<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>92902</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2021 15:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2021 15:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.ภ.4 เร่งสางคดีทุจริตคนละครึ่ง เผยจนท.ยังไม่แจ้งความครูขอนแก่นทำให้รัฐเสียหาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตร.ภ. 4 ส่งทีมสืบสวนสอบสวนช่วยที่ สภ.หนองเรือ เร่งสางคดีทุจริตโครงการคนละครึ่งและเราเที่ยวด้วยกัน ขณะที่ผู้เสียหายที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ยังคงไม่เข้ามาแจ้งความเอาผิดผู้กระทำความผิดแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.พ.64 - เมื่อเวลา 13.00 น.&amp;nbsp;ที่ สภ.เมืองขอนแก่น พล.ต.ต.พุฒิพงษ์ มุสิกูล ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น เปิดเผยว่า จากกกรณีที่ชาวบ้านในพื้นที่อ.หนองเรือ&amp;nbsp;จ.ขอนแก่น เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากกรณีที่ถูกขบวนการครูทุจริตสวมสิทธิ์โครงการคนละครึ่งและเราเที่ยวด้วยกัน ขณะนี้พบว่าที่ อ.หนองเรือ มีผู้เสียหายจำนวนมาก และทยอยเข้าแจ้งความที่ สภ.หนองเรือ แต่พนักงานสอบสวนไม่เพียงพอ จึงเสนอขอกำลังสนับสนุนจาก ตำรวจภูธรภาค 4 ทั้งในส่วนของพนักงานสอบสวนและเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงลงพื้นที่ช่วยทั้งการสืบสวนและการสอบสวนในภาพรวม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในส่วนของผู้ถูกกล่าวหาเฉพาะที่ อ.หนองเรือ ในเบื้องต้นมีเพียง 4 คน และทั้งหมดถูกจับกุมดำเนินคดีแล้ว ประกอบด้วย ว่าที่ ร.ต.ดร.ภูผาภูมิ โมรีย์ อายุ 40 ปี ครูโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.หนองเรือและครูผู้หญิงในสังกัดเทศบาล อีก3 คนประกอบด้วย&amp;nbsp;นางวลาพร ละดาดาษ อายุ 39 ปี หรือครูอ้อ,น.ส.ศิริพร นันกาสี อายุ 28 ปี หรือครูนิด และน.ส.พรรสวรรณ กองลุน อายุ 44 ปี หรือครูพี้ แต่ถ้าการสอบสวนชาวบ้านในส่วนที่เหลือ พาดพิงหรือกล่าวหาใครเพิ่มเติมก็จะจับกุมตัวมาสอบสวนดำเนินคดีตามกฏหมายเช่นกัน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น กล่าวต่ออีกว่า&amp;nbsp;ผู้ต้องหาที่เป็นครูผู้หญิง 3 คน ถูกส่งฟ้องและฝากขังที่ศาลจังหวัดชุมแพแล้ว ศาลไม่ให้ประกันตัวจึงถูกคุมตัวขังที่เรือนจำภูเขียว จ.ชัยภูมิ&amp;nbsp;ขณะที่ ว่าที่ ร.ต.ดร.ภูผาภูมิ ผู้ต้องหารายสำคัญและเป็นหัวหน้าขบวนการนั้นได้ถูกจับกุมแล้วเช่นกัน ขณะนี้อยู่ระหว่างการนำตัวส่งฟ้องฝากขังที่ศาลจังหวัดชุมแพ เพราโดยในชั้นพนักงานสอบสสนตำรวจไม่ให้ประกันตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันจะทำการสืบสวนในจุดที่มีการลงชื่อเข้าใช้บริการในส่วนของโครงการเราเที่ยวด้วยกันเพิ่มเติมด้วยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาหรือมีส่วนได้เสียในจุดใดบ้าง ขณะที่เจ้าหน้าที่ภาครัฐที่เป็นผู้เสียหายก็ยังไม่มีการตอบกลับมาหรือประสานมาว่าจะแจ้งความดำเนินคดีกับบุคคลที่ทำให้รัฐเสียหายแต่อย่างใด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92902</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนละครึ่ง, จังหวัดขอนแก่น, สวมสิทธิ์ชาวบ้าน, เราเที่ยวด้วยกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210213/image_big_602788fe99969.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92741</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2021 17:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/02/2021 17:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบแล้ว 3 ครูขอนแก่น เอี่ยว &#039;ดร.ภูผาภูมิ&#039; ทุจริตโครงการคนละครึ่ง-เราเที่ยวด้วยกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.พ.64 - ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp;(ภ.จว.ขอนแก่น)&amp;nbsp;พล.ต.ต.พุมิพงศ์ มุสิกูล ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น เปิดเผยว่า&amp;nbsp;กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.หนองเรือ , กก.สส.ภ.จว.ขอนแก่น , ตำรวจท่องเที่ยว และ บก.สส.ภ.4&amp;nbsp;เข้าจับกุมผู้ต้องหาร่วมเครือจ่ายขบวนการทุจริตโครงการคนละครึ่งและเราเที่ยวด้วยกัน เพิ่มเติมอีก 3 คน ประกอบด้วย นางวลาพร ละดาดาษ (เสื้อน้ำเงิน)&amp;nbsp;อายุ 39 ปี หรือครูอ้อ อยู่บ้านเลขที่&amp;nbsp; 68/5 ม.2 บ้านยางคำ ต.ยางคำ อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น , น.ส.ศิริพร นันกาสี (เสื้อขาว)อายุ 28 ปี หรือครูนิด อยู่บ้านเลขที่&amp;nbsp; 10/2 ม.2 บ้านยางคำ ต.ยางคำ อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น และ น.ส.พรรสวรรณ กองลุน (เสื้อเขียว) อายุ 44 ปี หรือครูพี้ อยู่บ้านเลขที่ 3 ม.1 บ้านยางคำ ต.ยางคำ อำ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น โดยทั้ง 3 คนอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จากการสืบสวนสอบสวนของคณะทำงานทราบว่าปลายทางของเลขบัตรประจำตัวประชาชนของชาวบ้านทั้งหมดถูกส่งไปยัง ดร.ภูผาภูมิ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาหลักในคดีนี้ ในส่วนของมูลค่าความเสียหายนั้น เนื่องจากหลายหน่วยงานมีส่วนเกี่ยวข้อง&amp;nbsp; ตำรวจจึงได้ประสานงานกับหน่วยงานต่างๆทั้งหมดเพื่อรวบรวมสรุปมูลค่าความเสียหายทั้งหมด ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปในส่วนของผู้เสียหายที่เป็นในส่วนของรัฐ โดยความคืบหน้าขณะนี้ทางคณะทำงานได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องให้รวดเร็วที่สุด และมีการสืบสวนขยายผลจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องทุกรายหากมีส่วนเชื่อมโยงในการกระทำความผิดในคดีดังกล่าว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่พ.ต.อ.ภพกร กวินโยธิน ผกก.สภ.หนองเรือ&amp;nbsp;กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการแบ่งชุด กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ในข้อหา ร่วมกันเอาไปเสียหรือยึดไว้ซึ่งบัตรหรือใบรับรองหรือใบแทนใบรับรองของผู้อื่น เพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ,ทำให้เสียหาย ทำลายซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้ไร้ประโยชน์ ซึ่งเอกสารใดของผู้อื่นในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ พร้อมทำการตรวจยึดของกลางได้เป็นสมุดรายชื่อชาวบ้านที่นำบัตรประจำตัวประชาชนมารับเงิน 200 บาท ที่ผู้ต้องหาอ้างว่าเป็นเงินจากรัฐมาแจกเยียวยา รวมทั้งโทรศัพท์มือถือ พร้อมซิมการ์ด คอมพิวเตอร์โนตบุ็ค รวมไปถึง สมุดบัญชีธนาคารกรุงไทย และบัตรเอทีเอ็มกรุงไทย โดยทำการควบคุมตัวมาสอบสวนที่ สภ.หนองเรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง 3 รายยอมรับสารภาพและให้การที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ซึ่งในวันนี้ทางพนักงานสอบสวนจะเร่งทำการสอบปากคำครูทั้ง 3 คนให้เสร็จ และจะควบคุมตัวส่งฟ้องศาลจังหวัดชุมแพให้ทันภายในวันนี้ทันที เนื่องจากในวันพรุ่งนี้เป็นวันหยุดและเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้เพียง 48&amp;nbsp;ชม. เท่านั้น อย่างไรก็ดี&amp;nbsp;ในวันนี้ ว่าที่&amp;nbsp;ร.ต.ดร.ภูผาภูมิ โมรีย์ ผู้ต้องหาคนสำคัญ ในคดีได้ยื่นขอศาลประกันตัว ซึ่งทางพนักงานสอบสวน สภ.หนองเรือ จะเดินทางไปยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขออายัดตัวเอาไว้มาเพื่อดำเนินคดีในพื้นที่&amp;nbsp;ขณะที่ผู้เสียหายในพื้นที่ อ.หนองเรือนั้นยังคงมีมาแจ้งความดำเนินคดีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งสอบปากคำเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดให้แล้วเสร็จโดยเร็ว&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92741</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนละครึ่ง, จังหวัดขอนแก่น, สวมสิทธิ์ชาวบ้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210211/image_big_602504244bc93.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92177</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/02/2021 11:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/02/2021 11:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซวยแล้ว!ตำรวจจ่อขอหมายจับ &#039;ครูเจ้าเล่ห์&#039; สวมสิทธิ์ชาวบ้านโครงการคนละครึ่ง-เราเที่ยวด้วยกัน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.พ. 64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีชาวบ้าน บ.โนนค้อ หมู่ 2 ต.โคกงาม อ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น 38 คน &amp;nbsp;เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านฝาง ว่าถูกครูโรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น และ เครือข่ายข้าราชการครู ในพื้นที่ อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น &amp;nbsp;บอกชาวบ้านว่าจะมีเงินจำนวน 200 บาทซึ่งเป็นเงินของทางรัฐบาลมาแจก ให้นำบัตรประชาชนมารับเงินไป ทำให้มีชาวบ้านเป็นร้อยคนเดินทางมารับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยครูคนหนึ่งได้ถ่ายภาพบัตรประชาชนทั้งด้านหน้าด้านหลังก่อนจะจ่ายเงินให้ชาวบ้านไปคนละ 200 บาท ซึ่งมีชาวบ้านหลายคนสงสัยว่าเป็นเงินอะไรโดยครูบอกกับชาวบ้านว่าเขาให้เงินก็รับๆไปเถอะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาหลังจากมีโครงการ เราชนะ เกิดขึ้น ชาวบ้านมีความสนใจได้ทำการเข้าไปลงทำเบียนในเว็บไซต์ www.เราชนะ.com แต่ไม่สามารถลงทะเบียนได้เนื่องจากได้สิทธิ์โครงการคนละครึ่งและโครงการเราเที่ยวด้วยกันไป แล้วให้รอตรวจสอบสิทธิ์โครงการเราชนะในวันที่ 5 ก.พ.2564 ชาวบ้านจึงเกิดความสงสัยเพราะไม่เคยลงทะเบียนรับสิทธิ์โครงการทั้ง 2 แต่อย่างใด จึงได้ไปที่ธนาคารกรุงไทยเพื่อขอตรวจสอบข้อมูลของตัวเอง พบว่าหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชนได้ผูกกับหมายเลขโทรศัพท์ที่ไม่เคยรู้จัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความคืบหน้าล่าสุดวันนี้ เวลา 09.00 น. พล.ต.ท.ยรรยง เวชโอสถ ผบช.ภ.4 เปิดเผยว่าในทางคดีมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการสอบปากคำชาวบ้านที่เข้าแจ้งความรวมทั้งบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด พร้อมทั้งตรวจสอบข้อมูลภายในโทรศัพท์ของครูที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งรวบรวมพยานหลังฐานต่างๆให้ครอบคลุมมากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หลักฐานเชื่อมโยงใครก็จะเรียกมาสอบปากคำด้วย ซึ่งในเบื้องต้นพบหลักฐานที่เชื่อมโยงกันทางโซเชียลมีเดีย ที่ครูฝนพูดคุยกับ ดร.คนหนึ่ง ถึงการดำเนินการต่างๆกี่ยวกับการจ่ายเงินให้ชาวบ้าน ซึ่งบางส่วนตรงกับที่ได้จากชาวบ้าน จึงต้องขอหมายค้นจากศาลจังหวัดขอนแก่น เพื่อเข้าตรวจค้นจุดที่เกี่ยวข้องกับการเกิดเหตุทั้งหมด เพื่อเก็บหลักฐาน ในส่วนทางด้านพนักงานสอบสวนก็จะรวบรวมหลักฐาน เพื่อขอศาลออกหมายจับครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.หนองเรือ ในข้อหา 3 ข้อหา ประกอบด้วย ฉ้อโกงประชาชน,นำบัตรประจำตัวประชาชนของผู้อื่นไปใช้โดยไม่ได้รับความยินยอม และข้อหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ตามขั้นตอนต่อไป&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผบช.ภ.4 กล่าวด้วยว่า &amp;nbsp;คณะทำงานที่ร่วมกันทั้งกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ,ตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น และ สภ.บ้านฝาง จะเร่งสืบสวนสอบสวนเพื่อคลี่คลายคดีโดยเร็ว เนื่องจากเป็นคดีที่สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านเป็นจำนวนมาก จะเชื่อมโยงกับพื้นที่อื่นหรือไม่นั้นก็อาจจะเป็นไปได้ แต่ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นเอง จะมีการสืบสวนสอบสวนอย่างรัดกุมรอบคอบ ให้ได้พยานหลักฐานละเอียดที่สุด เพื่อดำเนินการเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด หลักฐานเชื่อมโยงใครก็จะเรียกมาสอบปากคำหากเข้าข่ายร่วมกระทำความผิดก็จะต้องถูกดำเนินคดีไปด้วยทั้งหมด และยืนยันจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92177</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอนแก่น, พล.ต.ท.ยรรยง เวชโอสถ, สวมสิทธิ์ชาวบ้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210206/image_big_601e12b5646e2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
