<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106623</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2021 21:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2021 21:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปะหน้ากันแล้ว &#039;ไบเดน&#039;จับมือ&#039;ปูติน&#039;ก่อนเริ่มซัมมิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโจ ไบเดน และประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน พบหน้ากันแล้วและจับมือกันครั้งแรกในฐานะผู้นำประเทศมหาอำนาจ ก่อนเริ่มการประชุมสุดยอดที่สวิตเซอร์แลนด์เมื่อวันพุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประชุมสุดยอดครั้งแรกระหว่างประธานาธิบดีไบเดนและประธานาธิบดีปูตินเกิดขึ้นที่คฤหาสน์&amp;nbsp; Villa la Grange ที่สร้างในศตววรษที่ 18 มองเห็นทิวทัศน์ของทะเลสาบเจนีวา โดยมีประธานาธิบดีกาย พาร์เมลิน ของสวิตเซอร์แลนด์ เป็นเจ้าภาพ ตามกำหนดนั้นผู้นำทั้งสองจะประชุมกันนาน 5 ชั่วโมง โดยมีวาระหารืออาทิ ประเด็นการโจมตีไซเบอร์, การแทรกแซงการเลือกตั้ง และการละเมิดสิทธิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีไบเดนเป็นผู้เสนอนัดการพบปะกันแบบเผชิญหน้ากับประธานาธิบดีปูติน เมื่อพบหน้ากันเขายังเป็นฝ่ายยื่นมือออกก่อนเพื่อจับมือทักทาย ก่อนที่ทั้งสองจะเข้าไปหารือกันภายในห้องสมุดอันมีชื่อของคฤหาสน์หรูหราแห่งนี้ พวกเขาโอภาปราศรัยกันสั้นๆ ก่อนที่ผู้สื่อข่าวจะถูกขอให้ออกจากห้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปูตินกล่าวขอบคุณไบเดน &amp;quot;สำหรับความคิดริเริ่มของคุณให้มาพบกันในวันนี้&amp;quot; ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและรัสเซียมีประเด็นคั่งค้างอยู่มากมายที่ต้องการประชุมระดับสูงสุด และ &amp;quot;ผมหวังว่าการประชุมของเราจะบังเกิดผล&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านไบเดนยิ้มและกล่าวตอบว่า &amp;quot;การได้เจอกันตัวต่อตัวดีกว่าเสมอ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนการประชุมจะเริ่มขึ้น พาร์เมลินกล่าวต่อไบเดนและปูตินว่า ถือเป็นเกียรติและน่ายินดีที่สวิตเซอร์แลนด์ได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดสำหรับผู้นำทั้งสองในครั้งนี้ ซึ่งสอดคล้องกับประเพณีของสวิตเซอร์แลนด์ในการเป็นผู้ไกล่เกลี่ยที่ดี ส่งเสริมการสานเสวนาและความเข้าใจซึ่งกันและกัน และขออวยพรให้ประธานาธิบดีทั้งสองเสวนากันอย่างประสบผลเพื่อผลประโยชน์ของสหรัฐและรัสเซียและของโลก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106623</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุมสุดยอด, ประธานาธิบดีรัสเซีย, ประธานาธิบดีสหรัฐ, วลาดิมีร์ ปูติน, สวิตเซอร์แลนด์, โจ ไบเดน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210616/image_big_60ca0bb7d4c9f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97503</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2021 09:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2021 09:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปู&#039;อวดเที่ยวสวีเดนชมใช้ภูมิคุ้มกันหมู่จัดการโควิดไม่ต้องล็อกดาวน์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มี.ค. 2564 นส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊คส่วนตัวว่า หลังจากกลับจากการเดินทางไปสวิตเซอร์แลนด์และสวีเดนของดิฉันทริปนี้เป็นการเดินทางหลังจากฉีดวัคซีนเข็มที่สองแล้ว ดิฉันยังคงใช้ชีวิตตามปกติไม่ได้มีอาการแพ้ หรือมีผลข้างเคียงอะไร ไปต่างประเทศยังคงต้องใช้ผลตรวจโควิดเหมือนเดิม แต่ก็มีความมั่นใจมากขึ้นเพราะได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว ซึ่งสามารถป้องกันได้ระดับหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลองถามคนที่สวิตเซอร์แลนด์พบว่าคนส่วนใหญ่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว โดยมีวัคซีนจากหลากหลายผู้ผลิต แต่ประชาชนส่วนใหญ่จะชอบของโมเดิร์นา เพราะเป็นวัคซีนของสวิส อีกทั้งไม่ค่อยมีข่าวเรื่องการแพ้ยา หรือผลข้างเคียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่อีกประเทศที่เดินทางไปคือสวีเดน &amp;nbsp;ที่นี่เขาเชื่อในเรื่องภูมิคุ้มกันหมู่ หรือ &amp;nbsp;Herd Immunity ทำให้ไม่เคยปิดประเทศ หรือ lockdown ร้านค้าตั้งแต่มีการระบาด แต่พบว่าเศรษฐกิจยังเดินหน้าไปได้ รัฐบาลปล่อยให้ผู้คนใช้ชีวิตตามปกติ เพียงแต่จะมีการเตือนให้เว้นระยะห่าง หรือ &amp;nbsp;social distance รวมไปถึงการรักษาความสะอาดและล้างมือบ่อยๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สวีเดนได้ฉีดวัคซีนให้กับบุคลากรที่อยู่แนวหน้า เช่น แพทย์ พยาบาล และผู้ที่ต้องสัมผัสกับคนจำนวนมากเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้กำลังเข้าสู่ช่วงของการเร่งฉีดวัคซีนให้ผู้สูงอายุเกิน 65 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดิฉันจึงถือโอกาสที่ได้เดินทางไปสวิสและสวีเดนครั้งนี้ นำข้อมูลของประเทศต่าง ๆ มาเล่าสู่กันฟังค่ะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97503</URL_LINK>
                <HASHTAG>ภูมิคุ้มกันหมู่, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, สวิตเซอร์แลนด์, สวีเดน, ไม่เคยปิดประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210328/image_big_605fec5164623.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95412</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/03/2021 18:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/03/2021 18:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวสวิสลงมติเห็นด้วย&#039;แบนบุรกา&#039; ห้ามคลุมหน้าในที่สาธารณะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สวิตเซอร์แลนด์เดินตามรอยหลายชาติในยุโรป ข้อเสนอของฝ่ายขวาจัดที่ต้องการห้ามการสวมชุดคลุมใบหน้าในที่สาธารณะหรือที่รณรงค์หาเสียงกันว่ากฎหมายห้ามชุดบุรกาของชาวมุสลิม ได้รับความเห็นชอบด้วยเสียงข้างมาก 51.2% ในการลงประชามติเมื่อวันอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ กลุ่มสตรีมุสลิมประท้วงที่กรุงเฮก หลังจากเนเธอร์แลนด์อนุมัติกฎหมายห้ามเครื่องแต่งกายปิดบังใบหน้าที่รวมถึงชุดนิกอบและบุรกา เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2562 (Photo by Ana Fernandez/SOPA Images/LightRocket via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลคะแนนประชามติที่มีผลผูกมัดเมื่อวันอาทิตย์เผยว่า มีชาวสวิส 51.2% หรือ 1,426,992 คนเห็นด้วยกับข้อเสนอห้ามการสวมชุดแต่งกายคลุมใบหน้าทั้งหมดในที่สาธารณะ โดยมี 1,359,621 คน หรือราว 48.8% ไม่เห็นด้วย จำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิมี 50.8%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ข้อเสนอจะไม่ได้อ้างถึงชุดบุรกาหรือนิกอบของสตรีมุสลิมโดยตรง แต่โปสเตอร์หาเสียงประกาศชัดว่า &amp;quot;หยุดอิสลามหัวรุนแรง&amp;quot; และ &amp;quot;หยุดลัทธิสุดโต่ง&amp;quot; โดยใช้ภาพของผู้หญิงสวมชุดนิกอบสีดำ ซึ่งเป็นชุมคลุมทั้งตัวแต่ยังเผยให้เห็นดวงตา ต่างจากบุรกาที่คลุมทั้งหมด ขณะที่โปสเตอร์ของฝ่ายคัดค้านเรียกร้องว่า &amp;quot;ไม่เอากฎหมายต่อต้านบุรกาที่ไร้สาระ เปล่าประโยชน์และเกลียดกลัวอิสลาม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์และเอเอฟพีกล่าวว่า การลงมติที่เรียกกันว่าการต่อต้านชุดบุรกา เป็นผลลัพธ์ของการอภิปรายในสวิตเซอร์แลนด์มานานหลายปี หลังจากประเทศเพื่อนบ้านในยุโรปหลายชาติออกกฎหมายลักษณะดังกล่าว เช่น ฝรั่งเศสห้ามการสวมชุดคลุมใบหน้าทั้งหมดในที่สาธารณะเมื่อปี 2554 และเดนมาร์ก, ออสเตรีย, เบลเยียม, เนเธอร์แลนด์ และบัลแกเรีย มีกฎหมายห้ามการคลุมใบหน้าทั้งหมดหรือบางส่วนในที่สาธารณะ และยังมีอีกบางประเทศที่ห้ามเฉพาะบางสถานที่เช่นโรงเรียนและมหาวิทยาลัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อเสนอนี้ริเริ่มโดยกลุ่มขวาจัดที่เคยเสนอให้จัดลงประชามติจนนำไปสู่การห้ามมัสยิดก่อสร้างหออะซานหรือหอขานละหมาด เมื่อปี 2552 ที่ทำให้ชาวมุสลิมทั่วโลกโกรธเคืองมาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลสวิสและสภานิติบัญญัติของสวิสคัดค้านการออกกฎหมายห้ามชุดคลุมหน้าบังคับใช้ทั่วประเทศ และเรียกร้องประชาชนปฏิเสธข้อเสนอนี้ หลังการลงมติ คาริน เคลเลอร์-ซัตเทอร์ รัฐมนตรียุติธรรม แถลงข่าวว่า ผลประชามตินี้ไม่ใช่การลงคะแนนต่อต้านมุสลิม และย้ำว่า มีเพียงประชากรมุสลิมจำนวนเล็กน้อยมากในประเทศที่ได้รับผลกระทบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลประชามตินี้จะห้ามการปิดบังใบหน้าอย่างสิ้นเชิงในที่สาธารณะ ไม่ว่าในร้านค้าหรือในเขตชนบทเปิดโล่ง แต่ยังมีข้อยกเว้น เช่น ภายในศาสนสถาน หรือด้วยเหตุผลด้านสุขภาพและความปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้คัดค้านข้อเสนอนี้กล่าวว่า แทบไม่มีสตรีมุสลิมสวมชุดบุรกาในสวิตเซอร์แลนด์ ผู้ที่สวมบุรกามักเป็นผู้ที่เปลี่ยนความเชื่อหรือนักท่องเที่ยว และมีเพียงประมาณ 30 คนที่สวมชุดนิกอบ สำนักงานสถิติกลางของสวิสสำรวจเมื่อปี 2562 พบว่ามีประชากรสวิสนับถืออิสลาม 5.5% จากประชากร 8.6 ล้านคน ส่วนใหญ่มีรากเหง้ามาจากตุรกี, บอสเนีย และโคโซโว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสภาอิสลามกลางแห่งสวิตเซอร์แลนด์ (ไอซีซีเอส) กล่าวว่า การห้ามนี้เป็นความผิดหวังครั้งใหญ่สำหรับชาวมุสลิม ไอซีซีเอสจะจ่ายเงินค่าปรับให้แก่ผู้ที่สวมนิกอบเองตราบใดที่ยังมีเงินทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การลงมติเมื่อวันอาทิตย์ยังรวมถึงคำถามว่าด้วยข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างสวิตเซอร์แลนด์กับอินโดนีเซีย ซึ่งได้รับความเห็นชอบด้วยเสียงข้างมาก 51.7% แต่แผนของรัฐบาลเรื่องการระบุเอกลักษณ์บุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับการยอมรับทั่วสหพันธรัฐ ถูกคัดค้านด้วยคะแนน 64.4%.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95412</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิกอบ, บุรกา, สวิตเซอร์แลนด์, สวิสลงประชามติ, ห้ามชุดบุรกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210308/image_big_6046038fe8950.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46888</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2019 20:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2019 20:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สวิสเปิดประมูลซูเปอร์คาร์ 25 คันของลูกผู้นำอิเควทอเรียลกินี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สวิตเซอร์แลนด์นำรถซูเปอร์คาร์ 25 คัน ที่ยึดจากลูกชายของประธานาธิบดีสาธารณรัฐอิเควทอเรียลกินี มาประมูลเมื่อวันอาทิตย์ คาดว่าจะได้เงินราว 18.5 ล้านฟรังก์สวิส หรือราว 571 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลัมโบร์กีนี เวเนโนโรดสเตอร์ 2014 ของเตโอโดริน โอเบียง อึงเกมา อวดโฉมอยู่ที่บอนมอนต์แอบบีเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รถที่นำออกประมูลที่สนามกอล์ฟแห่งหนึ่งในนครเจนีวาเมื่อวันอาทิตย์ที่ 29 กันยายน รวมถึงเฟอร์รารี 7 คัน, ลัมโบร์กีนี 3 คัน, เบนท์ลีย์ 5 คัน, มาเซราติ 1 คัน และแมคลาเรน 1 คัน คันแพงที่สุดคือลัมโบร์กีนีรุ่นเวเนโนโรดสเตอร์ มูลค่าราว 4.8-5.7 ล้านยูโร หรือราว 160-191 ล้านบาท และเฟอร์รารีไฮบริดสีเหลืองมูลค่าราว 2.4-2.6 ล้านยูโร หรือราว 80.4-87 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รถซูเปอร์คาร์ที่นำมาประมูลเหล่านี้ กระทรวงยุติธรรมสวิสยึดจากเตโอโดริน โอเบียง อึงเกมา รองประธานาธิบดีและลูกชายของเตโอโดโร โอเบียง อึงเกมา อึมบาโซโก ประธานาธิบดีสาธารณรัฐอิเควทอเรียล กินี ประเทศเล็กๆ ในภูมิภาคแอฟริกาตะวันตก ระหว่างการดำเนินคดีความผิดด้านการเงินเมื่อปี 2559&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สำนักอัยการสวิสแถลงไม่ดำเนินคดีความผิดทางการเงินกับรองประธานาธิบดีอิเควทอเรียลกินีรายนี้ แต่จะยึดรถหรูทั้งหมดของเขา ตามประมวลกฎหมายอาญาของสวิส อัยการสามารถเลือกที่จะไม่ดำเนินคดีได้ ถ้าจำเลยเสนอจ่ายค่าชดเชยและฟื้นฟูสถานการณ์ โดยไม่ขัดกับกฎหมาย ในคดีนี้อิเควทอเรียลกินีตกลงจ่ายเงินชดเชย 1.3 ล้านฟรังส์สวิสด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองประธานาธิบดีอิเควทอเรียลกินีที่ควบคุมกระทรวงกลาโหมและกระทรวงความมั่นคงขึ้นชื่อว่าใช้ชีวิตแบบเพลย์บอย&amp;nbsp; เมื่อเดือนตุลาคม 2560 ศาลกรุงปารีสตัดสินจำคุกเขา 3 ปี แต่ให้รอลงอาญา ในคดียักยอกเงินของประเทศมาซื้อแมนชั่น 6 ชั้นในกรุงปารีส, รถแข่งหลายคัน และงานศิลปะ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46888</URL_LINK>
                <HASHTAG>ลูกชายของประธานาธิบดี, สวิตเซอร์แลนด์, สวิส, อิเควทอเรียลกินี, เปิดประมูลซูเปอร์คาร์ล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190929/image_big_5d90b1bd4ea6c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46358</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2019 20:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2019 20:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวสวิสชุมนุมค้าน &#039;5 จี&#039; กลัวเป็นอันตรายต่อสุขภาพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชาวสวิสหลายพันคนออกมาชุมนุมในกรุงเบิร์นเมื่อวันเสาร์ เพื่อคัดค้านการใช้เทคโนโลยีสื่อสารไร้สาย 5 จีทั่วประเทศ กลัวว่าจะมีอันตรายต่อสุขภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวสวิสชุมนุมคัดค้านเทคโนโลยีระบบสื่อสาร 5 จี ที่ด้านหน้ารัฐสภาในกรุงเบิร์น เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2562 / Fabrice COFFRINI / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวสวิสหลายพันคน โดยหลายคนถือป้ายประท้วงการใช้เทคโนโลยีสื่อสารไร้สาย 5 จี รวมตัวด้านหน้าอาคารรัฐสภาสวิตเซอร์แลนด์ในกรุงเบิร์นเมื่อวันเสาร์ที่ 21 กันยายน เพื่อเรียกร้องให้หยุดติดตั้งเสาสัญญาณสื่อสารไร้สาย 5 จีเพิ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แทมลิน ชีบาร์ อุลมันน์ รองประธานกลุ่ม &amp;quot;ฟรีเควนเซีย&amp;quot; ที่จัดการชุมนุมคัดค้านการใช้เทคโนโลยีสื่อสารไร้สาย 5จี กล่าวว่า ในวันนี้มีผู้ออกมาชุมนุมกันมาก นับเป็นสัญญาณที่ดีต่อการคัดค้านการใช้ 5 จีที่ไร้การควบคุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โมนาโกเป็นชาติแรกในยุโรปที่เริ่มใช้เครือข่ายสัญญาณโทรศัพท์มือถือ 5 จีเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยใช้อุปกรณ์ของบริษัทหัวเว่ยที่สหรัฐเห็นว่าเสี่ยงต่อความมั่นคง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้คัดค้านสัญญาณ 5 จี ในสวิตเซอร์แลนด์กลัวว่า รังสีแม่เหล็กไฟฟ้าของระบบใหม่ที่ปล่อยออกมามีความเสี่ยงต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม เมื่อเปรียบเทียบกับเทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือรุ่นก่อน และการยื่นคัดค้านเรื่องนี้ทางออนไลน์ทำให้หลายรัฐในสวิสเลื่อนการติดตั้งเสาสัญญาณสื่อสารไร้สาย 5 จีออกไป เช่น รัฐเจนีวา, โว, ฟรีบูร์, เนอชาแตล เพื่อเป็นการป้องกันไว้ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝ่ายคัดค้านเทคโนโลยี 5 จีกำลังรวบรวมรายชื่อให้ครบ 100,000 คน เพื่อเปิดให้มีการลงประชามติให้เลื่อนการนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ไปก่อน จนกว่าความเสี่ยงเรื่องนี้จะได้รับการประเมินอย่างเหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ มี 3 บริษัทในสวิสที่ประมูลคลื่นความถี่ 5 จีได้ คือ สวิสคอม, ซันไรส์ และซอลต์&amp;nbsp; และเริ่มใช้เทคโนโลยีนี้ในการโฆษณาทางโทรทัศน์และบนบิลบอร์ด เจ้าหน้าที่สวิสเผยกับเอเอฟพีว่า ถึงต้นเดือนกรกฎาคม มีการติดตั้งเสาสัญญาณสื่อสารไร้สาย 5 จีทั่วประเทศไปแล้ว 334 ต้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46358</URL_LINK>
                <HASHTAG>5 จี, สวิตเซอร์แลนด์, สวิส, อันตรายต่อสุขภาพ, ุชุมนุมประท้วง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190922/image_big_5d877b1b5b8bf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3276</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/02/2018 20:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/02/2018 20:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โอลิมปิกฤดูหนาวป่วน ไวรัสท้องเสียลาม 2 นักกีฬาสวิสป่วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;การระบาดของโนโรไวรัสที่ทำให้คณะจัดการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาวพย็องชางเกมส์ของเกาหลีใต้ต้องสั่งเปลี่ยนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยยกชุด 1,200 คน ส่งผลถึงนักกีฬาด้วยแล้ว โดยพบนักกีฬาชาวสวิส 2 คนป่วย ลุ้นหายทันแข่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;แฟ้มภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่จัดการแข่งขันและทีมโอลิมปิกของสวิตเซอร์แลนด์ไม่ได้เปิดเผยชื่อของนักกีฬาตัวแทนของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ 2 คนนี้ แต่เอเอฟพีรายงานอ้างข่าวของอาร์ทีเอส สื่อท้องถิ่นของสวิส เมื่อวันศุกร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561 ว่านักกีฬา 2 คนนี้เป็นนักสกีแบบฟรีสไตล์ รายหนึ่งคือฟาเบียง เบิช อีกคนคืออีเลียส อัมบืห์ล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตัวแทนของทีมสวิสเปิดเผยกับข่าวรอยเตอร์ด้วยว่า นักกีฬาทั้งสองติดเชื้อเมื่อ 2 วันก่อน และถูกจัดให้พักแยกห้องจากคนอื่นๆ ทุกคนที่เหลือในทีมปลอดภัยดี ตอนนี้สองคนนั้นกำลังฟื้นร่างกาย โดยอาการส่วนใหญ่ของพวกเขาทุเลาลงแล้ว และอาจจะสามารถลงแข่งขันได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) กล่าวก่อนหน้านี้ในวันเดียวกันว่า นักสกี 2 คนนี้ไม่ได้พักอยู่ที่หมู่บ้านนักกีฬาเหมือนกับนักกีฬาส่วนใหญ่ที่มาแข่งขันที่นี่ ไอโอซีหวังว่าทั้งคู่จะสามารถลงแข่งขันได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;ฟาเบียง เบิช หนึ่งในสองนักกีฬาที่ติดเชื้อ ภาพ BBC&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การแข่งขันสกีแบบฟรีสไตล์นั้นเริ่มแข่งตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ และยาวไปถึงวันที่ 23 กุมภาพันธ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งคู่เป็นนักกีฬา 2 รายแรกที่ติดเชื้อไวรัสชนิดนี้นับตั้งแต่พบว่า มีผู้คนมากกว่า 200 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยของการจัดการแข่งขัน ล้มป่วยมีอาการท้องเสียและอาเจียน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โนโรไวรัสก่ออาการอักเสบที่ระบบทางเดินอาหาร แต่ผู้ที่ติดเชื้อบางคนอาจมีอาการไข้, เวียนศีรษะและปวดเมื่อยแขนขา ซึ่งทำให้คนทั่วไปมักเรียกอาการติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ว่า &amp;quot;โรคหวัดลงกระเพาะ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การแพร่เชื้อของไวรัสทำให้คณะกรรมการจัดการแข่งขันโอลิมปิกของเกาหลีใต้ตัดสินใจเปลี่ยนพนักงานรักษาความปลอดภัยราว 1,200 คน แล้วให้ทหาร 900 นายมาทำหน้าที่แทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนเริ่มเปิดฉากพย็องชางเกมส์เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว คริสตอฟ ดูบี โฆษกของคณะกรรมการโอลิมปิกสากล เคยกล่าวไว้ว่า ได้มีการวางมาตรการหลายอย่างไว้แล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้ไวรัสที่แพร่เชื้อได้ง่ายผ่านการสัมผัสนี้แพร่ระบาดเพิ่มเติมอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการแข่งขันชิงแชมป์กรีฑาโลกที่กรุงลอนดอนปีที่แล้ว นักกีฬาหลายคนต้องถอนตัวเพราะเจ้าหน้าที่พบการแพร่เชื้อของไวรัสชนิดนี้ในโรงแรมแห่งหนึ่ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3276</URL_LINK>
                <HASHTAG>สวิตเซอร์แลนด์, สวิส, เกาหลีใต้, โนโรไวรัส, โอลิมปิกฤดูหนาว, ไอโอซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180216/image_big_5a86dc459c69e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
