<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>53158</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/12/2019 12:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/12/2019 12:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอาล่ะสิ!&#039;แจ็ค วัชระ&#039;เปิด 4 ชื่อเอี่ยวสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ล่าช้า </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ธ.ค.62 - นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับกรรมาธิการ ในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี 12 คนที่เสนอมานั้น เป็นที่น่าสงสัยมาก เพราะตั้งผู้ที่จะถูกสอบสวนหรือลูกน้องผู้ถูกสอบสวนมานั่งเป็นกรรมาธิการด้วย ซึ่งไม่เคยปรากฎมาก่อนในประวัติศาสตร์ของสภาไทย อย่างไรก็ตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา 129 วรรคสอง กำหนดให้คณะกรรมาธิการมีหน้าที่ในการกระทำกิจการ สอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องใดๆ ตามหน้าที่และอำนาจ แล้วรายงานให้สภาทราบ ซึ่งตามหลักของการสอบหาข้อเท็จจริง ระหว่างผู้สอบข้อเท็จจริงกับผู้ถูกสอบข้อเท็จจริงต้องไม่มีความเกี่ยวข้องกัน หรือในภาษากฎหมายเรียกว่า การขัดกันแห่งผลประโยชน์ และที่ร้ายแรงที่สุดที่ไม่ควรเกิดขึ้น คือ ผู้สอบข้อเท็จจริงกับผู้ถูกสอบข้อเท็จจริงเป็นคนๆเดียวกัน เพราะจะทำให้ผลการสอบข้อเท็จจริงไม่เกิดความชอบธรรมหรือความจริงแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวัชระ กล่าวอีกว่า สำหรับผู้ที่ควรจะถูกสอบข้อเท็จจริงในการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ แต่กลับได้เป็นกรรมาธิการ ประกอบด้วย 1.นายสุชาติ โรจน์ทองคำ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และในอีกฐานะหนึ่งคือ ประธานคณะกรรมการตรวจการจ้าง (ตรวจรับ) งานก่อสร้างอาคารรัฐสภาฯ ซึ่งมีหน้าที่โดยตรง ในการพิจารณาตรวจรับงานการก่อสร้าง และให้ความเห็นชอบในการขยายระยะเวลาการก่อสร้างฯ และงาน&amp;nbsp;ICT&amp;nbsp;งานสาธารณูปโภคฯ ตลอดจนงานอื่นๆ ของการก่อสร้างอาคารรัฐสภาฯ และเป็นกรรมการเร่งรัดการก่อสร้างอาคารรัฐสภาฯ และเป็นกรรมการบริหารการก่อสร้างอาคารรัฐสภาฯ ซึ่งมีหน้าที่ในการอำนวยการก่อสร้างในภาครวม และต้องรับผิดชอบโดยตรง หากปรากฏว่า การขยายเวลาก่อสร้างเป็นไปโดยมิชอบ 2.นายพินิจ พูลเกิด ที่ปรึกษาบริหารโครงการก่อสร้างฯ&amp;nbsp;CAMA&amp;nbsp;เป็นผู้ที่ได้รับค่าตอบแทนจากสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในการให้คำปรึกษา ประสานงาน รวมทั้งให้ความเห็นในการพิจารณาการขยายระยะเวลาการก่อสร้างฯ รวมถึงงาน&amp;nbsp;ICT&amp;nbsp;งานสาธารณูปโภค และงานอื่นๆ ของการก่อสร้างอาคารรัฐสภาฯ และเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรงหากปรากฏว่า การขยายระยะเวลาการก่อสร้างเป็นไปโดยมิชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวัชระ กล่าวต่อว่า 3.นายพงศ์กิตต์ อรุณภักดีสกุล และนางปัณณิตา สะท้านไตรภพ ข้าราชการระดับสูงของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ซึ่งเป็นผู้แทนของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา โดยมีนายนัท ผาสุข เลขาธิการวุฒิสภา เป็นผู้บังคับบัญชาของนายพงศ์กิตต์และนางปัณณิตา ซึ่งสามารถให้คุณให้โทษแก่บุคคลทั้งสองได้โดยตรง ทั้งนี้ สถานะของนายนัท ย่อมส่งผลโดยตรงกับความเห็นของบุคคลทั้งสองอย่างชัดเจน และ4.นายนัท เป็นกรรมการและเลขานุการของคณะกรรมการเร่งรัดการก่อสร้างฯ และเป็นกรรมการบริหารการก่อสร้างฯ ซึ่งได้รับทราบและไม่คัดค้านผลของการขยายระยะเวลาการก่อสร้าง และเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง หากข้อเท็จจริงปรากฏว่า การขยายระยะเวลาการก่อสร้างเป็นไปโดยมิชอบ ดังนั้น ความเห็นของบุคคลทั้งสองในฐานะกรรมาธิการตรวจสอบข้อเท็จจริงย่อมไม่เกิดความเป็นธรรมอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ด้วยเหตุผลโดยประจักษ์ดังกล่าวนี้ ย่อมเป็นที่แน่นอนว่าความเห็นของบุคคลทั้ง 4 ในฐานะกรรมาธิการตรวจสอบข้อเท็จจริงในการก่อสร้างอาคารรัฐสภา จึงมีลักษณะเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์อย่างชัดเจน และมีลักษณะอันไม่เป็นธรรม เนื่องจากผู้สอบข้อเท็จจริงกับผู้ถูกสอบข้อเท็จจริง เป็นบุคคลคนเดียวกันนั่นเอง&amp;rdquo; นายวัชระ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53158</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัชระ เพชรทอง, สร้างรัฐสภาแห่งใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191125/image_big_5ddb745adbd0e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52249</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/12/2019 14:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/12/2019 14:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลขาฯสภาแจงต้องต่อสัญญาซิโน-ไทยรอบ4 ไม่ให้โดนฟ้อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ธ.ค. 62 - ที่รัฐสภา เมื่อเวลา 13.00 น. นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร แถลงถึงสาเหตุการขยายสัญญาว่าจ้างบริษัทซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด ในการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ เป็นรอบที่ 4 ว่า ยอมรับว่าไม่ใช่ความผิดของสภาฯเสียทีเดียว โดยสาเหตุที่ต่อสัญญาจาก 2 ประเด็นหลักคือ 1.ได้งบประมาณเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร (ไอซีที) ล่าช้า จึงทำให้ได้ผู้รับเหมาก่อสร้างล่าช้า และ 2.ได้ผู้รับเหมางานสาธารณูปโภค และสาธารณูปการ งานประกอบอาคาร และภายนอกอาคารล่าช้า จึงเป็นเหตุผลให้สภาต้องต่อสัญญาจำนวน 382 วัน นับตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 62 และไปสิ้นสุดสัญญาวันที่ 31 ธันวาคม 63 โดยการต่อสัญญาจำนวน 382&amp;nbsp; วันนั้น เราไม่ได้ยอมฝ่ายซิโน-ไทยในฐานะผู้รับจ้าง เนื่องจากตอนแรกเขาขอมา 504 วัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม หากสภาไม่ต่อสัญญาไปก็เป็นเหตุให้ ซิโน-ไทยสามารถฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากรัฐสภาได้ ทั้งนี้ยืนยันว่าขณะนี้รัฐสภายังไม่มีการเสียค่าปรับให้เอกชนแต่อย่างใด และยังไม่สามารถตอบได้ว่าจะมีการต่อสัญญาครั้งที่ 5 อีกหรือไม่ เพราะพยายามเร่งรัดการก่อสร้างอย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า งานระบบไอซีที และสาธารณูปโภค เป็นงานของผู้รับจ้างรายอื่นที่ไม่เกี่ยวกับซิโน-ไทย แต่เหตุใดต้องขยายเวลาให้กับบริษัทผู้รับเหมา นายสรศักดิ์ กล่าวว่า จะต้องทำงานคู่ขนานไป เช่น ถ้าขืนปล่อยให้ซิโน-ไทยก่อสร้างจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็อาจจะต้องมารื้อฝ้าอาคารเพื่อวางระบบไอซีทีอีก ซึ่งจะทำให้เกิดความเสียหายมากกว่า ทั้งนี้ ในส่วนของห้องประชุมสุริยัน&amp;nbsp; ซึ่งจะใช้เป็นห้องประชุมของสภาผู้แทนราษฎรนั้น จะเสร็จภายใน 28 ก.พ.63.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52249</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซิโน-ไทย, ยืดสัญญารอบ4, สรศักดิ์ เพียรเวช, สร้างรัฐสภาแห่งใหม่, เลขาธิการสภาฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180518/image_big_5afecf8bafeee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
