<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100904</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2021 13:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2021 13:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มะพร้าวแพงสุดในโลก! &#039;สวนนงนุชพัทยา&#039; เปิดกองทัพสื่อร่วมชิมเนื้อมะพร้าวทะเล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27&amp;nbsp;เม.ย.64 - นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา ได้นำลูกมะพร้าวทะเล หรือมะพร้าวแฝด (LODOICEA MALDIVICA)&amp;nbsp;หรือมีชื่อเรียกในนามชาวโลกว่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;มะพร้าวก้นสาว&amp;rdquo;&amp;nbsp;ที่ใช้เวลาถึง&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ปี ตกผลสุก มีมูลค่าถึงลูกละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แสนบาท มาปลอกให้เห็นเนื้อภายใน และร่วมรับประทาน ซึ่งถือเป็นสิ่งที่หาชมได้ยาก และยังไม่เคยปรากฏที่ใดในประเทศไทยมาก่อน โดยมีคณะสื่อมวลชนในพื้นที่ภาคตะวันออก เข้าร่วมสังเกตการณ์ และร่วมชิมเนื้อมะพร้าวที่มีราคาแพงที่สุดในโลก ณ สวนปาล์มโลก สวนนงนุชพัทยา จ.ชลบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกัมพล ตันสัจจา กล่าวว่า ต้นมะพร้าวทะเล ที่นำลูกมาผ่านี้ มีอายุกว่า&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ปี เคยสุกในทะลายเดียวกันมาแล้ว&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ลูก&amp;nbsp; ถูกนำไปผ่าขยายพันธุ์ช่วงเดือนมกราคม&amp;nbsp;64&amp;nbsp;ซึ่งมูลค่าของต้นสูงถึง&amp;nbsp;400,000 &amp;ndash; 500,000&amp;nbsp;บาท ปัจจุบัน สวนนงนุชพัทยา มีต้นมะพร้าวทะเลอยู่ในความดูแล&amp;nbsp;36&amp;nbsp;ต้น เป็นต้นตัวผู้&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ต้น และต้นตัวเมีย&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ต้น และไม่ทราบเพศ&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ต้น อนาคตมีแนวโน้มมากขึ้นเรื่อยๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ มะพร้าวทะเล จัดเป็นปาล์มชนิดหนึ่ง มีถิ่นกำเนิดอยู่บนเกาะเล็กๆ ในประเทศซีเซลล์ มหาสมุทรอินเดีย เป็นเมล็ดที่มีขนาดใหญ่ที่สุด และหนักที่สุดในโลก มีความยาวมากถึง&amp;nbsp;12&amp;nbsp;นิ้ว และน้ำหนักประมาณ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ปอนด์ ลักษณะผลเหมือนมะพร้าว&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ลูกติดกัน จนเป็นที่มาของชื่อ มะพร้าวแฝด หรือมะพร้าวก้นคน ใช้เวลากว่า&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ปี เมล็ดจะสุก และใช้เวลาอีกอย่างน้อย&amp;nbsp;2-3&amp;nbsp;ปี ในการงอก และอีก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี สำหรับให้ใบแรก ถือเป็นพืชหายากชนิดหนึ่ง และจะไม่ให้ผลจนกว่าจะมีอายุ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ปีขึ้นไป หรือบางต้นอาจมีระยะเวลาถึง&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ปี ในอดีตผู้คนนิยมเอากะลาของมะพร้าวทะเลไปทำเป็นลูกประคำ เช่น เป็นเครื่องรางของขลัง เป็นยารักษาสารพัดโรค คือเชื่อว่า เป็นผลไม้จากสวรรค์ และเป็นผลไม้แห่งความอมตะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายฤกษ์ไชย สพฤกษ์ ผู้สื่อข่าวสัตหีบ กล่าวว่า รู้สึกตื่นเต้นที่ได้มีโอกาสเห็น และได้ชิมเนื้อมะพร้าวที่มีราคาแพงที่สุดในโลก และถือเป็นครั้งแรกในชีวิต ที่ได้รับโอกาสอันดีจากสวนนงนุชพัทยา ซึ่งรสชาติของเนื้อมะพร้าวนั้น มีความนุ่มนอกแข็งใน เนื้อหนึบแน่น รสชาติหวานมัน และหอมเป็นธรรมชาติ ที่สำคัญ คือ การได้เห็นได้ชิมสิ่งที่ไม่เคยปรากฏในสังคมมาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100904</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัมพล ตันสัจจา, มะพร้าวก้นสาว, มะพร้าวทะเล, มะพร้าวแฝด, สวนนงนุชพัทยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210427/image_big_6087b37126fe2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89125</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/01/2021 20:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;สวนนงนุช&quot;โชว์โฉม   &quot;มะพร้าวก้นสาว&quot;  ของดี7-10ปีมีครั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;เมื่อวันที่ 7 ม.ค.64 ที่สวนนงนุชพัทยา จ.ชลบุรี นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา ได้เปิดเผยต่อสื่อมวลชนถึงการกำเนิดของลูกมะพร้าวทะเล หรือมะพร้าวแฝด (LODOICEA MALDIVICA) หรือชื่อที่ชาวบ้านขนานนามกันว่า &amp;ldquo;มะพร้าวก้นสาว&amp;rdquo; อยู่ในตระกูลปาล์ม มีอายุมากถึง 30 ปี นับเป็นปรากฏการณ์ที่หาชมได้ยาก เพราะ 1 ต้นต้องใช้เวลานาน 7-10 ปี จึงจะกำเนิดผลออกมาให้ได้เห็นเพียง 1 ครั้งเท่านั้น&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ระหว่างแถลงข่าว นายกัมพลได้นำลูกมะพร้าวที่ตกผล ซึ่งถือว่ามีขนาดเล็กกว่าที่ผ่านมามาทำการปอกเปลือกเพื่อให้เห็นถึงเนื้อกะลาภายใน ซึ่งมีลักษณะเหมือนก้นสาวจริงๆ และมีกลิ่นหอมอย่างมาก ภายในมีน้ำและเนื้อคล้ายกับมะพร้าวทั่วไป สามารถดื่มกินได้ แต่ไม่เป็นที่นิยมนัก เนื่องจากผลมีราคาแพงถึงหลักแสนบาท หากนำมาผ่าทำเป็นน้ำมะพร้าวขายก็จะมีราคาสูงถึงแก้วละ 1 แสนบาทเลยทีเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มะพร้าวก้นสาว หรืออีกชื่อคือมะพร้าวทะเล ถือเป็นพันธุ์ไม้ที่หายาก ในหนึ่งช่วงอายุคนจะสามารถออกลูกเพียงไม่ถึง 10 ครั้ง ทำให้เป็นที่ต้องการของนักสะสมพันธุ์ไม้ที่หวังมีไว้ครอบครอง สวนนุชพัทยามีมะพร้าวทะเลอยู่ในความดูแลจำนวน 36 ต้น เป็นเพศผู้ 4 ต้น เพศเมีย 7 ต้น ส่วนที่เหลือยังไม่ทราบเพศ ซึ่งผลที่ออกมานี้ จะถูกนำไปขยายพันธุ์ เพื่อเพิ่มจำนวนให้มีมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับมะพร้าวทะเล หรือมะพร้าวแฝด (LODOICEA MALDIVICA) มีถิ่นกำเนิดอยู่บนเกาะเล็กๆ ในประเทศเซเชลส์ในมหาสมุทรอินเดีย เมล็ดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและหนักที่สุดในโลก มีความยาวมากถึง 12 นิ้ว สูง 100 ฟุต และน้ำหนักประมาณ 40 ปอนด์ ลักษณะผลเหมือนมะพร้าว 2 ลูกติดกัน จนเป็นที่มาของชื่อ มะพร้าวแฝด หรือมะพร้าวก้นสาว เป็นชื่อสามัญของปาล์มชนิดนี้ มีการเจริญเติบโตช้ามาก ผลใช้เวลาเป็นปีในการงอก และอีก 1 ปี สำหรับให้ใบแรก ถือเป็นพืชหายากชนิดหนึ่ง จะไม่ให้ผลจนกว่าจะมีอายุ 30 ปีขึ้นไป และบางต้นอาจมีระยะเวลาถึง 100 ปี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89125</URL_LINK>
                <HASHTAG>LODOICEA MALDIVICA, มะพร้าวก้นสาว, มะพร้าวทะเล, มะพร้าวแฝด, สวนนงนุช, สวนนงนุชพัทยา, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210107/image_big_5ff706a03702a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42139</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2019 16:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2019 16:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สวนนงนุชพัทยาจัดงานเฉลิมพระเกียรติ ร.10 สุดยิ่งใหญ่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 28 ก.ค.62 นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา เป็นประธานจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เปิดกรวยกระทงดอกไม้ วางพานพุ่มเงินพุ่มทอง ถวายพระพร เบื้องหน้า พระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว&amp;quot; &amp;nbsp;เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 67 พรรษา โดยนำ คณะผู้บริหาร พนักงาน และนักท่องเที่ยวทุกเชื้อชาติ ร่วมทำกิจกรรมที่จัดขึ้นอย่างสมพระเกียรติและยิ่งใหญ่ ณ ปรัมพิธี ลานสวนปีกผีเสื้อ สวนนงนุชพัทยา จ.ชลบุรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการนี้ มีการเคลื่อนขบวนแห่เฉลิมพระเกียรติ ชุด &amp;ldquo;พนกนิกรทั่วไทย ถวายพระพรชัย ทรงพระเจริญ&amp;rdquo; ที่สุดตระการตาพร้อมการแสดงถวายพระพรชุด &amp;ldquo; อศิรวาท บดินทร์ราชราชา&amp;rdquo; ช้างแสนรู้ 3 เชือก ถวายพวงมาลัย เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ฯ และใช้ปลายงวงตวัดเป็นตัวอักษรคำว่า &amp;ldquo;ทรงพระเจริญ&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกัมพล ตันสัจจา กล่าวว่า ในวาระมหามงคลเวียนมาบรรจบ เหล่าพสกนิกรทุกหมู่เหล่า ต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น จึงพร้อมใจกันจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ร่วมรวมพลังแห่งความจงรักภักดีอันมีต่อ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสถาบันพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42139</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัมพล ตันสัจจา, สวนนงนุชพัทยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190728/image_big_5d3d66ae7ed85.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41824</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2019 13:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2019 13:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อลังการ! สวนนงนุชพัทยาติดตั้งปูนปั้น &#039;คชสารขุนแผน&#039; ช้างพ่อพันธุ์มีเมีย 60 เชือก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ค.62 - นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา จ.ชลบุรี พร้อมคณะผู้บริหาร และฝ่ายวิศวกร ได้ทำการเชิญรูปปั้นพลายเบิร์ด ช้างผู้ถูกขนานนามว่า &amp;ldquo;คชสารขุนแผน&amp;rdquo; พ่อพันธุ์ชั้นเลิศแห่งปางช้างสวนนงนุชพัทยา ให้ตั้งตระหง่านประจักษ์สู่สายตานักท่องเที่ยว ภายในหุบเขาช้าง บริเวณโซนสวนนงนุชพัทยา 2&amp;nbsp;ที่เป็นจุดถ่ายรูปแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของดินแดนสวรรค์บนดิน สวนนงนุชพัทยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกัมพล ตันสัจจา เปิดเผยว่า การผุดหุบเขาช้างแห่งนี้ขึ้นมาเพื่อต้องการให้เป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ ในการที่นักท่องเที่ยวจะได้ตื่นตากับการถ่ายรูป ท่ามกลางโขลงช้างขนาดใหญ่จำนวนมาก ซึ่งเป็นรูปปั้นที่เสมือนจริง ห้อมล้อมไปด้วยสวยธรรมชาติที่ถูกตกแต่งขึ้นอย่างสวยงาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่จุดเด่นของหุบเขาช้างแห่งนี้ คือ รูปปั้น &amp;ldquo;คชสารขุนแผน&amp;rdquo; ซึ่งเป็นตัวแทนของ พลายเบิร์ด พ่อพันธุ์ชั้นเลิศของปางช้างสวนนงนุชพัทยา วัย 38 ปี ที่ผสมพันธุ์กับแม่ช้างมาแล้วถึง 60 เชือก ตกลูกออกมาเป็นช้างพลายช้างพังรวมกว่า 70 เชือก ปัจจุบันยังมีชีวิตแข็งแรงคึกเป็นปกติ ด้วยเหตุนี้ พลายเบิร์ด ซึ่งมีเมียมากลูกดก ที่สำคัญเป็นช้างที่สุดคึก ต้องการผสมพันธุ์อยู่ตลอดเวลา จนทำให้พลายเบิร์ด ถูกขนานนามให้เป็น &amp;ldquo;คชสารขุนแผน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสาเหตุที่ตั้งรูปปั้นไว้บริเวณดังกล่าว เดิมได้พยายามหาที่ตั้งที่เหมาะสม ได้ทำการเปลี่ยนที่มาแล้วหลายจุด แต่ก็ยังไม่เป็นที่พึงพอใจ ขณะที่ทำการเคลื่อนย้ายผ่านจุดดังกล่าว สายพานสลิงอ่อนที่คล้องยกตัวช้าง ซึ่งมีความแข็งแรงอย่างมาก เกิดขาดสะบั้นเป็นเสี่ยง ทำให้ฐานช้างตกลงสู่พื้น จึงเชื่อว่า รูปปั้นคงต้องการตั้งอยู่จุดนี้ จึงได้เชิญรูปปั้นขึ้นไว้บนฐานให้เป็นที่สง่างามโดดเด่นต่อสายตาผู้พบเห็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายไก่แก้ว วงษ์กิตติคุณ อายุ 46 ปี ชาวจังหวัดชัยภูมิ ควาญช้างผู้ดูแลพลายเบิร์ด เปิดเผยว่า พลายเบิร์ด ได้ถูกนำมาจังหวัดเพชรบูรณ์ในปี 2525 ขณะนั้นมีอายุได้เพียง 1 ปี ซึ่งเป็นช้างที่มีความสง่างาม และได้เลี้ยงจนมีความแข็งแรง ก่อนจะนำพลายเบิร์ด ล่องสู่แดนตะวันออก เพื่อมาอยู่กับคุณโต้ง ถูกฝึกฝนให้เป็นช้างแสนรู้ แสดงโชว์ให้นักท่องเที่ยวได้ชมในสวนนงนุชพัทยา จนก้าวเข้าสู่วัย 13 ปี ได้เริ่มผสมพันธุ์กับพังนิ้งหน่อง เป็นตัวแรก จนมีลูกด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น พลายเบิร์ดก็เริ่มแสดงความเป็นชาย ที่มีทรวดทรงสง่างามน่าเกรงขามมากกว่าช้างพลายตัวอื่นๆ พลายเบิร์ดไล่ผสมพันธุ์กับช้างพังที่อยู่ในปางขณะนั้น จนพากันตั้งท้องตกลูกกันตามลำดับโดยไม่มีช้างพลายตัวไหน กล้าขัดขวางหรือกล้าผสมพันธุ์กับแม่ช้างในปางแม้แต่ตัวเดียว ด้วยเหตุนี้ ทำให้พลายเบิร์ดเป็นช้างเจ้าชู้เมียมากลูกดก ที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช้างถือเป็นสัตว์ใหญ่คู่บ้านคู่เมือง และเป็นสัตว์คู่พระบารมีของพระมหากษัตริย์ไทยในอดีต ด้วยเหตุนี้ตามความเชื่อถึงการลอดท้องช้างจะนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองเป็นสิริมงคลและโชคลาภ แต่รูปปั้นคชสารขุนแผน แสดงถึงการเป็นช้างมากเมียและมีลูกดก เชื่อว่า อาจมีนักท่องเที่ยวแห่กันลอดท้องช้าง ขอบันดาลมาซึ่งเนื้อคู่และลูกอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41824</URL_LINK>
                <HASHTAG>คชสารขุนแผน, จังหวัดชลบุรี, ช้างพ่อพันธุ์, ปางช้างสวนนงนุช, พลายเบิร์ด, สวนนงนุชพัทยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190724/image_big_5d37fd4c27c13.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39889</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2019 14:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2019 14:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สวนนงนุชพัทยาโชว์ &#039;ดอกบุกยักษ์&#039; พันธุ์ไม้แปลกหายากเบ่งบานรอบ 12 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ค.62 - นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา จังหวัดชลบุรี ได้นำดอก Titan Arum หรือ ดอกบุกยักษ์ ที่กำลังจะเบ่งบานในรอบ 12 ปี มาจัดแสดงโชว์บริเวณประตูทางเข้า ต้อนรับนักท่องเที่ยวจาก 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในวันแรกของโครงการ &amp;ldquo;ท่องเที่ยวฟรี 3 เดือน สวนนงนุชพัทยา&amp;rdquo; ตลอดจนนักท่องเที่ยวทุกเชื้อชาติร่วมชมกันอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางคณะสื่อมวลชนไทย และ น.ส.เทนเจีย วอนแคลิ่ฟ หัวหน้าผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์จากประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่มาร่วมสังเกตการณ์ เฝ้าชมการเบ่งบานกับการรอคอยมากว่าทศวรรษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกัมพล เปิดเผยถึงความเป็นมาของดอกบุกยักษ์ว่า&amp;nbsp;สืบเนื่องเมื่อกว่า 10 ปีก่อน สวนนงนุชพัทยา ได้เพาะพันธุ์ต้นบุกยักษ์ไว้จำนวน 130 ต้น ซึ่งนำเข้ามาจากสวนพฤกษศาสตร์ โบกอร์ ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อมาทดลองปลูก มีสายพันธุ์ถิ่นกำเนิดเพียงแห่งเดียวในโลก ในป่าดิบชื้นล่างในเกาะสุมาตราตอนกลาง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Amorphophallus titanum ลักษณะพิเศษของมันคือ เมื่อเบ่งบานจะส่งกลิ่นเน่าเหม็นรุนแรงคล้ายกลิ่นซากศพ แต่ในชุดก่อนหน้านี้ราวปี 2535 ได้เพาะปลูกไว้จำนวน 3 ต้น ทั้งหมดได้ออกดอกเบ่งบานไปแล้ว ในปี 2546 , 2549 และ 2550 ปัจจุบัน ดอกบุกทั้ง 3 ต้น ยังมีชีวิตยืนต้นอยู่ แต่ไม่สามารถที่จะออกดอกเบ่งบานได้อีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนเมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2562 ต้นบุกยักษ์ 130 ดอก ได้เกิดออกดอกเบ่งบานไปแล้ว 2 ต้น เมื่อวันที่ 1 พ.ค. และวันที่ 6 มิ.ย. ต้นนี้เป็นต้นที่ 3 นับเป็นความปลาบปลื้มใจของสวนนงนุชพัทยา ที่เฝ้ารอการออกดอกมานานถึง 12 ปี และนับเป็นโอกาสอันดีที่ตรงกับวันแรกของการเปิดให้เที่ยวชมฟรีของพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงได้นำออกมาจัดแสดงโชว์ให้ได้ตื่นตากับการเบ่งบานพันธุ์ดอกไม้ที่แปลกหาชมได้ยาก ที่สำคัญเมื่อเบ่งบานจะส่งกลิ่นเน่าเหม็นเหมือนซากศพ เชื่อได้ว่า พี่น้องชาวใต้อาจไม่เคยพบเคยเห็นที่ใดมาก่อนแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39889</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดชลบุรี, จัดแสดงดอกบุกยักษ์, ดอกบุกยักษ์, ดอกไม้แปลกหายาก, ต้นบุกยักษ์, นายกัมพล ตันสัจจา, สวนนงนุชพัทยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190701/image_big_5d19b875607a3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31277</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วันช้างไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื่องในวันช้างไทย 13 มีนาคม แหล่งที่มีปางช้างทั่วประเทศต่างจัดงานกันอย่างพร้อมเพรียง ที่สวนนงนุช มีการนำช้างที่เลี้ยงไว้ 87 เชือก มาประกอบพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งพระสงฆ์ 9 รูป เพื่อความเป็นสิริมงคล และอุทิศส่วนกุศลแก่เหล่าดวงวิญญาณช้าง ที่ร่วมกอบกู้เอกราชชาติไทยในอดีต โดยมี พระครูเกษม กิตติโสภณ เจ้าอาวาสวัดสามัคคีบรรพต เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ รับบิณฑบาตและสวดเจริญชัยมงคลคาถาให้พรแก่ช้างได้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31277</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระครูเกษม กิตติโสภณ, สวนนงนุชพัทยา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190313/image_big_5c89105b11d2f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25301</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/12/2018 15:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/12/2018 15:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปรบมือรัวๆสวนนงนุชช่วยลูกช้างป่าถูกยิงรอดพ้นความตาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ธ.ค.61- นายกัมพล ตันสัจจา ผอ.สวนนงนุชพัทยา จ.ชลบุรี พร้อมด้วย &amp;nbsp;น.สพ.เผด็จ ศิริดำรง สัตวแพทย์ ได้นำคณะผู้บริหาร และสื่อมวลชน เฝ้าติดตามความคืบหน้าอาการของลูกช้างป่า &amp;ldquo;พังใบตอง&amp;rdquo; วัยแรกเกิด ที่ได้รับบาดเจ็บถูกอาวุธปืนยิง และถูกบ่วงสลิงพรานป่า จนขาหน้าซ้ายได้รับบาดเจ็บหวิดขาด พร้อมเกาะติดการผ่าตัดนำหัวกระสุนปืน ชนิดปืนแก๊ป ลูกเหล็กทรงกลม เส้นผ่าศูนย์กลาง 0.2 มม. ออกจากบริเวณข้อพับขาเหนือบาดแผลถูกบ่วงสลิง ที่ฝังอยู่ใต้ผิวหนังความลึกเกือบ 3 นิ้ว ได้เป็นที่สำเร็จพ้นขีดอันตราย ท่ามกลางเสียงของลูกช้าง ที่โหยหวนอย่างทุกข์ทรมาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการนี้ ได้นิมนต์ พระครูเกษมกิตติโสภณ (อาจารย์จ่อย) เจ้าอาวาสวัดสามัคคีบรรพต บางเสร่นอก มากระทำพิธีประพรมน้ำพระพุทธมนต์ให้กับลูกช้าง &amp;ldquo;พังใบตอง&amp;rdquo; เพื่อเกิดความเป็นสิริมงคล แคล้วคลาดปลอดภัย ซึ่งขณะทำพิธีอยู่นั้น ลูกช้าง ได้มีอาการสงบนิ่ง ซบเข้าที่ชายจีวรของพระอาจารย์ เสมือนขอพรให้ตนเองนั้นได้ ได้พ้นจากความทุกข์ทรมาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.สพ.เผด็จ กล่าวว่า จากวันที่รับตัวลูกช้าง &amp;ldquo;พังใบตอง&amp;rdquo; จากที่ทำการอุทยานแห่งชาติอ่างฤาไนย จ.ระยอง มาอยู่ในความดูแล เพื่อรักษายื้อชีวิตให้อยู่รอด ได้มีการให้น้ำนมจากแม่ช้าง ให้ยาปฏิชีวนะ ยาฆ่าเชื้อ ยาบรรเทาอาการอักเสบ และทำความสะอาดบาดแผลอยู่ตลอดเวลา เพื่อป้องกันการอักเสบติดเชื้อ แต่หลังจากมีการเอกซเรย์ตรวจพบมีหัวกระสุนปืนฝังอยู่ภายในเหนือบาดแผล และพบว่ามีอาการอักเสบอย่างรุนแรง จึงได้รอบาดแผลจากบ่วงสลิงทุเลาลง และวันนี้จึงได้ทำการผ่าตัดนำหัวกระสุนออกพบว่า ลูกช้างมีอาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด บาดแผลทั้ง 2 จุด ลดการอักเสบลงมาก อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ต้องรอดูบาดแผลจะมีการสร้างเนื้อเยื่อทนแทนขึ้นเองไหม หากเป็นเช่นนั้น ก็จะมีความหวังให้ลูกช้างเชือกนี้ไม่ต้องตัดขาส่วนปลายทิ้ง ซึ่งจากอาการโดยรวม ลูกช้าง มีอาการดีขึ้นสามารถเดิน และกินน้ำนม ได้เป็นปกติ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกัมพล กล่าวว่า &amp;nbsp;ไม่คิดว่าลูกช้างตัวน้อย ๆ จะมาถูกมนุษย์ทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บถึงขนาดนี้ วอนขอให้ผู้กระทำการอันทารุณโหดร้ายนี้ ได้ยุติการทารุณกรรมต่อสัตว์ หลังได้รับรายงานจาก อุทยานแห่งชาติอ่างฤาไนย ว่ามีช้างถูกอาวุธปืนชนิดเดียวกัน ยิงกระสุนฝังอยู่ในร่างกายจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม สวนนงนุชพัทยา จะพยายามช่วยชีวิตลูกช้างป่า &amp;ldquo;พังใบตอง&amp;rdquo; อย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อให้พ้นจากความทุกข์ทรมาน และสามารถกลับไปดำรงชีวิตในป่า ร่วมกับพ่อแม่ของมันได้อีกครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25301</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วยลูกช้างป่า, ช้างถูกยิง, สวนนงนุชพัทยา, สัตวแพทย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181228/image_big_5c25de6bacf33.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
