดังกล่าวระบุว่าหากมีการขุดเจาะเต็มกำลังของแหล่งแบบเดิม ปริมาณก๊าซธรรมชาติในหลุมนั้นจะผลิตได้ไปอีกเพียง 6-7 ปีเท่านั้น&amp;nbsp; และจากวิสัยทัศน์ของกรมที่อยากจะสงวนก๊าซนี้ให้ไปเข้ากระบวนการผ่านโรงแยกและนำสารที่มีคุณค่าออกมาพัฒนาเป็นจุดตั้งต้นของปิโตรเคมีเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศ จึงจำเป็นต้องยืดอายุการขุดเจาะดังกล่าวออกไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ปริมาณ 1,500 ลบ.ฟ.ต่อวันนั้นเหมาะสม แต่ก็จะทำให้ภาพรวมของก๊าซธรรมชาติที่ผลิตได้ในประเทศนั้นลดลง แต่ถือว่าเป็นการยืดอายุออกไป ซึ่งการยืดอายุดังกล่าวนั้นก็ยังตั้งอยู่ในความหวังของการสำรวจในอนาคต อาจจะทำให้ประเทศไทยค้นพบแหล่งปิโตรเลียมอื่นๆ&amp;nbsp; เพิ่มเติม เนื่องจากต้องยอมรับว่าเทคโนโลยีในปัจจุบันนี้นั้นมีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดไม่เหมือนกับอดีตที่ผ่านมา ซึ่งก็จะทำให้การค้นหาหรือสำรวจนั้นเป็นไปได้ง่ายด้วยเช่นกัน&amp;rdquo; นายสราวุธกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นำเข้าก๊าซธรรมชาติเพิ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ปริมาณก๊าซธรรมชาติลดลงนั้น ก็ต้องนำเข้าเพิ่ม ซึ่งการนำเข้าปัจจุบันนั้นอยู่ที่ประมาณ 5.2 ล้านตันต่อปี หรือประมาณ 700 ล้าน ลบ.ฟ.ต่อวัน แต่เมื่อถึงเวลาดังกล่าว ถ้าความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น หรือคงที่เท่าปัจจุบันนั้นก็จะต้องนำเข้าเพิ่ม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งจากสถิติการเปิดประมูลมารวมทั้งสิ้น 20 ครั้งที่ผ่านมานั้น ก็มีการสำรวจกันไปพอสมควรแล้ว และครั้งที่พบมากที่สุดคือครั้งแรกที่ได้แหล่งบงกชและเอราวัณ และอีกครั้งก็คือครั้งที่ 13 ในปี 2532 ที่มีการเปลี่ยนระบบจากไทยแลนด์หนึ่งเป็นไทยแลนด์สาม และเปิดสำรวจเยอะมาก ทั้งหมดกว่า 109 แปลง&amp;nbsp; ซึ่งก็พอสำรวจพบบ้าง และเราไม่ได้เปิดประมูลมา 13 ปี ซึ่งในช่วงนี้เทคโนโลยีเกิดขึ้นมามาก ดูได้จากในช่วง 5 ปีหลัง มีการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ และสามารถขุดเจาะในพื้นที่ใหม่ๆ ค้นพบก๊าซธรรมชาติและน้ำมันเพิ่มมากขึ้น ทั้งเชลล์ออย เชลล์แก๊ส แต่ต้องทำความเข้าใจว่าข้อมูลทางธรณีวิทยาพื้นที่ในประเทศไทยนั้นไม่ใช่การขุดเจาะไปหนึ่งครั้งแล้วจะเจอทั้งหมด&amp;nbsp; แต่ส่วนใหญ่จะเป็นแหล่งเล็กๆ กระจายกันอยู่ในหลายพื้นที่ซึ่งการขุดเจาะก็จะยากลำบากมากกว่า และใช้ระยะเวลาดำเนินการมากกว่า แต่เชื่อว่าเทคโนโลยีที่มีการพัฒนาขึ้นใหม่ๆ นั้น ก็เป็นไปได้ที่จะเอื้อประโยชน์ให้กับการขุดเจาะนี้ ซึ่งถ้าเปิดประมูลใหม่ได้ และขอให้มีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาสำรวจก็อาจจะทำให้ความหวังนั้นเป็นจริง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เม.ย.63 เปิดสำรวจรอบที่ 23 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายสราวุธกล่าวว่า การเปิดประมูลให้สิทธิสำรวจ และผลิตปิโตรเลียมรอบที่ 23 น่าจะเกิดขึ้นได้ภายในเดือน เม.ย.2563 นี้ โดยจะได้ข้อสรุปรายละเอียดจำนวนแปลงที่จะเปิดสัมปทานภายในไตรมาสแรกของปีนี้ ซึ่งจะเป็นการเปิดแปลงในอ่าวไทยเป็นหลัก เพราะแปลงบนบกติดพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.)&amp;nbsp; และจะมีการร่างขอบเขตและรายละเอียดการประมูล (ทีโออาร์) พร้อมกับประกาศให้เอกชนรับทราบภายในช่วงเดือน เม.ย. 63 หลังจากนั้นจะเปิดให้เอกชนเข้าร่วมประมูล ยื่นตรวจสอบคุณสมบัติ (พีคิว) และยื่นซองประกวดราคาต่อไป โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จและได้ผู้ชนะการประมูลในช่วงเดือน ม.ค.2564&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่าประเทศไทยนั้นจะมีความสามารถดึงดูดนักลงทุนให้เข้ามาสำรวจและผลิตได้ ถึงแม้ว่าหลายประเทศได้ปรับกติกาเพื่อจูงใจการลงทุนด้านปิโตรเลียมมากแล้ว เนื่องจากทุกประเทศเห็นว่าการผลิตปิโตรเลียมเองในประเทศเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ทั้งนี้ประเทศไทยเองจะอาศัยโอกาสที่ว่าไม่ได้ปิดประมูลมานาน ก็อาจจะมีเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปเยอะ และหากมีการสำรวจอาจจะมีแหล่งก๊าซที่เพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;การเปิดรอบใหม่นี้ถือว่าเป็นการต่อลมหายใจให้กับประเทศ สามารถสร้างงาน สร้างอาชีพได้ พร้อมกับเกิดเงินลงทุนขนาดใหญ่ ขณะเดียวกันก็จะมีการเก็บค่าภาคหลวงเป็นเงินเข้าประเทศด้วย ซึ่งค่าภาคหลวงจากอุตสาหกรรมปิโตรเลียมนั้นจัดเก็บเป็นรายได้แผ่นดินอันดับที่ 4 ของประเทศ ซึ่งภาพรวมการจัดหาปิโตรเลียมจากแหล่งในประเทศในช่วงปี 2562 ที่ผ่านมา มีสัมปทานปิโตรเลียมในประเทศที่ดำเนินการอยู่ 38 สัมปทาน 48 แปลง สำรวจแบ่งเป็นแปลงสำรวจในทะเลอ่าวไทย 29 แปลง และแปลงสำรวจบนบก 19 แปลง&amp;rdquo; นายสราวุธกล่าวว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สำรวจแหล่งสินภูฮ่อมเพิ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายสราวุธกล่าวว่า ในปีนี้ บริษัท พีทีทีอีพี เอสพี ลิมิเต็ด จำกัด หนึ่งในกลุ่ม ปตท.สผ. จะดำเนินการขุดเจาะแหล่งก๊าซธรรมชาติบนดิน แหล่งสินภูฮ่อมเพิ่มเติม ในพื้นที่จังหวัดอุดรธานีและขอนแก่น เพื่อใช้ในการพิจารณาสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ในพื้นที่โรงไฟฟ้าน้ำพอง ทดแทนโรงเก่าที่มีกำลังการผลิต 650 เมกะวัตต์ และจะหมดอายุในปี 2564 นี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากที่ก่อนหน้าได้ทาง ปตท.สผ.และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้มีแผนการก่อสร้างโรงไฟฟ้าก๊าซน้ำพอง (ทดแทน) เข้าไปบรรจุอยู่ในแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (พีดีพี) ฉบับใหม่ แทนที่จะต้องปลดออกจากระบบ จากการสิ้นสุดอายุโรงไฟฟ้า ทั้งนี้หากการขุดเจาะดังกล่าวมีกำลังการผลิตเพียงพอเทียบเท่ากับเดิมที่สามารถป้อนก๊าซในระยะยาวกว่า 120 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันได้ ก็จะมีการพิจารณาสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ทันที ทั้งนี้หากการขุดเจาะดังกล่าวมีน้อยกว่าที่กำหนด ก็อาจจะต้องปลดโรงไฟฟ้าก๊าซน้ำพองเดิมออกจากระบบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกัน คณะกรรมการปิโตรเลียม ในการประชุมเมื่อวันที่ 27 ม.ค.2563 ที่ผ่านมา ได้เห็นชอบให้มีการอนุมัติกำหนดพื้นที่ผลิตปิโตรเลียมนงนุช จำนวน 363.05 ตารางกิโลเมตร ซึ่งอยู่ในแปลงสำรวจในทะเลอ่าวไทย หมายเลข G11/48 (บริเวณนอกชายฝั่งจังหวัดนราธิวาส) เพิ่มขึ้นอีกจำนวน 1 แห่ง ซึ่งมีบริษัท เอ็มพี จี 11 (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้ดำเนินงาน โดยในเบื้องต้นมีการประเมินอัตราการผลิตน้ำมันดิบจากพื้นที่ผลิตดังกล่าวอยู่ที่ประมาณ 5 พันบาร์เรลต่อวัน โดยบริษัทผู้ดำเนินงานมีแผนจะผลิตปิโตรเลียมในพื้นที่ดังกล่าวในช่วงปี 2564-2576&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;พื้นที่ทับซ้อนไทย-มาเลย์ยังไม่ชัด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายสราวุธกล่าวถึงความคืบหน้าของการพัฒนาพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา (Overlapping Claims Area : OCA) ยังบอกอะไรไม่ได้ ต้องหารือกันทั้ง 2 ฝ่ายให้มีความชัดเจนก่อน&amp;nbsp; ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับอธิบดีกรมต่างๆ เช่น กระทรวงการต่างประเทศ แต่เรื่องนี้ก็คงทำได้ไม่เร็ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;เราคงหนีไม่พ้นการเปิดประมูลปิโตรเลียมรอบใหม่ หรืออาจเรียกว่ารอบที่ 23 ก็ได้ เพราะการเปิดประมูลนอกจากจะสร้างเม็ดเงินการลงทุนในประเทศไทยแล้ว ยังสามารถสร้างงาน สร้างอาชีพ และต่อยอดในยังเรื่องอื่นๆ ได้อีกมากมาย รวมถึงยังต่อยอดไปยังสายงานอาชีพอื่นๆ และสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานให้กับประเทศอีกด้วย&amp;quot; นายสราวุธกล่าวทิ้งท้าย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58592</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปิโตรเลียม, สราวุธ แก้วตาทิพย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200301/image_big_5e5bb5c7adcdb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
