<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111456</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2021 21:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2021 21:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซีดีซีเปลี่ยนใจ แนะอเมริกันฉีดวัคซีนแล้วก็ควรสวมแมสก์เมื่ออยู่พื้นที่เสี่ยง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐ (ซีดีซี) แนะนำว่าประชาชนที่ฉีดวัคซีนโควิด-19 แต่อยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงติดเชื้อสูง ควรสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในอาคาร เนื่องจากขณะนี้สหรัฐมีการระบาดของไวรัสสายพันธุ์เดลตาสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โรเชลล์ วาเลนสกี ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐ (ซีดีซี) แถลงเมื่อวันอังคารที่ 27 กรกฎาคมว่า จากข้อมูลใหม่ของผู้ติดเชื้อที่เกี่ยวข้องกับสายพันธุ์เดลตา ที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นที่จะแพร่เชื้อต่อ ซีดีซีแนะนำว่าในพื้นที่ที่มีการระบาดอย่างมีนัยสำคัญหรือระบาดสูง ประชาชนที่ฉีดวัคซีนโควิด-19 ครบโดสแล้ว ควรจะสวมหน้ากากเมื่ออยู่ในอาคารสาธารณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแนะนำนี้ต่างจากที่ซีดีซีออกมายืนยันเมื่อสัปดาห์ที่แล้วโดยยึดตามคำแนะนำเมื่อเดือนพฤษภาคมว่า ประชาชนที่ฉีดวัคซีนแล้ว ไม่จำเป็นต้องสวมหน้ากากเมื่ออยู่ในอาคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านทำเนียบขาวประกาศเมื่อวันอังคารให้เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวทุกคนกลับมาสวมหน้ากากอีกครั้ง เนื่องจากอัตราการระบาดของโควิด-19 ในกรุงวอชิงตันที่เพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากข้อมูลล่าสุดของซีดีซี ร้อยละ 63 ของเทศมณฑลมากกว่า 3,200 แห่งในสหรัฐ พบการระบาดของโควิด-19 อย่างมีนัยสำคัญหรือมีการระบาดสูง โดยพื้นที่ที่มีการระบาดอย่างมีนัยสำคัญคือพบผู้ติดเชื้อใหม่รายวัน 50-100 รายต่อประชากร 100,000 รายในช่วง 7 วันที่ผ่านมา ส่วนการระบาดสูงคือพบผู้ติดเชื้อรายวันมากกว่า 100 รายต่อประชากร 100,000 รายในช่วง 7 วันที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วาเลนสกีย้ำว่า ผู้ฉีดวัคซีนแล้วแต่ยังติดเชื้อนั้นพบไม่มาก การฉีดวัคซีนช่วยลดอาการป่วยของโรค 7 เท่า และลดการรักษาในโรงพยาบาลหรือเสียชีวิตได้ถึง 20 เท่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในสหรัฐขณะนี้เพิ่มขึ้นมากเนื่องจากการระบาดของสายพันธุ์เดลตา ซึ่งพบในผู้ติดเชื้อราว 90% ผู้ติดเชื้อรายวันเฉลี่ยของสหรัฐในช่วง 7 วันล่าสุด มีมากกว่า 56,000 ราย ซึ่งเป็นผู้ติดเชื้อในระดับเดียวกับที่พบเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประธานาธิบดีโจ ไบเดน เผยเมื่อวันอังคารว่า รัฐบาลกำลังพิจารณาเรื่องข้อบังคับให้เจ้าหน้าที่รัฐบาลทุกคนต้องฉีดวัคซีน และจะแถลงเรื่องมาตรการใหม่ในวันพฤหัสบดี เกี่ยวกับการแก้ปัญหาจำนวนผู้เข้ารับการฉีดวัคซีนลดลง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111456</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซีดีซี, ผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้ว, ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อแห่งสหรัฐ, สวมแมสก์, สหรัฐ, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210728/image_big_6101686c4e5ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100921</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2021 16:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2021 16:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จตุพร&#039; ชำแหละ &#039;ประยุทธ์&#039; เสมือนเป็นการรับผิดชอบ ทั้งที่ไม่ได้รับผิดชอบอะไรเลย!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 เม.ย.64 -&amp;nbsp;นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) เฟชบุ๊กไลฟ์ peace talk ว่า การระบาดของโควิดในรอบที่สามนี้ นับเป็นจุดของความหายนะของประเทศอย่างชัดเจน ซึ่งเกิดขึ้นโดยผู้นำสูงสุดชื่อประยุทธ์ และไม่แสดงความรับผิดชอบอะไรออกมาเลย การปรับพล.อ.ประยุทธ์ ไม่ใส่แมสก์ระหว่างเป็นประธานการประชุมโควิดที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 26 เม.ย.นั้น เป็นการฝ่าฝืนระเบียบของ กทม. จึงต้องถูกปรับในอัตรา 6,000 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เชื่อว่า คงเป็นการเตี๊ยมกันไว้แน่นอน ไม่เชื่อว่า ผู้ว่า กทม.จะกล้าลงมือเปรียบเทียบปรับพล.อ.ประยุทธ์ 6,000 บาท ซึ่งดูเสมือนเป็นการรับผิดชอบ ทั้งที่ไม่ได้รับผิดชอบอะไรเลย แต่เกิดจากเหตุความสะเพร่า เลอะเลือน จึงต้องจัดฉากตามหลัง เพื่อบอกถึงการแสดงความรับผิดชอบแล้ว ความรับผิดชอบ ไม่ใช่การจ่ายค่าปรับ 6,000 บาท แต่ต้องเป็นความรับผิดชอบเต็มที่ เพราะเป็นคนประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉิน ดึงอำนาจอื่นใดที่อยู่ภายใต้กำกับของรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องกับโควิด มาอยู่ที่พลบ.อ.ประยุทธ์ และ ศบค.ทั้งหมด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพรกล่าวว่า ปรากฎการณ์กลุ่มหมอไม่ทนล่ารายชื่อให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล พ้นจาก รมว.สาธารณสุขนั้น ไม่แฟร์ เพราะคนทื่มีอำนาจสูงสุดคือพล.อ.ประยุทธ์ ต้องรับผิดชอบและต้องถูกไล่เป็นอันดับที่ 1 แล้วนายอนุทิน เป็นอันดับที่ 2 แต่สิ่งแปลกประหลาดคือ ไม่แตะต้องนายกฯในฐานะคนรับผิดชอบโดยตรงเลย จึงทำให้คอการเมืองสงสัยที่คนหนึ่งเป็นแพะ แต่อีกคนหนีความรับผิดชอบไป คนมีอำนาจเต็มตาม พรก.ฉุกเฉิน ไม่รับผิดชอบอะไรเลย รับผิดชอบอย่างเดียวคือเวลาพูดไม่ต้องใส่หน้ากาก แล้วจ่ายค่าปรับ 6,000บาท และได้รับคำสรรเสริญเยินยอ ทั้งที่เป็นความโหลยโท่ยทั้งหมด ตั้งแต่การบริหารจัดการวัคซีนที่ไม่มี รมต.สาธารณสุขมารับผิดชอบ ก็เป็นความแปลกประหลาดแล้ว การเข้าชื่อไล่นายอนุทินนั้น ไม่ได้หมายความว่า คนไทยจะลืมพล.อ.ประยุทธ์ ที่มีอำนาจสูงสุดไป ดังนั้นความล้มเหลวทั้งหมด ไม่ว่าการบริหารวัคซีน และพื้นที่การ์ดตกทั้งหลาย ทั้งบ่อนการพนัน ผับบาร์ สนามมวย ก็อยู่ภายใต้การดูแลของประยุทธ์ทั้งสิ้น ซึ่งได้เคยแสดงความรับผิดชอบอะไรหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศไทยจึงอยู่ในสภาพทุกอย่างสายไปหมด ถูกสร้างให้เกิดความกลัวจากโควิด ทั้งที่ความตายจากความเจ็บป่วยเป็นอาการปกติ เมื่อมีความตายเกิดขึ้นจึงต้องพิสูจน์ว่า ความตายที่ผิดธรรมชาติเกิดจากโควิดจริงหรือไม่ หรือเกิดจากโรคอื่นใด วันนี้ตายตั้ง 15 ราย ยิ่งทำให้เกิดความกลัวไปกันใหญ่ เพราะความกลัวจากโควิด ได้ทำลายรากฐานทางเศรษฐกิจอย่างยับเยิน ประเทศอยู่ในสภาพล้มละลาย เมื่อการบริหารของประยุทธ์สะท้อยนชัดเจนว่า ไร้ประสิทธิภาพ ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์โควิดได้แล้ว ทำไมไม่ทำเรื่องขอเข้าเฝ้าพระเจ้าแผ่นดิน เพื่อรายงานสถานการณ์โควิดที่เป็นจริงและขอพระราชทานคำแนะนำจากพระเจ้าแผ่นดิน โดยอยู่ภายใต้กลไกประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นพระประมุข ซึ่งหลายคนมีความสงสัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานนปช.กล่าวว่า การที่พระเจ้าแผ่นดินได้พระราชทานรถพร้อมเครื่องมือตรวจเชื้อโควิดนั้น ชี้ได้ว่า พระองค์ได้ติดตามสถานการณ์ แต่การบริหารราชการเป็นเรื่องของประยุทธ์ เมื่อสถานการณ์เดินมาถึงจุดประยุทธ์เอาไม่อยู่และควบคุมตัวเองไม่ได้ สะท้อนจากการไม่ใส่หน้ากากอนามัยประชุมทั้งที่คนอื่นที่เข้าร่วมประชุมใส่หน้ากากกันทั้งห้อง ดังนั้น สิ่งนี้ชี้ว่า ประยุทธ์ไม่ได้อยู่กับร่องกับรอยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สภาพของประยุทธ์เวลานี้ ไม่สอดคล้องกับปัญหาของชาติบ้านเมือง ผมจึงเห็นว่าประยุทธ์ ต้องออกไป อย่ากังวลว่า ไม่มีประยุทธ์ จะแก้ปัญหาการระบาดโควิดระลอกใหม่ไม่ได้ แต่ผมเชื่อว่า ถ้าออกไป อะไรที่เป็นอุปสรรคจะได้รับการขจัด เพราะถ้าคนเราบกพร่องถึง 3 ครั้งติดต่อกันนั้น ชี้ได้ชัดว่าคนนั้น เป็นคนไร้ประสิทธิภาพ ไม่มีศักยภาพในการบริหารประเทศที่เกี่ยวข้องกับความตายของประชาชนได้อีกต่อไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร กล่าวว่า ภายใต้สถานการณ์นี้ ไม่ต้องการให้โควิดเป็นเครื่องมือในการยื้อการบริหารประเทศ เพราะยิ่งจะสร้างความเสียหายให้เกิดขึ้น ดังนั้นเวทีไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย ต้องดำเนินการในวันเสาร์-อาทิตย์ต่อไป เพียงแต่เรามีมาตรการให้คนอยู่ในห้องประชุมได้ไม่เกิน 20 คนตามที่ กทม.กำหนดไว้ และคนพูดต้องใส่แมสกันทุกคน ยังต้องจัดกิจกรรมทั้ง 2 วัน และจะแจ้งว่ามีใครมาร่วมพูดบ้าง ซึ่งที่ผ่านมาการอภิปรายอยู่ในเหตุผล พร้อมทำหน้าที่ตรวจสอบ และสร้างความจริงให้กับประชาชน อีกทั้งเราจะปล่อยให้การบริหารประเทศอยู่ในความรับผิดชอบของประยุทธ์ ไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีวัคซีนไฟเซอร์ มาขอพบและเก็บเงินทีหลังถึง 4 ครั้ง ประเทศไทยกลับเมินเขา แล้วต้องไปร้องขอเขาอีก ซึ่งประยุทธ์ ต้องตอบคำถามว่า มันเกิดอะไรขึ้นจึงระงับยับยั้งถึง 4 ครั้ง ทั้งที่เป็นเรื่องที่ประเทศไทยมีความจำเป็นต้องใช้วัคซีน ซึ่งเป็นการประเมินที่ผิดพลาดของประยุทธ์ ท่านได้แสดงความรับผิดชอบอย่างไรบ้าง มันไม่ใช่ว่า เสียค่าปรับ 6,000 บาท แล้วจะไปกลบทุกเรื่องราว ซึ่งผมสมเพช เพราะใครก็รู้ว่า เตี๊ยมกัน ไม่เช่นนั้นทั้งผู้ว่า กทม.และ ผบช.น. ไม่กล้ามาปรับถึงที่ทำเนียบรัฐบาลหรอก สิ่งสำคัญในเวลานี้ เชื่อว่า การเป็นรัฐบาลต้องกล้าฟังความเห็นต่าง แต่วันนี้นอกจากไม่ฟังความเห็นต่างแล้ว ยังไม่ทำเรื่องเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เพื่อถวายรายงานสถานการณ์และขอพระราชทานคำแนะนำอีก จึงพิสูจน์ได้ประจักษ์ชัดว่า รัฐบาลไม่สามารถแก้ไขปัญหาโควิดได้แล้ว ยังจะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นไปอีก ดังนั้น การอยู่หรือไปของพล.อ.ประยุทธ์ ได้เกี่ยวข้องกับความทุกข์ของพี่น้องประชาชนทั้งชาติ ยังเป็นสิ่งที่พวกเราต้องยืนหยัด โดยพวกตนไม่ได้หวังว่า คนเป็นนายกฯ ต้องเป็นยอดมนุษย์ แต่ควรเป็นคนที่มีใจกว้างขวาง เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เป็นคนมีจิตใจนักเลง และรับฟังความเห็นจากทุกฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เราเชื่อว่า นายกฯ ไม่ใช่เทวดาที่ต้องทำได้ทุกเรื่อง แต่เราก็หวังว่า ศักยภาพของนายกฯ คือการฟังและตัดสินใจในสิ่งที่ถูกต้อง โดยผ่านกระบวนการรับฟังความให้ครบถ้วนอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ที่ผ่านมา ประยุทธ์ ทำตัวเหมือนคนไม่มีหู เพราะไม่รู้จักฟัง จนไม่สามารถแก้ไขปัญหาของชาติได้เลย ยังยืนยันว่า จะจัดกิจกรรมทั้งสองวันคือ เสาร์-อาทิตย์ และจะใช้ความระมัดระวังอย่างมากที่สุด โดยภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ ผู้นำบางประเทศจะแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก แต่ไม่ใช่ประเทศไทย ซึ่งเราจะหายากในยุคนี้ ประเทศเราช่วงหลังนี้ เต็มไปด้วยความคับแค้น ถ้าประยุทธ์ มีเวลาว่างมาก ลองนั่งนึกดูให้ดีว่า การอยู่ต่อไปของท่านมีประโยชน์อะไรต่อชาติบ้านเมืองบ้าง เมื่อไม่เป็นประโยชน์กับชาติบ้านเมือง ผมก็ถามว่า แล้วท่านจะนั่งอยู่ต่อไปทำไม ทำไมไม่ให้คนที่มีศักยภาพที่เหนือกว่าได้เข้ามา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร กล่าวว่า วันนี้ตนต้องถามหาความรับผิดชอบจากนายกฯ และกลุ่มหมอไม่ทนทำไมไม่เรียกร้องหาความรับผิดชอบของประยุทธ์ เพราะความรับผิดชอบต้องเรียงตามลำดับ คนที่เป็นผู้นำประเทศต้่องรับผิดชอบขั้นสูงสุดมากกว่าคนอื่น 7 ปีได้พิสูจน์มาแล้วว่า ประยุทธ์ ไม่สามารถแก้ปัญหาใดๆได้เลย จึงมาถึงจุดของวันนี้ว่า ทุกอย่างมันสายไป ดังนั้นประยุทธ์ ควรมีน้ำใจเสียสละให้กับประเทศนี้บ้าง เพราะคนไทยอดทนกับประยุทธ์ อย่างที่ไม่เคยอดทนให้นายกฯ คนใดทั้ง 28 คนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ถามว่าประยุทธ์ จะทรมานจิตใจคนไทยไปถึงขนาดไหน ทำไมไม่คืนความสุขให้คนไทยอย่างแท้จริง ตามที่เคยประกาศว่า จะเป็นผู้คืนความสุข วันนี้การคืนความสุขที่แท้จริงคือการลุกออกจากตำแหน่งนายกฯ ซึ่งจะเป็นวันหนึ่งของคนที่จะมีความสุข เมื่อประยุทธ์ ออกไป และคนที่มาใหม่จะมีประสิทธิภาพในการแก้ไขสถานการณ์โควิด รวมทั้งทางออกอื่นของชาติบ้านเมือง เพราะอย่างน้อยที่สุด คนที่มาใหม่ เขาไม่กล้ากระทำอย่างที่ประยุทธ์ ได้กระทำ&amp;quot;นายจตุพรกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100921</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, จตุพร พรหมพันธุ์, สวมแมสก์, หน้ากากอนามัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210427/image_big_6087da9574bf5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100789</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2021 16:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2021 16:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อัยการโกศลวัฒน์&#039; ชี้ดึงหน้ากากไว้ใต้คาง ใส่หน้ากากปิดปากแต่ไม่ปิดจมูก ผิดกฎหมาย!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 เม.ย.64 - นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองอธิบดีและโฆษกอัยการปราบปรามทุจริตภาค 9 โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดึงหน้ากากไว้ใต้คาง ใส่หน้ากากปิดปากแต่ไม่ปิดจมูก ผิดกฎหมาย..!! ปิดมิดชิดปากและจมูก ให้ถูกต้อง..!!&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เซ็นประกาศแล้ว คนกทม. คนสงขลา และทุกจังหวัดที่ประกาศแล้ว.. ต้องสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งเมื่ออกจากบ้าน อย่างถูกต้องหรือถูกวิธี..ฝ่าฝืนปรับสูงสุดไม่เกินสองหมื่นบาท มีผลตั้งแต่วันนี้เหมือนคำสั่งจังหวัดที่ให้ สวมหน้ากากอนามัยก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง เจตนารมณ์ ของกฎหมายที่รองรับคำสั่ง คือป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดต่อ การสวมหน้ากากจึงต้องสวมให้ถูกต้องเพื่อป้องกันโรคระบาด ไม่ใช่เพื่อป้องกันถูกจับปรับไม่เกิน 20,000บาท เท่านั้น หน้ากากจึงมีไว้เพื่อป้องกันตัวท่านเองไม่ให้ติดเชื้อโควิด ไม่ใช่มีไว้เพื่อป้องกันตำรวจจับ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งหากผู้ใดฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามถือว่ามีความผิดตามมาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2554 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนที่ไม่อยากใส่ คนที่รู้สึกต่อต้าน ขอให้ไปอ่านข่าวกันบ้างว่าผู้ติดเชื้อโควิด นำเชื้อกลับเข้าไปติดคนที่บ้าน โดยเฉพาะวัยรุ่นที่นำเชื้อไปติดคุณพ่อคุณแม่ที่สูงอายุ ท่านระมัดระวังไม่ออกนอกบ้าน มีวินัยป้องกันตนเองอย่างสูง แต่ลูกหลานเข้ามาหา นำเชื้อมาติดคนสูงอายุในบ้านหลายรายแล้ว เหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นเมื่อไหร่ คงต้องมานั่งเสียใจแล้วคิดกันแบบเดิมๆว่าเรื่องแบบนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นกับเรา จึงไม่ควรประมาท ร่วมมือกันอย่างมีวินัยอย่างเคร่งครัด เราปลอดภัย ทุกคนที่ใกล้เราปลอดภัยด้วย จึงจะรอดไปด้วยกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อัยการจึงขอให้ปฎิบัติตามประกาศ ใน ทุกจังหวัดโดยเคร่งครัด ออกจากบ้านใส่หน้ากากทันทีนั่งรถโดยสารสาธารณะ รถเมล์ รถแท็กซี่ ก็ต้องใส่หน้ากากตลอดเวลานะครับ จังหวัดไหนที่ยังไม่ประกาศ ก็ใส่ได้นะครับ ถ้าอยากจะรอดไปด้วยกัน แม้กฎหมายนี้จะดูเป็นการบังคับให้เราใส่หน้ากาก แต่ใส่แล้วก็ดีกับเราปลอดภัยกับเรา เรียกได้ว่าดีมากกว่าเสีย แล้วทำไมเราจะไม่ใส่หน้ากากกันละครับ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านประเสริฐ อธิบดีอัยการภาค 8 &amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้ส่ง &amp;nbsp;บันทึกคำฟ้อง คำรับสารภาพ &amp;nbsp; คำพิพากษาศาลแขวงสุราษฎร์ธานี ซึ่งศาลท่านได้ระบุกฏหมายครบถ้วนทุกฉบับทุกมาตรา ให้ดูเป็นตัวอย่างแม้ศาลใช้ดุลพินิจปรับ 4,000 บาทรับสารภาพลดครึ่งเหลือ 2,000 บาท &amp;nbsp; แต่ในจังหวัดอื่นๆ ศาลท่านก็ใช้ดุลพินิจลงโทษตามความเหมาะสมในพฤติการณ์แห่งคดี หากมีพฤติการณ์ไม่ยอมใส่หน้ากากแบบท้าทายกฎหมาย ศาลอาจใช้ดุลพินิจลงโทษหนักกว่านี้ได้ ...อัตราโทษปรับอย่างสูงไม่เกิน 20,000 บาท ขอบคุณท่านประเสริฐอธิบดีอัยการภาค8 ที่ช่วยให้ความรู้ประชาชน ประชาชนจะได้ร่วมมือกันปฏิบัติอย่างถูกต้องไม่ให้เกิดประเด็นความขัดแย้งทางสังคม ในการปฎิบัติตามกฏหมาย ครับ.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100789</URL_LINK>
                <HASHTAG>สวมแมสก์, หน้ากากอนามัย, โกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210426/image_big_60868691d8962.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
