<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>24181</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งเร่งตีปี๊บผลงานรัฐบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครม.ไฟเขียวพัฒนา 5 จ.อีสานตอนบน &amp;nbsp;7 พันล้านบาท คมนาคมยันสร้างรถไฟรางคู่ขอนแก่น-หนองคายเสร็จทันปี 65 ไฮสปีดปี 70 &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; สั่งผู้ว่าฯเร่งตีปี๊บผลงานรัฐบาล ยังสัญจรต่อ ม.ค.62
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น วิทยาเขตหนองคาย จ.หนองคาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 (บึงกาฬ เลย หนองคาย หนองบัวลำภู และอุดรธานี) หรือกลุ่มสบายดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวก่อนการประชุมว่า ลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อชี้แจงและทำความเข้าใจเรื่องความก้าวหน้าในการดำเนินงานของรัฐบาลของทั้ง 5 จังหวัด และยังเป็นการรับฟังข้อเสนอแนะของทุกภาคส่วนเพื่อนำไปสู่การจัดทำแผนโครงการในอนาคต รวมทั้งแผนแม่บทด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ไม่อยากให้ใช้คำว่ารัฐบาลเดินทางมาที่นี่เพราะเป็นช่วงของการหาเสียง การเดินหน้าสู่ประชาธิปไตยอย่าทำให้รัฐบาลเสียหายในการพูดคุยให้ข่าว&amp;quot; &amp;nbsp;นายกฯ ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณในความก้าวหน้าของการดำเนินงานมา จากที่ได้รับฟังมาทั้งบึงกาฬ หนองคาย และหลายจังหวัดก็ร่วมขับเคลื่อนไปด้วยกัน จึงอยากให้ทุกคนติดตามความก้าวหน้าภายในกลุ่มจังหวัดด้วย เพื่อที่จะเดินได้พร้อมกัน แต่สิ่งที่ทราบอย่างหนึ่งคือ ข้าราชการระดับล่างในแต่ละกระทรวงจำเป็นต้องขับเคลื่อนการสร้างความเข้าใจให้มากกว่านี้ โดยเฉพาะโครงการและนโยบายใหม่ของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยเฉพาะการใช้ประโยชน์จากการขายสินค้าออนไลน์ การใช้ระบบการเงินและธุรกรรมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพราะประชาชนยังเรียนรู้กับสิ่งเหล่านี้น้อยมาก จึงหวังว่ากระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงมหาดไทย จะมาช่วยกำกับดูแลเรื่องเหล่านี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสวาท ธีระรัตนนุกูลชัย ประธานหอการค้าจังหวัดอุดรธานี เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบข้อเสนอแผนการพัฒนากลุ่มสบายดี รวมทั้งหมด 5 ด้าน คือ ด้านโลจิสติกส์ ด้านแหล่งน้ำ ด้านยกระดับการผลิตและสร้างมูลค่าเพิ่มผลผลิต ด้านท่องเที่ยว และด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต คิดเป็นวงเงินรวมประมาณ 7,000 ล้านบาท ซึ่งแต่ละโครงการนายกฯ ได้มอบหมายให้หน่วยงานเจ้าของเรื่องรับไปพิจารณา โดยแต่ละโครงการน่าจะเสร็จสิ้นภายในปี 2564 เพื่อรองรับการเจริญเติบโตที่เกิดขึ้น จากเดิมการประชุม ครม.สัญจรที่เพชรบูรณ์ ได้เห็นชอบให้ทำโครงการที่เกี่ยวกับภาคอีสานตอนบนไปแล้ว 1 หมื่นล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางวิลาวัณย์ กนกศิลป์ ประธานหอการค้าจังหวัดหนองคาย กล่าวว่า ภาคเอกชนพอใจกับการประชุมร่วมกับรัฐบาลนี้ โดยได้รับข้อเสนอทั้งหมดไปให้หน่วยงานที่รับผิดชอบได้เร่งรัด อย่างโครงการสร้างสะพานรถไฟข้ามแม่น้ำโขง ขนานกับสะพานมิตรภาพไทย-สปป.ลาวแห่งแรก เดิมกำหนดให้ศึกษาในปี 2564-2565 ก็ร่นเวลามาเป็นปี 2562 เช่นเดียวกับด้านการท่องเที่ยวที่ถือเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งตอนนี้ต้องเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานมารองรับ ทั้งถนนและระบบราง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า โครงการสำคัญที่ได้รับการเห็นชอบ เช่น การลงทุนระบบขนส่งแบบบูรณาการ, &amp;nbsp;การพัฒนาโครงข่ายทางหลวงเชื่อมโยงจังหวัดอุดรธานี-จังหวัดบึงกาฬ ระยะทาง 139 กิโลเมตร, การก่อสร้างสะพานคู่ขนานสะพานมิตรภาพน้ำเหืองไทย- ลาว ด่านพรมแดนบ้านนากระเซ็ง อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย และการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว จังหวัดเลย โดยให้ช่วยจัดลำดับความสำคัญเร่งด่วน นอกจากนี้ ยังมีโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำเพื่อลงแม่น้ำโขง ห้วยบางบาด จังหวัดบึงกาฬ, โครงการพัฒนาการเกษตรครบวงจร, โครงการพัฒนาและยกระดับตลาดผ้าบ้านนาข่า สู่การเป็นสมาร์ทมาร์เก็ตรองรับการเป็นศูนย์กลางตลาดผ้าในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง, โครงการการก่อสร้างแลนมาร์คประติมากรรมพญานาคราชคู่ มิตรภาพแห่งลุ่มแม่น้ำโขง ณ วัดอาฮงศิลาวาส ตำบลไคสี อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการบริการประชาชน เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายกฯ เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 9/2561
โดย พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่า รู้สึกมีความสุข 2 วันที่ผ่านมา ขอบคุณพ่อแม่พี่น้อง 5 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ข้าราชการ ภาคประชารัฐ เอกชน ที่ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี ที่ทำงานร่วมกันในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาเป็นอย่างดี ซึ่งมีความก้าวหน้าตามลำดับ วันนี้ในการประชุมเป็นการติดตามความก้าวหน้าในส่วนที่รัฐบาลทำไปแล้วส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งเป็นการเพิ่มเติมจากที่ขอมาครั้งที่แล้ว ซึ่งจะมีทั้งหมด 5 กลุ่มงาน 1.ด้านคมนาคมขนส่งที่ของบประมาณก่อสร้างถนน 67 โครงการ อยู่ในแผนงานปี 2562-2563 และจะบรรจุแผนแม่บทต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.การพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อเกษตรกรและการแก้ปัญหาอุทกภัย ได้มีการบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอ ทั้งอุปโภค บริโภค ภาคการเกษตรและอุตสาหกรรม ส่วนโครงการใหม่ที่ขอมาที่มีทั้งเล็กและใหญ่ จะมีจัดหาให้ในโครงการระยะสั้น 3.การยกระดับการผลิตและการสร้างมูลค่าในผลผลิต โดยต้องพัฒนาเกษตรครบวงจร 4.การท่องเที่ยวได้มีการขอสนับสนุนโครงการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกแหล่งท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติ รวมถึงให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา บรรจุแผนแม่บทวิถีชีวิตลุ่มน้ำโขง และ 5.ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต อย่าง จ.อุดรธานี ได้ขอสนามกีฬาซึ่งกำลังพิจารณาตามกฎหมาย ส่วนการพัฒนาสาธารณูปโภค ได้มีการปรับปรุงระบบประปาของ จ.หนองคายและอุดรธานี ทั้งนี้ ขอให้ผู้ว่าราชการทุกจังหวัดได้พิจารณาหาช่องทางให้มีความเชื่อมโยงกัน และทุกพื้นที่ต้องเริ่มด้วยตัวเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพุทธิพงษ์แถลงว่า ในที่ประชุม ครม. นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม ได้รายงานความคืบหน้าการดำเนินการก่อสร้างรถไฟรางคู่ขอนแก่น-หนองคาย ระยะทาง 167 กิโลเมตร วงเงินงบประมาณ 2.6 หมื่นล้านบาท โดยยืนยันว่าจะเร่งให้มีการดำเนินการก่อสร้างในปี 2562 และคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2565 อย่างไรก็ตาม จะนำรายละเอียดทั้งหมดเสนอเข้าที่ประชุม ครม. เพื่อพิจารณาเห็นชอบในเดือน ม.ค.2562 ขณะเดียวกัน ยังรายงานโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงช่วงนครราชสีมา-หนองคาย ระยะทาง 350 กิโลเมตร มีทั้งหมด 6 สถานีว่ายังอยู่ในแผนที่ยืนยันจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จในปี 2570 วงเงินงบประมาณ 2 แสนล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายกฯ กำชับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดว่า ให้สื่อสารและทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ถึงโครงการต่างๆ ของรัฐบาลที่เกิดขึ้นไปแล้ว เช่น โครงการรถไฟฟ้า สถานีต่างๆ ระบบน้ำ แหล่งน้ำ ทั้งนี้ จะมีการจัดประชุม ครม.อีกครั้งต่อไป คาดว่าจะอยู่ในเดือน ม.ค.62&amp;quot; โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ แถลงว่า ครม.เห็นชอบการขยายพื้นที่ดำเนินโครงการสานพลังประชารัฐ เพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ เพื่อปรับเปลี่ยนการทำนาปรังมาเป็นปลูกข้าวโพด โดยจะสนับสนุนสินเชื่อในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.01 ต่อปี ในระยะ 6 เดือน วงเงินไร่ละ 2,000 บาท ไม่เกิน 15 ไร่ต่อราย ส่วนสมาคมประกันวินาศภัยไทยและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรจะสนับสนุนการเข้าร่วมโครงการสนับสนุนเบี้ยประกันภัยไร่ละ 65 บาท นอกจากนี้ หากเกิดความเสียหาย เราจะประกันภัยความเสี่ยงให้ไร่ละ 1,500 บาท.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24181</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์, พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, สวาท ธีระรัตนนุกูลชัย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อาคม เติมพิทยาไพสิฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181213/image_big_5c1262f647b13.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
