<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>72015</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2020 16:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2020 16:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบ้านวอนเห็นใจหยุดรื้อถอนสวนปาล์มเกือบพันไร่ อ้างไม่รู้เป็นที่ดิน สปก. หลังซื้อต่อจากบริษัทเอกชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้านนำเต็นท์ขอความเห็นใจหลังสปก.นำรถแบคโฮเตรียมเข้ารื้อถอนต้นปาล์มน้ำมันกว่า 900 ไร่ อ้างไม่รู้เป็นที่ สปก.หลังซื้อต่อจากบริษัทเอกชน เผยขอให้ รมช.เกษตรฯช่วยเหลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ค.63 -&amp;nbsp;ที่สวนปาล์มน้ำมัน หมู่ 3 ต.เขาพนม อ.เขาพนม จ.กระบี่ ชาวบ้านในพื้นที่ได้นำเต็นท์ โต๊ะเก้าอี้ มาตั้งบริเวณทางเข้าสวนปาล์มน้ำมันแปลงที่ สปก.กระบี่ ได้นำรถแบคโฮเข้ามาเพื่อที่จะทำลายต้นปาล์มน้ำมันเนื้อที่ 973 ไร่ ตามแผนการนำพื้นที่เป้าหมายมาจัดสรรที่ดินให้กับผู้ยากไร้ ซึ่งทางชาวบ้านรวมกว่า 30 คน ได้ขึ้นป้ายระบุว่า พวกเราทุกคนไม่รู้ว่าเป็นที่ สปก. ขอเรียกร้องให้รัฐหยุดการล้มต้นปาล์มน้ำมันไว้ก่อนเพื่อตรวจสอบความจริง โดยมีทาง สปก.กระบี่ เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เขาพนม เข้ามาในพื้นที่และเข้าชี้แจงชาวบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการเข้ารื้อถอนต้นปาล์มน้ำมันแปลงดังกล่าว ทาง สปก.กระบี่ เปิดเผยว่า เป็นพื้นที่เป้าหมายเนื้อที่ 973-0-03 ไร่ โดยได้มีพระราชกฤษฏีกาเมื่อวันที่ 31 ธค.31 ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน ต่อมาคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดกระบี่ มีมติสั่งให้เกษตรกรสิ้นสิทธิ์การเข้าทำประโยชน์ เนื่องจากผู้เข้ามาครอบครองจำนวน 34 ราย เข้ามาภายหลังจากบริษัทแจ้งคืนพื้นที่จำนวน 973 ไร่ ทาง สปก.กระบี่ ได้อาศัยอำนาจตามคำสั่ง คสช.ที่ 36/2559 กำหนดเป็นพื้นที่เป้าหมายเพื่อจัดสรรที่ดินให้แก่ผู้ยากไร้รายละ 5 ไร่ จึงนำเสนอคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) พิจารณาให้ความเห็นชอบดำเนินการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยทาง สปก.ได้เปิดประมูลขุดล้มต้นปาล์มแปลงดังกล่าว ตั้งราคากลางไว้ที่ 2,965,100 บาท มีเอกชนเข้ามาประมูลในราคา 1,355,000 บาท จึงได้ให้เข้าดำเนินการในวันนี้ แต่ก็มีชาวบ้านมาตั้งเต้นท์ขึ้นป้าย จึงได้เจรจากันเพื่อทำความเข้าใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายอุสาห์ ชาสวัสดิ์ หนึ่งในชาวบ้านที่ซื้อที่ดิน บอกว่า ได้ซื้อที่ดินจำนวน 10&amp;nbsp;กว่าไร่เมื่อปี 2559 ร่วมกับชาวบ้านรวม 34 คน จากบริษัทเขาพนมแพลนเตชั่นในราคาไร่ละ 6 หมื่นบาท โดยไม่ทราบว่าเป็นที่ สปก. จนมาทราบหลังมีการเข้าปักป้ายว่าเป็นที่ดิน สปก.แปลงใหญ่และมีการเพิกถอนสิทธิผู้ครอบครองที่เป็นนอมินีให้บริษัทดังกล่าว จึงได้ยื่นเรื่องต่อ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตร ซึ่งรับปากว่าจะช่วยเหลือหลังจากได้เดินทางมาที่ อ.เขาพนม เมื่อปี 62 แต่ทุกอย่างก็เงียบ จนวันนี้มีการนำรถเข้ามาเพื่อทำลายต้นปาล์ม จึงได้นำเต็นท์มาตั้งเพื่อขอความเห็นใจอย่าเพิ่งทำลาย เพราะหากทำลายต้นปาล์ม พวกตนที่กู้หนี้ยืมสินมาซื้อก็จะเดือดร้อนอย่างหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เบื้องต้นทาง สปก. ได้เจรจากับทางชาวบ้าน โดยได้เชิญหน่วยงานในพื้นที่ทั้งอำเภอเขาพนม ร่วมหาทางออกถึงปัญหาดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72015</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดกระบี่, ที่ดิน ส.ป.ก., สปก.กระบี่, สภ.เขาพนม, สวนปาล์ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200720/image_big_5f15631cd2739.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69136</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2020 13:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2020 13:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พล.อ.ประวิตร  ลงพื้นที่สุราษฎร์  ช่วยชาวสวนปาล์ม  หลังกระทบ covid-19  ยึดหลัก&quot;ปาล์มคุณภาพ ราคาที่เป็นธรรม ผลักดันไบโอดีเซล ลดมลภาวะ&quot; ชื่นชมเกษตรกร  ร่วมมือ กนป. รัฐประกันรายได้    ต่อเนื่อง มุ่งลดความเหลื่อมล้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อ 19 มิ.ย.63 &amp;nbsp;พล.ต.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ &amp;nbsp;ผช.โฆษกประจำรอง นรม. เปิดเผยว่า วันนี้เวลา08.30น. &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นรม. ในฐานะ ประธานกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) พร้อมคณะ ได้เดินทางไปปฏิบัติราชการ เพื่อมอบนโยบายแก่ผู้แทนหน่วยงานส่วนกลาง และคณะทำงานขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาปาล์มน้ำมัน และน้ำมันปาล์ม พร้อมพบปะเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน และผู้ประกอบการ บริเวณพื้นที่ อ.พุนพิน และ อ.ท่าฉาง โดยมี นายวิชวุทย์ จินโต ผวจ.สุราษฎร์ธานี ให้การต้อนรับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประวิตร &amp;nbsp;ในฐานะประธาน กนป.ได้กล่าวแสดงความห่วงใยพี่น้องเกษตรกรชาวสวนปาล์มในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ จ.สุราษฎร์ธานี ,จ.กระบี่ ,จ.พังงา ,จ.นครศรีธรรมราช และ จ.ชุมพร ซึ่งมีพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมัน ร้อยละ75 ของประเทศ &amp;nbsp;จากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ปาล์มมีราคาลดลง &amp;nbsp;แต่รัฐบาลได้จ่ายเงินชดเชยประกันรายได้ตามมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรไปแล้วจำนวน1,400 ล้านบาทเศษ &amp;nbsp;ที่ผ่านมา กนป.ได้ออกมาตรการ ด้านการผลิต &amp;nbsp;การตลาด และพลังงาน โดยยึดหลัก &amp;quot;ปาล์มคุณภาพ &amp;nbsp;ราคาที่เป็นธรรม &amp;nbsp;ผลักดันไบโอดีเซล &amp;nbsp;ลดมลภาวะ&amp;quot; &amp;nbsp;ทั้งนี้สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ได้คาดการณ์ว่าในปี63 ผลผลิตปาล์มน้ำมันจะเพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวน17 ล้านตัน &amp;nbsp;กนป.จึงต้องเพิ่มความต้องการใช้น้ำมันปาล์มดิบ โดยเน้นมาตรการด้านพลังงาน การนำไปผลิตไฟฟ้า และส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซล บี10 ให้ได้ตามเป้าหมาย ก็จะทำให้ราคาปาล์มน้ำมัน เฉลี่ยทั้งปีไม่ต่ำกว่า4 บาท/ก.ก.ซึ่งจะเพียงพอต่อการดำรงชีพ ของเกษตรกร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประวิตร &amp;nbsp;ได้กล่าวมอบนโยบาย ขับเคลื่อนการแก้ปัญหาปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม มีพล.ต.อ.ธรรมศักดิ์ วิชชารยะ เป็นประธานอนุกรรมการขับเคลื่อนฯ โดยให้ ผวจ.เป็นหัวหน้าทีม( Single Command ),สร้างการรับรู้แก่เกษตรกร ให้ปลูกฝังการตัดปาล์มที่มีคุณภาพ/สุกเต็มที่ ,กวดขันการรับซื้อผลปาล์มที่ได้เกณฑ์มาตรฐาน ตามที่กรมการค้าภายในกำหนด ,กำกับโรงงานสกัดปาล์มน้ำมันในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ 18 และกวดขันไม่ให้มีการลักลอบนำเข้าน้ำมันปาล์ม โดยผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประวิตร &amp;nbsp;ได้เดินทางไป สหกรณ์โคออฟสุราษฎร์ธานี เพื่อมอบถุงปันสุข ให้แก่พี่น้องเกษตรกร จำนวน 2,000 ชุด พร้อมทั้งได้พบปะพูดคุย ให้กำลังใจ และกล่าวขอบคุณ ที่ได้ให้ความร่วมมือกับรัฐบาลตามมาตรการของ กนป.และร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน covid-19 ที่ผ่านมาด้วยดี &amp;nbsp;ยืนยันที่จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวสวนปาล์ม และผู้ประกอบการในภาพรวม อย่างเป็นธรรม &amp;nbsp;และพร้อมชดเชยประกันรายได้ตามมาตรการช่วยเหลือของรัฐบาล อย่างต่อเนื่อง ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69136</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พปชร., พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, สวนปาล์ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200619/image_big_5eec57a36c568.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27671</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2019 12:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/01/2019 12:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นครศรีธรรมราชระทึก!พบลูกระเบิดในสวนปาล์ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ม.ค.62-ร.ต.อ.ประยงค์ ช่วยชู รอง สว.กก.สส.ภ.จว.นครศรีธรรมราช ในฐานะหัวหน้าชุดเก็บกู้ระเบิด บก.ภ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งพบลูกระเบิดในสวนปาล์ม หมู่ 1 ต.นาพรุ อ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช จึงนำกำลัง เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้ระเบิดและพ.ต.ต.ไกรกฤช แขกเพ็ง สวป.สภ.พระพรหม ไปตรวจสอบพบเป็นระเบิดชนิดขว้างสังหารแบบ M67 พร้อมใช้งาน เปลือกส่วนบนและเปลือกส่วนล่างมีร่องรอยชำรุดสภาพไม่ปลอดภัย จึงได้ทำลายทิ้งไม่มีใครได้รับอันตราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าผู้ครองครองลูกระเบิดดังกล่าวแล้วถูกน้ำท่วมลูกระเบิดเกรงว่าจะปลอดภัยจึงนำมาทิ้งในสวนปาล์มดังกล่าว ซึ่ง จนท.จะได้สอบสวนหาตัวเจ้าของลูกระเบิดดังกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27671</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.นครศรีธรรมราช, ชุดเก็บกู้ระเบิด, ระเบิด, สวนปาล์ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190128/image_big_5c4e90bac6e4b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8112</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2018 19:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2018 19:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>”พาณิชย์” เตรียมชงออกมาตรการแก้ปัญหาราคาปาล์มตกต่ำ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;rdquo;พาณิชย์&amp;rdquo; เตรียมชง &amp;ldquo;กนป.-ครม.&amp;rdquo; ออกมาตรการแก้ปัญหาราคาปาล์มตกต่ำ เร็วๆ นี้ ระบุมีทั้งมาตรการระยะสั้น และยาว ทั้งชดเชยรายได้เกษตรกร หนุนโค่นปาล์มแก่ทิ้ง ช่วยเหลือด้านการส่งออก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ในเร็วๆ นี้ กระทรวงพาณิชย์จะเสนอมาตรการแก้ไขปัญหาราคาผลปาล์มตกต่ำให้คณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) ที่มีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธาน พิจารณา ซึ่งจะมีทั้งมาตรการแก้ปัญหาในระยะสั้น และระยะยาว หากกนป.เห็นชอบ จะนำเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า ตนจะเร่งประชุมคณะอนุกรรมการเพื่อบริหารจัดการปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มด้านการตลาด ซึ่งตนเป็นประธานโดยเร็ว เพื่อหามาตรการแก้ปัญหาราคาผลปาล์มตกต่ำ จากนั้นจึงจะนำเข้าสู่การพิจารณาของกนป. โดยมาตรการแก้ปัญหาจะมีทั้งมาตรการระยะสั้น และระยะยาว อย่างมาตรการระยะสั้นเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เช่น อาจช่วยชดเชยรายได้ให้เกษตรกรและช่วยลดต้นทุนการผลิต ส่วนมาตรการระยะยาว เช่น การโค่นต้นปาล์มแก่ อายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป เพราะไม่สามารถให้ผลผลิตที่มีคุณภาพดีแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;rdquo;การโค่นต้นปาล์มแก่ จะต้องมีมาตรการจูงใจ เช่น ให้เงินช่วยเหลือในการโค่นต้นปาล์มแก่ทิ้ง และปลูกต้นปาล์มใหม่ ซึ่งต้นปาล์มใหม่จะไม่สามารถให้ผลผลิตได้ 3 ปี ในระหว่างนี้ ก็ต้องช่วยเหลือเกษตรกร และส่งเสริมให้ประกอบอาชีพเสริม เพื่อให้มีรายได้ด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนมาตรการช่วยเหลือในด้านการส่งออก รัฐอาจจัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกในการส่งออกให้มากขึ้น เช่น รถบรรทุก จากปัจจุบันที่มีไม่เพียงพอ ส่งผลให้ส่งออกได้น้อยมาก และอาจมีมาตรการช่วยเหลืออื่นๆ อีก อย่างไรก็ตาม มาตรการแก้ไขปัญหาเหล่านี้จะนำมาใช้ได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ กนป.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8112</URL_LINK>
                <HASHTAG>กนป., กรมการค้าภายใน, กระทรวงพาณิชย์, ครม., บุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร, ปาล์ม, สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์, สวนปาล์ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180429/image_big_5ae5b41a13410.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5925</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2018 19:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2018 19:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนุ่มใหญ่เผาป่าตกใจไฟลามสวนปาล์มวิ่งหนีความผิดตกบ่อน้ำดับอนาถ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มี.ค.61- &amp;nbsp;พ.ต.ท.ชุมพลด้วงคง สารวัตรเวร สภ.ปะเหลียน อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ได้รับแจ้งเหตุพบศพคนจมน้ำเสียชีวิตอยู่ในบ่อน้ำบาดาล ภายในสวนปาล์มน้ำมัน หมู่ที่ 1 ต.สุโส๊ะ อ.ปะเหลียน จึงได้เดินทางไปยังที่เกิดเหตุพร้อมด้วยแพทย์เวร รพ.ปะเหลียน และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลสถานตรังเขตอำเภอปะเหลียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงที่เกิดเหตุ ภายสวนปาล์มน้ำมันของนายชัยยุทธ จิตรเที่ยง อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 8 หมู่ที่ 7 ต.สุโส๊ะ ซึ่งเป็นคนที่พบศพคนแรก ภายในบ่อน้ำริมสวน กว้าง 1.5 เมตร ลึก 3 เมตร พบศพนายพัฒพงษ์ ใจสมุทร อายุ 41 ปีอยู่บ้านเลขที่ 15 หมู่ที่ 7 ต.สุโส๊ะ สวมเสื้อคอโปโลสีฟ้า กางเกงขาสั้น สีน้ำตาล เสียชีวิตในสภาพตัวแข็งลอยอืด จากการชันสูตรพลิกศพเบื้องต้นไม่พบร่องรอยหรือบาดแผลการถูกทำร้ายแต่อย่างไดคาดเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 24ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนนายประทีป ใจสมุทร &amp;nbsp;อายุ 38 ปี น้องชายผู้ตาย เล่าว่า ช่วงเที่ยงวันเมื่อวานนี้ที่ผ่านมา (26มี.ค.) ผู้ตายได้บอกตนเองว่าจะไปเผาป่าเคลียร์ที่ดินภายในสวนผู้ตายเพื่อจะทำการไถ และปลูกปาล์มน้ำมัน จนกระทั้งถึงช่วงบ่ายมีเพื่อนบ้านมาบอกว่าไฟได้ไหม้สวนของพี่ชายและลุกลามไปยังสวนข้างเคียงกว่า 3 สวน ชาวบ้านจึงช่วยกันดับไฟจนดับสนิท ส่วนผู้ตายได้หายตัวไปหลังจากเกิดเหตุซึ่งตนเองคิดว่าคงหนีไปอยู่ที่ไหนสักแห่ง เพราะกลัวความผิดในสิ่งที่ได้ก่อขึ้นจนกระทั้งนายชัยยุทธ จิตรเที่ยง เจ้าของสวนปาล์มที่พบศพผู้ตายได้เข้ามาพบศพผู้ตายโผล่ลอยเสียชีวิตอยู่ในบ่อซึ่งห่างจากสวนของผู้ตายเพียงแค่ 4 เมตร จึงมาให้แจ้งให้ญาติและเจ้าหน้าที่ตำรวจรับทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่สวนยางพาราข้างเคียงที่ได้ถูกไฟไหม้เจ้าของสวนได้เรียกร้องให้ นางหยอ ใจสมุทร อายุ 62 ปี แม่ของผู้ตายชดเชยค่าเสียหายในสิ่งที่เกิดขึ้น นายประสิทธิ์ โส๊ะหาม ผญบ.หมู่ที่ 1จึงเดินทางไปไกล่เกลี่ย พร้อมให้แม่ของผู้ตาย ชดชยค่าเสียหาย เป็นปุ๋ย สวนละ 10กระสอบ เรื่องจึงได้ยุติลงโดยดี อย่างไรก็ตามทางญาติไม่ได้ติดใจในสาเหตุการตายจึงนำศพไปบำเพ็ญกุศลตามศาสนาต่อไปส่วนสาเหตุการตายคาดว่าหลังเกิดเหตุผู้ตายคงตกใจจึงรีบวิ่งหนีความผิดทำให้ตกบ่อน้ำดังกล่าวที่มีความลึกจึงไม่สามารถช่วยเหลือตนเองทำให้จมน้ำเสียชีวิตในที่สุด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5925</URL_LINK>
                <HASHTAG>จมน้ำเสียชีวิต, ตรัง, ปะเหลียน, สวนปาล์ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180327/image_big_5aba32b00f088.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
