<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>56864</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2020 12:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/02/2020 12:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วุฒิสภาแต่งดำยืนไว้อาลัยเหยื่อกราดยิงโคราช ชื่นชม&#039;ผบ.ตร.-ผบ.ทบ.&#039;กลางที่ประชุม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.พ.63- &amp;nbsp; เมื่อเวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา (ส.ว.) ที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม ก่อนเข้าระเบียบวาระ นายพรเพชร ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่าเมื่อวันที่ 8&amp;ndash;9 ก.พ.ที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงที่ จ.นครราชสีมา ที่ทำให้เกิดการสูญเสียครั้งใหญ่ มีผู้บาดเจ็บ และชีวิตจำนวนมาก สร้างความเสียใจเศร้าโศกทั้งกับญาติ และสังคมไทย จนรู้สึกหดหู่สะเทือนใจอย่างมาก ซึ่งเหตุการณ์ร้ายแรงลักษณะนี้ไม่เคยเกิดขึ้นในแผ่นดินไทยมาก่อน ในฐานะส.ว.ได้ติดตามการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบเหตการณ์รุนแรงนี้ และขอชื่นชมการปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะฝ่ายตำรวจ และทหาร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมทั้งขอชมเชยเพื่อนสมาชิก คือ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และพล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ที่ได้ร่วมกันปฏิบัติการแก้ไขเหตุการณ์เลวร้ายครั้งนี้จนลุล่วง จากนั้น นายพรเพชร ได้ให้ส.ว.ร่วมยืนไว้อาลัยให้กับผู้เสียชีวิตเป็นเวลา 1 นาที และตั้งจิตอธิษฐานไม่ให้เหตุการณ์ร้ายแรงแบบนี้เกิดขึ้นอีกในแผ่นดินไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการประชุมวุฒิสภา ในวันนี้ (11 ก.พ.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ได้เข้าร่วมประชุมตามปกติ โดยได้เดินทางมาถึงตั้งแต่ช่วงเช้า.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56864</URL_LINK>
                <HASHTAG>กราดยิงโคราช, วุฒิสภา, สวมชุดดำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200211/image_big_5e4238da50943.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53349</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป่วนใต้ก่อนปีใหม่ ถล่มยิงรถขนจยย. เพิ่มการข่าวเข้ม!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ใกล้ปีใหม่โจรใต้ไม่เลิกป่วน สวมชุดดำดักถล่มยิงรถบรรทุกขณะกำลังไปส่งรถ จยย.ที่นราธิวาสทั้งหมด 5 คัน คนขับบาดเจ็บ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าแจงมาตรการรักษาความปลอดภัยท่องเที่ยวปีใหม่สัญจรปลอดภัย อุ่นใจตลอด 24 ชั่วโมง &amp;nbsp;นายกฯ กำชับที่ประชุมสภากลาโหมสั่งเพิ่มความเข้มข้นการข่าว เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดช่วงปีใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 07.40 น. วันที่ 26 ธันวาคม ร.ต.ท.วีรศักดิ์ สุวรรณคม รอง สว.(สอบสวน) สภ.สายบุรี จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุคนร้ายยิงใส่รถบรรทุกมีผู้ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบนถนนสายปัตตานี-นราธิวาส ม.5 ต.ละหาร หลังได้รับแจ้งรีบนำกำลังไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.มานะ เดชาวริษฎ์ ผกก.สภ.สายบุรี แต่เมื่อไปถึงไม่พบรถคันดังกล่าว เนื่องจากช่วงเกิดเหตุคนขับได้เร่งเครื่องขับหนีและไปจอดขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่จุดตรวจร่วม 3 ฝ่าย ด่านบาตู อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่จึงช่วยนำคนขับรถซึ่งได้รับบาดเจ็บส่ง รพ.บาเจาะ ทันที ทราบชื่อนายสมเดช ขาวงาม อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 100/100 ซอยฉลองกรุง แขวงลำปลาทอง เขตลาดกระบัง กทม. มีบาดแผลจากกระสุนปืนที่แขนขวาจนกระดูกแตก แพทย์ได้ให้การช่วยเหลือเบื้องต้น ก่อนจะส่งต่อไปรักษาตัวที่ รพ.นราธิวาส จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนอาก้าหลายสิบปลอกตกเกลื่อนบนถนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนทราบว่า รถคันดังกล่าวเป็นรถบรรทุกหกล้อยี่ห้ออีซูซุ ทะเบียน 77-1231 กทม. บรรทุกรถ จยย.เต็มคันของบริษัทจำหน่ายรถ จยย.แห่งหนึ่งเดินทางจาก อ.หาดใหญ่ จ.สงขลาเพื่อไปส่งรถ จยย.ใน จ.นราธิวาส ซึ่งเดินทางด้วยกันทั้งหมด 5 คัน โดยรถบรรทุกคันเกิดเหตุขับตามมาเป็นคันที่สาม และเมื่อขับมาถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายสวมชุดดำประมาณ 4-5 คน ซุ่มอยู่ริมถนนด้านขวา เมื่อได้โอกาสคนร้ายจึงออกมายิงใส่ทันที กระสุนเจาะรถคันดังกล่าวหลายนัด ถูกนายสมเดชจนได้รับบาดเจ็บ แต่แข็งใจเหยียบคันเร่งหนีไปพร้อมคันอื่นๆ จนกระทั่งถึงจุดตรวจซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 5 กม. เมื่อขับมาถึงจึงจอดรถขอความช่วยเหลือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบและเก็บวัตถุพยานพร้อมตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่อยู่บริเวณจุดเกิดเหตุพร้อมกระจายปิดล้อมตรวจสอบไล่ล่าคนร้าย เจ้าหน้าที่เชื่อว่าคนร้ายน่าจะเป็นกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ มีการวางแผนรู้ว่าจะมีรถบรรทุกผ่านมาเพื่อก่อเหตุและพยายามตอบโต้เจ้าหน้าที่รัฐ โดยการก่อเหตุกับเป้าหมายอ่อนแอเพื่อสร้างสถานการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อนึ่งเมื่อ 3-4 ปีที่ผ่านมา เคยก่อเหตุลักษณะนี้มาแล้ว แต่รุนแรงกว่า เมื่อก่อเหตุแล้วก็เผารถพร้อมรถจักรยานยนต์ที่บรรทุกในพื้นที่ดังกล่าวเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.วัชรกร อ้นเงิน รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า) เปิดเผยถึงมาตรการรักษาความปลอดภัย พร้อมจุดบริการและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 ซึ่งมีวันหยุดติดต่อกันหลายวัน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า จึงได้กำหนดมาตรการและแนวทางในการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในด้านการรักษาความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยพื้นที่เขตเมืองและชุมชนที่มีการจัดงานในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยเฉพาะ 7 เมืองหลักที่มีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจ ได้แก่ เมืองปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส, สุไหงโก-ลก, ตากใบ, เบตง และหาดใหญ่ โดยใช้การบูรณาการกำลังร่วม 3 ฝ่าย เสริมด้วยภาคประชาชน ในการดูแลรักษาความปลอดภัย รวมทั้งจัดกำลังพลพร้อมยุทโธปกรณ์ที่จำเป็นและชุดแพทย์เตรียมพร้อมเผชิญเหตุในการเข้าแก้ไขสถานการณ์ ตลอดจนจัดตั้งจุดตรวจจุดสกัดแบบประจำที่และไม่ประจำที่ บนเส้นทางสายหลัก/สายรอง และพื้นที่ล่อแหลม เสริมด้วยการลาดตระเวนเส้นทางเพื่อดูแลความปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เพิ่มมาตรการควบคุมพื้นที่ด่านชายแดนอย่างเข้มงวด ตามแผนสกัดกั้นตามแนวชายแดน โดยการบูรณาการทั้งกำลังและเครื่องมือเฝ้าตรวจตลอดจนการลาดตระเวนทางน้ำ เพื่อสกัดกั้นการลักลอบผ่านช่องทางที่ผิดกฎหมาย สำหรับบริเวณด่านชายแดน เน้นการตรวจบุคคลและยานพาหนะที่ผ่านเข้า-ออกตลอดแนวชายแดน โดยเพิ่มกำลังอาสาสมัครทหารพรานหญิงมาช่วยอำนวยความสะดวกในช่วงดังกล่าว ซึ่งคาดว่าจะมีพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางเข้า-ออกในพื้นที่กันเป็นจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 กล่าวว่า พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ผอ.รมน.ภาค 4 มีความปรารถนาดี ต้องการคืนความสุขเป็นของขวัญวันปีใหม่ให้กับพี่น้องประชาชน โดยได้สั่งการ เน้นย้ำให้หน่วยทหารในพื้นที่กองทัพภาคที่ 4 รวมถึงจังหวัดชายแดนภาคใต้ จัดตั้งจุดบริการและอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชน บริเวณหน้าที่ตั้งหน่วยหรือเส้นทางที่มีประชาชนเดินทางสัญจรและท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก โดยร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณด่านตรวจความมั่นคง 23 ด่านหลัก เป็นทั้งจุดตรวจและจุดบริการ โดยรวมตลอดเส้นทางในพื้นที่กองทัพภาคที่ 4 ตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงมาจะมีจุดให้บริการประชาชนจำนวนกว่า 52 จุด ครอบคลุมทุกพื้นที่ โดยจะเป็นทั้งจุดพักรถ และจุดให้บริการเครื่องดื่มพร้อมผ้าเย็นให้กับพี่น้องประชาชนที่สัญจรในช่วงเทศกาลปีใหม่ได้รู้สึกผ่อนคลายในการเดินทาง และลดความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอให้พี่น้องประชาชนมีความเชื่อมั่นในมาตรการรักษาความปลอดภัย และร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่กันอย่างมีความสุข พร้อมทั้งช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากพบเห็นสิ่งผิดปกติหรือวัตถุต้องสงสัย ตลอดจนต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งได้ที่เบอร์สายด่วน 1341 หรือสายตรงแม่ทัพเดฟ โทร 06-1173-2999 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง รับรองขอมูลของท่านจะถูกปิดเป็นความลับ &amp;quot;ท่องเที่ยวปีใหม่ สัญจรปลอดภัย อุ่นใจตลอด 24 ชั่วโมง&amp;quot; พ.อ.วัชรกรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่กระทรวงกลาโหม พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวภายหลังการประชุมสภากลาโหม ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมว่า เรื่องการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวแสดงความเสียใจกับการเสียชีวิตของประชาชน จากความเข้าใจผิดในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ผ่านมา โดยกำชับขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบและลงโทษผู้กระทำผิดดังกล่าว และขอให้เข้าช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียชีวิตและครอบครัวอย่างใกล้ชิด พร้อมขอให้ทุกเหล่าทัพยังคงมาตรการเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง โดยเพิ่มความระมัดระวังและให้ความสำคัญในการกวดขันและกำชับมาตรการใช้อาวุธให้รัดกุมและเหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดขึ้นอีกเป็นอันขาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เนื่องในเทศกาลปีใหม่เป็นช่วงที่มีวันหยุดยาวต่อเนื่องหลายวัน ให้หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพ เฝ้าระวังและเพิ่มความเข้มงวดในมาตรการการรักษาความปลอดภัยที่ตั้งหน่วยและสถานที่สำคัญในความรับผิดชอบ โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงต่างๆสำหรับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้เพิ่มความเข้มข้นกับงานข่าวและการเฝ้าระวังการสร้างสถานการณ์ทุกรูปแบบ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดกับประชาชนในช่วงของเทศกาลแห่งความสุขร่วมกัน&amp;quot; พล.ท.คงชีพกล่าว.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53349</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอ.รมน.ภาค 4, นราธิวาส, ยิงรถบรรทุก, สวมชุดดำ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โจรใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191226/image_big_5e04b68d4e4b9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
