<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>92931</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระเบิดปิงปองว่อน! ม็อบ3นิ้วกระหน่ำใส่ตำรวจ/เจอสลายพบเมากันเพียบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ราชทัณฑ์แจงข้อความโพสต์บนเฟซบุ๊กของเพนกวิน เป็นการโพสต์โดยบุคคลอื่น เหตุผู้ต้องขังห้ามใช้เครื่องมือสื่อสารทุกชนิด ขณะที่ม็อบ 3 นิ้วรื้อกระถางต้นไม้รอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยออก ก่อนใช้ผ้าแดงคลุม &amp;quot;ไมค์ ระยอง&amp;quot; เป็นคนสั่งการ ขีดเส้น 7 วันหากไม่ปล่อยพวกที่อยู่ในคุกจะชุมนุมอีก เหิมเกริมบุกศาลหลักเมืองไปต่อรองจะเข้าข้างใคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2564 นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ชี้แจงกรณีการโพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กของนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำคณะราษฎร ซึ่งถูกคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร จนเกิดข้อสงสัยว่าเหตุใดจึงสามารถโพสต์ข้อความผ่านสื่อโซเชียลได้แม้กระทั่งถูกคุมขังอยู่ และเป็นการได้รับสิทธิพิเศษเหนือนักโทษคนอื่นหรือไม่ว่า เป็นข้อความที่นายพริษฐ์ได้เขียนขึ้น ณ ห้องเวรชี้สองสถานของศาลอาญา และส่งต่อให้แก่ทนายความของตนเอง ภายหลังจากที่ศาลอาญามีคำสั่งยกคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว เมื่อวันที่ 9 ก.พ.64 เวลาประมาณ 17.55 น. ก่อนที่จะถูกนำตัวกลับมาคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น การที่ภาพดังกล่าวไปปรากฏอยู่บนเพจเฟซบุ๊กของนายพริษฐ์เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 64 เวลา 00.05 น. เป็นการดำเนินการโดยผู้ดูแลหรือแอดมินแฟนเพจ ซึ่งมีได้หลายคน ไม่ใช่การโพสต์โดยตัวนายพริษฐ์เอง เนื่องจากโทรศัพท์หรือเครื่องมือสื่อสารอื่นๆ เป็นสิ่งของต้องห้าม ตามมาตรา 72 แห่งพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 จึงเป็นไปไม่ได้ที่นายพริษฐ์จะมีโทรศัพท์มือถืออยู่ในความครอบครองขณะถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอให้สังคมและประชาชนทุกฝ่ายเชื่อมั่นต่อการปฏิบัติงานของกรมราชทัณฑ์ในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน และเป็นมาตรฐานตามหลักสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะข้อกำหนดแมนเดลา (Mandela Rules) ซึ่งเป็นข้อกำหนดขั้นต่ำขององค์การสหประชาชาติในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง และพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 รวมถึงกฎ ระเบียบ และวินัยต่างๆ ที่ข้าราชการกรมราชทัณฑ์ทุกคนพึงปฏิบัติและได้ยึดถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดมาโดยตลอด&amp;quot;&amp;nbsp; อธิบดีกรมราชทัณฑ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย วันเดียวกันนี้ กลุ่มราษฎรนัดชุมนุม &amp;quot;นับ 1 ถึงล้าน คืนอำนาจให้ประชาชน&amp;quot; ตั้งแต่เวลา 15.00 น. เริ่มมีผู้ชุมนุมทยอยมาตามนัด โดยนายภาณุพงศ์ จาดนอก แกนนำกลุ่มราษฎร เปิดเผยถึงกิจกรรมวันนี้ว่า มารักษาไว้ซึ่งโบราณสถานอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย การที่ กทม.เอาต้นไม้มาวางบดบัง เรามาเอาสิ่งแปลกปลอมออก และจะมีการเขียนผ้าแดง 30 เมตร เรียกร้องให้ยกเลิก ป.อาญา ม.112 ที่ไม่เป็นไปตามหลักสากล รัฐบาลใช้เป็นเครื่องมือปิดปากผู้เห็นต่าง ขัดพระราชโองการ ไม่มีประโยชน์กับประชาธิปไตย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการที่เพื่อนถูกดำเนินคดีและถูกคุมขังนั้น เราอยากให้ออก แต่ต้องยอมรับกระบวนการยุติธรรมเป็นอย่างนี้ ทั้งที่ยังไม่ตัดสิน ผู้ต้องหายังเป็นผู้บริสุทธิ์ หากเราชนะต้องปรับปรุงให้ดีกว่าเดิม การนำเพื่อนเราไปขังเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง เพราะเขามีเจตนารมณ์ยกเลิก 112 แสดงให้เห็นว่ารัฐกลัวจึงต้องปิดปาก และเราวางแผนทำร่าง พ.ร.บ.ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์เสนอต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายภาณุพงศ์ยังกล่าวถึงกรณีหากถูกสลายการชุมนุมก็ต้องเคลื่อนไปทางอื่น ส่วนกรณีที่เกิดความรุนแรงในการชุมนุมที่ผ่านมา นายภาณุพงศ์มองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นหลายคนไม่อยากให้เกิดขึ้น ไม่ว่าฝั่งไหนก็ไม่ควรทำ ในพื้นที่ที่มีผู้คนจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการให้สัมภาษณ์ของนายภาณุพงศ์ ตำรวจเข้ามาประกาศแจ้งเป็นการชุมนุมฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทำให้มวลชนเดินไปโห่ไล่ดังเช่นที่เคยเกิดขึ้น จนกระทั่งมีการอ่านประกาศจบก็ได้ออกจากพื้นที่ไป ขณะที่นายภาณุพงศ์และแกนนำเดินขึ้นไปเปิดรถเวทีปราศรัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) เปิดเผยถึงการจัดกำลังเตรียมรับมือกิจกรรม &amp;ldquo;นับ 1 ถึงล้าน คืนอำนาจให้ประชาชน&amp;rdquo; ซึ่งจัดขึ้นโดยกลุ่มราษฎร ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ตั้งแต่เวลา 15.00 น.เป็นต้นไปว่า เบื้องต้นกองบังคับการตำรวจนครบาล 6 จัดกำลังควบคุมฝูงชนไว้ 2 กองร้อย และ บช.น.ก็สำรองกำลังหากมีสถานการณ์ความไม่สงบอีก 3 กองร้อย ทั้งนี้ ได้เน้นกำลังตำรวจควบคุมฝูงชนหญิงเป็นหลัก โดยจะประเมินตามสถานการณ์ความจำเป็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะนี้มีรายงานข่าวอีกว่า กองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน (บก.อคฝ.) ได้จัดรถฉีดน้ำ 2 คัน, รถสำรองน้ำ 2 คัน, รถควบคุมผู้ต้องหาขนาดใหญ่ 2 คัน ขนาดเล็ก 4 คัน, รถเครื่องเสียง 1 คัน ประจำการที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) และให้รถฉีดน้ำอีก 2 คัน, รถสำรองน้ำ 2 คัน, รถควบคุมผู้ต้องหาขนาดใหญ่ 2 คัน ขนาดเล็ก 4 คัน, รถเครื่องเสียงอีก 1 คัน ประจำการที่แยกกองบัญชาการรักษาดินแดน ทั้งนี้ เป็นการเตรียมการสำหรับการควบคุมกลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 17.30 น. นายภาณุพงศ์ปราศรัยให้ผู้ชุมนุมดำเนินการนำต้นไม้บริเวณฐานอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยออก จากนั้นกลุ่มการ์ดได้ทำการนำรั้วที่กั้นอนุสาวรีย์ฯ ออก และผู้ชุมนุมทำการช่วยกันลำเลียงกระถางต้นไม้ออกจากอนุสาวรีย์ฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภาณุพงศ์ปราศรัยถึงเหตุผลการนำต้นไม้ออกว่า แต่เดิมอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยคนเข้าถึงได้ รวมตัวแสดงออกการเมืองได้ การล้อมรั้วปิดกั้น การเอาต้นไม้มาวาง เป็นการเหยียบย่ำสิทธิเสรีภาพประชาชน ไม่สนใจทำร้ายประชาธิปไตย การปกป้องอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเป็นหน้าที่พลเมืองผู้รักประชาธิปไตย สิ่งใดไม่เป็นส่วนหนึ่งของอนุสาวรีย์ฯ เอาออกให้หมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อมีการรื้อเสร็จสิ้น ผู้ชุมนุมได้นำผ้าสีแดงที่มีการให้ผู้ชุมนุมเขียนข้อความยกเลิก ม.112 และข้อความอื่น ขึ้นไปคลุมยังตัวอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยทำการคลุมเสร็จสิ้นในเวลา 18.25 น. ขณะที่จำนวนผู้ชุมนุมโดยรอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยยังคงไม่หนาแน่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นายอรรถพล บัวพัฒน์ หรือครูใหญ่ แกนนำกลุ่มราษฎร ปราศรัยระบุว่า หากภายใน 7 วันนับจากนี้ไม่มีสัญญาณว่าจะปล่อยเพื่อนเรา เราจะกลับมาเจอกันอีกภายใน 7 วัน คือวันที่ 20 ก.พ.2564 ถ้าเพื่อนเรายังไม่ออกมา เราจะประกาศศึกใหญ่กับรัฐบาลอีกครั้ง จากนั้นนายอรรถพลประกาศให้ผู้ชุมนุมเดินไปศาลหลักเมืองเพื่อถามจะปกป้องเจ้าหรือราษฎร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กิจกรรมเขียนข้อความลงบนผ้าและนำผ้ามาคลุมอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยของผู้ชุมนุม 3 นิ้วเคยเกิดขึ้นแล้วครั้งหนึ่งในการชุมนุม &amp;quot;ม็อบเฟสต์&amp;quot; เมื่อวันที่ 14 พ.ย.2563 ต่างกันที่ครั้งนั้นเป็นผ้าสีขาว ครั้งนี้เป็นผ้าสีแดง ส่วนการรื้อกระถางต้นไม้รอบฐานอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยออก ก็เคยเกิดขึ้นมาแล้วในการชุมนุมใหญ่เมื่อวันที่ 14 ต.ค.2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 19.00 น. ทางกลุ่มผู้ชุมนุมราษฎร?ได้เดินทางมาถึงถนนราชดำเนินใน บริเวณหน้าสำนักงานศาลฎีกา โดยจุดมุ่งหมายของกลุ่มผู้ชุมนุมคือการเดินทางไปสักการะศาลหลักเมือง แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำกำลังควบคุมฝูงชนและรถฉีดน้ำ รวมทั้งนำรั้วลวดหนามหีบเพลงและแผงกั้นมาปิดถนนราชดำเนินในก่อนไปที่บริเวณศาลหลักเมืองและวัดพระศรีรัตนศาสดารามไว้ โดยทางแกนนำได้เตือนให้ผู้ชุมนุมพกน้ำเปล่าเอาไว้เพื่อป้องกันกรณีที่มีการปะทะเกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประกาศเตือนผู้ชุมนุมผ่านรถขยายเสียงให้ยุติการชุมนุม เนื่องจากฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน นอกจากนี้ยังประกาศให้สื่อมวลชนออกจากบริเวณที่ชุมนุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ แกนนำได้ประกาศให้เวลาเจ้าหน้าที่ 7 วันในการปล่อยตัวเพื่อนเราที่ถูกคุมขังฐานความผิดมาตรา 112 หากไม่ทำตามข้อเรียกร้อง ไม่มีการให้ประกันตัวหรือไม่ส่งสัญญาณอะไรอีก ก็เตรียมระดมมวลชนมาชุมนุมที่บริเวณท้องสนามหลวง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 19.40 น. ที่บริเวณหน้าศาลฎีกา ถนนราชดำเนินในทางกลุ่มผู้ชุมนุมได้ปาข้าวของไปยังฝั่งเจ้าหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นขวดน้ำ ก้อนหิน พลุควัน ทำให้ต้องใช้โล่เพื่อป้องกันตัว เนื่องจากทางกลุ่มผู้ชุมนุมได้ขอให้เจ้าหน้าที่เปิดไฟส่องสว่างมายังกลุ่มผู้ชุมนุม แต่เจ้าหน้าที่ไม่ได้ดำเนินการใดๆ โดยในเวลาเดียวกันได้เกิดเสียงดังค?ล้ายระเบิดที่บริเวณปะทะ ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้เรียกให้แกนนำเข้ามาเจรจาเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุไม่สงบเหมือนกรณีก่อนหน้านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 20.00 น. ภายหลังเกิดเหตุปะทะระหว่างผู้ชุมนุมราษฎรกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้มีการเจรจาระหว่างตำรวจกับแกนนำอีกครั้ง โดยในที่สุดมีการอนุญาตให้แกนนำกลุ่มราษฎร 4 คน เดินเข้าไปหน้าศาลหลักเมือง ประกอบด้วย นายอรรถพล บัวพัฒน์ หรือครูใหญ่, นายณวรรษ เลี้ยงวัฒนา, น.ส.ณัฏฐธิดา มีวังปลา และ น.ส.เบนจา อะปัญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายอรรถพลกับพวกได้ทำการเทน้ำลงบนพื้นคล้ายกับการกรวดน้ำ พร้อมคำกล่าวขอให้เจ้าพ่อหลักเมืองคุ้มครองกลุ่มราษฎร เมื่อเสร็จสิ้นแล้ว นายอรรถพลออกมาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า เป็นการเข้าไปเจรจากับเจ้าพ่อหลักเมืองให้อยู่ข้างราษฎร คุ้มครองราษฎร หลังจากนี้ 7 วัน เราเรียกร้องให้ปล่อยเพื่อนเราให้ได้รับการประกันตัว ภายในวันที่ 20 ก.พ.นี้ เราคุยกับศาลยุติธรรม ต้องฟังเสียงประชาชน ไม่เป็นคู่ขัดแย้งประชาชน ต้องให้ประกันตัว และคุยกับศาลหลักเมือง ไม่ว่าจะศาลโลกจริงหรือศาลหลักเมืองก็ขอให้อยู่เคียงข้างประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายอรรถพลได้กลับมาที่รถปราศรัย ย้ำถึงการเรียกร้องให้นายอานนท์ นำภา, นายพริษฐ์ ชิวารักษ์, นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข และนายปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม ได้รับการประกันตัวภายใน 7 วัน ก่อนกำหนดนัดชุมนุมในวันที่ 20 ก.พ.นี้ จากนั้นได้มีการยุติการชุมนุมในเวลาประมาณ 20.20 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92931</URL_LINK>
                <HASHTAG>ม็อบ 3 นิ้ว, ระเบิดปิงปอง, ราชทัณฑ์, สลายชมนุม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ห้ามใช้เครื่องมือสื่อสารทุกชนิด, อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย, เฟซบุ๊กเพนกวิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210213/image_big_6027db2884cb8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
