<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>71570</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝ่ายค้านเชียร์นิรโทษสุดซอย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ปัดตอบเข็น กม.นิรโทษกรรม ยังไม่ได้คิด-ยังไม่เห็นเรื่อง ด้าน &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; เผยเรื่องนี้ที่มาเหมือนกับในอดีตเป๊ะ เมื่อวันเวลาผ่านไปก็อาจจะใช้ได้ ขณะที่ประธานวิปฝ่ายค้านรับลูก อ้างเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม ที่ทำวันนี้ก็ยังไม่สาย ให้นึกถึงคำพระพุทธเจ้า เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร ถ้าคิดนิรโทษกรรมแต่ยังมีเงื่อนไข จิตไม่อภัยจริงๆ การนิรโทษกรรมก็จะไม่เกิด ดังนั้นการนิรโทษกรรมต้องไม่มีความเหลื่อมล้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเสนอกฎหมายนิรโทษกรรมกลับมาเป็นข่าวอีกครั้งเมื่อ นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เสนอให้มีกฎหมายนิรโทษกรรมให้กับผู้ชุมนุมทางการเมืองในอดีต เพื่อสร้างความปรองดองของคนในประเทศ ล่าสุดมีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและกังวลว่าจะเกิดความขัดแย้งรอบใหม่ขึ้นมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล ทันทีที่ถูกตั้งคำถาม&amp;nbsp; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โบกมือปฏิเสธพร้อมกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า &amp;quot;ยังไม่ได้คิด ยังไม่เห็นเรื่อง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า ตนเห็นข่าวเหมือนกัน แต่ยังไม่ทราบรายละเอียด ทั้งนี้เรื่องดังกล่าวเคยมีการเสนอมาแล้วในอดีต ยังไม่แน่ใจ เพราะเรื่องนี้ต้องดูรายละเอียดกันหลายฝ่าย เพราะมันมีผลกระทบเยอะ และที่สำคัญ ถ้านิรโทษกรรมพวกหนึ่งแล้วไม่นิรโทษกรรมอีกพวกหนึ่ง เดี๋ยวมันก็จะเกิดความแตกแยกกันอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ความจริงเรื่องนี้ที่เสนอกันมา มันเหมือนกับในอดีตเป๊ะเลย ซึ่งในอดีตก็เคยพิจารณาเรื่องนี้มาครั้งหนึ่งแล้ว ซึ่งเมื่อวันเวลาผ่านไปก็อาจจะใช้ได้ก็ได้ เราก็ไม่รู้&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า สถานการณ์ในขณะนี้สมควรที่จะมีกฎหมายนิรโทษกรรมนี้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ตอบไม่ถูก ต้องให้ฝ่ายความมั่นคงเขาพิจารณาก่อน ตอนนี้ยังไม่มีใครส่งอะไรมาทั้งนั้น ถ้ามีการส่งมาเป็นเรื่องเป็นราวก็จะดู แต่ตอนนี้เป็นเพียงการยกขึ้นมาเท่านั้น ยังไม่ได้เป็นเรื่องเป็นราวอะไร
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าควรจะมีการแก้ไขอะไรหรือไม่ในทางกฎหมาย นายวิษณุกล่าวว่า ตอบไม่ถูก ต้องดูรายละเอียดก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่ควรจะทำนานแล้ว แต่หากทำวันนี้ก็ยังไม่สาย เพราะทุกคนต่างก็สรุปบทเรียนและลดบทบาทของตัวเองลงแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสีใดก็ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ
&amp;ldquo;การนิรโทษกรรมต้องนึกถึงคำพระพุทธเจ้าที่ว่า &amp;ldquo;เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร&amp;rdquo; ถ้าคิดนิรโทษกรรมแต่ยังมีเงื่อนไข จิตไม่อภัยจริงๆ การนิรโทษกรรมก็จะไม่เกิด ดังนั้นการนิรโทษกรรมต้องไม่มีความเหลื่อมล้ำ ไม่มีเลศนัย ต้องอภัยกันจริงๆ ซึ่งตนคิดว่าสังคมจำเป็นต้องอภัยกัน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทินกล่าวว่า รัฐบาลควรเป็นผู้ดำเนินการเรื่องนี้ เพราะทุกคนมองว่ารัฐบาลไม่จริงใจกับเรื่องนี้ เนื่องจากเข้าไปเป็นคู่กรณี หากรัฐบาลเป็นคนเริ่มและองค์กรอื่นรับและสนับสนุน เรื่องนิรโทษฯ ก็จะไปได้ ซึ่งฝ่ายค้านยินดีสนับสนุน ไม่ว่าจะเหลืองหรือแดง ก็ขอให้ลืมเรื่องที่ผ่านมา เพราะเราเป็นคนไทยด้วยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การออกกฎหมายนิรโทษกรรมครั้งนี้จะสุดซอยเลยหรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า จะสุดซอยหรือกลางซอยก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาต้นเหตุของปัญหาว่ามากน้อยแค่ไหน ถ้าตนเห็นอยู่ที่กลางซอยก็จบที่กลางซอย แต่ถ้าต้นเหตุอยู่สุดซอยก็ต้องไปสุดซอย แต่วันนี้ยังไม่ได้สรุป ที่ผ่านมามีปัญหานิรโทษสุดซอยเพราะมีการเกี่ยวโยงไปเรื่องอื่น โดยใช้การนิรโทษสุดซอยเป็นสะพาน
นายพีระศักดิ์ พอจิต ส.ว. กล่าวว่า เห็นด้วยกับทุกเเนวทางที่ดำเนินการเพื่อหวังขจัดความขัดเเย้งในบ้านเมือง ต้องยอมรับความจริงว่าที่ผ่านมาและในขณะนี้ยังมีความขัดเเย้งอยู่จนทุกวันนี้ก็ยังปรองดองกันไม่ได้ ต้องถามว่าเราชอบอยู่ในสถานการณ์แบบนี้หรือไม่ เพราะที่ผ่านมาไม่ว่าจะมีการชุมนุมทางการเมือง มีการจลาจลกลางเมือง มีการรัฐประหาร หรือมีเลือกตั้งแล้วก็ตาม แต่บ้านเมืองก็ยังปรองดองกันไม่ได้ ซึ่งการนิรโทษกรรมอาจเป็นส่วนหนึ่งในการทำให้ความขัดเเย้งลดลงก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คดีการเมืองควรจะมีการพิจารณานิรโทษกรรมให้ แต่ทว่าเมื่อมีการพูดเรื่องนิรโทษกรรม หลายคนอาจตั้งคำถามว่าการนิรโทษกรรมควรครอบคลุมถึงนายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ทั้งสองคนหรือไม่ ผมมองว่าวันนี้อย่าเพิ่งเริ่มเจาะจงที่ตัวบุคคล ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวก็วงเเตก ไม่ได้เริ่มพูดคุยหาทางออกให้ประเทศเดินหน้ากันเสียที ดังนั้นจะต้องตั้งหลักพูดคุยถึงขอบเขตว่าการนิรโทษควรครอบคลุมกลุ่มใด และช่วงเวลาใดเสียก่อนจะดีกว่า&amp;quot; นายพีระศักดิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า เป็นความเห็นของนายคำนูณ แต่ต้องมาดูว่ามีทางเลือกอื่นหรือไม่ที่ไม่ก่อให้เกิดปัญหาตามมาในอนาคต และดีกว่าการออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เพราะการออก พ.ร.บ.ดังกล่าว เหมือนกับเมื่อมีการกระทำผิดแล้วมานิรโทษกรรม ทำให้การเมืองไม่สงบ ควรมีทางอื่นหรือไม่ โดยไม่เสียหลักการทางกฎหมาย อาทิ การให้ผู้กระทำผิดต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้วได้รับบทลงโทษไปสักระยะ ก่อนที่จะใช้วิธีพักโทษ ดูแล้วน่าจะเป็นวิธีเหมาะสมที่สุดในการแก้ปัญหา เพราะคนทำผิดจำเป็นต้องถูกลงโทษตามกฎหมาย ดีกว่าที่จะไปนิรโทษกรรมอย่างเดียว เรื่องนี้คณะกรรมาธิการการเมือง วุฒิสภา ที่ตนเป็นประธาน จะนำประเด็นดังกล่าวไปหารือกันใน กมธ. เพื่อพิจารณาหาแนวทางที่เหมาะสมต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดสืบพยานโจทก์นัดแรก คดีหมายเลขดำ อ.968/2561 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อายุ 71 ปี อดีตประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.), นายจตุพร พรหมพันธุ์ อายุ 54 ปี ประธาน นปช., นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อายุ 44 ปี เลขาธิการ นปช. กับพวกรวม 13 คน เป็นจำเลยที่ 1-13 กรณีกลุ่ม นปช.จัดการชุมนุมใหญ่ขับไล่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ครั้งแรกเมื่อปี 2552
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในความผิดฐานร่วมกันทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาฯ เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่อง ให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116, มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปฯ กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง โดยเป็นหัวหน้าหรือผู้มีหน้าที่สั่งการ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 215 และฝ่าฝืน พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ที่ห้ามชุมนุมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ซึ่งจำเลยให้การปฏิเสธ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในวันนี้ถือเป็นครั้งแรกที่มีการเบิกตัวนายวีระกานต์, นายณัฐวุฒิ, นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท และ นพ.เหวง โตจิราการ 4 แกนนำ นปช. ในชุดผู้ต้องขังและชุดขาวมาศาล หลังจากถูกศาลฎีกาพิพากษาจำคุกคดีปิดล้อมบ้านสี่เสาเทเวศร์ ของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรี สำหรับจำเลยที่มาจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ประกอบด้วยนายณัฐวุฒิและนายวิภูแถลง ขณะที่นายวีระกานต์และ นพ.เหวงถูกเบิกตัวจากโรงพยาบาลราชทัณฑ์
นอกจากนี้ มีจำเลยอีก 2 คนถูกเบิกตัวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มาศาล หลังก่อนหน้านี้อยู่เรือนจำพัทยามาก่อน คือ นายพายัพ ปั้นเกตุ และนายพงศ์พิเชษฐ์ หรือพิเชษฐ์ สุขจินดาทอง ซึ่งถูกศาลฎีกาพิพากษาจำคุกคดีล้มการประชุมอาเซียน ทั้งนี้ การสืบพยานโจทก์นัดแรกเสร็จสิ้นในช่วงเช้า ศาลนัดสืบพยานนัดต่อไปในวันที่ 16 ก.ค. เวลา 09.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71570</URL_LINK>
                <HASHTAG>กม.นิรโทษกรรม, นิรโทษกรรม, นิรโทษกรรมสุดซอย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สร้างความปรองดอง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200715/image_big_5f0f0e3cd3137.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71462</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ถึงเวลานิรโทษฯ ปลดล็อกขัดแย้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; หลายฝ่ายเห็นตรงกัน ถึงเวลาต้องสร้างความปรองดองอย่างจริงจัง แนะนิรโทษกรรมเป็นวิธีการที่เหมาะ &amp;quot;คำนูณ&amp;quot; ชง 4 แนวทางกลางที่ประชุมวุฒิสภา วอนนายกฯ อย่าได้ลังเล ขณะที่ ผอ.สำนักสันติวิธีฯ สถาบันพระปกเกล้าเผยกลุ่มต่างๆ ถูกดำเนินคดี-สูญเสียกันทุกฝ่าย &amp;quot;ชวลิต-ส.ส.เพื่อไทย&amp;quot; หนุนอีกแรง ลั่นจะเดินหน้าในฐานะผู้แทนฯ เพื่อเห็นความสามัคคีปรองดองให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 14 ก.ค.2563 ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภาที่มีพล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อรับทราบรายงานสรุปผลการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติปี 2562 พร้อมรายงานของคณะกรรมาธิการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ และการจัดทำและดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว. อภิปรายว่า ในส่วนแผนแม่บทความมั่นคงนั้น เมื่อการเมืองมีปัญหา ขาดเสถียรภาพ ความสงบในประเทศย่อมไม่ยั่งยืนตามไปด้วย การปฏิบัติให้บรรลุผลตามยุทธศาสตร์ชาติย่อมไม่สำเร็จ ตนจึงขอเสนอการสร้างความปรอง ดองว่า ถึงเวลาที่รัฐบาลต้องเร่งตรากฎหมายนิรโทษกรรมประชาชนจากความผิดที่เกิดขึ้นหรือเกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมทางการเมืองช่วง 15 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2548-2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายคำนูณกล่าวว่า ความขัดแย้งทำให้สังคมแยกเป็น 2 ขั้ว และแยกย่อยมากขึ้นทุกที ร้าวลึกถึงระดับครอบครัว มีผู้มีคดีอยู่ในกระบวนการยุติธรรมนับร้อยคน เชื่อมโยงไปถึงมวลชนอีกนับล้านคน ที่เมื่อมีคดีตัดสินออกมาจะเกิดวิวาทะทางออนไลน์ นายกฯ จะรวมไทยสร้างชาติได้อย่างไร เมื่อคนกลุ่มหนึ่งถูกทิ้งให้ขึ้นศาลทุกสัปดาห์ จะไปต่างประเทศต้องรายงานต่อศาล หลายคนถูกยึดทรัพย์ การนิรโทษกรรมไม่ใช่เรื่องใหม่ สมัยสงครามคอมมิวนิสต์ยังจบได้ ด้วยคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 66/2523 ด้วยการนิรโทษกรรมให้อภัย เปิดโอกาสให้พลังทุกภาคส่วนมาร่วมพัฒนาชาติไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถึงเวลาต้องมีกฎหมายนิรโทษกรรม การทำผิดของคนที่มาชุมนุมการเมืองหรือทำผิดทางอาญาที่มีเหตุเกี่ยวเนื่องชุมนุมทางการเมืองนั้น ไม่ใช่มีจิตเป็นอาชญากรโดยแท้ แต่ต้องการสังคมที่ดีกว่า ต้องการการเมืองใหม่ การปฏิรูปประเทศ การกระทำทางการเมือง เพื่อเปลี่ยนแปลงอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่ทำผิดกฎหมาย จึงต้องนิรโทษกรรมประชาชนทุกกลุ่ม นายกรัฐมนตรีอย่าลังเล&amp;quot; นายคำนูณกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ว.ผู้นี้กล่าวต่อว่า ส่วนคำถามที่ว่าคนหนีคดีจะทำอย่างไรนั้น&amp;nbsp; ในหลักการอธิบายรายละเอียดได้ อาทิ 1.นิรโทษกรรมแก่ผู้ทำผิดที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมการเมืองโดยตรง 2.นิรโทษกรรมเบื้องต้นเฉพาะผู้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว 3.ใครยังไม่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม หรือหนีคดีไปนั้น ถ้ากลับเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และเมื่อผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการพิจารณาที่จะออกแบบตั้งขึ้นมา ย่อมได้สิทธินี้ 4.อาจจะต้องตีความนิยามการชุมนุมทางการเมืองผ่านการออกแบบจากคณะกรรมการที่จะตั้งขึ้นมา &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อยากให้นายกฯ แสดงเจตจำนงนำเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมประชาชน ที่อาจเป็นร่างกฎหมายที่เกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศ ตามมาตรา 270 รัฐธรรมนูญปี 2560 จะต้องนำไปพิจารณาในที่ประชุมรัฐสภา จะเป็นการสร้างบารมีให้นายกฯ เพื่อสร้างระบบประชาธิปไตยที่มั่นคง มีธรรมาภิบาล ถ้านายกฯ รวมใจคนทุกภาคส่วนเข้ามา โดยมีร่างนิรโทษกรรมเป็นก้าวแรก ก็จะก้าวต่อไปได้ ขอฝากความหวัง นำจิตสำนึกผู้รักชาติทุกคน ทุกสี ที่ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองตลอด 15 ปี เพื่อพิจารณาเรื่องนี้อย่างจริงจัง&amp;quot; นายคำนูณกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ ผู้อำนวยการสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่หลายฝ่ายเริ่มกลับมาเสนอเรื่องการสร้างความปรองดองด้วยการนิรโทษกรรมคดีชุมนุมทางการเมืองว่า เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม การเมืองเข้าสู่ความสงบพอสมควร เหมาะที่จะทำเรื่องนี้ กลุ่มต่างๆ ได้ถูกดำเนินคดีเกือบจะหมดแล้ว และคนที่ถูกดำเนินคดีในกรณีต่างๆมา ก็สูญสลายชีวิตส่วนตัวและครอบครัวไปพอสมควร ถึงเวลาที่เราต้องให้อภัยกัน ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อที่จะให้ทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.เอกชัยกล่าวว่า นิรโทษกรรมเป็นเพียงส่วนเดียว เราต้องทำหลายๆ เรื่องด้วยกัน เรื่องเยียวยา อะไรที่ค้างคา ตนเคยทำมาหลายคณะแล้ว ตอนอยู่สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ทำคณะกรรมการปรองดอง วันนี้ทาง กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ก็จะเริ่มทำตรงนี้เหมือนกัน ตนก็ไปให้ข้อมูล เราไม่อยากเรียกว่าปรองดองหรือนิรโทษกรรม เราจะให้อำนวยความยุติธรรมให้กับทุกฝ่าย ซึ่งในสมัยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ก็ได้ร่าง พ.ร.บ.ขึ้นมาส่วนหนึ่งแล้ว นำมาแต่งเติมให้สมบูรณ์ขึ้น นิรโทษเหมาเข่งต้องเลิก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า กล่าวว่า กลุ่มที่เราจะทำแบ่งเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรก คือประชาชนที่มาร่วมชุมนุม ถูก พ.ร.ก.ฉุกเฉินถูกดำเนินคดี จะต้องได้รับการยกโทษให้กลุ่มแรก เป็นกลุ่มที่พรรคประชาธิปัตย์เคยพยายามทำตรงนี้ กลุ่มที่สอง คือแกนนำทางการเมือง ถูกจำคุกไปเกือบจะหมดแล้ว มีคดีค้างอยู่อีกพอสมควร ถูกดำเนินคดีแล้วก็น่าจะมีการยกโทษให้ในส่วนนี้ กลุ่มที่สาม ที่เว้นไว้ก่อนคือคนที่ถูกดำเนินคดีในกรณีที่ทำให้บุคคลบาดเจ็บล้มตาย หรือทรัพย์สินเสียหาย เช่น เผาสถานที่ คงจะให้ในช่วงตอนท้าย แบ่งเป็นช่วงเวลาว่าปีนี้ทำให้กลุ่มไหน อีก 1-2 ปีจะทำให้กลุ่มไหน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า ยังระบุถึงการนิรโทษฯ ครอบคลุมเหตุการณ์ภายหลังปี 2557 ว่า บางกลุ่มที่โดนคดี พ.ร.ก.ฉุกเฉินตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา จะเห็นว่ามีคนที่ถูกดำเนินคดีในกรณีนี้น่าจะให้จบตอนที่ประกาศยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินก่อนมีการเลือกตั้ง เป็นกรอบแนวคิดที่จะทำ ทำตอนช่วงนี้ก็เหมาะสม ในส่วนของสภาก็เคยทำต่อเนื่องมาแล้ว ตนคิดว่าน่าจะทำตรงนี้ให้ต่อเนื่องไป บางกลุ่มก็เสนอทำแบบนโยบาย 66/23 ตนคิดว่ายังไม่ได้ เพราะ 66/23 เป็นคดีทั่วประเทศจะยาก ต้องทำเป็นกลุ่มเป็นพวกไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสติธร ธนานิธิโชติ ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมเพื่อประชาธิปไตย สถาบันพระปกเกล้า ให้สัมภาษณ์ว่า ปัญหาคือเวลาพูดเรื่องนี้ พูดไปพูดมามักจะมีความรู้สึกนิรโทษฯ หมดรวมๆ ทุกครั้ง แบบนี้ด้วยประสบการณ์ในอดีตมันไปไม่ได้ ถ้าจะหยิบนิรโทษฯ มาคุยกันใหม่รอบนี้ ควรจะคุยกันละเอียด และควรมีกระบวนการแยกแยะ ที่ทุกคนมีส่วนในการเสนอความเห็นได้ว่าจะนิรโทษฯ ใครบ้าง ด้วยวิธีการอย่างไร ตนคิดว่าคนน่าจะเห็นตรงกันที่การนิรโทษกรรมให้กับผู้ชุมนุมที่มาแสดงออกทางการเมืองตามอารมณ์ความรู้สึก ที่มาเข้าร่วมเพราะรู้สึกไม่พอใจรัฐบาล กฎหมายไม่เป็นธรรมก็ออกมาชุมนุม อันนี้นิรโทษกรรมได้ ถ้าประชาชนออกมาด้วยแรงจูงใจทางการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แต่กระบวนการยุติธรรมก็ต้องตกลงกันก่อนว่าขอบเขตแค่ไหน อะไรคือแรงจูงใจทางการเมือง นิรโทษฯ เป็นกลุ่มๆ ไป ผู้ชุมนุมไม่มีใครปฏิเสธ จะยากตรงที่แกนนำ ซึ่งตนมองว่าถ้าคนที่เป็นแกนนำในระดับที่มีคดีความอยู่ ต้องพูดถึงกระบวนการยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่าน&amp;quot; นักวิชาการผู้นี้กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.พรรคเพื่อไทย เขียนบทความเรื่อง &amp;quot;กรกฎาคม เดือนมหามงคล ของพสกนิกรชาวไทย&amp;quot; ตอนหนึ่งระบุว่า &amp;quot;มีงานสำคัญอีกงานหนึ่ง ซึ่งผมใช้สถานะทางฝ่ายนิติบัญญัติในคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณาศึกษาแนวทางสร้างความปรองดองของคนในชาติ โดยทำคู่ขนานไปกับการดำเนินงานของรัฐบาล เพื่อไปบรรจบกัน ประสานกัน เมื่องานของคณะกรรมาธิการฯ ได้รับความเห็นชอบจากสภาฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ผมเห็นว่า ยามประเทศชาติมีวิกฤติ หากคนไทยยังไม่สามัคคี ปรองดองกัน ก็ยากที่จะฝ่าฟันวิกฤติของบ้านเมืองให้ผ่านพ้นไปได้ แต่งานสร้างความปรองดองดังกล่าวมีปัญหา อุปสรรคมากมาย ทั้งในระบบ นอกระบบ แต่ก็ไม่อาจทำลายความตั้งใจของผมที่จะเดินงานเรื่องนี้ต่อไปเดือนกรกฎาคม เป็นเดือนมหามงคลของพสกนิกรชาวไทย ผมตั้งเป้าหมายเป็นธงชัยที่จะทำงานนี้อย่างสุดกำลัง เพื่อบ้านเมือง และเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมไม่ได้เดินงานเพียงลำพัง มีเพื่อนในกรรมาธิการ มีกลุ่ม มีคณะที่มีความคิด ความเห็นต่างทางการเมืองในอดีต รวมตัวกัน พูดคุยกัน ค่อนข้างจะตกผลึกทางความคิดที่จะร่วมมือกันสร้างความปรองดองของคนในชาติ ร่วมกันหาทางออกให้กับบ้านเมือง โดยคิดไปไกลถึงขั้นสลายขั้วความขัดแย้งในอดีตให้หมดสิ้นไป เพื่อร่วมมือกันพัฒนาบ้านเมือง ส่งมอบมรดกบ้านเมือง ที่มีความรัก ความสามัคคี ให้รุ่นลูก หลาน ได้รับช่วงต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม แม้จะมีแนวร่วมมากขึ้นๆ แต่ก็ต้องยอมรับว่าเป็นงานที่ยากและซับซ้อนมาก คงต้องพึ่งกำลังใจจากประชาชนที่จะเห็นพ้องต้องกันว่า ยามบ้านเมืองมีวิกฤติ ถึงเวลาแล้วที่คนไทยจะรู้รักสามัคคี เพื่อร่วมกันสร้างบ้าน แปลงเมือง ให้วัฒนาสถาพรสืบไป บทความนี้ เขียนขึ้นในยามที่บ้านเมืองมีวิกฤติที่คนไทยต้องร่วมกันฝ่าฟัน ถึงจะผ่านพ้นวิกฤติไปได้ จึงหวังที่จะเห็นคนไทยร่วมใจกันรู้รัก สามัคคี เพื่อสร้างความปรองดองของคนในชาติ เพื่ออนาคตของลูกหลานไทยทุกคน&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71462</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถึงเวลานิรโทษกรรม, นิรโทษกรรม, สถาบันพระปกเกล้า, สร้างความปรองดอง, สูญเสียกันทุกฝ่าย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200714/image_big_5f0dbb0ecbf4f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70087</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลุกนิรโทษปรองดองสลายสีเสื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; เวทีเสวนาหลายภาคส่วนประสานเสียง ถึงเวลาสร้างความปรองดอง สลายเสื้อสี หนุนนิรโทษกรรมคดีการเมือง &amp;quot;อดุลย์&amp;quot; ย้อนเจ็บ หากยึดกฎหมาย &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; ต้องติดคุกด้วย เพราะยึดอำนาจมา &amp;quot;พล.อ.เอกชัย&amp;quot; เตือนถ้าไม่ปรองดองหลังโควิดม็อบนักศึกษามาแน่ นักวิชาการแนะผู้นำต้องมีเจตจำนงอย่างแท้จริง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย วันที่ 29 มิถุนายน คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 จัดเสวนา &amp;ldquo;การผนึกทุกภาคส่วน ร่วมวางอนาคตประเทศไทย&amp;rdquo; โดยนายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 กล่าวว่า 28 ปีจากเหตุการณ์พฤษภา 35 บ้านเมืองสงบเพราะมีการพูดคุยกันระหว่างญาติผู้สูญเสียและ พล.อ.สุจินดา คราประยูร อดีตนายกรัฐมนตรี ส่วนการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ลั่นวาจาว่าจะปรองดองได้ต้องเคารพกฎหมายก่อน นับเป็นความไม่เข้าใจกระบวนการอยู่ร่วมกันอย่างยิ่ง เพราะการที่บ้านเมืองจะสงบได้นั้น ไม่ได้อยู่ที่กฎหมายเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีความเมตตาธรรม เพราะถ้าพูดถึงเรื่องกฎหมาย พล.อ.ประยุทธ์เองก็ต้องเข้าคุกด้วย เพราะยึดอำนาจมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ ผู้อำนวยการสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า กล่าวว่า ตอนนี้เราต้องสร้างบรรยากาศให้เอื้อต่อการอยู่ร่วมกัน เปิดพื้นที่ทางการเมืองและเศรษฐกิจให้ประชาชน ส่วนการเมืองหลังโควิด-19 นักศึกษาจะออกมาเคลื่อนไหว ซึ่งหากยังไม่เปิดพื้นที่การเมือง การเมืองไทยก็จะยิ่งต่างไปจากเดิมอย่างมาก แต่วันนี้ถือเป็นนิมิตหมายอันดีที่มีนักการเมืองรุ่นใหม่เข้ามาสู่การเมืองจำนวนมาก ส่วนการปรองดอง ประเทศไทยมีแผนจำนวนมากแล้ว ควรเริ่มปฏิบัติเสียที นับแต่ปี 2549 มาถึงปัจจุบัน ยังไม่มีการนำแผนเกี่ยวกับการปรองดองมาใช้เลย มีเพียงการจัดทำแผนจากคณะกรรมการต่างๆ หลายคณะ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้ถ้าไม่มีการปรองดอง อาจเกิดสิ่งที่เราคาดไม่ถึงก็ได้ เพราะนับตั้งแต่ปี 2475 เป็นต้นมา จะเห็นว่าทุกๆ กว่า 20 ปี จะเกิดเหตุการณ์ใหญ่เสมอมา&amp;quot; พล.อ.เอกชัยกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภูมิ มูลศิลป์ ประธานหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต คณะสังคมศาสตร์ มศว และอดีตคณะกรรมการศึกษาแนวทางสร้างความปรองดอง สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวว่า นับแต่ปี 2553 ถึงปัจจุบัน เราไม่เคยขาดกรรมการปรองดอง โดยการแก้ไขปัญหาจะต้องพูดคุยกัน แต่กระบวนการยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่านก็มีความจำเป็น สำหรับแนวปฏิบัติในการปรองดองที่คณะกรรมการปรองดอง ที่มีนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ เป็นประธาน ประกอบด้วย 1.สร้างความเข้าใจร่วมในความขัดแย้ง 2.การแสวงหาและเปิดเผยข้อเท็จจริง 3.อำนวยความยุติธรรม 4.เยียวยาฟื้นฟู 5.สร้างสภาวะเอื้อการอยู่ร่วมกัน 6.เรียนรู้จากอดีต ทั้งนี้ ผู้นำรัฐบาลต้องมีเจตจำนงปรองดองอย่างแท้จริง โดยเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม และการปรองดองต้องเป็นอิสระ ไม่มีเกณฑ์บังคับ และการแก้ไขปัญหาปรองดองอย่างแท้จริง ต้องมีกติกาที่ถูกต้องเป็นธรรม &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประสาร มฤคพิทักษ์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า การปรองดองต้องไม่นิรโทษกรรมเหมาเข่ง สุดซอย เพราะถ้าสุดซอยเมื่อใดก็พังพินาศเมื่อนั้น ส่วนตัวได้รับอานิสงส์จากนโยบาย 66/23 จึงเห็นว่า พ.ร.บ.นิรโทษกรรมมีความสำคัญต่อบ้านเมือง เพราะเราจะปล่อยให้บ้านเมืองเกิดความขัดแย้งต่อไปไม่ได้ ขณะนี้ผู้ที่อยู่ในความขัดแย้งต่างติดคุก การปรองดอง ถึงเวลาของการปฏิบัติจริง ไม่ใช่เวลาของการศึกษาอีกแล้ว เพราะนี่คือ new normal ปรองดอง คือการนิรโทษกรรม สมานฉันท์ โดยต้องเสนอกฎหมายนิรโทษกรรมเข้าสภาโดยเร็ว ก่อนวันที่ 28 ก.ค.2563 ยิ่งดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิภพ ธงไชย อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวว่า การจะนิรโทษกรรมครั้งนี้ ต้องไม่ใช่เพื่อแกนนำ แต่ต้องเป็นไปเพื่อสลายมวลชน เหมือนกับสมัย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นการปรองดองของมวลชนทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่ปรองดองกับแกนนำ เพื่อที่มวลชนจะได้เลิกทะเลาะกัน เพราะแกนนำหลายฝ่ายนั้น รับโทษจากการต้องคดีไม่น้อยไปกว่ากันมาเป็นเวลานานพอสมควรแล้ว โดยสภาผู้แทนราษฎรต้องออกเป็น พ.ร.บ. เพราะอนาคตถ้าความเกลียดชังยังดำรงอยู่ ก็จะเกิดปัญหาใหญ่ขึ้นอย่างแน่นอน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นับแต่ปี 2548 เป็นต้นมา เรามีความขัดแย้งอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้มีการชุมนุมของนักเรียนนักศึกษา ซึ่งผู้นำต้องนำหลักอภัยและเมตตาเข้ามาใช้ แต่การสร้างความปรองดอง จะไม่ใช่แค่การนิรโทษกรรม แต่ต้องพูดคุยกัน เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ทั้งจากการบาดเจ็บล้มตาย พร้อมกับการค้นหาความจริงและมีบทเรียนให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา นอกจากนี้ยังต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งไม่สอดคล้องกับกระบวนการประชาธิปไตย โดยการนิรโทษกรรมเป็นหน้าที่ของรัฐบาล โดยการนิรโทษกรรมต้องไม่รวมคดีทุจริตและประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และยืนยันว่าไม่เอารัฐบาลแห่งชาติ แต่ต้องเดินทางกระบวนการประชาธิปไตย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปรีดา เตียสุวรรณ์ นักธุรกิจระหว่างประเทศ กล่าวว่า เหตุผลที่ประเทศไทยกระจายรายได้แย่ที่สุด และมีความเหลื่อมล้ำมาก เพราะเราขาดหลักนิติธรรม กระบวนการยุติธรรมไม่ได้รับใช้คนทั้งประเทศ ความไม่ยุติธรรมก่อให้เกิดความแตกแยก ไม่ปรองดอง เป็นผลต่อเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นจึงต้องเร่งให้เกิดความปรองดอง เข้าใจซึ่งกันและกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนางพะเยาว์ อัคฮาด มารดาของ น.ส.กมนเกด อัคฮาด หรือเกด พยาบาลอาสาที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ชุมนุมของ นปช.ปี 2553 กล่าวว่า การปรองดองควรเปิดเวทีรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วน เพราะบริบทสังคมในตอนนี้เปลี่ยนไปจากอดีตมาก หากเสนอสภาไปโดยไม่ฟังความเห็นรอบด้าน เชื่อว่าจะมีปัญหาอย่างแน่นอน สำหรับการนิรโทษกรรม หากยกโทษเจ้าหน้าที่รัฐ คงเป็นไปได้ยาก เพราะบางครั้งเจ้าหน้ารัฐผู้รับคำสั่งนั้น ทำเกินกว่าเหตุ ทั้งนี้ขอเสนอว่าควรทำประชาพิจารณ์ในการนิรโทษกรรมด้วย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70087</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิรโทษกรรมคดีการเมือง, สร้างความปรองดอง, สลายเสื้อสี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เวทีเสวนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200629/image_big_5ef9f2319c296.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
