<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>85694</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/12/2020 10:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/12/2020 10:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กรมวิชาการเกษตร&#039;เตือนรับมือหนอนชอนใบส้มใน&#039;ส้มโอ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ธ.ค.2563 - สวนส้มโอในช่วงอากาศเย็นลงและมีลมแรงแบบนี้ กรมวิชาการเกษตร เตือนเกษตรกรเฝ้าระวังการระบาดของหนอนชอนใบส้ม จะสามารถพบได้ในระยะที่ต้นส้มโอแตกใบอ่อน เกษตรกรจะพบผีเสื้อตัวเต็มวัย วางไข่ใต้เนื้อเยื่อใบใกล้เส้นกลางใบ เมื่อไข่ฟักเป็นตัวหนอนจะชอนไชเข้าไปทำลายกัดกินเนื้อเยื่ออยู่ในระหว่างผิวใบอ่อนและยอดอ่อน ตัวหนอนจะทำลายด้านใต้ใบมากกว่าบนใบ รอยทำลายจะสังเกตได้ง่ายตั้งแต่เริ่มทำลายโดยเห็นเป็นเส้นทางสีขาวเรียวยาวในระยะเริ่มแรก และรอยทำลายจะปรากฏขยายใหญ่ขึ้นเป็นทางคดเคี้ยวไปมาบนใบ ส่งผลให้ใบมีลักษณะบิดงอลงทางด้านที่มีตัวหนอนทำลาย หากระบาดรุนแรง ตัวหนอนจะเข้าทำลายกิ่งอ่อนและผลอ่อน ซึ่งรอยแผลที่เกิดจากการทำลายของตัวหนอนจะเป็นช่องทางให้เชื้อแบคทีเรีย Xanthomonas citri subsp. citri ที่เป็นเชื้อสาเหตุของโรคแคงเกอร์เข้าทำลายซ้ำได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกษตรกรควรควบคุมบังคับต้นส้มให้แตกยอดพร้อมกัน เพื่อง่ายต่อการป้องกันกำจัด ช่วยควบคุมประชากรหนอนชอนใบส้มได้ดีขึ้น สะดวกในการดูแลรักษา ช่วยลดจำนวนครั้งในการพ่นสารเคมี และช่วยอนุรักษ์ศัตรูธรรมชาติที่พบมากในสวนส้ม ส่วนใบอ่อนที่พบหนอนชอนใบส้มเข้าทำลายมาก ให้เกษตรกรตัดและเก็บยอดอ่อนหรือใบอ่อนที่ถูกทำลายนำไปทำลายทิ้งนอกแปลงปลูก เพื่อลดปริมาณหนอนชอนใบส้มและช่วยในการแตกยอดของต้นส้มรุ่นต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ เกษตรกรควรหมั่นสำรวจสวนในระยะที่ต้นส้มแตกใบอ่อน หากพบหนอนชอนใบส้มเข้าทำลายยอดอ่อนมากกว่า 50% ให้เกษตรกรพ่นด้วยสารฆ่าแมลงปิโตรเลียมสเปรย์ออยล์ 83.9% อีซี อัตรา 40 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารโคลไทอะนิดิน 16% เอสจี อัตรา 5 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารไทอะมีทอกแซม 25% ดับเบิ้ลยูจี อัตรา 5 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารอิมิดาโคลพริด 70% ดับเบิ้ลยูจี อัตรา 2 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร โดยพ่นให้ทั่วทั้งหน้าใบและหลังใบ กรณีที่สำรวจพบว่ายังมีการระบาดของหนอนชอนใบส้มอยู่ให้พ่นซ้ำ อีกทั้งในการใช้ปิโตรเลียมสเปรย์ออยล์ในการป้องกันกำจัดหนอนชอนใบส้มให้มีประสิทธิภาพดีนั้น เกษตรกรต้องทำการพ่นสารโดยการใช้อัตราน้ำมากกว่าการพ่นสารฆ่าแมลงทั่วไป เพื่อให้สารน้ำมันเคลือบใบพืช&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85694</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมวิชาการเกษตร, สวนส้มโอ, หนอนชอนใบส้ม, อากาศเย็น, เกษตรกร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201202/image_big_5fc7090d174c9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
