<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>16477</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2018 12:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2018 12:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039; ปธ.ลงนามเอ็มโอยู 4หน่วยงานร่วมมือลดปัญหาทุจริต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30&amp;nbsp;ส.ค. 61 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู)&amp;nbsp;การเสริมสร้างเครือข่ายเพื่อสร้างธรรมาภิบาลในหน่วยงานภาครัฐ 4 หน่วยงาน ได้แก่ นางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการผู้ตรวจการแผ่นดิน นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายประจักษ์ บุญยัง ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นนายวิษณุ กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ&amp;nbsp;&amp;ldquo;ประชาชน ภาครัฐโปร่งใส ร่วมพัฒนาประเทศไทยอย่างยั่งยืน&amp;rdquo;&amp;nbsp;ตอนหนึ่งว่า การลงนามครั้งนี้จะช่วยให้ประเทศมีความโปร่งใส ลดการฉ้อราษฎรบังหลวง วันนี้เรามีคนในภาครัฐกว่า 3.5 ล้านคน ถือว่าเป็นจำนวนมาก หากเทียบกับจำนวนประชากร และหลักการธรรมาภิบาลถือว่าสำคัญมากในระบบของรัฐ เพราะจะลดปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นลงได้ วันนี้รัฐบาลรณรงค์เรื่องธรรมาภิบาลอย่างมาก เพื่อสร้างความตื่นตัวให้ประชาชน หวังลดการทุจริต พร้อมกันนี้รัฐบาลยังได้ตั้งศูนย์ดำรงธรรมเพื่อรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนที่อยู่ต่างจังหวัด ไม่ต้องเสียเวลามานอนอยู่หน้าทำเนียบรัฐบาล จึงจะเห็นว่าไม่มีประชาชนออกมาชุมนุม ปิดทำเนียบรัฐบาลเหมือนอดีตที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิษณุ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ไม่ใช่ว่ารัฐบาลไปปิดกั้นการแสดงออก แต่ว่าทุกจังหวัดล้วนมีศูนย์ดำรงธรรมที่ประชาชนสามารถไปร้องเรียนได้ เมื่อร้องเรียนแล้วก็ให้การช่วยเหลือ ซึ่งบางครั้งก็ออกมาตรา 44 มาจากความเดือดร้อนของประชาชน ตามที่ประชาชนร้องเรียน&amp;nbsp;โดยมีเรื่องทุจริตได้รับการร้องเรียนมากที่สุดในศูนย์ดำรงธรรม จึงได้ดำเนินการจัดการและชี้แจงในส่วนที่อาจเข้าใจผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เมื่อรัฐบาลนี้เข้ามา มีรายงานว่ามีการทุจริตใหญ่เป็นคดีความอยู่กว่า 30 เรื่อง บางเรื่องมีมูลค่ามหาศาลเป็นหมื่นเป็นแสนล้านบาท&amp;nbsp;เช่น โครงการรับจำนำข้าว โครงการมันสำปะหลัง โดยเมื่อรายงานคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว ก็ได้ส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ ย้ำว่ารัฐบาลใส่ใจกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต แต่ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำได้รวดเร็วในพริบตาเดียว หากไม่ปรับปรุงวิธีการทำงาน ดังนั้นวันนี้จึงต้องเสริมคน เงิน และอำนาจเข้าไป แต่ก็ยังไม่พอ เพราะที่สำคัญจะต้องสร้างเครือข่ายทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นเอกชน ประชาสังคม และประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉะนั้นทุกหน่วยงานจึงต้องแสวงหาความร่วมมือ ขออย่าท้อถอยต่อการแก้ปัญหาการทุจริต&amp;nbsp;เราจะต้องทำให้เข้มแข็งขึ้น มีช่องโหว่ต้องอุด มีช่องว่างต้องเอาอะไรมาถม เหมือนกับที่ ป.ป.ช.ตั้งเป้าว่าในปี 2564 ประเทศไทยต้องได้คะแนนดัชนีการทุจริต (ซีพีไอ) 50 คะแนน เพราะมีผลอย่างมากต่อการลงทุนของต่างชาติ&amp;rdquo; รองนายกฯกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองนายกฯ กล่าวอีกว่า รัฐบาลได้พยายามอย่างเต็มที่ในการป้องกัน การที่มีข่าวตรวจสอบทุจริตที่ผ่านมา เป็นผลมาจากการปราบปรามการทุจริตของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นคดีเงินทอนวัด เงินใต้โต๊ะหรือเงินคนไร้ที่พึ่ง พยายามขุดคุ้ยเรื่องเหล่านี้ซึ่งไม่ใช่ง่ายแต่ต้องทำ เชื่อว่าจะสำเร็จได้ หากทำได้ระดับหนึ่งก็จะทำให้ระบบราชการใสสะอาดและประเทศดีขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16477</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวิษณุ เครืองาม, ป.ป.ช., ป้องกันทุจริต, ผู้ตรวจการแผ่นดิน, สร้างธรรมาภิบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180830/image_big_5b877af011a99.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
