<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>16480</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2018 13:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2018 13:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ยะใส&#039;ชี้ยกฟ้องสลายพันธมิตร สะท้อนความพิการของต้นทางกระบวนการยุติธรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ส.ค.61 - &amp;nbsp;นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิตและผู้อำนวยการสถาบันปฏิรูปประเทศไทย โพสต์ข้อความ &amp;quot;ยกฟ้องตำรวจสลายการชุมนุมของพันมิตรฯ 7 ตุลาฯ 51 ....ความพิกลพิการของต้นทางกระบวนการยุติธรรม&amp;quot;ลงในเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;กรณีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ยกฟ้องคดีที่ป.ป.ช.เป็นโจทก์ยื่นอุทรณ์ พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว อดีตผบช.น.ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและโดยทุจริต เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 กรณีออกคำสั่งสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ที่ปิดล้อมทางเข้ารัฐสภา เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2551 จนมีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บ 471 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเคารพและน้อมรับคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ผลคดีดังกล่าวเป็นภาพสะท้อนความพิกลพิการ และความล้มเหลวของกระบวนการยุติธรรมในชั้นต้น เพราะกลายเป็นว่า การใช้แก๊สน้ำตาของตำรวจไม่เกินกว่าเหตุ ไม่ได้ทำให้ใครตายเลยแม้แต่คนเดียว รวมทั้งถือว่าสมควรแก่เหตุด้วย และนั่นเท่ากับว่า &amp;quot;น้องโบว์&amp;quot; ผู้เสียชีวิตพกระเบิดไปหรือพวกเดียวขว้างระเบิดโดนกันเองอย่างนั้นหรือ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งที่ข้อเท็จจริงเหตุการณ์ดังกล่าว มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และวัตถุพยานชัดเจน ว่า แรงระเบิดมาจากภายนอกเสื้อของ &amp;quot;น้องโบว์&amp;quot; ซึ่งรองโฆษก ตร.ในตอนนั้น จึงได้ขอโทษแม่น้องโบว์ และหุบปากเงียบสนิท เพื่อจะได้ไม่ต้องถูกฟ้องคดีอาญาและแพ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น ตามข้อเท็จจริงแก๊สน้ำตาแบบจีน มีดินระเบิด C4 ซึ่งมีส่วนประกอบของสาร RDX อยู่ 7 กรัม จึงมีการระเบิดเสียงดังและรุนแรงมากพอที่จะทำให้คนโดนระเบิดโดยตรงบาดเจ็บพิการหรือแม้แต่เสียชีวิตได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าย้อนไปอ่านคำพิพากษาศาลปกครอง รายงานการไต่สวนข้อเท็จจริงของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) กรรมาธิการวิสามัญฯวุฒิสภา หรือแม้แต่ผลการชี้มูลของ ปปช.ต่างยืนยันว่าตำรวจกระทำรุนแรงเกินกว่าเหตุและไม่เป็นไปตามหลักสากล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่การกล่าวหาใส่ความกลุ่มผู้ชุมนุมว่าพวกเดียวกันทำระเบิดตกใส่ แต่การสืบสวนสอบสวนของตำรวจผู้รับผิดชอบการใช้แก๊สน้ำตากลับไม่รู้ว่าเป็นใครเป็นคนขว้างหรือยิงใส่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะข้อเท็จจริงเป็นเพียงการแต่งเรื่องสอบสวนขึ้นเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อสอบสวนเป็นคดีไม่รู้ตัวผู้กระทำผิดมาหนึ่งปีตามระเบียบแล้ว ตำรวจก็เสนอให้อัยการสั่ง &amp;quot;งดสอบสวน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นสำคัญของเรื่องนี้ที่ผมอยากชี้ คือ คดีที่ตำรวจเป็นผู้ถูกกล่าวหา แต่กลับมีอำนาจสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานสรุปสำนวนส่งให้อัยการ จะเชื่อถือได้อย่างไรว่าการสอบสวนเป็นไปด้วยความสุจริตไม่มีการบิดเบือนพยานหลักฐานและข้อเท็จจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามมาตฐานสากล คดีสำคัญเช่นนี้หรือที่มีการร้องเรียนจะต้องให้อัยการมีอำนาจตรวจสอบหรือควบคุมการสอบสวนตั้งแต่เกิดเหตุ แต่ประเทศไทยปล่อยให้ตำรวจเห็นและรวบรวมพยานหลักฐานเพียงฝ่ายเดียวสรุปแล้วส่งให้อัยการ โดยไม่มีโอกาสได้เห็นพยานหลักฐานทั้งหมด และสั่งคดีไปตามที่ตำรวจสรุปเสนอกันเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การสอบสวนต้นทางกระบวนการยุติธรรมจึงมีความสำคัญที่สามารถสร้างความเข้าใจผิดและความไม่เป็นธรรมต่อประชาชน รวมทั้งก่อให้เกิดความขัดแย้งทางการเมืองได้ เพราะตำรวจบางนายอาจทำความจริงให้เป็นเท็จ และปั้นแต่งความเท็จให้เป็นจริงได้ หรือแม้กระทั่งกล่าวหาใส่ความผู้เสียหายและพรรคพวกให้ได้รับความเสียหาย เกิดความคับแค้นใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น รัฐบาลจะต้องเร่งปฏิรูประบบงานสอบสวนต้นทางกระบวนการยุติธรรมที่สำคัญของประเทศให้หลักประกันความสุจริตและมีประสิทธิภาพแท้จริงด้วยการกำหนดให้พนักงานอัยการเข้าตรวจสอบควบคุมการสอบสวนคดีสำคัญ รวมไปถึงการบันทึกภาพและเสียงการสอบปากคำบุคคลทั้งผู้กล่าวหา ผู้เสียหาย ผู้ต้องหาและประจักษ์พยานปากสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อป้องกันการสร้างพยานหลักฐานเท็จหรือบิดเบือนพยานหลักฐานให้ผิดไปจากความเป็นจริงอย่างเร่งด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่าให้ความพิกลพิการของกระบวนการสอบสวนทำลายความน่าเชื่อถือต่อระบบยุติธรรมของประเทศโดยรวม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16480</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดี7ตุลาคม2551, พธม., พันธมิตรฯ, ยกฟ้องสุชาติ เหมือนแก้ว, สลายม็อบพันธมิตร, สุริยะใส กตะศิลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180121/image_big_5a64500b0ece1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10530</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2018 12:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2018 12:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เฮียเหรียญ&#039; เล่าความหลังครั้งร่วมม็อบพันธมิตรฯเจอM79ยิงถล่ม!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 มิ.ย.61 - พล.ต.นพ. เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ และผู้ก่อตั้งองค์กรเก็บขยะแผ่นดิน เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กเหรียญทอง แน่นหนาว่า &amp;quot;เรื่องเล่านายทองเหรียญ ตอน &amp;lsquo;เฮียเหรียญ&amp;rsquo;...ผมลาออกจากราชการเมื่อ ต.ค.50 ขณะนั้นมีอายุ 47 ปี ผมลาออกเพราะพี่สาวของผมป่วยด้วยโรคมะเร็งระยะสุดท้ายและผมต้องการใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัว ผมลาออกจากราชการใหม่ๆ ใช้ชีวิตอย่างสุขนิยมมากๆ ขับรถรับส่งลูกๆไปโรงเรียน ทำงานธุรกิจ มีเวลาว่างก็ท่องเที่ยว ขับเครื่องบิน ขี่ม้า ใช้ชีวิตที่มีสุขมากๆครับ แต่ในปี 51 บ้านเมืองมีสถานการณ์ความขัดแย้งมีการชุมนุมของพันธมิตรประชาธิปไตย ในระยะเริ่มต้นการชุมนุมผมไม่ได้สนใจยังคงเห็นแก่ความสุขส่วนตัวจนประมาณเดือน ก.ค.-ส.ค.51 ผมทราบข่าวว่ามีการยิง M.79 ทำให้ผู้ชุมนุมซึ่งเป็นเด็กหนุ่มขณะกำลังส่งอาหารให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิตและไม่กี่วันต่อมาก็มีการยิง M.79 เข้าสู่ผู้ชุมนุมอีกทำให้ผู้ชุมนุมซึ่งเป็นคนชลบุรีอายุเท่าๆกับผมเสียชีวิต...ผมตัดสินใจเข้าร่วมชุมนุมในคืนวันต่อมาและเกือบทุกคืนผมจะนอนบนถนนราชดำเนิน ผมไปชุมนุมเงียบๆของผมคนเดียว ไม่ได้ไปเป็นหมู่คณะ ผมจะนอนอยู่ใกล้ชายคนหนึ่งซึ่งเป็นชาวสวนยางจากชุมพร เขาจะเรียกผมว่า &amp;lsquo;เฮีย&amp;rsquo; ...ผมไม่เคยบอกเขาว่าผมชื่ออะไร ทำงานอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปลาย พ.ย.- 1 ธ.ค.51 ผมย้ายที่ชุมนุมมาที่ท่าอากาศยานดอนเมืองแต่ครั้งนี้ผมนำรถพยาบาลจาก รพ.มงกุฎวัฒนะมาด้วย ที่ดอนเมืองมีการขว้างระเบิดเข้าใส่ผู้ชุมนุมหลายครั้ง จนเมื่อวันที่ 1 ธ.ค.51 หลังเที่ยงคืน ขณะที่ผมกำลังนอนอยู่ข้างกองสัมภาระก็มีการยิง M.79 ใส่ผู้ชุมนุมในบริเวณที่ผมนอนแต่ผมโชคดีที่มีกระสอบข้าวสารเป็นกำบังจึงทำให้ผมไม่ได้รับบาดเจ็บ ผมออกมาช่วยผู้บาดเจ็บ 20 คนและนำส่ง รพ.มงกุฎวัฒนะ แต่เสียชีวิต 1 ราย ชื่อ รณไชย ชัยศรี เป็นชาวสงขลา ส่วนอีก 2 รายเป็นคนเชียงใหม่ถูกสะเก็ดระเบิดที่ทรวงอกแต่ผ่าตัดที่ รพ.มงกุฎวัฒนะจนรอดปลอดภัย ที่เหลือบาดเจ็บเล็กน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช้าตรู่วันนั้น ผมได้รับโทรศัพท์ว่า &amp;ldquo;เฮีย...เอ๊ยท่าน ผมขอบคุณมากๆที่ช่วยผู้บาดเจ็บ&amp;rsquo; ...ผมรู้ว่าเขาคือชาวสวนยางจากชุมพรที่นอนอยู่ข้างๆผมที่ถนนราชดำเนิน ผมตอบไปว่า &amp;ldquo;เรียกเฮียเหมือนเดิม แล้วรู้ได้ไงว่าเฮียเป็นหมอ&amp;rdquo;...เขาตอบว่า &amp;ldquo;บนเวทีสนามบินสุวรรณภูมิประกาศขอบคุณ พลตรี นายแพทย์ เหรียญทอง แน่นหนา ผอ.รพ.มงกุฎวัฒนะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้น 6 ปีต่อมา...ในเย็นวันที่ 14 ก.พ.57 หลังจากผมและครอบครัวไปดันโล่ตำรวจ ผมได้รับโทรศัพท์จากชายคนหนึ่งว่า &amp;ldquo;เฮีย ผมขอให้กำลังใจเฮียนะ สู้สู้&amp;rdquo;...ผมตอบว่า &amp;ldquo;เฮียถวายสัตย์ว่าจะดูแลประชาชนของในหลวง เฮียก็ต้องสู้สิวะ&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10530</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ, พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย, สลายม็อบพันธมิตร, หมอเหรียญทอง, องค์กรเก็บขยะแผ่นดิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180528/image_big_5b0b9e7b3ee30.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9469</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2018 16:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2018 15:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทนายพันธมิตรฯแจ้งด่วน!ลูกความชนะคดี7ตุลาเตรียมเอกสารรับเงินค่าสินไหมจากสตช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 พ.ค. 61 - นางสาวพวงทิพย์ บุญสนอง หรือ ทนายมิ้นท์ &amp;nbsp; ทนายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย &amp;nbsp;แจ้งผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;ลูกความคดีสลายการชุมนุม 7 ตุลา&amp;nbsp;ตามที่ศาลปกครองสูงสุดพิพากษาให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้บาดเจ็บ&amp;nbsp;จึงขอให้ท่านที่มีชื่อเป็นผู้ฟ้องคดี มายื่นคำร้องขอรับเงินที่ศาลปกครอง แจ้งวัฒนะ &amp;nbsp;โดยทีมทนายจะไปช่วยดำเนินการ ในวันที่ดังนี้&amp;nbsp;วันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม 2561&amp;nbsp;วันพุธที่ 23 พฤษภาคม 2561&amp;nbsp;วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤษภาคม 2561&amp;nbsp;วันศุกร์ที่ 25 พฤษภาคม 2561&amp;nbsp;เวลา 10.00 - 14.00 น.&amp;nbsp;สิ่งที่ต้องนำไปด้วย 1. สำเนาบัตรประชาชน 2. สำเนาหน้าสมุดบัญชีธนาคารกรุงไทย(ถ้ามี)&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เมื่อวันที่ 31 ม.ค.ที่ผ่านมาศาลปกครองกลางได้อ่านคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขดำที่ อ. 280/2556 หมายเลขแดงที่ อ. 1442/2560 ในคดีที่นายชิงชัย &amp;nbsp;อุดมเจริญกิจ กับพวกรวม 250 คน ผู้ฟ้องคดี และนายกร &amp;nbsp;เอี่ยมอิทธิพล กับพวกรวม 11 คน ผู้ร้องสอด ฟ้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 กรณีสลายการชุมนุมบริเวณหน้ารัฐสภาเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยศาลปกครองสูงสุดพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ฟ้องคดีและผู้ร้องสอดจำนวนตั้งแต่ 8,900 บาท ถึง 5,190,964.80บาท พร้อมดอกเบี้ยโดยให้มีสิทธิได้รับในความเสียหายเท่าที่เหลือจากที่ได้รับเงินทดแทนเยียวยาความเสียหายจากหน่วยงานของรัฐตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2555&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9469</URL_LINK>
                <HASHTAG>7ตุลา51, คดี7ตุลา, ชดเชยเยียวยาพันธมิตร, พธม., พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย, สลายม็อบพันธมิตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180518/image_big_5afe945db263e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
