<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110899</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2021 21:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2021 21:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลัสเตอร์เรือนจำขอนแก่น ติดเชื้อรวมทะลุ 929 ราย ระดมรถเอกซเรย์ปอดนักโทษทุกคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ค.64 - นพ.สมชายโชติ ปิยวัชร์เวลา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า ภายหลังจากการพบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งเป็นกลุ่มนักโทษที่ถูกคุมขังอยู่ภายในเรือนจำขอนแก่น จนกลายเป็นคลัสเตอร์เรือนจำขอนแก่นเกิดขึ้นในขณะนี้ ทีมสอบสวนโรคได้ระดมทีมตรวจคัดกรองนักโทษ 1,620 คน ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง จากนักโทษในเรือนจำกลางขอนแก่นทั้งหมด 4,458 คน และจากการตรวจเชิงลึกทั้ง 1,620 คน พบว่าผลการตรวจออกมาติดเชื้อเพิ่มสะสมรวมล่าสุดอยู่ที่ 929 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้มีแผนที่จะย้ายนักโทษหญิงจากเรือนจำกลางขอนแก่นไปยังเรือนจำข้างเคียง โดยผลตรวจในกลุ่มนักโทษหญิงมีการตรวจพบว่าติดเชื้อช่นกัน จึงได้มีการสั่งปรับแผนในการจัดการควบคุมโรค โดยแบ่งเป็น 2 ส่วนตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวดทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขณะนี้การบริหารจัดการเหตุการณ์ที่เรือนจำกลางขอนแก่น ประกอบด้วยส่วนที่ 1 คือการทำบับเบิลแอนด์ซีล ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดคือเจ้าหน้าที่เรือนจำทั้งหมด 135 คน ที่จะต้องมีการอยู่เวรยามและใช้ระบบ 727 คืออยู่เวร 7 วัน พัก 2 วัน และอยู่เวรต่ออีก 7 วัน เป็น 2 ผลัด หลังจากนั้นจะให้มีการฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็มที่ 3 ให้กับบุคลากรของเรือนจำ และในส่วนของผู้ต้องขังที่ป่วย 929 คน จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้สูงอายุ และ 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง จะต้องถูกปรับย้ายไปอยู่แดนหอประชุมกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกเหนือจากกลุ่มนี้ จะจัดให้อยู่อีกจุดที่เรือนจำกำหนด สำหรับผู้ต้องขังหญิงจากการคัดกรองพบว่า ผลเป็นบวก 5 คน จะไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายใดๆ และจะใช้หอพักเรือนจำเป็นที่รักษา ส่วนนักโทษชาย-หญิงที่เหลืออีก 2,838 คน จะไม่มีการตรวจหาเชื้อแบบสวอปเพิ่ม แต่จะระดมรถเอกซเรย์ในเขตจังหวัดที่มีอยู่มาทำการเอกซเรย์ปอด หากเอกซเรย์แล้วปอดมีฝ้าจึงจะทำการสวอปซ้ำ หากผลเป็นบวกจะทำการรักษาต่อไป แต่หากผลเป็นลบ จะแยกกักตัวเนื่องจากมีความเสี่ยง และวางแผนที่จะใช้หอเรือนนอนในการแยกกลุ่มเป็นที่พักรักษา และได้ให้กรมราชทัณฑ์ขอสนับสนุนวัคซีนในนามกรมราชทัณฑ์เพิ่มเติม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.สมชายโชติ กล่าวต่ออีกว่า ขณะนี้ สสจ.ขอนแก่นได้ประสานขอรับการสนับสนุนยาต้านไวรัสเพิ่มเติม และการสนับสนุนรถเอกซเรย์ในการช่วยตรวจ และจะมีการเชื่อมต่อระบบบริการของ รพ.ขอนแก่น ในเบื้องต้นจะใช้กรณีศึกษาของเรือนจำ จัดทำเป็นโมเดล เพื่อให้เรือนจำดูแลผู้ป่วยในทุกระดับยกเว้นผู้ป่วยสีแดง หากเป็นผู้ป่วยสีเหลืองก็จะมีการเพิ่มเครื่องออกซิเจนเข้าไป เนื่องจากถ้าหากให้ผู้ต้องขังออกมาด้านนอกจะมีประเด็นเกี่ยวกับข้อกฎหมายที่ต้องมีการกักตัว รวมถึง รพ.ขอนแก่น ขณะนี้เตียงผู้ป่วยโควิดแน่นอยู่แล้ว แต่หาก รพ.มีเตียงเพียงพอ ก็พร้อมที่จะรับผู้ป่วยในกลุ่มนักโทษมารักษาทันที ซึ่งยอมรับว่าคลัสเตอร์เรือนจำขอนแก่นเป็นสิ่งที่ท้าทาย ทำให้ขณะนี้ต้องมีการหารือในกลุ่มสถานพินิจและคุ้มครองเด็ก หรือกลุ่มโรงงาน หรือกลุ่มที่มีคนอยู่จำนวนมาก ที่จะต้องมีระบบการคัดกรองที่ดีกว่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขณะนี้ยังไม่สามารถหาสาเหตุได้ว่ามีการรับเชื้อมาจากไหน เพราะจากการวัดระดับค่าแลปได้ค่าประมาณ 38 ซึ่งหมายความว่ามีการติดเชื้อมาเป็นเวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ เมื่อมีการสอบสวนเบื้องต้นพบว่าไม่ได้สัมผัสอะไร และจากผลการตรวจเชื้อจากผู้คุมผลเป็นลบทั้งหมด ขณะที่จากการตรวจสอบระบบของเรือนจำ พบว่าผู้ต้องขังรายใหม่นั้นได้มีการกักตัว 21-28 วัน ซึ่งอาจจะมีบางคนที่กักตัวครบแต่ไม่ได้ตรวจซ้ำ&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110899</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดขอนแก่น, สสจ.ขอนแก่น, โควิด, โควิดเรือนจำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210723/image_big_60facc9aedc46.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
