<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111620</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2021 11:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2021 11:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แรมโบ้&#039; ฉะเลวมาก สร้างสถานการณ์ตายกลางถนน ที่ภูเก็ต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ค. 64 - นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ กลุ่มปลดแอกภูเก็ต ได้ออกมาสร้างความปั่นป่วนให้พี่น้องชาวภูเก็ต ด้วยการ นำเอาผ้าขาวมัน มีลักษณะคล้ายผ้าห่อศพ แล้วก็ใช้สีแดง ทำให้มีลักษณะ เปื้อนเลือด แล้วนำไปวางตามจุดต่าง ๆ ของเมืองภูเก็ต แล้วก็ถ่ายภาพ ลงเฟซบุ๊คภูเก็ตปลดแอก เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 29 ก.ค.64นั้นว่า เป็นการกระทำที่ไร้สามัญสำนึกของความเป็นคน เอาเรื่องของความเป็นความตายมาล้อเล่น ในขณะที่เวลานี้จังหวัดภูเก็ต กำลังเปิดรับนักท่องเที่ยว ตามโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ประชาชน ผู้ประกอบการของจังหวัดภูเก็ต ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 จะได้กลับมาประกอบอาชีพได้ตามปกติ &amp;nbsp;แทนที่กลุ่มคนเหล่านี้จะช่วยกันสร้างบรรยากาศที่ดี เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว ทำให้ประชาชนคนภูเก็ต นั้นมีรายได้ มีชีวิตที่ดีขึ้น แต่กลับเป็นว่าคนเหล่านี้ คอยซ้ำเติมทำให้สถานการณ์แย่ลง เพียงเพราะหวังผลทางการเมือง ไม่อยากให้รัฐบาล ทำกิจกรรมภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ได้สำเร็จ หวั่นว่าพวกตนเองนั้น จะเสียคะแนนนิยม ถ้ารัฐบาลทำสำเร็จให้คนภูเก็ตมีเศรษฐกิจรายได้มากขึ้น ถือเป็นความคิดที่ชั่วช้าต่ำทรามที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การกระทำของคนกลุ่มนี้นับวันยิ่งทำให้เห็นได้ชัดว่า เป็นพวกถ่วงความเจริญ ของบ้านของเมือง ด้วยการเอาคำว่าประชาธิปไตยมาแอบอ้าง การเคลื่อนไหว ก็มีกลุ่มการเมืองอยู่เบื้องหลัง เห็นได้ชัดเจนจากการชุมนุมเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา จัดคาร์ม๊อบ จนชาวภูเก็ตจำนวนหนึ่งไม่อดทน ต้องออกมาขับไล่ พวกป่วนบ้านป่วนเมือง และ ท้ายที่สุดก็มีคนออกมาแฉ ว่ามีบรรดาที่ปรึกษาของ ส.ส.พรรคก้าวไกลบางคน เป็นผู้อยู่เบื้องหลังกิจกรรมดังกล่าว ถึงแม้บรรดาคนเหล่านั้นจะออกมาบอกว่า เป็นเพียงผู้สังเกตุการณ์ แต่ก็ฟังไม่ขึ้น เพราะทุกวันนี้ จะเห็นได้ว่าเกิดม็อบแต่ละครั้งก็จะมี ส.ส.พรรคก้าวไกลไปร่วมอยู่ด้วยเสมอ และเมื่อแกนนำม็อบถูกจับ ก็จะมี ส.ส.พรรคนี้คอยวิ่งประกันตัวทุกครั้ง หัวหน้าพรรคก้าวไกลจึงต้องคอยตักเตือนสส.หรือคนในพรรคด้วยอย่าได้ไปเกี่ยวข้องกับกิจกรรมเช่นนี้ จะทำให้พรรคเสียหายได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การกระทำเลวๆที่ชัดเจนเช่นนี้ หวังเพื่อแอบอ้างเรียกร้องประชาธิปไตยบังหน้า คือการโกหกตอแหลพี่น้องคนไทยชัดๆ ขณะที่นายกฯและรัฐบาลตั้งใจจะช่วยคนภูเก็ตให้มีชีวิตใหม่ มีชีวิตที่ดีขึ้น คนเลวๆพวกนี้กับมาขัดขวาง เป็นตัวถ่วงความเจริญ ตนจึงขอวิงวอนให้คนภูเก็ตและคนไทยที่รักความถูกต้องได้ประณามพวกเลวชาติชั่วเหล่านี้ อย่าให้มีที่ยืนในสังคมและขอเรียกร้องให้ทางผู้ว่าฯภูเก็ตและเจ้าหน้าที่ตำรวจได้บังคับใช้กฎหมายดำเนินคดีกับผู้ที่อยู่เบื้องหลังผู้ที่สนับสนุนและกลุ่มคนสารเลวกลุ่มนี้ที่ขัดขวางการทำมาหากินของพี่น้องชาวภูเก็ต ย่ำยีหัวใจคนภูเก็ตเกินไป กลุ่มนี้คงไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขคนไทยอย่างแน่นอนจิตใจจึงโหดเหี้ยมอำมหิตเช่นนี้ &amp;nbsp;ควรรีบเอาไปเข้าคุกเข้าตารางโดยเร็ว เพื่อชดใช้ในการกระทำที่เลวระยำที่สุดในครั้งนี้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111620</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ภูเก็ต, สร้างสถานการณ์, เสกสกล อัตถาวงค์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210730/image_big_610385af58143.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96728</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุมเข้ม3จว.ใต้ จ่อคาร์บอมบ์! พื้นที่เศรษฐกิจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;คุมเข้มจังหวัดชายแดนใต้ในวันแรกของต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินรอบใหม่ ครั้งที่ 63 พบกลุ่มผู้ก่อเหตุพยายามสร้างสถานการณ์สับขาหลอกเปิดช่อง วางคาร์บอมบ์ในย่านเศรษฐกิจพื้นที่เมืองเศรษฐกิจ 3 จังหวัดชายแดนใต้ เป้าหมายร้านสะดวกซื้อและตู้เอทีเอ็ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2564 ที่ศูนย์ปฏิบัติการร่วมทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และหน่วยกำลังภาคประชาชนในพื้นที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ได้เพิ่มการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดภายหลังเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง นับตั้งแต่เหตุการณ์เผายางรถยนต์และลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ จนมาถึงเหตุการณ์ปล้นรถยนต์ในพื้นที่ จ.ยะลา และเหตุการณ์คนร้ายยิงปะทะกับเจ้าหน้าที่ทหารพรานเสียชีวิตที่ อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 19 มี.ค. ตรงกับวันสุดท้ายของการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ครั้งที่ 62 และวันที่ 20 มี.ค. จะเป็นวันแรกของการต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินรอบใหม่ ครั้งที่ 63 ซึ่งมีการบังคับใช้ไปจนถึงวันที่ 19 มิ.ย.64 ทำให้กลุ่มคนร้ายถูกจำกัดเสรี&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่มีรายงานว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุพยายามที่จะสร้างสถานการณ์เพื่อเบี่ยงเบนเจ้าหน้าที่ เพื่อเปิดช่องให้กลุ่มวางระเบิดนำระเบิดที่จัดเตรียมมาเพื่อทำคาร์บอมบ์ในย่านเศรษฐกิจในพื้นที่เมืองเศรษฐกิจ 3 จังหวัดชายแดนใต้ โดยทำการลอบวางระเบิดแสวงเครื่องขนาดเล็ก (ไปป์บอมบ์) ภายในร้านสะดวกซื้อและตู้เอทีเอ็มเพื่อสร้างสถานการณ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการรักษาความปลอดภัยในเขตเมืองเพื่อป้องกันเหตุรุนแรง โดยเฉพาะในวันแรกของการต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินรอบใหม่ครั้งที่ 63 พ.ต.อ.เอกชัย พราหมณกุล ผกก.สภ.เบตง เผยว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจต่างๆ เฝ้าระวังรถจักรยานยนต์และรถยนต์ต้องสงสัยอย่างเข้มงวด รวมถึงขอกำลังทหารและอาสาสมัครรักษาดินแดนเพิ่มเติมเข้ามาดูแล นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้เพิ่มการรักษาความปลอดภัยตามสถานที่ราชการและแหล่งชุมชนเพื่อป้องกันความรุนแรงอย่างเข้มงวด และขอความร่วมมือจากประชาชนคอยเป็นหูเป็นตาด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เมื่อเวลา 20.00 น. คืนวันศุกร์ที่ผ่านมา รับแจ้งว่ามีเหตุปล้นทรัพย์บริเวณบ้านเลขที่ 108 ม.9 บ.บุดี ต.สะเตงนอก อ.เมืองยะลา จ.ยะลา มีกลุ่มคนร้าย 7-8 คนปิดบังใบหน้าบุกเข้าไปภายในบ้านและปล้นเอารถยนต์กระบะ โตโยต้าแค็บ สีบรอนซ์&amp;nbsp; ทะเบียน บจ 3793 ยะลา โดยคนร้ายใช้รถยนต์ฮอนด้า CRV เป็นพาหนะในการก่อเหตุ แล้วหลบหนีไปทางแยกปารามีแต อ.เมืองยะลา จ.ยะลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาได้รับแจ้งจาก ร.อ.วิถีชัย อ่อนสนิท ผบ.ร้อย ทพ.4113&amp;nbsp; ว่าได้ตรวจพบรถยนต์กระบะวีโก้ หมายเลขทะเบียน 3793 ยะลา ซึ่งถูกปล้นไป โดยคนร้ายได้นำมาจอดทิ้งไว้ในพื้นที่ศูนย์เศรษฐกิจพอเพียง/คุณชานนท์ บ้านปะกาสาแม ม.1&amp;nbsp; ต.วังพญา อ.รามัน จ.ยะลา เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการเข้าตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังมีรถยนต์เฝ้าระวังอีกจำนวน 5 คันที่กลุ่มคนร้ายได้ปล้นไป และมีรถจักรยานยนต์เฝ้าระวังพิเศษอีกจำนวน 41 คัน ซึ่งรถจักยานยนต์บางส่วนเจ้าหน้าที่สามารถตามตรวจยึดคืนได้บางส่วน ซึ่งเจ้าหน้าที่เกรงว่าจักรยานยนต์และรถยนต์ กลุ่มคนร้ายจะนำไปเพื่อเตรียมก่อเหตุระเบิดที่ได้ล็อตเป้าหมายเอาไว้แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.เกียรติศักดิ์ ณีวงษ์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ส่วนในพื้นที่จังหวัดปัตตานี เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. ของวันที่ 19 มี.ค.ที่ผ่านมา ในขณะที่เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ กองร้อยทหารพรานที่ 4409 ลาดตระเวนบนเส้นทางชนบทหมายเลข 6410 บ.ปากู ม.5 ต.ปากู อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี ได้มีคนร้ายจำนวน 3 คน ขับรถยนต์กระบะวีโก้ สีดำ ตอนครึ่ง ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน เมื่อมาถึงใกล้จุดตรวจได้หยุดรถและได้กลับรถบนถนน เจ้าหน้าที่ได้สังเกตเห็นความผิดปกติจึงเข้าตรวจสอบ พบว่าคนร้ายจำนวน 2 คนได้วิ่งลงจากรถ และเจ้าหน้าที่จึงได้ไล่ติดตาม คนร้ายเห็นจวนตัวจึงได้ยิงใส่เจ้าหน้าที่และเกิดการปะทะกันขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากเสียงปืนสงบลง เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบ พบคนร้ายเสียชีวิต 1 ราย อีก 1 รายวิ่งหลบหนีไปได้ ส่วนคนร้ายที่อยู่ในรถกระบะได้ขับรถหลบหนีไปทาง บ.ปาเซปูเต๊ะ ต.ปากู อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี จากการเข้าตรวจสอบ คนร้ายที่เสียชีวิตทราบชื่อคือ นายสมันดี สนิ ผู้ก่อเหตุรุนแรงเคลื่อนไหวในพื้นที่ อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี มีหมาย ป.วิ อาญา จำนวน 4 หมาย ข้างศพพบปืนพกขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก พร้อมกระสุนในแมกกาซีน 11 นัด ปลอกกระสุนที่คนร้ายยิงแล้ว 3 ปลอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทั้งนี้ กอ.รมน.ภาค 4 สน. ขอแสดงความเสียใจกับญาติและครอบครัวของผู้ที่เสียชีวิต แม้เจ้าหน้าที่จะปฏิบัติด้วยความระมัดระวังโดยใช้มาตรการจากเบาไปหาหนักแล้วก็ตาม แต่กลุ่มคนร้ายได้เปิดฉากยิงใส่ก่อน จึงจำเป็นต้องตอบโต้จนนำไปสู่การสูญเสียดังกล่าว และต้องขอความร่วมมือมายังพี่น้องประชาชนในพื้นที่ หากพบเห็นสิ่งผิดปกติหรือบุคคลต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ สามารถแจ้งได้ที่เบอร์สายตรง แม่ทัพภาคที่ 4 โทร 06-1173 -2999 และเบอร์สายด่วน 1341 หรือหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง&amp;rdquo; โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน.กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96728</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มผู้ก่อเหตุ, จังหวัดชายแดนใต้, ต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, สร้างสถานการณ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191005/image_big_5d987f4a1f9c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58910</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2020 07:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2020 07:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พบระเบิดปลอมซุกอาคารร้างย่านลาดพร้าว ตร.ขยายผลมือป่วนสร้างสถานการณ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มี.ค.63 - เมื่อช่วงดึกวันที่ 4 มี.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.วังทองหลาง พร้อมด้วยหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดหรืออีโอดี ได้เข้าตรวจสอบวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิด ภายในอาคารพาณิชย์ร้าง ซอยลาดพร้าว 62 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง พร้อมปิดกั้นพื้นที่โดยไม่ให้ประชาชน หรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าใกล้บริเวณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงพบว่า วัตถุดังกล่าวเป็นระเบิดแสวงเครื่อง มีแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ตั้งเวลาโดยมีสายไฟทั้งสีเขียว สีเหลืองสีแดงและสีดำเชื่อมเข้ากับวัตถุระเบิด นอกจากนี้ยังพบแผนผังของกรุงเทพฯ สถานที่สำคัญสำคัญของเมืองหลวง มาร์คจุดสีเหลืองเป็นเป้าหมาย คล้ายคนร้ายเตรียมวางแผนในการก่อเหตุร้ายๆที่พร้อมกัน หรืออาจเป็นเพียงการสร้างสถานการณ์ เจ้าหน้าที่จึงได้เร่งตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวถึงกรณีพบระเบิดแสวงเครื่องภายในอาคารร้างว่า จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจเก็บกู้วัตถุระเบิด(EOD) พบว่าวัตถุต้องสงสัยดังกล่าวเป็นระเบิดปลอม โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการสืบสวนขยายผลผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิสูจน์ทราบเจ้าของวัตถุต้องสงสัยดังกล่าวและดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนและสื่อมวลชน โปรดรับฟังข้อมูลข่าวสารจากทางราชการเพื่อป้องกันความสับสนและสร้างความตื่นตระหนกแก่สังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58910</URL_LINK>
                <HASHTAG>วางระเบิดปลอม, สน.วังทองหลาง, สร้างสถานการณ์, หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด, อาคารร้าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200305/image_big_5e604c40d9175.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44302</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2019 12:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2019 12:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ยะลาเสาหลักริมทางหายหน่วยความมั่นคงเตือนระวังสร้างสถานการณ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพ:Yala ToDay ยะลา ทูเดย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ส.ค.62- เพจ Yala ToDay ยะลา ทูเดย์ โพสต์ข้อความเรื่อง &amp;quot;หายไปไหน ก็ไม่รู้ !!!&amp;quot; ระบุว่า วันนี้ (26 สค.62) มีรายงานจากเจ้าหน้าที่ใน อ.ธารโต จ.ยะลา ว่าเสาหลักริมทาง ที่แขวงการทางใช้เสาแบบใหม่ ได้หายไป ยังไม่ทราบจำนวน ซึ่งการตรวจสอบเบื้องต้นนั้น พบว่า เสาอันใหม่หายไปเหลือเพียงเสาปูนอันเก่า ที่เจ้าหน้าที่แขวงการทางถอดวางไว้ในในขณะที่เปลี่ยนเสาอันใหม่แทนที่เดิม ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบสาเหตุของการหายไป แต่ได้มีการแจ้งเตือน ให้เฝ้าระวัง และสังเกต เนื่องจากกลุ่มผู้ไม่หวังดี อาจจะพยายามสร้างสถานการณ์ในพื้นที่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44302</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ยะลา, สร้างสถานการณ์, หน่วยความมั่นคง, อ.ธารโต, เสาหลักริมถนน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190826/image_big_5d6372d464f22.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42645</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บึ้มปลอมป่วนซ้ำ! ผบ.ตร.ตั้ง‘ศรีวราห์’คุมทีมสอบ/หึ่งผู้ต้องหาสารภาพยกแก๊งมา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ป่วนอีก! วางระเบิดปลอมตรงข้ามศาลอาญา หวังสร้างสถานการณ์ อีโอดีเข้าตรวจสอบพบแค่ขวดน้ำเกลือพันเทปสีดำ ขณะที่ &amp;quot;จักรทิพย์&amp;quot; ตั้ง &amp;quot;ศรีวราห์&amp;quot; เป็นหัวหน้าทีมไขคดี ทีมสอบสวนอีกเพียบ สะพัด 2 ผู้ต้องหารับสารภาพมีเพื่อนร่วมแก๊งอีก 8 คน อ้างไม่พอใจทหารที่จับแนวร่วมในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แน่ชัดแล้วเหตุไฟไหม้ 5 จุดย่านปทุมวันเป็นฝีมือกลุ่มเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มีหนังสือคำสั่ง ที่ 459/2562 ลงวันที่ 2 ส.ค. แต่งตั้งพนักงานสืบสวนสอบสวนคลี่คลายเหตุคนร้ายนำวัตถุต้องสงสัยคล้ายวัตถุระเบิดมาวางด้านหน้าป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร และเหตุระเบิดบริเวณสถานที่ราชการ แหล่งชุมชน และพื้นที่สาธารณะ และเกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารของเอกชนหลายแห่ง ซึ่งเกิดเหตุในระยะเวลาใกล้เคียงกัน ส่งผลให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บและทรัพย์สินเสียหาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงมีคำสั่งแต่งตั้งพนักงานสืบสวนสอบสวน ประกอบด้วย ส่วนบังคับบัญชา มี พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ,พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ จเรตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ท.ไกรบุญ ทรวดทรง ผู้บัญชาการ สำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ อำนวยความยุติธรรม ควบคุม กำกับ ดูแล และกำหนดแนวทางการสืบสวนสอบสวนให้ครอบคลุมครบถ้วน, เร่งรัด พนักงานสืบสวนสอบสวนและเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ ให้รีบดำเนินการสืบสวนสอบสวน แสวงหารวบรวมพยานหลักฐาน สืบสวนจับกุมผู้ต้องหามาดำเนินคดีตามกฎหมาย ตลอดจนให้คำแนะนำปรึกษาแก่พนักงานสืบสวนสอบสวนในกรณีที่เกิดปัญหาข้อขัดข้องในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการสืบสวนสอบสวนทุกกรณี
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของพนักงานสืบสวนสอบสวน มี พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวน โดยมีรองหัวหน้าพนักงานสอบสวน ประกอบด้วย พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1, พล.ต.ท.พงษ์วุฒิ พงษ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8, พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9, พล.ต.ท.สราวุฒิ การพานิช ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล, พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้บัญชาการสำนักงานกฎหมายและคดี, พล.ต.ท.พนมพร อิทธิประเสริฐ ผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานกลาง, พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล เป็นรองหัวหน้าพนักงานสอบสวนและเลขานุการ และ พล.ต.ต.มนัส ศิกษมัต ผู้บังคับการ กองคดีอาญา สำนักงานกฎหมายและคดี ผู้ช่วยเลขานุการ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ให้เป็นพนักงานสืบสวนสอบสวน ผู้รับผิดชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาร่วมทำการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานทั้งปวง ในคดีอาญาที่เกิดขึ้นให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว และหากการสืบสวนพบว่ามีการกระทำความผิดอื่นที่เกี่ยวเนื่องกัน หรือผู้กระทำผิดอื่นอีก ก็ให้มีอำนาจสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีในความผิดนั้นๆ ด้วย โดยให้ถือปฏิบัติตามระเบียบ คำสั่ง และกฎหมายโดยเคร่งครัด แล้วรายงานผลให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติทราบความคืบหน้าทุกระยะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการสอบสวน ให้พนักงานสืบสวนสอบสวนพึงระมัดระวังเรื่องอำนาจการสอบสวน โดยจะต้องมีพนักงานสอบสวนผู้มีอำนาจทำการสอบสวนร่วมในการสอบสวนด้วยทุกครั้ง
นายกฯ ห่วงเรื่องความปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา เกี่ยวกับเหตุเกิดวัตถุเสียงดังคล้ายวัตถุระเบิดในพื้นที่ กทม.และใกล้เคียงว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้มีความห่วงใยความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ พร้อมกำชับสั่งการให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เร่งรัดเจ้าหน้าที่ให้ทำการสืบสวน พิสูจน์ทราบถึงกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุและติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบ.ตร.จึงได้มีคำสั่งตั้งทีมงานสืบสวนสอบสวนขึ้นมา โดยมี พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็น คณะทำงาน ในการสืบสวนสอบสวนและสืบสวนติดตามและจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยขอให้ประชาชนอย่าได้ตื่นตระหนก และโปรดให้มีความเชื่อมั่นในการทำงานของเจ้าหน้าที่ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังอยู่ระหว่างทำการสืบสวนสอบสวนและเร่งรัดในการทำงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสืบสวนขยายผลเกี่ยวกับเหตุการณ์บริเวณถนนพระราม 9 ซอย 57/1 เขตสวนหลวง จนทำให้พนักงานทำความสะอาดของ กทม.ได้รับบาดเจ็บนั้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการควบคุมตัวเยาวชนชาย 4 ราย ซึ่งเป็นนักเรียนช่างอุตสาหกรรมสถาบันแห่งหนึ่ง จากการสืบสวนสอบสวนทราบว่า กลุ่มเยาวชนดังกล่าวได้นำระเบิดปิงปองไปซุกไว้บริเวณถนนพระราม 9 ซอย 57/1 เขตสวนหลวงจริง จนต่อมาได้เกิดเหตุระเบิด เมื่อพนักงานทำความสะอาดได้เข้าไปเก็บกวาดขยะ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปส่งพนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก ดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากกรณีดังกล่าวข้างต้นนั้น เบื้องต้นพบว่ามิใช่ระเบิดแสวงเครื่องที่มีแรงดันสูงแต่อย่างใด อีกทั้งยังไม่พบถึงการเชื่อมโยงกับเหตุการณ์อื่นในหลายเหตุการณ์ที่ผ่านมา แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้งไป และจะดำเนินการสืบสวนสอบสวนขยายผลเพิ่มเติมต่อไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า ในส่วนของเหตุการณ์อื่น ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการเร่งรัดสืบสวนสอบสวนและออกติดตามเพื่อจับกุมตัวผู้ก่อเหตุต่อไป พร้อมกันนี้ ผบ.ตร.ได้กำชับกองบัญชาการตำรวจนครบาล, ตำรวจภูธรภาค 1-9 และโดยเฉพาะอย่างยิ่งกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ให้วางแนวทางเพิ่มความเข้มในการออกตรวจตราป้องกันเหตุตามสถานที่สำคัญ แหล่งชุมชน การคมนาคม ศูนย์การค้า สถานที่ท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับประชาชนในทุกพื้นที่&amp;nbsp;
วางระเบิดปลอมป่วนเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้งบูรณาการด้านการข่าวกับหน่วยงานความมั่นคง อาทิ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล, สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และตำรวจตระเวนชายแดน ให้เฝ้าระวังและติดตามข้อมูลตลอด เพื่อรายงานเหตุและเข้าแก้ไขให้ทันต่อสถานการณ์ อีกทั้ง ผบ.ตร. ขอขอบคุณภาคส่วนประชาชนและที่เกี่ยวข้องในการช่วยกันแจ้งข้อมูลเบาะแส และเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายที่เหน็ดเหนื่อยระดมกำลังออกทำงานเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยให้กับประชาชนและสังคมในช่วงนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษก ตร.กล่าวต่ออีกว่า หากประชาชนพบเบาะแสหรือมีข้อมูลผู้ต้องสงสัย สามารถแจ้งได้ที่หมายเลขสายด่วน 191, 1599 ได้ตลอด 24 ชม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงบ่ายวันเสาร์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิด (อีโอดี) เข้าตรวจสอบวัตถุต้องสงสัย ริมกำแพงรั้วบ้าน ภายในซอยรัชดาฯ 32 ตรงข้ามศาลอาญา ก่อนที่จะปิดถนนและกันผู้คนออกนอกบริเวณ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิด เมื่อเวลา 14.35 น. พบเห็นชายอายุประมาณ 30 กว่า สูงประมาณ 165-170 ซม. สวมแว่นสายตา แต่งกายด้วยกางเกงยีนส์ เสื้อสีขาว สะพายกระเป๋าสีดำ เดินวนเวียนอยู่บริเวณดังกล่าวประมาณ 20 นาที ก่อนจะนำวัตถุพันด้วยเทปสายไฟสีดำมาวางไว้แล้วเดินออกไป พฤติกรรมผิดกับการวางระเบิดที่คนร้ายจะไม่ยืนตรงจุดก่อเหตุนานเกินไป จึงคาดว่าเป็นเพียงมือสมัครเล่นที่ต้องการสร้างความปั่นป่วนเท่านั้น เพราะเป็นเพียงขวดน้ำเกลือพันเทปดำ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.ท.ทัสสุมิ ยอดประทุมวัน รอง ผกก.สส.สน.พหลโยธิน เผยว่า จากการตรวจสอบของอีโอดี พบว่าภายในเป็นขวดน้ำเกลือ หลังตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด แล้วจะเชิญตัวบุคคลต้องสงสัยดังกล่าวมาสอบปากคำเพื่อดูว่ามีเจตนาสร้างสถานการณ์หรือไม่ อาจจะเข้าข่ายความผิด พ.ร.บ.ความมั่นคง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความคืบหน้าการติดตามตัวกลุ่มคนร้ายก่อเหตุวางระเบิดหลายจุดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมานั้น มีรายงานข่าวจากฝ่ายความมั่นคงเผยว่า นายลูไซ แซแง อายุ 23 ปี และนายวิลดัน มาหะ อายุ 29 ปี ชาวจังหวัดนราธิวาส ผู้ต้องสงสัยนำระเบิดไปวางใต้ป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 1 ส.ค. รับสารภาพแล้ว จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดอย่างละเอียด พบว่ายังมีร่วมก่อเหตุอีก 8 คน ซึ่งทุกจุดที่มีการวางระเบิดได้ทิ้งสัญลักษณ์เอาไว้ เพื่อแสดงศักยภาพให้เจ้าหน้าที่เห็นว่าสามารถก่อเหตุได้ทุกจุดทั่วกรุง ไม่เว้นแม้แต่จุดศูนย์กลางใจกลางเมือง หรือตามสถานที่สำคัญต่างๆ เท่านั้น ไม่ใช่แค่จะก่อเหตุที่ภาคใต้ได้อย่างเดียว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ผู้ต้องหายังอ้างว่าต้องการแก้แค้น เนื่องจากไม่พอใจที่ก่อนหน้านี้กองทัพภาคที่ 4 ได้คุมตัวแนวร่วมไปสอบสวนแล้วหมดสติในค่ายทหาร
แก๊งบึ้ม!ไม่ต่ำกว่า 10 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะนี้ตำรวจได้เบาะแสคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุในจุดต่างๆ มีไม่ต่ำกว่า 10 คน พบความเชื่อมโยงกับกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ โดยแผนประทุษกรรมเป็นลักษณะเดียวกับที่เคยเกิดเหตุระเบิดมาแล้วในอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ แต่ไม่ใช่ผู้ต้องหากลุ่มเดียวกัน เนื่องจากมีการจับกุมไปแล้ว ผู้ก่อเหตุครั้งนี้เป็นคนกลุ่มใหม่ทั้งหมด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้แบ่งชุดสืบสวนแต่ละชุดไปรวบรวมข้อมูลภาพจากกล้องวงจรปิดในจุดเกิดเหตุที่สถานีรถไฟฟ้าสถานีช่องนนทรี, ศูนย์ราชการอาคาร B, กองบัญชาการกองทัพไทย และหน้าสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ถนนศรีสมาน อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เพื่อนำมาไล่เรียงลำดับเหตุการณ์ก่อนเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุ เพื่อติดตามจับกุมคนร้าย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบพบข้อมูลว่า คนร้ายเตรียมระเบิด 9 ลูกมาใช้ก่อเหตุ มีการเขียนตัวเลขกำกับแต่ละลูกไว้ ซึ่งเจ้าหน้าที่อีโอดีสามารถกู้ระเบิดได้ 3 ลูก คือที่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 2 ลูก และที่หน้ากองบัญชาการกองทัพไทย 1 ลูก ช่วงเวลาที่คนร้ายก่อเหตุอยู่ในช่วง 6 นาฬิกาถึง 9 นาฬิกา หลังจากนั้นก็ไม่พบเหตุระเบิดจุดใดเพิ่มเติม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเหตุไฟไหม้ 5 จุดนั้น ชัดเจนแล้วว่าเชื่อมโยมกัน เนื่องจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบชายต้องสงสัยนำวัสดุบางอย่างไปวางไว้ก่อนเกิดการระเบิด จนไฟลุกไหม้ และจากการตรวจสอบเจ้าหน้าที่พบไทเมอร์หน่วงเวลาในบริเวณดังกล่าวด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากข้อมูลทางการสืบสวนยืนยันว่า คนร้ายกลุ่มนี้ &amp;nbsp;เป็นขบวนการเดียวกันกับกลุ่มผู้ก่อเหตุวางระเบิดหลายจุดเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม ซึ่งขณะนี้ยังถูกควบคุมตัวไปสอบสวนขยายผล หาความเชื่อมโยงผู้ร่วมก่อเหตุรายอื่นต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่ได้รับรายงานคำรับสารภาพของ 2 ผู้ต้องสงสัย แต่หากมีการพาดพิงถึงกองทัพภาคที่ 4 ในเรื่องดังกล่าวนั้น ก็ขอให้สื่อมวลชนไปสอบถามกับคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงที่มีกว่า 30 คน โดยตั้งขึ้นมาเพื่อสอบสวนสาเหตุการเสียชีวิตของนายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ เพื่อความโปร่งใส ที่มีทั้งแพทย์ คณะกรรมการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี เพราะตนไม่สามารถตอบได้ เนื่องจากเกรงข้อครหาว่าจะเป็นการให้ข้อมูลที่เข้าข้างเจ้าหน้าที่ของรัฐ&amp;nbsp;
ไฟไหม้โยงระเบิดชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าเรื่องการสอบสวนผู้ต้องสงสัยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทางทหารมีหน้าที่เป็นเพียงคนกลางในการดำเนินการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยไปให้ผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องสอบสวนเท่านั้น และหลังเกิดเหตุนายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ เสียชีวิตก็ได้สอบสวนผู้ใต้บังคับบัญชา ซึ่งยืนยันว่าไม่ได้กระทำผิด และตนขอย้ำว่ากองทัพจะไม่ทำผิดหลักสิทธิมนุษยชน หากพบว่ากำลังพลคนใดทำผิดจริง ตนจะไม่เลี้ยงไว้แน่นอน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ รพ.วิภาราม พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น. เดินทางเข้าเยี่ยมเจ้าหน้าที่ทำความสะอาดเขตสวนหลวง ที่ประสบเหตุถูกระเบิดปิงปองได้รับบาดเจ็บในซอยพระรามเก้า 57/1 พร้อมกล่าวถึงแนวทางการเฝ้าระวังเหตุก่อความวุ่นวายว่า วานนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้สั่งการให้หน่วยงานความมั่นคงและตำรวจทุก สน. คอยเฝ้าระวังสังเกตการณ์สิ่งผิดปกติตามจุดสุ่มเสี่ยงต่างๆ พร้อมขอความร่วมมือประชาชน หากมีเบาะแสผู้ก่อเหตุหรือพบวัตถุต้องสงสัย ให้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบช.น.เผยว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนยังอยู่ในแนวทางการสืบสวน ไม่สามารถเผยรายละเอียดได้ ส่วนกรณีจากหลักฐานภาพวงจรปิดที่มีคนร้ายนำวัตถุคล้ายระเบิดไปวางในร้านค้าของห้างดังย่านปทุมวัน แต่งกายในชุดคล้ายนักศึกษา จะเป็นการเชื่อมโยงให้เข้าใจว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุมีแนวโน้มที่จะอายุน้อยลง เป็นการปลูกฝังหรือสร้างแนวร่วมทางการเมืองในหมู่คนรุ่นใหม่หรือไม่นั้น พล.ต.ท.สุทธิพงษ์กล่าวว่า ยังไม่ไปถึงขั้นนั้น อีกทั้งคดีเก่าๆ ที่เคยเกิดขึ้น เช่นเหตุระเบิดที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อปี 2558 ก็มีคนร้ายอายุไม่มากร่วมอยู่ด้วย ตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานชี้ชัดถึงข้อสังเกตดังกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ มีรายงานชุดสืบสวนคลี่คลายคดีระเบิดว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ตั้งชุดสืบสวนคลี่คลายคดี เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ทั้ง 4 จุดคือ สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ช่องนนทรี, ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะอาคาร B และกองบัญชาการกองทัพไทย รวมถึงที่หน้าสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ถนนศรีสมาน อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เพื่อนำมาไล่เรียงลำดับเหตุการณ์ก่อนเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุ เพื่อติดตามจับกุมคนร้าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นทราบว่าเป็นการกระทำหวังผลสร้างสถานการณ์ ซึ่งแผนประทุษกรรมเป็นลักษณะเดียวกับที่เคยเกิดเหตุระเบิดมาแล้วใน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ แต่ไม่ใช่ผู้ต้องหาในกลุ่มเดียวกัน เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ถูกจับกุมไปแล้ว แต่ผู้ก่อเหตุครั้งนี้เป็นคนกลุ่มใหม่ทั้งหมด
แค่เด็กช่างจะตีกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ธีรพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผบก.น.4 เปิดเผยถึงกรณีมีระเบิดบริเวณถนนพระราม 9 ซอย 57/1 แขวงและเขตสวนหลวง กทม. เหตุเกิดเมื่อเช้าวันที่ 2 ส.ค.ที่ผ่านมา จนมีผู้บาดเจ็บเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายความสะอาดเขตสวนหลวงว่า ภายหลังเกิดเหตุดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและสืบสวน จนสามารถจับกุมนายดนุนัล เลี้ยงสอน อายุ 19 ปี และนายเอ นามสมมุติ อายุ 17 ปี และนายเค นามสมมุติ อายุ 15 ปี พร้อมของกลางระเบิดแบบประดิษฐ์ทำเอง 1 ลูก, ปืนปากกา 1 กระบอก พร้อมกระสุนขนาด .38 มม. จำนวน 1 นัด และอาวุธมีด 2 เล่ม
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ต้องหาทั้งหมดเป็นนักเรียนโรงเรียนแห่งหนึ่ง ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดป่วนกรุงที่เกิดขึ้น ส่วนของกลางที่พบ ผู้ต้องหาได้นำไปทิ้งไว้ในซอยเพื่อเตรียมไว้ป้องกันตัวเท่านั้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต มีวัตถุระเบิดไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยภายหลังการการประชุมติดตามสถานการณ์ความไม่สงบเรียบร้อย ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ว่าที่ประชุมได้ติดตามและเตรียมแผนเพื่อป้องกันการเกิดเหตุ โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน ซึ่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้กำชับให้เจ้าที่ทุกฝ่ายทำงานร่วมกับความมั่นคงดูแลพื้นที่ ขณะเดียวกันอยากขอให้ประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากพบสิ่งผิดปกติให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ กทม.ที่ประจำแต่ละจุดให้ประสานตำรวจและฝ่ายความมั่นคงเข้าไปตรวจสอบ แต่ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนกหรือหวาดกลัวเกินเหตุ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังได้กำชับให้ทุกเขตไปสำรวจกล้องวงจรปิด CCTV ของ กทม.ให้มีสภาพพร้อมใช้งานครบทุกจุด เพราะเหตุลอบวางระเบิดครั้งแรก ก็สามารถจับคนร้ายได้เร็วภายใน 24 ชั่วโมง รวมถึงที่ประชุมได้สั่งการเพิ่มความถี่เจ้าหน้าที่ของรัฐ เทศกิจ ลงไปในแต่ละเขต เพื่อช่วยตรวจตราร่วมกับตำรวจ โดยเพิ่มความถี่ในช่วงกลางคืน ส่วนเขตปทุมวันนั้น วันนี้เป็นวันสุดท้ายสำหรับการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน จะมีการดูแลเป็นพิเศษ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางศิลปสวยยังกล่าวถึงเจ้าหน้าที่เขตสวนหลวง ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิดพระราม 9 ว่า กทม.พร้อมเยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งยังมีงบช่วยเหลือผู้ประสบเหตุจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ กทม.ยังได้เปิดวอร์รูมเฝ้าระวังเหตุ พร้อมมอนิเตอร์กล้อง CCTV ในความรับผิดชอบของ กทม.ตลอด 24 ชั่วโมง.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42645</URL_LINK>
                <HASHTAG>บึ้มปลอม, ผู้ต้องหาสารภาพ, วางระเบิดปลอม, สร้างสถานการณ์, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190803/image_big_5d457f1cd06f2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42529</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2019 11:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2019 11:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟันธงระเบิดสร้างสถานการณ์&#039;ป้อม&#039;ขอเวลาจนท.สืบสวนเชิงลึกนายกฯสั่งเพิ่มมาตรการรปภ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2ก.ค.62-เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึง เกิดเหตุการณ์ระเบิดในกทม.พร้อมกันหลายจุด คือที่พระราม 9 ที่สถานีรถไฟฟ้า BTS ช่องนนทรี และที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ว่า ข้อมูลยังไม่นิ่ง ขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ซึ่งขณะนี้ตรวจสอบได้เพียงจุดเดียวคือที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) จับผู้ต้องสงสัยได้ 2 คน กำลังสอบสวนอยู่ ส่วนเหตุการณ์ระเบิดเมื่อเช้านี้ ขอเวลาเจ้าหน้าที่สอบสวนในรายละเอียด ขณะนี้ยังไม่มีการขอเพิ่มเติม และยังไม่รู้ว่าผู้ต้องสงสัยที่จับได้ 2 คนเป็นคนทำ หรือยังมีพวกอื่นทำอีกหรือไม่&amp;nbsp;
เมื่อถามว่าประเมินว่าเป็นการสร้างสถานการณ์หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า แน่นอน เมื่อถามว่า มีแรงจูงใจอะไรที่ทำให้เกิดการก่อเหตุในช่วงนี้ หรือเป็นเพราะคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพิ่งหมดไป พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่รู้เหมือนกัน ขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ทำการสืบสวนสอบสวนก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้รับรายงานเหตุการณ์เช้านี้แล้ว และได้สั่งการให้ดำเนินการสอบสวน เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย และติดตามเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ขอความร่วมมือประชาชนอย่าตื่นตระหนก และร่วมมือในการเฝ้าระวัง พบเห็นสิ่งผิดปกติ ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ และขอความร่วมมือพี่น้องสื่อมวลชน อย่างเพิ่งสรุปเรื่องราวในทางใด จนกว่าจะได้รับผลการสอบสวนที่ชัดเจน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42529</URL_LINK>
                <HASHTAG>นฤมล ภิญโญสินวัฒน์, พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ระเบิดป่วนเมือง, สร้างสถานการณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190802/image_big_5d43b530e980e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42509</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระเบิดปลอมเขย่าบิ๊กตู่ วางหน้าสตช.ก่อนประชุมผบ.ตร.จี้จับชายต้องสงสัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ระทึก! วางระเบิดปลอมหน้าป้าย &amp;quot;สตช.&amp;quot; ก่อน &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; จะเดินทางไปประชุมตำรวจ 1 วัน &amp;quot;อีโอดี&amp;quot; เข้ากู้พบเป็นกล่องมันฝรั่งบรรจุวัตถุคล้ายระเบิดลูกปลาย พร้อมสายไฟสีเขียวกะพริบคล้ายวงจรปิดตบตา &amp;quot;ผบ.ตร.&amp;quot; สั่งเร่งจับชายต้องสงสัยสวมเสื้อสีเหลือง สวมหมวก ใส่หน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า &amp;nbsp;เชื่อสร้างสถานการณ์ &amp;quot;สีกากี&amp;quot; ผิดหวังแก้กฎ ก.ตร.แต่งตั้งตำรวจ แค่นำการเรียงลำดับจากคำสั่ง คสช.มาเพิ่ม ไม่ได้รื้อกฎเกณฑ์ไม่เป็นธรรม &amp;quot;วิทยา&amp;quot; เตรียมขอศาลเรียก &amp;quot;นายกฯ-บิ๊กแป๊ะ&amp;quot; ให้ปากคำ สู้คดีเจอฟ้องหมิ่นซื้อขายตำแหน่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 1 ส.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวเพียงสั้นๆ ถึงการเดินทางไปประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ในวันที่ 2 ส.ค. เวลา 13.30 น.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติครั้งแรกว่า ไปจ้ะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ปฏิเสธที่จะตอบคำถามจะเดินทางไปสำนักงานตำรวจแห่งชาติพร้อมนายกรัฐมนตรีที่จะไปเป็นประธานประชุม ก.ตร.ด้วยหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ได้ส่งหนังสือเชิญกรรมการ ก.ตร. ประกอบด้วย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ในฐานะรองประธาน ก.ตร., พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะกรรมการ ก.ตร. ประชุม ก.ตร.ครั้งที่ 7/2562 วันที่ 2 ส.ค. เวลา 13.30 น. ห้องประชุมศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีพล.อ.ประยุทธ์เป็นประธาน ก.ตร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ วาระการพิจารณามี 3 วาระ 1.เรื่องที่ประธานจะแจ้งให้ที่ประชุมทราบ 2.เรื่องการแก้ไข กฎ ก.ตร.ว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ พ.ศ.2561 และ 3.เรื่องอื่นๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นภายหลังการประชุม ก.ตร.เสร็จสิ้น พล.อ.ประยุทธ์จะเป็นประธานมอบนโยบายการปฏิบัติราชการให้กับข้าราชการตำรวจระดับผู้บัญชาการ(ผบช.) ขึ้นไปทั่วประเทศ ที่ห้องประชุม 1 ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ในวาระการแก้ไขกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ พ.ศ.2561 นั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเสนอกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2562 ให้ที่ประชุม ก.ตร.พิจารณา โดยเนื้อหาสำคัญนั้น จะมีการยกเลิกความในข้อ 4 แห่งกฎ ก.ตร. ว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ พ.ศ.2561 ของคำนิยามลำดับอาวุโส โดยให้ลำดับอาวุโสหมายความถึงการจัดลำดับอาวุโสเพื่อใช้ในการคัดเลือกหรือแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ซึ่งเป็นไปตามกฎ ก.ตร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ จะมีการเพิ่มความในข้อ 9 ของกฎ ก.ตร. ว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ พ.ศ.2561 เป็นข้อ 9/1 ในการคัดเลือกหรือแต่งตั้งให้จัดลำดับอาวุโส จากผู้มียศสูงกว่าเป็นผู้มีลำดับอาวุโสสูงกว่า ถ้ามียศเท่ากันให้ผู้ที่ดำรงตำแหน่งระดับนั้นนานกว่าเป็นผู้มีลำดับอาวุโสสูงกว่า ถ้าดำรงตำแหน่งนานเท่ากัน ให้ผู้ที่ดำรงตำแหน่งระดับถัดลงไปนานกว่าตามลำดับจนถึงตำแหน่งระดับรองสารวัตรเป็นผู้มีลำดับอาวุโสสูงกว่าตำแหน่งถัดลงไป และถ้าดำรงตำแหน่งระดับถัดลงไปนานเท่ากันให้ผู้ที่มีระยะเวลาการดำรงตำแหน่งชั้นสัญญาบัตรนานกว่าเป็นผู้มีลำดับอาวุโสสูงกว่า รวมทั้งถ้ามีระยะเวลาการดำรงตำแหน่งชั้นสัญญาบัตรนานเท่ากันให้ผู้ที่มีอายุมากกว่าเป็นผู้มีลำดับอาวุโสสูงกว่า
แก้กฎ ก.ตร.ตั้งตำรวจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การแก้ไขกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ พ.ศ.2561 มาจากที่หัวหน้า คสช.ยกเลิกประกาศ คสช. เรื่องหลักเกณฑ์การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ซึ่งกำหนดหลักเกณฑ์ในการจัดลำดับอาวุโส
ของข้าราชการตำรวจ เพื่อประโยชน์ในการแต่งตั้งและโยกย้ายตำรวจ ทำให้ต้องออกกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการแต่งตั้งฉบับใหม่นี้ขึ้นมา&amp;quot; แหล่งข่าวระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเพิ่มข้อ 9 ในกฎ ก.ตร.ดังกล่าว เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นการนำประกาศ คสช.ฉบับที่ 89/2557 เรื่องหลักเกณฑ์การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ มาใส่ในกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2562 แทนเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องลำดับอาวุโสที่ย้ายจากในคำสั่ง คสช.ที่ถูกยกเลิกมาใส่เป็นกฎ ก.ตร.เท่านั้น เนื้อหาเกี่ยวกับระยะเวลาการดำรงตำแหน่งแต่ละลำดับชั้น ที่มีการแก้ไขใหม่ช่วงต้นปี 2561 ตั้งแต่ระดับ รอง สว.เลื่อนเป็น สว. จนถึงผู้ช่วย ผบ.ตร. เลื่อนเป็น จตช.และรอง ผบ.ตร. ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการชักบันไดหนีของผู้มีอำนาจช่วงนั้น ไม่ได้มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง ยังคงใช้ระยะเวลาการดำรงตำแหน่งของ กฎ ก.ตร.ว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ พ.ศ.2561 ตามเดิม&amp;quot; ตำรวจนายหนึ่งระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานอัยการสูงสุด พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน นัดส่งตัวนายวิทยา แก้วภราดัย อดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ผู้ต้องหาคดีที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติฟ้องข้อหาหมิ่นประมาทจากการให้สัมภาษณ์เรื่องการซื้อขายตำแหน่ง ให้พนักงานอัยการศาลแขวงกรุงเทพใต้ โดยนายวิทยา เดินทางมาพร้อมกับนายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะทนายความ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิทยากล่าวว่า ได้ให้สัมภาษณ์มีการวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่ง จากนั้น ผบ.ตร.สั่งโยกย้าย ผบช.ภ.8 และตั้งกรรมการสอบ พอเรื่องหายเงียบก็ยกหมด อีกทั้งนายกฯ ก็ให้สัมภาษณ์ขอบคุณตนที่ให้ข้อเท็จจริงต่อสังคม หลังจากเรื่องเงียบหายนาน สตช.ก็แจ้งความร้องทุกข์หาว่าตนกล่าวหา สตช.มีการวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่ง &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คำคำนี้ผมคิดว่าเป็นคำที่ประชาชนพูดกันโดยทั่วไป ผมพร้อมเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์ข้อเท็จจริง เพราะว่าถ้าไม่มีการซื้อขายตำแหน่งกันจริง ท่านนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์คงไม่ให้สัมภาษณ์ขอบคุณที่ผมออกมาพูดในเรื่องนี้ และถ้าไม่มีเรื่องอื้อฉาวในสำนักงานตำรวจภูธรภาค 8 หรือภาคใดๆ ก็ตาม ผบ.ตร.ก็คงจะไม่สั่งโยกย้าย ผบช.ภ.8 ทันที&amp;quot; นายวิทยากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ตนให้การกับพนักงานสอบสวนขอให้สอบปากคำ พล.อ.ประยุทธ์ ว่าขอบคุณตนเรื่องอะไร กับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ที่ย้าย ผบช.ภ.8 มีเหตุจูงใจอะไร พนักงานสอบสวนบอกไม่สามารถสอบปากคำทั้ง 2 ปากได้ ตนไม่เข้าใจ เพราะอะไร ทั้ง 2 คนจะไขปริศนาทั้งหมดว่าตนหมิ่นหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จะฟ้องก็ไม่เป็นไร ถึงศาลแล้วเป็นสิทธิที่ผมจะขอเรียกทั้ง 2 ปากมาให้การในชั้นศาล&amp;quot; นายวิทยากล่าว และว่า ในส่วนการยื่นประกันตัว ได้มอบตัวในชั้นตำรวจแล้ว ไม่หลบหนี เมื่อแสดงตนแล้วก็ได้ปล่อยกลับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเสร็จสิ้นการรายงานตัวอัยการได้นัดให้นายวิทยามาฟังคำสั่งต่อไปในวันที่ 4 ก.ย.นี้
ระเบิดปลอมหน้า สตช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน เวลา 15.40 น. เกิดเหตุระทึกขึ้นบริเวณหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถนนพระราม 1 พ.ต.อ.ธรรมนูญ บุญเรือง ผกก.สน.ปทุมวัน รับแจ้งพบวัตถุต้องสงสัยคล้ายวัตถุระเบิด ใต้ป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถนนพระราม 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด หรืออีโอดี กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ หรือ 191 กองบัญชาการตำรวจนครบาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ปิดการจราจรถนนพระราม 1 ฝั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยให้รถเบี่ยงไปใช้ถนนฝั่งหน้าวัดปทุมวนารามฯ เพียง 2 เลนการจราจร ทำให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก จากนั้นเจ้าหน้าที่อีโอดีได้เข้าตรวจสอบพบว่าเป็นกล่องน้ำผลไม้ ภายในบรรจุกล่องมันฝรั่งทรงกลมเป็นแท่งยาว จำนวน 2 กล่อง ภายนอกมีสายไฟสีเขียวกะพริบคล้ายวงจรระเบิด จึงใช้เครื่องสแกนคอมพิวเตอร์ พบว่าภายในมีวัตถุคล้ายระเบิดลูกปลาย เจ้าหน้าที่จึงสั่งปิดจราจรทั้งหมดตั้งแต่แยกราชประสงค์ถึงแยกเฉลิมเผ่า พร้อมทั้งปิดสกายวอล์กไม่ให้เดินผ่าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมงตรวจสอบและวิเคราะห์วัตถุต้องสงสัย จากนั้นได้ใช้เครื่องแรงดันน้ำยิงไปที่วัตถุต้องสงสัยเพื่อทำลายวงจร ก่อนที่เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจะเข้าร่วมตรวจสอบด้วย พบภายในกล่องมันฝรั่งพบตลับลูกปืนพร้อมแผงวงจร แต่ไปพบดินระเบิดหรือสารเคมีที่ก่อให้เกิดระเบิดได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิดหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบเวลา 15.35 น. มีชายต้องสงสัยสวมเสื้อแขนยาวสีเหลือง นุ่งกางเกงขายาวสีดำ สวมหมวกแก๊ปสีดำ ปิดบังใบหน้าด้วยหน้ากากอนามัยสีขาว สะพายกระเป๋าเป้สีน้ำตาล เดินมาที่หน้าป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก่อนจะหยุดยืนสังเกตการณ์ประมาณ 30 วินาที แล้วนั่งลงหยิบวัตถุต้องสงสัยที่อยู่ในกระเป๋าเป้นำไปซุกไว้ในพุ่มไม้ ก่อนจะรีบเดินมุ่งหน้าแยกเฉลิมเผ่า ขึ้นสะพานลอยเชื่อมสกายวอล์กมุ่งหน้าบีทีเอสสยาม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ผบ.ตร.รับทราบเรื่องราวโดยตลอด พร้อมสั่งการเป็นระยะ อีกทั้งให้เข้มงวดในการรักษาความปลอดภัยภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เนื่องจากในบริเวณใกล้ๆ มีการประชุมรัฐมนตรีอาเซียน อีกทั้งในวันที่ 2 ส.ค. พล.อ.ประยุทธ์จะมาประชุมมอบนโยบายที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันสิ่งที่พบไม่ใช่ระเบิด เป็นกล่อง 2 กล่อง มีตลับลูกปืน วัตถุคล้ายแผงวงจรไฟฟ้า ซึ่งไม่สามารถก่อให้เกิดดระเบิดได้ เหตุการณ์ครั้งนี้น่าจะเป็นการสร้างสถานการณ์ ก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่พี่น้องประชาชน ขอเวลาเจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานเพื่อสืบสวนหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ เรามีข้อมูลบุคคลต้องสงสัยที่เห็นจากกล้องวงจรปิด เป็นชายใส่เสื้อสีเหลือง ซึ่งฝ่ายสืบสวนมีข้อมูลอยู่แล้ว&amp;quot; รองโฆษก สตช.กล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42509</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุมตำรวจ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, วางระเบิดปลอมหน้าป้ายสตช., สร้างสถานการณ์, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190801/image_big_5d42f1a9d2bc6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
