<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>42117</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2019 08:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2019 08:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &quot;นำศาสตร์พระราชา&quot; สู่จังหวัดชายแดนใต้  ผ่านการพัฒนา&quot;ทุเรียน&quot; คุณภาพระดับส่งออก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุเรียนใต้สูงมาก ต้องปีนป่ายขึ้นไปตัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;แนวพระราชดำริ&amp;nbsp;&amp;ldquo;เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร&amp;nbsp;ในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทางมูลนิธิปิดทองหลังพระ&amp;nbsp;และสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ ได้สืบสานแนวพระราช ดำริ มาอย่างต่อเนื่อง และนำไปขยายผลสู่ชุมชนท้องถิ่นอย่างกว้างขวาง เพื่อความอยู่ดีมีสุขของประชาชน&amp;nbsp;โดยสร้างกระบวนการทำความเข้าใจกับชาวบ้านให้กล้าที่จะแสดงความคิดเห็น สะท้อนปัญหาของตนเองและชุมชนสร้างผู้นำใหม่ในพื้นที่ ทำให้แผนงานพัฒนาชุมชนเกิดจากความต้องการของชาวบ้านจริง สามารถเชื่อมโยงกับแผนพัฒนาของหน่วยงานต่างๆ

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อไม่นานนี้ สถาบันส่งเสริมและพัฒนาปิดทองหลังพระ นำคณะสื่อมวลชนพื้นที่ในอ.กรงปีนัง จ.ยะลา หนึ่งในพื้นที่ของโครงการทุเรียนคุณภาพ &amp;nbsp; &amp;ldquo;โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพตามศาสตร์พระราชาในจังหวัดชายแดนใต้&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ต่อเนื่องรุ่นที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp; โดยได้ดำเนินงานตามมติของรัฐบาลในการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบแห่งใหม่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาแก้ไขปัญหาเร่งด่วน (Quick Win)&amp;nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่นศรัทธาของชาวบ้านและหน่วยงานภาคี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุเรียนจากสวนในอำเภอกรงปีนัง สีเหลืองนวล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยเป็นผลมาจากความสำเร็จในการนำร่องโครงการเมื่อปีที่แล้ว &amp;nbsp;ในพื้นที่ต้นแบบบ้าน กม. 26 ใน ตำบลตาเนาะปูเต๊ะ อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา ที่มีเกษตรกรเข้าร่วม 18 ราย ทุเรียนจำนวน 324 ต้น จำนวนผลผลิต 35 ตันสร้างรายได้รวม 2.7 ล้านบาท มีรายได้เพิ่มตันละประมาณ 3.5 เท่า ทำให้ในปีนี้ มีเกษตรกรเข้าร่วมเพิ่มขึ้น &amp;nbsp;664&amp;nbsp;ราย จาก&amp;nbsp;38&amp;nbsp;ตำบล จำนวน&amp;nbsp;22,508&amp;nbsp;ต้น แบ่งเป็น จังหวัดยะลา&amp;nbsp;382&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp; ทุเรียน 13,831&amp;nbsp;ต้น จังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;185&amp;nbsp;ราย ทุเรียน 3,997&amp;nbsp;ต้น และจังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;97&amp;nbsp;ราย ทุเรียน &amp;nbsp;4,680&amp;nbsp;ต้น โดยมีการทำประชาคมให้เกษตรกรสมัครใจเข้าร่วมโครงการฯ รวมทั้งคัดเลือก อาสาทุเรียนคุณภาพ 91&amp;nbsp;คน เพื่อแก้ไขปัญหาเชิงพื้นที่แบบพหุวัฒนธรรม&amp;nbsp;พัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนแนวนโยบายการพัฒนาศักยภาพประชาชนในพื้นที่อย่างทั่งถึง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล ประธานมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ และเลขาธิการมูลนิธิปิดทองหลังพระฯ&amp;nbsp;กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาเชิงพื้นที่เป็นแบบพหุวัฒนธรรม เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต แก้ไขปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ ระหว่างคนจน คนรวย และ เมืองกับชนบท อย่างเป็นธรรม จึงได้นำศาสตร์พระราชาเข้ามาช่วย ซึ่งเป็นการทำเกษตรทฤษฎีใหม่แบบประณีต ตามแนวพระราชดำริในหลวงรัชกาลที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ซึ่งเป็นวิธีการดูแลเอาใจใส่ทุกอย่าง อย่างการพ่นน้ำทุเรียน ที่ต้องพ่นให้ทั่วถึง ซึ่งต้นทุเรียนในภาคใต้มีความสูงถึง 15 เมตร ดังนั้นจึงต้องมีการดูแลเอาใจใส่อย่างดี &amp;nbsp;เป็นการเพิ่มคุณภาพจากต้นทุเรียนเดิมของชาวบ้าน &amp;nbsp;วิธีการนี้นำร่องไปแล้วที่อ.บันนังสตา และขยายไปยังพื้นที่ อ.กรงปินังเป็นปีแรก มีเกษตรเข้าร่วม 43 ราย ต้นทุเรียนที่ผ่านการคัดเลือก 870 ต้น &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ม.ร.ว.ดิศนัดดา กำลังบรรยายความเป็นมาของสวนทุเรียนชายแดนใต้ และการเข้าไปช่วยเหลือพัฒนาของปิดทองฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;สิ่งที่ปิดทองฯ ได้เรียนรู้จากชาวบ้านคือ 1.ขาดองค์ความรู้ คือ ทำตามมีตามเกิด ไม่มีองค์ความรู้ในการปลูก 2.ขาดตลาด คือ พ่อค้าคนกลางไปซื้อถึงสวน ดังนั้นเมื่อพ่อค้าเรียกราคา ต้องการกำไร จึงทำให้เกิดการกดราคา ไม่สนใจต้นทุน ถูกเรียกราคาเท่าไหร่ชาวบ้านก็ต้องขาย ไม่ใช่แค่ยะลา แต่รวมไปถึงปัตตานีและนราธิวาสด้วย 3. ขาดเงินลงทุน&amp;nbsp; ผลผลิตแต่ละปีไม่สม่ำเสมอ ทำให้มีหนอนเจาะทุเรียน และ 4.ขาดการบริหารจัดการ &amp;nbsp;ดังนั้นในการทำงานตรงนี้จึงต้องเริ่มจากการทำให้ชาวบ้านมีความเชื่อใจ เพราะมีเจ้าหน้าที่จำนวนไม่น้อยที่ยืนมือมาให้ความช่วยเหลือ และหายไป อย่าง การเอาต้นกล้ามาให้ แต่ไม่สอนวิธีการปลูก การดูแล หรือช่องทางการค้า ก็เท่ากับสูญเปล่า เราจึงต้องเลือกคนในพื้นที่ที่พร้อมมาเรียนรู้งานกับเรา และนำไปบอกชาวบ้าน ซึ่งจะได้ผลมากกว่า&amp;quot;เลขามูลนิธิปิดทอง &amp;nbsp;ฯ กล่าว&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขแทร็คที่ต้นทุเรียนในโครงการฯต้องมี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ความช่วยเหลือของปิดทอง ฯ ม.ร.ว.ดิศนัดดา กล่าวว่า คือการสนับสนุนปัจจัยการผลิต อาทิ ปุ๋ยบำรุงต้นใบผลสารป้องกันโรคและแมลงเครื่องพ่นแรงดันสูงระบบกระจายน้ำในแปลง เป็นการช่วยเหลือในลักษณะยืมและเก็บเงินคืนภายหลังการเก็บเกี่ยวผลผลิตในรูป กองทุนกลุ่มทุเรียนคุณภาพ และสรรหาคนที่รู้เรื่องของทุเรียนไม่ว่าจะเป็นที่จังหวัดชุมพร ระยอง หรือจันทบุรี มาฝึกฝนและให้ความรู้กับชาวบ้าน และส่งชาวบ้านไปเรียนที่สวนจริงอย่างสม่ำเสมอ &amp;nbsp; และที่สำคัญคือการตรวจเช็คต้นทุเรียนทุกต้นโดยอาสาทุเรียน ซึ่งมีการติดเลขแทร็คกับต้นทุเรียน เพื่อให้รู้ต้นนี้จะออกผลกี่ลูก กี่กิโลกรัม ในอนาคตคาดว่าจะมีการพัฒนาเป็นแอพพลิเคชั่นในการติดตามผลทุเรียนในแต่ละต้นด้วย &amp;nbsp;ในขณะที่ภาคเอกชนอย่าง&amp;nbsp;CP&amp;nbsp;นอกจากส่งนักวิชาการมาร่วมให้ข้อมูลอบรมเกี่ยวทุเรียนคุณภาพที่ตลาดต้องการแล้วยังรับไปจัดจำหน่ายให้
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลทุเรียนจากสวน ยูโซะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ในการทำโครงการนี้ ต้องมองที่ตลาดเป็นตัวตั้ง ปิดทองฯ เป็นตัวกลาง และมองมาที่เกษตร เพื่อให้เกษตรกรนำผลผลิตทุเรียนคุณภาพทั้ง ในเรื่องของ&amp;nbsp;GMP&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp; ไปขายต่อให้ผู้บริโภคที่ต้องการในราคาที่ต้องสูงขึ้น โดยจะเน้นไปที่การส่งออกไปยังประเทศจีนเป็นหลัก ซึ่งซีพี ได้รับซื้อทุเรียนในโครงการในราคากิโลละ 101 บาท ซึ่งมากกว่าตลาดที่ซื้อในราคาประมาณ 45-80 บาท &amp;nbsp;ซึ่งในปีนี้คาดว่าจำนวนผลผลิตจะได้ประมาณกว่า 2.4 พันตัน คาดการณ์รายได้ไม่ต่ำกว่า 160 ล้านบาท แบ่งเป็นทุเรียนที่เป็นเกรด A B C ปริมาณกว่า 1.7พันตัน ตกเกรด 488.04 ตัน ลูกตำหนิ 244.02 ตัน นอกจากการพัฒนาเกษตรกรแล้ว ตนก็คิดและหวังจะทำให้มุสลิมภาคใต้ ใช้ศาสตร์พระราชา การทำเกษตรทฤษฎีใหม่แบบประณีต เป็นแม่แบบในการแก้ไขปัญหามุสลิมโลก ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลา 10-20 ปี โดยมีหัวใจสำคัญก็คือการสร้างคน เพื่อมาทำงานต่อไปในอนาคต&amp;rdquo; เลขาธิการปิดทองฯ&amp;nbsp;กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุชิน&amp;nbsp;ห้องสุวรรณ&amp;nbsp; เล่าถึงความรู้สึกที่ได้ร่วมโครงการ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านเกษตรกร นายสุชิน&amp;nbsp;ห้องสุวรรณ&amp;nbsp;ประธานแปลงใหญ่ทุเรียนต.กรงปินัง อ.กรงปินัง จ.ยะลา และอาสาทุเรียนในโครงการฯ เล่าว่า &amp;nbsp;ทุเรียนที่นี่ ไม่เหมือนที่อื่น เพราะการออกผลในแต่ละปีไม่สม่ำเสมอ บางปีดกบางปีก็ไม่ดก ราคาขายก็จะไม่ได้มากเคยขายได้กิโลกรัมละ 8 -85 บาท ดังนั้น เมื่อมีโครงการทุเรียนคุณภาพเข้า มา ก็ไม่ลังเลที่จะเข้าร่วมเพื่อเป็นตัวแทนเกษตรกรด้วย โดยเราต้องทำตามกระบวนการและวิธีใส่ปุ๋ยตามสูตรของโครงการฯ อย่างเคร่งครัด และดูแลสวนของเกษตรที่เข้าร่วมโครงการ &amp;nbsp;ซึ่งสวนของตนมีต้นทุเรียนที่ได้คัดเลือกเข้าร่วมโครงการ 20 ต้น &amp;nbsp;ผลผลิตล็อตแรกเพิ่งขายไป 407 กิโลกรัม &amp;nbsp;คัดเป็นเกรด A, B &amp;nbsp; 293 กิโลกรัม เกรด C &amp;nbsp;52 กิโลกรัม และตกไซต์อีก 62 กิโลกรัม &amp;nbsp;ได้เงิน 36,000 บาท &amp;nbsp;ซึ่งคาดว่าใน 3 เดือนตั้งแต่กรกฎาคม-กันยายน จะมีผลผลิตออกอีกหลายรุ่น &amp;nbsp;แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับสภาพอากาศด้วย &amp;nbsp;นอกจากนี้ก็ยังมีผลไม้อื่นๆ อาทิ เงาะ มังคุด ที่จะมาเสริมรายได้ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยูโซะ ดอเลาะบองอ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายยูโซะ ดอเลาะบองอ ตัวแทนเกษตรกร อ.กรงปินัง จ.ยะลา เล่าว่า สวนทุเรียนของตนมี 6 ไร่ มีประมาณ 60 ต้น และได้เข้าร่วมโครงการ 20 ต้น ซึ่งใน 1 ต้น มีผลผลิตประมาณ 150 กิโลกรัม &amp;nbsp;ซึ่งถือว่าการดูแลเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม &amp;nbsp;จากที่เข้าสวนมาดูแลเฉพาะในช่วงต้นออกผล ใส่ปุ๋ยไม่ถูกวิธี ใส่ครั้งเดียวบ้าง &amp;nbsp;แต่พอเข้าเริ่มโครงการฯกับปิดทอง &amp;nbsp;ก็ดูแลเอาใจใส่มากกว่าเดิม เข้าสวนทุกวัน &amp;nbsp;ทั้งใส่ปุ๋ยตามสูตรบำรุงดอก บำรุงต้น และบำรุงผล การตัดแต่งกิ่ง การรดน้ำให้ทั่วต้น &amp;nbsp;ซึ่งทำให้ผลทุเรียนมีเนื้อเยอะขึ้น &amp;nbsp;ลูกสวย รสชาติอร่อย และน้ำหนักดีขึ้น แม้ว่าจะเหนื่อยกว่าเมื่อก่อน แต่ก็อดทนได้เพราะอยากมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุลกิฟลี สะกะแย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสุลกิฟลี สะกะแย อาสาทุเรียนใน อ.กรงปินัง จ.ยะลา เล่าเสริมว่า การได้เข้าไปเรียนรู้การปลูกทุเรียนในพื้นที่อื่น ทำให้ตนเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน อย่างที่จ.ระยอง ต้นทุเรียนเตี้ยประมาณ 8-10 เมตร แต่ที่จ.ยะลาต้นทุเรียนจะสูง 15-30 เมตร บางต้นก็สูงไปเลยไม่มีกิ่ง เวลาเก็บผลก็จะต้องปีนกิ่งซึ่งจะลำบาก ความรู้ที่เรานำมาใช้คือ การปรับแต่งกิ่งไม่ให้สูงเกินไป &amp;nbsp;ซึ่งการไปดูแลสวนทุเรียนของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯต้องออกไปดูแลทุกวัน &amp;nbsp; ปัญหาก็มีบ้าง อย่างบางคนอาจจะไม่เชื่อสูตร ที่เรียนมาก็ต้องมีการทำความเข้าใจ และชี้ให้เห็นประโยชน์ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล้งในพื้นที่คัดทุเรียนจากสวนก่อนส่งออกนอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้นทุเรียนภาคใต้ต้องปีนเก็บอย่างระมัดระวัง เพราะต้นสูงมากกว่าต้นทุเรียนภาคอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42117</URL_LINK>
                <HASHTAG>ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล, มูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานพระราชดำริ, สวนทุเรียน3จังหวัดชายแดนใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190726/image_big_5d3b07398981d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
