<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>60680</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทุกจังหวัดทั่วไทย ตื่นป้องกันไวรัส!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ทุกจังหวัดทั่วประเทศตื่นตัวป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 &amp;quot;เชียงใหม่&amp;quot; สั่งทำประวัติทุกคนที่มาจาก กทม.และปริมณฑล &amp;quot;พระสงฆ์&amp;quot; จ.พิษณุโลกสวมหน้ากากออกรับบิณฑบาต พร้อมวัดอุณหภูมิญาติโยมมาทำบุญ &amp;quot;โคราช&amp;quot; บวงสรวงย่าโมขอพรให้คนไทยปลอดภัย &amp;quot;บุรีรัมย์&amp;quot; จัดลงทะเบียนไลน์ Buriram Healthy Passport &amp;quot;ปัตตานี&amp;quot; ทหารร่วมทำความสะอาดมัสยิดกลาง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตลอดวันจันทร์ที่ผ่านมา ทุกจังหวัดทั่วประเทศได้เพิ่มมาตรการเข้มงวดในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั้งการจัดทำฐานข้อมูลผู้เดินทางกลับจากกรุงเทพฯ และปริมณฑลตามนโยบายกระทรวงมหาดไทย การฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อทำความสะอาดหน่วยงานราชการ และคัดกรองตรวจวัดอุณหภูมิประชาชนตามสถานที่ต่างๆ รวมทั้งพระที่ออกบิณฑบาตช่วงเช้าก็สวมใส่หน้ากากอนามัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาทิ จ.เชียงใหม่ นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ สั่งเพิ่มการคัดกรองและทำประวัติทุกคนที่เดินทางเข้ามาไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพฯ และปริมณฑลหรือต่างประเทศ ในพื้นที่เสี่ยงต่างๆ รวมทั้งใช้ทุกช่องทางในการป้องกันสร้างความรู้ความเข้าใจให้ประชาชนร่วมมือ เพื่อหยุดการแพร่ระบาด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเจริญฤทธิ์กล่าวว่า ได้แจ้งย้ำทุกหน่วยทุกอำเภอไปแล้ว ขอให้อดทนและร่วมมือกัน ระหว่างนี้ทั้งโรงพยาบาล สถานที่ต่างๆ ก็เริ่มทยอยประกาศมาตรการออกมาขอความร่วมมือ เช่น การงดเยี่ยมโดยตรง เนื่องจากเคสผู้ติดเชื้อเริ่มกระจายกลุ่มไม่เฉพาะแค่กรณีสนามมวยดังหรือสถานบันเทิงก่อนหน้านี้เท่านั้น ส่วนมาตรการทางกฎหมายก็ต้องบังคับใช้หากมีการฝ่าฝืน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งสำคัญที่สุด ถ้าทุกคนเข้าใจและเริ่มดูแลจากตนเองและครอบครัว เชื่อมั่นว่าทุกอย่างจะดีขึ้น และระหว่างนี้ก็ให้เจ้าหน้าที่ได้เร่งทำความสะอาดฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อไปตามสถานที่ต่างๆ ในทุกๆ พื้นที่ทั่วเมือง ซึ่งวันนี้จังหวัดเชียงใหม่พบผู้ป่วยติดเชื้อยืนยันเพิ่มอีก 1 ราย เป็นบุตรสาวของครอบครัวที่เดินทางกลับจากอังกฤษที่มารดาติดเชื้อ ส่วนผู้ป่วยก่อนหน้า 2 รายใกล้จะหายกลับบ้านได้ อาการผู้ป่วยทั้งหมดที่ติดเชื้อไม่น่าเป็นห่วงและดีขึ้น &amp;nbsp;โดยยอดสะสมตั้งแต่การระบาดมี 471 ราย ไม่เข้าข่าย 366 รายและรอดูอาการและผลตรวจ 105 ราย&amp;quot; ผู้ว่าฯ เชียงใหม่กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ลำปาง นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง พร้อมด้วยนายพินิจ แก้วจิตคงทอง ปลัดจังหวัดลำปาง, &amp;nbsp;นายวาทิต ปัญญาคม นายอำเภอเมืองลำปาง, นายแพทย์ประเสริฐ กิจสุวรรณรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำปาง และนางนพวรรณ ธนะสุวัตติ์ รองนายกเทศมนตรีเทศบาลนครลำปาง ลงพื้นที่ขนส่งผู้โดยสารจังหวัดลำปาง ติดตามการตั้งจุดตรวจคัดกรองประชาชนที่เดินทางมาจากกรุงเทพมหานคร เพื่อกลับภูมิลำเนาในพื้นที่ จ.ลำปาง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณรงค์ศักดิ์กล่าวว่า จริงๆ แล้วอยากให้ทุกคนอยู่ในบ้านถ้าเป็นไปได้ และก็เชื่อว่าเราไม่สามารถรณรงค์ให้ทุกคนอยู่ในบ้านได้ 100% ดังนั้นเราก็ต้องเตรียมมาตรการ โดยจุดเช็กพอยต์ที่ อ.เกาะคา จ.ลำปาง ยังจะมีการแจกแผ่นพับให้ความรู้ในการป้องกันตนเอง และการป้องกันโรคไม่ให้แพร่เชื้อสู่ผู้อื่น รวมถึงทำการให้สแกนคิวอาร์โค้ด เพื่อจะได้บันทึกข้อมูลต่างๆ ในการติดตาม และใช้ประโยชน์ได้ ซึ่งทางสำนักงานสาธารณสุขได้พัฒนาโปรแกรมขึ้นมาเพื่อนำมาใช้ในงานบันทึกข้อความของประชาชนที่เดินทางกลับมา จ.ลำปาง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.พิษณุโลก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เนื่องในวันพระ แรม 15 ค่ำ เดือน 4 วันนี้วันตรุษไทย วัดต่างๆ ในเขตจังหวัดพิษณุโลกมีประชาชน ญาติโยม มาทำบุญกันตามปกติ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ กลุ่มใหญ่ที่สุดที่มาร่วมทำบุญและเป็นกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสในการรับเชื้อโควิด-19 หลายวัดให้ความร่วมมือกับทางการเป็นอย่างดี เตรียมมาตรการในการร่วมคัดกรอง ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย เตรียมเจลแอลกอฮอล์ล้างมือให้ประชาชน รวมถึงขอความร่วมมือผู้มาทำบุญให้สวมใส่หน้ากากอนามัย
คุมเข้มคนกลับจาก กทม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่วัดเขื่อนขันธ์ ตำบลอรัญญิก อ.เมืองฯ จ.พิษณุโลก ผู้มาทำบุญส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ และส่วนใหญ่ต่างสวมใส่หน้ากากอนามัยมาทำบุญ เช้านี้ทางวัดเริ่มมาตรการคัดกรอง มีการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายผู้มาทำบุญทุกรายก่อนเข้าศาลาการเปรียญ &amp;nbsp; หากมีไข้สูงเกิน 37.5 องศา จะขอความร่วมมือผู้มาทำบุญให้กลับไปรักษาตัวที่บ้าน ไม่ให้เข้ามาภายในศาลา และเตรียมเจลแอลกอฮอล์ล้างมือให้ทุกคนล้างก่อนเข้าไปภายใน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนตามถนนต่างๆ ในเขตเทศบาลนครพิษณุโลก หลายคนนิยมใส่บาตรพระก่อนไปทำงาน บรรยากาศเช้านี้พระสงฆ์ที่ออกมาบิณฑบาตและประชาชนที่มาใส่บาตรต่างสวมหน้ากากอนามัยออกมาทำบุญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.นครราชสีมา บริเวณศาลาพิธีและบริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานในพิธีทำบุญถวายเครื่องปัจจัยไทยธรรมแด่พระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ 10 รูป ก่อนร่วมทำพิธีบวงสรวงสักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี หรือคุณย่าโม สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวไทยและชาวจังหวัดนครราชสีมา เนื่องในวันฉลองวันแห่งชัยชนะท้าวสุรนารี ประจำปี 2563 พร้อมเปลี่ยนเครื่องทรงฤดูร้อนใหม่เป็นผ้าใหมสไบเฉียงสีส้ม (สีประจำจังหวัด) และนำส่วนราชการร่วมวางพวงมาลา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้นำกล่าวท่องคาถาขอพรจากคุณย่าโม ขอให้ชาวจังหวัดนครราชสีมา และคนไทยทั้งประเทศปลอดภัยจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ด้วย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิเชียรกล่าวว่า หลังกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีการประกาศปิดชั่วคราวสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโควิด-19 หรือล็อกดาวน์ ทำให้มีประชาชนที่ทำงานอยู่ใน กทม.เดินทางกลับภูมิลำเนา จึงได้สั่งการให้นายอำเภอ 32 อำเภอของจังหวัดนครราชสีมา ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่รับทราบว่า บ้านหลังไหนมีกลุ่มบุคคลกลับมาจาก กทม. ให้รีบแจ้งต่อกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือ อสม. ในพื้นที่ของตนเอง และให้มีการกักตัวอยู่บ้าน 14 วัน โดยไม่มีข้อยกเว้น หลังจากแจ้งแล้วทาง อสม.และฝ่ายปกครองแล้วจะเข้าไปวัดไข้และซักถามประวัติการเดินทางและประวัติการทำงาน ว่าเสี่ยงต่อการติดเชื้อหรือไม่ เพื่อที่เจ้าหน้าที่จะทำเป็นประวัติบันทึกเอาไว้ เพื่อตรวจสอบหากเกิดมีคนติดเชื้อโควิด-19 เพื่อเป็นการรับผิดชอบต่อสังคม ลดการแพร่ระบาดของโรค กลุ่มบุคคลที่เดินทางกลับภูมิลำเนานั้นจะต้องรายงานกับทางสถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้านให้ทราบทันที &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.สุรินทร์ นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ กล่าวในการประชุมคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดสุรินทร์วันนี้ว่า ขอให้ทุกอำเภอจัดทำฐานข้อมูลเฝ้าระวังและควบคุมโรค ผู้เดินทางกลับจากกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงจากจังหวัดในภูมิภาคต่างๆ ที่กลับสู่ภูมิลำเนา โดยให้แจ้งรายงานตัวต่อทีมอาสาโควิด ระดับอำเภอ-หมู่บ้าน และให้แยกตัวสังเกตอาการหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดผู้อื่นในที่พำนักหรือที่พักอาศัยจนครบ 14 วัน นอกจากนี้ให้กวดขันงดการจัดกิจกรรมต่างๆ ที่มีผู้คนไปรวมตัวกันจำนวนมากอย่างเคร่งครัด เช่น งานบุญ งานสังสรรค์ต่างๆ ในหมู่บ้านชุมชน โดยเฉพาะการมั่วสุม เล่นการพนัน จะต้องไม่มีโดยเด็ดขาด รวมถึงห้างสรรพสินค้า ร้านอาหารต่างๆ ขอความร่วมมือซื้อไปรับประทานที่บ้านหรือใช้บริการส่งอาหารถึงบ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.บุรีรัมย์ สถานีรถไฟบุรีรัมย์ได้ร่วมกับสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด สาธารณสุขจังหวัด เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองบุรีรัมย์ ฝ่ายปกครองอำเภอ และเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ เพิ่มมาตรการตรวจคัดกรองเข้มผู้โดยสารทุกคน โดยเฉพาะประชาชนและกลุ่มผู้ใช้แรงงาน ที่จะเดินทางมาจากกรุงเทพมหานครและจังหวัดปริมณฑล โดยมีการวัดอุณหภูมิในร่างกาย พร้อมให้ลงทะเบียนผ่านระบบแอปพลิเคชันไลน์ Buriram Healthy Passport เพื่อแจ้งข้อมูลสุขภาพและการเดินทางเข้า-ออกจังหวัด หากใครไม่มีแอปพลิเคชันไลน์ ก็ต้องกรอกข้อมูลประวัติส่วนตัว ข้อมูลสุขภาพ และประวัติการเดินทางทั้งจังหวัดต้นทางและปลายทางให้กับเจ้าหน้าที่ทุกคน ตามประกาศของคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อ เพื่อป้องกันการระบาดของเชื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรณชัย สุขสมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 32 (บุรีรัมย์) นำคณะบุคลากร พนักงาน เจ้าหน้าที่ในสำนักงาน เร่งทำความสะอาดโต๊ะทำงาน รอบบริเวณของสำนักงาน ฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ โดยเน้นการเช็ดล้างทำความสะอาดบริเวณจุดสัมผัสร่วม เช่น บันได กลอนประตู ลูกบิดหน้าต่าง โต๊ะทำงาน โทรศัพท์ เครื่องถ่ายเอกสาร พร้อมกำชับให้ทุกคนเปิดหน้าต่างระบายอากาศและทำความสะอาดสัปดาห์ละ 1 วัน ทุกคนหมั่นล้างมือและสวมหน้ากากอนามัยเมื่อมาปฏิบัติงาน
ทำความสะอาดฆ่าเชื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.กาญจนบุรี นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี นำทีม อส.พัฒนาเมืองกาญจนบุรี ฉีดพ่นฆ่าเชื้อไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่สำคัญของอำเภอเมืองกาญจนบุรี เริ่มจากศาลเจ้าพ่อหลักเมืองกาญจนบุรี โดยร่วมกันสักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมือง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของจังหวัดกาญจนบุรีเพื่อเป็นสิริมงคลในการปฏิบัติงานในครั้งนี้ จากนั้นก็เริ่มฉีดฆ่าเชื้อรอบบริเวณศาลเจ้าพ่อหลักเมือง เน้นจุดที่ประชาชนมีการสัมผัส ทั้งราวบันได บันได พื้นศาลาศาลหลักเมือง สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นจุดที่มีประชาชนมาใช้บริการเป็นจำนวนมาก ทั้งภายในจังหวัดและต่างจังหวัด เป็นสถานที่เสี่ยงอีกจุดหนึ่ง โดยทีมเจ้าหน้าที่ อส.ได้ระดมฉีดยาฆ่าเชื้อภายในอาคารขนส่งผู้โดยสาร รวมไปถึงในห้องน้ำ และบนรถโดยสารอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.เพชรบุรี นายกอบชัย บุญอรณะ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า ขณะนี้ได้เร่งกรองข้อมูลบุคคลที่จะเข้ามาในเขตพื้นที่เพชรบุรี จัดตั้งทีมอาสาโควิด-19 ระดับอำเภอ หมู่บ้าน จัดทำฐานข้อมูลของผู้เดินทางกลับจากกรุงเทพฯ และปริมณฑล และให้หลีกเลี่ยงในการเข้าไปที่ชุมชน วัดอุณหภูมิร่างกาย หากพบว่า ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ เหนื่อยหอบให้รีบไปพบแพทย์ ยึดหลัก &amp;ldquo;ลด เลี่ยง ดูแล&amp;rdquo; คือลด ความเสี่ยงด้วยการล้างมือด้วยน้ำ และสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ให้บ่อยขึ้น สวมหน้ากากอนามัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.พัทลุง บริเวณหน้าสวนกาญจนาภิเษก สามแยกท่ามิหรำ &amp;nbsp;อ.เมืองพัทลุง นายสุมเมธ บุญยก นายกเทศมนตรีเมืองพัทลุง พร้อมคณะผู้บริหาร และกองสาธารณสุขเทศบาลเมือง จ.พัทลุง ได้ร่วมกันกำหนดจุดคัดกรอง และให้ความรู้การป้องกันโรค ตามมาตรสาธารณสุขแก่ประชาชนที่เดินทางเข้ามาเขตเทศบาลเมืองพัทลุง &amp;nbsp; จำนวน 3 จุด ประกอบด้วย จุดที่ 1 บริเวณหน้าสวนกาญจนาภิเษก ถนนราเมศวร์, จุดที่ 2 บริเวณร้านครัวสระแก้ว ถนนไชยบุรี และจุดที่ 3 บริเวณสามแยกศาลาโพธิ์ฉลอง โดยการดำเนินงานนี้ได้กำหนดขึ้นตั้งแต่วันที่ 23- 31 มีนาคม 2563 ตั้งแต่เวลา 08.00-16.00 น.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับในการดำเนินงาน จะมีการให้บริการคัดกรองไข้ บริการเจลล้างมือแอลกอฮอล์และให้แจกแผ่นพับเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าในมาตรการการเฝ้าระวัง การป้องกันรักษาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แก่ประชาชน และยังได้จัดโครงการ &amp;quot;อสม. เคาะประตูบ้าน&amp;quot; &amp;nbsp;เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในมาตรการการเฝ้าระวัง การป้องกันรักษาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 &amp;nbsp;แก่ประชาชนตามชุมชนต่างๆ ทั้ง 45 &amp;nbsp;ชุมชนเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.กระบี่ เจ้าหน้าที่ขนส่ง เจ้าหน้าที่สาธารณสุข จังหวัดกระบี่ ตรวจคัดกรองวัดอุณหภูมิร่างกาย นักท่องเที่ยว ประชาชน ทยอยเดินทางกลับจากกรุงเทพมหานคร ประมาณ 200 คน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยที่ จ.กระบี่ พบผู้ป่วยสะสมเป็นจำนวน 2 คน เป็นชาวต่างประเทศ ในพื้นที่อำเภออ่าวลึก 1 คน ได้รับการรักษาหายป่วย และกลับบ้านแล้ว ตั้งแต่เดือนก.พ.2563 และขณะนี้มีผู้ป่วยยังคงรักษาตัวในโรงพยาบาล 1 คน &amp;nbsp;เป็นชาวไทย ส่วนผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์สอบสวนโรครวมจำนวน 113 คน อยู่โรงพยาบาลเพื่อรอผลการตรวจจากห้องปฏิบัติการจำนวน 13 คน กลับบ้านแล้ว 100 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ภูเก็ต นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต ครั้งที่ 7/2563 เพื่อรับทราบการใช้หอประชุมศูนย์ราชการฯ หรือศาลากลางจังหวัดภูเก็ตแห่งใหม่ เพื่อเป็นโรงพยาบาลสนามรองรับหากมีผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้น และรับทราบสถานที่ที่เอกชน เสนอรองรับผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค หรือ PUI พร้อมทั้งร่วมกันพิจารณาร่างประกาศจังหวัดภูเก็ต เรื่องปิดสถานที่ที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา หรือโควิด-19 เพิ่มเติม เพื่อยกระดับมาตรฐานในการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา หรือโควิด-19 ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ปัตตานี ที่มัสยิดกลาง จ.ปัตตานี พ.ท.ภาคภูมิ จันทรักษ์ ผบ.ฉก.ปัตตานี 25 มอบสิ่งของทำความสะอาดแก่โต๊ะอิหม่ามประจำมัสยิด ด้วยโครงการประชารัฐต้านภัยไวรัสโคโรนา 2019 พร้อมด้วย พ.ต.ท.เรวัฒน์ ศรีจันทร์ทับ รอง ผกก.ปราบปราม สภ.เมืองปัตตานี, ปลัดอำเภอเมืองปัตตานี, เจ้าหน้าที่สามฝ่าย ทหาร ตำรวจ อส., หน่วยดับเพลิงปัตตานี และเจ้าหน้าที่ สท.ปช. ได้มีการร่วมกันทำความสะอาดบริเวณภายในมัสยิดและภายนอก โดยมีผู้เข้าร่วม 300 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการทำความสะอาด ซึ่งได้มีการกวาด ขัดพื้น และล้างป้องกันการแพร่ระบาดของโคโรนา 2019 เนื่องจากมัสยิดเป็นพื้นที่เสียงต่อการแพร่ระบาด โดยเฉพาะวันศุกร์ ชาวไทยมุสลิมจะร่วมตัวละหมาดร่วมกันเป็นจำนวนมาก และมีประชาชนหนาแน่นในมัสยิดจึงมีความเสียงต่อการติดเชื้อได้ ทำให้หน่วยงานรัฐได้มีมาตรการทำความสะอาดมัสยิดทุกมัสยิดในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยทำความสะอาดใหญ่สัปดาห์ละ 1 ครั้ง นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่รัฐได้มีการกำชับให้ทุกมัสยิดในจังหวัดชายแดนภาคใต้ หลังทำการละหมาดเสร็จให้มีการถูพื้นเพื่อทำความสะอาด และล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ทุกครั้ง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดต่อไป.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60680</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, กทม.และปริมณฑล, วัดอุณหภูมิ, สวมหน้ากากออกรับบิณฑบาต, สั่งทำประวัติทุกคน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19, โคโรนาไวรัส, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200323/image_big_5e78c330a9203.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
