<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118409</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2021 09:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2021 09:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุรีรัมย์ ติดเชื้อโควิดรายใหม่ 42 ราย เสียชีวิต 2 ราย ยังรักษาอยู่ 682 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ต.ค.64 -&amp;nbsp; ศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ รายงานข้อมูลสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 หรือ (โควิด-19) ระลอกใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.2564 ถึง วันที่ 30 ก.ย.2564 ของ จ.บุรีรัมย์ ว่า สถานการณ์เริ่มดีขึ้น จำนวนผู้ป่วยลดลงต่ำกว่า 50 ราย อีกครั้ง วันนี้ พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ จำนวน 42 ราย มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ที่ อ.หนองหงส์ 1 ราย เป็นเพศหญิง อายุ 77 ปี และ อ.กระสัง 1 ราย เป็นเพศชาย อายุ 44 ปี&amp;nbsp; โดยเป็นผู้ป่วยติดเชื้อพบในพื้นที่จังหวัด 10 ราย ติดเชื้อมาจากนอกพื้นที่ 32 ราย แยกเป็น ติดเชื้อมาจากจังหวัดเสี่ยง 8 ราย และติดเชื้อมาจากจังหวัดเสี่ยง(พบก่อนเข้าสถานกักกันตัว) LQ 24 ราย รวมยอดผู้ป่วยสะสม 15,714 ราย เสียชีวิตสะสม 69 ราย หายป่วยสะสม 14,963 ราย ยังรักษาอยู่ 682 ราย กระจายตามโรงพยาบาลต่างๆ ในพื้นที่จังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ ทั้ง 42 ราย กระจายใน 14 อำเภอ จากทั้งหมด 23 อำเภอ แยกเป็น ผู้ติดเชื้อพบในพื้นที่อำเภอเมือง 4 ราย (ในพื้นที่ 2 ราย), อ.สตึก 2 ราย (ในพื้นที่ 2 ราย), อ.บ้านกรวด 3 ราย (ในพื้นที่ 3 ราย), อ.หนองกี่ 2 ราย (ในพื้นที่ 1 ราย), อ.ปะคำ 2 ราย (ในพื้นที่ 2 ราย), อ.นางรอง 3 ราย, อ.ประโคนชัย 1 ราย, อ.ลำปลายมาศ 2 ราย, อ.กระสัง 17 ราย, อ.คูเมือง 1 ราย, อ.หนองหงส์ 1 ราย, อ.ละหานทราย 2 ราย, อ.ชำนิ 1 ราย และ อ.โนนดินแดง 1 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยอำเภอที่พบผู้ป่วยสะสมมากที่สุด คือ อ.ประโคนชัย 1,524 ราย รองลงมา อ.เมือง 1,443 ราย, อ.กระสัง 1,409 ราย, อ.สตึก 1,380 ราย, อ.ลำปลายมาศ 1,305 ราย, อ.บ้านกรวด 788 ราย และ อ.คูเมือง 729 ราย ตามลำดับ ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคสะสม ทั้งหมด 3,107 ราย แยกเป็นรายใหม่ 1 ราย และรายเก่า 3,106 ราย ส่วนการเฝ้าระวังผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่สีแดงเข้ม/แดง/ส้ม สะสม 31,892 ราย แยกกักตัวที่บ้าน 29,597 ราย และกักตัวในท้องถิ่น 2,295 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน สถานการณ์เตียง ผู้ป่วยโควิด-19 จังหวัดบุรีรัมย์ เตียงทั้งหมด 7,696 เตียง ครองเตียง 678 เตียง เหลือเตียงว่าง 7,018 เตียง แยกเป็น ผู้ป่วยสีแดง ทั้งหมด 67 เตียง ครองเตียง 67 เตียง ไม่มีเตียงว่าง ผู้ป่วยสีเหลือง ทั้งหมด 290 เตียง ครองเตียง 290 เตียง ไม่มีเตียงว่าง และ ผู้ป่วยสีเขียว ทั้งหมด 7,339 เตียง ครองเตียง 321 เตียง เหลือเตียงว่าง 7,018 เตียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่จะมีแนวโน้มลดลง แต่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์ ก็ยังมีมาตรการคุมเข้มอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ ซึ่งขณะนี้ มีประชาชนในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ได้แสดงความจำนงลงทะเบียนประสงค์รับวัคซีน จำนวน 845,447 คน จากจำนวนผู้ลงทะเบียนผ่าน Buriram IC สะสม 928,865 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118409</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุรีรัมย์ติดโควิด, ยอดติดโควิดรายใหม่, สสจ.บุรีรัมย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211001/image_big_615678e2a9e01.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116235</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2021 08:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2021 08:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุรีรัมย์ ดีขึ้น ติดเชื้อโควิดต่ำกว่า 50 รอบกว่า 2 เดือน หายป่วยสะสมพุ่ง 13,181 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

10 ก.ย.64 -&amp;nbsp; ศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ รายงานข้อมูลสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 หรือ (โควิด-19) ระลอกใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.2564 ถึง วันที่ 9 ก.ย.2564 ของ จ.บุรีรัมย์ ว่า สถานการณ์เริ่มดีขึ้น จำนวนผู้ป่วยลดลงต่ำกว่า 50 ราย ในรอบกว่า 2 เดือน วันนี้ พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ จำนวน 48 ราย แยกเป็น ผู้ป่วยติดเชื้อพบในพื้นที่จังหวัด 16 ราย ติดเชื้อมาจากนอกพื้นที่ 32 ราย แยกเป็น ติดเชื้อมาจากจังหวัดเสี่ยง 16 ราย และติดเชื้อมาจากจังหวัดเสี่ยง(พบก่อนเข้าสถานกักกันตัว) LQ 16 ราย รวมยอดผู้ป่วยสะสม 14,556 ราย เสียชีวิตสะสม 47 ราย หายป่วยสะสม 13,181 ราย ยังรักษาอยู่ 1,328 ราย กระจายตามโรงพยาบาลต่างๆ ในพื้นที่จังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ ทั้ง 48 ราย กระจายใน 14 อำเภอ จากทั้งหมด 23 อำเภอ แยกเป็น ผู้ติดเชื้อพบในพื้นที่อำเภอเมือง 5 ราย (ในพื้นที่ 3 ราย), อ.ลำปลายมาศ 4 ราย (ในพื้นที่ 1 ราย), อ.สตึก 4 ราย (ในพื้นที่ 4 ราย), อ.บ้านกรวด 6 ราย (ในพื้นที่ 2 ราย), อ.ละหานทราย 3 ราย (ในพื้นที่ 2 ราย), อ.พลับพลาชัย 7 ราย (ในพื้นที่ 3 ราย), อ.ห้วยราช 1 ราย (ในพื้นที่ 1 ราย), อ.นางรอง 5 ราย, อ.คูเมือง 1 ราย, อ.หนองกี่ 2 ราย, อ.หนองหงส์ 1 ราย, อ.นาโพธิ์ 2 ราย, อ.ชำนิ 2 ราย และ อ.บ้านใหม่ไชยพจน์ 5 ราย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยอำเภอที่พบผู้ป่วยสะสมมากที่สุด คือ อ.ประโคนชัย 1,449 ราย รองลงมา อ.กระสัง 1,326 ราย, อ.เมือง 1,299 ราย, อ.สตึก 1,216 ราย, อ.ลำปลายมาศ 1,201 ราย, อ.บ้านกรวด 727 ราย และ อ.คูเมือง 680 ราย ตามลำดับ ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคสะสม ทั้งหมด 2,915 ราย แยกเป็นรายใหม่ 12 ราย และรายเก่า 2,903 ราย ส่วนการเฝ้าระวังผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่สีแดงเข้ม/แดง/ส้ม สะสม 31,400 ราย แยกกักตัวที่บ้าน 26,645 ราย และกักตัวในท้องถิ่น 4,755 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ &amp;ldquo;โครงการอุ้มลูกหลานเซราะกราวกลับบ้าน&amp;rdquo; มารักษาที่บ้านเกิด จ.บุรีรัมย์ ซึ่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับ สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน จัดขึ้นมา โดยจะรับ &amp;ldquo;เฉพาะคนบุรีรัมย์&amp;rdquo; ที่ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ไม่มีที่รักษา จะมีรถไปรับมารักษาที่ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งทำการเปิดคอลเซ็นเตอร์รับเรื่องตลอด 24 ชั่วโมง ที่เบอร์ 02-576-5555 ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 12 ก.ค. 2564 เป็นต้นมานั้น ล่าสุด ขณะนี้ มีคนบุรีรัมย์ที่ทำงานต่างจังหวัดติดเชื้อโควิดไม่มีที่รักษา ติดต่อขอรับบริการกลับบ้านแล้ว 1,758 คน ในจำนวนนี้ได้รับกลับบ้านแล้ว 1,044 ราย กระจายไปรักษาตาม รพ.ต่างๆ ในพื้นที่จังหวัด ที่เหลืออยู่ระหว่างเดินทาง และส่งรถไปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน สถานการณ์เตียง ผู้ป่วยโควิด-19 จังหวัดบุรีรัมย์ เตียงทั้งหมด 8,011 เตียง ครองเตียง 1,320 เตียง เหลือเตียงว่าง 6,691 เตียง แยกเป็น ผู้ป่วยสีแดง ทั้งหมด 105 เตียง ครองเตียง 105 เตียง ไม่มีเตียงว่าง ผู้ป่วยสีเหลือง ทั้งหมด 475 เตียง ครองเตียง 475 เตียง ไม่มีเตียงว่าง และ ผู้ป่วยสีเขียว ทั้งหมด 7,431 เตียง ครองเตียง 740 เตียง เหลือเตียงว่าง 6,691 เตียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116235</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุรีรัมย์ติดโควิด, สสจ.บุรีรัมย์, อุ้มลูกหลานเซราะกราวกลับบ้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210910/image_big_613ab8c576280.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114694</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2021 09:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2021 09:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุรีรัมย์  เสียชีวิตอีก 2 ติดเชื้อโควิดเพิ่ม 187 มาจากนอกพื้นที่ 168 เตียงผู้ป่วยสีแดง-สีเหลืองเต็ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27ส.ค.64-ศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ รายงานข้อมูลสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 หรือ (โควิด-19) ระลอกใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.2564 ถึง วันที่ 26 ส.ค.2564 ของ จ.บุรีรัมย์ ว่า ยังคงน่าเป็นห่วง วันนี้ พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ เพิ่มขึ้นอีก จำนวน 187 ราย และมีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 2 ราย ที่ อ.ลำปลายมาศ 1 ราย และ อ.เฉลิมพระเกียรติ 1 ราย แยกเป็น ผู้ป่วยติดเชื้อพบในพื้นที่จังหวัด 19 ราย ติดเชื้อมาจากนอกพื้นที่ 168 ราย แยกเป็น ติดเชื้อมาจากจังหวัดเสี่ยง 87 ราย และติดเชื้อมาจากจังหวัดเสี่ยง(พบก่อนเข้าสถานกักกันตัว) LQ 81 ราย รวมยอดผู้ป่วยสะสม 13,131 ราย เสียชีวิตสะสม 34 ราย หายป่วยสะสม 9,730 ราย ยังรักษาอยู่ 3,367 ราย กระจายตามโรงพยาบาลต่างๆ ในพื้นที่จังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ ทั้ง 187 ราย กระจายใน 20 อำเภอ จากทั้งหมด 23 อำเภอ แยกเป็น ผู้ติดเชื้อพบในพื้นที่อำเภอประโคนชัย 21 ราย (ในพื้นที่ 10 ราย), อ.สตึก 18 ราย (ในพื้นที่ 7 ราย), อ.บ้านกรวด 8 ราย (ในพื้นที่ 1 ราย), อ.บ้านด่าน 7 ราย (ในพื้นที่ 1 ราย), อ.เมือง 14 ราย, อ.นางรอง 4 ราย, อ.พุทไธสง 6 ราย, อ.ลำปลายมาศ 51 ราย, อ.ละหานทราย 9 ราย, อ.คูเมือง 10 ราย, อ.หนองกี่ 3 ราย, อ.หนองหงส์&amp;nbsp; 10 ราย, อ.นาโพธิ์ 6 ราย, อ.พลับพลาชัย 1 ราย, อ.ห้วยราช 4 ราย, อ.โนนสุวรรณ 5 ราย, อ.ชำนิ 2 ราย, อ.บ้านใหม่ไชยพจน์ 1 ราย, อ.แคนดง 2 ราย และ อ.เฉลิมพระเกียรติ 5 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยอำเภอที่พบผู้ป่วยสะสมมากที่สุด คือ อ.ประโคนชัย 1,250 ราย รองลงมา อ.กระสัง 1,190 ราย, อ.เมือง 1,134 ราย, อ.สตึก 1,107 ราย, อ.ลำปลายมาศ 1,063 ราย, อ.บ้านกรวด 651 ราย และ อ.คูเมือง 594 ราย ตามลำดับ ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคสะสม ทั้งหมด 2,740 ราย แยกเป็นรายใหม่ 18 ราย และรายเก่า 2,722 ราย ส่วนการเฝ้าระวังผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่สีแดงเข้ม/แดง/ส้ม สะสม 31,162 ราย แยกกักตัวที่บ้าน 24,863 ราย และกักตัวในท้องถิ่น 6,299 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ &amp;ldquo;โครงการอุ้มลูกหลานเซราะกราวกลับบ้าน&amp;rdquo; มารักษาที่บ้านเกิด จ.บุรีรัมย์ ซึ่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับ สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน จัดขึ้นมา โดยจะรับ &amp;ldquo;เฉพาะคนบุรีรัมย์&amp;rdquo; ที่ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ไม่มีที่รักษา จะมีรถไปรับมารักษาที่ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งทำการเปิดคอลเซ็นเตอร์รับเรื่องตลอด 24 ชั่วโมง ที่เบอร์ 02-576-5555 ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 12 ก.ค. 2564 เป็นต้นมานั้น ล่าสุด ขณะนี้ มีคนบุรีรัมย์ที่ทำงานต่างจังหวัดติดเชื้อโควิดไม่มีที่รักษา ติดต่อขอรับบริการกลับบ้านแล้ว 1,666 คน ในจำนวนนี้ได้รับกลับบ้านแล้ว 975 ราย กระจายไปรักษาตาม รพ.ต่างๆ ในพื้นที่จังหวัด ที่เหลืออยู่ระหว่างเดินทาง และส่งรถไปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน สถานการณ์เตียง ผู้ป่วยโควิด-19 จังหวัดบุรีรัมย์ เตียงทั้งหมด 8,688 เตียง ครองเตียง 3,583 เตียง เหลือเตียงว่าง 5,105 เตียง แยกเป็น ผู้ป่วยสีแดง ทั้งหมด 158 เตียง ครองเตียง 158 เตียง ไม่มีเตียงว่าง ผู้ป่วยสีเหลือง ทั้งหมด 779 เตียง ครองเตียง 779 เตียง ไม่มีเตียงว่าง และ ผู้ป่วยสีเขียว ทั้งหมด 7,751 เตียง ครองเตียง 2,646 เตียง เหลือเตียงว่าง 5,105 เตียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114694</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุรีรัมย์ติดโควิด, สสจ.บุรีรัมย์, อุ้มลูกหลานเซราะกราวกลับบ้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210827/image_big_61284bde6a485.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113927</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2021 09:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2021 09:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> บุรีรัมย์ ติดเชื้อโควิด นิวไฮ กระจายทุกอำเภอ เพิ่ม 442 ราย เสียชีวิตอีก 3</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ส.ค.64 - ศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ รายงานข้อมูลสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 หรือ (โควิด-19) ระลอกใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.2564 ถึง วันที่ 19 ส.ค.2564 ของ จ.บุรีรัมย์ ว่า ยังคงน่าเป็นห่วง วันนี้ พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ เพิ่มขึ้นอีก จำนวน 442 ราย และมีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 3 ราย ที่ อ.ลำปลายมาศ 1 ราย และ อ.พุทไธสง 2 ราย แยกเป็น ผู้ป่วยติดเชื้อพบในพื้นที่จังหวัด 34 ราย ติดเชื้อมาจากนอกพื้นที่ 408 ราย แยกเป็น ติดเชื้อมาจากจังหวัดเสี่ยง 156 ราย และติดเชื้อมาจากจังหวัดเสี่ยง(พบก่อนเข้าสถานกักกันตัว) LQ 252 ราย รวมยอดผู้ป่วยสะสม 11,304 ราย เสียชีวิตสะสม 20 ราย หายป่วยสะสม 6,561 ราย ยังรักษาอยู่ 4,723 ราย กระจายตามโรงพยาบาลต่างๆ ในพื้นที่จังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ ทั้ง 442 ราย กระจายใน 23 อำเภอ ซึ่งเป็นการพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ครอบคลุมทุกอำเภอทั้งจังหวัดเป็นครั้งแรก ตั้งแต่มีการระบาดมา ของ จ.บุรีรัมย์ แยกเป็น ผู้ติดเชื้อพบในพื้นที่อำเภอลำปลายมาศ 50 ราย (ในพื้นที่ 5 ราย), อ.กระสัง 70 ราย (ในพื้นที่ 11 ราย), อ.หนองกี่ 22 ราย (ในพื้นที่ 5 ราย), อ.ปะคำ 15 ราย (ในพื้นที่ 7 ราย), อ.โนนสุวรรณ 9 (ในพื้นที่ 1 ราย), อ.บ้านด่าน 12 ราย (ในพื้นที่ 1 ราย), อ.แคนดง 14 ราย (ในพื้นที่ 4 ราย), อ.เมือง 27 ราย, อ.นางรอง 21 ราย, อ.ประโคนชัย 55 ราย, อ.พุทไธสง 14 ราย, อ.สตึก 14 ราย, อ.ละหานทราย 9 ราย, อ.บ้านใหม่ไชยพจน์ 11 ราย, อ.บ้านกรวด 13 ราย, อ.คูเมือง 10 ราย, อ.นาโพธิ์ 2 ราย, อ.ชำนิ 11 ราย, อ.โนนดินแดง 5 ราย, อ.หนองหงส์ 7 ราย, อ.พลับพลาชัย 8 ราย, อ.ห้วยราช 29 ราย และ อ.เฉลิมพระเกียรติ 14 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยอำเภอที่พบผู้ป่วยมากที่สุด คือ อ.กระสัง 1,100 ราย รองลงมา อ.เมือง 993 ราย, อ.สตึก 991 ราย, อ.ประโคนชัย 886 ราย, อ.ลำปลายมาศ 704 ราย, อ.บ้านกรวด 595 ราย และ อ.คูเมือง 541 ราย ตามลำดับ ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคสะสม ทั้งหมด 2,588 ราย แยกเป็นรายใหม่ 23 ราย และรายเก่า 2,565 ราย ส่วนการเฝ้าระวังผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่สีแดงเข้ม/แดง/ส้ม สะสม 31,612 ราย แยกกักตัวที่บ้าน 24,237 ราย และกักตัวในท้องถิ่น 7,375 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113927</URL_LINK>
                <HASHTAG>กักตัว, บุรีรัมย์ติดโควิด, สสจ.บุรีรัมย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210820/image_big_611f14901fd6f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112778</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2021 09:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2021 09:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สสจ.บุรีรัมย์&#039; แจงข่าวปลอมได้วัคซีนไฟเซอร์มากสุดเป็นอันดับ 3 ของประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10&amp;nbsp;ส.ค.64 -&amp;nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ ได้โพสต์ข้อความ ผ่านเฟซบุ๊ก &amp;quot;สสจ.บุรีรัมย์&amp;quot; ชี้แจง กรณีข่าวปลอมเรื่องจำนวนวัคซีนไฟเซอร์ ที่จัดสรรให้จังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;โดยมีเนื้อหา ระบุว่า จากที่มีกระแสข่าวทางโซเชียลว่า จังหวัดบุรีรัมย์ได้รับจัดสรรวัคซีน ไฟเซอร์ (Pfizer)&amp;nbsp;มาก่อนที่กระทรวงสาธารณสุขจัดสรรให้ และได้รับสรรจำนวนวัคซีนเป็นลำดับที่ 3 ของประเทศ นั้น สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ ขอชี้แจงว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์และสาธารณสุขที่ให้บริการด่านหน้า ได้มีการยื่นความจำนงค์ตามสิทธิการฉีดเข็ม 3 ถึง 10,093 คน และขอรับวัคซีนไฟเซอร์ (Pfizer)&amp;nbsp;รายใหม่ เข็ม 1 และ 2 จำนวน 240 คน (480 โดส) รวมทั้งหมด 10,573 โดส โดยได้รับการจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์ (Pfizer)&amp;nbsp;เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ที่ผ่านมา พร้อมกันทั่วประเทศ จำนวน 7,200 โดส ซึ่งแบ่งเป็น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเภทที่ 1 (บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้า) จำนวน 6,960 โดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเภทที่ 2 (บุคลากรที่ไม่เคยฉีดวัคซีนใดๆมาก่อน) จำนวน 240 โดส ซึ่งเป็นการจัดสรรวัคซีนเบื้องต้น ตามเกณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุข และต้องได้รับจัดสรรวัคซีน&amp;nbsp;ส่วนที่เหลือเพิ่มอีก 3,373 โดส (โดยประมาณ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.จำนวนวัคซีนที่จังหวัดบุรีรัมย์ได้รับจัดสรร ไม่ได้อยู่ในลำดับ 3 ของประเทศ ตามข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ข้อเท็จจริงคือจังหวัดบุรีรัมย์ได้รับการจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์ (Pfizer)&amp;nbsp;อยู่ลำดับที่ 10 ของประเทศ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(หมายเหตุ ตามหนังสือที่ สธ. 0410.3/ว516 ลงวันที่ 4 สิงหาคม 2564)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112778</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวปลอม, วัคซีนไฟเซอร์, สสจ.บุรีรัมย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210810/image_big_6111de18d8b04.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110810</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2021 10:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2021 10:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุรีรัมย์ติดเชื้อเพิ่ม 138 ราย มาจากนอกพื้นที่ 130 ราย เตียงรพ.เต็มแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23ก.ค.64-ศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ รายงาน สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ ของ จ.บุรีรัมย์ ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.2564 ถึง วันที่ 22 ก.ค.2564 ว่า ยังคงน่าเป็นห่วง โดยล่าสุด วันนี้ พบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ เพิ่มขึ้นอีกจำนวน 138 ราย กระจายใน 14 อำเภอ แยกเป็น ผู้ติดเชื้อพบในจังหวัด 8 ราย ติดเชื้อมาจากนอกพื้นที่ 130 ราย รวมยอดผู้ป่วยสะสม 2,075 ราย เสียชีวิตสะสม 5 ราย รักษาหายกลับบ้านแล้ว 335 ราย และอยู่ระหว่างรักษา 1,735 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ ทั้ง 138 ราย กระจายใน 14 อำเภอ พบในพื้นที่อำเภอละหานทราย 3 ราย (ในพื้นที่ 2 ราย), อ.เฉลิมพระเกียรติ 9 ราย (ในพื้นที่ 2 ราย), อ.ประโคนชัย 13 ราย (ในพื้นที่ 4 ราย), อ.สตึก 25 ราย, อ.กระสัง 10 ราย, อ.บ้านกรวด 12 ราย, อ.คูเมือง 11 ราย, อ.หนองหงส์ 5 ราย, อ.นาโพธิ์ 6 ราย, อ.พลับพลาชัย 17 ราย, อ.ห้วยราช 10 ราย, อ.โนนสุวรรณ 3 ราย, อ.บ้านด่าน 9 ราย และ อ.แคนดง 5 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยอำเภอที่พบผู้ป่วยมากที่สุด คือ อ.เมือง 276 ราย รองลงมา อ.กระสัง 196 ราย, อ.สตึก 191 ราย, อ.ประโคนชัย 184 ราย, อ.คูเมือง 129 ราย และ อ.บ้านกรวด 120 ราย ตามลำดับ&amp;nbsp; ส่วนผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคสะสม ทั้งหมด 1,396 ราย แยกเป็นรายใหม่ 41 ราย และรายเก่า 1,355 ราย ส่วนการเฝ้าระวังผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่สีแดงเข้ม/แดง/ส้ม สะสม 27,824 ราย แยกกักตัวที่บ้าน 22,883 ราย และกักตัวในท้องถิ่น 4,941 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ &amp;ldquo;โครงการอุ้มลูกหลานเซราะกราวกลับบ้าน&amp;rdquo; มารักษาที่บ้านเกิด จ.บุรีรัมย์ ซึ่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับ สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน จัดขึ้นมา โดยจะรับ &amp;ldquo;เฉพาะคนบุรีรัมย์&amp;rdquo; ที่ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ไม่มีที่รักษา จะมีรถไปรับมารักษาที่ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งทำการเปิดคอลเซ็นเตอร์รับเรื่องตลอด 24 ชั่วโมง ที่เบอร์ 02-576-5555 ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 12 ก.ค. 2564 เป็นต้นมานั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด ขณะนี้ มีคนบุรีรัมย์ที่ทำงานต่างจังหวัดติดเชื้อโควิดไม่มีที่รักษา ติดต่อขอรับบริการกลับบ้านแล้ว 309 คน ในจำนวนนี้ได้รับกลับบ้านแล้ว 183 ราย กระจายไปรักษาตาม รพ.ต่างๆ ในพื้นที่จังหวัด ที่เหลืออยู่ระหว่างเดินทาง และส่งรถไปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน เตียงโรงพยาบาลทุกแห่ง มีเตียงทั้งหมด 1,147 เตียง มีการรับผู้ป่วยเข้ารับการรักษา ครองเตียง 1,147 เตียง ไม่มีเตียงว่าง แยกเป็นผู้ป่วยสีแดง 154 เตียง ผู้ป่วยสีเหลือง 428 เตียง และผู้ป่วยสีเขียว 565 เตียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110810</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่, บุรีรัมย์ติดโควิด, สสจ.บุรีรัมย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210723/image_big_60fa3c15b13b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99093</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไล่บี้สอบจริยธรรม ACTกระตุกปปช.สางปมนักการเมือง-ขรก.พันโควิดทองหล่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สสจ.บุรีรัมย์เปิดไทม์ไลน์-โชว์แผนผัง &amp;quot;ศักดิ์สยาม&amp;quot;&amp;nbsp; น่าจะรับเชื้อจากคณะทำงานเที่ยวกับเพื่อน 6 คนที่ทองหล่อ คนละกลุ่มกับทีมตำรวจติดตามและคนขับรถ รมต.ยันสอบสวนโรคตามขั้นตอนไม่มีสิทธิพิเศษ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ ชี้วิกฤติจริยธรรมนักการเมือง จี้ ป.ป.ช.ผู้ตรวจการแผ่นดินสอบต้นเหตุโควิดระบาด แนะเอาผิดเจ้าของผับ-ผู้บริหาร กทม. ตำรวจ และ จนท.สธ.ที่ละเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันเสาร์ที่ 10 เมษายน นพ.พิเชษฐ พืดขุนทด สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) บุรีรัมย์ แถลงอาการป่วยของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ว่านายศักดิ์สยามเข้ารับการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 6 เม.ย.2564 เวลาประมาณ 16.30 น. โดยแจ้งว่าเดินทางมาจากกรุงเทพฯ เมื่อถึงท่าอากาศยานบุรีรัมย์ ได้รับแจ้งจากคณะทำงานคนหนึ่งซึ่งเป็นผู้ป่วยยืนยัน และเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันที่ 6 เม.ย. ซึ่งในเวลาที่ได้รับแจ้งนั้น ในทางการแพทย์ต้องจัดให้นายศักดิ์สยามเป็น &amp;ldquo;ผู้ที่มีความเสี่ยงสูง&amp;rdquo; เนื่องจากผู้ป่วยยืนยันทำงานใกล้ชิดและเป็นผู้ติดตามนายศักดิ์สยามไปเกือบทุกๆ ที่ที่ไปปฏิบัติราชการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผลการตรวจไม่พบเชื้อ แพทย์ให้คำแนะนำต้องกักตัว 14 วัน และงดภารกิจทันที ท่านจึงไม่เข้าร่วมพิธีบวงสรวงพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รวมถึงท่านอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข พร้อมคณะ ซึ่งเดินทางมากับท่านศักดิ์สยามงดเข้าร่วมพิธีทั้งหมด เพื่อไม่ให้มีความเสี่ยงแก่ผู้ร่วมพิธี&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา เวลาประมาณ 22.30 น. ของวันที่ 6 เม.ย. นายศักดิ์สยามได้เข้ามารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ ด้วยอาการท้องเสียและมีไข้ 38 องศา จึงได้ตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อีกครั้ง และผลจากห้องปฏิบัติการ รายงานเมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. ของวันที่ 7 เม.ย. พบว่าติดเชื้อ จึงให้การรักษา และดำเนินการตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข เช่นเดียวกับผู้ป่วยโควิด-19 ทุกราย คือให้รักษาตัวในห้องความดันลบ และทำการสอบสวนโรคตามระบบทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.พิเชษฐกล่าวว่า การสอบสวนโรค และติดตามข้อมูลเพื่อจัดทำไทม์ไลน์ เป็นไปตามขั้นตอน นายศักดิ์สยามไม่มีสิทธิพิเศษใดๆ มากกว่าผู้ป่วยอื่นๆ ได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน และเมื่อค่ำวันที่ 9 เม.ย. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ได้จัดทำไทม์ไลน์ของนายศักดิ์สยาม ตั้งแต่วันที่ 23 มี.ค. ถึงวันที่ 7 เม.ย. ที่นายศักดิ์สยามเป็นผู้ป่วยยืนยันโควิด-19 รวมทั้งข้อมูลอื่นๆ ตามมาตรการควบคุมโรค นำส่งให้แก่กรมควบคุมโรค และแจ้งในเฟซบุ๊กของ สสจ. เพื่อให้ผู้ที่เข้าร่วมประชุม ปฏิบัติราชการร่วมกับนายศักดิ์สยาม และผู้ที่อาจจะพบปะพูดคุยกับนายศักดิ์สยามในสถานที่ต่างๆ ที่นายศักดิ์สยามได้แจ้งไว้ ซึ่งจัดเป็นผู้มีความเสี่ยง ได้ไปตรวจในโรงพยาบาลและสถานพยาบาลต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;จากการสอบสวนโรคและการประเมินเบื้องต้น มีความเป็นไปได้สูงมากว่านายศักดิ์สยามได้รับเชื้อจากคณะทำงานและผู้ติดตามที่ปฏิบัติหน้าที่ร่วมกันอย่างใกล้ชิด เนื่องจากตรวจพบว่ามีตำรวจติดตามจำนวน 5 ท่าน และพนักงานขับรถ 1 ท่าน เป็นผู้ติดเชื้อ เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลแล้ว เมื่อรวมกับคณะทำงานที่พบการติดเชื้อเป็นคนแรกแล้ว พบว่ามีผู้ติดเชื้อจำนวน 8 ท่าน และขณะนี้กำลังรอผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการอีกหลายท่าน&amp;rdquo; นพ.พิเชษฐกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สสจ.บุรีรมย์กล่าวว่า สำหรับอาการของนายศักดิ์สยาม ขณะนี้ ไม่มีไข้ เนื่องจากมีสุขภาพแข็งแรง เพียงแต่มีอาการปวดกระดูกสันหลังและต้นคอ ซึ่งได้ทำการรักษากับแพทย์โรงพยาบาลพระราม 9 เป็นประจำอยู่แล้ว คาดว่าจะรักษาในโรงพยาบาลบุรีรัมย์ อีกประมาณ 10 วัน ก็จะหมดเชื้อ กลับไปพักผ่อนและปฏิบัติราชการได้
ทั้งนี้ เว็บเพจเฟซบุ๊กของ สสจ.บุรีรัมย์ เปิดเผยข้อมูลผู้ป่วยโควิดระลอกใหม่ล่าสุด วันที่ 9 เม.ย. พบว่ามีผู้ป่วยใหม่รายวัน 10 ราย ยอดผู้ป่วยสะสม 15 ราย อยู่ในระหว่างการรักษาทั้ง 15 รายนอกจากนี้ ในส่วนของผังแสดงการเชื่อมโยงของการติดเชื้อ ยังพบว่ามีผู้ที่เสี่ยงได้รับการแพร่เชื้อโควิดจากนายรวิชญ์ อายุ 35 ปี ซึ่งเป็นธุรการคมนาคมที่เป็นผู้ใกล้ชิดกับนายศักดิ์สยาม และเป็นผู้ไปสัมผัสคลัสเตอร์ทองหล่อระหว่างวันที่ 30 มี.ค. ถึง 1 เม.ย. มีจำนวนถึง 7 คน รวมถึงศักดิ์สยาม นอกนั้นเป็นนายตำรวจติดตาม 5 นาย และเป็นพนักงานขับรถ 1 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.พิเชษฐชี้แจงเพิ่มเติมว่า กรณีแผนผังการติดเชื้ออาจจะสื่อสารจนทำให้เข้าใจผิดว่านายรวิชญ์ไปสถานบริการร่วมกับตำรวจติดตามและคนขับรถที่เป็นผู้ป่วยติดเชื้อยืนยัน 6 คน ข้อเท็จจริงคือนายรวิชญ์ไปเที่ยวสถานบริการย่านทองหล่อกับเพื่อนคนอื่น 6 คนในกลุ่มนี้มี 2 คนที่เป็นผู้ป่วยติดเชื้อยืนยัน คือนายรวิชญ์และนายเอ้ ส่วนอีก 4 คนยังไม่พบการติดเชื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ต้องแยกเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่ไปสถานบันเทิงร่วมกับนายรวิชญ์กับกลุ่มที่ติดทีหลัง โดยนายรวิชญ์ได้มาทำงานตามปกติ พบกับทีมงานอย่างใกล้ชิด ทั้งนายนิวัติตำรวจติดตามและคนขับรถ รวม 6 คน ซึ่งร่วมพบปะพูดคุยกันเหมือนปกติ รวมถึงเข้าปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิดกับ รมว.คมนาคม หยิบจับเสนอเอกสาร วัสดุ อุปกรณ์ ภาชนะต่างๆ เพราะนายรวิชญ์ไม่ทราบว่าตนเองติดเชื้อมาจนกระทั่งแอดมิตเข้าโรงพยาบาลเป็นผู้ป่วยยืนยันวันที่ 5 เม.ย.จนทำให้เกิดการติดต่อกัน&amp;rdquo; นพ.พิเชษฐกล่าว
ดร.มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง วิกฤติจริยธรรมนักการเมืองที่ผับทองหล่อ ระบุว่า ต้นเหตุการระบาดใหญ่ที่สร้างความเดือดร้อนเสียหายแก่ประชาชนทั่วไป เคยเกิดมาแล้วจากสนามมวยของกองทัพ บ่อนการพนัน แรงงานผิดกฎหมาย และล่าสุดที่ผับย่านทองหล่อ ทุกกรณีล้วนเกี่ยวข้องกับการทำผิดกฎหมายและมีพฤติกรรมคอร์รัปชันอยู่เบื้องหลังทั้งสิ้น กรณีผับทองหล่อล่าสุดนี้ได้สร้างความไม่พอให้ประชาชนอย่างมาก เนื่องจากข่าวอันอื้ออึงเซ็งแซ่ว่ามีรัฐมนตรีและนักธุรกิจคณะใหญ่โคจรร่วมกันไปติดโควิดในสถานที่นั้น โดยทุกคนล้วนละเลยไม่ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรคของรัฐ กลายเป็นว่าการระบาดใหญ่รอบนี้คนที่เป็นรัฐมนตรีนำทีมไปทำเรื่องไม่เหมาะสมเสียเอง เหตุการณ์นี้จึงสะท้อนปัญหา &amp;lsquo;จริยธรรม&amp;rsquo; ของนักการเมืองที่เรื้อรัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้สังคมบอบช้ำซ้ำซาก สิ่งที่รัฐบาลควรทำโดยด่วนคือ 1.ใช้กฎหมายเอาผิดเจ้าของผับ ผู้บริหารของ กทม. ตำรวจและเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขที่ละเลยในการตรวจตรา บังคับใช้กฎหมาย 2.ต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อเรียกสามัญสำนึกด้านจริยธรรมของนักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ร่วมกันฝ่าฝืนมาตรการควบคุมโรค คือ ป.ป.ช., ผู้ตรวจการแผ่นดิน และคณะกรรมการมาตรฐานทางจริยธรรม ควรทำหน้าที่วินิจฉัยว่าพฤติกรรมของพวกเขาเป็นความผิดหรือไม่ 3.ออกมาตรการควบคุมที่ชัดเจนและเข้มงวดสำหรับสถานประกอบการแต่ละประเภททั่วประเทศได้ 4.รัฐบาลควรจัดให้มีช่องทางสายด่วนให้ประชาชนร้องเรียนเมื่อพบเห็นผู้ฝ่าฝืนมาตรการโควิดนี้ 5.ทุกมาตรการที่รัฐแนะให้ประชาชนปฏิบัติ เจ้าหน้าที่ของรัฐทุกคนต้องปฏิบัติเท่าเทียมกันไม่มีข้อยกเว้น เช่น การโหลดแอปพลิเคชันหมอชนะ การเปิดเผยไทม์ไลน์ต่อเจ้าหน้าที่และสาธารณชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า อยากจะฝากไปยังพรรคการเมืองทุกพรรคว่า ไม่ควรนำปัญหาโควิด-19 มาเป็นประเด็นทางการเมือง หรือไม่ควรนำมาโจมตีรัฐบาลเพื่อหวังผลทางการเมือง ทุกฝ่ายควรร่วมแรงร่วมใจกันช่วยเหลือพี่น้องประชาชนฝ่าวิกฤติไปด้วยกัน รัฐบาลทุ่มเททุกสรรพกำลัง บุคลากรทางการแพทย์ก็ทำงานกันอย่างเต็มที่ ขอเป็นกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่
น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. ไม่นิ่งนอนใจต่อสถานกาณ์การแพร่ระบาดที่มีผู้ติดเชื้อจากคลัสเตอร์ทองหล่อเพิ่มสูงขึ้น จึงได้มอบนโยบายเร่งด่วนให้ภาครัฐอำนวยความสะดวกให้กับภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดหาและนำเข้าวัคซีนทางเลือกอีก 10 ล้านโดส เพื่อให้ครอบคลุมประชาชน 45 ล้านคน สิ่งที่น่าเป็นห่วงตอนนี้คือการกระจายของเชื้อโรคการเมือง ที่แพร่กระจายข้อมูลบิดเบือนเป็นเท็จให้สังคมบิดเบี้ยวสับสนตื่นตระหนก เป็นการไม่ช่วยประชาชนแล้ว ยังสร้างความเกลียดชังให้เกิดขึ้น หากฝ่ายค้านหรือผู้ไม่หวังดีต่อชาติ ได้มีลักษณะดังกล่าว ก็ขอให้หยุดพฤติกรรมนั้นเสีย
นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวว่า กรณีที่รัฐบาลอ้างว่าไม่ได้ปิดกั้นการขึ้นทะเบียน และการนำเข้าวัคซีนทางเลือกอื่น ในเมื่อรัฐบาลไม่มีนโยบายในการสั่งซื้อวัคซีนยี่ห้ออื่น ไม่มีนโยบายในการรับรองให้เอกชนไปจัดซื้อวัคซีนยี่ห้ออื่น แล้วผู้ผลิตวัคซีนยี่ห้ออื่นจะมีแรงจูงใจอะไรในการมาขึ้นทะเบียน อย. รัฐบาลก็ควรมีกระบวนการในการรับรองให้กับเอกชนไปดำเนินการจัดซื้อวัคซีน หรือไม่ก็ไปจัดซื้อวัคซีนยี่ห้ออื่นมาจำหน่ายต่อให้กับเอกชน ไม่ใช่ใส่เกียร์ว่าง นายกฯ ได้มอบหมายให้มีการตั้งคณะทำงานในการจัดหาวัคซีนทางเลือก 10 ล้าน ก็เท่ากับว่ารัฐบาลได้ยอมรับความบกพร่องของตนเองไปแล้วโดยปริยาย มีการกล่าวอ้างกันว่าประเทศไทยไม่ได้ร่ำรวยที่จะจองวัคซีน แล้วเราร่ำรวยพอที่จะยอมให้เกิดความเสียหายจากการฉีดวัคซีนล่าช้า ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 2.5 แสนล้านบาทต่อเดือน ในการควบคุมการระบาดระลอกที่ 3 ที่เกิดขึ้นจากคลัสเตอร์ทองหล่อ 2 เดือน ก็มีมูลค่าเทียบเท่า 5 แสนล้านบาท เลิกอ้างได้แล้ว รัฐบาลควรกระจายความเสี่ยง และเร่งจัดหาวัคซีนยี่ห้ออื่นๆ มาได้แล้ว
&amp;ldquo;อยากจะบอกกับทั้ง พล.อ.ประยุทธ์และคุณอนุทินก็คือ ชีวิต และปากท้องของประชาชน 67 ล้านคนนั้นสำคัญกว่าหน้าตาของพวกคุณมาก ดังนั้นอย่าห่วงหน้าตาตัวเองให้มากนักเลย เอาเวลาที่จะเถียง มารับฟัง ยอมรับในความบกพร่อง แล้วเร่งแก้ไขจะดีกว่า&amp;rdquo; นายวิโรจน์กล่าว
ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เสนอผลสำรวจภาคสนามเรื่อง โควิดแบบนี้ ผู้นำต้องแบบไหน กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ 1,475 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 5-9 มี.ค.2564 ที่ผ่านมา พบว่า ผู้นำประเทศที่ประชาชนต้องการในวิกฤติโควิดแบบนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 90.5 ระบุแก้ปัญหาปากท้องและความยากจนได้, ร้อยละ 90.0 ระบุเสียสละ อดทน ยอมแบกภาระไว้กับตนเอง, ร้อยละ 89.9 ระบุคุมม็อบอยู่ ไม่สูญเสีย, ร้อยละ 89.8 ระบุใจซื่อ มือสะอาด ซื่อสัตย์ สุจริต,&amp;nbsp; ร้อยละ 89.5 ระบุจงรักภักดี ปกป้องสถาบัน และร้อยละ 89.2 ระบุ ฟังเสียงประชาชน ร้อยละ 89.2 เช่นกันระบุรู้จักใช้คนเก่ง, ร้อยละ 89.0 ระบุเด็ดขาด กล้าได้กล้าเสีย ในขณะที่ร้อยละ 88.5 ระบุไม่กอบโกยผลประโยชน์ให้ครอบครัว เครือญาติ และพวกพ้อง และร้อยละ 87.1 ระบุปฏิรูปการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐและราชการ รวดเร็วฉับไว ไม่เกียร์ว่าง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99093</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, นักการเมือง, สสจ.บุรีรัมย์, สอบจริยธรรม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เปิดไทม์ไลน์, โควิด 19, โควิด-19, โควิดทองหล่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210410/image_big_60716d8840b68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
