<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116273</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2021 14:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2021 14:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สถานการณ์ทรงๆศบค.พบคนกรุงสวมหน้ากากอนามัยเกือบ 100% ขอ76จังหวัดทำตาม  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
10 ก.ย.64-ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทยว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 14,403 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 14,045 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 12,770 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 1,275 ราย และมาจากเรือนจำ 341 ราย เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 17 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสมยืนยันตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 1,352,953 ราย หายป่วยเพิ่มขึ้น 15,610 ราย ทำให้มียอดหายป่วยสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 1,197,391 ราย อยู่ระหว่างรักษา 141,642 ราย อาการหนัก 4,330 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 915 ราย เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 189 ราย เป็นชาย 92 ราย หญิง 97 ราย เป็นผู้เสียชีวิตที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป&amp;nbsp; 127 ราย มีโรคเรื้อรัง 39 ราย เสียชีวิตที่บ้าน 1 ราย ที่ จ.นครสวรรค์ ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 13,920 ราย ขณะที่สถานการณ์โลก มียอดผู้ติดเชื้อใหม่ 224,003,374 ราย เสียชีวิตสะสม 4,620,011 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดวันที่ 10 ก.ย. ได้แก่ กทม. 3,495 ราย สมุทรปราการ 1,037 ราย ชลบุรี 801 ราย สมุทรสาคร 678 ราย ราชบุรี 615 ราย นนทบุรี 496 ราย นราธิวาส 402 ราย ปราจีนบุรี 399 ราย ระยอง 393 ราย สระบุรี 321 ราย ทั้งนี้ มีการรายงานตัวเลขผู้รักษาตัวที่บ้านในพื้นที่ กทม. โดยมียอดสะสม 110,513 ราย เป็นผู้ติดเชื้อรายใหม่วันนี้ 680 ราย โดยจำนวนนี้หายป่วยไปแล้ว 86,573 ราย ต้องส่งต่อไปยังโรงพยาบาล 12,481 ราย ซึ่งแนวโน้มผู้เข้ารับการรักษาที่บ้านลดลงต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ภาพรวมการติดเชื้อของทั้งประเทศสัปดาห์นี้ยังไม่ดีขึ้นมาก สถานการณ์ถือว่าทรงๆ อยู่ โดยวันเดียวกัน (10 ก.ย.)&amp;nbsp; จะมีการประชุม ศบค.ชุดใหญ่เพื่อพิจารณาการปรับมาตรการป้องกันควบคุมโรคโควิด-19 เนื่องจากจะครบ 2 สัปดาห์ในวันที่ 14 ก.ย.หลังจากมีการปรับมาตรการ ประเด็นหลักของการหารือคือ การบริหารจัดการวัคซีนในเดือน ต.ค. แนวทางการฉีดวัคซีนให้เด็ก และการปรับระดับพื้นที่ควบคุมตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอเข้ามา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้รายงานการสำรวจการใส่หน้ากากอนามัยจากระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI MASK ใน กทม. ที่สำรวจรายสัปดาห์และมีการรายงานมาวันที่ 10 ก.ย. โดยจาก 6,130 ตัวอย่างใน 29 เขต 31 จุด พบว่า ใส่หน้ากากถูกต้อง 99.72% ใส่ไม่ถูกต้อง 0.26% ไม่ใส่หน้ากาก 0.02% โดยทุกเขตใส่ถูกต้องเกือบ 100% มีเพียงเขตสัมพันธวงศ์ กับปทุมวันที่ไม่ถึง 99% โดยขอให้จังหวัดอื่นดู กทม.เป็นตัวอย่าง อยากให้พฤติกรรมเช่นนี้เกิดขึ้นไปในอีก 76 จังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า สำหรับยอดผู้ได้รับวัคซีนของประเทศไทยเมื่อวันที่&amp;nbsp; 9 ก.ย. มีการฉีดวัคซีนเพิ่มเติม 698,621 โดส รวมยอดฉีดวัคซีนสะสมตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.&amp;nbsp; มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 38,873,359 โดส อย่างไรก็ตาม ข้อมูลการฉีดวัคซีนในภูมิภาคอาเซียน ข้อมูลถึงวันที่ 8 ก.ย. พบว่าประเทศไทยมีการฉีดวัคซีนไปแล้ว 37,461,284 โดส ถือเป็นอันดับ 2 ของอาเซียน ตามหลังเพียงอินโดนีเซียที่ฉีดไปแล้ว 108,916,110 โดส แต่ถ้าเทียบจำนวนประชากร ประเทศไทยฉีดไปเป็นอันดับ 5 รองลงมาจากสิงคโปร์ กัมพูชา มาเลเซีย บรูไน และไทย&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116273</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ศบค., ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, ผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่, สวมหน้ากากอนามัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210813/image_big_6116278a6a187.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112854</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2021 16:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2021 16:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมกาบางนา ส่งมอบความปลอดภัยจากหน้าร้านถึงมือลูกค้า เน้นย้ำมาตรการการรักษาความสะอาดอย่างเข้มข้นสูงสุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ศูนย์การค้าเมกาบางนา แหล่งช้อปปิ้งและสถานที่พบปะสังสรรค์แห่งย่านกรุงเทพตะวันออก ตอกย้ำการเป็น &amp;ldquo;มีทติ้ง เพลส&amp;rdquo; (Meeting Place) ส่งมอบบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าทุกคนและชุมชนโดยรอบในทุกสถานการณ์ และยินดีเป็นส่วนหนึ่งของสังคมในการร่วมกันป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ด้วยมาตรการการดำเนินการที่เน้นความสะอาดและความปลอดภัยของลูกค้ามาเป็นอันดับแรก &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมกาบางนายังคงเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00 &amp;ndash; 20.00 น.&amp;nbsp; และเป็นไปตามประกาศของภาครัฐ โดยประเภทของร้านค้าที่ยังเปิดให้บริการได้แก่ ซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายยา ร้านสะดวกซื้อ และสำหรับร้านอาหารและเครื่องดื่มก็ได้จัดให้มีจุดบริการสำหรับสั่ง - รับส่งอาหาร (Order &amp;amp; Pick up service) และจัดส่ง (Delivery) โดยจะเริ่ม 6 ส.ค.นี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิค-19 เราตระหนักถึงความสำคัญของเรื่องความสะอาดและความปลอดภัยมาโดยตลอด ด้วยเหตุนี้เมกาบางนาและร้านค้าผู้เช่าภายในศูนย์ฯ ได้ร่วมมือกันปฏิบัติตามมาตรการ เพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด&amp;ndash; 19 อย่างเคร่งครัด เพื่อมอบบริการที่สะดวกและปลอดภัยให้กับลูกค้า เน้นการดำเนินการด้านความสะอาดตามที่กรมควบคุมโรคและกระทรวงสาธารณสุขแนะนำไว้ สำหรับด้านสถานที่ได้ดำเนินการตามมาตร อาทิ การจัดพื้นที่ให้บริการ โดยเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล ประมาณ 1 &amp;ndash; 2 เมตร ,จัดให้มีจุดบริการเจลล้างมือสำหรับผู้ใช้บริการทุกคน, ทำความสะอาดฆ่าเชื้อในทุกจุดที่มีการสัมผัสอย่างสม่ำเสมอ พร้อมติดตั้งเครื่องสแกนอุณหภูมิทุกประตูทางเข้า-ออกของศูนย์ ฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคทั่วพื้นที่ทุกวัน เป็นต้น พร้อมกันนี้สำหรับผู้ที่เข้ามาใช้บริการ หรือพนักงานรับ- ส่งอาหารจะต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าเข้ามาใช้บริการเท่านั้น และจะต้องตรวจวัดอุณหภูมิก่อนเข้าใช้บริการ โดยอุณหภูมิจะต้องไม่เกิน 37.5 องศาเซลเซียส และขอความร่วมมือบันทึกการเข้าใช้บริการผ่านแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;ไทยชนะ&amp;rdquo; อีกทั้งลูกค้ายังสามารถชำระเงินผ่านแอปพลิเคชันหรืออินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง (I-Banking) ได้เพื่อลดการสัมผัสได้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นอกจากนี้ เมกาบางนาต้องการช่วยให้ไรเดอร์และลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการได้รับความสะดวกมากขึ้น จึงได้เตรียมจุดให้บริการเพิ่มเติมดังนี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;


	ทางเมกาบางนาได้เตรียมจุดสั่งและรับส่งอาหารไว้บริเวณหน้าบิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า โดยลูกค้าสามารถสั่งซื้ออาหารจากพนักงานของร้านและยังสามารถซื้ออาหารปรุงสำเร็จจากร้านค้า ณ บริเวณนี้เช่นกัน 
	ลูกค้าสามารถโทรสั่งอาหารหรือสั่งผ่านช่องทางต่างๆ ของทางร้าน โดยสามารถนัดรับอาหารและเครื่องดื่มได้ที่จุดบริการ 2 จุดคือ บริเวณหน้าบิ๊กซี เอ็กตร้า และฟู้ดวอล์ค พลาซ่า (หน้าท็อปส์ มาร์เก็ต) &amp;nbsp;
	สำหรับไรเดอร์สามารถมารับสินค้าได้ที่จุดบริการรับ-ส่งอาหาร (Pick-up point) 2 จุด คือทางเข้าโซนอิเกีย และทางเข้าเมกา พลาซ่า 


&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ทั้งนี้ สำหรับสมาชิกเมกา สไมล์ รีวอร์ดส เมื่อซื้อสินค้าครบทุกๆ 500 บาท สามารถนำใบเสร็จมาสะสมคะแนนย้อนหลังได้ โดยใบเสร็จที่ระบุวันที่ 1 &amp;ndash; 31 ส.ค. 2564 จะสามารถสะสมคะแนนได้จนถึงวันที่ 30 ก.ย. 2564 &amp;nbsp;ทั้งนี้ สำหรับลูกค้าที่ต้องการมาใช้บริการ สามารถเช็คจุดจอดรถใกล้ๆ ได้ที่ https://bit.ly/36SJYkx &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;หรือติดตามข่าวสารและโปรโมชั่นได้ที่ 
แอปพลิเคชัน ; http://onelink.to/n37e4g&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;เว็บไซต์ ; https://www.mega-bangna.com/&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;อินสตาแกรม ; @Megabangna_th&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ทวิตเตอร์ ; @Megabangna3 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;หรือโทร. 02-105-1000 &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112854</URL_LINK>
                <HASHTAG>Delivery, I-Banking, Meeting Place”, Megabangna, Order &amp; Pick up service, ความปลอดภัย, จุดบริการเจลล้างมือ, ฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรค, ชำระเงิน, บิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า, ฟู้ดวอล์ค พลาซ่า, มาตรการการดำเนินการที่เน้นความสะอาด, มีทติ้ง เพลส, ย่านกรุงเทพตะวันออก, ศูนย์การค้าเมกาบางนา, สมาชิกเมกา สไมล์ รีวอร์ดส, สวมหน้ากากอนามัย, อินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง, อิเกีย, เมกาบางนา, เว้นระยะห่าง, แหล่งช้อปปิ้ง, ไทยชนะ, ไรเดอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210810/image_big_6112469648049.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108474</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/07/2021 10:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/07/2021 10:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อึ้ง !!! โพลกรมอนามัย พบพื้นที่สีแดงเข้ม ‘ไม่สวมหน้ากาก - สวมไม่ถูกวิธี’ สูงถึงร้อยละ 35</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อึ้ง !!! โพลกรมอนามัย พบพื้นที่สีแดงเข้ม &amp;lsquo;ไม่สวมหน้ากาก - สวมไม่ถูกวิธี&amp;rsquo; สูงถึงร้อยละ 35&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3ก.ค.64-​นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า จากผลสำรวจของอนามัยโพล &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เรื่องผลสำรวจการสังเกตเห็นผู้อื่นสวมหน้ากากในชุมชนละแวกที่พักสวมหน้ากากเมื่อออกนอกบ้านพบว่า ประชาชนในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (พื้นที่สีแดงเข้ม) สวมหน้ากากถูกวิธีเพียงร้อยละ 65 ขณะที่ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่สวมหน้ากากหรือสวมไม่ถูกวิธีพบถึงร้อยละ 35 หวั่นเป็นจุดเสี่ยงการแพร่กระจายเชื้อในชุมชน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จึงขอความร่วมมือจากประชาชนในทุกพื้นที่สวมหน้ากากป้องกันตลอดเวลาและสวมให้ถูกวิธี โดยให้ปิดจมูก ปาก คาง หากสวมหน้ากากอนามัยไม่แนะนำให้สวมซ้อนกัน 2 ชั้น เนื่องจากจะทำให้ไม่กระชับกับใบหน้า &amp;nbsp; &amp;nbsp;เกิดช่องว่าง ทำให้ต้องใช้มือขยับและเสี่ยงสัมผัสใบหน้าบ่อย ๆ ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการป้องกันเชื้อโรคลดลง ซึ่งวิธีการตรวจสอบความกระชับกับใบหน้าด้วยการตรวจช่องว่างโดยการเอามือแตะขอบด้านนอก &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ของหน้ากาก พร้อมดูให้แน่ใจว่าไม่มีอากาศไหลออกจากบริเวณใกล้ดวงตาหรือจากด้านข้างของหน้ากาก &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; และถ้าสวมหน้ากากพอดีแล้ว จะรู้สึกว่ามีลมร้อนผ่านเข้ามาทางด้านหน้าของหน้ากาก และอาจเห็นหน้ากากเคลื่อนเข้าและออกทุกครั้งที่หายใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวต่อไปว่า หากต้องการเพิ่มความมั่นใจของชั้นกรองหน้ากากให้มีประสิทธิภาพสูง เมื่อต้องอยู่ในสถานที่แออัด หรือพื้นที่ที่ระบายอากาศไม่ดีเป็นระยะเวลานาน เช่น &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในรถตู้โดยสาร หรือเมื่อต้องสัมผัสใกล้ชิดกับผู้มีความเสี่ยงสูง แนะนำให้สวมหน้ากากผ้าทับหน้ากากอนามัยได้ แต่ขอเน้นย้ำต้องสวมให้ถูกวิธีและถูกประเภทของชนิดหน้ากาก คือสวมหน้ากากอนามัยก่อนแล้วทับด้วยหน้ากากผ้า ซึ่งจะเพิ่มความกระชับและความสามารถในการกรองมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งตรวจสอบว่าหายใจ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ได้สะดวกหรือไม่ นอกจากนี้ การสวมหน้ากากแบบผิดประเภท เช่น สวมหน้ากากอนามัยซ้อนกัน 2 ชิ้น &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สวมหน้ากาก N95 ก่อนแล้วทับด้วยหน้ากากอื่น หรือสวมหน้ากากผ้าก่อนแล้วทับด้วยหน้ากากอนามัย นอกจากจะไม่ช่วยเรื่องประสิทธิภาพการป้องกันแล้ว ยังส่งผลให้ผู้สวมอึดอัด หายใจไม่ออก และอาจเป็นลมได้ สำหรับกลุ่มที่ไม่ควรสวมหน้ากากคือ กลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบ และผู้ที่มีโรคหรือข้อห้ามทางการแพทย์ เช่น ผู้ป่วยที่ใช้เครื่องช่วยหายใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;ทั้งนี้ การป้องกันโรคโควิด-19 นอกจากการสวมหน้ากากถูกวิธีแล้ว ยังคงต้องรักษามาตรการต่าง ๆ &amp;nbsp; &amp;nbsp; ควบคู่กันไปด้วย เช่น หมั่นล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่และน้ำ หรือเจลแอลกอฮอล์ เพราะมีโอกาสที่จะนำมือมาสัมผัสใบหน้าโดยไม่รู้ตัว เว้นระยะห่างกับคนอื่นอย่างน้อย 1-2 เมตร ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายสม่ำเสมอ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนเข้าทำงาน สแกนแอปพลิเคชันไทยชนะทุกครั้งที่เดินทางไปสถานที่ต่าง ๆ และประเมินตนเองก่ผ่านเว็บไซต์ &amp;ldquo;ไทยเซฟไทย&amp;rdquo; ทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน หรือก่อนเข้าสถานที่ทำงาน เพื่อเป็นการประเมินความเสี่ยงการ &amp;nbsp; &amp;nbsp; แพร่เชื้อสู่ผู้อื่น&amp;rdquo; อธิบดีกรมอนามัย กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108474</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอนามัย, พื้นที่สีแดง, สวมหน้ากากอนามัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210703/image_big_60dfdeb58275b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104695</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2021 19:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2021 19:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.อานนท์&#039;ไขข้อข้องใจทำไมต้องใส่หน้ากากอนามัย-มารถคันเดียวกันต้องแยกโต๊ะทานอาหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ค.64-ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒน บริหารศาสตร์ (NIDA) โพสต์เฟซบุ๊กหัวข้อ &amp;quot;ทำไมต้องใส่หน้ากากอนามัยทั้งๆ ที่มารถคันเดียวกันเป็นครอบครัวเดียวกัน แล้วยังต้องแยกโต๊ะรับประทานอาหารด้วย?&amp;quot; ระบุว่า ผมเห็นลิเบอร่านถวิลหาเสรีภาพแบบขาดสติปัญญาในเรื่องหน้ากากอนามัย โดยบ่นและโวยวายว่าการให้ใส่หน้ากากอนามัยเมื่อนั่งรถคันเดียวกันนั้นเป็นเรื่องที่งี่เง่ามาก และมารถคันเดียวกันก็บ้านหลังเดียวกันอยู่แล้ว การออกมาถวิลหาเสรีภาพในภาวะสงครามมหาโรคระบาดโควิด-19 และเกี่ยงงอนในการทำหน้าที่พลเมือง ขาดความรับผิดชอบต่อสังคม โดยการต่อต้านกฎหมายและชักชวนให้คนอื่นๆ ต่อต้านกฎหมายนั้น นอกจากจะเป็นภัยสังคมแล้วยังเป็นภัยเพิ่มความเสี่ยงของชีวิตตนเองด้วย
ดังเรื่องที่ผมจะเล่าให้ฟังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครอบครัวหนึ่ง มีพี่น้องกันหลายคน เดินทางไปต่างจังหวัดในรถตู้คันเดียวกันทั้งหมด 12 คน โดยมีรุ่นยายไปหนึ่งคนอายุมากกว่า 90 รุ่นพ่อแม่ 9 คน อายุประมาณ 55-75 ปี&amp;nbsp; และรุ่นลูกอายุประมาณ 30 อีกสองคน สามบ้าน เป็นพี่น้องกันหมด เป็นเครือญาติกันหมด มีคนเดียวที่เป็นหมอรุ่นลูกอายุ 30 ปี ที่ใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาในรถตู้ที่เดินทางตลอดเวลา การ์ดไม่ตก และยังไม่ได้ฉีดวัคซีนโควิด-19 ด้วย ที่เหลือ 11 คน รวมคนขับรถที่ผลัดกันขับรถ ไม่ใส่หน้ากากอนามัยเลย เพราะถือว่าเป็นญาติพี่น้องกันหมด และไม่มีใครมีไข้หรือป่วยมาเลย
แต่ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ไม่แสดงอาการ (Asymptomatic patient) มีอยู่มากถึงร้อยละ 80 และที่แสดงอาการมีเพียงร้อยละ 20 ใน 12 คนที่เดินทางไปด้วยกัน ติดเชื้อไป 11 คน&amp;nbsp; ยกเว้นรุ่นลูกที่ใส่หน้ากากอนามัยแม้ในรถตู้ที่มีแต่ญาติกัน&amp;nbsp; 11 คนทีติดเชื้อ เข้าไอซียู ไป 9 คน&amp;nbsp; ทั้งหมด เป็นรุ่นพ่อแม่อายุ 55-70 ปี ได้เข้าไอซียูกันหมด
เข้าโรงพยาบาลห้องธรรมดาไปหนึ่งคน คนนี้รุ่นลูก&amp;nbsp;&amp;nbsp; มี 3 คน ที่เสียชีวิตจากโควิด 19 รุ่นพ่อแม่ตายไปสอง รุ่นยายตายไปหนึ่ง มีหนึ่งคนที่ติดเชื้อแต่ไม่แสดงอาการอะไรเลย เพราะเป็นรุ่นลูกอายุน้อย เข้าแค่โรงพยาบาลสนามด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การหาเตียงให้คนในครอบครัว 10 คน ที่ทยอยกันป่วยเข้าโรงพยาบาลและทยอยเข้าไอซียู และมีสามคนที่เข้าไอซียูแล้วออกจากไอซียูขึ้นตรงไปที่วัด เอาเข้าเตาเผาทันทีโดยไม่ได้ร่ำลา&amp;nbsp; ในขณะเดียวกันญาติพี่น้องที่ไม่ได้ไปด้วยก็ต้องคอยห่วงอีก 6 คนที่เหลือ เป็นภาวะที่ยากลำบากเหลือเกิน จริงๆ ในเวลานี้ การระบาดรุนแรง แม้กระทั่งในบ้านเดียวกัน ก็ไว้ใจไม่ได้ต้องเว้นระยะทางสังคมนะครับ เพราะผู้ติดเชื้อและไม่ปรากฎอาการแต่เป็นพาหะมีมากเหลือเกิน&amp;nbsp; ไม่ทำตามกฎหมายก็ควรจะรักตัวเองด้วย อย่างน้อยเรื่องจริงที่เล่าให้ฟังนี้ ก็เป็นอุทธาหรณ์ให้เห็นว่า แม้กระทั่งในรถคันเดียวกัน พอไม่ใส่หน้ากากอนามัย เป็นญาติกัน ไม่มีอาการเลยในวันเดินทางแต่เป็นพาหะ ก็แพร่เชื้อไปจนทั้งคันรถ แต่คนที่รอดคือคนที่การ์ดสูง บ้านเมืองถ้ามีแต่คนที่คิดถึงเรื่องเสรีภาพ เอาแต่ใจตนเอง โดยต้องการเสรีภาพเป็นสำคัญมากกว่าชีวิตของตนเองก็ยังไม่รัก ก็ไม่รู้จะช่วยอะไรได้จริงๆ นะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ที่เสียเวลาเล่าให้ฟังก็เพราะอยากให้ลิเบอร่านได้ลองใช้สมอง ใช้สติปัญญา คิด อย่าบ้าสิทธิและเสรีภาพ จนตัวตาย ก็แล้วกัน โปรดช่วยกันแชร์ออกไปครับ แล้วจะเข้าใจว่าทำไม ต้องนั่งแยกโต๊ะในร้านอาหาร ทำไมต้องใส่หน้ากากอนามัยแม้จะนั่งมาในรถคันเดียวกัน&amp;nbsp; อดทน มีวินัย ไม่ฝ่าฝืนกฎหมายเถิดครับ ในภาวะสงครามแบบนี้ ไม่ใช่เพื่อใคร แต่เพื่อตัวคุณเอง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104695</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์, สวมหน้ากากอนามัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210530/image_big_60b387426ec65.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103118</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2021 19:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2021 19:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกรัฐบาลสำทับยังเข้มงวดสวมหน้ากากอนามัย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 พ.ค.64 - นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;กล่าวว่า ขอยืนยันการสวมหน้ากากอนามัยตามข้อกำหนดที่ระบุให้มีการสวมหน้ากากผ้า หน้ากากอนามัยตลอดเวลา และยังเป็นมาตรการที่ประชาชนต้องปฏิบัติอย่างเข้มงวดตามมาตรการของ ศบค. ที่ออกไปแล้ว และยังมีผลต่อไป รวมถึงการประชุมสภาฯต่างๆเนื่องจากเป็นการรวมตัวของคนจำนวนมาก&amp;nbsp;ทั้งนี้ &amp;nbsp;ข้อปฏิบัติในการสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า การสวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้าอย่างถูกวิธีตามข้อแนะนําของกระทรวงสาธารณสุข เมื่ออยู่นอกเคหสถานหรือเมื่ออยู่ในที่สาธารณะยังคงเป็นข้อปฏิบัติเพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่หรือรับเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุชา ระบุด้วยว่า การจัดกิจกรรมซึ่งมีผู้เข้าร่วมเป็นจํานวนมากและมีโอกาสติดต่อสัมผัสกันได้ง่ายที่ดําเนินการ โดยพนักงานเจ้าหน้าที่หรือได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ในกรณีที่กลุ่มบุคคลท่ีจําเป็นต้องเข้าประชุมอยู่ในสถานที่หนึ่งที่ใดเป็นระยะเวลานานและต่อเนื่องหลายชั่วโมงซึ่งการสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลาอาจไม่สะดวกหรือเป็นอุปสรรคต่อการทําหน้าที่ในการประชุม หากผู้จัดประชุมได้กําหนดให้มีมาตรการตรวจคัดกรองบุคคลและได้ดําเนินการตามมาตรการป้องกันโรค ที่ทางราชการกําหนดอย่างรอบคอบ รัดกุม และเข้มงวดเพียงพอแล้ว เช่น การเว้นระยะห่างทางสังคม การให้ผู้เข้าร่วมประชุมสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าและเครื่องป้องกันตามมาตรการ ที่ทางราชการกําหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุชา กล่าวว่า &amp;nbsp;รวมทั้งการแสดงใบรับรองผลการตรวจว่าไม่มีความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสโคโรนํา 2019 และการจัดให้มีกระบวนการคัดกรองโดยพิจารณาจากอาการของโรค ประกอบกับ ได้ดําเนินการภายใต้มาตรการควบคุมการประชุมตามระเบียบหรือข้อบังคับเมื่อเกิดเหตุที่มีความเสี่ยง โดยให้ผู้ควบคุมการประชุมกําหนดให้กลุ่มบุคคลดังกล่าวต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า ตลอดเวลาการประชุม แต่อาจพิจารณาผ่อนผันได้เฉพาะช่วงเวลาของการอภิปรายหรือแสดงความเห็นในที่ประชุมได้ตามความเหมาะสมแห่งสภาพการณ์และความสมควรแก่เหตุ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103118</URL_LINK>
                <HASHTAG>สวมหน้ากากอนามัย, โฆษกรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210430/image_big_608bb56d33221.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102241</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิดทะลุ8หมื่นกทม.สาหัส!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยังไม่ลด! ไทยติดเชื้อเพิ่ม 2,419 ราย ทำยอดรวมทะลุ 8 หมื่น เสียชีวิต 19 คน ยันอาการหนักพันราย ยังเอาอยู่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่หากมากไปกว่านี้ระบบสาธารณสุขที่มีอยู่จะตึงมาก ระดมเชิงรุกพื้นที่ กทม. เตรียมเปิด รพ.บุษราคัมสัปดาห์นี้ วางแผนกระจายฉีดวัคซีน 115 แห่งทั่วกรุง ปลัด สธ.ย้ำให้สวมหน้ากากอนามัยเมื่อต้องอยู่ร่วมกับสมาชิกในครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 8 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2,419 ราย ติดเชื้อในประเทศ 2,409 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 1,890 ราย จากการคัดกรองเชิงรุก 519 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศ 10 ราย ทำให้มีผู้ป่วยยืนยันสะสม 81,274 ราย ผู้ป่วยหายเพิ่ม 2,247 ราย ทำให้ยอดผู้ป่วยหายป่วยสะสม 51,419 ราย อยู่ระหว่างรักษา 29,473 ราย อาการหนัก 1,138 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 380 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 19 ราย เป็นชาย 8 ราย หญิง 11 ราย อยู่ในกทม. 7 ราย, สมุทรปราการ ปทุมธานี จังหวัดละ 2 ราย,&amp;nbsp; นครสวรรค์ สมุทรสาคร กาญจนบุรี ชลบุรี นครศรีธรรมราช สงขลา นครปฐม สุรินทร์ จังหวัดละ 1 ราย ส่วนใหญ่มีโรคประจำตัวเป็นความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจ ไขมันในเส้นเลือดสูง โดยปัจจัยเสี่ยงใกล้ชิดสมาชิกในครอบครัวที่ติดเชื้อ ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 382 ราย ขณะที่สถานการณ์โลกมีผู้ติดเชื้อสะสม 157,530,729 ราย เสียชีวิตสะสม 3,283,727 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.อภิสมัยกล่าวอีกว่า สำหรับจังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุดวันที่ 8 พ.ค. 5 อันดับแรกคือ กทม. จำนวน 1,112 ราย, นนทบุรี 217 ราย, สมุทรปราการ 114 ราย, ประจวบคีรีขันธ์ 100 ราย, ปทุมธานี 93 ราย และสาเหตุส่วนใหญ่ของการติดเชื้อคือการติดเชื้อจากตลาด ชุมชน ระบบขนส่งสาธารณะ รวมถึงการสัมผัสผู้ป่วยยืนยัน และถ้าดูจากยอดรวมผู้ติดเชื้อวันนี้ กทม.และปริมณฑลมียอดสูงถึง 1,641 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่จังหวัดอื่นๆ ทั้ง 71 จังหวัด มียอดเพียง 768 ราย ทำให้หลังจากนี้ต้องมีการคัดกรองเชิงรุกมากยิ่งขึ้น เพื่อค้นหาตัวเลขที่แท้จริงมาวางแผนในการป้องกันการระบาด โดยมีนโยบายเร่งด่วนสำหรับ กทม.และปริมณฑลให้ลงพื้นที่สำรวจเชิงรุก โดยพื้นที่คลัสเตอร์สำคัญที่อยู่ระหว่างการเฝ้าระวังใน กทม. ที่ต้องระดมสรรพกำลังเข้าไปช่วยคือ ชุมชนวัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย , ชุมชนวัดญวนคลองลำปัก เขตดุสิต, ปากคลองตลาด เขตพระนคร, ศูนย์การค้าเขตพระนคร โดยวันที่ 8 พ.ค. กทม.จะลงพื้นที่ตรวจเชิงรุกในหลายพื้นที่ อาทิ สนามธูปะเตมีย์ คลองเตย อ่อนนุช สำเพ็ง จึงขอให้ประชาชนและผู้นำชุมชนในพื้นที่ให้ความร่วมมือ ให้มากที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.อภิสมัยกล่าวว่า ที่ประชุม ศบค.ชุดเล็กได้พูดคุยถึงการบริหารจัดการเตียงว่า ในสัปดาห์นี้จะมีการเปิดโรงพยาบาลบุษราคัม ที่อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี รองรับผู้ป่วยสีเขียวเข้มและสีเหลือง โดยสถานที่ดังกล่าวจะต่างจากโรงพยาบาลสนาม สามารถให้การรักษาที่ยากลำบากยิ่งกว่าโรงพยาบาลสนาม จัดบุคลากรทางการแพทย์มาให้การดูแล เป็นต้น และจากข้อมูลการบริหารจัดการเตียงล่าสุด การรอเตียงในขณะนี้คลี่คลายไปมาก จะไม่เกิน 1-2 วันตามแผนที่ได้วางไว้ สำหรับผู้ป่วยสีแดงอัตราการรอเตียงคือศูนย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และในการประชุมคณะที่ปรึกษาด้านสาธารณสุข ในศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 เมื่อวันที่ 7 พ.ค. มีความเห็นที่ได้ข้อสรุปว่า ให้ทุกหน่วยงานทั้ง กทม.และปริมณฑลบูรณาการเรื่องข้อมูล เร่งรัดทำการคัดกรองเชิงรุกให้มากขึ้น เร่งระดมการตรวจ จากแผนเดิมที่จะค้นหาเชิงรุกใน กทม. 26,850 คนใน 1 สัปดาห์ ให้ระดมสรรพกำลังดึงหน่วยงานทุกภาคส่วนดำเนินการตรวจให้เสร็จภายใน 2 วัน และมีการพูดถึงการเตรียมเตียงใน กทม.และปริมณฑล ในส่วนของการติดเชื้อกว่า 1,000 ราย เตียงจะต้องเตรียมให้ได้ไม่ต่ำกว่า 5 เปอร์เซ็นต์ ในแต่ละสัปดาห์จะมีการวางแผนเตียงล่วงหน้า
ฉีดวัคซีนใน กทม.115 แห่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.อภิสมัยกล่าวว่า ผู้ว่าฯ กทม.ยังได้เสนอที่ประชุมในสัดส่วนของ กทม. ขอเสนอให้มีการฉีดวัคซีนผู้ขับขี่รถโดยสารสาธารณะ บุคลากรครู พนักงานเก็บขยะ กทม. การท่าอากาศยานดอนเมือง การท่าเรือฯ พนักงานการไฟฟ้าฯ การประปาฯ อย่างไรก็ตาม สำหรับมาตรการฉีดวัคซีนหลังได้รับวัคซีนเพิ่มเติมในพื้นที่กทม.นั้น จากเดิมที่จะฉีดเฉพาะในโรงพยาบาล เพื่อความปลอดภัยของผู้รับวัคซีน แต่หลังจากฉีดไปแล้วในประเทศกว่าล้านโดส ทำให้มีความมั่นใจมากขึ้น โดย กทม.จะกระจายการฉีดไปทั้งสิ้น 115 แห่ง และเอกชน 14 แห่ง โดยจะมีโรงพยาบาลพี่เลี้ยงคอยดูแลสถานที่ฉีดแต่ละแห่งด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้ผู้ป่วยยืนยันสะสมและผู้ป่วยหนักมีจำนวนเพิ่มขึ้น มีแผนรองรับอย่างไร พญ.อภิสมัยตอบว่า ในจำนวนที่อาการหนักประมาณ 1,000 ราย ระบบสาธารณสุข เตียง และบุคลากรยังสามารถรองรับได้ แต่หากมากไปกว่านี้ระบบสาธารณสุขที่มีอยู่จะตึงมากขึ้น อาจทำให้ผู้ป่วยหนักต้องรอเตียง ดังนั้นขอให้ติดตามรายงานในพื้นที่ พยายามลดยอดผู้สัมผัสเสี่ยงสูงให้ได้ เมื่อไปพื้นที่เสี่ยงขอให้กักตัว ขอให้ทุกคนรับผิดชอบร่วมกัน เพื่อลดผู้ติดเชื้อใหม่ให้ได้ ทั้งนี้ ผอ.ศบค.ชุดเล็กขอความร่วมมือทุกส่วนราชการและเอกชนทำงานที่บ้าน เพื่อลดการสัมผัสและการเดินทางสาธารณะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงสถานการณ์โควิด-19 ว่าจากรายงานสถานการณ์ วันที่ 8 พ.ค. มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2,419 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 2,247 ราย จากต่างประเทศ 10 ราย มีผู้รักษาหายเพิ่ม 2,435 ราย และมีผู้เสียชีวิต 19 ราย โดยจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่วันนี้ กว่าร้อยละ 50 มาจาก กทม.และปริมณฑล ปัจจัยเสี่ยงในพื้นที่ กทม.ที่ต้องเฝ้าระวัง เช่น ในเขตคลองเตย ราชเทวี ปทุมวัน บางกะปิ จตุจักร ดอนเมือง ลาดพร้าว ดุสิต ยานนาวา บางทองหลาง ส่วนใหญ่จากการอยู่ในชุมชนแออัดขนาดใหญ่ ส่วนปริมณฑลส่วนใหญ่พบในโรงงาน ซึ่งมีการติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อนมากขึ้น ซึ่งกลุ่มนี้หากมีการติดเชื้อจะแพร่สู่คนในครอบครัวได้ง่าย จึงสั่งการให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพ ที่ 4, 5, 6 ซึ่งเป็นจังหวัดในเขตภาคกลางและโดยรอบกรุงเทพมหานคร เฝ้าระวังจุดเสี่ยง เข้มงวดมาตรการป้องกันควบคุมโรคในโรงงานต่างๆ นำผู้ติดเชื้อเข้าสู่กระบวนการรักษา และจำกัดวงการระบาดให้ได้โดยเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เกียรติภูมิกล่าวว่า จากการที่กระทรวงสาธารณสุขได้เข้าร่วมการบริหารจัดการเตียงสำหรับผู้ป่วยโควิด-19 ในกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 7 พ.ค. ?มีประชาชนประสานมายังสายด่วนต่างๆจำนวน 252 ราย ได้จัดการนำเข้าสู่ระบบแล้ว 133 ราย รอดำเนิน 97 ราย โดยได้รับความร่วมมือจากสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) มีจิตอาสารับ-ส่งผู้ติดเชื้อใน 6 โซน กทม. จำนวน 85 ราย เพื่อให้ผู้ติดเชื้อได้รับการรักษาตามระดับอาการที่เหมาะสม นอกจากนี้ ขอทำความเข้าใจในประเด็นผู้ป่วยโควิด-19 อาการหนัก ที่กระทรวงสาธารณสุขได้รายงานรายวันว่ากลุ่มนี้ไม่ใช่ผู้ป่วยที่มีอาการโคม่าต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ แต่เป็นกลุ่มที่มีอาการปอดอักเสบ ปอดบวม ซึ่งต้องให้การรักษาและดูแลอย่างใกล้ชิด
ยอดสะสมกทม.ใกล้ 2 หมื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอให้ประชาชนยังเข้มมาตรการป้องกันตนเอง ได้แก่ การสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาเมื่อออกนอกบ้าน หรือหากเป็นผู้ที่ต้องทำงานนอกบ้าน เมื่อกลับบ้านให้รีบอาบน้ำทำความสะอาดร่างกาย หากเป็นไปได้ให้สวมหน้ากากอนามัยเมื่อต้องอยู่ร่วมกับสมาชิกในครอบครัว เว้นระยะห่าง ล้างมือบ่อยๆ และไม่นำตัวเองไปอยู่ในสถานที่เสี่ยง รวมถึงเคร่งครัดการปฏิบัติตามมาตรการสังคม ได้แก่ การลดกิจกรรมชุมนุมสังสรรค์ ลดการเดินทางข้ามจังหวัดที่ไม่จำเป็น เป็นต้น เพื่อป้องกันการแพร่และรับเชื้อโควิด-19&amp;rdquo; นพ.เกียรติภูมิกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์ข้อมูล COVID-19 รายงานสรุป 10 อันดับจังหวัดที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศรายใหม่สูงสุด โดยมีรายละเอียดดังนี้ 1.กรุงเทพมหานคร ติดเชื้อรายใหม่ 1,112 ราย ยอดสะสม 18,029 ราย 2.นนทบุรี ติดเชื้อรายใหม่ 217 ราย ยอดสะสม 3,249 ราย 3.สมุทรปราการ ติดเชื้อรายใหม่ 114 ราย ยอดสะสม 3,016 ราย 4.ประจวบคีรีขันธ์ ติดเชื้อรายใหม่ 100 ราย ยอดสะสม 1,267 ราย 5.ปทุมธานี ติดเชื้อรายใหม่ 93 ราย ยอดสะสม 1,192 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;6.สมุทรสาคร ติดเชื้อรายใหม่ 77 ราย ยอดสะสม 1,376 ราย 7.ชลบุรี ติดเชื้อรายใหม่ 72 ราย ยอดสะสม 3,200 ราย 8.ปราจีนบุรี ติดเชื้อรายใหม่ 63 ราย ยอดสะสม 284 ราย 9.ระยอง ติดเชื้อรายใหม่ 50 ราย ยอดสะสม 379 ราย 10.สุราษฎร์ธานี ติดเชื้อรายใหม่ 35 ราย ยอดสะสม 1,070 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์ข้อมูล COVID-19 นนทบุรี รายงานสรุปย่อผู้ป่วยยืนยันโควิด-19 จ.นนทบุรี วันที่ 8 พฤษภาคม 2564 จำนวน 59 ราย สาเหตุส่วนใหญ่ติดเชื้อภายในครอบครัว ตลาดสด และสถานที่ทำงาน เพศหญิง 29 ราย เพศชาย 30 ราย มีอาการ 36 ราย (61%) ไม่มีอาการ 23 ราย (39%) ความสัมพันธ์ สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยัน 59 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.พรณรงค์ ศรีม่วง&amp;nbsp; นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ เปิดเผยว่า สถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในจังหวัดสมุทรปราการ พบผู้ติดเชื้อจำนวน 114 ราย เป็นผู้ป่วยในพื้นที่จำนวน 82 ราย อำเภอเมืองสมุทรปราการ จำนวน 40 ราย,&amp;nbsp;&amp;nbsp; อำเภอพระประแดงจำนวน 11 ราย, อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จำนวน 2 ราย, อำเภอบางพลี จำนวน 23 ราย, อำเภอบางบ่อจำนวน 2 ราย, อำเภอบางเสาธง จำนวน 4 ราย, โรงพยาบาลเอกชนรับมารักษาต่อในสมุทรปราการจำนวน 32 ราย เสียชีวิต 2 ราย 1.ชายชาวจีน อายุุุ 46 ปี มีโรคประจำตัวความดันโลหิตสูง ประวัติเสียงสัมผัสผู้ป่วยยืนยัน 2.หญิงไทยอายุุุ 81 ปี มีโรคประจำตัวเป็นผู้ป่วยติดเตียง ประวัติเสี่ยงสัมผัสผู้ป่วยยืนยัน
คนไทยเปิดประตูให้โควิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะป่วยอยู่ที่ กทม.ทั้ง 2 ราย ผู้ป่วยสะสมระลอกใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนจนถึงปัจจุบัน จำนวน 3,016 ราย ในพื้นที่ 2,082 ราย&amp;nbsp; นอกพื้นที่ 934 ราย กำลังรักษาในโรงพยาบาลของรัฐ จำนวน 486&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ราย กำลังรักษาในโรงพยาบาลเอกชน จำนวน 391 ราย รักษาใน Hospitel ราชภัฏธนบุรีสมุทรปราการ จำนวน 606 ราย การคัดกรองเฝ้าระวังในคลินิก ARI และในชุมชน จำนวน 104,374 ราย&amp;nbsp; พบผู้ติดเชื้อจำนวน 2,082 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการโควิด-19 ระยอง โดยนายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ของจังหวัดระยอง ว่าพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 19 ราย ผู้ป่วยสะสมตั้งแต่วันที่ 8 เม.ย.-8 พ.ค. จำนวน 643 ราย เสียชีวิต 3 ราย รักษาหายแล้ว 391 ราย ค้นหาเชิงรุก 22,242 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ลงนามในคำสั่งจังหวัดสมุทรสาคร ที่ 1151/2564 ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2564 เรื่อง สั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว (ฉบับที่ 55) หลังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) สมุทรสาครรายงานว่า&amp;nbsp; จากการติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ในสถานประกอบการ พบว่าบริษัท รุ่งเจริญผล จำกัด มีพนักงาน ติดเชื้อโควิดจำนวน 39 ราย จากพนักงานทั้งหมด 69 ราย คิดเป็นอัตราร้อยละ 56.52 ในขณะที่ผู้ไม่พบเชื้อยังคงเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูงที่มีโอกาสติดเชื้อได้ ประกอบกับสถานประกอบการแห่งนี้เป็นสถานที่กระจายสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ไปยังสถานประกอบการแห่งอื่นๆ ซึ่งหากยังคงปล่อยให้ดำเนินกิจการต่อไป อาจทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคไปยังสถานที่อื่นๆ ในวงกว้าง จนยากต่อการควบคุมโรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีระศักดิ์ยังโพสต์เฟซบุ๊กว่า ช่วงนี้ได้รับข้อมูลทั้งจากประชาชนและภาคเอกชนว่ามีแรงงานต่างชาติหลบหนีเข้าเมืองจำนวนมาก โดยจากการเข้าจับกุมแรงงานต่างชาติในจังหวัดหนึ่ง ระบุว่า สมุทรสาครและกรุงเทพมหานครเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของกลุ่มนี้ ซึ่งนั่นก็อาจทำให้เราเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งหนึ่งที่ผมไม่สบายใจเลยท่ามกลางวิกฤติเช่นนี้ คนไทยด้วยกันเองกลับเปิดประตูบ้าน ลักลอบทำเรื่องผิดกฎหมายเพราะหวังผลประโยชน์ตอบแทนเป็นตัวเงิน โดยไม่คิดเลยว่ามันจะกระทบกลายเป็นปัญหาใหญ่ ทำลายสวัสดิภาพและสร้างปัญหาปากท้องของคนบ้านเดียวกัน ทั้งที่รู้ว่าทุกคนกำลังย่ำแย่เต็มที&amp;quot; ผู้ว่าฯสมุทรสาครระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102241</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ฉีดวัคซีน, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, ติดเชื้อเพิ่ม, ระบบสาธารณสุข, วัคซีนโควิด, ศบค., สวมหน้ากากอนามัย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210508/image_big_6095ed0db359e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90684</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2021 18:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2021 18:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไบเดน&#039;ออกคำสั่งประธานาธิบดี10ฉบับ สู้รบกับโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโจ ไบเดน เริ่มทำงานเต็มวันวันแรกด้วยการประกาศสู้รบกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยลงนามคำสั่งฝ่ายบริหาร 10 ฉบับ ที่รวมถึงบังคับสวมหน้ากากอนามัยขณะใช้ระบบขนส่งสาธารณะและกักกันผู้เดินทางเข้าสหรัฐ พร้อมใช้อำนาจตามกฎหมายภาวะสงครามขยายการฉีดและผลิตวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แถลงข่าวเรื่องแผนตอบสนองต่อการระบาดของโควิด-19 ที่ทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2564 โดยมีรองประธานาธิบดีคามาลา แฮร์ริส และนายแพทย์แอนโทนี เฟาซี (ไม่อยู่ในภาพ) ร่วมในการแถลงข่าวด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นับแต่เริ่มแพร่ระบาดในสหรัฐเมื่อต้นปีที่แล้ว ถึงขณะนี้โควิด-19 คร่าชีวิตคนอเมริกันไปมากกว่า 410,000 คน จากผู้ติดเชื้อมากกว่า 24.6 ล้านคน มากมายกว่าทุกประเทศในโลก และในการแถลงข่าวการลงนามคำสั่งประธานาธิบดี 10 ฉบับที่ทำเนียบขาวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 22 มกราคม ประธานาธิบดีไบเดนกล่าวเตือนว่า จำนวนผู้เสียชีวิตเพราะโควิด-19 ในสหรัฐน่าจะเพิ่มเป็นมากกว่า 500,000 คนในเดือนหน้า และจำเป็นต้องมีการดำเนินการขั้นรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นี่คือการทำงานในภาวะสงคราม&amp;quot; ไบเดนกล่าว โดยย้ำว่าสหรัฐอยู่ในช่วงภาวะฉุกเฉินแห่งชาติและเขาต้องการรื้อฟื้นความเชื่อมั่นของประชาชนภายหลังความแตกแยกในยุคสมัยของโดนัลด์ ทรัมป์ เขายืนยันด้วยว่า นักวิทยาศาสตร์จะทำงานได้อย่างเสรีในรัฐบาลของเขาโดยไม่มีการเมืองแทรกแซง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันศุกร์กล่าวว่า คำสั่งฝ่ายบริหารที่เพิ่งผ่านการลงนามนี้รวมถึงการเพิ่มความเข้มข้นของมาตรการเดิมในรัฐบาลทรัมป์ เช่น ผู้ที่เดินทางเข้าสหรัฐ นอกจากจะต้องมีผลตรวจโควิดเป็นลบก่อนออกเดินทางแล้ว เมื่อมาถึงยังต้องถูกกักกันโรคด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และนอกจากการบังคับให้ประชาชนต้องสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในสถานที่ราชการของรัฐบาลกลาง ตาม 1 ใน 17 คำสั่งที่ไบเดนลงนามตั้งแต่วันแรกที่เข้ารับตำแหน่งแล้ว ในคำสั่งเมื่อวันพฤหัสบดี เขายังขยายข้อบังคับให้ครอบคลุมถึงการสวมหน้ากากอนามัยในสนามบินและเมื่อใช้ระบบขนส่งมวลชนบางประเภท อาทิ บนรถไฟ, เครื่องบิน และรถโดยสารระหว่างเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในคำขอร้องต่อชาวอเมริกันทุกคน ไบเดนเรียกร้องให้สวมหน้ากากอนามัยตลอด 99 วันนับจากนี้ เพื่อหยุดการแพร่ระบาดของไวรัส &amp;quot;ผู้เชี่ยวชาญกล่าวกันว่า ด้วยการสวมหน้ากากอนามัยนับจากนี้ไปถึงเดือนเมษายน เราจะรักษาชีวิตได้มากกว่า 50,000 ชีวิต&amp;quot; เขากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลของเขายังจะขยายการผลิตวัคซีนและอำนาจในการซื้อวัคซีนเพิ่มเติม โดยใช้ประโยชน์จากหน่วยงานผู้มีอำนาจในสัญญาอย่างเต็มที่ รวมถึงการใช้พระราชบัญญัติการผลิตเพื่อการป้องกันประเทศ รายงานกล่าวว่า รัฐบาลของทรัมป์เคยใช้อำนาจตามกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งให้อำนาจประธานาธิบดีอย่างกว้างขวางในการ &amp;quot;เร่งและขยายการจัดหาทรัพยากรจากฐานอุตสาหกรรมของสหรัฐ&amp;quot; เพื่อชุดป้องกันเชื้อโรค แต่ไม่ได้ใช้กฎหมายนี้สำหรับการทดสอบหรือผลิตวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดนเคยให้คำมั่นไว้ว่ารัฐบาลของเขาจะจัดหาวัคซีนโควิด 100 ล้านโดส ภายใน 100 วันแรกของการทำงาน เขากล่าวไว้ก่อนหน้าการแถลงครั้งนี้ด้วยว่า การแจกจ่ายวัคซีนในสหรัฐนั้น &amp;quot;จนถึงตอนนี้ล้มเหลวอย่างน่าหดหู่&amp;quot; รัฐบาลของเขามีแผนจะเพิ่มบทบาทของรัฐบาลกลางในเรื่องนี้ และจะขยายสถานที่ฉีดวัคซีนรวมถึงกลุ่มคนที่จะได้รับวัคซีน เช่นให้ครอบคลุมถึงครูและพนักงานร้านสะดวกซื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนถึงเช้าวันพฤหัสบดีตามเวลาสหรัฐ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อแห่งสหรัฐกล่าวว่า ได้ฉีดวัคซีนโควิด-19 ไปแล้ว 17.5 ล้านโดน จากราว 38 ล้านโดสที่ได้แจกจ่ายไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดนยังได้แต่งตั้งนายแพทย์แอนโธนี เฟาซี ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อที่โดนทรัมป์ลดบทบาทในช่วงหลัง ให้เป็นที่หัวหน้าที่ปรึกษาทางการแพทย์ของเขา ในการแถลงข่าวเมื่อวันพฤหัสบดี เฟาซีอยู่เคียงข้างไบเดนพร้อมกับรองประธานาธิบดีคามาลา แฮร์ริส ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบหลายสัปดาห์ที่นายแพทย์ผู้ได้รับการเคารพนับถืออย่างสูงท่านนี้มาทำหน้าที่แถลงและตอบคำถามนักข่าวที่ทำเนียบขาว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90684</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำสั่งประธานาธิบดี, ประธานาธิบดีโจ ไบเดน, สวมหน้ากากอนามัย, แอนโทนี เฟาซี, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210122/image_big_600ab67c411c5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
