<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105557</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2021 14:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2021 14:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ทช.สร้างถนนสายบ้านใต้ – หาดริ้นหนุนท่องเที่ยวเกาะพะงันได้ใช้แน่ก.ค.64</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มิ.ย.2564-นายปฐม เฉลยวาเรศ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท(ทช.)เปิดเผยว่า กรมฯอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างดำเนินการก่อสร้างถนนสายบ้านใต้ - หาดริ้น อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ส่งเสริมเศรษฐกิจการท่องเที่ยว เพิ่มศักยภาพการเดินทางบนเกาะพะงัน ยกระดับคุณภาพชีวิตให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้รับความสะดวกปลอดภัยในการเดินทาง สอดรับกับนโยบายของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่สวยงามอันดับต้น ๆ ของจังหวัด ทำให้ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่นิยมเดินทางมางานฟูลมูนปาร์ตี้ที่มีชื่อเสียงติดอันดับโลก ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพในการเดินทางของประชาชนและนักท่องเที่ยว สนับสนุนและกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวตามแผนแม่บท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนื้ ทช.จึงได้ดำเนินการก่อสร้างถนนสายบ้านใต้ - หาดริ้น อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ระยะทาง 5.140 กิโลเมตร ก่อสร้างเป็นถนนผิวจราจรแบบคอนกรีตเสริมเหล็ก ขนาด 2 ช่องจราจร พร้อมก่อสร้างระบบระบายน้ำ งานไฟฟ้าแสงสว่าง และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกปลอดภัย ซึ่งการพัฒนาแนวเส้นทางถนนท่องเที่ยวดังกล่าวนั้น นอกจากจะออกแบบให้มีการจำกัดความเร็วบนถนนเพื่อให้มีความสะดวกปลอดภัยต่อผู้ใช้ทางแล้ว ยังมีความงดงามตามหลักภูมิสถาปัตยกรรมและยังคงความสวยงามตามธรรมชาติ อนุรักษ์สภาพพื้นที่ทั้งสองข้างทางไว้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามปัจจุบันโครงการก่อสร้างฯ มีความก้าวหน้าไปแล้ว95% ขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตั้งอุปกรณ์อำนวยปลอดภัยในสายทาง คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในเดือนมิถุนายน 2564 และจะสามารถเปิดให้ประชาชนได้ใช้สัญจรในเดือนกรกฎาคม 2564 ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105557</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถนนสายบ้านใต้, สร้างถนน, หาดริ้น, เกาะพะงัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210607/image_big_60bdcb3270304.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72013</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2020 16:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2020 16:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้นำท้องถิ่น-ชาวบ้านโวย &#039;ทต.บางลึก&#039; สร้างถนนผิดสัญญาโยกงบลงอีกหมู่บ้าน เอื้อหัวคะแนนพื้นที่ชุมพร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้นำท้องถิ่น ชาวบ้านโวยผู้บริหารเทศบาลตำบลบางลึก ใช้อำนาจส่วนตัวโดยมิชอบ นำงบประมาณสัญญาจ้างโครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตพื้นที่หมู่ 10 ย้ายไปสร้างในหมู่ที่ 9 เอื้อประโยชน์หัวคะแนน ร้องเรียน ปปช.จังหวัด กลับยกคำร้องอ้างเหตุผลแค่ประชาชนได้ประโยชน์ร่วมกัน เตรียมเดินหน้าแจ้งความดำเนินคดีฟ้องศาลเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ค.63 -&amp;nbsp;นายยศพนธ์&amp;nbsp;พรหมทัต ประธานสภาเทศบาลตำบล (ทต.) บางลึก นายปรีชา สมบัตินา รองนายกฯ&amp;nbsp;นายพรั่ง เกิดมาลัย ที่ปรึกษานายกฯ &amp;nbsp;นายวิพันธ์ สกุลนิมิตร รองประธานสภาฯ นายธรรมนูญ ศรีสงคราม สท.บางลึก นายวิวัฒน์ คล้ายอักษร สท.บางลึก นายชุมพล องอาจ เลขานุการนายกฯ นายวิทยา พลวัชรินทร์ สท.บางลึก นายนาวิน คล้ายอักษร ทนายความ นายสุพร โทธานี ตัวแทนชาวบ้านหมู่ที่ 10 ตำบลบางลึก พร้อมชาวบ้านกว่า 20 คน&amp;nbsp;นำผู้สื่อข่าวลงตรวจสอบพื้นที่โครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็กสายศรีเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการดังกล่าวดำเนินการโดยสภาเทศบาลตำบลบางลึก อนุมัติก่อสร้างจากจุดเริ่มต้นบริเวณปากทางเชื่อมกับถนนสายดอนรักษ์ หมู่ที่ 10 ตำบลบางลึก อ.เมือง จ.ชุมพร ระยะทาง 200 เมตร กว้าง 5 เมตร หนา 0.15 เมตร งบประมาณ 604,00 บาท เริ่มสัญญา วันที่ 26 มีนาคม 2554 &amp;nbsp;วันสิ้นสุดสัญญา 24 พฤษภาคม 2554 แต่ไม่มีการก่อสร้างในพื้นที่ดังกล่าวจริง เนื่องจากผู้บริหารเทศบาลตำบลบางลึกในสมัยนั้นได้ใช้อำนาจตนเองโดยมิชอบโยกย้ายโครงการไปก่อสร้างในพื้นที่ถนนสายศรีเมืองบริเวณปากทางจุดเชื่อมกับถนนสายพรหมประทาน ช่อง 5-บ่อนไก่ หมู่ที่ 9 ตำบลบางลึก ที่อยู่ห่างกันเกือบ 3 กิโลเมตร ซึ่งไม่เป็นไปตามสัญญาจ้างและไม่เป็นไปตามที่สภาเทศบาลตำบลบางลึกอนุมัติงบประมาณโครงก่อสร้างถนนดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนาวิน คล้ายอักษร ทนายความกล่าวว่า ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2557 ได้มีชาวบ้านและผู้นำท้องถิ่นหมู่ที่ 10 ตำบลบางลึก มอบอำนาจให้ตนนำหลักฐานโครงการทั้งหมดและการแก้ไขข้อความในสัญญาจ้างไปร้องเรียนต่อสำนักงาน ปปช.ประจำจังหวัดชุมพร ตั้งแต่ปี พ.ศ.2557 ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินคดีกับอดีตผู้บริหารเทศบาลตำบลบางลึก ที่กระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่โดยการนำโครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตถนนสายศรีเมืองหมู่ที่ 10 ตำบลบางลึก ไปก่อสร้างที่ถนนสายศรีเมืองพื้นที่หมู่ที่ 9 ตำบลบางลึก ซึ่งอยู่ห่างกันเกือบ 3 กิโลเมตร โดยไม่มีการนำเรื่องเข้าสู่สภาฯเพื่อมีมติเปลี่ยนแปลงสถานที่ก่อสร้างใหม่จึงถือว่าเป็นการกระทำที่ความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่หหหรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนาวิน กล่าววว่า ตนในฐานะทนายความผู้รับมอบอำนาจได้ติดตามเรื่องนี้มาตลอดซึ่งได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ ปปช.ชุมพร เพียงว่าอยู่ระหว่างดำเนินการ จนผ่านไปนานกว่า 5 ปี จึงได้ไปตามเรื่องที่ ปปช.กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าบอกว่า ปปช.จังหวัด ไม่ได้ส่งเรื่องมาที่ ปปช.ส่วนกลาง จนกระทั่งเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 ตนพร้อมด้วยผู้นำชุมชนและชาวบ้านได้ไปยื่นหนังสือสอบผลการตรวจสอบจากสำนักงาน ปปช.ประจำจังหวัดชุมพร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนาวิน กล่าวว่า ต่อมาเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา ปปช.ชุมพร มีหนังสือแจ้งมายังตนระบุว่า &amp;ldquo;สำนักงาน ปปช.ประจำจังหวัดชุมพรได้ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริง โดยมอบหมายให้คณะไต่สวนเบื้องต้นดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานเสนอต่อคณะกรรมการ ปปช. พิจารณารับฟังข้อเท็จจริงได้ว่า การก่อสร้างถนนสายดังกล่าว เทศบาลตำบลบางลึก ดำเนินการก่อสร้างตามแบบแปลนการก่อสร้างที่กำหนดจุดเริ่มต้นจากปากทางเข้าซอยถนนศรีเมืองเชื่อมกับถนนพรหมประทาน ช่อง 5-บ่อนไก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้สำรวจ ผู้ออกแบบ และผู้ควบคุมการก่อสร้าง ต่างยืนยันว่าได้สำรวจออกแบบและควบคุมการก่อสร้างตามจุดและแบบแปลนที่แนบท้ายสัญญาจ้าง &amp;nbsp;อีกทั้งยังปรากฏข้อเท็จจริงว่า ถนนที่เรียกว่าถนนหรือซอยศรีเมืองนั้นมีระยะทางประมาณ 1-2 กิโลเมตร พื้นที่คาบเกี่ยวหมู่ที่ 9 และหมู่ที่ 10 หมู่ 11 และหมู่ 12 ตำบลบางลึก รวมไปถึงราษฎรในท้องที่ตำบลนากระตาม อ.ท่าแซะ หากจะเดินทางเข้าเมืองชุมพร หรือจะไปยังถนนสายเอเชีย 41 สามารถใช้เส้นทางดังกล่าวอย่างทั่วถึง จึงรับฟังไม่ได้ว่าสร้างเพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่ราษฎรหมู่ 9 เพียงคนเดียว จึงไม่ปรากฎหลักฐานเพียงพอรับฟังได้ว่าอดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบางลึกในครั้งนั้นกับพวกได้กระทำความผิดตามที่กล่าวหา ข้อกล่าวหาไม่มีมูล ข้อกล่าวหาตกไป&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเนวิน กล่าวอีกว่า ตนในฐานะทนายความรู้สึกแปลกใจและตั้งข้อสังเกตในหลายประเด็นว่า ทำไม ปปช.ชุมพร ซึ่งต้องยึดกฎหมายเป็นหลัก แต่กลับมองแค่ว่าประชาชนมีประโยชน์ร่วมกัน ไม่ได้ดูที่มติสภาฯที่อนุมัติโครงการและสัญญาว่าจ้างโครงการที่กำหนดให้สร้างในหมู่ที่ 10 ทั้งที่มีหลักฐานเห็นอยู่เต็มตาว่า การก่อสร้างถนนดังกล่าวอยู่กันคนละหมู่บ้านและคนพื้นที่กันอย่างชัดเจนไม่เป็นไปตามสัญญาจ้างและไม่เป็นไปตามที่สภาเทศบาลตำบลบางลึกอนุมัติงบประมาณโครงการก่อสร้าง แม้จะเป็นถนนสายเดียวกันแต่อยู่คนละหมู่บ้านห่างกันเกือบ 3 กิโลเมตร หากวินิจฉัยในลักษณะนี้ต่อไปก็จะเป็นแบบอย่างในการเลี่ยงบาลีเลี่ยงกฎหมายอาจจะกลายเป็นปัญหาในอนาคต จึงต้องเดินหน้าเรียกร้องความเป็นธรรมต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายชุมพล องอาจ เลขานุการนายกเทศมนตรีตำบลบางลึก กล่าวว่าถนนสายดังกล่าวเดิมเป็นถนนลูกรัง ต่อมาปี พ.ศ.2545 เทศบาลตำบลบางลึกอนุมัติโครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็กระยาะทาง 200 เมตร งบประมาณกว่า 6 แสนบาท กำหนดตามสัญญาจ้างก่อสร้างจากปากทางเข้าถนนสายศรีเมืองเชื่อมกับถนนสายดอนรักษ์ หมู่ที่ 10 ตำบลบางลึก ซี่งมีชาวบ้านอาศัยอยู่กว่า 10 ครัวเรือน &amp;nbsp;แต่การก่อสร้างไม่เป็นไปตามสัญญาว่าจ้างและเป็นไปตามที่อนุมัติงบประมาณโครงการ ผู้บริหารในยุคนั้นกลับใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบย้ายไปสร้างในพื้นที่หมู่ 9 ตำบลบางลึก ซึ่งมีชาวบ้านอาศัยอยู่แค่เพียงครอบครัวเดียวและเป็นคนสนิทของฝ่ายบริหารในขณะนั้น แม้จะเป็นถนนสายเดียวกันแต่อยู่คนละหมู่บ้านห่างกันเกือบ 3 กิโลเมตร ทำให้ชาวบ้านหมู่ที่ 10 ต้องร้องเรียนไปยังหน่วยงานเกี่ยวข้อง และ ปปช.จังหวัดชุมพร เพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายกระทำที่ผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการและกฎหมาย กฎระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยวิธีการงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2541 เรื่องประโยชน์และแก้ไขเปลี่ยนแปลงงบประมาณ ข้อ 29 ระบุว่า การแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำชี้แจงงบประมาณรายจ่ายในหมวดครุภัณฑ์ ที่ดิน และสิ่งก่อสร้าง ที่ทำให้ลักษณะ ปริมาณ คุณภาพเปลี่ยน หรือเปลี่ยนแปลงสถานที่ก่อสร้าง ให้เป็นอำนาจอนุมัติของสภาท้องถิ่น คือหากมีการเปลี่ยนแปลงโครงการใด ๆผู้บริหารจะต้องนำเข้าสู่สภาฯเพื่อพิจารณาอนุมัติให้ทำได้ ไม่ใช่ผู้บริหารจะดำเนินการเองได้เลย&amp;quot;นายชุมพลกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชุมพล กล่าวต่อว่า การที่ ปปช.ชุมพร วินิจฉัยคำร้องและตีตกเรื่องนี้ถือว่าไม่ยึดหลักกฎหมาย หากลงไปตรวจสอบในพื้นที่จริงๆจะเห็นชัดเจนว่า การก่อสร้างถนนดังกล่าวได้เอาโครงการของหมู่ที่ 10 ไปสร้างในหมู่ที่ 9 อยู่ห่างกันเกือบ 3 กิโลเมตร แม้จะเป็นถนนสายเดียวกันแต่อยู่คนละหมู่บ้าน เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับบ้านพรรคพวกที่มีอยู่เพียงหลังเดียว ขณะที่หมู่ 10 มีราษฎรอาศัยอยู่กว่า 10 ครัวเรือน ที่สำคัญมีหลักฐานใบฎีกาเบิกเงินก็ระบุชัดเจนว่าเป็นโครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็กหมู่ที่ 10 ตำบลบางลึก แต่ทำไมถนนไปสร้างอยู่หมู่ที่ 9 &amp;nbsp;ซึ่งเรื่องนี้จะต้องเดินหน้าหาความยุติธรรมต่อไปโดยสมาชิกสภาฯได้ร่วมกันลงชื่อนำเรื่องเข้าพิจารณาในสภาเทศบาลฯเพื่อลงมติให้นายกฯและผู้บริหารชุดปัจจุบันนี้นำหลักฐานไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสอบ สภ.เมืองชุมพร เพื่อดำเนินคดีฟ้องร้องต่อศาลต่อไป
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72013</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดชุมพร, ผิดสัญญา, สร้างถนน, หัวคะแนน, เทศบาลตำบลบางลึก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200720/image_big_5f1562fe65edb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64014</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2020 12:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2020 12:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ทางหลวงชนบทกระตุ้นเศรษฐกิจการค้าชายแดนแม่สอด สร้างถนนสายใหม่ ง2, ง3, ค1 และ ค2</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 เมษายน 2563 นายปฐม เฉลยวาเรศ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท กล่าวว่า อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เป็นพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ และเป็นจุดศูนย์กลางที่มีการส่งออกด้านการค้าระหว่างประเทศไทยกับพม่า จึงจำเป็นต้องดำเนินการพัฒนาโครงการพื้นฐานด้านงานทาง เพื่อรองรับการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจการค้าชายแดน และการขยายตัวของเมือง โดยกำหนดแนวทางการพัฒนาพื้นที่ให้เป็นเมืองน่าอยู่ มีความสวยงาม สนองตอบต่อยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด ทั้งนี้ เพื่อเป็นการแก้ปัญหาการจราจรติดขัดในเขตเมืองแม่สอด สนับสนุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านงานทาง เชื่อมโยงโครงข่ายทางให้มีความสมบูรณ์ต่อเนื่องจากถนนสาย ก และ ข (ถนนพัฒนานครแม่สอด) ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อปี 2553 และต่อเนื่อง จากถนนสาย จ และ ฉ (ถนนเฉลิมเทพ) ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จปี 2558 ทช.จึงได้ดำเนินการก่อสร้างถนนสาย ง2, ง3, ค1 และ ค2 ผังเมืองรวมเมืองแม่สอด จังหวัดตาก เพื่อให้สอดรับกับยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด โดยก่อสร้างถนนเป็นผิวจราจรแบบคอนกรีตเสริมเหล็ก และแบบแอสฟัลต์ติกคอนกรีต เขตทางทั่วไป
22 - 40 เมตร มีระบบระบายน้ำ ไฟฟ้าแสงสว่าง สัญญาณไฟจราจร และสิ่งอำนวยความปลอดภัยผู้ใช้ทางความยาวตามพื้นที่ก่อสร้างของโครงการรวมทั้งสิ้น 13.589 กิโลเมตร ประกอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- สาย ง2 กม.0+000 &amp;ndash; กม.1 + 180 ระยะทาง 1.180 กิโลเมตร จุดเริ่มต้นใกล้กับ อบต.ท่าสายลวด
แนวก่อสร้างไปทางทิศตะวันออก สิ้นสุดโครงการที่ถนนสาย ตก.3050&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
- สาย ง3 กม.0+000 &amp;ndash; กม.9 + 781 ระยะทาง 9.781 กิโลเมตร จุดเริ่มต้นโครงการอยู่ที่ กม.2+302
ของทางหลวง 1090 แนวก่อสร้างไปทางทิศตะวันตก สิ้นสุดโครงการที่ถนนสาย ก.8 (ถนน อบจ.ตาก)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- สาย ค1 กม.0+000 &amp;ndash; กม.0 + 824 ระยะทาง 0.824 กิโลเมตร จุดเริ่มต้นอยู่บริเวณถนนพัฒนานครแม่สอด (ถนนทางหลวงชนบทสาย ตก.3050) แนวถนนก่อสร้างไปทางทิศใต้ของแยกโรบินสัน ผ่านพื้นที่ครัวเรือนและเกษตรกรรม สิ้นสุดโครงการที่ถนนสาย ง3 บริเวณ กม.ที่ 1+621&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- สาย ค2 กม.0+000 &amp;ndash; กม.1 + 804 ระยะทาง 1.804 กิโลเมตร จุดเริ่มต้นอยู่บริเวณสามแยกภัทรวิทย์ (ทล.12) แนวถนนก่อสร้างไปทางทิศใต้ สิ้นสุดโครงการที่ถนนสาย ง3 บริเวณ กม.ที่ 7+152&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันโครงการดังกล่าวมีความก้าวหน้าไปแล้วร้อยละ 76.939 ขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างงานชั้นพื้นทาง (หินคลุก), งานผิวจราจรคอนกรีตเสริมเหล็ก, งานผิวจราจรแอสฟัลติกคอนกรีต, งานเบ็ดเตล็ด, งานติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่าง คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณปลายปี 2563 โดยใช้งบประมาณในการก่อสร้างรวม 450 ล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64014</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทางหลวงชนบท, ขยายทาง, สร้างถนน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200423/image_big_5ea1240f256fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27980</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/01/2019 13:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/01/2019 13:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทช.ลุยสร้างถนนเมืองหนองคายหนุนเขตเศรษฐกิจพิเศษคืบแล้ว41%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ม.ค.62-รายงานข่าวจากกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เปิดเผยว่าได้ดำเนินโครงการก่อสร้างถนนสายแยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2 - ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 211 อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย ระยะทาง 19.803 กิโลเมตร ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนการขนส่งสินค้า พืชผลการเกษตร ส่งเสริมเศรษฐกิจในจังหวัดและบริเวณพื้นที่รอบนอกเข้าสู่ภายในตัวเมืองหนองคาย รวมถึงการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศเพื่อนบ้านให้มีความสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ได้ปรับปรุงขยายผิวจราจรแบบแอสฟัลต์ติกคอนกรีต ขนาด 2 ช่องจราจร ซึ่งเป็นแนวสายทางที่เชื่อมการเดินทางจากอำเภอสระใครกับอำเภอเมือง ระยะทาง 19.803 กิโลเมตร พร้อมติดตั้งป้ายจราจรเพื่อความปลอดภัย ก่อสร้างท่อลอดเหลี่ยม และรางระบายน้ำ ปัจจุบันการก่อสร้างมีความก้าวหน้าไปแล้วกว่า 41% ขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างชั้นพื้นทาง ใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 95.100 ล้านบาท เป็นงบผูกพันปี 3 ปี (2561-2563) โดยจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2563

&amp;nbsp;สำหรับจังหวัดหนองคายเป็นจังหวัดที่มีพรมแดนติดเขตแดนริมฝั่งโขงประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและมีท่าแพขนานยนต์สำหรับการขนส่งวัสดุและสินค้าระหว่างทั้งสองประเทศ ซึ่งจังหวัดหนองคายได้ให้ความสำคัญแก่ยุทธศาสตร์การค้าและการท่องเที่ยว อีกทั้งมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสนับสนุนการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ ด้านการคมนาคมขนส่ง และช่วยรองรับการพัฒนาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างสมบูรณ์มากขึ้น ทช.พิจารณาแล้วเห็นว่าหาก ทช.ดำเนินการก่อสร้างถนนสายแยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2 &amp;ndash; ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 211 อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27980</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทางหลวงชนบท, สร้างถนน, หนองคาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190131/image_big_5c5295a181e98.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19512</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2018 07:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2018 07:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทช.ลุยไทยแลนด์ริเวียร่าเฟส 2 สร้างถนนริมทะเลเชื่อมชุมพร - สงขลา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทช.รับลูกรัฐบาลลุยไทยแลนด์ริเวียร่าเฟส 2 เชื่อมชุมพร-สงขลา เดินหน้าจัดทำแผนแม่บทพัฒนาเส้นทางสายใหม่เชื่อมต่อเมืองรอง ปี62 ทุ่มงบจัดซื้อจัดจ้าง4,626 โครงการ

นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน อธิบดีกรมทางหลวงชนบท(ทช.) เปิดเผยว่าขณะทช.ยังมีแผนศึกษาพัฒนาเส้นทางไทยแลนด์ริเวียร่าเฟส 2 ช่วงชุมพร-สงขลา ระยะทางราว 578 กม. คาดว่าจะมีความชัดเจนในช่วงต้นปีหน้าเช่นกันทั้งแนวทางลงทุน แผนการก่อสร้างและเส้นทางพัฒนา สำหรับปีงบ 2562 นั้นได้รับงบประมาณราว 500ล้านบาท ระยะทางรวม 48 กิโลเมตร

ทั้งนี้คาดว่าแผนพัฒนาถนนทะเลชายฝั่งทะเลภาคใต้ (Southern Coast) ขณะนี้เฟส 1ช่วงสมุทรสงคราม-ชุมพรนั้นคาดว่าจะแล้วเสร็จทั้งหมดในปี 2567ขณะนี้ยังเหลือระยะทางที่ต้องลงทุนอีกราว 177 กม.จากทั้งหมด 514 กม. นอกจากนี้ในเฟส 2 จะมองถึงเส้นทางเลียบชายฝั่งทะเลอันดามันอีกด้วย

ส่วนการปรับเปลี่ยนชื่อโครงการไทยแลนด์ริเวียร่า ตามข้อสั่งการของนายสมคิด จาตรุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เพื่อให้มีความเป็นไทย เบื้องต้นอาจจะใช้ชื่อ โครงการถนนชายฝั่งทะเลภาคใต้ ซึ่งหมายถึงภาคใต้ทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน จะทำให้ประชาชนจดจำได้ หรือบางช่วงจะมีการทำสัญลักษณ์ แสดงให้ทราบว่าถนนเส้นเป็นถนนเชื่อมชายฝั่งภาคใต้

นอกจากนี้กรมฯอยู่ระหว่างจัดทำแผนแม่บทพัฒนาเส้นทางสายใหม่เชื่อมต่อเมืองรองซึ่งเบื้องต้นต้องกลับไปทบทวนก่อนว่าตรงไหนเหมาะสมบ้าง แต่ทั้งนี้ทช.จะจัดทำหนังสือไกด์บุ๊คโปรโมทการท่องเที่ยวตามเส้นทางชนบทในเมืองรองกำหนดพื้นที่เป้าหมายไว้ 16 จังหวัด แบ่งเป็นภาคละ 4 จังหวัด โดยเฉพาะตามแนวเส้นทางที่มีจุดท่องเที่ยวเยอะ เช่น เชียงใหม่-เชียงราย และเชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน รวมถึงเส้นทางชนบทเชื่อมต่อทางหลวงระหว่างภาคเหนือ-ภาคอีสานอีกด้วย

สำหรับปีงบประมาณ 62 ทช.ได้รับการจัดสรรงบประมาณ 46,786 ล้านบาท โดยมีโครงการที่ต้องจัดซื้อจัดจ้าง 4,626 โครงการ เป็นวงเงิน 30,732 ล้านบาท ปัจจุบันได้ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างโดยได้ผู้รับจ้างแล้ว 3,053 โครงการ ซึ่งเป็นการดำเนินงานตามภารกิจและนโยบายของรัฐบาล ได้แก่ ถนนลูกรังเป็นถนนลาดยางหรือคอนกรีต ถนนเพื่อแก้ไขปัญหาจราจรในปริมณฑลและภูมิภาค , ถนนในเขตผังเมืองรวม , ถนนสนับสนุนการท่องเที่ยว , ถนนเพื่อพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ , ถนนเพื่อเชื่อมต่อระบบขนส่ง , ถนนเพื่อสนับสนุนเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) และเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน โดยมีการก่อสร้างจากถนนลูกรังเป็นถนนลาดยางหรือคอนกรีต 447 โครงการ สะพานคอนกรีตเสริมเหล็กทั่วประเทศ&amp;nbsp; 108 โครงการ ตลอดจนงานซ่อมบำรุงโครงข่ายทางหลวงชนบททั่วประเทศและอำนวยความปลอดภัยทางหลวงชนบท
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19512</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.สงขลา, จัหวัดชุมพร, ทช., สร้างถนน, ไทยแลนด์ริเวียร่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180201/image_big_5a72a02901a88.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13130</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2018 14:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2018 14:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทางหลวงชนบทสร้างถนนเชื่อมเออีซี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทช.ดำเนินโครงการก่อสร้างถนนทางหลวงชนบทสาย นพ.2044 แยกทางหลวงหมายเลข 22 &amp;ndash; บ้านโพนสวรรค์ อำเภอเมือง,โพนสวรรค์ จังหวัดนครพนม แล้วเสร็จสมบูรณ์พร้อมรับ เออีซี ในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ค.61-นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เปิดเผยว่าเนื่องจากปัจจุบันจังหวัดนครพนมมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจ อีกทั้งเป็นเมืองที่มีพรมแดนติดกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มีการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ และสินค้าเกษตรกรรมภายในประเทศเข้าสู่โรงงานอุตสาหกรรม กรมทางหลวงชนบท จึงได้ดำเนินการก่อสร้างและปรับปรุงก่อสร้างถนนทางหลวงชนบทสาย นพ.2044 แยกทางหลวงหมายเลข 22 &amp;ndash; บ้านโพนสวรรค์ อำเภอเมือง,โพนสวรรค์ จังหวัดนครพนม เพื่อพัฒนาโครงข่ายทางหลวงชนบทเชื่อมระหว่างทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 22 และหมายเลข 2028 เป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างอำเภอเมืองนครพนม อำเภอโพนสวรรค์ อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม อำเภอกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับถนนสายดังกล่าวมีจุดเริ่มต้นโครงการจากกิโลเมตรที่ 0+000 ถึง กิโลเมตรที่ 19+950 รวมระยะทาง 19.950 กิโลเมตร ก่อสร้างเป็นผิวจราจรแบบแอสฟัลติกคอนกรีต กว้างข้างละ 3 เมตร ขนาด 2 ช่องจราจร พร้อมไหล่ทางกว้างข้างละ 0.00 &amp;ndash; 1.00 เมตร โดยใช้งบประมาณในการก่อสร้างทั้งสิ้น 105.680 ล้านบาท ปัจจุบันได้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จสมบูรณ์และเปิดให้ประชาชนได้ใช้สัญจรเรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จจะช่วยให้เดินทางได้สะดวกรวดเร็วปลอดภัย ลดระยะเวลาการเดินทางและลดปริมาณการจราจรในเส้นทางหลัก สามารถส่งผลผลิตทางเกษตรกรรมสู่โรงงานได้สะดวกรวดเร็ว ลดต้นทุนในการขนส่งสินค้า ตลอดจนเป็นการขยายระบบการขนส่งคมนาคมรองรับเศรษฐกิจ AEC ในอนาคตอีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13130</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทางหลวงชนบท, ทช., นครพนม, บ้านโพนสวรรค์, สร้างถนน, เออีซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180710/image_big_5b44660b2e09c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12722</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2018 14:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2018 14:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลัง-คมนาคมลงนามกู้เอดีบีสร้างถนน 4 เลน 3.4 พันล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คลัง-คมนาคม&amp;rdquo; ลงนามกู้เงินเอดีบี 3.4 พันล้านบาท ลุยก่อสร้างถนน 4 เลน เส้นทางอีสานระยะที่ 2 ใน 3 เส้นทาง คาดแล้วเสร็จปี 2562 พร้อมดันรถไฟทางคู่ 9 เส้นทางเข้า ครม. ภายในปีนี้ มั่นใจแม้เปลี่ยนรัฐบาลไม่กระทบแผนลงทุนด้านคมนาคม วงเงิน 2.3 ล้านล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ค. 61 - นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.การคลัง เปิดเผยว่า ได้ลงนามในสัญญาเงินกู้กับธนาคารพัฒนาแห่งเอเชีย (เอดีบี) กรอบวงเงินไม่เกิน 99.40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเทียบเท่าไม่เกิน 3.4 พันล้านบาท เพื่อใช้ในโครงการก่อสร้างถนน 4 เลน เส้นทางสายอีสาน (ระยะที่ 2) 3 เส้นทาง ได้แก่ ทางหลวงหมายเลข 22 ช่วงอำเภอหนองหาน - อำเภอพังโคน ทางหลวงหมายเลข 22 ช่วงสกลนคร - นครพนม (กิโลเมตรที่ 180 - 213) และทางหลวงหมายเลข 23 ช่วงร้อยเอ็ด - ยโสธร &amp;nbsp;รวมระยะทาง 124.9 กิโลเมตร &amp;nbsp;โดยทั้ง 3 โครงการคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปี 2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;โครงการดังกล่าวจะเป็นการเชื่อมต่อการเดินในเส้นทางสายตะวันออกสู่ตะวันตก และถือเป็นการกู้กับเอดีบีครั้งแรกในรอบ 8-9 ปี โดยเป็นรูปแบบการกู้เป็นแบบเต็มจำนวนในคราวเดียว ไม่ใช่การทยอยเบิกเงินเหมือนที่ผ่านมา โดยวิธีนี้จะทำให้มีการบริหารต้นทุนได้ดีขึ้น ซึ่งคิดแล้วเป็นดอกเบี้ยเงินกู้เฉลี่ย 2.5% ใกล้เคียงกับที่กระทรวงการคลังออกพันธบัตรในประเทศเอง และหลังจากนี้กระทรวงการคลังมีแผนจะกู้เงินเอดีบี เพิ่มเติมในการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้ม เส้นทางมีนบุรี- ศูนย์วัฒนธรรม-ตลิ่งชัน อีก แต่ยังไม่ได้กำหนดวงเงินการกู้อย่างเป็นทางการ&amp;rdquo; นายอภิศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;รมว.การคลัง ระบุว่า มั่นใจว่าแม้จะมีการเปลี่ยนรัฐบาลในระยะต่อไป แต่โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ด้านคมนาคมที่มูลค่ารวม 2.3 ล้านล้านบาท จะสามารถเดินหน้าต่อไปได้ เนื่องจากรัฐบาลชุดนี้ได้มีการวางนโยบายไว้หมดแล้ว ซึ่งโครงการเหล่านี้ มีประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศและให้การบริการกับประชาชน จึงไม่น่ามีปัญหาในการเดินหน้าต่อแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมมั่นใจว่าจะสามารถผลักดันโครงการรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 &amp;nbsp;อีก 9 เส้นทางเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบได้ภายในสิ้นปีนี้อย่างแน่นอน โดยคาดว่าภายในสิ้นเดือนนี้ จะสามารถเสนอให้ ครม. พิจารณาโครงการรถไฟทางคู่เส้น เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของได้ และภายในสิ้นปีนี้ จะเสนอโครงการรถไฟทางคู่ เส้นบ้านไผ่-มุกดาหาร-นครพนม โดยหากผ่านความเห็นชอบจาก ครม. เรียบร้อยจะทำให้โครงการรถไฟทางคู่เริ่มก่อสร้างได้ภายในรัฐบาลชุดนี้ครบตามเป้าหมายระยะหนึ่งและระยะสอง 16 เส้นทาง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12722</URL_LINK>
                <HASHTAG>กู้เงิน, คมนาคม, คลัง, ธนาคารพัฒนาแห่งเอเชีย, สร้างถนน, อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์, อีสาน, เอดีบี, แผนลงทุนย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180704/image_big_5b3c7c5746256.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
