<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>59622</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก้าวไกลสะดุดคารมไม่ไปต่อ ฝ่ายค้านปูดไอโอรัฐสู่เอกชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ฝ่ายค้านประเดิมซักฟอกนอกสภา รุมซัดรัฐบาลใช้ไอโอสร้างความแตกแยกเกลียดชัง &amp;quot;ก้าวไกล&amp;quot; สะดุด! &amp;quot;คารม&amp;quot; ไม่ไปต่อ อ้างพรรคใหม่ละเลยภาคอีสาน ชี้ &amp;quot;พิธา&amp;quot; น่ารักแต่การเมืองคนละเรื่องกับหน้าตา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงแรมแลงคาสเตอร์ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เมื่อวันที่ 12 มีนาคม เวลา 10.00 น.&amp;nbsp;ฝ่ายค้านเพื่อประชาชน ซึ่งเป็นความร่วมมือของพรรคร่วมฝ่ายค้าน 6 พรรค เปิดซักฟอกนอกสภา เวทีที่ 1&amp;nbsp;&amp;lsquo;แฉกระบวนการไอโอ ฉีกหน้ากากขบวนการเพิ่มความขัดแย้ง&amp;rsquo;&amp;nbsp;มีพล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย, นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร โฆษกชั่วคราวพรรคก้าวไกล, นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย, นางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, นายโอมาร์ หนุนอนันต์ เยาวชนคนรุ่นใหม่&amp;nbsp;Producer&amp;nbsp;ปั่นประสาท&amp;nbsp;podcast&amp;nbsp;ร่วมเสวนา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (ฝ่ายค้านเพื่อประชาชน) กล่าวเปิดสัมมนาตอนหนึ่งว่า จากการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลที่ผ่านมา มีเรื่องที่ใหญ่มาก ถือว่ายิ่งใหญ่กว่าอาชญากรรม คือการสร้างให้ประชาชนเกิดความเกลียดชัง แบ่งฝ่าย ไม่ว่าใครทำสิ่งนี้ ถือว่าทำให้ประเทศแตกแยก สิ่งที่พบมีการนำงบประมาณ 2563&amp;nbsp;มีงบที่ใช้ในการประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;2,000 ล้านบาท งบอบรม&amp;nbsp;8,000 ล้านบาท งบด้านมั่นคงกว่าหมื่นล้านบาท และงบในภาคใต้อีกกว่าหมื่นล้านบาท ไปสร้างให้เกิดความแตกแยกเกลียดชัง ถือว่าเป็นการฆาตกรรมมวลชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.ภราดรกล่าวว่า การปฏิบัติการข่าวสาร&amp;nbsp;Information Operation&amp;nbsp;หรือที่เรียกว่าไอโอ เป็นรูปแบบหนึ่งที่จะสื่อสารไปยังเป้าหมาย เพื่อให้เขาเชื่อตามที่เราจะให้เขาเชื่อ ซึ่งมีทั้งให้เชื่อความจริงที่เป็นความจริง และความจริงให้เชื่อว่าเป็นความเท็จ ซึ่งแนวทางทหารมี 4 อย่างคือ บ่อนทำลาย แกนนำปฏิวัติ มวลชน และแนวทางดั้งเดิม แต่สิ่งที่เกิดปัญหา พอไอโอผู้รับผิดชอบเป็นกองทัพ ไปๆ มาๆ ตาเริ่มพร่ามัว มองคนที่เห็นต่างกลายเป็นอริราชศัตรู ในอดีตอาจทำได้ เพราะทหารเผชิญภัยคอมมิวนิสต์ สามารถใช้ได้ แต่ปัจจุบันไม่ใช่ สิ่งนี้เกิดจากการยึดอำนาจ ทหารนำมาใช้ในทางการเมือง ถ้าเป็นประเทศเจริญแล้วทหารจะไม่ยุ่งการเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิโรจน์กล่าวว่า สิ่งที่กังวลสุดคือการใช้สิทธิเสรีภาพของประชาชนถูกมองว่าเป็นการก่อความไม่สงบ ประชาชนถูกมองเป็นศัตรูของชาติ เรื่องเหล่านี้ถูกรีรันมาหลายครั้ง เช่น การฆ่าคอมมิวนิสต์ไม่บาป ควายแดง ชังชาติ คือการสร้างความชอบธรรม จริง-ไม่จริงไม่สำคัญเท่ากับเชื่อ-ไม่เชื่อ และเชื่อ-ไม่เชื่อไม่สำคัญเท่ากับถูกแบ่งฝ่าย ทุกวันนี้เราเกลียดกันโดยการถูกยุยงปลุกปั่นให้เกลียดกันใช่หรือไม่ ถ้าเมื่อไหร่แบ่งเขาแบ่งเรา ที่น่ากังวล คนที่มาด่าเราอาจไม่ใช่ไอโอ แต่เป็นภัยแทรกซ้อน เป็นผลผลิตจากไอโอ เป็นความเกลียดชังขยายตัว แม้สิ่งที่ได้ถามในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เกี่ยวกับปฏิบัติการไอโอ มีการใช้หน่วยงานของรัฐ โดยใช้ไฟฟ้ารัฐ ใช้น้ำรัฐหรือไม่ ยังไม่มีคำตอบกลับมา แต่เชื่อว่ากรอบความคิดเขายังไม่เปลี่ยน และกำลังขายแฟรนไชส์จากรัฐไปสู่เอกชน การเอาคนจำนวนมากมาทำงานแบบนี้ คิดว่าจะปกป้องความลับได้หรือ เมื่อเขาทนไม่ไหวก็ต้องเปิดเผยออกมา เชื่อว่าคนยุคใหม่รู้ทัน เมื่อไหร่ก็ตามเขาอึดอัด เดี๋ยวก็โป๊ะแตกอีกรอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิคมกล่าวว่า หลังจากนี้จะมีการยื่นกระทู้สดหรือมี ส.ส.ร่วมกันลงชื่อ ยื่นญัตติด่วนเพื่อสอบถาม นายกฯ ว่าได้รู้เห็นกับปฏิบัติการไอโอหรือไม่ เชื่อว่า ส.ส.ไม่ปล่อยให้ผ่านแน่นอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางอังคณากล่าวว่า หน่วยงานความมั่นคงหวาดระแวงประชาชนอย่างมาก กำราบคนเห็นต่างด้วยวิธีคิดโจมตีคนเห็นต่างแบบนี้ ตนเคยวิพากษ์วิจารณ์หน่วยงานความมั่นคง เมื่อเป็นกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ก็ยังโดนโจมตีเยอะมาก เลยใช้วิธีการสกปรกมากล่าวหา เรื่องนี้คงไม่จบแค่นี้ ในเวทีโลกเบลมมิงประเทศไทยมาต่อเนื่องหลายปี เราไม่ได้อยู่ในยุคที่จะปิดบัง ปิดตาคนได้ทั้งหมด เราต้องถูกตรวจสอบได้ ทหารก็ต้องถูกตรวจสอบ ไม่ควรใช้วิธีการทำให้คนอื่นด้อยค่า และยิ่งมาทำต่อผู้หญิง ถือเป็นวิธีไร้ศักดิ์ศรีและสกปรก ส่วนที่ถามว่านายกรัฐมนตรีอายหรือไม่ที่ประเทศถูกด่าแบบนี้ จริงๆ ก็อยากให้นายกฯ ไปตอบคำถามนี้ด้วยตัวเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจาก&amp;nbsp;ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่เปิดเผยว่า นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนาคตใหม่ ได้ออกจากไลน์กลุ่มของ ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่ ที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารการทำงานของกลุ่ม ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่ไป&amp;nbsp;ซึ่ง ส.ส.ที่เหลืออยู่ตั้งข้อสังเกตว่านายคารมจะไม่ไปร่วมงานกับพรรคก้าวไกล&amp;nbsp;ซึ่งเดิม ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่ &amp;nbsp;55 คน นัดรวมตัวจะสมัครเข้าเป็นสมาชิกในวันที่ 14 มี.ค.นี้&amp;nbsp;ที่ศูนย์ประสานงานฝั่งธนบุรีอดีตพรรคอนาคตใหม่&amp;nbsp;โดยกลุ่ม ส.ส.อยู่ระหว่างการโน้มน้าวนายคารมให้ร่วมงานกันต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายคารมให้สัมภาษณ์ว่า ออกจากกลุ่มไลน์เพราะอยากคิดอะไรโล่งๆ และทบทวนสิ่งที่ผ่านมา โดยหลังการประชุมอดีต ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ เมื่อวันที่ 8 มี.ค.ที่ผ่านมา ทำให้เห็นทิศทางโครงสร้างการทำงานของพรรคใหม่ว่ามีเรื่องของภาคอีสานน้อยมาก&amp;nbsp;เมื่อมาถึงจุดหนึ่งก็ต้องทบทวนทิศทางที่จะเดินไปช่างละเลยกับคนอีสาน ที่ผ่านมาเคยอดทนมาหลายครั้งแล้ว ตนไม่พูดไม่ได้เพราะเป็นคนอีสาน แต่พรรคที่เราจะไปไม่ให้ความสำคัญ ยังไม่ตอบโจทย์ในเรื่องนี้เท่าที่ควร ส่วนเรื่องการปฏิรูปทหารหรือแก้รัฐธรรมนูญ การกระจายอำนาจ ตนไปอยู่พรรคไหนก็ชูประเด็นเรื่องนี้และสามารถพูดได้อยู่แล้ว และหากครั้งนี้ตัดสินใจไปที่ไหนจะมาว่าตนเป็นงูเห่าไม่ได้ เพราะเวลานี้ไม่ได้สังกัดพรรคไหน และยังมีเวลาคิด ว่าการเมืองในวันข้างหน้าตอบโจทย์เราหรือไม่ และยังไม่ทราบว่าใน 55 ส.ส. มีคนคิดแบบตนอีกหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม วันนี้ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะไปไหน เพราะยังเหลือเวลาอีก 1 เดือนกว่าในการสังกัดพรรคใหม่ ยังตอบไม่ได้ว่าวันที่ 14 มี.ค.นี้จะไปปรากฏตัวในการสมัครเข้าพรรคก้าวไกลหรือไม่ ซึ่งหากตัดสินใจอย่างไรเชื่อว่าจะมีคนวิจารณ์เรามาก แต่ยืนยันว่าสามารถตอบคำถามและมีคำอธิบายให้ประชาชนได้หมด ยังบอกไม่ได้ว่าจะไปพรรคไหน หรืออาจจะไปร่วมกับพรรคฝ่ายค้านด้วยกันก็ได้ ตนอยู่มาทั้ง นปช.และพรรคเพื่อไทย และไม่เคยทำอะไรขัดต่อความรู้สึกของตัวเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ว่าที่หัวหน้าพรรคใหม่ก็เป็นคนน่ารักและมีความรู้ความสามารถ&amp;nbsp;แต่การทำงานทางการเมืองเป็นคนละเรื่องกันกับหน้าตา เหมือนสามีภรรยา สามีไม่ใช่ว่าจะต้องอยู่กับภรรยาที่เป็นคนสวย แต่จะอยู่กับคนที่เข้าใจเขาและมีความเห็นอกเห็นใจกันเพื่อสร้างครอบครัวให้แข็งแรงมั่นคง&amp;rdquo; นายคารมระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. อดีตพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า อยากเตือนสตินายคารมด้วยความหวังดีว่า สถานะของคุณคารมนั้นเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ ได้เข้ามาในสภาก็เพราะพรรค ไม่ใช่ด้วยตัวของนายคารมเอง อำนาจการตัดสินใจว่าควรอยู่ต่อหรือไป ควรเป็นของประชาชนและพรรค การละทิ้งพรรคไปเช่นนี้เท่ากับละทิ้งเสียงของประชาชน ถ้านึกจะย้ายก็ย้ายกันง่ายๆ แล้วจะเรียกตัวเองว่าผู้แทนฯ ได้อย่างไร ฝากไว้ให้คิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายสาธุ อนุโมทามิ ประธานกลุ่มสามัคคีสร้างชาติ และหัวหน้าพรรคพลังไทยดี พร้อมด้วยตัวแทนพรรคการเมืองอีก 7 พรรค เข้ายื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดินขอให้เสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ หรือศาลปกครอง ตีความหลังศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคอนาคตใหม่ เนื่องจากขณะนี้สภาไม่มี ส.ส.บัญชีรายชื่อจำนวน 11 คน แต่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่ได้คำนวณหรือเลื่อนลำดับ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ขณะที่ตามกฎหมายการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อจะครบ 1 ปี นับจากการเลือกตั้ง 24 มี.ค.2562.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59622</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซักฟอกนอกสภา, สร้างความแตกแยกเกลียดชัง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไอโอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200312/image_big_5e6a42164c973.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
