<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>65256</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>40คนยะลาไร้โควิด สธ.สรุปผลแล็บรอบ3/จุฬาฯทดลองวัคซีนในหนูกระตุ้นภูมิคุ้มกันดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ศบค.พบผู้ป่วยรายใหม่ 1 คน ชายออสเตรเลียเสียชีวิต 1 ราย เผยผ่อนปรนมา 3 วัน ผู้ไม่ปฏิบัติตามมาตรการลดลงอย่างต่อเนื่อง อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์ฯ ยันผลตรวจ 40 รายที่ยะลาเป็นลบ แจงแล็บตรวจเชื้อ &amp;quot;เออเรอร์&amp;quot; เหตุ &amp;quot;เนกาทีฟคอนโทรล&amp;quot; ปนเปื้อน &amp;quot;สารพันธุกรรม-อาร์เอ็นเอ&amp;quot; ไม่ฟันธงสาเหตุ ชี้จุดหลักไม่บกพร่อง ผิดพลาดเล็กน้อยแก้ไขได้ เร่งปรับปรุงก่อนเปิดให้บริการอีกครั้ง เผยข่าวดี &amp;quot;หนูทดลอง&amp;quot; รับวัคซีนจากจุฬาฯ ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันโควิด-19 ได้ดี เดินหน้าทดสอบซ้ำหลายแบบ ก่อนทดสอบในสัตว์ใหญ่ต่อไป สธ.แนะออกกำลังกายใช้วิธีเดินใส่หน้ากากแทนการวิ่ง นายกฯ สั่ง กต. เร่งช่วยเหลืออำนวยความสะดวกนำคนไทยในต่างแดนกลับไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 11.30 น. วันที่ 6 พฤษภาคม นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.แถลงว่า สถานการณ์ในประเทศไทยเป็นอีกวันที่มีผู้ป่วยรายใหม่ 1 ราย เป็นหญิงไทยอายุ 27 ปี ชาวจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นพนักงานนวดที่เดินทางกลับมาจากรัสเซียเมื่อวันที่ 3 พ.ค.พร้อมกับคนอื่นๆ ในเที่ยวบินอีก &amp;nbsp;70 คน โดยพักอยู่ในสถานที่กักตัวของรัฐที่ จ.สมุทรปราการ ผู้ป่วยรายนี้มีไข้ จึงส่งเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลใน จ.สมุทรปราการ และยืนยันผลตรวจเป็นโควิด-19 เมื่อวันที่ 4 พ.ค. ทำให้ยอดผู้ป่วยสะสมอยู่ที่ 2,989 ราย หายป่วยสะสม 2,761 ราย เสียชีวิตเพิ่มเติม 1 ราย ยอดเสียชีวิตสะสม 55 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้เสียชีวิตรายที่ 55 เป็นชายออสเตรเลีย อายุ 69 ปี อาชีพผู้จัดการโรงแรมที่ จ.พังงา ป่วยเมื่อวันที่ 25 มี.ค. มีอาการไอ อ่อนเพลีย มีไข้สูง เข้ารักษาตัวที่คลินิกเมื่อวันที่ 28 มี.ค. ความเข้มข้นของออกซิเจนในเลือดลดลง อาการไม่ดีขึ้นจึงไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จ.ภูเก็ต เอกซเรย์พบปอดติดเชื้อรุนแรง และผลตรวจเป็นโควิด-19 จากนั้นมีอาการเหนื่อยมากขึ้น ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ มีภาวะแทรกซ้อนทางไต และเสียชีวิตวันที่ 5 พ.ค. ส่วนกรณี 40 คนที่ จ.ยะลา ได้รับรายงานจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ว่าไม่พบผู้ป่วยยืนยัน ผลเป็นลบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า จำนวนการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทย ขณะนี้มีเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่มีการขยายเกณฑ์ แต่ล่าสุดปลายเดือน เม.ย.ยอดผู้เข้าตรวจจำนวนลดลง สธ.จึงขยายเกณฑ์การตรวจ โดยหากใครมีอาการคล้ายไข้หวัด หรือรับรู้กลิ่นได้น้อยลง สามารถเข้ามาตรวจได้เลยเพื่อขยายให้ได้มากขึ้น ยิ่งตรวจเจอเยอะยิ่งดี หากไม่เจอก็ไม่เป็นไร ซึ่งกองระบาดวิทยาจะปรับเกณฑ์เรื่อยๆ เพื่อดึงเคสให้ได้มากที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสถานการณ์ผู้ติดเชื้อทั่วโลกมี 3,727,295 ราย เสียชีวิต 258,326 ราย ส่วนในวันที่ 6 พ.ค.จะมีคนไทยกลับจากเมียนมา 59 ราย เยอรมนี 110 ราย ปากีสถาน 122 ราย และวันที่ 7 พ.ค. เกาหลีใต้ &amp;nbsp;150 ราย แอฟริกาใต้ 150 ราย โดยตั้งแต่วันที่ 4 เม.ย.-5 พ.ค.เดินทางเข้ามาแล้ว 4,637 ราย จาก 27 &amp;nbsp;ประเทศ ส่วนยอดสะสมผู้ที่อยู่ในสถานที่กักตัวของรัฐ ตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย.-5 พ.ค.มี 12,847 ราย กลับบ้านแล้ว 3,921 ราย อยู่ระหว่างกักตัว 8,026 ราย พบเชื้อ 85 ราย ส่วนการให้ความช่วยเหลือคนไทยในต่างประเทศ อย่างที่มาเลเซีย สถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่ในมาเลเซียได้เข้าไปดูแลคนไทยตามรัฐต่างๆ แล้วจำนวน 29,491 ราย เช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ ที่สถานทูตก็ให้การดูแลอย่างใกล้ชิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก ศบค.กล่าวอีกว่า สำหรับผลการปฏิบัติงานด้านความมั่นคงช่วงเคอร์ฟิวคืนวันที่ 5 พ.ค.ต่อเนื่องเช้าวันที่ 6 พ.ค. มีผู้ฝ่าฝืนชุมนุม มั่วสุม 104 ราย เพิ่มขึ้นจากคืนก่อน 6 ราย อันดับหนึ่งคือ ดื่มสุรา รองมาคือ เล่นการพนัน ออกนอกเคหสถาน 699 ราย เพิ่มขึ้นจากคืนก่อน 32 ราย อย่างไรก็ตาม &amp;nbsp;จะเห็นได้ว่าการดื่มสุรายังเป็นปัญหาอยู่ ยิ่งตอนนี้มีการผ่อนปรนให้กลับมาจำหน่ายได้ จึงใช้โอกาสนี้ในการชุมนุมมั่วสุมกัน ส่วนผลตรวจกิจการ กิจกรรมที่ได้รับการผ่อนปรนประจำวันที่ 5 พ.ค. มีการตรวจทั้งสิ้น 12,996 แห่ง ปฏิบัติตามมาตรการ 12,547 แห่ง ไม่ปฏิบัติตาม 449 แห่ง และตั้งแต่มีการผ่อนปรนมา 3 วัน พบว่าผู้ไม่ปฏิบัติตามมาตรการลดลงอย่างต่อเนื่อง และไม่อยากให้ไปจับตาคนที่ไม่ปฏิบัติตาม &amp;nbsp;เพราะส่วนใหญ่ปฏิบัติตามมาตรการ อย่างเช่นร้านอาหารเครื่องดื่มก็ปฏิบัติตามมาตรการมากขึ้น จึงอยากให้ร่วมมือกันร้อยเปอร์เซ็นต์ถึงจะควบคุมโรคได้&amp;nbsp;
แนะเดินออกกำลังกายสวมหน้ากาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนบทลงโทษของผู้ไม่ปฏิบัติตามนั้น แม้ในกฎหมายจะกำหนดบทลงโทษไว้ แต่เจตนาเราไม่ได้ต้องการให้ท่านถูกลงโทษ แต่กำหนดโทษเพื่อให้ร่วมมือ ถ้าร่วมมือแล้วเกิดผล ป้องกันโรคได้ ก็ไม่มีเหตุที่ต้องมาเปิดกฎหมายดูกัน และอยากให้ดูตัวอย่างดีๆ เช่นที่ จ.ตรัง ผู้ใหญ่บ้านลงโทษผู้ไม่สวมหน้ากากด้วยการให้วิดพื้นหรือกระโดดตบ ซึ่งได้ผลเพราะไม่มีผู้กระทำผิดซ้ำ นอกจากนี้หากประชาชนพบว่าแม่ค้าไม่สวมหน้ากากอนามัย อย่ารอเจ้าหน้าที่ ขอให้ตักเตือนกันเองเลย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีเกิดความสับสนเกี่ยวกับการออกกำลังกายในสวนสาธารณะว่า กรมอนามัยเตือนว่าการสวมใส่หน้ากากวิ่งเป็นอันตราย แต่ กทม.ระบุว่าหากจะวิ่งต้องสวมหน้ากาก นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า &amp;nbsp;ตอนนี้การออกกำลังกายที่ดีที่สุดคือ การเดินโดยสวมหน้ากากอนามัย เพราะการสวมหน้ากากวิ่งอาจทำให้อากาศเข้าสู่ร่างกายไม่เพียงพอ จึงไม่แนะนำให้ใส่หน้ากากวิ่ง หรือถ้าจะต้องวิ่งต้องดูว่าด้านหลังในระยะ 10 เมตรไม่มีคนอยู่ข้างหลัง เพราะหากอยู่ใกล้เกิน 10 เมตร อาจทำให้ได้รับละอองฝอยจากผู้ที่วิ่งอยู่ข้างหน้า ย้ำว่าอย่าใช้วิธีการวิ่งเลย เพราะการเดินครึ่งชั่วโมงก็ทำให้หัวใจเต้นเร็วได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แถลงถึงผลการตรวจยืนยันเชื้อในกลุ่มเสี่ยง 40 รายจากจังหวัดยะลาว่า ขณะนี้ผลตรวจแล็บของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ยืนยันออกมาว่า ทั้ง 40 รายให้ผลเป็นลบเช่นเดียวกับศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ จ.สงขลา โดยจะรายงานผลไปยังทีมระบาดวิทยาและนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (นพ.สสจ.) ยะลา ในฐานะผู้ให้ทำการตรวจเพื่อนำไปประมวลผลและดำเนินมาตรการต่อไป อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดเหตุการณ์ผิดปกติ ตัวควบคุมลบให้ผลเป็นบวกก็ต้องหาสาเหตุ ซึ่งเมื่อวันที่ 5 พ.ค.มีทีมผู้เชี่ยวชาญจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ลงไปตรวจสอบดูว่าเกิดจากอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทีมที่ลงไปตรวจสอบรายงานว่าห้องแล็บ รพ.ยะลา ไม่มีอะไรที่บกพร่องแบบรุนแรง (Major Error) &amp;nbsp;แต่มีเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่อาจต้องปรับปรุง เช่นมีการตรวจตัวอย่างจำนวนมาก โดยแล็บยะลาตรวจมากถึง 4,000 ตัวอย่างใน 1 เดือน ซึ่งถือว่ามากที่สุดในระดับ รพ.จังหวัด เจ้าหน้าที่จึงทำงานหนัก โดยปกติห้องปฏิบัติการเล็กๆ ตรวจเต็มที่ก็ประมาณ 100 ตัวอย่าง แต่พบว่าบางวันตรวจ 700-800 ตัวอย่าง เท่ากับว่าวันหนึ่งตรวจ 7-8 รอบ เรียกว่าตรวจเกือบ 24 ชั่วโมง จากการดำเนินการค้นหาเชิงรุกหรือ Active &amp;nbsp;Case Finding ซึ่งหากจะหาเคสเยอะๆ ก็แนะนำว่าอาจต้องให้แล็บอื่นช่วยดำเนินการตรวจด้วย มิเช่นนั้นคนทำงานอาจจะล้าได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โอภาสกล่าวต่อว่า เรื่องของเครื่องมือไม่มีอะไรบกพร่อง ห้องตรวจทำได้ตามมาตรฐาน ซึ่งมี 3 &amp;nbsp;ส่วน คือ สกัดอาร์เอ็นเอ ตัวผสมน้ำยาและขยายดีเอ็นเอ และตัวอ่าน PCR ซึ่งก็แบ่งได้อย่างถูกต้อง แต่ &amp;nbsp;รพ.ไม่ได้มีห้องแล็บไว้ก่อน ถ้าตรวจเคสเยอะๆ ห้องจะค่อนข้างแน่น อาจต้องขยายห้องให้รองรับได้มากขึ้น ส่วนใหญ่เป็นจุดเล็กๆ น้อยๆ ไม่ได้เป็นจุดใหญ่ พอห้องแคบบางทีการระบายอากาศอาจไม่ดี ก็เป็นจุดเล็กน้อยที่เอาไปปรับปรุงต่อได้ จุดใหญ่ๆ นั้นไม่มี จริงๆ แล้วปัญหาเรื่องเนกาทีฟคอนโทรลเป็นบวก จริงๆ ต้องหยุดและไม่อ่านผล แต่เนื่องจากข่าวหลุดออกไปทางโซเชียลก่อน จะบอกว่าเขาผิดพลาดก็ไม่ยุติธรรม โดยภาพรวมก็ทำได้ตามมาตรฐาน ส่วนจุดบกพร่องเราลงไปดูก็ช่วยแก้ไขและสนับสนุน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ระหว่างที่แล็บยะลาปิดนั้น การตรวจเชื้อก็มีการส่งไปตรวจที่ จ.สงขลา ซึ่งมีแล็บ 4 แห่ง คือ ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์สงขลา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) รพ.หาดใหญ่ และแล็บเอกชน &amp;nbsp;สำหรับการเปิดตรวจอีกครั้ง ผอ.รพ.ยะลาจะพิจารณาว่าเปิดตรวจเมื่อไร แต่เมื่อเปิดแล้วเราจะส่งทีมไปเอาตัวอย่างมาตรวจยืนยันว่าตรงกันหรือไม่เพื่อเพิ่มความมั่นใจ ส่วนอนาคตจะมีการเปิดแล็บที่ปัตตานีและนราธิวาส ซึ่งกรมฯ ได้ส่งเครื่องตรวจไปแล้ว รอความพร้อมของบุคลากรเจ้าหน้าที่ ก็คาดว่ากลาง พ.ค.จะสามารถเปิดได้ ซึ่ง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้การเดินทางอาจไม่สะดวก จึงควรจะต้องมีจังหวัดละเครื่องที่จะสามารถตรวจได้&amp;quot; อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์ฯ กล่าว
แล็บปนเปื้อนสารพันธุกรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนปัจจัยที่ทำให้เนกาทีฟคอนโทรลเป็นผลบวกเกิดจากอะไรนั้น นพ.โอภาสกล่าวว่า มีหลายสาเหตุ แต่ฟันธงชัดๆ ตอนนี้ไม่ได้ แต่เราก็เจอจุดปรับปรุงได้เล็กๆ น้อยๆ หลายอย่างรวมกัน วิธีการตอนนี้จะทำความสะอาด เพราะตัวปนเปื้อนเป็นชิ้นส่วนสารพันธุกรรมเรียกว่าอาร์เอ็นเอ ไม่ใช่เชื้อโรคปนเปื้อน แต่เป็นอาร์เอ็นเอที่ไม่มีชีวิต ไม่ติดใคร ซึ่งเล็กมาก วิธีการคือทำความสะอาดให้หมดในห้องและเริ่มดำเนินการตรวจใหม่ คาดว่าใช้เวลาไม่นานก็จะกลับมาเปิดตรวจใหม่ได้ และจะตรวจคู่กันระหว่างแล็บยะลาและศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์สงขลาว่าตรงกันหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าปัจจัยเล็กๆ น้อยๆ ที่ต้องปรับปรุงเป็นสาเหตุทำให้ตัวควบคุม Negative Control ปนเปื้อนได้ใช่หรือไม่ นพ.โอภาสกล่าวว่า อะไรเป็นสาเหตุยังตอบไม่ได้ แต่ที่ระบุไปเป็นปัจจัยที่เราเห็นว่าปรับปรุงได้ ทำให้ดีกว่านี้ได้ แต่ไม่ใช่ปัจจัยที่ทำให้เกิดปัญหาดังกล่าว ทั้งนี้การตรวจคลาดเคลื่อนเกิดขึ้นได้เสมอ วิธีการมาตรฐานคือหาสาเหตุให้พบและป้องกัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าเคสที่ตรวจไปก่อนหน้านั้น รวม 311 เคสต้องตรวจใหม่หรือไม่ นพ.โอภาสกล่าวว่า ตอนนี้ผ่านมา 4 วันแล้ว นักระบาดวิทยาอาจต้องไปดูในพื้นที่ใหม่ เช่นสบายดีอาจไม่ต้องตรวจ หรือคนนี้มีอาการอาจต้องตรวจซ้ำ ต้องดูเป็นรายๆ ไป แล็บเป็นเพียงเครื่องมือหนึ่ง บอกว่าใครเป็นอะไรไม่ได้ ต้องดูประวัติคนไข้ ลักษณะการระบาดวิทยา และผ่านมา 4 วันแล้วก็เปลี่ยนไปหมด ถ้าติดเชื้อจริงก็อาจมีอาการแล้วก็ต้องไปทวนดู
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงโอกาสเกิดความผิดพลาดมีมากน้อยเท่าใดในการตรวจแล็บ นพ.โอภาสกล่าวว่าค่อนข้างน้อยมาก เราตรวจไป 2.2 แสนครั้ง นี่ถือว่าเพิ่งเจอ แต่ย้ำว่านี่ไม่ใช่ความผิดพลาด มันเกิดการเออเรอร์ได้ ปกติทางแล็บทั่วไปแม่นยำ 95-98% ก็เก่งแล้ว ถ้าดูจากการที่เราตรวจไปกว่า 2 แสนตัวอย่างก็ถือว่าแม่นยำกว่า 99.9% ด้วยซ้ำ ในระบบไม่มีอะไรถูกร้อยครั้งหมื่นครั้งแสนครั้ง ต้องมีเออเรอร์ ถึงต้องมีคิวซี หรือควอลิตีคอนโทรล (Quality Control) การมี Positive Control และ Negative Control ก็ถือว่าเป็นคิวซีที่ทำให้เราตรวจจับได้ ทั้งนี้ยืนยันทุกแห่งได้มาตรฐาน แต่ดำเนินการไปสักระยะก็ต้องลงไปตรวจดูว่ายังได้มาตรฐานหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ยะลาต้องเพิ่มเครื่องมือในการตรวจด้วยหรือไม่ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า ยะลาเครื่องมือมีเพียงพอ เพราะมี 2 เครื่องตรวจ คือ เครื่องหนึ่งกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ส่งไปให้ และอีกเครื่องน่าจะเป็นท้องถิ่นจัดซื้อให้ เครื่องมือซื้อได้ แต่บางที รพ.ไม่ได้ดีไซน์ห้องไว้เพื่อตรวจ &amp;nbsp;จะให้ทุบห้องทำห้องใหม่ก็ยาก ส่วนใหญ่จึงเป็นห้องเก่าที่มาพัฒนา แต่ก็ต้องไปดูหน้างานว่าทำอย่างไรจึงจะเหมาะสม สำหรับเครื่องตรวจได้มากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับรุ่นซึ่งแตกต่างกันไป บางแล็บก็ตรวจครั้งละ 24 ตัวอย่าง หรือ 100 ตัวอย่างแล้วแต่รุ่นของเครื่อง แต่ทีมแนะนำว่าไม่ควรตรวจเกิน 200 ตัวอย่าง &amp;nbsp;ซึ่งเครื่องตรวจได้แต่คนทำงานอาจหนักเกินไป
ทดลองวัคซีนคืบหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โอภาสกล่าวถึงความคืบหน้าการพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่พัฒนาโดยคนไทยว่า ขณะนี้นักวิทยาศาสตร์ นักวิจัยทั่วโลกกำลังเร่งค้นคว้าวิจัยและพัฒนาวัคซีนเพื่อนำไปสู่การใช้ ซึ่งจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 เช่นเดียวกับประเทศไทย ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ไทยก็ได้มีความร่วมมือกันในหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน สำหรับความคืบหน้าล่าสุดจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้พัฒนาวัคซีนต้นแบบ ซึ่งได้ฉีดให้กับหนูทดลองไปแล้ว &amp;nbsp;และส่งตัวอย่างเลือดมาตรวจหาภูมิคุ้มกันที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผลออกมาแล้วพบว่ามีหนูมีภูมิคุ้มกันค่อนข้างดีในระดับที่น่าพอใจ ซึ่งจากนี้จุฬาฯ จะมีการทดลองให้วัคซีนในหลายๆ รูปแบบกับหนูทดลอง เช่น ให้ 1 เข็ม 2 เข็ม เปรียบเทียบกันเพื่อหาระดับภูมิคุ้มกันอีกครั้ง หากได้ผลดีก็จะให้วัคซีนในสัตว์ทดลองที่มีขนาดใหญ่ เช่น ลิง และถ้าได้ผลดีถึงจะมีการทดลองในมนุษย์ เพื่อหาว่าสามารถป้องกันโรคโควิด-19 ได้จริงหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แม้ว่าการพัฒนาของเราอาจจะยังไม่ทันกับหลายประเทศ แต่ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่เราต้องพยายามพัฒนา ซึ่งหวังว่าจะประสบความสำเร็จต่อไป ตอนนี้ก็น่าจะเป็นข่าวดีเป็นก้อนเล็กๆ และเชื่อว่าเราจะสามารถพัฒนาวัคซีนให้สำเร็จได้ เป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้ไทยมีศักยภาพในการต่อสู้กับโรคโควิด-19ได้&amp;quot; นพ.โอภาสระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.อนุพงศ์ สุจริยากุล แพทย์ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีผู้ติดเชื้อที่รักษาหายแล้ว สามารถกลับมาติดเชื้อได้อีกหรือไม่ว่า หลังจากรักษาหายดีแล้วการสร้างภูมิคุ้มกันในโรคโควิด-19 จะยังสร้างช้า ดังนั้นผู้ติดเชื้อที่หายแล้วจะต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูร่างกายอย่างน้อย 30 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.จุมภฏ พรมสีดา รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า กรมสุขภาพจิตได้จัดทำโปรแกรมเน้นสร้างความรู้ความเข้าใจ และฝึกทักษะช่วยเสริมความเข้มแข็งทางจิตใจในการดูแลตนเอง ด้วยการฝึกสมาธิและสติให้กลุ่มเป้าหมาย 4 กลุ่ม คือ กลุ่มที่สงสัยว่าติดเชื้อ ต้องกักตัวอยู่บ้าน 14 วัน กลุ่มผู้ติดเชื้อโควิด-19 อาการไม่รุนแรง กลุ่มผู้ติดเชื้อโควิด-19 อาการรุนแรง แต่ยังทำกิจกรรมต่างๆ ได้ และกลุ่มผู้ติดเชื้อโควิด-19 อาการรุนแรงมากที่ต้องรักษาตัวอยู่ในไอซียู ซึ่งโปรแกรมดังกล่าวจะเป็นการอธิบายและแนะนำวิธีการฝึกปฏิบัติซึ่งสามารถฝึกตามได้ มีทั้งหมด 8 ครั้ง (8 วัน) วันละ 20-30 นาที หลังจากนั้นควรฝึกทุกวันเพื่อให้เป็นฐานชีวิตใหม่ ร่วมไปกับการดำเนินชีวิตประจำวันอย่างมีสติและเป็นการจัดการความเครียดของตนเอง เพราะการที่มีร่างกายแข็งแรงได้นั้นต้องมีจิตใจที่เข้มแข็งด้วย ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดและเริ่มฝึกได้ตั้งแต่วันนี้ ผ่านช่องทาง Facebook และ YouTube ของกรมสุขภาพจิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.จุมภฏกล่าวถึงปัญหาการฆ่าตัวตายของประชาชนในสถานการณ์การแพร่ระบาดว่า กรมสุขภาพจิตได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหามาตรการทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ดูแลสภาพจิตใจและหาแนวทางที่เหมาะสมให้กลุ่มดังกล่าว เช่นในระยะสั้นจะค้นหากลุ่มเสี่ยงให้มากขึ้น โดยเฉพาะแรงงานนอกระบบที่อยู่ในเขตเมือง โดยจะมีการส่งต่อข้อมูลไปยังพื้นที่ที่รับผิดชอบ เพื่อให้เกิดการเฝ้าระวัง &amp;nbsp; ส่วนระยะยาวมองว่าปัญหาการฆ่าตัวตายมีหลายปัจจัย จึงจำเป็นต้องได้รับการร่วมมือกันในหลายภาคส่วน นอกจากนี้ยังจะมีการป้องกันและติดตามกรณีผู้ที่คิดฆ่าตัวตายที่ไม่สำเร็จ โดยจะให้หน่วยงานที่รับผิดชอบในแต่ละพื้นที่ไปติดตามอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งดูแลสภาพจิตใจและให้คำแนะนำต่างๆ ว่าจะสามารถรองรับการสนับสนุนทางด้านสังคมจากหน่วยงานใดได้บ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ร.ท.ประชาชาติ ศิริสวัสดิ์ รองเสนาธิการทหารเรือและโฆษกกองทัพเรือ กล่าวถึงกรณีที่พลทหารสังกัดสโมสรวังนันทอุทยาน ถนนอิสรภาพ กทม. ติดเชื้อโควิดว่า ตอนนี้ยังไม่สามารถสรุปผลได้ ต้องรอผลตรวจจากห้องแล็บโรงพยาบาลจุฬาฯ ในวันที่ 7 พ.ค.ก่อน เนื่องจากผลตรวจครั้งแรกที่ รพ.ปิ่นเกล้าพบว่าติดเชื้อ แต่พอตรวจซ้ำกลับไม่พบว่าติดเชื้อ จึงส่งให้ รพ.จุฬาฯ ตรวจ พลทหารรายนี้เล่นกีฬา &amp;nbsp;แต่เกิดอุบัติเหตุขาหักจึงถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาล และเมื่อแพทย์ตรวจในเบื้องต้นสงสัยว่าติดเชื้อโควิด &amp;nbsp;แต่พอตรวจซ้ำกลับพบว่าไม่ได้ติดเชื้อ แต่เพื่อให้เป็นไปตามหลักการทางสาธารณสุข กองทัพเรือจึงได้ส่งทหารเรือที่เป็นเพื่อนร่วมงานทำงานใกล้ชิดราว 20 คนไปกักตัวที่อาคารรับรองกองทัพเรือสัตหีบ เพื่อดูอาการก่อนในระหว่างที่รอผลตรวจอย่างเป็นทางการ ยืนยันว่ากองทัพเรือจะไม่มีการปกปิดผลการตรวจใดๆ และพร้อมปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข
นายกฯ สั่งช่วยคนไทยจาก ตปท.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม สั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศเร่งช่วยเหลือคนไทยในต่างแดน และอำนวยความสะดวกให้คนไทยที่ต้องการเดินทางกลับประเทศ โดยสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฮ่องกง จัดเที่ยวบินพิเศษนำคนไทยที่ตกค้างในฮ่องกงและมาเก๊ากลับประเทศไทย จำนวน 161 คน &amp;nbsp;โดยสายการบิน Thai Smile เที่ยวบินที่ WE631 เส้นทางฮ่องกง-กรุงเทพฯ ออกเดินทางจากเขตบริหารพิเศษฮ่องกงตั้งแต่วันที่ 4 พ.ค.63 เวลา 14.10 น. ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเวลา 16.05 น. ขณะที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา ร่วมกับสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ประจำสาธารณรัฐมัลดีฟส์ ได้จัดเที่ยวบินพิเศษของสายการบิน Maldivian Airlines นำคนไทยที่ตกค้างในมัลดีฟส์ 131 &amp;nbsp;คนเดินทางกลับประเทศไทยแล้ว ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวที่ติดค้าง ผู้ไม่มีถิ่นพำนักถาวรในมัลดีฟส์ &amp;nbsp;พนักงานรีสอร์ตและบริษัท ทั้งนี้ เที่ยวบินดังกล่าวจำเป็นต้องจำกัดจำนวนที่นั่งเนื่องจากเงื่อนไขด้านสาธารณสุขในขณะนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ที่ยังเหลือติดค้างอยู่ในมัลดีฟส์และศรีลังกา สถานเอกอัครราชทูตฯ จะจัดหาเที่ยวบินกลับไทยให้โดยเร็ว โดยคำนึงถึงระบบการกักตัวภายในประเทศไทยที่สามารถรองรับผู้เดินทางกลับประเทศในแต่ละวัน หากต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วนโปรดติดต่อ +94 3070747, +94 3070748 และในกรณีของมัลดีฟส์สามารถติดต่อกงสุลกิตติมศักดิ์ประจำสาธารณรัฐมัลดีฟส์ได้อีกทางหนึ่ง ที่ +960 7398765
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโคลัมโบ ยังได้แจกจ่ายถุงยังชีพให้คนไทยในศรีลังกาที่ลงทะเบียนแจ้งความประสงค์ขอกลับไทยแต่ยังไม่สามารถเดินทางกลับได้ ในส่วนของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียวได้ดำเนินการช่วยเหลือคนไทยในญี่ปุ่นระหว่างการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยได้แจกจ่ายเจลแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อโรค หน้ากากอนามัย อาหารแห้ง และสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นให้แก่ชุมชนคนไทยที่ได้รับความเดือดร้อนด้วยแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 09.00 น. พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม และ พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัด กห.ได้ประชุมร่วมกับ กอ.รมน. นขต.กห.และเหล่าทัพ เพื่อติดตามการบริหารจัดการมาตรการกักตัวควบคุมโรคของรัฐ (State Quarantine ) ที่ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย ในศาลาว่าการกลาโหม โดยรับทราบสถานภาพคนไทยที่เดินทางผ่านสายการบินกลับจากต่างประเทศตั้งแต่ 4 ก.พ.63 ซึ่งยังพักกักตัวตามมาตรการควบคุมโรคของรัฐ จำนวน 3,290 คน ส่งกลับภูมิลำเนาแล้ว 2,175 คน ระหว่าง 6-10 พ.ค.63 จะมีคนไทยที่ตกค้างในประเทศต่างๆ &amp;nbsp;ทั้งจากสหรัฐอเมริกา ยุโรป แอฟริกาใต้ ตะวันออกกลางและเอเชีย ทยอยเดินทางกลับเข้ามาอีก จำนวน 1,481 คน ซึ่งทั้งหมดจะต้องผ่านกระบวนการคัดกรองและกระจายเข้าพักในพื้นที่กักควบคุมโรคที่กำหนด
โควิดกระทบ 4 หมื่นวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า ปีนี้ได้ประกาศงดกิจกรรมวันวิสาขบูชาทั่วประเทศ เหลือเพียงการทำวัตรสวดมนต์เช้า-เย็น &amp;nbsp;ซึ่งวัดต้องจัดที่นั่งเว้นระยะห่างกันทางสังคม 1-2 เมตร จึงอยากให้ประชาชนหันไปเวียนเทียนผ่านทางเฟซบุ๊กไลฟ์ เพราะวัดเกือบทั้งหมดงดกิจกรรมเวียนเทียนในปีนี้ตามมติเถรสมาคมและนโยบายรัฐบาล &amp;nbsp;ซึ่งก็ถือเป็น New Normal จากปัญหาของการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 แม้ตัวเลขจะลดลงแต่ยังประมาทไม่ได้หลังมีการผ่อนปรนบางมาตรการลง ยังขอให้ประชาชนอยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติและพกหน้ากากอนามัยติดตัวอยู่ตลอดเวลา ในส่วนภาพรวมการจัดระเบียบโรงทานแต่ละวัดเป็นไปอย่างถูกต้องตามหลักกระทรวงสาธารณสุข โดยประชาชนไม่ได้เบียดเสียดเพื่อรอรับสิ่งของบริจาค แต่ปฏิบัติตามด้วยการนั่งรอตามเก้าอี้ที่จัดไว้เว้นระยะห่างทางสังคม เช่น วัดธาตุทอง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มีพระสงฆ์จำนวนมากได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 จนไม่สามารถออกบิณฑบาตได้ โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ผ่านมาจะมีเงินช่วยเหลือพระออกบิณฑบาตไม่ได้ประมาณ &amp;nbsp;2,000 บาท ทั้งจากปัญหาความไม่สงบและโรคโควิด-19 สำนักงานพระพุทธศาสนาฯ กำลังสำรวจรวบรวมตัวเลขพระสงฆ์ที่ได้รับผลกระทบและเกิดความเสียหายทั่วประเทศกว่า 40,000 วัด โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ซึ่งต้องมีการคัดกรองให้ดี คาดว่าสัปดาห์หน้าได้ความชัดเจน&amp;quot; นายเทวัญกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า &amp;nbsp;ตามที่คณะกรรมการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล &amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุขเป็นประธาน ได้บรรจุให้การรักษาพยาบาลและดูแลประชาชนกรณีโรคติดเชื้อโควิด-19 เป็นสิทธิประโยชน์ภายใต้ &amp;quot;กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ&amp;quot; หรือกองทุนบัตรทองที่ครอบคลุมทั้งการคัดกรองสำหรับผู้ป่วยทุกสิทธิ์ และการดูแลผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอกสำหรับประชาชนใช้สิทธิบัตรทอง โดยได้จัดสรรงบประมาณการดูแลที่แยกออกจากงบกองทุนบัตรทองในระบบปกติจำนวน 4,280 ล้านบาท ที่ได้จากเงินรายได้สูง (ต่ำ) กว่าค่าใช้จ่ายสะสม กองทุนบัตรทองจำนวน &amp;nbsp;1,020 ล้านบาท และงบกลางโดยรัฐบาล จำนวน 3,260 ล้านบาท เมื่อวันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา หน่วยบริการทั่วประเทศได้เริ่มทยอยส่งเรื่องเบิกค่าใช้จ่ายแล้ว รวมเป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 143.9 ล้านบาท.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65256</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ทดลองวัคซีนในหนู, ผลตรวจ 40 ราย, ศบค., สรุปผลแล็บรอบ3, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200506/image_big_5eb2b87345088.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
