<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>42083</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2019 13:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2019 13:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘มุกข์-ปิยวัฒน์’ สร้างประวัติศาสตร์แชมป์ ซูซูกะ 4 ชม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มุกข์&amp;rdquo; มุกข์ลดา สารพืช ยอดนักบิดสาวแกร่งชาวไทยควงนักบิดรุ่นน้อง &amp;ldquo;ฟิล์ม&amp;rdquo; ปิยวัฒน์ ประทุมยศ ผนึกกำลังทีมงานคนไทยร้อยเปอร์เซ็นต์จาก เอ.พี.ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ สร้างประวัติศาสตร์สุดยิ่งใหญ่ คว้าแชมป์ในศึกเอ็นดูรานซ์นานาชาติสุดโหด รายการ &amp;ldquo;ซูซูกะ 4 ชั่วโมง เอ็นดูรานซ์ เรซ 2019&amp;rdquo; ส่งเพลงชาติไทยดังกระหึ่มสนามระดับโลก ซูซูกะ เซอร์กิต ประเทศญี่ปุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบมาราธอนนานาชาติสุดหฤโหด รายการ ซูซูกะ 4 ชั่วโมง เอ็นดูรานซ์ เรซ 2019 ดวลความเร็วรอบชิงชนะเลิศในวันเสาร์ที่ 27 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่ สนาม ซูซูกะ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีระยะทางต่อรอบ 5.821 กิโลเมตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีมแข่งไทยอย่าง เอ.พี.ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ที่นำโดย &amp;ldquo;มุกข์&amp;rdquo; มุกข์ลดา สารพืช นักบิดสาวแกร่งและนักบิดดาวรุ่่ง &amp;ldquo;ฟิล์ม&amp;rdquo; ปิยวัฒน์ ประทุมยศ พร้อมด้วยทีมช่างไทยรอยเปอร์เซ็นต์ ลงแข่งขันเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน และสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมนับตั้งแต่การซ้อมครั้งแรก โดยสามารถคว้ากริดสตาร์ทอันดับที่ 2 มาครอง กับรถฮอนด้า CBR 600 RR หมายเลข149&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอบชิงชนะเลิศออกสตาร์ทในช่วงเช้าวันเสาร์ ที่27กรกฏาคม 2562 ท่ามกลางสภาพอากาศที่แปรปรวนของประเทศญี่ปุ่น โดย มุกข์ลดา รับหน้าที่เป็นนักบิดไม้แรก และออกสตาร์ทได้อย่างยอดเยี่ยม แม้จะร่วงลงไปอยู่อันดับ 3 ในรอบแรกแต่สามารถบิดคันเร่งกลับมาเป็นผู้นำได้ในรอบที่ 4 และที่รักษาตำแหน่งผู้นำได้อย่างเหนียวแน่น ทิ้งห่างอันดับ 2 ไปถึง 8.2 วินาที ในช่วง 55 นาทีแรก ก่อนจะนำรถเข้ามาเติมน้ำมันและเปลี่ยนตัวนักบิด ส่งไม้ต่อให้ &amp;quot;ฟิล์ม&amp;quot;ปิยวัฒน์ ประทุมยศลงไปทำหน้าที่ต่อในชั่วโมงที่ 2 ของการแข่งขัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สภาพอากาศยังคงมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ปิยวัฒน์ ออกมาทำหน้าที่ได้อย่างไร้ที่ติ ทิ้งระยะห่างจากทีมอันดับ 2 อย่าง ยามาฮ่า อินโดนีเซีย &amp;amp; อิโต เรซซิ่ง ออกไปถึง 21.8 วินาที โดยดาวรุ่งจากโครงการ &amp;ldquo;เรซ ทู เดอะ ดรีม&amp;rdquo; ของ เอ.พี.ฮอนด้า ทิ้งห่างคู่แข่งออกไปร่วม 1 นาที กับการแข่งขันชั่วโมงที่ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น เอ.พี.ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ทำการเปลี่ยนตัวนักบิดอีกครั้ง เพื่อให้ มุกข์ลดา ลงมาทำหน้าที่ต่อ โดยหลังจากเติมน้ำมันและเปลี่ยนตัว ทีมไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ลงสู่สนามอีกครั้งด้วยการเป็นผู้นำ และทิ้งห่างคู่แข่งออกไปถึง 2 รอบสนาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อการแข่งขันผ่านไปได้ 2 ชั่วโมง 40 นาที เกิดอุบัติเหตุมีรถแข่งพลาดล้มอย่างรุนแรง กรรมการต้องตัดสินใจตีธงแดงเพื่อยุตติการแข่งขันชั่วคราว เรียกรถแข่งทุกคันต้องกลับเข้าพิต โดย มีทีมแข่งไทย เอ.พี.ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ มุกข์ลดา&amp;nbsp;-ปิยวัฒน์ ยังรักษาตำแหน่งผู้นำได้อย่างเหนียวแน่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี จากสภาพอากาศที่มีฝนตกลงอย่างต่อเนื่องส่งผลให้กรรมการสนามประกาศยุติการแข่งขัน ส่งผลให้ เอ.พี.ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ภายใต้รถแข่ง Honda CBR600RR หมายเลข 149 คว้าแชมป์ประวัติศาสตร์จากผลงานของคนไทยร้อยเปอร์เซ็นต์เป็นทีมแรก ด้วยจำนวนรอบทั้งสิ้น 62 รอบสนาม คิดเป็นระยะทาง 360.902 กิโลเมตร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42083</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬาความเร็ว, ซูซูกะ 4 ชั่วโมง, ซูซูกะ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต, ปิยวัฒน์ ประทุมยศ, มอเตอร์สปอร์ต, มุกข์ลดา สารพืช, สร้างประวัติศาสตร์, เอ.พี. ฮอนด้า, เอ.พี.ฮอนด้า เรซซิง, แชมป์ซูซูกะ 4 ชม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190727/image_big_5d3be8315da3c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39252</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/06/2019 20:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/06/2019 20:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘น้องจีน อาฒยา’ สร้างประวัติศาสตร์อายุน้อยสุดคว้าสองแชมป์ เลดีส์ ยูโรเปียนทัวร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;น้องจีน&amp;quot; อาฒยา ฐิติกุล นักกอล์ฟสมัครเล่นสาวทีมชาติไทย สร้างประวัติศาสตร์ในศึก เลดี้ส์ ยูโรเปี้ยน ทัวร์ ด้วยการเป็นนักกอล์ฟอายุน้อยที่สุดที่คว้า 2 แชมป์ของทัวร์สำเร็จ หลังคว้าแชมป์ เลดี้ส์ ยูโรเปี้ยน ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนชิพ 2019 ณ สนามฟีนิกซ์ โกลด์ กอล์ฟ แอนด์ คันทรีคลับ พัทยา จังหวัดชลบุรี เมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 มิถุนายน ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การแข่งขันรอบสุดท้าย เมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 มิถุนายน 2562 ท่ามกลางสภาพอากาศที่มีฝนตกหนักจนทำให้หยุดพักไปนานเกือบ 3 ชั่วโมง ก่อนจะเริ่มแข่งขันอีกครั้งในเวลา 15.00 น. ผลปรากฏว่า &amp;quot;น้องจีน&amp;quot; อาฒยา ฐิติกุล สวิงสาวทีมชาติไทยวัย 16 ปีจาก ราชบุรี ยังโชว์ฟอร์มดีแบบไม่ตกด้วยการหวดเพิ่มอีก 5 อันเดอร์พาร์ 67 ทำสกอร์รวม 22 อันเดอร์พาร์ 266 ทิ้งอันดับสอง เอสเธฮร์ เฮนเซเลต จากเยอรมนีถึง 5 สโตรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาฒยา มาเครื่องติดในหลุม 7 ที่ทำ 3 เบอร์ดี้รวด โดยเฉพาะในหลุม 8 พาร์ 3 ที่เกือบทำโฮลอินวัน หลังหวดทีออฟไปจ่อปากหลุม ก่อนเก็บเบอร์ดี้ จบช่วงแรกด้วยการทำไป 3 อันเดอร์ฯ ก่อนมาในช่วงหลัง น้องจีน มาทำเบอร์ดี้อีกในหลุม 13 และ 16 จบสกอร์วันนี้ด้วยผลงาน 5 เบอร์ดี้ไม่เสียโบกี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชัยชนะในรายการนี้ทำให้ น้องจีน กลายเป็นแชมป์ที่อายุน้อยที่สุด ที่คว้า 2 แชมป์ในศึก เลดี้ส์ ยูโรเปี้ยน ทัวร์ และเป็นแชมป์รายการนี้เป็นสมัยที่ 2 ด้วย โดยเธอจะได้รับเชิญเข้าร่วมการแข่งขันกอล์ฟ เมเจอร์ รายการ เอวิยอง แชมเปี้ยนชิพ และ รายการ เอไอจี วูเมนส์ บริติช โอเพ่น ซึ่งทั้ง 2 รายการเธอเคยคว้ารางวัลในฐานะนักกอล์ฟสมัครเล่นที่ผลงานดีสุดมาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สวิงสาวจาก อ.บ้านโป่ง เจ้าของแชมป์รายการนี้เมื่อปี 2017 เผยว่า &amp;quot;ดีใจที่คว้าแชมป์ได้อีกครั้ง นับว่าเป็นสัปดาห์ที่เล่นกอล์ฟได้ดีแบบเกินความคาดหมาย ถือเป็นรางวัลสำหรับการทุ่มเทอย่างหนัก เพราะว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาฟอร์มการเล่นของตัวเองขึ้นๆลงๆมาตลอด แชมป์ในครั้งนี้ถือเป็นรางวัลจากความพยายาม และทุ่มเท ทำให้เกิดความมั่นใจในการเล่นของตัวเองมากขึ้น และหวังว่านี่จะเป็นก้าวที่จะทำให้ตัวเองสร้างผลงานที่ดีต่อไป ขอขอบคุณทุกแรงใจ และแรงสนับสนุนจากทุกๆฝ่ายที่ทำให้เกิดแมตช์การแข่งขันดีๆเช่นนี้ขึ้น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันดับ 2 เป็นของ เอสเธอร์ เฮนเซเลต โปรสาวดาวรุ่งวัย 20 ปีจากเยอรมัน เจ้าของมือ 3 ในอันดับทำเงินรางวัลของ เลดี้ส์ ยูโรเปี้ยน ที่วันนี้พยายามไล่จี้น้องจีนอย่างเต็มที่แล้วแต่ตามไม่ทัน หลังรอบสุดท้ายหวดเพิ่ม 8 อันเดอร์พาร์ 64 ทำสกอร์รวม 17 อันเดอร์พาร์ 271 รับเงินรางวัลไป 45,000 ยูโร (1,542,150 บาท) อันดับ 3 เป็นของ โอลิเวีย โคเว่น โปรวัย 23 ปีจาก เยอรมัน เจ้าของมือ 8 ในอันดับทำเงินรางวัลสะสม ที่หวดเพิ่มอีก 2 อันเดอร์พาร์ 70 ทำสกอร์รวม 11 อันเดอร์พาร์ 277 รับเงินรางวัล 27,000 ยูโร (925,290 บาท)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39252</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอล์ฟอาชีพ, กอล์ฟอาชีพสตรี, น้องจีน, น้องจีน อาฒยา, ฟีนิกซ์ โกลด์ กอล์ฟ แอนด์ คันทรี่คลับ, สร้างประวัติศาสตร์, สาวไทยสร้างประวัติศาสตร์, อาฒยา ฐิติกุล, เลดีส์ ยูโรเปียน ไทยแลนด์ แชมเปียนชิพ, เลดีส์ ยูโรเปียนทัวร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190623/image_big_5d0f7a212082c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7518</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/04/2018 21:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2018 21:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แทมมี ดักเวิร์ธ ส.ว.ลูกครึ่งไทย สร้างประวัติศาสตร์อุ้มลูกแรกเกิดเข้าสภา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;แทมมี ดักเวิร์ธ ส.ว.ลูกครึ่งไทยอเมริกัน สร้างประวัติศาสตร์ในการเมืองสหรัฐอีกครั้ง ด้วยการอุ้มลูกสาววัยเพียง 10 วัน เข้าร่วมการประชุมวุฒิสภาเพื่อลงมติเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส.ว.แทมมี ดักเวิร์ธ อุ้มเด็กหญิงไมลี ลูกสาววัยแบเบาะ มาประชุมสภาเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2561&amp;nbsp; / GETTY IMAGES NORTH AMERICA / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ว.ดักเวิร์ธจากพรรคเดโมแครตวัย 50 ปี เป็นผู้สร้างประวัติศาสตร์ในฐานะสมาชิกวุฒิสภาสหรัฐคนแรกที่ให้กำเนิดบุตรขณะที่ยังดำรงตำแหน่ง เธอให้กำเนิดลูกสาวเมื่อต้นเดือนนี้ และวันพฤหัสบดีที่ 19 เมษายนที่ผ่านมา เธออุ้มหนูน้อยไมลี ลูกสาววัยแบเบาะ มาเข้าร่วมการประชุมวุฒิสภาด้วย และได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากเพื่อน ส.ว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดักเวิร์ธ ซึ่งเป็นนักบินเฮลิคอปเตอร์ในสมรภูมิอิรัก สูญเสียขาทั้ง 2 ข้างเมื่อเฮลิคอปเตอร์ของเธอโดนยิงตก เมื่อปี 2547 เธอนั่งเก้าอี้รถเข็นเข้ามาในห้องประชุมโดยอุ้มลูกสาวไว้บนตัก เพื่อมาลงมติไม่เห็นด้วยกับการแต่งตั้งผู้บริหารองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (นาซา) คนใหม่ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เสนอชื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี สุดท้ายแล้วที่ประชุมก็ลงมติด้วยเสียงข้างมากฉิวเฉียด รับรองให้จิม ไบรเดนสไตน์ ส.ส.โอคลาโฮมาอดีตนักบินของกองทัพเรือ เป็นผู้บริหารนาซาคนที่ 13 ด้วยคะแนน 50 ต่อ 49 คะแนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การอุ้มลูกวัยทารกมาทำงานภายในสภาคองเกรสของดักเวิร์ธในครั้งนี้เป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าแรกของวุฒิสภาสหรัฐ ซึ่งเพิ่งจะลงมติเมื่อวันพุธ ตามข้อเสนอของ ส.ว.เอมี โคลบูชาร์ จากพรรคเดโมแครต เปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ เพื่ออนุญาตให้ ส.ว.นำลูกมายังสถานที่ทำงาน ซึ่งก็คือห้องประชุมสภาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โคลบูชาร์กล่าวว่า สุนัขช่วยเหลือได้รับอนุญาตให้เข้าห้องประชุมได้มาตั้งแต่ปี 2540 แต่สภาไม่ได้ขยายการอนุญาตให้ครอบคลุมถึงการพาเด็กเล็กเข้าห้องประชุมได้ จนมาถึงหนูน้อยไมลีนี่เอง ตอนนี้นี่คือกฎมาตรฐานแล้ว เพราะเราเชื่อว่าจะมีแม่และพ่อคนอื่นๆ ที่อยากจะพาลูกวัยทารกมาเข้าประชุมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐอนุญาตให้ ส.ส.นำลูกเข้าห้องประชุมอยู่แล้ว แต่วุฒิสภามีกฎที่เข้มงวดกว่า และยังคงห้ามนำเด็กอายุเกิน 1 ปีเข้าห้องประชุม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7518</URL_LINK>
                <HASHTAG>ส.ว.ลูกครึ่งไทยอเมริกัน, สร้างประวัติศาสตร์, อุ้มลูกเข้าสภา, แทมมี ดักเวิร์ธ, ไมลี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180420/image_big_5ad9edea03ce3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
