<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109276</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2021 20:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2021 20:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>องค์กรชุมชนอำนาจเจริญ เสนอ ‘จุรินทร์’ หนุนอำนาจเจริญเมืองธรรมเกษตร พัฒนาคุณภาพชีวิต สร้างเศรษฐกิจชุมชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;อำนาจเจริญ / 10 กรกฎาคม 2564 เวลา 14.00 &amp;ndash; 15.30 น. รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์) และคณะ จัดกิจกรรมออนทัวร์อีสานใต้ ลงพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ ร่วมงาน &amp;ldquo;อำนาจเจริญเมืองธรรมเกษตร พัฒนาคุณภาพชีวิต สร้างเศรษฐกิจชุมชน&amp;rdquo; ณ อาคารศูนย์เรียนรู้ข้าวหอมมะลิอำนาจเจริญ สำนักงานเกษตรจังหวัดอำนาจเจริญ เพื่อให้เกียรติเป็นประธานในพิธีมอบบ้านพอเพียง 172 หลังคาเรือน พร้อมมอบงบประมาณสมทบกองทุนสวัสดิการชุมชน 43 กองทุน และมอบงบประมาณตำบลต้นแบบและตำบลเศรษฐกิจชุมชน 4 ตำบล โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ ปลัดกระทรวงวพาณิชย์ นายอำเภอเมืองอำนาจเจริญ ทีม One Home จังหวัดอำนาจเจริญ สำนักงานเกษตรจังหวัดอำนาจเจริญ พาณิชย์จังหวัดอํานาจเจริญ สภาอุตสาหกรรมจังหวัดอํานาจเจริญ หอการค้าจังหวัดอำนาจเจริญ สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์จังหวัดอำนาจเจริญ ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หน่วยงานราชการ ภาคี และเครือข่ายขบวนสํานักงานสหกรณ์จังหวัดอํานาจเจริญ องค์กรชุมชนจังหวัดอำนาจเจริญ เข้าร่วมงาน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:0cm; text-align:center&quot;&gt;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (สวมเสื้อสีเหลือง)&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:0cm; text-align:center&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า โครงการบ้านมั่นคง บ้านพอเพียง สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน เริ่มต้นจากปี 2543 เริ่มขึ้นในสมัยรัฐบาลชวน หลีกภัย ที่เห็นชอบให้มีการจัดตั้งหน่วยงานสำคัญหน่วยงานหนึ่งที่ดูแลเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย ไม่มีบ้าน ไม่มีที่ดินสร้างบ้าน ให้มีโอกาสมีบ้านที่มั่นคง แข็งแรงขึ้น จึงเกิด สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ขึ้นจนถึงปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ผ่านมา 20 ปี การแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยเราทำได้ 2 แสน ครัวเรือน เดินหน้าได้ช้าทำได้ไม่ทันต่อความต้องการ แต่ถัดจากนี้เป็นต้นไปเราจะเดินให้เร็วขึ้น ใน 15 ปี ถัดจากนี้ รัฐบาลจะเดินหน้าให้ได้ 1.2 ล้านครัวเรือน ในส่วนชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างระบบรถไฟ 397 ชุมชน จะไร้ที่อยู่อาศัย ตนเองเห็นด้วยที่จะให้มีกลไกในระดับชาติและงบประมาณมาแก้ปัญหา
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;มาวันนี้ มามอบงบประมาณ 10 ล้าน ก้อนแรกงบประมาณบ้านพอเพียง 172 หลังคาเรือน งบประมาณ 3,440,000 บาท มอบงบประมาณสมทบกองทุนสวัสดิการชุมชน 43 กองทุน งบประมาณ 7,164,004 บาท และมอบงบประมาณตำบลต้นแบบและตำบลเศรษฐกิจชุมชน 4 ตำบล งบประมาณ 154,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;ในส่วนของสินค้าและผลิตภัณฑ์ชุมชนที่ชาวบ้านพัฒนาการผลิต แปรรูป พัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อจำหน่าย แต่จะไปจบตรงที่การตลาด ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่รู้จะขายที่ไหน หรือขายได้น้อย เพราะเรายังขาดความรู้ใหม่ๆ ต่อจากนี้กระทรวงพาณิชย์จะเข้ามาช่วยสนับสนุน ในระดับจังหวัดก็มอบหมายให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัด สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนสำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หอการค้า สภาอุตสาหกรรม นักธุรกิจรุ่นใหม่ มาร่วมพัฒนาศักยภาพการตลาด อบรมให้ความรู้การค้าออนไลน์กับชาวบ้าน เพื่อให้เข้าถึงช่องทางจำหน่ายให้กับผู้บริโภคโดยตรง และจะมีผลกำไรที่เพิ่มขึ้นในอนาคต ต่อไปชาวบ้านต้องเรียนรู้การค้าออนไลน์ อย่างจริงจัง ถึงแก่นต่อไป นายจุรินทร์ กล่าวในตอนท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;
ด้านนายปฏิภาณ จุมผา รองผู้อำนวยการ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ของรองนายกฯ ที่จังหวัดขอนแก่นเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และได้เป็นแม่สื่อพ่อชัก มอบหมายให้พาณิชย์จังหวัดขอนแก่นร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร่วมมือกันหนุนเสริมสินค้าและผลิตภัณฑ์ของชุมชนให้เป็นรูปธรรม ซึ่งก็อยากให้เกิดขึ้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ และขยายไปทั่วทั้งประเทศด้วยเช่นกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;และเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งคือ จากนโยบายการพัฒนาระบบรถไฟ จะมีชุมชน 397 ชุมชน 39,848 ครัวเรือน ได้รับผลกระทบ กำลังถูกไล่รื้อเพื่อก่อสร้างรถไฟ ซึ่งเรื่องนี้ต้องมีการยกระดับเป็นนโยบายของรัฐบาล ตนเองเสนอให้ครม.นำไปเป็นนโยบาย โดยอนุมัติแผนงานแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ โดยบูรณาการประสานความร่วมมือกับกระทรวงคมนาคม สำนักนายกรัฐมนตรี บริษัทที่ชนะการประมูล สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน บูรณาการให้เกิดรูปธรรมกลไกการแก้ปัญหาในระดับชาติ โดยเสนอให้รัฐบาลมีนโยบายดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;1.การเสนอครม.เพื่อเป็นนโยบายโครงการสำคัญของรัฐ และเสนอขออนุมัติแผนงาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;2.การประสานกระทรวงคมนาคม การรถไฟฯ สำนักนายกฯ สำนักงบประมาณ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;3.การสนับสนุนให้เกิดกลไกระดับชาติเพื่อความร่วมมือในการดำเนินการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;4.การประสานเพื่อการสนับสนุนจากผู้ได้รับสัมปทาน/ ภาคเอกชน / ความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;
อย่างไรก็ตาม ในการจัดงานจะมีการจัดนิทรรศการร้านค้าเครือข่ายเศรษฐกิจชุมชนจังหวัดอำนาจเจริญ และในภาคเช้า ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดอำนาจเจริญได้เปิดเวทีสรุปข้อเสนอเชิงนโยบาย การแลกเปลี่ยนเรียนรู้การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนสู่เมืองธรรมเกษตร โดยจัดทำ &amp;ldquo;แนวทางความร่วมมือเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนงาน สู่อำนาจเจริญเมืองธรรมเกษตร โดยเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดอำนาจเจริญร่วมกับหน่วยงานภาคี&amp;rdquo; เพื่อให้การขับเคลื่อนงานสามารถบรรลุเป้าหมายได้ตามที่กำหนด จังหวัดอำนาจเจริญจึงมีแนวทางการทำงานร่วมกับองค์กร หน่วยงานภาคี ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;1) เครือข่ายองค์กรชุมชนร่วมกับภาคีการพัฒนา หน่วยงานในจังหวัดอำนาจเจริญออกแบบและพัฒนาระบบการบริหาร จัดการน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค ที่เพียงพอภายใต้แนวทางเมืองธรรมเกษตร
2) สนับสนุนนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อพัฒนาระบบการเกษตรอินทรีย์ให้มีคุณภาพสู่สากล
3) ร่วมกันกำหนดและสนับสนุนแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากเป็นวาระแห่งชาติ ด้วยการจัดตั้ง &amp;ldquo;กองทุนเมืองธรรมเกษตร&amp;rdquo; เพื่อสร้างระบบเศรษฐกิจชุมชนฐานรากตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ
4) เครือข่ายองค์กรชุมชนร่วมกับภาคีการพัฒนา และ กระทรวงพาณิชย์ พาณิชย์จังหวัด ดำเนินการจัดทำแผนแม่บทขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก และการส่งเสริมสนับสนุนผลิตผล ผลิตภัณฑ์ การท่องเที่ยวโดยชุมชน การแปรรูป และการตลาด ของชุมชน ตั้งแต่ระดับตำบลจนถึงระดับจังหวัด โดยใช้ &amp;ldquo;สภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;แผนธุรกิจโดยชุมชน&amp;rdquo; เป็นแกนกลางสำคัญในการขับเคลื่อนโดยร่วมมือกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง
5) ร่วมพัฒนาและสนับสนุนยกระดับระบบสวัสดิการชุมชนเป็นสวัสดิการสังคมก้าวหน้า
6) สนับสนุนการสร้างความมั่นคงด้านที่ดินและที่อยู่อาศัยเพื่อให้คนอำนาจเจริญมีความอยู่ดี มีสุข
7) สนับสนุนการกระจายอำนาจ สร้างการมีส่วนร่วมกับท้องถิ่นและภาคีการพัฒนา สามารถออกแบบการบริหารจัดการตนเองได้ ภายใต้ธรรมนูญประชาชนฅนอำนาจเจริญ
8) สนับสนุนการประกันราคาพืชผลทางการเกษตร เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109276</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวความเคลื่อนไหวงานพัฒนา, บ้านพอเพียงBy ธีรวัฒน์ รังแก้ว10 กรกฎาคม 2564, บ้านมั่นคง, ประเทศไทยดีขึ้นทุกวัน, พื้นที่รูปธรรมงานพัฒนา, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, สวัสดิการชุมชน, เกาะติดสถานการณ์ covid-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210710/image_big_60e99b7a7333d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87038</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/12/2020 14:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/12/2020 14:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>4  องค์กรลงนามความร่วมมือพัฒนาระบบสวัสดิการชุมชน  เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ผู้แทนหน่วยงานต่างๆ และภาคีเครือข่ายที่ร่วมในพิธีลงนามความร่วมมือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ / 4 องค์กร คือ&amp;nbsp; เครือข่ายสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp;สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และวิทยาลัยโลกคดีศึกษา ม.ธรรมศาสตร์&amp;nbsp;ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือ&amp;nbsp;ว่าด้วยการส่งเสริมการพัฒนาระบบสวัสดิการชุมชนเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ  และส่งเสริมกองทุนสวัสดิการชุมชนกว่า 6,000 กองทุนทั่วประเทศให้มีความเข้มแข็ง&amp;nbsp; ช่วยเหลือคนในสังคมให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ (16 ธันวาคม) ระหว่างเวลา 8.00-10.00 น. ที่ห้องประชุมสัญญา ธรรมศักดิ์&amp;nbsp; มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์&amp;nbsp; (ท่าพระจันทร์) มีพิธีลงนามความร่วมมือว่าด้วย &amp;lsquo;การส่งเสริมการพัฒนาระบบสวัสดิการชุมชนเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;rsquo;&amp;nbsp; โดยมีผู้แทน 4 องค์กรร่วมลงนาม&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; นายแก้ว&amp;nbsp; สังข์ชู&amp;nbsp; ผู้ประสานงานเครือข่ายสวัสดิการชุมชนระดับชาติ&amp;nbsp; นายอัมพร&amp;nbsp; แก้วหนู&amp;nbsp; รองผู้อำนวยการ&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) นายธนนนทน์ พรายจันทร์ &amp;nbsp;ผู้อำนวยการ&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และผู้ช่วยศาสตราจารย์&amp;nbsp; ดร. ประภาภรณ์ ติวยานนท์ มงคลวนิช&amp;nbsp; คณบดีวิทยาลัยโลกคดีศึกษา ม.ธรรมศาสตร์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีพยานในการลงนาม&amp;nbsp; คือ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. จิตติ มงคลชัยอรัญญา&amp;nbsp; คณบดีวิทยาลัยพัฒนศาสตร์&amp;nbsp; ป๋วย&amp;nbsp; อึ๊งภากรณ์ &amp;nbsp;นายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต&amp;nbsp; ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ &amp;nbsp;นายสิน&amp;nbsp; สื่อสวน&amp;nbsp; ที่ปรึกษาสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ &amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอยุทธ์ เตชะสุกิจ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการศูนย์เพิ่มมูลค่าผลผลิตและการออกแบบผลิตภัณฑ์ SMEs&amp;nbsp; และมีผู้แทนเครือข่ายสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; ผู้แทนหน่วยงานภาคีเข้าร่วมงานประมาณ&amp;nbsp; 30 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;lsquo;สวัสดิการของประชาชน&amp;rsquo; จัดตั้งแล้วกว่า 6,000 กองทุนทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองทุนสวัสดิการชุมชนเป็นกิจกรรมของภาคประชาชนที่รวมตัวกันจัดระบบดูแลคุณภาพชีวิตของกันและกัน &amp;nbsp;ตามแนวคิด &amp;ldquo;สังคมไม่ทอดทิ้งกัน &amp;nbsp;ร่วมกันแบ่งปันความสุข&amp;rdquo; และ &amp;rdquo;การให้อย่างมีคุณค่า รับอย่างมีศักดิ์ศรี&amp;rdquo; &amp;nbsp;โดยประสานการทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น &amp;nbsp;และรัฐบาลผ่านสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) &amp;nbsp;กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันมีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศแล้ว &amp;nbsp;จำนวน &amp;nbsp;6,032 กองทุน&amp;nbsp; เป็นกองทุนในระดับตำบล&amp;nbsp; เทศบาล&amp;nbsp; และเขต (ในกรุงเทพฯ) มีสมาชิกมากกว่า 6 ล้านคน &amp;nbsp;มีเงินกองทุนรวมกันประมาณ&amp;nbsp; 17,000 ล้านบาท&amp;nbsp; จัดสวัสดิการพื้นฐานให้สมาชิกและผู้ได้รับความทุกข์ยากในชุมชน &amp;nbsp;ครอบคลุมตั้งแต่ เกิด แก่ เจ็บ ตาย อาชีพ การศึกษา แก้ไขปัญหาครอบครัว ชุมชน ฟื้นฟูวัฒนธรรม ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม จัดที่อยู่อาศัย ที่ดินทำกิน &amp;nbsp;และการช่วยเหลือเมื่อประสบภัยพิบัติต่างๆ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ตัวแทนสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลตำบลบ้านส้องมอบสิ่งของช่วยเหลือครัวเรือนที่ประสบไฟไหม้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;ตัวอย่างเช่น&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลตำบลบ้านส้อง&amp;nbsp; อ.เวียงสระ&amp;nbsp; จ.สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp; ปัจจุบันมีสมาชิกทั้งหมดประมาณ 4,400 คน มีเงินกองทุนประมาณ 3.5 ล้านบาท สมาชิกจะต้องสมทบเงินเข้ากองทุนคนละ 1 บาท/วัน&amp;nbsp; (สมทบเป็นรายปีคนละ 365 บาท) เมื่อสมัครเป็นสมาชิกแล้วอย่างน้อย 3 เดือน กองทุนฯ จะให้ความช่วยเหลือตามระเบียบที่กำหนดเอาไว้ ยกเว้นบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุกองทุนฯ จะให้การช่วยเหลือทันที&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;สวัสดิการที่สำคัญ เช่น เจ็บป่วยนอนโรงพยาบาล 1-2 คืน เบิกได้ 1,000 บาท สูงสุด 6 คืน เบิกได้ 3,000 บาท ปีหนึ่งไม่เกิน 2 ครั้ง หมา แมว งู ตะขาบกัด กองทุนฯ ช่วยเหลือ 500-1,000 บาท คลอดบุตร ครั้งละ 2,000 บาท กรณีแท้งลูก กองทุนฯ จะช่วยเหลือ 3,000 บาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;บาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ถูกทำร้าย เบิกจ่ายได้ทันที (ไม่ต้องเป็นสมาชิกครบ 3 เดือน) กองทุนจะช่วยเหลือตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป กรณีแขน-ขาขาด กองทุนฯ ช่วยเหลือข้างละ 10,000 บาท ตาบอด ข้างละ 10,000 บาท ทุพพลภาพถาวร ช่วยเบื้องต้น 10,000 บาท และไม่ต้องสมทบเงินเข้ากองทุนตลอดชีพ และหากเสียชีวิตในเวลาต่อมา กองทุนฯ ช่วยเหลือ 20,000 บาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;กรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ (ไม่ต้องเป็นสมาชิกครบ 3 เดือน) หากเสียชีวิตจะช่วยเหลือทันที 30,000 บาท กรณีเป็นโรคเรื้อรังเสียชีวิต จะต้องเป็นสมาชิกไม่น้อยกว่า 6 เดือน กองทุนฯ ช่วยเหลือ 30,000 บาท &amp;nbsp;นอกจากนี้เมื่อเกิดภัยพิบัติ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; น้ำท่วม&amp;nbsp; ไฟไหม้&amp;nbsp; กองทุนจะให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับความเดือดร้อนตามความเหมาะสม&amp;nbsp; ไม่จำกัดเฉพาะสมาชิก&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ช่วยเรื่องอาหาร&amp;nbsp; ที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;นอกจากนี้ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลตำบลบ้านส้องยังร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ในท้องถิ่น&amp;nbsp; จัดทำหน้ากากผ้าอนามัยประมาณ 20,000 ชิ้นแจกจ่ายให้แก่ประชาชน&amp;nbsp; และยังร่วมรณรงค์&amp;nbsp; ป้องกัน&amp;nbsp; คัดกรอง&amp;nbsp; เฝ้าระวังการแพร่กระจายของโควิด-19 ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;4&amp;nbsp; องค์กรลงนามความร่วมมือพัฒนาระบบสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;บันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วย &amp;lsquo;การส่งเสริมการพัฒนาระบบสวัสดิการชุมชนเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;rsquo;&amp;nbsp; ฉบับนี้&amp;nbsp; จัดทำขึ้นในวันที่ 16 ธันวาคม 2563 ระหว่างเครือข่ายสวัสดิการชุมชนระดับชาติ&amp;nbsp; กับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และวิทยาลัยโลกคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ &amp;nbsp;โดยภาคีทั้ง 4 หน่วยงานได้ตกลงความร่วมมือในด้านการสนับสนุนทางวิชาการ และความร่วมมืออื่น ๆ เพื่อพัฒนาระบบสวัสดิการชุมชนให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน มีระบบบริหารจัดการกองทุนที่ดี สร้างหลักประกันความมั่นคงของคนในชุมชนท้องถิ่น โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;การลงนามความร่วมมือของ 4 หน่วยงาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;1.เพื่อเสริมสร้างบทบาทและความสามารถของกองทุนสวัสดิการชุมชนและเครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชนให้เป็นพลังพลเมืองพัฒนาประเทศ และคุณภาพชีวิตของประชาชน 2.เพื่อดำเนินการให้เกิดการพัฒนาระบบสวัสดิการของชุมชนตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย&amp;nbsp; และสอดคล้องกับปัญหาความต้องการและแนวความคิด หลักการแนวทางการดำเนินงานที่กองทุนสวัสดิการชุมชนได้ดำเนินมาก่อนแล้ว และสนองตอบต่อตัวชี้วัดการพัฒนาอย่างยั่งยืน 3. เพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างเครือข่ายสวัสดิการชุมชน องค์การมหาชน องค์กรที่ไม่หวังผลกำไร และสถาบันวิชาการที่มีบทบาทภารกิจในการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการขับเคลื่อนสังคมอย่างบูรณาการ ให้เป็นกรณีตัวอย่าง เพื่อการขยายผล &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;โดยแต่ละหน่วยงานจะมีบทบาทดังนี้ เครือข่ายสวัสดิการชุมชน ให้การสนับสนุนในด้านต่างๆ เช่น (1) ประสานสนับสนุนการดำเนินงานของภาคีเพื่อทำโครงการต่าง ๆ กับกองทุนสวัสดิการชุมชนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับโครงการนั้น ๆ สนับสนุนความรู้ให้กองทุนสวัสดิการชุมชน สามารถวิเคราะห์และวางแผนการจัดสวัสดิการให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ &amp;nbsp;(2) สนับสนุนข้อมูลพื้นที่รูปธรรมระบบสวัสดิการชุมชน เพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ระหว่างองค์กรภาคีต่าง ๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;(3) สนับสนุนเรื่องการจัดพื้นที่ของกองทุนสวัสดิการชุมชน เพื่อใช้สำหรับการฝึกภาคปฏิบัติ การวิจัย การอบรม ดูงาน ให้กับนักศึกษาและอาจารย์ของวิทยาลัยโลกคดีศึกษา (4) เผยแพร่ ส่งเสริมการประยุกต์แนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืน และตัวชี้วัดการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ สู่การปฏิบัติการของกองทุนสวัสดิการชุมชนให้เป็นไปอย่างกว้างขวาง เพื่อให้คนในสังคมได้รับสวัสดิการที่ทำให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดี &amp;nbsp;มีชีวิตที่มั่นคง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(จากซ้ายไปขวา) ผู้แทนสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp; เครือข่ายสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม&amp;nbsp; และวิทยาลัยโลกคดีศึกษา ม.ธรรมศาสตร์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ให้การสนับสนุน เช่น (1) ส่งเสริม สนับสนุนการดำเนินงานของกองทุนสวัสดิการชุมชนในพื้นที่ และเครือข่ายสวัสดิการชุมชนระดับต่าง ๆ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง ร่วมสร้างสังคมสวัสดิการ และมุ่งสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (2) ประสานอำนวยการความสะดวกด้านต่าง ๆ ตามที่ตกลงร่วมกัน (3) สนับสนุนด้านบุคลากร &amp;nbsp;งบประมาณ &amp;nbsp;และทรัพยากร &amp;nbsp;เพื่อการดำเนินงานตามแผนงาน โครงการที่ได้กำหนดร่วมกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ให้การสนับสนุน &amp;nbsp;(1) บุคลากรผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาธุรกิจ การบริหารจัดการและการสร้างมูลค่าเพิ่ม ให้กับกิจกรรมสินค้าหรือบริการของชุมชน (2) &amp;nbsp;สนับสนุนการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลของชุมชนเพื่อการวางแผนการพัฒนาให้ สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละพื้นที่ &amp;nbsp;รวมทั้งการใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูล (Big Data) (3) แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์การพัฒนาชุมชนร่วมกับองค์กรภาคีภายใต้ความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;วิทยาลัยโลกคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้การสนับสนุน &amp;nbsp;(1) บุคลากรทางด้านวิชาการเพื่อร่วมหนุนเสริมการพัฒนาความรู้และนวัตกรรมใหม่ของ ระบบสวัสดิการชุมชนและสังคม &amp;nbsp;(2)&amp;nbsp; &amp;nbsp;สนับสนุนทางวิชาการเพื่อพัฒนาฐานข้อมูลกองทุนสวัสดิการชุมชนที่มีประเด็นงานด้านต่างๆ ที่หลากหลาย เพื่อสามารถนำมาใช้ประโยชน์สำหรับการกำหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนการพัฒนาในพื้นที่ต่างๆได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;(3) ศึกษาวิจัย ยกระดับองค์กรความรู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อหนุนเสริมการพัฒนาระบบสวัสดิการชุมชนให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และยั่งยืน &amp;nbsp;รวมถึงเพื่อการเผยแพร่ ขยายผลความรู้&amp;nbsp; ทั้งในสถาบันการศึกษา ภาคส่วนอื่นๆ ในสังคม และเชื่อมโยงเครือข่ายสวัสดิการชุมชนไทยกับนักวิชาการและองค์กรพัฒนาของประเทศไทยและในสากล ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ใช้ 4 หลักบริหารกองทุนสวัสดิการให้เข้มแข็ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายแก้ว&amp;nbsp; สังข์ชู&amp;nbsp; ผู้ประสานงานเครือข่ายสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; เงินในกองทุนสวัสดิการชุมชนส่วนใหญ่มาจากการสมทบบริจาคจากคนในชุมชนเกือบ 60% &amp;nbsp;โดยใช้หลักการบริหารอยู่ 4 หลัก &amp;nbsp;คือ หลักที่ 1 ความดีของคนในชุมชน หลักที่ 2&amp;nbsp; คือความงามของวิถีวัฒนธรรมในชุมชน &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;หลักที่ 3 คือความสามารถของคนในชุมชน &amp;nbsp;และหลักที่ 4 &amp;nbsp;คือความโปร่งใส &amp;nbsp;โดยใช้ 4 หลักนี้ในการปฏิบัติอย่างยั่งยืนเพื่อต้องการที่จะยกระดับกองทุนสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศให้เข้มแข็งและสร้างชุมชนเข้มแข็งไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;นายแก้ว&amp;nbsp; สังข์ชู&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;เป้าหมายสำคัญของกองทุนสวัสดิการชุมชน &amp;nbsp;คือคุณภาพชีวิตของคนทุกกลุ่ม ทุกชนชั้น ไม่ว่าใครจะอยู่ที่ไหน&amp;nbsp; อย่างไร กองทุนจะต้องไปเสริมให้ได้ &amp;nbsp;หลักสำคัญคือเราไม่ได้ทำแข่งกับรัฐ &amp;nbsp;แต่เราต้องเสริมรัฐและคอยหนุนซึ่งกันและกัน &amp;nbsp;เพราะในบางครั้งรัฐก็เข้าไม่ถึง &amp;nbsp;เช่น ภัยพิบัติน้ำท่วมที่ภาคใต้ กองทุนสวัสดิการชุมชนสามารถนำทรัพยากรและบุคลากรลงไปช่วยเหลือพี่น้องได้ทันที&amp;nbsp; ในวันนี้มีความปีติยินดี ที่ 4 หน่วยงานได้มาบันทึกความร่วมมือ ได้ช่วยกันสร้างให้ชุมชนเข้มแข็ง ทั้ง 6,000 กว่ากองทุน พร้อมที่จะให้ความร่วมมือที่จะให้หน่วยงานอื่นเข้าไปเสริม &amp;nbsp;เพราะตัวกองทุนเองก็มีข้อจำกัดบางอย่าง เมื่อได้หน่วยงานต่างๆ มาร่วม &amp;nbsp;&amp;nbsp;จึงถือว่าเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับคนในชุมชนท้องถิ่น&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายแก้วกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายธนนนทน์ พรายจันทร์&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ISMED)&amp;nbsp; กล่าวว่า ISMED มีความเชื่อว่า ธุรกิจคือส่วนที่จะเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาสังคม จุดมุ่งหมายของธุรกิจก็คือจะทำอย่างไรให้สังคมดีขึ้น ธุรกิจกับสังคมแยกกันไม่ออก เพราะฉะนั้นธุรกิจจะเข้มแข็งได้ สังคมก็จะต้องเข้มแข็ง ISMED เชื่อว่าความเข้มแข็งทั้งหลายมันคงไม่ได้เกิดขึ้นมาจากเฉพาะตัวใดตัวหนึ่ง คงต้องเกิดจากสิ่งที่เรียกว่าเป็นสภาพแวดล้อมหรือระบบนิเวศน์ของการสร้างความเข้มแข็ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ขณะนี้ทั้ง 4 องค์กร ถือว่าเป็นตัวตั้งต้นความเข้มแข็งของชุมชน &amp;nbsp;ทาง ISMED มีนักวิชาการจะมาทำความเข้าใจ มาเรียนรู้กับชุมชน เพื่อที่เราจะได้นำความรู้บางอย่างไปพัฒนาให้ธุรกิจของชุมชนนั้นเข้มแข็ง เรียกว่าเป็นการประสานที่ลงตัว ด้วยความร่วมมือจากจุดตั้งต้นตรงนี้ก็จะขยายผลไปในอนาคตข้างหน้า ทาง ISMED มีความรู้สึกยินดีมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาครั้งนี้ &amp;nbsp;เราจะเติบโตและเข้มแข็งไปด้วยกัน&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผู้อำนวยการ ISMED กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ผศ.ดร.ประภาภรณ์ ติวยานนท์ มงคลวนิช&amp;nbsp; คณบดีวิทยาลัยโลกคดีศึกษา ม.ธรรมศาสตร์&amp;nbsp; กล่าวว่า ฝ่ายวิชาการควรจะทำงานโดยการเชื่อมต่อกับหน่วยงานอื่นมองและเล็งเห็นความสำคัญ สิ่งสำคัญของวิทยาลัยก็คือ Globalization หมายถึง การผันแปรเป็นโลกเดียวกันของสังคมต่างๆ ทั่วโลก ทั้งในด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp; สังคม การเมือง และวัฒนธรรม หรือการนำเอา Global มาผสานกับ Local เพราะบริบทเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ขาดในหลายประเทศ หลายๆ อย่างที่ประเทศไทยมีบทเรียน กรณีศึกษา การทำงานที่ดี เป็นผลงานของประเทศทั้งหมด ทางฝ่ายวิชาการก็มีบริบทที่จะต้องส่งเสริมตรงนี้ และนำเผยแพร่ความรู้ให้กับทุกคน ทุกภาคได้รับทราบ ทั้งในประเทศและต่างประเทศด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;นายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต&amp;nbsp; ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายไมตรี อินทุสุต&amp;nbsp; ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; กล่าวว่า เรื่องที่เกี่ยวกับสวัสดิการสังคมเป็นเรื่องเกี่ยวกับมนุษย์ที่จะช่วยดูแลกัน &amp;nbsp;คือ แบ่งปัน ช่วยกัน เกื้อกูล จุนเจือ มอบภาระ มอบความไว้วางใจให้กับคนข้างล่าง &amp;nbsp;โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ &amp;nbsp;ได้ทำได้ดูแลกองทุนสวัสดิการชุมชนมาในระยะหนึ่ง ประมาณ 15-16 ปี มีสมาชิกประมาณ 6 ล้านคน มีกองทุนถึง 6,032 กองทุน &amp;nbsp;มีทั้งกองทุนที่มีความแข็งแกร่ง&amp;nbsp; ครึ่งๆ กลาง&amp;nbsp; และง่อนแง่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;วันนี้ที่หน่วยงานมาร่วม MOU. ก็จะมาช่วยเสริมความแกร่ง คนแกร่งก็จะมาร่วม SME ได้ ในการเดินต่อนั้น&amp;nbsp; เราต้องสร้างนวัตกรรมให้ชุมชน จากนั้นก็จะมีงานวิชาการ งานวิจัย &amp;nbsp;มาหนุนเสริมโฟกัสให้ถูกจัด เรื่องต่อไปคือ เรื่องทุนและทรัพยากร เรียกได้ว่าเป็นการแจกแจงได้ตรงจุด มามัดมารวมกันให้มันเกิดพลังมากขึ้น และอย่างที่สาม เกิดสิ่งที่โลกกำลังปรับตัว&amp;nbsp; คือ เกิดธุรกิจ Social Enterprise เกิดธุรกรรม ธุรกิจ กิจประชา เพราะฉะนั้นการร่วมมือกันคือการเสริมพลัง&amp;nbsp; เพราะทำคนเดียวไม่ได้ เป็นนิมิตหมายที่ดีที่เสริมพลังกัน จากดินสู่ฟ้า เราจะตอบโจทก์โลกทั้งหมด โดยการร้อยเรียงกัน วันนี้เรามาช่วยทำฐานรากให้เข้มแข็งโดยตัวเขาเอง&amp;rdquo; นายไมตรีกล่าวในตอนท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สวัสดิการชุมชนกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;องค์การสหประชาชาติ (United Nations) กำหนดเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ (Millennium Development Goals &amp;ndash; MDGs) และได้สิ้นสุดลงในปี 2558 &amp;nbsp;องค์การสหประชาชาติจึงได้กำหนดเป้าหมายการพัฒนาภายหลังปี 2558 โดยจัดทำเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals&amp;ndash;SDGs) ขึ้นมา&amp;nbsp; มีเป้าหมายทั้งหมด 17 ด้าน&amp;nbsp; คือ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;เป้าหมายที่ 1 : ขจัดความยากจน&amp;nbsp; &amp;nbsp;2 : ยุติความหิวโหย บรรลุความมั่นคงทางอาหารและยกระดับโภชนาการสำหรับทุกคนในทุกวัย&amp;nbsp; &amp;nbsp;3 : สร้างหลักประกันว่าคนมีชีวิตที่มีสุขภาพดีและส่งเสริมสวัสดิภาพสำหรับทุกคนในทุกวัย&amp;nbsp; 4 : สร้างหลักประกันว่าทุกคนมีการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างครอบคลุมและเท่าเทียม และสนับสนุนโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิต&amp;nbsp;&amp;nbsp; 5 : บรรลุความเท่าเทียมระหว่างเพศ และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่สตรีและเด็กหญิง&amp;nbsp; 6 : สร้างหลักประกันว่าจะมีการจัดให้มีน้ำและสุขอนามัยสำหรับทุกคนและมีการบริหารจัดการที่ยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลเมืองลีง&amp;nbsp; อ.จอมพระ จ.สุรินทร์&amp;nbsp; สนับสนุนการอนุรักษ์ควาย&amp;nbsp; สมาชิกที่เลี้ยงควายและควายออกลูกจะให้เงินช่วยเหลือตัวละ 200 บาท&amp;nbsp; เพื่อส่งเสริมให้ทำเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp; นำมูลควายไปทำปุ๋ยใส่ไร่นา&amp;nbsp; ไม่ใช้สารเคมี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;7 : สร้างหลักประกันให้ทุกคนสามารถเข้าถึงพลังงานสมัยใหม่ที่ยั่งยืนในราคาที่ย่อมเยา&amp;nbsp; 8 : ส่งเสริมการเติบโตเศรษฐกิจที่ต่อเนื่อง &amp;nbsp;ครอบคลุม &amp;nbsp;และยั่งยืน &amp;nbsp;การจ้างงานเต็มที่ &amp;nbsp;มีผลิตภาพ &amp;nbsp;และการมีงานที่เหมาะสมสำหรับทุกคน 9 : สร้างโครงสร้างพื้นฐานที่มีความทนทาน &amp;nbsp;ส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ครอบคลุมและยั่งยืน และส่งเสริมนวัตกรรม 10 : ลดความไม่เสมอภาคภายในประเทศและระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 :&amp;nbsp; ทำให้เมืองและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์มีความครอบคลุม &amp;nbsp;ปลอดภัย &amp;nbsp;มีภูมิต้านทานและยั่งยืน&amp;nbsp; 12 :&amp;nbsp; สร้างหลักประกันให้มีรูปแบบการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน&amp;nbsp; 13 :&amp;nbsp; เร่งต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบที่เกิดขึ้น&amp;nbsp; 14 :&amp;nbsp; อนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากมหาสมุทร ทะเล และทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;nbsp; 15 : ปกป้อง ฟื้นฟู และสนับสนุนการใช้ระบบนิเวศบนบกอย่างยั่งยืน จัดการป่าไม้อย่างยั่งยืนต่อสู้การกลายสภาพเป็นทะเลทราย หยุดการเสื่อมโทรมของที่ดินและฟื้นสภาพกลับมาใหม่ และหยุดการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16&amp;nbsp; :&amp;nbsp; ส่งเสริมสังคมที่สงบสุขและครอบคลุมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน &amp;nbsp;&amp;nbsp;ให้ทุกคนเข้าถึงความยุติธรรมและสร้างสถาบันที่มีประสิทธิผลรับผิดชอบและครอบคลุมในทุกระดับ&amp;nbsp; และ &amp;nbsp;17 :&amp;nbsp; เสริมความเข้มแข็งให้แก่กลไกการดำเนินงานและฟื้นฟูสภาพหุ้นส่วนความร่วมมือระดับโลกสำหรับการพัฒนาที่ยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การดำเนินงานของกองทุนสวัสดิการชุมชนส่วนใหญ่ที่ให้การช่วยเหลือหรือจัดสวัสดิการให้แก่สมาชิกกองทุน&amp;nbsp; ตั้งแต่เกิด&amp;nbsp; แก่&amp;nbsp; เจ็บ&amp;nbsp; ตาย&amp;nbsp; ด้านการศึกษา&amp;nbsp; อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; สร้างแหล่งอาหาร&amp;nbsp; รวมทั้งหมดประมาณ 18 ด้าน&amp;nbsp; รวมทั้งให้ความช่วยเหลือชาวชุมชน&amp;nbsp; คนด้อยโอกาส&amp;nbsp; ผู้ที่เดือดร้อนด้านต่างๆ&amp;nbsp; ที่ไม่ได้เป็นสมาชิกของกองทุนทั้งทางตรงและทางอ้อม &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; ทำอาหารแจกจ่ายในช่วงสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp; ทำหน้ากากผ้าอนามัยแจกจ่าย&amp;nbsp; และร่วมรณรงค์ป้องกันโควิด-19 ด้วย &amp;nbsp;ถือเป็นการดำเนินงานที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติในหลายด้าน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เป้าหมายข้อที่ 1-6&amp;nbsp; และข้อ 11-15&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87038</URL_LINK>
                <HASHTAG>พอช, สวัสดิการชุมชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201216/image_big_5fd9b96f554f9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59249</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/03/2020 18:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/03/2020 15:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชน-พอช.จับมือ สปสช. ‘รวมพลังสู้ COVID’  ผลิตหน้ากากป้องกันไวรัส 1 ล้านชิ้น  ตั้งเป้าแล้วเสร็จภายในเดือนเมษายนนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิทยากรให้ความรู้การป้องกัน COVID 19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สปสช./ เครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชนฯ &amp;ndash;พอช. จับมือ สปสช. &amp;lsquo;ร่วมสืบสานแนวคิดไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง&amp;nbsp; รวมพลังสู้ COVID-19&amp;rsquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยจัดอบรมการผลิตหน้ากากอนามัยเพื่อให้สมาชิกแต่ละกองทุนฯ นำไปผลิตเพื่อแจกจ่ายประชาชนทั่วประเทศ &amp;nbsp;โดยใช้งบประมาณของกองทุนฯ &amp;nbsp;ตั้งเป้าผลิต 1 ล้านชิ้นภายในเดือนเมษายนนี้&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเริ่มผลิตหน้ากากแล้ว 13 จังหวัด 88 กองทุน เช่น&amp;nbsp; ร้อยเอ็ด&amp;nbsp; มหาสารคาม&amp;nbsp; ปราจีนบุรี&amp;nbsp; ภูเก็ต&amp;nbsp; สุราษฎร์ ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่สถานการณ์ไวรัส COVID-19 ระบาดไปทั่วโลก&amp;nbsp; ขณะที่ทุกภาคส่วนในประเทศไทยเกิดความตื่นตัว&amp;nbsp; มีมาตรการรณรงค์และป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส&amp;nbsp; แต่ยังขาดแคลนหน้ากากอนามัยอีกเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp; หลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและประชาชนจึงร่วมกันผลิตหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันแพร่กระจายของเชื้อไวรัส COVID-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในวันนี้ (9 มีนาคม) ที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) อาคารศูนย์ราชการ&amp;nbsp; ถนนแจ้งวัฒนะ&amp;nbsp; จ.นนทบุรี&amp;nbsp; มีการจัดงาน &amp;lsquo;เครือข่ายสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; พอช. และ สปสช.&amp;nbsp; ร่วมสืบสานแนวคิดไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง&amp;nbsp; รวมพลังสู้ COVID-19&amp;rsquo; &amp;nbsp;ภายในงานมีการประชุมเพื่อประสานความร่วมมือและวางยุทธศาสตร์การดำเนินงานร่วมกัน&amp;nbsp; ระหว่างผู้แทน สปสช.&amp;nbsp; กรมควบคุมโรค&amp;nbsp; กระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)&amp;nbsp; เครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีการให้ความรู้ในการดูแลตัวเองและชุมชน&amp;nbsp; การฝึกทำหน้ากากอนามัยแบบผ้า&amp;nbsp; โดยวิทยากรจากโรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร (คลองเตย)&amp;nbsp; มีผู้เข้าร่วมอบรมประมาณ 40 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแถลงข่าว &amp;lsquo;รวมพลังสู้ COVID-19&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผศ.ดร.จิตติ&amp;nbsp; มงคลชัยอรัญญา&amp;nbsp; คณบดีวิทยาลัยพัฒนศาสตร์&amp;nbsp; ป๋วย&amp;nbsp; อึ๊งภากรณ์&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; ตนในฐานะกรรมการของ สปสช.&amp;nbsp; และเป็นกรรมการของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; ซึ่งมีเครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชนอยู่ทั่วประเทศ&amp;nbsp; โดยมีแนวคิด &amp;ldquo;ไม่ทิ้งใครเอาไว้ข้างหลัง&amp;rdquo; จึงหารือร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดงานครั้งนี้ขึ้นมา&amp;nbsp; เพราะมีความคิดว่าปัญหาเรื่อง COVID-19 สามารถจัดการได้&amp;nbsp; โดยใช้พลังของชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วันนี้ถือเป็นการ kick off&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นสัญญาณว่า &amp;lsquo;คนไทยจะไม่ทิ้งกัน&amp;nbsp; และจะไม่ทิ้งใครเอาไว้ข้างหลัง&amp;rsquo;&amp;nbsp; โดยร่วมกันลุกขึ้นมาผลิตหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ&amp;nbsp; และต่อไปเจลล้างมือจะมีราคาแพงและขาดตลาด&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทุนสวัสดิการชุมชนแต่ละแห่งอาจเตรียมผลิตสบู่สำหรับล้างมือขึ้นมา&amp;nbsp; ไม่ต้องรอให้ใครมาสนับสนุน&amp;nbsp; โดยจะใช้งบประมาณของกองทุนแต่ละแห่ง&amp;nbsp; และใช้งบประมาณไม่มาก&amp;nbsp; ซึ่งหากเราสามารถสกัดไวรัสนี้ได้&amp;nbsp; โดยใช้พลังของชุมชน&amp;nbsp; และความร่วมมือของทุกฝ่าย&amp;nbsp; จะทำให้เป็นต้นแบบของโลกในการต่อสู้กับไวรัส COVID &amp;ndash; 19&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผศ.ดร.จิตติกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ศักดิ์ชัย&amp;nbsp; กาญจนวัฒนา&amp;nbsp; เลขาธิการ สปสช.&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; สปสช.มีกองทุนหลักประกันสุขภาพกว่า 8,000 ตำบลทั่วประเทศ&amp;nbsp; และมีงบประมาณเพียงพอที่จะดูแลประชาชน&amp;nbsp; จึงอยากสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชน&amp;nbsp; เพื่อไม่ให้เกิดความกังวลหรือหวาดวิตก&amp;nbsp; ขณะเดียวกันประชาชนจะต้องรับฟังข้อมูลที่เชื่อถือได้&amp;nbsp; โดยเฉพาะข้อมูลที่มาจากกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp; เพราะในขณะนี้มีข่าวลือต่างๆ มากมาย&amp;nbsp; ทำให้ประชาชนเกิดความกลัว&amp;nbsp; รวมทั้งไม่ควรไปตั้งข้อรังเกียจประชาชนที่เพิ่งกลับจากทำงานต่างประเทศ&amp;nbsp; เพราะจะทำให้เกิดความขัดแย้งขึ้นมา&amp;nbsp; แต่ทุกคนทุกฝ่ายควรจะร่วมมือกันเพื่อต่อสู้กับปัญหา&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การร่วมมือกันเพื่อผลิตหน้ากากอนามัยในวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปฏิภาณ&amp;nbsp; จุมผา&amp;nbsp; รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; พอช.มีเครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชนที่จัดตั้งทั่วประเทศแล้วจำนวน&amp;nbsp; 5,997 กองทุน&amp;nbsp; มีเงินกองทุนรวมกันประมาณ&amp;nbsp; 15,000 ล้านบาท&amp;nbsp; และยังมีเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนตำบลทั่วประเทศ&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 7,789 &amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งเราจะใช้พลังประชาชนทั้งหมดนี้มาร่วมกันแก้ไขปัญหาต่างๆ&amp;nbsp; รวมทั้งปัญหาไวรัส COVID ในขณะนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วันนี้ถือเป็นวันประวัติศาสตร์ที่ภาคประชาชนได้ลุกขึ้นมาแก้ไขปัญหาร่วมกัน&amp;nbsp; โดยไม่ต้องรองบประมาณจากใคร&amp;nbsp; เพราะเรามีพลังร่วมกัน&amp;nbsp; มีคน&amp;nbsp; มีงบประมาณ&amp;nbsp; ตอนนี้เครือข่ายภาคประชาชน&amp;nbsp; โดยเฉพาะกองทุนสวัสดิการ 88 กองทุนใน 13 จังหวัด&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; นครปฐม&amp;nbsp; นนทบุรี&amp;nbsp; ปราจีนบุรี&amp;nbsp; ร้อยเอ็ด&amp;nbsp; มหาสารคาม&amp;nbsp; พัทลุง&amp;nbsp; นครศรีธรรมราช&amp;nbsp; ภูเก็ต&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ได้เริ่มผลิตหน้ากากอนามัยแล้ว&amp;nbsp; ตั้งเป้าหมายว่าภายในเดือนมีนาคมนี้&amp;nbsp; จะผลิตได้ประมาณ&amp;nbsp; 444,800 ชิ้น&amp;nbsp; และจะผลิตครบ 1 ล้านชิ้นภายในสิ้นเดือนเมษายนนี้&amp;nbsp; เพื่อนำไปแจกจ่ายประชาชนในพื้นที่และประชาชนกลุ่มเสี่ยงต่อไป&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายปฏิภาณกล่าว&amp;nbsp;และว่า&amp;nbsp; การผลิตหน้ากากอนามัยในครั้งนี้&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชนฯ จะร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ในแต่ละจังหวัด&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ผู้ว่าราชการจังหวัด&amp;nbsp; พมจ.&amp;nbsp; สาธารณสุขจังหวัด&amp;nbsp; และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันผลิตให้ได้ตามเป้าหมาย&amp;nbsp; ถือเป็นการรวมพลังของทุกภาคส่วนในการต่อสู้กับไวรัส COVID&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปาลิน&amp;nbsp; ธำรงรัตนศิลป์&amp;nbsp; คณะทำงานติดตามและพัฒนากองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชนจัดตั้งขึ้นทั่วประเทศตั้งแต่ปี 2548&amp;nbsp; มีหลักคิดคือ&amp;nbsp; &amp;ldquo;ให้อย่างมีคุณค่า&amp;nbsp; รับอย่างมีศักดิ์ศรี&amp;rdquo;&amp;nbsp; โดยสมาชิกสมทบเงินเข้ากองทุนวันละ 1 บาท&amp;nbsp; หรือปีละ 365&amp;nbsp; บาท&amp;nbsp; แล้วนำเงินกองทุนมาช่วยเหลือสมาชิก&amp;nbsp; ตั้งแต่เกิด-ตาย&amp;nbsp; เมื่อเกิดปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัส COVID &amp;nbsp;เครือข่ายกองทุนสวัสดิการและสภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;nbsp; จึงมาประชุมร่วมกันที่ พอช.เมื่อวันที่ 3 มีนาคม&amp;nbsp; เพื่อร่วมกันป้องกันการแพร่กระจายของไวรัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วันนี้เรารอใครไม่ได้แล้ว&amp;nbsp; และเราจะไม่โทษใคร&amp;nbsp; พลังชุมชนจึงต้องลุกขึ้นมาร่วมกันแก้ไขปัญหา&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะกองทุนสวัสดิการชุมชนตั้งขึ้นมาเพื่อดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนอยู่แล้ว&amp;nbsp; เมื่อเกิดปัญหาไวรัส COVID เราจึงรวมพลังกัน&amp;nbsp; โดยมีวัตถุประสงค์ 3 ด้าน&amp;nbsp; คือ 1.นำความรู้ที่ได้รับเรื่องการดูแลป้องกันตัวเอง&amp;nbsp; การสร้างภูมิคุ้มกัน การดูแลสุขภาพ&amp;nbsp; การล้างมือที่ถูกวิธี&amp;nbsp; นำไปขยายต่อให้แก่คนในชุมชน&amp;nbsp; เป็นการใช้ &amp;lsquo;วิกฤตสร้างความรู้ด้านสุขภาพแก่ประชาชน&amp;rsquo;&amp;nbsp; 2.ร่วมกันผลิตหน้ากากอนามัย&amp;nbsp; ตั้งเป้า 1 ล้านชิ้น&amp;nbsp; โดยจะเริ่มต้นในจังหวัดที่มีประชาชนหรือนักท่องเที่ยวพลุกพล่าน&amp;nbsp; และ 3.ช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนหน้ากากอนามัยในประเทศให้ลดน้อยลง&amp;rdquo; &amp;nbsp;นายปาลินกล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การฝึกอบรมผลิตหน้ากากอนามัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การจัดงาน &amp;lsquo;เครือข่ายสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; พอช. และ สปสช.&amp;nbsp; ร่วมสืบสานแนวคิดไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง&amp;nbsp; รวมพลังสู้ COVID-19&amp;rsquo; &amp;nbsp;ระหว่างเครือข่ายสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศ&amp;nbsp; สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)&amp;nbsp; และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) &amp;nbsp;ในครั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำหน้ากากอนามัยป้องกันไวรัส&amp;nbsp; โดยวิทยากรจากศูนย์ฝึกอบรมอาชีพกรุงเทพมหานคร (คลองเตย)&amp;nbsp; โดยวิทยากรแนะนำให้ใช้ผ้าที่ไม่มีความระคายเคืองต่อใบหน้า&amp;nbsp; หรือผ้าที่ใช้กับเด็กทารก&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ผ้ามัสลิน&amp;nbsp; ผ้าสาลู (ใช้ทำผ้าอ้อมเด็ก) และผ้าสำลี&amp;nbsp; โดยใช้จักรเย็บผ้า&amp;nbsp; แต่หากไม่มีสามารถใช้เข็มเย็บผ้าแทนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีผู้เข้าร่วมอบรมเป็นผู้แทนกองทุนสวัสดิการชุมชนจำนวน 10 กองทุน&amp;nbsp; จาก 4 จังหวัด (กรุงเทพฯ&amp;nbsp; นนทบุรี นครปฐม&amp;nbsp; สระแก้ว) ประมาณ&amp;nbsp; 40 คน&amp;nbsp; เพื่อนำความรู้ไปผลิตหน้ากากอนามัยจำนวน&amp;nbsp; 100,000 ชิ้น &amp;nbsp;และขยายไปยังกองทุนสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศ&amp;nbsp; มีเป้าหมาย 77 จังหวัด&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 1 ล้านชิ้นภายในเดือนเมษายนนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยใช้งบประมาณของกองทุนสวัสดิการชุมชนแต่ละแห่ง&amp;nbsp; ตั้งแต่ 15,000-100,000 บาท&amp;nbsp; แล้วแต่ความสามารถของแต่ละกองทุนฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลกุดรังและจิตอาสาในตำบลร่วมกันผลิตหน้ากากอนามัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประวัติ&amp;nbsp; กองเมืองปัก&amp;nbsp; นายก อบต.กุดรัง&amp;nbsp; อ.กุดรัง&amp;nbsp; จ.มหาสารคาม&amp;nbsp; ในฐานะที่ปรึกษากองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลกุดรัง&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชนฯ ร่วมกับกองทุนหลักประกันสุขภาพ&amp;nbsp; และ อบต.กุดรัง&amp;nbsp; ได้เริ่มผลิตหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันไวรัส Covid-19&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตั้งแต่เมื่อวันที่&amp;nbsp; 6&amp;nbsp; มีนาคมเป็นต้นมา&amp;nbsp; โดยใช้งบประมาณจากกองทุนสวัสดิการฯ จำนวน 15,000 บาท&amp;nbsp; งบ อบต.ประมาณ 20,000 บาท&amp;nbsp; ตั้งเป้าผลิตหน้ากากอนามัยจำนวน&amp;nbsp; 10,000 ชิ้น&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใช้ต้นทุนประมาณชิ้นละ 4 บาท&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วันหนึ่งเราผลิตได้ประมาณ 700-800 ชิ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยใช้จักรเย็บผ้า&amp;nbsp; 30 เครื่อง&amp;nbsp; ส่วนที่เหลือเย็บด้วยมือ&amp;nbsp; โดยมีอาสาสมัครในตำบล&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กลุ่มแม่บ้าน&amp;nbsp; อสม.&amp;nbsp; นักเรียนและนักศึกษามาช่วยกันประมาณวันละ 150 คน&amp;nbsp; คาดว่าภายในสัปดาห์นี้จะผลิตได้ตามเป้าหมาย&amp;nbsp; จากนั้นจะนำไปแจกจ่ายแก่ประชาชนในตำบล&amp;nbsp; ส่วนที่เหลือจะมอบให้แก่จังหวัดเพื่อนำไปให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงต่อไป&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายประวัติกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองทุนสวัสดิการชุมชนใน จ.ภูเก็ตร่วมกับกลุ่มสตรี&amp;nbsp; และ อสม.ผลิตหน้ากากอนามัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59249</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สปสช., COVID 19, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช., สวัสดิการชุมชน-</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200309/image_big_5e6602d990e52.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59037</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/03/2020 17:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/03/2020 17:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พิษไวรัส Covid-19 เลื่อนงานมอบรางวัลกองทุนสวัสดิการชุมชนดีเด่นที่แบ็งค์ชาติ ขณะที่กองทุนสวัสดิการฯ ทั่วประเทศรวมพลังผลิตหน้ากากป้องกันไวรัส 1 ล้านชิ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แบนเนอร์รณรงค์ให้ภาคประชาชนร่วมกันผลิตหน้ากากอนามัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ / พิษไวรัส Covid -19 เลื่อนงานมอบรางวัลกองทุนสวัสดิการชุมชนดีเด่นประจำปี 2563 ที่แบ็งค์ชาติ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่กองทุนสวัสดิการฯ ทั่วประเทศรวมพลังผลิตหน้ากากอนามัยป้องกันไวรัส 1 ล้านชิ้นแจกประชาชน &amp;nbsp;โดยเครือข่ายกองทุนสวัสดิการฯ จะร่วมกับ สปสช.และ พอช. จัดอบรมการผลิตหน้ากากอนามัยเพื่อให้สมาชิกแต่ละกองทุนฯ นำไปผลิต&amp;nbsp; เริ่มแรก 4 จังหวัด 10 กองทุน จำนวน&amp;nbsp; 100,000 ชิ้น&amp;nbsp; เริ่มผลิตแห่งแรกแล้วที่กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลกุดรัง&amp;nbsp; จ.มหาสารคาม จำนวน 10,000 ชิ้น&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่สถานการณ์ไวรัส Covid-19 ระบาดไปทั่วโลก&amp;nbsp; ขณะที่ทุกภาคส่วนในประเทศไทยเกิดความตื่นตัว&amp;nbsp; โดยมีมาตรการต่างๆ ออกมาป้องกันการแพร่กระจายของไวรัสชนิดนี้&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ยกเลิกการประชุมหรือจัดงานในที่สาธารณะที่มีผู้เข้าร่วมเกิน 30 คนเป็นต้นไป&amp;nbsp; ทำให้มีการยกเลิกงานและกิจกรรมต่างๆ ทั้งของภาคเอกชนและภาครัฐ&amp;nbsp; โดยล่าสุดได้มีการยกเลิกการจัดงานมอบรางวัล &amp;ldquo;ธรรมาภิบาลดีเด่นแห่งปี 2563&amp;rdquo; &amp;nbsp;ให้แก่ธุรกิจเอกชน&amp;nbsp; และกองทุนสวัสดิการชุมชนที่มีผลงานดีเด่นตามแนวคิด &amp;ldquo;จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน&amp;rdquo; ของ ดร.ป๋วย&amp;nbsp; อึ๊งภากรณ์&amp;nbsp; ในวันที่ 9 มีนาคมนี้ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยออกไป&amp;nbsp; เนื่องจากจะมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 200 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; เครือข่ายสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศ&amp;nbsp; สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)&amp;nbsp; และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) จะร่วมกันจัดกิจกรรม &amp;ldquo;พลังสวัสดิการชุมชนจัดทำหน้ากากอนามัยป้องกันไวรัสCovid-19&amp;rdquo; &amp;nbsp;โดยมีเป้าหมายเพื่อให้สมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลที่มีอยู่ทั่วประเทศเกือบ 6 ล้านคน&amp;nbsp; ร่วมกันผลิตหน้ากากอนามัยที่ได้มาตรฐาน&amp;nbsp; เพื่อนำมาแจกจ่ายให้แก่ประชาชนในชุมชน&amp;nbsp; และประชาชนทั่วไป&amp;nbsp; มีเป้าหมายจำนวน &amp;nbsp;1 ล้านชิ้น&amp;nbsp; โดยจะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการในวันที่ 9 มีนาคมนี้&amp;nbsp; ที่ห้องประชุม สปสช. อาคารศูนย์ราชการ&amp;nbsp; ถนนแจ้งวัฒนะ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปาลิน&amp;nbsp; ธำรงรัตนศิลป์&amp;nbsp; คณะทำงานติดตามและพัฒนากองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; ปัจจุบันมีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลทั่วประเทศแล้ว&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 5,997 กองทุน&amp;nbsp; มีสมาชิกรวมกัน 5,911,137 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งกองทุนสวัสดิการชุมชนเหล่านี้กระจายอยู่ทั่วประเทศ&amp;nbsp; สามารถที่จะเป็นพลังในการผลิตหน้ากากอนามัยได้&amp;nbsp; โดยเฉพาะสมาชิกที่เป็นกลุ่มสตรี&amp;nbsp; กลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.)&amp;nbsp; หรือกลุ่มอาชีพที่มีฝีมือด้านการตัดเย็บเสื้อผ้าอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศเกือบ 6 ล้านคน&amp;nbsp; หากช่วยกันผลิตได้ 20 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด&amp;nbsp; เราก็จะได้หน้ากากอนามัยไม่ต่ำกว่า 1 ล้านชิ้น&amp;nbsp; โดยแต่ละกองทุนเฉลี่ยแล้วแต่ละแห่งจะมีเงินกองทุนไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท&amp;nbsp; สามารถนำเงินส่วนหนึ่งมาร่วมสมทบการผลิตได้&amp;nbsp; เพราะถือว่าเป็นการช่วยเหลือด้านการป้องกันและดูแลสุขภาพอนามัยของสมาชิกและประชาชนทั่วไป&amp;nbsp; ซึ่งเป็นภารกิจของกองทุนสวัสดิการชุมชนอยู่แล้ว&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายปาลินกล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การจัดกิจกรรม &amp;ldquo;พลังสวัสดิการชุมชนจัดทำหน้ากากอนามัยป้องกันไวรัส Covid-19&amp;rdquo; ร่วมกันระหว่างเครือข่ายสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศ&amp;nbsp; สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)&amp;nbsp; และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. ที่สำนักงาน&amp;nbsp; สปสช.ในวันที่ 9 มีนาคมนี้&amp;nbsp; จะมีการให้ความรู้เรื่องการป้องกันไวรัส Covid-19&amp;nbsp; โดย ผู้แทน สปสช.&amp;nbsp; การอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำหน้ากากอนามัยป้องกันไวรัส&amp;nbsp; โดยวิทยากรจากศูนย์ฝึกอบรมอาชีพคลองเตย&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีผู้เข้าร่วมเป็นผู้แทนกองทุนสวัสดิการชุมชนจำนวน 10 กองทุน&amp;nbsp; จาก 4 จังหวัด (กรุงเทพฯ&amp;nbsp; นนทบุรี นครปฐม&amp;nbsp; สระแก้ว) ประมาณ&amp;nbsp; 40 คน&amp;nbsp; เพื่อนำความรู้ไปผลิตหน้ากากอนามัยจำนวน&amp;nbsp; 100,000 ชิ้น &amp;nbsp;และขยายไปยังกองทุนสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศ&amp;nbsp; มีเป้าหมาย 77 จังหวัด&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 1 ล้านชิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลกุดรังและจิตอาสาในตำบลร่วมกันผลิตหน้ากากอนามัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประวัติ&amp;nbsp; กองเมืองปัก&amp;nbsp; นายก อบต.กุดรัง&amp;nbsp; อ.กุดรัง&amp;nbsp; จ.มหาสารคาม&amp;nbsp; ในฐานะที่ปรึกษากองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลกุดรัง&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชนฯ ร่วมกับกองทุนหลักประกันสุขภาพ&amp;nbsp; และ อบต.กุดรัง&amp;nbsp; ได้เริ่มผลิตหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันไวรัส Covid-19&amp;nbsp; ในวันนี้ (6&amp;nbsp; มีนาคม) เป็นวันแรก&amp;nbsp; โดยใช้งบประมาณจากกองทุนสวัสดิการฯ จำนวน 15,000 บาท&amp;nbsp; งบ อบต.ประมาณ 20,000 บาท&amp;nbsp; ผลิตหน้ากากอนามัยจำนวน&amp;nbsp; 10,000 ชิ้น&amp;nbsp; วันหนึ่งผลิตได้ประมาณ 700-800 ชิ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; คาดว่าจะใช้เวลาอีก 4-5 วันจึงจะผลิตได้ตามเป้าหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วันนี้เราระดมคนในชุมชน&amp;nbsp; ทั้งกลุ่มแม่บ้าน&amp;nbsp; อสม.&amp;nbsp; นักเรียน&amp;nbsp; มาช่วยกันผลิตหน้ากากประมาณ 150 คน&amp;nbsp; ใช้ทั้งเครื่องจักรในตำบลจากกลุ่มอาชีพแม่บ้านที่มีอยู่แล้วประมาณ&amp;nbsp; 30 เครื่อง&amp;nbsp; นอกนั้นใช้มือเย็บ&amp;nbsp; โดยมีเจ้าหน้าที่จากสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคามมาช่วยดูแลการผลิตเพื่อให้ได้มาตรฐาน&amp;nbsp; มีความปลอดภัย&amp;nbsp; โดยซื้อผ้าที่ใช้เฉพาะสำหรับผลิตหน้ากากจากในจังหวัดและที่ขอนแก่นมาผลิต&amp;nbsp; ต้นทุนประมาณชิ้นละ 4 บาท&amp;nbsp; เมื่อผลิตเสร็จแล้วก็จะนำมาแจกให้แก่ประชาชนในตำบล&amp;nbsp; ส่วนที่เหลือจะมอบให้แก่จังหวัดเพื่อนำไปให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงต่อไป&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายประวัติบอกถึงการระดมพลังในชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้นายประวัติยังบอกด้วยว่า&amp;nbsp; การผลิตหน้ากากอนามัยถือเป็นการป้องกันสุขภาพของประชาชนส่วนหนึ่ง&amp;nbsp; แต่ที่สำคัญประชาชนจะต้องป้องกันและดูแลสุขภาพของตัวเองด้วย&amp;nbsp; โดย อบต.ร่วมกับ อสม.&amp;nbsp; และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลได้จัดประชุม&amp;nbsp; และให้ความรู้แก่ประชาชนเพื่อป้องกันการติดเชื้อ&amp;nbsp; รวมทั้งเฝ้าระวังประชาชนกลุ่มเสี่ยงด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; นอกจากการเริ่มผลิตหน้ากากอนามัยที่กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลกุดรัง&amp;nbsp; จ.มหาสารคามแล้ว&amp;nbsp; เครือข่ายสภาองค์กรชุมชนตำบลทั่วประเทศ&amp;nbsp; และกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลต่างๆ เริ่มวางแผนที่จะผลิตหน้ากากอนามัยเพื่อแจกจ่ายให้แก่ประชาชนในชุมชน&amp;nbsp; รวมทั้งแจกจ่ายให้แก่ประชาชนกลุ่มเสี่ยงเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนหน้ากากอนามัย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ที่ตำบลเขาไม้แก้ว&amp;nbsp; อ.กบินทร์บุรี&amp;nbsp; จ.ปราจีนบุรี&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; โดยจะเริ่มผลิตได้ในช่วงสัปดาห์หน้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59037</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติดเชื้อไวรัส COVID-19, ปาลิน  ธำรงรัตนศิลป์, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช., สวัสดิการชุมชน, หน้ากากป้องกันไวรัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200306/image_big_5e622509b2612.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54532</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/01/2020 16:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/01/2020 15:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศเตรียมขับเคลื่อน ร่าง ‘พระราชบัญญัติส่งเสริมสวัสดิการของชุมชน’     </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ฯ&amp;nbsp;/&amp;nbsp; เครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชนจัดงาน &amp;lsquo;พลังสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน 2020&amp;rsquo; ระหว่างวันที่ 14-15 นี้&amp;nbsp; ที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; โดยมีประเด็นสำคัญคือการพิจารณา &amp;lsquo;ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมสวัสดิการของชุมชน พ.ศ......&amp;rsquo; เพื่อยกระดับสวัสดิการชุมชนให้เข้มแข็ง &amp;nbsp;มีกฎหมายรองรับให้เป็นระบบหนึ่งของสวัสดิการสังคมของประเทศ&amp;nbsp; ขณะที่มีกองทุนสวัสดิการชุมชนเกิดขึ้นทั่วประเทศแล้ว 5,997 กองทุน&amp;nbsp; มีเงินกองทุนรวมกัน 15,987 ล้านบาท&amp;nbsp; ช่วยเหลือสมาชิกตั้งแต่เกิด-ตายรวมเป็นเงินกว่า 2,100 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระหว่างวันที่ 14-15 มกราคมนี้&amp;nbsp; มีการจัดงาน&amp;lsquo;พลังสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน 2020&amp;rsquo; ที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ถนนนวมินทร์&amp;nbsp; เขตบางกะปิ&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีนายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต&amp;nbsp; ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ เป็นประธาน&amp;nbsp; มีผู้บริหารสถาบันฯ&amp;nbsp; ผู้แทนพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์จังหวัด&amp;nbsp; ธนาคารแห่งประเทศไทย&amp;nbsp; สถาบันป๋วย อึ๊งภากรณ์&amp;nbsp; มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์&amp;nbsp; และผู้แทนกองทุนสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศเข้าร่วมงานประมาณ 200 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; สวัสดิการชุมชนเป็น 1 ใน 4 งานของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือ 1.สภาองค์กรชุมชน &amp;nbsp;2.สวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; 3. บ้าน&amp;nbsp; มีบ้านมั่นคงเมืองและชนบท &amp;nbsp;บ้านมั่นคงคลองลาดพร้าวและเปรมประชากร &amp;nbsp;บ้านพอเพียงชนบท ฯลฯ &amp;nbsp;และ 4.เศรษฐกิจชุมชน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เรื่องสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; เป็นประเด็นปฏิรูปสังคม &amp;nbsp;การผลักดันร่างกฎหมายส่งเสริมสวัสดิการชุมชนจะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ&amp;nbsp; จะต้องมองเขา และมองเรา&amp;nbsp;&amp;nbsp; คือมองคนอื่นว่าเห็นด้วยหรือไม่ &amp;nbsp;มันกระทบกับเขาหรือไม่ &amp;nbsp;ตัวอย่างการรณรงค์เรื่องถุงพลาสติกกระทบนิดเดียวแต่มีความร่วมมือสูง&amp;nbsp; อย่ามองว่าเราได้ประโยชน์อย่างเดียว&amp;nbsp; นอกจากนี้จะต้องดูว่าซ้ำซ้อนกับกฎหมาย&amp;nbsp; กฎระเบียบที่มีอยู่แล้วหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้นายไมตรียังกล่าวถึงการขับเคลื่อนกองทุนสวัสดิการชุมชนให้มีความเข้มแข็งว่า ปัจจัยความสำเร็จคือท้องถิ่นต้องสนับสนุนเรา&amp;nbsp; หากผู้นำท้องถิ่น (นายก อบต./เทศบาล) ไม่มีส่วนร่วม &amp;nbsp;เราจะไม่มีพลังหนุนเสริมที่สำคัญ&amp;nbsp; ดังนั้นจึงต้องไปคลุกวงในกับท้องถิ่น&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลที่ได้รับรางวัลอาจจะไม่เข้มแข็งทั้ง 13 หมู่บ้าน ฉะนั้นกองทุนจะต้องไปเชื่อมกับผู้ใหญ่บ้าน &amp;nbsp;และสมาชิก อบต.ในหมู่บ้านจะต้องมีส่วนร่วม&amp;nbsp; เพื่อผลักดันและสนับสนุนให้ทุกหมู่บ้านมีความเข้มแข็ง&amp;nbsp; ทำให้กองทุนสวัสดิการชุมชนเป็นฐานรองความเสี่ยงของชุมชน &amp;nbsp;ให้ชุมชนอยู่อย่างพอเพียง&amp;nbsp; พอดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลทั่วประเทศแล้ว 5,997 กองทุน&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เงินกองทุนรวมกัน 15,987 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นายแก้ว&amp;nbsp; สังข์ชู &amp;nbsp;ผู้แทนเครือข่ายสวัสดิการชุมชนระดับชาติ&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; ปัจจุบันมีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลทั่วประเทศแล้ว&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 5,997 กองทุน&amp;nbsp; มีสมาชิกรวมกัน 5,911,137 คน&amp;nbsp; มีเงินกองทุนรวมกัน 15,987 ล้านบาท&amp;nbsp; เงินกองทุนทั้งหมดประมาณ&amp;nbsp; 60% มาจากสมาชิก&amp;nbsp; ส่วนทิศทางหลักการขับเคลื่อนกองทุนสวัสดิการในปี 2563 นี้&amp;nbsp; คือต้องการเห็นกองทุนเชิงคุณภาพ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo;ปี 2563 จะทำอย่างไรให้เกิดคุณภาพให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลักคิดสำคัญต้องดูแลคนทุกกลุ่มแม้จะไม่ได้เป็นสมาชิก&amp;nbsp; &amp;nbsp;มุ่งเป้าหมายที่คนเดือดร้อน &amp;nbsp;คนที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;เราไม่ได้ทำแข่งกับหน่วยงานของรัฐ &amp;nbsp;แต่มาช่วยเสริม&amp;nbsp; โดยในปี 2563-2565 จะเน้นทำให้กองทุนสวัสดิการมีคุณภาพ&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายแก้วกล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นายแก้ว&amp;nbsp; สังข์ชู&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;โดยมีเป้าหมาย&amp;nbsp; ระดับตำบล&amp;nbsp; คือ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ให้กองทุนสวัสดิการชุมชนเป็นเครื่องมือในการสร้างชุมชนเข้มแข็ง&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการเป็นมรดกของลูกหลาน &amp;nbsp;เป็นสมบัติของแผ่นดิน&amp;nbsp; &amp;nbsp;ให้กองทุนมีความเข้มแข็ง &amp;nbsp;คนทุกกลุ่มเข้าถึงกองทุนได้ง่าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ระดับจังหวัด ต้องการพัฒนาความสามารถเครือข่ายสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; เชื่อว่ากองทุนสวัสดิการโดดเดี่ยวไม่ได้&amp;nbsp; เชื่อมโยงผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน &amp;nbsp;ยกตัวอย่าง กรณี จ.พัทลุง&amp;nbsp; มีกองทุนคุณภาพ 26 กองทุน &amp;nbsp;จึงทำเป็นคลินิก&amp;nbsp; ผู้ว่าราชการจังหวัดเชื่อมโยงเป็นเครือข่าย&amp;nbsp; และมีการสอบทานกันเองช่วยเหลือซึ่งกันและกัน&amp;nbsp; กองทุนต้องจัดทำรายงานทุกปีเพื่อให้ท้องถิ่น&amp;nbsp; พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.)&amp;nbsp; รับรู้เรื่องราวของกองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; ทำงานร่วมกับท้องถิ่น &amp;nbsp;ทำงานร่วมกับ พม.&amp;nbsp; หากมีกรณีต้องการช่วยเหลือให้ส่ง case ไปยังจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ระดับภาค&amp;nbsp; ตอนนี้ทำทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ&amp;nbsp; แต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน&amp;nbsp; ระดับภาคขับเคลื่อนเพื่อพัฒนาระบบข้อมูล องค์ความรู้สวัสดิการชุมชน องค์ความรู้มีความสำคัญ&amp;nbsp; ต้องรู้ว่ากองทุนไปทำเรื่องบ้าน &amp;nbsp;เรื่องเศรษฐกิจ เรื่องการศึกษาจำนวนเท่าไหร่ &amp;nbsp;ข้อมูลเป็นหัวใจของการพัฒนา&amp;nbsp; ข้อมูลจะถูกลำเรียงจากระดับล่างสู่ระดับบน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ระดับนโยบาย &amp;nbsp;ขับเคลื่อนนโยบายภายใต้รัฐธรรมนูญมาตรา 43 (4)&amp;nbsp; คือ จัดให้มีระบบสวัสดิการของชุมชน &amp;nbsp;โดยกำลังยกร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมสวัสดิการของชุมชน&amp;nbsp; เพื่อจะเสนอเป็นกฎหมายโดยการเข้าชื่อ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo;เราต้องการยกกองทุนสวัสดิการชุมชนเป็นนิติบุคคล&amp;nbsp; กฎหมายนี้เป็นกฎหมายส่งเสริม&amp;nbsp; คิดว่าหากเรามีระเบียบ กฎหมายรองรับไว้&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อป้องกันความเสี่ยง&amp;nbsp; ผมเชื่อว่ากองทุนสวัสดิการชุมชนเป็นนวัตกรรมทางสังคม &amp;nbsp;เริ่มจากประชาชน รัฐหนุนเสริมกองทุนสวัสดิการร่วมกัน&amp;nbsp; เพื่อทำให้กองทุนสวัสดิการชุมชนมีความเข้มแข็ง&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายแก้วกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เตรียมผลักดันร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมสวัสดิการของชุมชน&amp;nbsp; พ.ศ.....&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นายปาลิน&amp;nbsp; ธำรงรัตนศิลป์&amp;nbsp; คณะทำงานติดตามและพัฒนากองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; ประเด็นสำคัญของการจัดงาน&amp;nbsp; &amp;lsquo;พลังสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน 2020&amp;rsquo; คือ การร่วมกันพิจารณา &amp;lsquo;ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมสวัสดิการของชุมชน พ.ศ......&amp;rsquo; เพื่อนำไปเสนอเป็นกฎหมาย&amp;nbsp; (โดยประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจํานวนไม่น้อยกว่าหนึ่งหมื่นคนสามารถเข้าชื่อเพื่อเสนอร่าง พ.ร.บ.ต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณา) &amp;nbsp;มีเป้าหมายเพื่อยกระดับสวัสดิการชุมชนให้เข้มแข็ง &amp;nbsp;&amp;nbsp;มีคุณภาพ &amp;nbsp;มีกฎหมายรองรับให้เป็นระบบหนึ่งของสวัสดิการสังคมของประเทศ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ทั้งนี้การขับเคลื่อนร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมสวัสดิการของชุมชนฯ&amp;nbsp; เป็นการดำเนินการที่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 &amp;nbsp;หมวด 3 &amp;nbsp;สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย มาตรา 43&amp;nbsp; ที่ระบุว่า &amp;nbsp;&amp;ldquo;บุคคลและชุมชนย่อมมีสิทธิ (4) จัดให้มีระบบสวัสดิการของชุมชน &amp;nbsp;สิทธิของบุคคลและชุมชนตามวรรค 1 หมายรวมถึงสิทธิที่จะร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือรัฐในการดำเนินการดังกล่าวด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นายปาลินกล่าวถึงเหตุผลในการผลักดันร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ว่า&amp;nbsp; กลุ่มและองค์กรชุมชนในพื้นที่ต่างๆ ได้รวมตัวกันจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนในระดับตำบลเพื่อนำเงินกองทุนมาช่วยเหลือกันตั้งแต่ปี 2548 &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมีแนวคิดหลักคือ &amp;ldquo;การให้อย่างมีคุณค่า&amp;nbsp; และรับอย่างมีศักดิ์ศรี&amp;rdquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;มีหลักการสำคัญคือ&amp;nbsp; สมาชิกกองทุนฯ จะต้องสมทบเงินเข้ากองทุนวันละ 1 บาท&amp;nbsp; หรือปีละ 365 บาท&amp;nbsp; เพื่อนำเงินกองทุนมาช่วยเหลือกันตามข้อตกลงของสมาชิกแต่ละกองทุน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; คลอดบุตร&amp;nbsp; ช่วยเหลือ 500&amp;nbsp; บาท&amp;nbsp; เสียชีวิตช่วยตั้งแต่&amp;nbsp; 5,000-30,000 บาท&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; โดยมีองค์กรปกครองท้องถิ่น&amp;nbsp; และหน่วยงานรัฐ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ร่วมสมทบเงินเข้ากองทุนในสัดส่วน 1 ต่อ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อให้กองทุนเติบโต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;กองทุนสวัสดิการฯ เยี่ยมผู้ป่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แต่เนื่องจากที่ผ่านมากองทุนสวัสดิการชุมชนยังไม่มีกฎหมายรองรับ&amp;nbsp; หน่วยงาน&amp;nbsp; องค์กรปกครองท้องถิ่นส่วนใหญ่ยังไม่ได้เข้ามาให้การสนับสนุน&amp;nbsp; รวมทั้งเมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาลใหม่&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชนก็อาจจะไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้นเพื่อส่งเสริมให้ชุมชนสร้างสวัสดิการให้กับประชาชนในชุมชน&amp;nbsp; ลดความเหลื่อมล้ำในการพัฒนาคุณภาพชีวิต&amp;nbsp; &amp;nbsp;เปิดโอกาสให้ภาคส่วนต่าง ๆ สามารถเข้ามาสนับสนุนกิจการของกองทุน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนและสังคมที่เกื้อกูลกัน เครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศและภาคีเครือข่ายจึงได้ร่วมกันขับเคลื่อนพระราชบัญญัติฉบับนี้&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายปาลินกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ในร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้&amp;nbsp; ยังเสนอให้มีการแต่งตั้ง &amp;lsquo;คณะกรรมการส่งเสริมระบบสวัสดิการของชุมชนแห่งชาติ&amp;rsquo;&amp;nbsp; โดยมีรัฐมนตรีกระทรวง พม. เป็นประธาน &amp;nbsp;&amp;nbsp;มีหน้าที่เสนอแนะและให้ความเห็นต่อคณะรัฐมนตรี &amp;nbsp;ด้านนโยบายการจัดสวัสดิการของชุมชน &amp;nbsp;ให้มีหรือแก้ไขกฎหมาย ระเบียบ &amp;nbsp;มาตรการด้านการเงิน การคลัง การภาษีอากร &amp;nbsp;ประสานนโยบายและแผน สร้างความร่วมมือกับส่วนราชการ ท้องถิ่น เอกชน&amp;nbsp; รวมทั้งมีมาตรการส่งเสริม สนับสนุนการจัดตั้งและพัฒนาความเข้มแข็งของกองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันมีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลทั่วประเทศแล้ว &amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp; 5,997 กองทุน&amp;nbsp; มีสมาชิกรวมกัน 5,911,137 คน&amp;nbsp; จำนวนหมู่บ้านที่ร่วมจัดตั้งกองทุน 52,784 หมู่บ้าน&amp;nbsp; มีเงินกองทุนรวมกัน 15,987 ล้านบาท&amp;nbsp; ช่วยเหลือสมาชิกตั้งแต่เกิด-ตาย &amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp; 2,024,788 &amp;nbsp;คน&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวมเป็นเงินกว่า 2,100 ล้านบาท&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้กองทุนสวัสดิการชุมชนหลายแห่งยังขยายงานสวัสดิการชุมชนไปสู่การพัฒนาชุมชนในด้านต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ส่งเสริมเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ดูแลป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาติ&amp;nbsp; จัดการขยะ&amp;nbsp; นำขยะไปรีไซเคิล&amp;nbsp; ส่งเสริมอาชีพสมาชิก&amp;nbsp; ช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส&amp;nbsp; ผู้พิการ&amp;nbsp; ผู้สูงอายุด้านที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54532</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวง พม., สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช., สวัสดิการชุมชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200114/image_big_5e1d7c9b19ae0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30953</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/03/2019 15:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/03/2019 13:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มอบรางวัล 9 กองทุนสวัสดิการชุมชนดีเด่นปี 2562 ตามแนวคิด ‘อ.ป๋วย  อึ๊งภากรณ์’  ‘หม่อมอุ๋ย’ ชูกองทุน สวด.ไทยดีที่สุดในโลก  จัดตั้งแล้ว 6,000  กองทุน  มีเงิน 15,000 ล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;ธนาคารแห่งประเทศไทย /&amp;nbsp; มอบรางวัลกองทุนสวัสดิการชุมชนดีเด่นปี 2562 ตามแนวคิด อ.ป๋วย&amp;nbsp; อึ๊งภากรณ์&amp;nbsp; &amp;lsquo;จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน&amp;rsquo;&amp;nbsp; เพื่อสนับสนุนการจัดสวัสดิการสังคมให้แก่ประชาชนทุกเพศวัย&amp;nbsp; โดยมี 9 กองทุน สวด.ทั่วประเทศที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในแต่ละประเภท &amp;nbsp;&amp;nbsp;ด้าน &amp;lsquo;หม่อมอุ๋ย&amp;rsquo; ชูกองทุน สวด.ไทยดีที่สุดในโลก โดยชาวบ้านบริหารจัดการเอง&amp;nbsp; จัดตั้งแล้วกว่า 6,000 กองทุน&amp;nbsp; มีเงินรวมกันกว่า 15,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;เมื่อวันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิด ศ.ดร.ป๋วย&amp;nbsp; อึ๊งภากรณ์&amp;nbsp; (อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์)&amp;nbsp; สถาบันป๋วย&amp;nbsp; อึ๊งภากรณ์&amp;nbsp; และสถาบันพันธมิตรได้ร่วมกันจัดพิธีมอบรางวัล &amp;ldquo;ธรรมาภิบาลดีเด่นแห่งปี 2562&amp;rdquo; &amp;nbsp;ขึ้นที่ธนาคารแห่งประเทศไทย&amp;nbsp; บางขุนพรหม&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; เพื่อมอบรางวัลให้แก่ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่ยึดหลักธรรมาภิบาลในการดำเนินธุรกิจ&amp;nbsp; และกองทุนสวัสดิการชุมชนที่มีผลงานดีเด่น&amp;nbsp; &amp;ldquo;ผู้สรรค์สร้างความมั่นคงของมนุษย์&amp;rdquo; ตามแนวคิดของ ศ.ดร.ป๋วย&amp;nbsp; โดยมี ม.ร.ว.ปรีดิยาธร&amp;nbsp; เทวกุล&amp;nbsp; ประธานกรรมการสถาบันป๋วยฯ และอดีตรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน&amp;nbsp; &amp;nbsp; มีผู้เข้าร่วมงานทั้งหมดประมาณ 400 คน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;ม.ร.ว.ปรีดิยาธร&amp;nbsp; เทวกุล&amp;nbsp;&amp;nbsp; (ขวา)&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;ม.ร.ว.ปรีดิยาธร&amp;nbsp; เทวกุล&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประธานกรรมการสถาบันป๋วย&amp;nbsp; อึ๊งภากรณ์&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; การมอบรางวัลป๋วย&amp;nbsp; อึ๊งภากรณ์&amp;nbsp; ให้แก่กองทุนสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศ&amp;nbsp; เป็นอีกโครงการหนึ่งที่มีความสำคัญมาก&amp;nbsp; เพราะสถาบันพันธมิตรต่างๆ พิจารณาเห็นว่าเป็นกองทุนที่ก่อตั้งขึ้นโดยปราชญ์ชาวบ้านและผู้นำท้องถิ่น&amp;nbsp; ที่รวมตัวกันเพื่อดูแลช่วยเหลือสมาชิกในชุมชนกันเอง&amp;nbsp; เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&amp;nbsp; เนื่องจากชาวชุมชนส่วนใหญ่เป็นแรงงานภาคเกษตรและแรงงานนอกระบบประกันสังคม&amp;nbsp; ไม่มีสวัสดิการเหมือนข้าราชการหรือพนักงานบริษัท&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้นจึงสมควรยกย่องเชิดชูเกียรติกองทุนสวัสดิการชุมชนเหล่านี้ที่เป็นแบบอย่างของสังคมไทยและสังคมโลกในการช่วยเหลือตัวเอง&amp;nbsp; โดยไม่ได้รอความช่วยเหลือจากรัฐบาลแต่เพียงอย่างเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ผมมีความเห็นว่ากองทุนสวัสดิการชุมชนของประเทศไทยดีที่สุดในโลก&amp;nbsp; เพราะมีการช่วยเหลือดูแลสมาชิกที่โดดเด่นหลายด้าน&amp;nbsp; หลายอย่าง&amp;nbsp; โดยเฉพาะกองทุนสวัสดิการที่ได้รับรางวัลในปีนี้&amp;nbsp; และขณะนี้เงินวันละบาทที่สมาชิกสมทบเข้ากองทุนสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศมีประมาณ 5,962&amp;nbsp; กองทุนฯ&amp;nbsp; แม้ว่าจะใช้ไปเพื่อช่วยเหลือสมาชิกในด้านต่างๆ แล้ว&amp;nbsp; ยังมีเงินเหลืออยู่อีกประมาณ 14,000 ล้านบาท&amp;nbsp; ถือว่าเป็นการบริหารจัดการที่ดีที่ชาวบ้านได้ทำกันเอง&amp;rdquo;&amp;nbsp; ม.ร.ว.ปรีดิยาธรกล่าว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;สมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ (กลาง)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;นายสมชาติ ภาระสุวรรณ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2562 รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณจำนวน 461 ล้านบาท เพื่อสมทบเงินเข้ากองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลทั่วประเทศจำนวน 1,700 กองทุน โดยมีสมาชิกที่จะได้รับผลประโยชน์จำนวน 1,150,000 คน&amp;nbsp; นอกจากนี้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) และเครือข่ายสวัสดิการชุมชน ส่งเสริมการพัฒนาระบบสวัสดิการชุมชนให้มีความเข้มแข็ง&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีการบริหารจัดการที่ดี&amp;nbsp; มีธรรมาภิบาล&amp;nbsp; และจัดสวัสดิการให้ครอบคลุมประชาชน&amp;nbsp; ทุกกลุ่ม&amp;nbsp; ทุกเพศวัย&amp;nbsp; เพื่อให้บรรลุเป้าหมายและสอดคล้องกับการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;นายมณเฑียร สอดเนื่อง ผู้แทนเครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชน กล่าวว่า ปัจจุบันกองทุนสวัสดิการชุมชนระดับตำบลและเทศบาล&amp;nbsp; มีการจัดตั้งขึ้นทั่วประเทศแล้วประมาณ 6,000 กองทุน จากจำนวนตำบล/เทศบาลทั่วประเทศประมาณ 7,700 แห่ง มีสมาชิกรวมกันประมาณ 5.5 ล้านคน มีเงินกองทุนรวมกันประมาณ 15,000 ล้านบาท บางกองทุนมีเงินสวัสดิการมากกว่า 10 ล้านบาท และสามารถนำมาจัดสวัสดิการช่วยเหลือสมาชิกได้ 30-40 เรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;กองทุนสวัสดิการชุมชนใช้เงิน 1 บาทที่มาจากการสมทบของสมาชิกอย่างมีพลัง เป็นระบบสวัสดิการชุมชนที่ประชาชนทำร่วมกัน ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสังคม ซึ่งวันนี้กองทุนสวัสดิการชุมชนเดินหน้ามาไกลแล้ว เราจึงต้องยกมาตรฐานของกองทุน และมีเป้าหมายที่จะขยายกองทุนสวัสดิการชุมชนให้เต็มประเทศภายใน 5 ปีนี้&amp;rdquo; นายมณเฑียรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;นายมณเฑียรกล่าวด้วยว่า&amp;nbsp; เมื่อเร็วๆ นี้เครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลทั่วประเทศได้จัดกิจกรรมเชิญพรรคการเมืองต่างๆ ที่ลงสมัครรับเลือกตั้งให้มารับฟังข้อเสนอของภาคประชาชนเพื่อนำไปเป็นแนวทางในการบริหารประเทศ ดังนี้ 1.สนับสนุนให้ระบบสวัสดิการชุมชนเป็นอีกระบบหลักของระบบสวัสดิการสังคมในประเทศไทย 2.ให้รัฐบาล องค์กรปกครองท้องถิ่น และภาคเอกชน มาหนุนเสริมภาคประชาชน เพื่อให้เป็น 4 พลังหลักในการจัดสวัสดิการชุมชน ทั้งด้านความรู้และงบประมาณ  3.สนับสนุนให้ระบบสวัสดิการชุมชนเป็นยุทธศาสตร์จังหวัด เพราะหลายจังหวัดไม่มียุทธศาสตร์ด้านสังคม หรือด้านกองทุนสวัสดิการ 4.สนับสนุนให้กองทุนสวัสดิการชุมชนเป็นแกนกลางหรือเชื่อมประสานกองทุนต่างๆ ในพื้นที่ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาชุมชน และ 5.สนับสนุนให้เกิด พ.ร.บ.ส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม (ฉบับที่.....) พ.ศ.................เพื่อให้มีฐานะเป็นนิติบุคคล สามารถขยายขอบเขตการทำงานและทำธุรกรรมต่างๆ ได้&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ส่วนการประกาศผลการพิจารณารางวัล &amp;ldquo;ผู้สรรค์สร้างความมั่นคงของมนุษย์&amp;rdquo; ปี 2562&amp;nbsp; ตามแนวคิดของ ศ.ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ในปีนี้มีกองทุนสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศส่งผลงานเข้าประกวดทั้งหมด 44 กองทุน (ปิดรับสมัครภายในเดือนตุลาคม 2561 และพิจารณารางวัลในเดือนมกราคม 2562) &amp;nbsp;มีรางวัลทั้งหมด 10 ประเภท&amp;nbsp; โดยมีกองทุนที่ได้รับรางวัลต่างๆ 9 กองทุน&amp;nbsp; ดังนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;1.ด้านการสร้างครอบครัวอบอุ่น (ทุกช่วงวัยและเพศสภาพ) ให้มีคุณภาพชีวิต และคุณค่าในสังคม ได้แก่ กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลโคกกลาง อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;2. ด้านการส่งเสริมสุขภาพ การรักษา ดูแล ป้องกัน สุขภาวะในชุมชน กองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลตำบลหาดท่าเสา อ.เมือง จ.ชัยนาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;3. ด้านการพัฒนาเด็กเยาวชน และการเรียนรู้ เพื่อการเติบโตเป็นคนดี และมีคุณภาพ กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลตำหนักธรรม อ.หนองม่วงไข่ จ.แพร่&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;4.ด้านการพัฒนาอาชีพ ทั้งในระดับครัวเรือน กลุ่มและชุมชน และการแก้ปัญหาหนี้สิน กองทุนสวัสดิการชุมชน กองทุนสวัสดิการภาคประชาชนตำบลรมณีย์ อ.กะปง จ.พังงา &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;5.ด้านการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์พลังงาน การจัดการขยะการจัดการและฟื้นฟูภัยพิบัติ กองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลตำบลศรีถ้อย อ.แม่ใจ จ.พะเยา &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;6.ด้านการจัดการ/จัดสรรที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย พอเพียงต่อการดำรงชีพ กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลคลองหินปูน อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;7.การสร้างความมั่นคงทางด้านอาหารและความหลากหลายทางชีวภาพ ไม่มีกองทุนที่ได้รับรางวัล &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;8.ด้านการบริหารจัดการกองทุนที่ดี และมีธรรมาภิบาล กองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลตำบลฉวาง&amp;nbsp; &amp;nbsp;อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;9.ด้านผลงานการจัดสวัสดิการชุมชนแบบองค์รวม หลายมิติ สามารถเชื่อมโยง/บูรณาการทรัพยากรจากหลากหลายแหล่งเพื่อแก้ไขปัญหาของสมาชิกได้อย่างมีประสิทธิภาพ กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลริมกก อ.เมือง จ.เชียงราย &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;10. ด้านการฟื้นฟูระบบคุณค่าทางวัฒนธรรม เพื่อการอยู่ร่วมกัน การช่วยเหลือเกื้อกูลระหว่างกลุ่ม และภาคี นำไปสู่การแก้ไขปัญหาของชุมชนท้องถิ่น และสังคม กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลดอกคำใต้ อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;การจัดประกวดรางวัลกองทุนสวัสดิการชุมชนดีเด่นตามแนวคิด ศ.ดร.ป๋วย เริ่มจัดครั้งแรกในปี 2558 และจะจัดขึ้นทุกปี โดยในปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 4 องค์กรที่ร่วมจัด 7 องค์กร&amp;nbsp; ประกอบด้วย&amp;nbsp; สถาบันป๋วย&amp;nbsp; อึ๊งภากรณ์&amp;nbsp; วิทยาลัยพัฒนศาสตร์ป๋วย อึ๊งภากรณ์  มูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทยฯ คณะอนุกรรมการส่งเสริมองค์กรสวัสดิการชุมชนฯ ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) เครือข่ายสวัสดิการชุมชน &amp;nbsp;และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ยกย่อง เชิดชู องค์กร/กองทุนสวัสดิการชุมชนที่ดำเนินการงานช่วยเหลือ ดูแลคุณภาพชีวิตคนในชุมชนอย่างโดดเด่นในด้านต่างๆ 2.เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของกองทุนสวัสดิการชุมชนในพื้นที่ จังหวัด ภาค และประเทศ และขยายผลกองทุนฯ ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ 3.เพื่อกระตุ้นให้รัฐบาล ภาคเอกชน และสังคม ตระหนักถึงคุณค่าของแนวคิดเรื่อง &amp;ldquo;คุณภาพชีวิต ปฏิทินแห่งความหวัง จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน&amp;rdquo; และนำไปสู่การพัฒนาระบบปฏิบัติการด้านสวัสดิการให้ประชาชนเข้าถึงและเหมาะสมต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;แนวคิด &amp;ldquo;คุณภาพชีวิต ปฏิทินแห่งความหวัง จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน&amp;rdquo; เป็นบทความภาษาอังกฤษขนาด 2 หน้า ที่ ศ.ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย&amp;nbsp; ได้เสนอบทความชิ้นนี้ในที่ประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาการพัฒนาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในเดือนตุลาคม 2516 หลังจากนั้นจึงได้มีการแปลและเผยแพร่บทความนี้ออกไปอย่างกว้างขวาง เนื้อหากล่าวถึงความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ที่ควรจะได้รับบริการสวัสดิการจากรัฐ ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ของมารดา จนกระทั่งเสียชีวิต &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;ศ.ดร.ป๋วย&amp;nbsp;&amp;nbsp; เกิดเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2459 เคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (พ.ศ.2502-2514) และอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (พ.ศ.2517-2519) ได้รับการยอมรับว่าเป็นบุคคลที่ซื่อสัตย์ สมถะ มีผลงานด้านการบริหารที่โดดเด่นหลายด้าน ทั้งด้านการเงิน การคลัง งานวิชาการ ได้รับรางวัลแมกไซไซสาขาบริการสาธารณะในปี 2508 เป็นผู้ก่อตั้งมูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทย รวมทั้งโครงการพัฒนาชนบทอื่นๆ อ.ป๋วยเสียชีวิตเมื่อ 28 กรกฎาคม 2542 รวมอายุได้ 83 ปี &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;แม้ว่า อ.ป๋วยจะเสียชีวิตไปแล้ว แต่แนวคิดเรื่องสวัสดิการขั้นพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับทุกคน โดยเฉพาะประชาชนคนยากจนที่ไม่มีระบบสวัสดิการของรัฐมารองรับ ได้ถูกนำมาเป็นแนวทางในการทำงานเพื่อจัดสวัสดิการให้แก่ประชาชนในชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศตั้งแต่เกิดจนถึงตาย มีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการอย่างเป็นระบบในปี 2547 ในชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ โดยมีหลักการให้สมาชิกสมทบอย่างน้อยวันละ 1 บาท รัฐร่วมสมทบ 1 บาท และองค์กรปกครองท้องถิ่น สมทบ 1 บาท แล้วนำเงินกองทุนมาช่วยเหลือสมาชิก &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;กองทุนสวัสดิการเยี่ยมผู้ป่วย&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;เช่น คลอดบุตร 500 บาท, เจ็บป่วยช่วยค่ารถหรือรักษาพยาบาลครั้งละ 100 บาท ปีหนึ่งไม่เกิน 10 วัน, กรณีเสียชีวิต เป็นสมาชิกครบ 6 เดือนช่วย 3,000 บาท ครบ 1 ปีช่วย 5,000 บาท และครบ 3 ปีช่วย 10,000 บาท นอกจากนี้ยังมีทุนการศึกษาเด็ก ช่วยคนพิการ ยากไร้ ฯลฯ บางกองทุนช่วยเหลือเรื่องอาชีพ ที่ดินทำกิน แก้ปัญหนี้สินให้สมาชิก และยังขยายไปทำเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ การอนุรักษ์พลังงาน การจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม การดูแลสุขภาพ เพื่อให้สมาชิกและชาวชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30953</URL_LINK>
                <HASHTAG>ป๋วย  อึ๊งภากรณ์, พอช, ม.ร.ว.ปรีดิยาธร  เทวกุล, สมชาติ  ภาระสุวรรณ, สวัสดิการชุมชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190310/image_big_5c84aeac1d31a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
