<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112971</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/08/2021 16:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2021 16:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลแพ่งยกฟ้องคดี 2 นักข่าวออนไลน์โดนกระสุนยาง เรียกเงิน 1.4 ล้านจากจนท.รัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11&amp;nbsp;ส.ค.64 -&amp;nbsp;เมื่อเวลา&amp;nbsp;14.30&amp;nbsp;น. ที่ศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก จากกรณีที่นายธนาพงศ์ เกิ่งไพบูลย์ ผู้สื่อข่าวจาก&amp;nbsp;PLUS SEVEN&amp;nbsp;และ นายชาญณรงค์ เอื้ออุดมโชติ ช่างภาพประจำสำนักข่าว&amp;nbsp;The MATTER&amp;nbsp;ที่ได้รับบาดเจ็บจากการถูกตำรวจยิงกระสุนยางเข้าใส่ระหว่างไปทำข่าวการชุมนุม เมื่อวันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;ก.ค.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลไต่สวนคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวในกรณีฉุกเฉินในคดีหมายเลขดำที่ พ&amp;nbsp;3683/2564&amp;nbsp;ระหว่างนายธนาพงศ์ กับพวกรวม&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คน (โจทก์) กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (จำเลยที่ 1),&amp;nbsp;ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (จำเลยที่ 2),&amp;nbsp;ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (จำเลยที่ 3) และผู้บังคับการกองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน (จำเลยที่ 4) โดยศาลแพ่งได้มีคำสั่งเมื่อวันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ส.ค. ให้จำเลยที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ใช้ความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ควบคุมการชุมนุม และสลายการชุมนุม โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของโจทก์ทั้งสอง และสื่อมวลชน ภายใต้หลักเกณฑ์ และแนวทางการปฏิบัติงานของสื่อมวลชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยวันนี้ น.ส.จันร์จิรา จันทร์แผ้ว ทนายความภาคีนักกฎหมายเพื่อสิทธิมนุษยชน พร้อมทีมงาน เดินทางมายังศาลแพ่ง เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลเรียกจำเลยที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;หรือตัวแทนมาไต่สวน เนื่องจากไม่มีความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่จากเหตุการณ์การสลายชุมนุมเมื่อช่วงเย็นวันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ส.ค. ที่แยกสามเหลี่ยมดินแดง ตามคำสั่งศาล โดยเห็นว่าศาลมีคำสั่งออกมาแล้ว ซึ่งจำเลยที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ก็รับหมายโดยชอบแล้วเมื่อวันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ส.ค. แต่การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานยังเป็นในรูปแบบเดิม มีสื่อมวลชนอีก&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย ที่ถูกยิงด้วยกระสุนยาง ถึงจะไม่ได้รับบาดเจ็บมาก แต่ก็แสดงให้เห็นว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ระมัดระวัง ไม่เป็นไปตามคำสั่งศาล ขณะนี้อยู่ระหว่างรอฟังคำสั่งศาลว่าจะมีการสั่งนัดไต่สวนหรือจะยกคำร้องหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามวันนี้ศาลเเพ่งยังได้ มีคำสั่งในคดีนายธนาพงศ์ เกิ่งไพบูลย์ ผู้สื่อข่าว&amp;nbsp;PLUS SEVEN&amp;nbsp;และ นายชาญณรงค์ เอื้ออุดมโชติ ช่างภาพประจำสำนักข่าว&amp;nbsp;The MATTER&amp;nbsp;ที่ได้รับบาดเจ็บจากการถูกตำรวจยิงกระสุนยางเข้าใส่ระหว่างไปทำข่าวการชุมนุม เมื่อวันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;ก.ค.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ฟ้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กับพวกรวม&amp;nbsp;4&amp;nbsp;คน เรียกค่าเสียหายฐานละเมิด จำนวนทุนทรัพย์&amp;nbsp;1,412,000&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีคำสั่งรับฟ้องเฉพาะสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (จำเลยที่&amp;nbsp;1) ในฐานะหน่วยงานของรัฐแต่เนื่องจากสถานการณ์ช่วงโควิดระบาดรุนแรงจึงยังไม่สามารถกำหนดวันนัด หากสถานการณ์คลี่คลายจะเรียกโจทก์และผู้ร้องมากำหนดวันนัด เพื่อส่งหมายเรียกคำฟ้องให้กับจำเลย ดำเนินกระบวนการพิจารณาต่อไป ส่วนจำเลยที่&amp;nbsp;2-4&amp;nbsp;ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐที่ได้กระทำการโดยปฏิบัติหน้าที่ จึงได้รับการคุ้มครองตาม พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539&amp;nbsp;มาตรา&amp;nbsp;5&amp;nbsp;วรรคหนึ่ง โจทก์ทั้งสองจะฟ้องให้รับผิดทางละเมิดหาได้ไม่ พิพากษายกฟ้องจำเลยที่&amp;nbsp;2-4&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112971</URL_LINK>
                <HASHTAG>จันร์จิรา จันทร์แผ้ว, ตำรวจ, ยิงกระสุนยาง, ศาลแพ่ง, สลายชุมนุม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210811/image_big_61139057de9f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112873</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2021 19:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2021 19:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร. แจงสลายม็อบตามขั้นตอนจากเบาไปหนัก เหตุแก๊งป่วนเมืองชุมนุมไม่สงบ ใช้อาวุธ เผาป้อม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ส.ค.64 - เวลา 18.40 น. ที่สามแยกดินแดง พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp;ให้สัมภาษณ์ถึงการสลายการชุมนุมที่บริเวณสามแยกดินแดงว่า นับตั้งแต่ช่วงบ่ายโมงที่ผ่านมาที่มีการประกาศเชิญชวน​ให้มีการชุมนุมกันบริเวณสี่แยกราชประสงค์​ และมีการเคลื่อนขบวนไปหลายสถานที่ โดยเฉพาะ​ขณะที่มีการเคลื่อนขบวนไปที่ซอยรางน้ำ ได้มีกลุ่ม​ผู้ชุมนุมบางส่วนได้ใช้อาวุธที่จัดเตรียมมา ทั้งระเบิดปิงปอง หัวน็อต ลูกแก้ว ลูกหิน ก้อนอิฐ รวมถึงมีการวางเพลิงเผาตู้จราจรบริเวณสามเหลี่ยม​ดินแดง​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เหตุการณ์​ที่เกิดขึ้นนั้นได้มีการปะทะกับเจ้าหน้าที่บริเวณสามเหลี่ยม​ดินแดง​ประมาณ 1 ชม. โดยฝั่งเจ้าหน้าที่ได้มีการเสริมกำลังเข้ามาเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย รวมถึงดำเนินการ​บังคับ​ใช้กฎหมาย​ตามขั้นตอนที่ได้กำหนดเอาไว้ มีการดำเนินการจากเบาไปหาหนักโดยเริ่มจากประกาศ​เตือนให้กลุ่มผู้ชุมนุมได้หยุดการกระทำ ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้มีการรักษาแนวอยู่เพื่อให้กลุ่มผู้ชุมนุม​สลายออกไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในการชุมนุมแบ่งออกเป็น 2 ส่วน 1.ผู้ชุมนุม​ที่ออกมาเพื่อต่อต้านรัฐบาล ซึ่งกระทำผิดกฎหมายอยู่​แล้ว​เนื่องจากกฎหมายนนั้นห้ามการชุมนุม กับส่วนที่ออกมาต่อต้านรัฐบาลเหมือนกัน แต่อาศัยจังหวะ เพื่อรอโอกาสก่อความวุ่นวาย​ขึ้นในบ้านเมือง เนื่องจากเป็นการชุมนุมที่ไม่สงบ มีการใช้อาวุธ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมีความจำเป็นที่จะต้องรักษาความสงบเรียบร้อย&amp;quot; พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า เหตุการณ์ขณะนี้ยังไม่สงบ ตราบใดที่ยังไม่มีการเปิดการจราจรได้เหมือนเดิม อย่ามองว่าเหตุการณ์สงบคือเหตุการณ์ที่เงียบลง ส่วนการขีดเส้นเวลาคงต้องประมาณตามสถานการณ์ เพราะโดยหลักแล้วมีหลายครั้งที่มีการออกมาชุมนุมตามปกติแล้วยุติการชุมนุมไปเอง แต่มีหลายครั้งที่ผู้ชุมนุมบางส่วนได้ยั่วยุเจ้าหน้าที่ ใช้กำลังทำร้ายเจ้าหน้าที่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112873</URL_LINK>
                <HASHTAG>ม็อบ10สิงหา, สลายชุมนุม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210810/image_big_6112633b26adc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112683</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2021 12:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2021 12:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร้องศาลแพ่งซ้ำคุ้มครองฉุกเฉิน ห้ามจนท.ใช้กำลังรุนแรงสลายม็อบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ส.ค. 64 - ที่ศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก ภาคีนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน พร้อมด้วยสื่อมวลชนผู้ได้รับผลกระทบจากการเข้าสลายการชุมนุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เมื่อวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา นำโดยผู้สื่อข่าวจาก Voice TV ,the matter และPlus Seven เดินทางเข้ายื่นคำร้องขอให้ศาลคุ้มครองฉุกเฉินอีกครั้ง เพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพ และสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการใช้เสรีภาพในการแสดงออกโดยการชุมนุมต่อจากนี้ ที่มีแนวโน้มอันสามารถคาดหมายได้ว่าจะได้รับความเสียหายจากการใช้กำลังสลายการชุมนุมโดยเจ้าหน้าที่รัฐต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยคำร้องขอคุ้มครองดังกล่าวคือ 1. ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และผู้บังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน มีคำสั่งห้ามเจ้าพนักงานตำรวจซึ่งปฏิบัติหน้าที่ควบคุมฝูงชนใช้ความรุนแรง เช่น ใช้อาวุธปืนกระสุนยาง แก๊สน้ำตา ฉีดน้ำผสมสารเคมี ทำร้ายร่างกาย&amp;nbsp; โจทก์ทั้งสอง และสื่อมวลชนที่สวมปลอกแขนสีขาว หรือสัญลักษณ์อื่นที่แสดงว่าเป็นสื่อมวลชน รวมทั้งประชาชนผู้มาชุมนุม หรือกระทำการใดอันเป็นการขัดขวาง คุกคาม ข่มขู่ จำกัดพื้นที่การปฏิบัติหน้าที่ของสื่อมวลชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และผู้บังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน สั่งการเจ้าพนักงานตำรวจปฏิบัติหน้าที่โดยคำนึงถึงความปลอดภัย และเสรีภาพของสื่อมวลชนและประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ขอให้ศาลมีคำสั่งห้ามผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และผู้บังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน และเจ้าพนักงานตำรวจซึ่งปฏิบัติหน้าที่ควบคุมฝูงชนสลายการชุมนุมโดยขัดต่อหลักการพื้นฐานว่าด้วยการใช้กำลัง และอาวุธโดยเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย&amp;nbsp; และหลักการดูแลการชุมนุมสาธารณะตามพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558&amp;nbsp; เนื่องจากโจทก์ทั้งสอง และสื่อมวลชนย่อมได้รับผลกระทบจากการสลายการชุมนุมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสัญญา เอียดจงดี ทนายความภาคีนักกฏหมายสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า วันนี้เป็นการมายื่นให้ศาลแพ่งมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวอีกครั้ง หลังจากเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาก่อนจะมีการชุมนุมวันที่ 7 ส.ค ตนและสื่อมวลชนได้มายื่นไปแล้ว 1 ครั้งแต่ศาลกลับยกคำร้อง ด้วยเหตุผลที่ระบุว่ายังไม่มีข้อมูลว่าจะมีการสลายการชุมนุมโดยความรุนแรงและยังคงเป็นไปตามกฎหมายที่กำหนด แต่ก็เห็นได้ชัดเจนว่าการสลายการชุมนุมวันที่ 7 ส.ค.นั้น มีการใช้ความรุนต่อสื่อมวลชน และประชาชนเกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันวันนี้ได้พาสื่อมวลชนที่ปฏิบัติหน้าที่ในวันที่ 7 ส.ค. ซึ่งได้รับความเสียหายจากการสลายการชุมนุม เข้ามาร้องศาลเพิ่มเติม รวมทั้งนำเอกสารหลักฐานพยานต่างๆ ที่ระบุถึงเจ้าหน้าที่ไม่ปฏิบัติไปตามขั้นตอนของกฏหมายในการสลายการชุมนุม พร้อมยืนยันว่าการร้องศาลครั้งนี้จะมุ่งไปยังการคุ้มครองการปฏิบัติหน้าที่ของสื่อมวลชน รวมถึงประชาชนก็จะได้รับการคุ้มครองไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยขณะนี้ศาลอยู่ระหว่างพิจารณาคำร้อง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112683</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุ้มครองฉุกเฉิน, ภาคีนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน, ม็อบ7สิงหา, ศาลแพ่ง, สลายชุมนุม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210809/image_big_6110be3f6eb96.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94634</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2021 17:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2021 16:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.ตร. ยันไม่ได้สลายชุมนุมม็อบ แต่ต้องจับตัวคนก่อเหตุรุนแรง-ทำผิดซึ่งหน้า จนท.เจ็บอื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มี.ค.64 - ที่โรงพยาบาลตำรวจ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) เดินทางเข้าเยี่ยมเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบการชุมนุมม็อบเยาวชนปลดแอก ที่หน้ากรมทหาราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ช่วงเย็นวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บกว่า 90 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลัง พล.ต.อ.สุวัฒน์ ผบ.ตร.เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจยังมีกำลังที่ดี ขณะนี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ยังนอนรักษาตัวอยู่ที่ รพ.ตำรวจ จำนวน 25 คน ออกจาก รพ.ไปแล้ว 2 และเสียชีวิตอีก 1 คน รวมทั้งสิ้น 28 ราย เรื่องการดูแลกลุ่มผู้ชุมนุมยังยืนยันหลักการเดิมอยู่ที่กฎหมายและสถานการณ์ในแต่ละห้วงเวลาไม่เหมือนกัน เราพยายามหาความสมดุลระหว่างการบังคับใช้กฎหมายกับเรื่องของการที่เกิดความรุนแรง จริงๆแล้วไม่มีใครต้องการให้เกิดความรุนแรง ตำรวจก็ไม่เคยสนับสนุนให้เกิดความรุนแรง เมื่อจำเป็นก็ต้องบังคับใช้ ส่วนเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บก็เป็นการเรียนรู้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง อย่างครั้งนี้จะเห็นว่าการชุมนุมมีการเปลี่ยนแปลงจากที่เคยมีแกนนำมีรถเครื่องเสียงมีการควบคุมมวลชนอันนี้หายไป อย่างเช่นมีมวลชนกลุ่มหนึ่งเริ่มใช้กำลังกับเจ้าหน้าที่เลย ส่วนจะมีเจตนาหรือไม่ยังไม่พูด เพียงแต่ข้อเท็จจริงมันเป็นอย่างนั้น คนกลุ่มหนึ่งตั้งใจให้เป็นอย่างนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ความรุนแรงได้มีการพูดคุยกันหลายรอบแล้ว เราจะบังคับใช้กฎหมายเท่าที่จำเป็นถ้าไม่มีการทำร้ายเจ้าหน้าที่ทำลายเครื่องกีดขวางหรืออะไรที่เราได้แจ้งให้ทราบคงไม่มีเรื่องแบบนี้&amp;nbsp;พอมีแล้วควบคุมยากแม้แต่ม็อบเองก็คุมกันไม่ได้&amp;nbsp;เมื่อเกิดความสูญเสียขึ้นมาทุกคนเสียใจไม่ได้ประโยชน์อะไร&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงการใช้อาวุธเข้าควบคุมฝูงชนขั้นสูงสุดคืออะไร ผบ.ตร.ตอบว่า อาวุธไม่มีสูงมีต่ำ มันอยู่ที่คุณสมบัติว่าของนั้นๆจะใช้กับสถานการณ์อย่างไร ถามว่าระหว่างกระบองกับกระสุนยางอันไหนรุนแรงกว่ากันมันตอบไม่ได้ ถ้าใช้กระบองตีเข้าที่ไม่ควรตี มันก็รุนแรง ในขณะเดียวกันถ้าใช้กระสุนยางยิงในส่วนที่สมควรยิงมันก็ไม่รุนแรง เพราะกระสุนยางใช้กับเป้าหมายที่มีระยะ ถ้าระยะประชิดก็ต้องใช้กระบอง เพราะฉะนั้นของมันมีคุณสมบัติของมัน ไม่ใช่ว่าจะต้องเอามาเรียงว่าอันไหนก่อนอันไหนหลัง ไม่ใช่แบบนั้น มันจำเป็นที่ว่าต้องใช้อะไรในตอนนั้น มาเรียงไม่ได้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตอนนั้นต้องใช้อะไร การเรียงลำดับคือการแจ้งเตือนให้เขารู้ว่าทำอะไรผิด และแสดงกำลังให้เขาเห็นว่า อย่าทำเราพร้อมที่จะปฏิบัติมันต้องอย่างนั้น&amp;nbsp;เมื่อถึงคราวจำเป็นต้องเลือกใช้ตามคุณลักษณะของอุปกรณ์กับสถานการณ์ที่อยู่ตรงหน้า คนอยู่ตรงโน้นเอาหนังสติ๊กยิงด้วยน็อต ยิงด้วยหิน ขว้างใส่ตำรวจจะให้เอากระบองไปตีแล้วมันจะตีได้ไหม มันไม่ถึงก็ต้องใช้อาวุธที่มีระยะ ของที่เราใช้ทุกอย่างเป็นมาตรฐานสากลใช้กับการควบคุมฝูงชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผบ.ตร.กล่าวต่อว่า ครั้งนี้เราไม่ได้ไปสลายการชุมนุมแต่เราจับคนที่กำลังใช้ความรุนแรงที่กระทำผิดซึ่งหน้า ส่วนการยิงกระสุนยางเราก็ยิงส่วนไหนว่าให้เขาหยุด และเราใช้เมื่อจำเป็นไม่ใช่ว่าอยู่จะไปยิงใครรู้ว่าสถานการณ์อย่างไรถึงจะต้องใช้ ส่วนปืนช๊อตไฟฟ้าไม่มีใครใช้ คนที่พกเขาก็ต้องเตรียมและเตรียมเฉพาะคนที่ผ่านการฝึกมาแล้วและใช้เฉพาะมาสถึงคราวจำเป็น ส่วนภาพที่ปรากฎความรุนแรงก็บอกแล้วว่า ความรุนแรงเมื่อเริ่มแล้วยากที่จะควบคุมเราไม่มีนโยบายสนับสนุนความรุนแรงใดๆทั้งสิ้นแต่ถ้าจะดูก็ต้องดูให้ครบบริบทว่าเหตุการพัฒนาจากอะไรมา ไม่ใช่อยู่ดีๆก็ไปใช้ความรุนแรงไม่ใช่อย่างนั้นมีขั้นมีตอน ต้องดูตั้งแต่ต้นว่าทำไมไปถึงจุดนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่มีการมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าใช้กำลังจนไม่ได้มีการพักผ่อน การใช้กำลังก็ใช้เวลาตามห้วงปฏิบัติ งานตำรวจเยอะจะมาบอกว่าใช้โดยไม่ได้พักผ่อนคงเป็นการหาเรื่องกัน เขาเสียชีวิตเราก็ดูแลกำลังพลของเรา&amp;quot;&amp;nbsp;พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94634</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทำผิดซึ่งหน้า, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, ม็อบ28กุมภา, สลายชุมนุม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210301/image_big_603cb0030dc66.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81860</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/10/2020 19:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/10/2020 19:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอเอกก้าวไกล&#039; อ้างสลายชุมนุมใช้แก๊สน้ำตาเสี่ยงติดเชื้อโควิด จี้ตั้ง กมธ.สอบข้อเท็จจริง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ต.ค.63 - ที่รัฐสภา มีการประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ เพื่อพิจารณาญัตติขอให้มีการเปิดอภิปรายทั่วไปในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา เวลา 17.50 น. นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ ส.ส.เชียงราย พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า ตั้งแต่มีการชุมนุมมาไม่มีรายงานว่ามีผู้ติดเชื้อโควิด-19 จากการชุมนุม แต่การสลายการชุมนุม ใช้แก๊สน้ำตาทำให้คนมีความเสี่ยงในการเป็นโควิดและห้ามใช้ในช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19 ดังนั้นแทนที่จะกล่าวหาผู้ชุมนุม ต้องโทษรัฐบาลมากกว่า ที่ทำให้มีความเสี่ยงต่อการระบาด การกล่าวว่าการใช้กำลังสลายการชุมนุมเป็นไปตามหลักสากล ถามกลับว่า ใช้แหล่งไหนอ้างอิง ขอเสนอให้สภาฯ ตั้งคณะกรรมาธิการ หรือใช้กรรมาธิการสามัญของสภาตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้ให้กระจ่าง เพราะตอนนี้ยังไม่มีการความรับผิดชอบหรือการแถลงจาก กอ.รฉ. ว่าสารเคมีคืออะไร แก๊สน้ำตา นอกจากจะทำให้มีผลต่อปอดแล้ว คนที่อ่อนแออาจถึงชีวิตได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81860</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ, พรรคก้าวไกล, สลายชุมนุม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201026/image_big_5f96bd89d4b29.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80864</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2020 14:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2020 14:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ม็อบ 3 นิ้วพลาดแล้ว! &#039;สุวินัย&#039;ชี้ชุมนุมทุกสถานีรถไฟฟ้าเสียเปรียบเชิงยุทธวิธี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ต.ค.63 - ดร.สุวินัย ภรณวลัย ประธานยุทธศาสตร์วิชาการ สถาบันทิศทางไทย อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า&amp;quot;บ่ายสามโมงตรงวันนี้ ทุกสถานีรถไฟฟ้าคือที่ชุมนุมแฟลชม็อบ !!&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขืนทำไปก็จะโดนทยอยจับได้ง่ายๆนะครับ ตำรวจไม่ต้องรีบจับทุกสถานีหรอกครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระวังจะมีพวกพลเมืองดีมาช่วยตำรวจจับด้วยนะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระจายไปชุมนุมทุกสถานีคือเบี้ยหัวแตก จะยิ่งเสียเปรียบในเชิงยุทธวิธีในทุกสถานี&lt;/p&gt;


	ดร.อาทิตย์ ฟันเปรี้ยง รัฐบาลผิดพลาดอย่างแรง!
	&amp;#39;พุทธะอิสระ&amp;#39; สุดปวดใจ!
	หยุดบิดเบือนความจริง&amp;nbsp;
	&amp;#39;วรงค์&amp;#39; งัดภาพม็อบ 3 นิ้วฟาดตำรวจ แฉขบวนการบิดความจริงปั่นกระแสเท็จหนัก!
	เอาอยู่มั้ย! กุนซือสมองเพชร เปิดหลักการม็อบ 3 นิ้วเคลื่อนไหว 16 คำ
	อดีตผู้สื่อข่าวสำนักข่าวต่างประเทศถาม&amp;#39;ทอน-ฝ่ายค้าน&amp;#39;ฝรั่งขี้นกในรูปเป็นใคร ถึงชี้นิ้วสั่งม็อบได้
	การเมืองร้อนสุดๆ&amp;nbsp;&amp;#39;ภูมิธรรม&amp;#39; ส่งสารด่วนถึงเพื่อน
	คณะราษฎร ขยับนัดมาบ่าย 3&amp;nbsp;
	3 นิ้วเฮลั่น!ศาลฯยกคำร้องขอฝากขัง กลุ่มผู้ชุมนุมแยกปทุมวัน
	ผบ.ตร.รุดเยี่ยมตำรวจ ที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่บริเวณแยกปทุมวัน
	โดนอย่างแรง &amp;#39;น้าหงา&amp;#39; ร่ายกลอน 5 บท ม็อบวันนี้จะเป็นเรื่องเล่าของ ตาเพนกวิน ยายรุ้ง ให้ลูกหลานครั้งนู้นเขาเบื่อฟัง


&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80864</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะราษฎร, ม็อบ, สลายชุมนุม, สุวินัย ภรณวลัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200813/image_big_5f348649686bd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80816</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2020 06:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2020 06:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปารีณา&#039;ยืนยันรัฐบาลไม่ได้ใช้ความรุนแรงแค่น้ำผสมน้ำมนต์ฉีดไล่ม็อบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ต.ค.63 - นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;nbsp;&amp;quot;การสลายการชุมนุม ไม่มีการใช้ความรุนแรง ยกเว้นแต่จะผสมน้ำมนต์ในน้ำที่ฉีดไล่ม็อบ&amp;quot;&lt;/p&gt;


	&amp;#39;ธนาธร&amp;#39; มาแล้ว!จี้ตำรวจหยุดใช้ความรุนแรงยุติการชุนนุมเดี๋ยวนี้
	ศาลออกหมายจับ 12 แกนนำม็อบคณะราษฎร &amp;#39;ไมค์&amp;#39; ไม่รอด!
	ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินฉบับที่ 2 ขยายจนถึง 13 พ.ย.
	รวบแกนนำ &amp;#39;ฟอร์ด ทัตเทพ&amp;#39; เลขาธิการเยาวชนปลดแอก ถูกส่งตัวไป ตชด.ภาค 1
	&amp;#39;ลูกเกด&amp;#39; ประกาศยุบ &amp;#39;คณะราษฎร 63&amp;#39; ต่อไปนี้ผู้ชุมนุมทุกคนคือแกนนำ
	&amp;#39;พิธา&amp;#39; เผยม็อบ 3 นิ้วโดนจับกว่า 100 คนบาดเจ็บอีกจำนวนมาก!
	ประกาศคณะราษฎร ณ เวลาย่ำรุ่ง สิบเจ็ดตุลา


&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80816</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะราษฎร2563, ปารีณา, ม็อบ, สลายชุมนุม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201017/image_big_5f8a30e303f73.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
