<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>3917</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/02/2018 15:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/02/2018 15:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จดหมายลาตาย&#039;สล้าง&#039;อาจทำให้คนไทยเข้าใจผิดต่อระบบขนส่งมวลชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รูป:เพจ logistic and development Thailand forum
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;26 ก.พ.61- เพจ logistic and development Thailand forum &amp;nbsp;เพจที่นำเสนอประเด็นเกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ &amp;nbsp;ตั้งข้อสังเกตในจดหมายลาตายของพล.ต.อ.สล้าง บุนนาค อดีตอธิบดีกรมตำรวจ &amp;nbsp;ที่เสียชีวิตจาการฆ่าตัวตายโดดจากชั้น 7 ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งระบุว่าให้คัดค้านระบบขนส่งมวลชนการสร้างรางรถไฟรางคู่ ขนาด 1 ม. &amp;nbsp;รวททั้งสนับสนุนให้สร้างถนนออโต้บาห์น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพจดังกล่าวระบุว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;....เรื่องที่กำลังจะเป็นประเด็นในไม่ช้านี้ก็คงไม่พ้น 3 เรื่องหลัก ที่ได้ถูกเขียนไว้ในจดหมายของท่านได้แก่ การคัดค้านการสร้างรถไฟฟ้ายกระดับหลายสายในกรุงเทพมหานคร คัดค้านการสร้างรถไฟทางคู่ขนาดเมเตอร์เกจ และการสนับสนุนการสร้างซุปเปอร์ไอเวย์หรือ ออโตบาห์น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื้อความของจดหมาย หมายถึงอะไร และมีท่านมีความคลาดเคลื่อนด้านความเข้าใจอย่างไร โดยทางเรามีจุดประสงค์เพียงไขข้อสงสัยของสัย และให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ผู้เข้าชมเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ร้านกาแฟชั้นบน เพื่อนๆลูกหลาน ที่รัก พ่ออยู่ได้ไม่เกิน 2 ปี ขอจากไปอย่างเกิดประโยชน์ ขอให้ทุกคนที่ทราบเรื่องช่วยกันคัดค้าน รางคู่ขนาน 1.000 ม. รถไฟฟ้ายกระดับ ผลักดันให้สร้างถนน AUTO BAHN ช่วยกันทำหนังสือนี้ แจกกันให้มากๆ พ่อนับ 1-1000 แล้ววิธีการนี้ จะเป็นประโยชน์ ขอให้คนที่รักทุกคนด้วย พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค อย่าตำหนิ ขอให้ภูมิใจ ถ้าไม่ทำอย่างนี้ จะไม่มีใครรู้เรื่องเพราะสื่อ ช่วยกันปกปิดแล้วส่งเสริม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในประเด็นที่ 1 &amp;ldquo; รถไฟทางคู่ขนาด 1 เมตรไม่เหมาะสม สมควรเปลี่ยนเป็นราง 1.435 หรือที่เรียกว่า standard gauge &amp;ldquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยได้กล่าวถึงความไม่เหมาะสมของรุปแบบโครงการรถไฟทางคู่ขนาด 1 เมตร ที่ปัจจุบัน กำลังก่อสร้างอยู่หลายสายรวมระยะทางเกือบ 900 กม. ได้แก่ ช่วงนครปฐม-หัวหิน,หัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์,ประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร,ลพบุรี-ปากน้ำโพ,มาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ, ชุมทางถนนจิระ &amp;ndash; ขอนแก่น , ฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอย ว่า เป็นเกจที่ไม่ได้มาตรฐาน และแคบเกินไป สมควรเปลี่ยนเป็นรางขนาด 1.435 หรือ standard gauge เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านความมั่นคง น้ำหนักบรรทุก และความเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ราง standard gauge เป็นเพียงชื่อสั้นๆของคำว่า European standard gauge เท่านั้น เพราะเป็นมาตรฐานที่ไดรับความนิยมในแถบยุโรปตะวันตก มิได้หมายถึงขนาดรางมาตรฐานสากลแต่อย่างใดเลย ในประเทศอื่นๆ ก้มีขนาดเกจแตกต่างกันมากกว่านี้อีกเช่น broad gauge 1.676 ของแถบเอเชียใต้ Three foot six inch gauge 1.067 ในญี่ปุ่น และไต้หวัน &amp;nbsp;และ meter gauge 1.000 ของประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมทั้งไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ราง meter gauge มีประสิทธิภาพทัดเทียมรางเกจอื่นๆ ถ้ามีการดุแลรักษาอย่างดีพอ ราง standard gauge ในหลายๆประเทศ สามารถทำความเร็วได้เพียง 50 กม.ต่อชั่วโมงเท่านนั้นเนื่องจากขาดการดูแลรักษา ในขณะที่ราง 1 เมตร 6เซนติเมตรของญี่ปุ่นสามารถให้บริการรถไฟด่วนด้วยความเร็ว 140 กม.ต่อชั่วโมงได้ ทั้งนี้ ถ้าหากประเทศไทยดำเนินโครงการรถไฟทางคู่บนเส้นทางสายหลักรวมถึงการจัดหารถไฟดีเซลรางใหม่เสร็จ รถไฟทางคู่ไทยนั้นจะสามารถรองรับความเร็วสูงสุดได้ถึง 160 กม.ต่อชม โดยให้บริการเฉลี่ยที่ 130 กม.ต่อชั่วโมง นอกจากนี้ ถึงประเทศไทยจะลงทุนมหาศาลเปลี่ยนไปใช้ราง standard gauge ก็จะทำความเร็วได้ไม่ถึง 180 กม.ต่อชั่วโมงอยู่ดี เนื่องจากหลายๆปัจจัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.รางเมตเตอร์เกจ สามารถทำให้ประเทศไทย เชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านได้ เนื่องจาก ทุกประเทศรอบประเทศไทยนั้น ใช้ราง 1เมตรเหมือนกันทั้งสิ้น สามารถโอนถ่ายสินค้าและผู้โดยสารข้ามชายแดน โดยไม่ต้องเปลี่ยนขบวน ถ้าจู่ๆประเทศไทยใช้ราง 1.435 เมตรขึ้นมา โครงการที่จะให้รถไฟด่วน ETS ของมาเลเซ๊ยวิ่งขึ้นมาถึงหาดใหญ่ก็คงไม่มีวันเกิดขึ้นได้ เพราะใช้คนละเกจกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.ขบวนรถไฟและอุปกรณ์แทบทุกอย่างสําหรับราง 1เมตรยังมีการผลิตขึ้นในสายการผลิตต่างๆทั่วโลก โดยยืนยันได้จากหัวรถจักร และตู้โดยสารใหม่จากประเทศจีน รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงจากประเทศญี่ปุ่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5. ในปัจจุบันประเทศไทยมีการพัฒานารถไฟทางคู่ขนาด 1.435 อยู่เช่นกัน แต่ไม่ใช่รถไฟทางคู่ธรรมดา แต่เป็นทางคู่แบบพิเศษรองรับรถไฟความเร็วสูงนั่นเอง (250 กม.ต่อชั่วโมง ) โดยจะสร้างขนานไปกับทางคู่เดิม โดยมี 1 โครงการที่ได้รับการอนุมัติแล้ว ( กรุงเทพ &amp;ndash; นครราชสีมา ) และอีกสองโครงการอยู่ในระหว่างการพิจารณาได้แก่ กรุงเทพ &amp;ndash; พิษณุโลก, กรุงเทพ &amp;ndash; ระยอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากทั้ง 5 ข้อนี้ จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมรัฐบาลถึงเร่งพัฒนา ทางคู่ทั้ง 2 รูปแบบไปพร้อมๆกัน โดยไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปเปลี่ยน หรือไปยุ่งกับราง 1 เมตรเดิมให้เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมโดยไม่จำเป็น เพราะเราสามารถพัฒนาราง 1 เมตรได้อีกมากมาย และใช้ราง 1.435 ในการสร้างรถไฟความเร็วสูงโดยเฉพาะซึ่งจะมีประสิทธิภาพเหนือกว่าราง 1.435 ธรรมดาหลายเท่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในประเด็นที่ 2 การคัดค้านการสร้างรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนยกระดับ เนื่องจากบดบังทัศนียภาพ ในหัวข้อนี้ ไม่มีอะไรผิดไปจากความจริงเลย เว้นเสียแต่ว่าค่าใช้จ่ายในการสร้างรถไฟใต้ดินนั้นมีราคาสูงกว่าสร้างลอยฟ้าถึง 3 เท่าในระยะทางเท่าๆกันและยังรวมไปถึงการปิดช่องจราจร การวางปล่องระบายอากาศ จากการศึกษาต่างๆจากทั้งองค์กรทั้งในและนอกประเทศ จึงมีผลสรุปว่า การสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินในเขตเมือง และยกระดับในเขตชานเมือง เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด จนมีผลมาถึงการดำเนินโครงการต่างๆในปัจจุบัน ขออย่าให้เข้าใจผิดและคัดค้านโครงการเหล่านี้เลย ถ้าโครงการโครงการหนึ่งล่าช้าไปเพียง 5ปี การจราจรในกรุงเทพก็คงวิกฤติขึ้นจนน่ากลัว ทัศนียภาพจะเป็นเพียงปัญหาเล็กๆไป เมื่อถึงจุดนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในประเด็นที่ 3 การสนับสนุนการก่อสร้างถนนออโตบาห์น หรือ ซุเปอร์ไฮเวย์ ออโตบาห์น Autobahn มาจากคำว่า german auto bahn คือ ทางหลวงของเยอรมนีนั่นเอง โดยมีลักษณะเฉพาะคือ การทำความเร็วสูงสุดเท่าไหร่ก็ได้ โดยรองรับซุปเปอร์คาร์แทบทุกประเภท จนถึงรถบรรทุกขนสินค้า น้ำหนักหลายสิบตัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ถนนที่เป็นไฮเวย์คุณภาพสูงไม่จำเป็นต้องเป็น autobahn ณ ปัจจุบัน ประเทศไทยมีถนนที่สามารถเรียกได้ว่าติดมาตรฐานไฮเวย์สากลได้หลายสายอยู่แล้ว โดยเฉพาะมอเตอร์เวย์ระหว่างเมืองอย่าง กรุงเทพ &amp;ndash; ชลบุรี และ กรุงเทพ นครราชสีมาในอนาคต และยังมีโครงการมอเตอร์เวย์ต่างๆอีกหลายเส้นทาง เช่น บางใหญ่-กาญจนบุรี พัทยา-มาบตะพุด ที่อยู่ในระหว่างการก่อสร้างอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ด้วยค่าบำรุงรักษาถึง 23 ล้านบาทต่อปีต่อ1กิโลเมตร การจะสร้างโครงข่าย ออโตบาห์นครอบคลุม เส้นทางหลักผ่านพื้นที่สำคัญของประเทศไทยระยะทางประมาณ 8400 กิโลเมตร นอกจากจะมีราคาสูงมากแล้ว ค่าบำรุงรักษาก็ย่อมสูงเช่นกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3. ประเทศไทยมิใช้ hub การผลิตรถยนต์ประเภท sport หรือ supercar รถยนต์บนถนนส่วนใหญ่ในไทยเป็นรถกระบะ และ SUV ที่ถูกออกแบบมาให้ทำความเร็วไม่มากอยู่แล้ว ดังนั้นการสร้าง autobahn เพื่อรองรับความเร็วสูง จึงแลดูเกินความจําเป็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จาก 3 ข้อนี้ เป็นเหตุผลเพียงพอที่จะอธิบายได้ว่า ปัจจุบันมีการขยายทางหลวงพิเศษ ระหว่างเมืองอย่างต่อเนื่อง แต่การสร้างถนนในรูปแบบ auto bahn เพื่อความเร็วแบบไม่จำกัด ยังคงเกินความจำเป็นสำหรับประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บทสรุป จากจดหมายของท่าน ทําให้เราได้ทราบว่าท่านมีอุดมการณ์ในการพัฒนาระบบขนส่งและโลจิสติกส์ ของไทย แต่แนวคิดหลายๆเรื่องของท่าน &amp;nbsp;&amp;quot; ก็อาจนําความเข้าใจผิดด้านระบบขนส่ง หลายๆเรื่อง ไปสู่คนไทยเช่นกัน &amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เราคาดหวังว่า ในอนาคตถึงแม้แนวทางการพัฒนา อาจจะไม่ตรงกับที่ท่านหวังไว้ แต่ทุกโครงการ จะนําไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนของคนไทยแน่นอน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3917</URL_LINK>
                <HASHTAG>AUTO BAHN., จดหมายสั่งเสีย, ถนนออโต้บาห์น, พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค, รถไฟรางคู่ขนาด 1ม., ระบบขนส่งมวลชน, สล้าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180226/image_big_5a93c3d98a39a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3855</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/02/2018 08:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/02/2018 15:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สล้าง บุนนาค&#039;อดีตมือปราบ&#039;โจ ด่านช้าง&#039;กระโดดตึกปลิดชีพตัวเอง!(คลิป)</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ที่มาภาพ http://www.salang2479.com/&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.พ.2561 - &amp;nbsp;&amp;nbsp;เมื่อเวลา 11.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด รับแจ้งเหตุว่ามีชายพลัดตกจากที่สูงเสียชีวิต ภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา แจ้งวัฒนะ เลขที่ 99/9 หมู่ 2 ถนนแจ้งวัฒนะ ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พบจุดเกิดเหตุอยู่ที่บริเวณหน้าร้านคริสปี้ ครีม ชั้น 1 ของศูนย์การค้าดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่ศูนย์การค้าฯ นำชายคนดังกล่าวส่งโรงพยาบาลชลประทาน ปากเกร็ด ไปก่อนหน้านั้นแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทราบชื่อต่อมาคือ พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค อายุ 81 ปี อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ อยู่บ้านเลขที่ 9/9 หมู่ 5 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด และสอบปากคำ น.ส.วาสนา กราดทั่ง พยานที่เห็นเหตุการณ์ เผยว่าก่อนเกิดเหตุเห็นผู้เสียชีวิตเดินอยู่บนชั้น 7 ตามปกติ จากนั้นได้เดินไปที่กระจกทางกั้น แล้วปีนข้ามและพลัดตกลงไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนได้ตรวจสอบเอกสารของชายคนดังกล่าว ไม่พบเอกสารยืนยันตัวบุคคล และพบกระดาษเขียนด้วยลายมือ ปรากฏข้อความลาตาย ลงชื่อ พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นพยานหลักฐาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เสร็จแล้วจึงเดินทางไปยังโรงพยาบาลชลประทาน และได้ตรวจสอบรูปพรรณศพ พบว่าผู้เสียชีวิตคือ พล.ต.อ.สล้าง จริง จึงได้แจ้งแพทย์นิติวิทยาศาสตร์ มาร่วมชันสูตรศพต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับจดหมายลาตายของ พล.อ.สล้าง เป็นสมุดฉีก ด้วยปากกาเมจิกสีน้ำเงิน ใจความว่า &amp;quot;ร้านกาแฟชั้นบน เพื่อนๆ ลูกหลานที่รัก พ่ออยู่ได้ไม่เกิน 2 ปี ขอจากไปอย่างเกิดประโยชน์ ขอให้ทุกคนที่ทราบเรื่อง ช่วยกันคัดค้าน รางคู่ขนาด 1.000 เมตร รถไฟฟ้ายกระดับ ผลักดันให้สร้างถนน Autobahn (ถนนออโตบาห์น หรือ ถนนไม่จำกัดความเร็ว) ช่วยกันทำหนังสือนี้แจกกันให้มากๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ่อนับ 1-1,000 แล้ว วิธีการนี้จะเป็นประโยชน์ ขอโทษคนที่รักทุกคนด้วย พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค อย่าตำหนิ ขอให้ภูมิใจ ถ้าไม่ทำอย่างนี้ จะไม่มีใครรู้เรื่อง เพราะสื่อ ช่วยกันปกปิดแล้วส่งเสริม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนแผ่นที่ 2 เขียนข้อความว่า &amp;quot;งานพิธี พ่อขอแต่งชุดสากล รูป เครื่องแบบปกติสีกากี เอาทิ้ง ขอร้องให้พิมพ์เอกสารนี้แจกจ่าย เพื่อประชาชนจะได้ทราบและเรียกร้องสิทธิของตนเอง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แผ่นที่ 3 ระบุข้อความ &amp;quot;ขอให้ลูกเอื้อเฟื้อเกื้อกูลกัน ขอให้หลานเป็นเด็กดี ขอให้ชมรม ... (ข้อความอ่านไม่ชัด) รักกันตลอดไป ฝากลา ป.200 ด้วย ปฏิรูปตำรวจ ทำแค่จะมีเครื่องมือช่วยในการทำงานอย่างไร เอาเงินในโต๊ะทำงานให้นุช 20,000 .- การไป รพ. ไม่ใช่ความผิดของนุช&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.สล้าง เกิดเมื่อวันที่ 5 มี.ค. 2480 ที่ จ.ราชบุรี เป็นบุตรของหลวงพินิตพาหนะเวทย์ (พิง) มารดาชื่อ ทองอยู่ (สกุลเดิม ลิมปิทีป) สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ และวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รับราชการในกรมตำรวจ ระหว่างที่รับราชการอยู่นั้น พล.ต.อ.สล้าง ได้รับฉายาว่า &amp;quot;เสือใต้&amp;quot; จากผู้ใต้บังคับบัญชา จากการเป็นนายตำรวจมือปราบ คู่กับ พล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ ซึ่งได้รับฉายาว่า &amp;quot;สิงห์เหนือ&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; เคยมีบทบาทสำคัญในเหตุการณ์ 6 ตุลา 19 ขณะนั้น พล.ต.อ.สล้าง &amp;nbsp;เป็นรองผู้กำกับการ 2 รับคำสั่งจาก พล.ต.ต.สุวิทย์ โสตถิทัต ผู้บังคับการกองปราบปราม ของคืนวันที่ 5 ตุลาคม 2519 ให้นำกำลังตำรวจปราบจลาจล 200 นายไปรักษาความสงบที่บริเวณท้องสนามหลวง และหน้า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใน ครั้งนั้นมีการเรียกกำลังของตำรวจตระเวนชายแดนประมาณ 50-60 นาย ซึ่งมีอาวุธปืนขนาดใหญ่ ปืนครก อาวุธปืนที่ติดกล้องเล็ง และตำรวจแผนกอาวุธพิเศษ หรือหน่วย &amp;quot;สวาท&amp;quot; ทั้งแผนกอีก 45 นาย ในเช้าวันนั้นเฉพาะกำลังส่วนที่ติดอาวุธหนัก และร้ายแรงที่สุดของกรมตำรวจ 3 หน่วยนี้ที่ถูกใช้ในการโจมตีมีถึง 300 คน นอกจากนี้ยังมีตำรวจจาก สน.และหน่วยงานอื่นๆ อีกประมาณ 50 ถึง 100 หน่วยงานเข้าร่วมด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลาประมาณ 8.00 น. ของวันเดียวกัน ก็ได้รับคำสั่งจากอธิบดีกรมตำรวจ ให้เข้าไปทำการตรวจค้นจับกุม และให้ใช้อาวุธปืนได้ตามสมควร แต่อย่างไรก็ตามที่ได้รับคำสั่งให้ใช้อาวุธได้ จากอธิบดีตำรวจนั้น ได้รับคำสั่งโดยมีนายตำรวจ มาบอกด้วยวาจา และมีการมาบอกกันหลายคน จนเกิดการใช้อาวุธหนักโจมตีเข้าไปใน ม.ธรรมศาสตร์ จึงมีนักศึกษา ประชาชน เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนั้นเป็นจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บทบาท พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค ในวันที่ 6 ตุลาคม 2519 มีมากมาย แน่นอนว่าบทบาทของเขาในวันนั้นยังไม่หมดเท่านี้ ก่อนจะหมดวัน &amp;quot;ได้รับคำสั่ง&amp;quot; ให้ไปปฏิบัติการที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง และทำให้มีชื่อเสียงที่ไม่อาจลบล้างได้จนทุกวันนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในบ่ายวันดียวกัน หลังจากที่กลุ่มฝ่ายขวาเสร็จสิ้น &amp;quot;การฆ่าฟันนักศึกษาที่ธรรมศาสตร์&amp;quot; สถานีวิทยุยานเกราะ ก็ได้สั่งการต่อให้กลุ่มลูกเสือชาวบ้านเดินทางไปที่สนามบินดอนเมือง เพื่อทำร้าย ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ขณะนั้นดำรงตำแหน่งอธิการบดี ม.ธรรมศาสตร์ แต่เจ้าหน้าที่สนามบินไม่ให้เข้าไป อย่างไรก็ตามพล.ต.อ.สล้าง ได้เดินทางไปที่ดอนเมืองตามคำสั่งของสถานีวิทยุยานเกราะ โดยที่ไม่ได้รับคำสั่งจากกรมตำรวจ และ พล.ต.อ.สล้าง ได้เข้าไปด่าว่า ดร.ป๋วย ขณะที่พูดโทรศัพท์อยู่ และตบหู จนโทรศัพท์ออกจากมือของ ดร. ป๋วย หลายปีภายหลัง พล.ต.อ.สล้าง ได้พยายามแก้ตัวว่า ได้รับวิทยุสั่งการโดยตรงจาก พล.ต.ต.สงวน คล่องใจ ผู้บังคับการกองปราบฯ ให้รีบเดินทางไปที่สนามบินดอนเมือง เพื่อป้องกันช่วยเหลือ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ให้รอดพ้นจากการทำร้ายจากกลุ่มประชาชน พวกนวพล และกระทิงแดงให้ได้ จึงได้รีบเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกคดีที่โด่งดังคือ คดีวิสามัญฆาตกรรม โจ ด่านช้าง และพวกอีก 5 คน เมื่อปี&amp;nbsp;2539&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุเกิดจากชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่ง คือ นายศุภฤกษ์ เรือนใจมั่น หรือ โจ ด่านช้าง หัวหน้าแก๊ง นายสุบิน เรือนใจมั่น น้องชายของโจ ด่านช้าง นายประสิทธิ์ โพธิ์หอม นายยิ้ว ปริวัตรสกุลแก้ว นายหยัด และนายปราโมทย์ (ไม่ทราบนามสกุล) นำอาวุธสงครามครบมือ หวังฆ่านายอุบล หรือ เล็ก บุญช่วย อายุ 31 ปี หลังถูกหักหลังในธุรกิจค้ายาบ้าที่ทำร่วมกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ตำรวจ สภ.อ.สองพี่น้องสามารถสกัดทัน คนร้ายหลบที่ใต้ถุนสูงและมีน้ำท่วมรอบบ้านเลขที่ 107/1 หมู่ 5 ตำบลบางใหญ่ อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี และมีตัวประกันอยู่ในบ้านถึง 3 คน คือ นายประสงค์ ครุฑใจกล้า อายุ 45 ปี เจ้าของบ้าน ที่ป่วยเป็นอัมพาต นางบรรยงค์ ข้อทน อายุ 40 ปี ภรรยา และ ด.ญ.ประสาน ครุฑใจกล้า อายุ 11 ขวบ ลูกสาว จึงมีการปะทะกันอย่างต่อเนื่องกับคนร้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.สล้าง นั่งเฮลิคอปเตอร์เดินทางไปสั่งการด้วยตัวเอง และเรียกประชุมนายตำรวจที่เกี่ยวข้องเพื่อหาทางคลี่คลาย มีคำคำสั่งให้ใช้การเจรจาเกลี้ยกล่อม และให้ตำรวจแฝงกายล้อมตัวบ้านในระยะใกล้ที่สุด เพื่อรอจังหวะลงมือ พร้อมส่ง พ.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งผู้บังคับการกองปราบปราม ถอดเครื่องแบบเดินถือโทรโข่งลุยน้ำเข้าไปเจรจา คนร้ายทั้ง 6 คน ยอมปล่อยตัวประกันและขอมอบตัว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาคนร้ายทั้ง 6 ถูกใส่กุญแจมือ และถูกตำรวจพาเดินลุยน้ำมาจนถึงฝั่ง เหตุการณ์ที่ดูทีท่าว่าจะคลี่คลายไปด้วยดีกลับตาลปัตรไปอย่างไม่น่าเชื่อ คำให้การของฝ่ายตำรวจบอกว่า คนร้ายได้ขอให้ตำรวจนำตัวกลับเข้าในบ้านอีกรอบ เพื่อค้นหาอาวุธของกลาง ตำรวจจึงพากลับไปตามที่ร้องขอ หลังเข้าไปในบ้านประมาณ 20 นาที เกิดมีเสียงปืนรัวขึ้น สิ้นเสียงปืนคนร้ายทั้ง 6 คนถูกวิสามัญฆาตกรรม จนเป็นตำนานอื้อฉาวของพล.ต.อ.สล้าง ถูกขนานนามว่ามือปราบวิสามัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3855</URL_LINK>
                <HASHTAG>จดหมายลา, พยามฆ่าตัวตาย, พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค, มือปราบโจด่านช้าง, รองอธิบดีกรมตำรวจ, สล้าง, เซ็นทรัล, เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ, แจ้งวัฒนะ, โดดตึก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180225/image_big_5a9277d5c4c7f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
