<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119827</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2021 17:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2021 17:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สวนอุตสาหกรรมโรจนะ เทคโอเวอร์ ‘เฮิร์บ เทรเชอร์’ลุยธุรกิจกัญชง หวังส่งออกปีละ 1พันล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ตุลาคม 2564 นายภาณุพล&amp;nbsp; รัตนกาญจนภัทร ประธานที่ปรึกษาการยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) เข้าร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความร่วมมือ (MOU) ด้านอุตสาหกรรมกัญชงแบบครบวงจรระหว่าง บริษัท เฮิร์บ เทรเชอร์ จำกัด โดย นางสาวรมย์ชลี จันทร์ประสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฯ และ บริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน)&amp;nbsp; ที่มี นายชาย วินิชบุตร กรรมการบริหาร ร่วมลงนาม ณ ห้องประชุม ชั้น 26 อาคารอิตัลไทย ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ กรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภาณุพล กล่าวว่า เป็นเรื่องดีที่ภาคเอกชนจะร่วมมือกันพัฒนาเพื่อต่อยอดอุตสาหกรรมการผลิตกัญชงแบบครบวงจร โดยในส่วนของยสท.ก็ต้องการเห็นความร่วมมือครั้งนี้ ถูกส่งต่อไปยัง &amp;ldquo;ต้นน้ำ&amp;rdquo; ด้วยการช่วยยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรผู้ปลูกใบยาสูบที่ได้รับผลกระทบจากการแข่งขันของบุหรี่ต่างประเทศและอัตราภาษีบุหรี่ใหม่ที่ปรับเพิ่มขึ้นก่อนหน้านี้ จนมีรายได้ที่ลดอย่างมาก ทั้งนี้ คาดว่าในจำนวนเกษตรกรผู้ปลูกใบยาสูบประมาณ 14,000 ครัวเรือน จะมีไม่ต่ำกว่า 10% ที่เข้าร่วมโครงการเพาะปลูกกัญชงกับภาคเอกชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยสท.เองกำลังหารือกับกรมพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย เพื่อจัดสรรงบประมาณมาเป็นทุนช่วยเหลือและสนับสนุนให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกใบยาสูบ ที่สนใจจะเปลี่ยนมาเพาะปลูกใบกัญชง คาดว่าคงต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่ง&amp;rdquo; ประธานที่ปรึกษา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายชาย กล่าวว่า เนื่องจากบริษัทฯอยู่ในภาคอุตสาหกรรม และมีสายสัมพันธ์อันดีกับบริษัทต่างชาติในนิคมอุตสสาหกรรมโรจนะ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทอาหารเครื่องดื่ม เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์ยา ฯลฯ ซึ่งมีความต้องการสารสกัด CBD จากกัญชง ที่มีคุณประโยชน์อย่างสูงต่อสุขภาพและเป็นเทรนด์ใหม่ของโลกในอนาคต จึงทำให้สนใจจะร่วมมือกับบริษัท เฮิร์บ เทรเชอร์ฯ ในครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้ นางสาวรมย์ชลี กล่าวว่า ขณะนี้ บริษัทฯได้ร่วมมือกับเกษตรกรในหลายพื้นที่ เช่น เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา เริ่มทำการเพาะปลูกกัญชงไปแล้ว โดยมีการวิจัยและนำเข้าสายพันธุ์ที่เหมาะกับแต่ละสภาพพื้นที่ไปให้เกษตรกรเพาะปลูก โดยจะขยายไปยังพื้นที่อื่นๆ เช่น สุโขทัย เพชรบูรณ์ นครนายก ปทุมธานี เป็นต้น ทั้งนี้ บริษัทฯมีแผนจะจัดทำโครงการคอนแทร็กฟาร์มมิ่งกับเกษตรกรเหล่านี้ เพื่อสร้างหลักประกันด้านรายได้และการรับซื้อผลผลิตทั้งหมดจากเกษตรกร ขณะเดียวกัน บริษัทฯก็มีลูกค้าทั้งในและนอกประเทศที่ให้ความสนใจจะสั่งซื้อผลผลิตที่ได้จากใบกัญชงมาบ้างแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วน นายคณวัตร จันทรลาวัณย์ รองกรรมการผู้จัดการ บมจ.สวนอุตสาหกรรมโรจนะ กล่าวเสริมว่า ปัจจัยที่บริษัทฯสนใจจะเข้าร่วมธุรกิจกับบริษัท เฮิร์บ เทรเชอร์ฯ เพราะ 1.บริษัท เฮิร์บ เทรเชอร์ฯ เป็นเพียงบริษัทเดียวที่ได้รับอนุญาตจากภาครัฐในการเป็นผู้ผลิต วิจัย ต่อยอดใบกัญชงในเชิงอุตสาหกรรม รวมถึงส่งออกไปยังต่างประเทศเพียงรายเดียวในประเทศไทย 2.แผนการผลิตสารสกัด CBD ในเฟสแรกให้ได้ปีละ 9 ตัน ซึ่งสามารถจะสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 1000 ล้านบาท เนื่องจากราคาขายสารสกัด CBD ในต่างประเทศ หากเป็นค้าส่งจะอยู่ที่ 150,000 &amp;ndash; 400,000 บาท/กก. และ 3.มีเป้าหมายสอดรับกับแนวทางใหม่ของบริษัทฯ ที่ต้องการจะขยายงานไปยังธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตและการพัฒนาตั้งแต่ระดับฐานราก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ บริษัทฯจะเข้าถือหุ้นในโครงสร้างใหม่ของบริษัท เฮิร์บ เทรเชอร์ฯที่จะเพิ่มทุนจดทะเบียนเพิ่มเป็น 50 ล้านบาทในช่วงแรก โดยจะถือหุ้น 51% และกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมจะถือหุ้น 49%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เนื่องจากเรามีสายสัมพันธ์ที่ดีกับบริษัทต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทจากยุโรป อเมริกา หรือญี่ปุ่น ที่มีความต้องการสารสกัด CBD จากกัญชงอยู่แล้ว โดยในเบื้องต้น คงจะส่งออกเป็นวัตถุดิบราว 70% ที่เหลือ 30% จะต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องภาคอุตสาหกรรมสมัยใหม่&amp;rdquo; นายคณวัตร กล่าวในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง บมจ.สวนอุตสาหกรรมโรจนะ ได้แจ้งต่อตลาดหลักทรพย์แห่งประเทศไทย ถึงเข้าถึงการถือหุ้นในกิจการของบริษัท เฮิร์บ เทรเชอร์ฯ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 14 ตุลาคมที่ผ่านมา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119827</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชง, สวนอุตสาหกรรมโรจนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211015/image_big_616952b95ecf8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16551</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2018 16:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2018 16:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยาสูบแจงยิบย้ายโรงงานใหม่ยันงบมาจากรายได้ของหน่วยงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กยท. เต้นแจงยิบย้ายโรงงานใหม่ เป็นเพียงการย้ายฐานการผลิต ไม่ได้เพิ่มปริมาณการผลิต ชี้ตลาดนักสูบไทย-โลกเล็กลงต่อเนื่องทุกปี ยืนยันชัดงบก่อสร้างมาจากรายได้และกำไรตัวเอง ไม่ใช่งบประมาณแผ่นดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวดาวน้อย สุทธินิภาพันธ์ ผู้ว่าการการยาสูบแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยถึงกรณีที่มีการนำเสนอข่าวว่ารัฐบาลทุ่มงบประมาณ 4 พันล้านบาท สร้างโรงงานผลิตยาสูบแห่งใหม่ เพื่อขยายฐานการผลิต จนทำให้มีหลายฝ่ายออกมาวิพากษ์วิจารณ์ในประเด็นดังกล่าว ว่า การย้ายโรงงานผลิตยาสูบแห่งใหม่เป็นเพียงการย้ายฐานการผลิต จากเดิมที่ตั้งอยู่บริเวณคลองเตย จำนวน 3 โรงงาน ไปรวมเป็นหนึ่งโรงงาน ที่โรงงานผลิตยาสูบ 6 สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนพื้นที่โรงงานยาสูบเดิมที่คลองเตยนั้น ได้ทูลเกล้าถวายฯ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 จำนวนเกือบ 500 ไร่ เพื่อจัดสร้างเป็นสวนน้ำและสวนป่าใจกลางเมืองให้กับคนกรุงเทพฯ ขณะนี้อยู่ระหว่างการทยอยย้ายเครื่องจักรและพนักงานไปปฏิบัติงานที่โรงงานผลิตยาสูบแห่งใหม่ โดยคาดว่าจะย้ายครบทั้งหมดภายในปี 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยืนยันว่าการย้ายโรงงานยาสูบแห่งใหม่นี้ เป็นเพียงการย้ายฐานการผลิตเท่านั้น ไม่ได้เพิ่มกำลังการผลิตอย่างที่มีการวิพากษ์วิจารณ์แต่อย่างใด &amp;nbsp;โดยสถานการณ์ผู้สูบบุหรี่ในตลาดโลกมีค่าเฉลี่ยลดลงปีละ 4% สำหรับประเทศไทย มีค่าเฉลี่ยลดลงมากกว่า 10% ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ยอดผู้สูบบุหรี่ถูกกฎหมายปัจจุบันมีไม่ถึง 3 หมื่นล้านมวน ถือได้ว่าตลาดบุหรี่มีขนาดเล็กลงมาก&amp;rdquo; นางสาวดาวน้อย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับงบประมาณในการก่อสร้างโรงงานผลิตยาสูบแห่งใหม่ วงเงิน 4 พันล้านบาทนั้น งบประมาณดังกล่าวไม่ใช่งบประมาณใหม่ แต่เป็นงบประมาณที่ได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตั้งแต่ในอดีต และไม่ใช่งบประมาณของแผ่นดิน แต่เป็นงบประมาณจากรายได้และกำไรของ กยท. เอง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16551</URL_LINK>
                <HASHTAG>กยท., ดาวน้อย สุทธินิภาพันธ์, ผู้ว่าการการยาสูบแห่งประเทศไทย, สวนอุตสาหกรรมโรจนะ, โรงงานยาสูบแห่งใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180304/image_big_5a9b7ea58c346.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
