<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117060</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2021 21:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2021 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เดือนเรียนออนไลน์ไปกินจุบจิบไป เสี่ยงเด็กฟันผุส่งผลปัญหาช่องปาก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สถาบันทันตกรรม กรมการแพทย์ห่วงเด็กวัยเรียนที่เรียนออนไลน์อยู่ที่บ้านในช่วงการระบาดของโรคโควิด 19 เสี่ยงฟันผุ แนะพ่อแม่ใส่ใจเด็ก โดยสร้างลักษณะนิสัยที่ดีในการดูแลสุขภาพช่องปาก บริโภคอาหารหลัก 3 มื้อ ไม่ควรรับประทานอาหารหรือขนมจุบจิบ หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำอัดลม ลูกอม และแปรงฟันทุกวันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ทันตแพทย์หญิงสุมนา โพธิ์ศรีทอง ทันตแพทย์ชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสถาบันทันตกรรม กล่าวว่า ในช่วงสถานการณ์ระบาดของโรคโควิด19 ที่ต้องใช้การเรียนแบบออนไลน์ เด็กวัยเรียนจะมีเวลาอยู่ที่บ้านมากกว่าปกติ ซึ่งอาจละเลยการดูแลช่องปากและการบริโภคอาหารที่ถูกต้อง เช่น ดื่มน้ำอัดลม กินขนมกรุบกรอบ นอกจากนี้อาจเกิดปัญหาอุบัติเหตุต่อฟันและเนื้อเยื่อในช่องปาก จากการที่เด็กเล่นระหว่างอยู่ที่บ้านโดยขาดความระมัดระวัง ซึ่งปัญหาสุขภาพในช่องปากของเด็กวัยเรียน เป็นปัจจัยหนึ่งที่จะส่งผลกระทบต่อภาวะการเจริญเติบโต จึงควรเสริมสร้างและพัฒนาเพื่อให้เด็กเกิดความเคยชินเป็นนิสัยที่ติดตัวไปตลอดชีวิต เกิดสุขนิสัยที่ดีในการดูแลสุขภาพช่องปาก ด้วยการแปรงฟันและบริโภคอาหารที่มีประโยชน์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เพราะโรคฟันผุและสภาวะเหงือกอักเสบเป็นปัญหาสำคัญของเด็กวัยเรียน การสูญเสียฟันถาวรตั้งแต่วัยเด็กจะส่งผลต่อระบบบดเคี้ยวตลอดชีวิต หากไม่ดูแลสุขภาพช่องปากให้ดี ปัญหาจะสะสมและรุนแรงเพิ่มขึ้นเมื่อย่างเข้าสู่วัยทำงานและวัยสูงอายุ ดังนั้นจึงควรเสริมสร้างสุขภาพช่องปากที่ดีให้แก่เด็ก ด้วยการบริโภคอาหารหลัก 3 มื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยเฉพาะอาหารมื้อเช้า ไม่รับประทานอาหารหรือขนมจุบจิบ หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำอัดลม ลูกอม เพราะทำให้เสี่ยงต่อการเกิดฟันผุและควรแปรงฟันทุกวันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ร่วมกับการใช้ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์เพื่อป้องกันฟันผุ ซึ่งการแปรงฟันต้องแปรงให้สะอาดทั่วถึง แปรงฟันทุกซี่ ทุกด้าน ที่สำคัญผู้ปกครองควรฝึกให้เด็กตรวจฟันตนเอง เพื่อให้ทราบว่าแปรงฟันสะอาดดีหรือยัง มีฟันผุ เหงือกอักเสบ หรือมีสิ่งผิดปกติในช่องปากหรือไม่ และหากพบปัญหาให้รีบมาพบทันตแพทย์เพื่อรักษาอย่างถูกวิธีต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117060</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการแพทย์, การดูแลสุขภาพช่องปาก, การบริโภคอาหาร, กินจุบจิบ, ดูแลสุขภาพช่องปาก, ทันตแพทย์หญิงสุมนา โพธิ์ศรีทอง, ฟันผุ, สถาบันทันตกรรม, สภาวะเหงือกอักเสบ, สร้างลักษณะนิสัยที่ดี, เรียนออนไลน์, แปรงฟัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210917/image_big_6144a64a70bde.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
