<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>9911</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2018 18:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2018 18:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถวายเสาเสมาธรรมจักรแก่ประมุขสงฆ์หลายประเทศ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถวายเสาเสมาธรรมจักรแก่ประมุขสงฆ์ &amp;nbsp;สร้างทายาทพุทธสืบทอดหลักปฏิบัติศาสนพิธี ฝากพระอนุรักษ์อักษรธรรม-จารีตประเพณีท้องถิ่น &amp;#39;ครูมืด&amp;#39;ภูมิใจร่วมฟื้นฟูสวดโอ้เอวิหารราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
24 พ.ค.61-นายมานัส ทารัตน์ใจ อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวในการประชุมเชิงปฏิบัติการส่งเสริมเครือข่ายผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา ประจำปี 2561 ที่วัดสามพระยาว่า &amp;nbsp; กรมการศาสนา (ศน.) ได้จัดประชุม พระเถระ พระสงฆ์ พุทธศาสนิกชนที่ได้รับคัดเลือกและประกาศเกียรติคุณให้เป็นผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา ประจำปี 2561 &amp;nbsp;โดยปีนี้นอกจากจะมอบรางวัลเสาเสมาธรรมจักรให้แก่พระเถระ พระสงฆ์ และพุทธศาสนิกชนคนไทยแล้ว ยัง เป็นปีแรกที่ ศน. ได้ถวายรางวัลเสาเสมาธรรมจักรแก่ประมุขสงฆ์ต่างประเทศ ได้แก่ กัมพูชา ลาว &amp;nbsp;พระเถระจากประเทศศรีลังกาและเมียนมา ขณะเดียวกันยังมอบให้กรมการศาสนาของลาว ตลอดจนพุทธศาสนิกชนจากทวีปยุโรปและอเมริกาที่ร่วมส่งเสริมกิจการทางพระพุทธศาสนา และสอนวิปัสสนากรรมฐานให้กับผู้ที่สนใจในวัดไทยในต่างประเทศ &amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้งสิ้น 160 รูป/คน โดยในวันที่ 25 พ.ค. นี้ ทั้งหมดจะเข้ารับพระราชทานรางวัลเสาเสมาธรรมจักรจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายมานัส กล่าวต่อว่า เป้าหมายหลักของการประชุม ศน.ต้องการส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชนร่วมบำเพ็ญประโยชน์ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา &amp;nbsp; &amp;nbsp; อีกทั้งเป็นการสร้างความเข้าใจในภารกิจของศน.ที่ได้ดำเนินการอยู่ &amp;nbsp;รวมถึงที่ดำเนินการร่วมกับคณะสงฆ์ &amp;nbsp; เช่น โครงการศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ โครงการเข้าวัดวันธรรมสวนะ โครงการลานธรรมลานวิถีไทย &amp;nbsp;โครงการชุมชนคุณธรรมพลังบวร เป็นต้น &amp;nbsp;นอกจากนี้ ศน. อยากให้ทุกฝ่ายศึกษาเรียนรู้หลักปฏิบัติทางพระพุทธศาสนาอย่างถูกต้อง เพราะมีหลายกรณีที่ทำผิดหลักปฏิบัติ เช่ต บางงานจัดวางโต๊ะหมู่บูชา โดยวางพระพุทธรูปอยู่ต่ำกว่าพระบรมฉายาลักษณ์ ซึ่งในทางปฏิบัติพระพุทธรูปต้องตั้งอยู่สูงสุด ดังนั้น การที่ศน.ได้จัดอบรมข้อปฏิบัติ ศาสนพิธี พระราชพิธีให้แก่ตัวแทนจากทุกจังหวัดทั่วประเทศแล้วอยากให้เป็นแม่ไก่กลับไปขยายผลสู่ทุกภาคส่วน สร้างผู้รู้เพื่อให้คำแนะนำได้และผู้ปฏิบัติไม่จำเป็นต้องให้ผู้สูงอายุเสมอไป &amp;nbsp;หากฝึกให้คนรุ่นใหม่สามารถเรียนรู้หลักปฏิบัติอย่างถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมขอฝากพระคุณเจ้าในขณะเทศน์ หรือสอนให้พูดถึงหลักธรรมพระพุทธเจ้าในทางที่ถูกต้อง อีกทั้งให้ ร่วมอนุรักษ์ ส่งเสริม จารีตประเพณีท้องถิ่นหลายเรื่องที่เกี่ยวข้องกับศาสนา เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้ร่วมสืบสาน สืบทอดและร่วมอนุรักษ์อย่างถูกต้อง &amp;nbsp;โดยเฉพาะมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ซึ่งปัจจุบันองค์การยูเนสโกได้ให้ความสำคัญกับการปกป้องคุ้มครองสิ่งเหล่านี้ &amp;nbsp;เช่น อักษรธรรม ตำรายา ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น นิทานพื้นบ้านหรือ มุขปาฐะ คนรุ่นใหม่ไม่สนใจ น่าเสียดายบางวัดไม่เห็นคุณค่า นำไปเผาใช้ทำเป็นมวลสารสร้างจตุคามรามเทพช่วงกำลังดัง สิ่งเหล่านี้จึงค่อยๆ หายไป ขณะที่ชาวพุทธขอให้พึงตระหนักถึงสิ่งที่ถวายพระสงฆ์ต้องเป็นสิ่งที่บริสุทธิ์ &amp;nbsp;เพื่อให้เป็นทานอันบริสุทธิ์ด้วย&amp;rdquo; นายมานัส กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายประสาท ทองอร่าม ข้าราชการบำนาญ กรมศิลปากร ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา ประเภทส่งเสริมและอนุรักษ์วัฒนธรรมมรดกไทยทางพระพุทธศาสนา กล่าวว่า ตนได้สืบทอดการสวดโอเอ้วิหารราย เป็นประเพณีที่มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา แต่ค่อยๆ สูญหายไปจนได้รับการฟื้นฟูสมัยรัตนโกสินทร์ แต่ก็ยังไม่ได้รับความนิยม จนกระทั่งปี 2504 นายธนิต อยู่โพธิ์ อดีตอธิบดีกรมศิลปากรสามารถสวดท่วงทำนองโอ้เอวิหารรายได้รื้อฟื้นขึ้นมา ตนและเพื่อนครูในกรมศิลปากรได้รับการคัดเลือกให้ฝึกรุ่นแรก ต่อมากรมศาสนาได้ประสานให้ช่วยสอนวิธีการสวดโอเอ้วิหารรายให้กับครูและนักเรียนในกรุงเทพฯ เพื่อให้เด็กๆ ได้มาร่วมสวดกันรายรอบอุโบสถเหมือนสมัยกรุงศรีอยุธยา ปกติจะสวดกันในช่วงต้นพรรษา กลางพรรษาและปลายพรรษา บทที่ใช้สวดเกี่ยวกับธรรมะ &amp;nbsp;ศีล 5 และเป็นตำราการเรียนการสอน การใช้ภาษาไทย ผู้ที่ฝึกสวดโอ้เอ้วิหารรายจะเป็นผู้ที่ใช้ภาษาไทยได้อย่างถูกต้องต่อไปในอนาคต ภาษาจะไม่วิบัติ ปัจจุบันขยายผลการสอนไปจังหวัดต่างๆ &amp;nbsp;ให้คนรู้จักมากยิ่งขึ้น ภูมิใจได้ทำคุณประโยชน์ต่อแผ่นดิน สนับสนุนสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวมาเรียม ยัง ชาวแคนาดา ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา สาขาการแผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่างประเทศ กล่าวว่า ตนเป็นหนึ่งในชาวต่างชาติจำนวนมากที่สนใจมาปฏิบัติธรรมที่วัดพระธาตุศรีจอมทอง จ.เชียงใหม่ ศึกษาธรรมอยู่กว่า 10 ปี และพัฒนาเป็นครูสอนการปฏิบัติวิปัสนากรรมฐาน จนกระทั่งกลับแคนาดาได้เปิดสำนักวิปัสนากรรมฐาน เผยแผ่คำสอนพุทธศาสนา โดยเฉพาะการนำหลักอริยสัจ 4 และศีล 5 ใช้ในการดำเนินชีวิต มีชาวแคนาดา สหรัฐ และยุโรป สนใจมาฝึกปฏิบัติ ทำให้รู้จักดำรงตนในทางที่ดี คิดถึงประโยชน์ส่วนรวม การได้รับยกย่องเป็นผู้ทำคุณประโยชน์ครั้งนี้เป็นแบบอย่างให้ชาวต่างประเทศปฏิบัติตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9911</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการศาสนา, ครูมืด, มานัส ทารัตน์ใจ, วันวิสาขบูชา, สวดโอ้เอ้วิหารราย, เสาเสมาธรรมจักร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180524/image_big_5b069e3bbe683.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
