<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>58023</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2020 12:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2020 12:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมืองตราดวิกฤต! หมอกควันไฟป่าเขาบรรทัดปิดคลุมท้องฟ้านานกว่า 5 วันแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.พ.63 - สถานการณ์ไฟไหม้ป่าบนเขาบรรทัดรอยต่อประเทศไทยและกัมพูชาเข้าสู่วันที่ 5 แล้ว สถานการณ์กลับมารุนแรงอีกครั้ง หลังจุดที่ไฟไหม้ป่าบริเวณด่านท่าเส้น ต.แหลมกลัด อ.เมือง จ.ตราด ซึ่งเป็นจุดที่ใหญ่ที่สุดจะดับลงไปแล้วบางก็ตาม แต่พบจุดไฟไหม้เพิ่มขึ้นอีกหลายจุด ตลอดแนวเขาบรรทัด ส่งผลให้ควันลอยเข้าสู่ตัวเมืองตราดและอำเภอใกล้เคียง ในเช้าวันนี้มากที่สุดตั้งแต่เกิดไฟไหม้ป่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บรรยากาศในตัวเมืองตราด ประชาชนต่างนำหน้ากากอนามัยมาใส่ป้องกันอันตรายจากควันไฟและเขม่าควันไฟที่ลอยมาจากเขาบรรทัดในระยะทางประมาณ 20-30 กิโลเมตร โดยเฉพาะประชาชนที่ขี่รถจักรยานยนต์บางรายใส่หน้าอนามัย แต่บางรายก็ไม่ได้ใส่ ขณะที่ประชาชนที่ต้องทำกิจกรรมกลางแจ้งก็นำหน้ากากอนามัยมาใส่ป้องกันเช่นกัน ส่วนรถยนต์ที่จอดอยู่หน้าบ้านหรือตามท้องถนนในเวลานานๆ จะสังเกตเห็นเขม่าควันไฟลอยลงมาตกใส่รถอย่างเห็นได้ชัด รวมไปถึงบ้านเรือนประชาชนที่มีเขม่าลอยลงมาตกจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม จังหวัดตราด ระดมกำลังทุกภาคส่วนเข้าพื้นที่เร่งดับไฟป่าอย่างต่อเนื่อง แต่ยังคงมีอุปสรรค์ที่ไม่สามารถเข้าไปดับไฟได้บางจุด เนื่องจากตลอดเขาบรรทัดยังคงมทีทุ่นระเบิดฝังดินอยู่จำนวนมาก ซึ่งทำได้เพียงทำแนวกันไฟและดับไฟบริเวณที่เจ้าหน้าที่ปลอดภัยเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนวันนี้เข้าสู่วันที่ 5 ของไฟไหม้ป่าเขาบรรทัด ยังคงมีไฟไฟไหม้ป่าหลายจุด คือ บริเวณด่านท่าเส้น บริเวณท้ายอ่างสะพานหิน บริเวณบ้านเขาล้าน ต.แหลมกลัด อ.เมือง จ.ตราด บริเวณบ้านห้วยโสม ต.ไม้รูด อ.คลองใหญ่ บ้านคลองจาก ต.คลองใหญ่ &amp;nbsp;อ.คลองใหญ่ จ.ตราด และบ้านคลองขวาง ต.ท่ากุ่ม อ.เมือง จ.ตราด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58023</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดตราด, ปัญหาหมอกควัน, สวมหน้ากากอนามัยป้องกัน, ไฟป่าเขาบรรทัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200224/image_big_5e535d361fe98.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24786</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่ง50เขตเร่งพ่นน้ำสู้ฝุ่น! สัปดาห์หน้าอากาศปกติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;คนกรุงอ่วม! ฝุ่นเกินมาตรฐาน 20 จุด อีก 14 พื้นที่พุ่งตาม คพ.คาด 2-3 วันถึงกลับสู่ภาวะปกติ &amp;nbsp; &amp;quot;อัศวิน&amp;quot; สั่ง 50 เขตฉีดพ่นน้ำ คุมเข้มควันดำ-ห้ามเผาขยะ แพทย์แนะสวมหน้ากากอนามัยป้องกัน เตือนเด็ก-ผู้สูงอายุ-กลุ่มเสี่ยงเลี่ยงออกจากบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม เวลา 08.00 น. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก &amp;quot;ผู้ว่าฯ อัศวิน&amp;quot; ว่า สำหรับสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM&amp;lt;.5) ในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งกรมควบคุมมลพิษรายงานเมื่อวันที่ 20 ธ.ค.2561 ตรวจพบ 7 เขตที่มีค่าฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานที่กำหนดให้ไม่เกิน 50 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตรนั้น ยอมรับว่าเกิดปัญหาจริง ส่วนหนึ่งเกิดจากโครงการก่อสร้างระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่ การปรับปรุงถนน การก่อสร้างคอนโดมิเนียมที่พักอาศัย รวมไปถึงควันจากท่อไอเสียเครื่องยนต์ในย่านที่มีการจราจรหนาแน่นมากๆ ในบางช่วงเวลา ประกอบกับตอนนี้เป็นฤดูแล้ง สภาพอากาศแห้ง ยิ่งส่งผลให้เกิดฝุ่น ควัน และมลพิษในอากาศค่อนข้างสูง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย กทม.ไม่นิ่งนอนใจ มอบหมายให้ 50 เขตล้างทำความสะอาดถนน ฉีดพ่นละอองน้ำในพื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่น อย่างบริเวณใต้สถานีรถไฟฟ้า รวมถึงรณรงค์ให้หันมาใช้ขนส่งมวลชน นอกจากนี้ สำนักสิ่งแวดล้อมยังได้ตรวจวัดค่ามลพิษในพื้นที่ พร้อมส่งไลน์แจ้งให้เขตรับทราบสถานการณ์และเข้าไปแก้ไขปัญหาด้วย รวมทั้งได้กำหนดให้ดำเนินการ 1 เขต 1 ถนนอากาศสะอาด ปราศจากฝุ่นและมลพิษ มีการเฝ้าระวังและตรวจวัดคุณภาพอากาศสม่ำเสมอ พร้อมคุมเข้มรถควันดำ เพิ่มความถี่ในการล้างทำความสะอาดถนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา เวลา 12.08 น. พล.ต.อ.อัศวินได้โพสต์ข้อความอีกครั้งผ่านเฟซบุ๊ก &amp;quot;ผู้ว่าฯ อัศวิน&amp;quot; ว่า ในช่วงเช้าที่ผ่านมา พบว่าปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ในพื้นที่กรุงเทพฯ เกินมาตรฐาน 19 เขต กรมอุตุนิยมวิทยารายงานสภาพอากาศไม่เอื้อต่อการกระจายตัวของฝุ่นละออง เนื่องจากเป็นช่วงที่อากาศนิ่ง ลมสงบ ส่งผลให้เกิดฝุ่นละอองในบรรยากาศและมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก จึงได้สั่งการให้สำนักสิ่งแวดล้อมและสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต ตรวจสอบและดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเข้มข้นทันที โดยให้เพิ่มความถี่ในการล้างทำความสะอาดถนน ควบคุมไม่ให้มีการเผาขยะหรือเศษวัสดุต่างๆ ในที่โล่งทุกพื้นที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ได้ประสาน สน.ท้องที่ ร่วมอำนวยการจราจรให้เกิดความคล่องตัว ห้ามจอดรถริมถนนสายหลัก ป้องกันปัญหาการจราจรติดขัด เพื่อช่วยลดการปล่อยและสะสมฝุ่นละอองบนท้องถนน รวมทั้งร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มความเข้มงวดตรวจจับรถยนต์ที่ปล่อยควันดำ ตลอดจนดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาที่สอดคล้องกับสถานการณ์ เฝ้าระวังติดตามวิเคราะห์และประเมินแนวโน้มสถานการณ์ เพื่อแจ้งเตือนและให้คำแนะนำพี่น้องประชาชนผ่านช่องทางต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ที่พบคุณภาพอากาศอยู่ในระดับที่เสี่ยง เลี่ยงทำกิจกรรมกลางแจ้ง หากเลี่ยงไม่ได้ให้สวมใส่หน้ากากอนามัยป้องกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านกองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง สำนักสิ่งแวดล้อม ได้รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ประจำวันศุกร์ที่ 21 ธ.ค.2561 ผ่าน www.bangkokairquality.com โดยเขตที่มีค่าฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานคือ เกิน 50 มคก./ลบ.ม. ดังนี้ 1.เขตสัมพันธวงศ์ บริเวณหน้าหัวมุม ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ (วงเวียนโอเดียน) 2.เขตพญาไท หน้าแฟลตทหารบกใกล้โรงพยาบาลวิชัยยุทธ ตรงข้ามกระทรวงการคลัง 3.เขตวังทองหลาง ด้านหน้าปั๊มน้ำมันเอสโซ่ ซ.ลาดพร้าว 95 4.เขตปทุมวัน บริเวณริมถนนจามจุรีสแควร์ เยื้อง MRT สามย่าน 5.เขตบางรัก ข้างป้อมตำรวจหน้าลานบางรักเลิฟลี่ พลาซ่า 6.เขตสาทร สี่แยกหน้าสำนักงานเขตสาทร ซอยถนนเซนต์หลุยส์ 7.เขตบางคอแหลม บริเวณป้อมตำรวจสี่แยกถนนตก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;8.เขตยานนาวา ใกล้ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สำนักงานใหญ่ 9.เขตจตุจักร บริเวณด้านหน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 10.เขตลาดกระบัง ด้านหน้าโรงพยาบาลลาดกระบังข้างป้อมตำรวจ 11.เขตธนบุรี ริมป้ายรถเมล์บริเวณแยกมไหศวรรย์ 12.เขตบางกอกน้อย บริเวณหน้าสถานีตำรวจรถไฟบางกอกน้อย 13.เขตภาษีเจริญ หน้ามหาวิทยาลัยสยาม 14.เขตพระนคร ภายในสำนักงานเขตพระนคร 15.เขตคลองเตย ภายในสำนักงานเขตคลองเตย 16.เขตบางซื่อ ภายในสำนักงานเขตบางซื่อ 17.เขตหลักสี่ ภายในสำนักงานเขตหลักสี่ 18.เขตบางเขน ภายในสำนักงานเขตบางเขน 19.เขตบึงกุ่ม &amp;nbsp;ภายในสำนักงานเขตบึงกุ่ม และ 20.เขตบางขุนเทียน &amp;nbsp;ภายในสำนักงานเขตบางขุนเทียน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยว่า สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศของ คพ. และ กทม. พบว่าปริมาณ PM 2.5 บริเวณพื้นที่ริมถนนตรวจวัดได้ระหว่าง 65-103 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร คุณภาพอากาศอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ 20 พื้นที่ ส่วนในพื้นที่ทั่วไปตรวจวัดได้ระหว่าง 55-96 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร คุณภาพอากาศอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ 14 พื้นที่ โดยมีสาเหตุหลักมาจากการจราจร ประกอบกับสภาพอุตุนิยมวิทยาที่มีหมอกในตอนเช้า อากาศนิ่ง และมีสภาพอากาศปิด ทำให้มีการสะสมของฝุ่นละอองในอากาศเพิ่มขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้ คพ.ประสานแก้ไขปัญหาร่วมกับ กทม. จังหวัดปริมณฑล กรมอนามัย กรมควบคุมโรค กองบังคับการตำรวจจราจร กรมการขนส่งทางบก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตามมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหา PM 2.5 โดยมีการติดตามตรวจสอบและรายงานสถานการณ์ PM 2.5 แจ้งเตือนประชาชนรับทราบสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมถึงการขอความร่วมมือประชาชนและผู้ประกอบการงดใช้รถยนต์ส่วนบุคคล เปลี่ยนมาใช้ระบบสาธารณะ งดการเผาในที่โล่งทุกประเภท และขอความร่วมมือผู้ประกอบการขนส่งงดใช้รถยนต์ที่มีควันดำอย่างเด็ดขาด พร้อมกันนี้ คพ.ได้ร่วมกับกองบังคับการตำรวจจราจรตั้งจุดตรวจจับรถควันดำบริเวณถนนกาจญนาภิเษก เพื่อควบคุมกำกับดูแลการระบายมลพิษจากยานพาหนะให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด และเพื่อลดปริมาณฝุ่นละอองจากยานพาหนะ ซึ่งเป็นอีกสาเหตุหนึ่งของปัญหา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประลองกล่าวว่า ขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์และข้อมูลข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด อย่าตื่นตระหนก กลุ่มคนทั่วไปสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ สำหรับกลุ่มเสี่ยงได้แก่ เด็ก คนชรา หญิงตั้งครรภ์ ผู้มีโรคประจำตัว หมั่นสังเกตอาการ หากผิดปกติให้ไปพบแพทย์ และคาดการณ์ว่าภายใน 2-3 วันสถานการณ์จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ โดยสามารถติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศทันสถานการณ์ ผ่านเว็บไซต์ www.air4thai.pcd.go.th และแอปพลิเคชัน air4thai
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.ฉันทนา ผดุงทศ ผู้อำนวยการสำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรค (คร.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ที่ต้องระวังเป็นพิเศษมี 2 กลุ่ม คือ 1.เด็กเล็ก และผู้สูงอายุ ซึ่งเมื่อได้รับฝุ่นละอองมากๆ จะทำให้เกิดการระคายเคืองได้ และ 2.กลุ่มผู้ป่วยที่เป็นโรคหืด โรคปอด โรคถุงลมอักเสบ และโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน ทั้งสองกลุ่มจำเป็นต้องระมัดระวัง และไม่ควรออกนอกอาคาร อยู่กลางแจ้ง ควรหลีกเลี่ยงดีที่สุด หากจำเป็นควรสวมหน้ากากอนามัยป้องกันโรค แต่หากในกลุ่มผู้ป่วยโรคปอด โรคหัวใจ ฯลฯ กลุ่มนี้ไม่ควรออกช่วงที่ทางกรมควบคุมมลพิษประกาศเตือนจะดีที่สุด แต่หากต้องออกไปและรู้สึกว่าไม่สบายตัว รู้สึกแน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที เพราะมีความเสี่ยงโรคกำเริบได้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24786</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., กรุงเทพมหานคร, คุมเข้มควันดำ-ห้ามเผาขยะ, ฉีดพ่นน้ำ, ฝุ่นเกินมาตรฐาน, สวมหน้ากากอนามัยป้องกัน, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181221/image_big_5c1cf24ac8907.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
