<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101777</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2021 23:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘กวิ้น’ยอมไม่แตะสถาบัน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทนายเผย &amp;ldquo;กวิ้น-รุ้ง-แอมมี่&amp;rdquo; รับเงื่อนไขประกันตัวเหมือน &amp;ldquo;สมยศ-ไผ่&amp;rdquo; ขณะที่ &amp;ldquo;ดีอีเอส&amp;rdquo; ตั้งทีมจับตากลุ่มย้ายประเทศ&amp;nbsp; หลังมีร้องเรียนสร้างความแตกแยก-หมิ่นสถาบันฯ &amp;quot;สิระ&amp;quot; แฉมีคนกลุ่มหนึ่งที่อยากย้ายประเทศจนตัวสั่น ก็คือบรรดาแกนนำม็อบที่ออกมาก่อความวุ่นวาย ทำลายประเทศ แต่สุดท้ายที่เปิดกว้างต้อนรับอยู่คือเรือนจำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2564 นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมที่ศาลจะมีการไต่สวนคำร้องขอปล่อยชั่วคราวของนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน, น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง และนายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือแอมมี่ เดอะบอตทอมบูลส์ ในวันที่ 6 พ.ค.นี้ ว่าในวันนัดไต่สวนเราก็จะไต่สวนให้ศาลเห็นว่าจำเลยคดีนี้เป็นคดีเดียวกับนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข และนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน ที่ได้ประกันไปก่อนหน้านี้ จึงสมควรได้รับการประกันตัวเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;เรายอมรับในเงื่อนไขที่ศาลเคยออกข้อกำหนดไว้กับนายสมยศและนายจตุภัทร์ คือห้ามมิให้จำเลยทั้งสองทำกิจกรรมที่จะทำความเสื่อมเสียต่อสถาบันฯ ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรเว้นได้รับอนุญาต และให้มาศาลตามนัด ซึ่งตนได้แจ้งลูกความทั้งหมดแล้ว ทุกคนบอกว่าถ้าเงื่อนไขแบบนายสมยศกับนายจตุภัทร์ทุกคนรับได้ จากนี้เมื่อถึงเวลาไต่สวน จำเลยก็จะยืนยันเกี่ยวกับเรื่องปฏิบัติตามเงื่อนไขให้ศาลได้ฟังเอง โดยหลักทรัพย์ที่เราเตรียมไว้เป็นเงินสดคนละ 2 แสนบาท&amp;quot; นายกฤษฎางค์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเพจ &amp;quot;แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม&amp;quot; โพสต์ข้อความว่า &amp;quot;พร้อมไปด้วยกันมั้ย? 6 พ.ค.นี้ เราจะไปยื่นจดหมายล่ารายชื่อราชอยุติธรรม (สามารถลงชื่อได้ที่ : shorturl.at/kqrAI) ต่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา เวลา 11.00 น. ศาลอาญารัชดาฯ เพื่อยืนยันในหลักการ presumption of innocent และหลักการสิทธิการประกันตัว ตามมาตรา 29 วรรค 2 ในรัฐธรรมนูญ เรียกร้องสิทธิการประกันตัวให้นักโทษทางการเมืองที่ถูกขังอย่างไม่เป็นธรรม เรามิได้ไปกดดันศาล เราเพียงแค่ไปยืนยันในหลักการและเรียกร้องสิทธิการประกันตัวที่ทุกคนพึงควรได้รับเท่านั้น มาร่วมยืนยันในหลักการให้ศาลตัดสินด้วยความ &amp;ldquo;ยุติธรรม&amp;rdquo; เจอกัน ณ ศาลอาญารัชดาฯ #ราชอยุติธรรม #ปล่อยเพื่อนเรา&amp;quot;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวถึงกลุ่มเฟซบุ๊ก &amp;ldquo;ย้ายประเทศกันเถอะ&amp;rdquo; ที่กำลังเป็นกระแสในสังคมออนไลน์ขณะนี้ว่า กระทรวงดีอีเอสได้รับการร้องเรียนถึงความเคลื่อนไหวของกลุ่มดังกล่าวมาเช่นกัน โดยผู้ร้องเรียนระบุว่า มีเนื้อหาสร้างความแตกแยกสร้างความเกลียดชัง และยังมีการแสดงความคิดเห็นเข้าข่ายหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วย อย่างไรก็ตาม เท่าที่ติดตามเบื้องต้นพบว่า เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นไปในเชิงแนะแนวการศึกษา และแนะนำแนวทางประกอบอาชีพในต่างประเทศ ซึ่งจริงๆ เป็นเรื่องที่ดี และหน่วยงานภาครัฐเองมีการให้ข้อมูล และให้การสนับสนุนผู้ที่มีความพร้อมมาโดยตลอดอยู่แล้ว ทั้งในแง่การไปศึกษาต่อในต่างประเทศ ทั้งกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และกระทรวงการต่างประเทศ เช่นเดียวกับการประกอบอาชีพที่มีกระทรวงแรงงานเป็นผู้กำกับดูแล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เท่าที่ติดตามหลายๆ โพสต์ก็เป็นเรื่องแนะแนวการศึกษาและการใช้ชีวิตในต่างประเทศ ที่แฝงด้วยประเด็นทางการเมือง โดยเฉพาะสมาชิกกลุ่มบางคนที่หลบหนีอยู่ในต่างประเทศก็มีพฤติกรรมชังชาติอยู่แล้ว ก็มีวัตถุประสงค์แอบแฝงเพื่อสร้างความแตกแยกและหมิ่นสถาบันเบื้องสูง กระทรวงดีอีเอสมีคณะทำงานเพื่อตรวจสอบและติดตามการกระทำความผิดในสังคมออนไลน์อยู่แล้ว ก็ได้กำชับไปให้ตรวจสอบดูว่ามีเนื้อหาที่ผิดกฎหมายหรือไม่ หากพบก็จะดำเนินการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด&amp;rdquo; นายชัยวุฒิ ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.ดีอีเอสกล่าวด้วยว่า หากเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการศึกษาหรืออาชีพในต่างประเทศ รัฐบาลคงไม่ปิดกั้น เพราะถือเป็นสิทธิเสรีภาพของบุคคลที่ได้รับการคุ้มครองโดยรัฐธรรมนูญ แต่มีความเป็นห่วงในบางข้อความที่ไม่เหมาะสม อาทิ การแนะนำวิธีลักลอบเข้าเมือง หรือการอาศัยอยู่เกินกำหนดอย่างผิดกฎหมายหรือที่เรียกว่าโดดวีซ่า ถือเป็นเรื่องไม่เหมาะสม และอาจจะกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ รวมถึงการพิจารณาให้วีซ่าคนไทยของประเทศปลายทางในอนาคตด้วย ที่สำคัญยังเป็นห่วงว่ากลุ่มดังกล่าวอาจเป็นช่องทางของขบวนการมิจฉาชีพที่ใช้สังคมออนไลน์หลอกลวงให้มีการไปทำงานต่างประเทศที่ระบาดอย่างหนักในระยะหลัง โดยทราบจากสถิติของกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ว่าช่วงปี 2561-2563 ได้รับเรื่องราวร้องทุกข์เกี่ยวกับการหลอกลวงไปทำงานต่างประเทศแล้วมากกว่า 1,500 เรื่อง ดังนั้นผู้ที่สนใจควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้าน ไม่หลงเชื่อขบวนการเหล่านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสิระ เจนจาคะ สส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นสิทธิส่วนบุคคล ถ้าคุณมีความสามารถพอที่จะไปทำมาหากิน หาคู่ครองเป็นชาวต่างชาติ หรือศึกษาต่อที่ต่างประเทศอย่างถูกกฎหมาย ไม่ใช่ไปเป็นโรบินฮู้ด หลบๆ ซ่อนๆ จนต้องกลายเป็นปัญหาของสถานทูต ก็ไม่ได้มีใครบังคับให้อยู่ในประเทศไทยต่อ แต่นักการเมืองบางคนแค่ต้องการปั่นกระแสตรงนี้มาโจมตีการทำงานของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่าทำให้ประเทศไทยไม่น่าอยู่ ตนก็อยากจะให้ย้อนไปถามนักการเมืองหลายคนที่มีภรรยาเป็นชาวต่างชาติ ทั้งมาจากประเทศฝรั่งเศส อินโดนีเชีย ซึ่งสามารถย้ายขอสัญชาติไปเป็นพลเมืองของประเทศนั้นๆ ได้ แต่ทำไมถึงต้องพาภรรยามาอยู่ที่ประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขายังกล่าวถึงกรณีที่เพจ Embassy of Sweden in Bangkok หรือเพจสถานทูตสวีเดนประจำประเทศไทย ออกมาโพสต์เชิญชวนว่าสวีเดนอาจเป็นจุดหมายปลายทางที่ดีสำหรับคนอยากย้ายประเทศ ว่าประเทศสวีเดนมีประชากรน้อย เขาต้องการแรงงานจำนวนมาก เลยต้องการเอาคนที่มีไอคิวสูงๆ ไปทำประโยชน์ให้กับประเทศเขา เพื่อเสียภาษีกว่า 51% จากแรงงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ตอนนี้มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่อยากย้ายประเทศจนตัวสั่น ก็คือบรรดาแกนนำม็อบที่ออกมาก่อความวุ่นวาย ทำลายประเทศ จึงต้องการย้ายเพื่อหนีคดีที่ยาวเป็นหางว่าว แต่ไม่มีที่ไหนในโลกเขาต้อนรับ สุดท้ายน่าจะมีที่หนึ่งที่เปิดกว้างต้อนรับอยู่ ก็คือเรือนจำ ที่กำลังรอให้พวกคุณเข้าไปชดใช้กรรม&amp;rdquo; นายสิระกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รักษาการหัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์เฟซบุ๊ก Warong Dechgitvigrom ระบุว่า #ย้ายประเทศหรือ ThailandFirst มีคนกลุ่มหนึ่งสร้างกระแสย้ายประเทศในช่วงเวลานี้ โดยส่วนตัวนั้น ไม่แปลกครับ เพราะการย้ายประเทศ เกิดกับคนทุกชาติทุกภาษา ถ้าเขาคิดว่า มีโอกาสที่ดีกว่า แต่ถ้าการย้ายประเทศนั้น เกิดจากอคติ พื้นฐานความคิด &amp;quot;ชังชาติ&amp;quot; แสดงว่าเขากำลังคิดผิด เพราะคนที่สร้างกระแสเกลียดชังแผ่นดินเกิด ด่าว่ากะลาแลนด์ ไม่สำนึกในแผ่นดิน คนที่คิดแบบนี้อยู่ที่ไหนก็มีปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังยืนยันว่า การที่ประเทศใดๆ จะพัฒนาให้ล้ำหน้าได้ สิ่งหนึ่งที่รัฐบาลประเทศนั้นต้องปูพื้นฐาน นั่นคือสร้างความรู้สึกของความรักชาติรักแผ่นดินให้กับประชาชน ไม่มีประเทศไหนในโลกที่เอาแต่ด่าประเทศแล้วประเทศจะเจริญ ใครคิดว่าตนเองร่ำเรียนมา มีการศึกษาดี สติปัญญาเหนือคนอื่น มีโอกาสดีกว่าลูกหลานชาวไร่ชาวนา ไม่สำนึกในภาษีประชาชนที่สร้างมหาวิทยาลัยให้เรียน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อยากจะย้ายประเทศ ผมขอ &amp;quot;เชิญ&amp;quot; ตามสบาย แต่อย่ามาด่าประเทศไทย ประเทศไทยของเรา แค่จัดการนักการเมืองชั่ว อาจารย์เลว ไล่ NGO ที่มาปลุกปั่น เข้มงวดในกฎหมาย ให้โอกาสคนที่รักชาติรักแผ่นดิน ได้มาเปลี่ยนแปลง สร้างสำนึกภูมิใจในชาติ ไม่กี่ปีประเทศจะไปได้ไกลมากกว่านี้แน่&amp;quot; นพ.วรงค์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เผยว่า แนวคิดย้ายประเทศกันเถอะ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เคยเกิดเมื่อหกสิบปีที่แล้ว ในยุคของเผด็จการทหารสฤษดิ์-ถนอม-ประภาส คนจบแพทย์มากกว่า 90% มุ่งหน้าไปใช้ชีวิตที่อเมริกากันทั้งนั้นครับ เพราะพวกเขามีความเห็นว่า โอกาสของชีวิตที่อเมริกา ดีกว่าในประเทศไทยเยอะมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ระบุว่า บทสัมภาษณ์ของผู้ก่อตั้งกลุ่มน่าสนใจอยู่ช่วงตอนหนึ่ง คือประเทศไทยทุกวันนี้ ผู้นำไม่ให้ตั้งคำถาม ไม่ให้เสนอความเห็น ไม่ให้สู้เรียกร้องอะไรเลย จะดึงดันพาประเทศเดินไปตามความคิดของตัวเอง ที่สวนกับความเป็นสากลโลก วัฒนธรรมยัดเยียดความคิดที่กดทับไว้ว่าประเทศไทยดีที่สุด กำลังถูกทำลายลงจากการเปรียบเทียบผ่านข้อมูลที่ไหลเป็นเขื่อนแตกในกลุ่มสนทนาที่ว่า ประเทศเราตอนนี้ ยังห่างไกลจากประเทศพัฒนาแล้วในอีกหลายๆ ด้านเหลือเกิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทางออกของเรื่องนี้ จริงๆ แล้ว คนหกแสนกว่าคนไม่ควรต้องย้ายออกนอกประเทศหรอกครับ เอาคนแบบพลเอกประยุทธ์และคณะออกไป&amp;quot; นายรังสิมันต์ระบุ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101777</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มย้ายประเทศ, ดีอีเอส, รับเงื่อนไขประกันตัว, สร้างความแตกแยก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หมิ่นสถาบัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210504/image_big_6091508f89f41.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67850</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2020 21:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2020 21:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตรมว.กลาโหมตำหนิ&#039;ทรัมป์&#039;พยายามสร้างความแตกแยกในชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทางการสหรัฐตั้งข้อหาใหม่ตำรวจผิวขาว 4 นายในเหตุการณ์ฆ่าจอร์จ ฟลอยด์ ชายผิวดำที่เป็นชนวนเหตุประท้วงก่อจลาจลยาวนาน 9 วัน อดีตรัฐมนตรีกลาโหมทนไม่ไหวตำหนิ &amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; เป็นประธานาธิบดีแทนที่จะสร้างเอกภาพกลับพยายามสร้างความแตกแยกในชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ จิม แมททิส ฟังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ที่ทำเนียบขาว เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2560 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังคงมีการเดินขบวนประท้วงของผู้คนนับหมื่นในหลายเมืองของสหรัฐ ตั้งแต่รัฐนิวยอร์กในฝั่งตะวันออกไปถึงนครลอสแองเจลิสในฝั่งตะวันตกเป็นวันที่ 9 ติดต่อกัน เมื่อวันพุธที่ 3 มิถุนายนที่ผ่านมา ผู้ประท้วงพากันร้องตะโกนต่อต้านการเหยียดผิวและความโหดร้ายของตำรวจ หลายพื้นที่ประท้วงต่อเนื่องถึงกลางคืน แม้จะมีคำประกาศเคอร์ฟิวก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐมินนิโซตา อัยการได้เพิ่มความรุนแรงของข้อกล่าวหาต่อดีเร็ก โชวิน ตำรวจผิวขาววัย 44 ปี ที่ใช้เข่ากดคอฟลอยด์นานเกือบ 9 นาที ระหว่างควบคุมตัวเขาฐานต้องสงสัยว่าใช้ธนบัตร 20 ดอลลาร์ปลอมซื้อบุหรี่ ทำให้เขาเสียชีวิตเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม เดิมโชวินถูกตั้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยประมาท แต่ข้อกล่าวหาใหม่เมื่อวันพุธปรับเป็นฆ่าผู้อื่นโดยไม่ได้ไตร่ตรองไว้ก่อน ซึ่งมีโทษหนักกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจมินนีแอโพลิสอีก 3 นายที่อยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วยซึ่งโดนไล่ออกก่อนแล้ว ก็ถูกจับกุมและตั้งข้อหาด้วย ฐานให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนการฆาตกรรมครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การจับกุมและตั้งข้อหาดำเนินคดีอาญาสถานหนักกับตำรวจ 4 นายนี้เป็นข้อเรียกร้องหลักของผู้ประท้วงหลายแสนคนที่ออกมาชุมนุมในหลายสิบเมืองทั่วสหรัฐ ซึ่งหลายเมืองสถานการณ์รุนแรงเป็นการก่อจลาจล ปล้นสะดม วางเพลิง และทำให้รัฐบาลท้องถิ่นมากกว่า 40 เมืองประกาศเคอร์ฟิว ผู้ว่าการ 23 รัฐและกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ระดมทหารกองหนุนจากกองกำลังเนชันแนลการ์ด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์ของหลายเมืองในวันพุธลดความรุนแรงลงในคืนวันอังคาร เมืองต่างๆ รวมถึงลอสแองเจลิสและวอชิงตันเลื่อนเวลาบังคับใช้เคอร์ฟิวให้ช้าลงหลายชั่วโมง เมืองซีแอตเติลยกเลิกเคอร์ฟิวแล้ว แต่ที่นิวยอร์กกลุ่มผู้ประท้วงพยายามเดินขบวนในแมนฮัตตันและบรูกลินหลังเวลาเคอร์ฟิว 20.00 น.วันพุธ ทำให้มีหลายคนโดนตำรวจจับกุม กรุงวอชิงตันก็มีผู้ประท้วงที่อาคารรัฐสภาหลังเคอร์ฟิวเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีทรัมป์ แม้จะประณามเหตุการณ์ที่นำไปสู่การเสียชีวิตของฟลอยด์ แต่ตัวเขาก็ถูกประณามเช่นกันที่ขู่เรียกใช้กำลังทหารประจำการติดอาวุธหนักปราบปรามผู้ประท้วง ซึ่งทรัมป์บอกว่ามี &amp;quot;พวกคนเลว&amp;quot; ปนอยู่ด้วยจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ จิม แมททิส อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐ เขียนบทความลงนิตยสารดิแอตแลนติกออนไลน์ ตำหนิทรัมป์ว่าพยายามทำให้อเมริกาแตกแยกและไม่ได้เป็นผู้นำที่มีวุฒิภาวะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นประธานาธิบดีคนแรกในช่วงชีวิตของผมที่ไม่ได้พยายามทำให้ชาวอเมริกันเป็นเอกภาพ เขาไม่แม้แต่จะแสร้งทำเป็นพยายาม&amp;quot; แมททิสกล่าว &amp;quot;ตรงกันข้าม เขาพยายามทำให้เราแตกแยก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับแต่ลาออกตำแหน่งตามแรงกดดันของทรัมป์เมื่อปี 2561 อดีตพลเรือเอกแห่งกองกำลังนาวิกโยธินผู้นี้ปฏิเสธที่จะวิจารณ์ประธานาธิบดีโดยอ้างว่าไม่เหมาะสม แต่ดูเหมือนเขาเปลี่ยนท่าทีแล้ว &amp;quot;เรากำลังประจักษ์กับผลลัพธ์ของช่วงเวลา 3 ปีที่ปราศจากภาวะผู้นำที่มีวุฒิภาวะ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แมททิสยังประณามการตัดสินใจใช้กำลังเข้าสลายผู้ประท้วงอย่างสันติใกล้ทำเนียบขาวเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เพื่อเปิดทางให้ทรัมป์เดินจากทำเนียบขาวไปถ่ายรูปกับโบสถ์ที่ได้รับความเสียหายจากการก่อจลาจลในคืนวันอาทิตย์ โดยกล่าวถึงการกระทำนี้ว่าเป็น &amp;quot;การละเมิดอำนาจบริหาร&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านทรัมป์ทวีตเย้ยแมททิสว่า เป็นนายพลที่ถูกให้ค่าสูงเกินจริงมากที่สุดในโลก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67850</URL_LINK>
                <HASHTAG>จอร์จ ฟลอยด์, จิม แมททิส, ประท้วงก่อจลาจล, สร้างความแตกแยก, อดีตรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200604/image_big_5ed8ff4bda68a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33142</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2019 14:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2019 14:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ญาติวีรชนจี้ทุกฝ่ายหยุดวาทกรรม สร้างความแตกแยก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 เม.ย. 2562 นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา&amp;rsquo;35 กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ว่า &amp;nbsp;เป็นสถานการณ์ที่เป็นห่วงอย่างยิ่งภายหลังมีผลการเลือกตั้งออกมาแล้วบ่งบอกว่าการเมืองไทยยังแบ่งแยกกัน2ขั้วและกำลังเผชิญหน้ากันต่อไปในการช่วงชิงการจัดตั้งรัฐบาลและกังวลว่าจะเป็นเงื่อนไขให้เกิดความรุนแรงขึ้นอีก ทั้งที่ตอนนี้ประชาชนทุกหมู่เหล่าต่างตั้งตารอคอยนำทิพย์ชโลมใจมานานนับปีในการเริ่มต้นเฉลิมฉลองพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ยิ่งไกลวันยิ่งเฝ้ารอคอยด้วยใจจดจ่อที่ทุกฝ่ายต้องมีความรักสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน &amp;nbsp;จึงขอให้ทุกฝ่ายหยุดการกระทำที่มิบังควรด้วยการหยุดสร้างความวาทกรรมปลุกเกลียดชังกล่าวหาใส่ร้ายกัน เพื่อหวังผลประโยชน์ทางการเมืองของตัวเอง จึงขอเรียกร้องดังนี้
1.คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ต้องแสดงให้สาธารณชนเห็นว่าได้จัดการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม ต่อข้อสงสัยและการร้องเรียนต่างๆจะต้องเร่งตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมาด้วยความโปร่งใสแล้วชี้แจงให้กระจ่างชัดเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย และหากมีความชัดเจนตามกติกาแล้วทุกฝ่ายก็ต้องยอมรับกติกาเช่นกัน ซึ่งจะเป็นช่องทางการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกฯของพรรคการเมืองต้องรู้จักสถานะของตนเอง อย่าดึงกองทัพเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเมือง เพราะจะทำให้กองทัพต้องเผชิญหน้ากับประชาชนสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดความขัดแย้งรุนแรงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.กรณี พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. บอกว่าตนเองไม่ได้ทำงานการเมืองแต่ทำงานพิทักษ์ปกป้องสถาบันชาติ ศาสนาพระมหากษัตริย์นั้นเป็นภารกิจที่ถูกต้องแล้ว แต่ไม่ควรสร้างวาทกรรม&amp;rdquo;ขวาพิฆาตซ้าย&amp;rdquo;ขึ้นมาหรือพูดจายั่วยุอีก และต้องวางตัวเป็นกลางทางการเมืองให้ชัดเจน ส่วนนายทักษิณ ชินวัตร ที่ประกาศไม่ให้ยอมแพ้ก็ไม่สมควรปลุกระดมมวลชนเช่นนี้อีก การกระทำที่ผ่านมาน่าจะเป็นบทเรียนเพียงพอแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.บุคคลที่มีทัศนคติทางลบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์แล้วหนีไปอยู่ต่างประเทศแต่กลับยั่วยุประชาชนในประเทศใช้กำลังเปลี่ยนแปลงการปกครองแบบฝรั่งเศสเป็นการกระทำที่ขาดจิตสำนึกในความเป็นมนุษย์ที่เกิดมาเป็นคนไทยและไร้ความรับผิดชอบขอให้หยุดการกระทำที่เลวร้ายเช่นนี้ได้แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;[http://5.การดำเนินคดีกับผู้ที่เห็นต่างทางการเมืองต้องยกเลิกทั้งหมด]5.การดำเนินคดีกับผู้ที่เห็นต่างทางการเมืองต้องยกเลิกทั้งหมด เพราะประเทศมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่และเลือกตั้งเสร็จแล้วกำลังเข้าสู่บรรยากาศปกติตามระบอบประชาธิปไตยไม่ว่าจะเป็นคดีเก่าหรือคดีใหม่ พนักงานสอบสวนหรืออัยการสามารถใช้ดุลยพินิจสั่งไม่ฟ้องได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมไม่สบายใจกับสถานการณ์ทางการเมืองที่กำลังตึงเครียด เขม็งเกลียวขึ้นเช่นนี้ เพราะผมก็เป็นผู้สูญเสียเพราะภัยความรุนแรงมาก่อน ผมรู้ว่าตัวเองและครอบครัวต้องทนทุกข์ทรมานกับบาดแผลที่ฝังลึก เจ็บปวดนี้มานานเพียงไร จึงไม่อยากให้ใครๆในบ้านเมืองของเราต้องประสบพบชะตากรรมแบบเดียวกันอีก ตัวการร้ายที่ก่อให้เกิดความรุนแรงถึงขั้นคร่าชีวิตของผู้คนตัวหนึ่งคือความเกลียดชังที่ถูกสร้างขึ้นและบ่มเพาะด้วยการให้ร้ายฝ่ายที่อยู่ตรงข้ามกับตนด้วยวาจาที่สร้างความเกลียดชัง (hate speech) จึงอยากขอวิงวอนทุกคนในสังคมไทยให้คอยเฝ้าระวังพิษร้ายของวาจาที่สร้างความเกลียดชังทุกชนิด เพราะผลที่แน่นอนอย่างหนึ่งของพิษชนิดนี้คือ สร้างโศกนาฎกรรมที่เราได้เคยประสบมาด้วยกันหลายครั้งหลายหนแล้ว ถึงเวลาที่ต้องร่วมกันป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมเช่นนั้นอีก และให้ทุกฝ่ายตระหนักถึงความสำคัญของพระราชพิธีอันสำคัญยิ่งของประเทศที่เป็นจุดศูนย์รวมของจิตใจคนทั้งขาติ เพื่อให้ประเทศไทยเดินหน้าต่อไปอย่างมั่นคงเจริญรุ่งเรืองในทุกด้าน&amp;quot;นายอดุลย์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33142</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์, ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา’35, สร้างความแตกแยก, หยุดวาทกรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180516/image_big_5afbeb2961672.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32631</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2019 15:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2019 15:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไพศาล&#039;ซัด&#039;ทำลายชาติ!10ปีมุ่งแต่ปราบแกนนำพันธมิตรและกปปส.ปล่อยอีกฝ่ายลอยชาย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 มี.ค.62- &amp;nbsp;นายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์เฟซบุ๊ก Paisal Puechmongkol ระบุว่า นี่ก็คือการทำลายชาติอีกแบบหนึ่ง!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. เที่ยวชี้หน้าด่ากราด ใส่พวกที่ไม่ถูกใจหรือความเห็นไม่ตรงกันว่าเป็นพวกไม่จงรักภักดี นี่ก็คือการแอบอ้างชนิดหนึ่ง เพื่อทำลายคนอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. เที่ยวชี้หน้าด่าไล่คนที่ไม่ถูกใจว่าให้ไปอยู่พรรคเพื่อไทยหรือพรรคอนาคตใหม่!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขนาดคนรุ่นใหม่แบบคุณไอติมของพรรคประชาธิปัตย์เพราะออกความเห็นไม่ถูกใจก็ชี้หน้าด่ากราดไล่ให้ไปอยู่พรรคอนาคตใหม่ !&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่ก็คือการสร้างความแตกแยกในบ้านเมืองและเป็นการสร้างความแตกแยกที่อันตรายมาก!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลองทำใจให้เที่ยงตรง แล้วพิจารณาดูว่าใครที่ทำให้ ปัญหาขยายตัวลุกลามถึงเพียงนี้?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ใช่เพราะร่วม 10 ปีมานี้มุ่งแต่จะปราบแกนนำพันธมิตรและแกนนำกปปส. จนติดคุกติดตะรางกันไปเกือบหมด แต่ไม่ได้จัดการอะไรกับแกนนำอีกฝ่ายหนึ่ง จึงลอยชาย และขยายเครือข่ายมากมายดอกหรือ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะปราบผีอย่างจริงจังหรือว่าจะเลี้ยงผีไว้หลอกคนอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ก่อนนี้พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ กรรมการบริหารพรรครวมพลังประชาชาติไทย(รปช.) และอดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ(ศรภ.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า การที่ไอติมออกมาพูดขอให้พรรค ประชาธิปัตย์ (ปชป.) ยอมเป็นพรรคฝ่ายค้านอิสระ นั้นฟังดูแล้วเหมือนจะดี แต่ก็จะเป็นผลทำให้การจัดตั้งรัฐบาล ของพรรคการเมืองตรงข้ามฝ่ายเครือข่ายทักษิณตกอยู่ในสภาพที่เป็นไปเกือบไม่ได้ ความยุ่งยากก็จะเริ่มต้นขึ้น ในประเทศไทยทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลืมการร้องเพลงชาติหน้าเสาธงตอนเด็กๆแล้วหรือไอติมว่าเนื้อเพลงมันว่าอย่างไร หรือไม่ก็ออกไปอยู่อนาคตหมด เสียเล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32631</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายไพศาล พืชมงคล, สร้างความแตกแยก, แกนนำกปปส., แกนนำพันธมิตร, ไม่จงรักภักดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190317/image_big_5c8dbdb8c14c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
