<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96843</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2021 09:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2021 09:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เทพไท&#039;ชงครม.เจ้าภาพแก้รธน. รับผิดชอบนโยบายเร่งด่วนรัฐบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มี.ค. 64 - นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความเคลื่อนไหวของการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า หลังจากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญถูกคว่ำไปในวาระ 3 แล้ว กลับมีหลายพรรคการเมืองเปลี่ยนแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญจากการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ยกร่างใหม่ทั้งฉบับ มาเป็นการแก้ไขรายมาตรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนตัวเห็นว่าการตั้ง สสร.ขึ้นมาแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ก็ถูกคัดค้านจากพรรคพลังประชารัฐ และสมาชิกวุฒิสภา ที่ผนึกกำลังกันสกัดการแก้ไขรัฐธรรมนูญจนตกไป จนมาถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา แต่มีความเห็นต่างในพรรคร่วมรัฐบาลเช่นกัน โดยพรรคประชาธิปัตย์ต้องการที่จะแก้ไขมาตรา 256 เพื่อที่จะปลดล็อกวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในขณะที่พรรคพลังประชารัฐไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขมาตรา 256 หรือในส่วนพรรคฝ่ายค้านก็เห็นควรแก้ไขใน 2 ประเด็นก่อน คือตัดอำนาจ ส.ว.โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี กับแก้ไขระบบการเลือกตั้งเป็นใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่มีความขัดแย้งกันในหลายประเด็น จึงเป็นเรื่องยากที่จะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีความสำเร็จได้ ถ้าหากปล่อยให้เป็นเรื่องของพรรคการเมืองแต่ละพรรคคิดกันไปเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อยากจะเสนอเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นเรื่องที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรี เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล จึงควรให้รัฐบาลเป็นเจ้าภาพเสียเอง เป็นผู้เสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อที่ประชุมรัฐสภา จะได้เป็นความรับผิดชอบทางการเมือง เพราะเป็นกฎหมายสำคัญของรัฐบาล เพื่อให้รัฐบาลแสดงความรับผิดชอบในนโยบายที่ได้แถลงต่อรัฐสภา ถ้าจะให้พรรคการเมืองร่วมรัฐบาล เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญกันเองอีก เมื่อร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญถูกคว่ำในที่ประชุมรัฐสภา ก็ไม่เห็นมีพรรคการเมืองใดแสดงความรับผิดชอบต่อร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่พรรคการเมืองเป็นผู้เสนอเลย ทั้งๆ ที่เป็นเจ้าของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่กลับลงมติคว่ำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่พรรคตัวเองเสนอไป เปรียบเสมือนการเขียนด้วยมือลบด้วยเท้า เป็นความอัปยศอีกครั้งในประวัติศาสตร์การเมืองไทย&amp;quot; นายเทพไท ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96843</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม., สสร., เทพไท เสนพงศ์, แก้รธน.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210322/image_big_605800d5ad68e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95144</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิษณุสั่งลุยวาระ3แก้รธน. เตือนล้มกระดานเสี่ยงสูง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;วิษณุ&amp;rdquo; ชี้มัวรอฟังคำวินิจฉัยศาล รธน.ไม่ได้ ต้องเปิดประชุมสมัยวิสามัญเข็นกฎหมายประชามติก่อน &amp;ldquo;คำนูณ&amp;quot; จับตาคำชี้ขาดศาล รธน.มีผลกระเทือนสูง &amp;quot;วันชัย&amp;quot; เตือนหากคว่ำในรัฐสภาพรรคร่วมถอนตัว &amp;quot;สมชาย&amp;quot; โวยอย่าบิดเบือน ส.ว.วางแผนล้มวาระ 3 เพื่อโหมโรงสร้างกระแสปลุกม็อบ &amp;quot;จาตุรนต์&amp;quot; หวั่นล้มแก้รธน.เกิดวิกฤติการเมืองหนักขึ้น วอน &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; อย่ายึดติดอำนาจ สื่อสาร พปชร.ร่วมมือผ่านวาระ 3 &amp;quot;จตุพร&amp;quot; ฟันธงคว่ำแน่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันศุกร์ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีรัฐสภามีหนังสือถึงรัฐบาล เพื่อขอให้ออกพระราชกฤษฎีกาเปิดและปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญว่า ภายใน 1-2 วันนี้รัฐสภาและรัฐบาลจะต้องมีการหารือกันเพื่อให้ได้ข้อสรุปก่อนวันที่ 11 มี.ค. ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยออกมา เพื่อประสานกับทางสภาว่าจะยืนยันที่จะขอเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญระหว่างวันที่ 17-18 มี.ค.อยู่หรือไม่ แต่ถึงอย่างไรเชื่อว่าวันเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญจะเป็นวันที่ 17-18 มี.ค. แต่วันปิดประชุมจะต้องชัดเจนว่าเป็นวันที่ 18 หรือ 19 มี.ค. เพราะหากรอวันที่ 11 มี.ค. เพื่อให้ศาลมีคำวินิจฉัยออกมาก่อนคงไม่ทัน จึงต้องประสานให้ชัดเจนก่อนว่าสภาจะเอาอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีมีสมาชิกวุฒิสภา ( ส.ว.) แสดงท่าทีว่าจะคว่ำการแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระ 3 อย่างนี้ถือว่าผิดหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า เห็นมีพูดเป็นบางคน แต่คนก็มีตั้ง 250 คน ยังต้องดูกันต่อไป การแสดงท่าทีเช่นนี้ไม่ได้ถือว่าเป็นความผิดแต่อย่างใด สื่อไปถามท่านก็ต้องพูด ส่วนหากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญถูกคว่ำจะมีผลต่อรัฐบาลอย่างไร ไม่ทราบ เพราะยังไม่เห็นว่าจะกระทบอะไรโดยตรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากจะต้องกลับมาแก้ไขกันเป็นรายมาตราจะต้องเริ่มอย่างไร นายวิษณุกล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ยาก แค่ไปตกลงกันให้ได้ว่าจะแก้มาตราไหนเท่านั้น แล้วให้ฝ่ายกฎหมายคือสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาช่วยยกร่างให้ แต่จะเป็นรายมาตรา ก็ไม่ควรที่เป็นมาตราที่จะนำไปสู่การลงประชามติ เพื่อที่จะได้เร็ว ทั้งนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับอายุรัฐบาล แต่ข้อสำคัญถ้าจะต้องทำประชามติ เราก็ต้องเข็นกฎหมายประชามติออกมาให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว. ให้สัมภาษณ์กรณีศาลรัฐธรรมนูญขอความเห็นไปยัง 4 นักกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับทำรัฐธรรมนูญ ได้แก่ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.), นายอุดม รัฐอมฤต อดีต กรธ., นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ อดีตที่ปรึกษา กรธ. และนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กมธ.) นั้น เชื่อว่านายมีชัยจะมีความเห็นคล้อยตามไปกับความเห็นของนายอุดม ที่เคยให้ความเห็นต่อสาธารณะว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับทำไม่ได้ ส่วนนายสมคิด เคยให้ความเห็นว่าทำได้ ขณะที่นายบวรศักดิ์นั้นไม่ขอก้าวล่วง ทั้งนี้ส่วนตัวมองว่าความเห็นของ 4 คนนั้นไม่มีผลต่อคำวินิจฉัย เพราะศาลรัฐธรรมนูญมีความเห็นและทิศทางของตนเอง ส่วนการขอความเห็นเพื่อประกอบความเห็นเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันที่ 11 มีนาคม ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินเรื่องอำนาจการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญจะทำได้หรือไม่ หากทำไม่ได้จะมีผลใหญ่ แต่ไม่หนักมาก เพราะทุกฝ่ายที่เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ต้องอยู่ภายใต้บังคับของศาลรัฐธรรมนูญ พรรคร่วมรัฐบาลตอบคำถามได้ เพราะอยู่นอกเหนือจากการกำหนด หากศาลวินิจฉัยว่าทำไม่ได้ ต้องเดินหน้าทางอื่น คือแก้รายมาตรา อย่างไรก็ตามหากเดินหน้าไปถึงการลงมติวาระสาม ผลกระเทือนจะสูงกว่า&amp;rdquo; นายคำนูณกล่าว
นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. ให้สัมภาษณ์กรณีที่ ส.ว. อาทิ นายสมชาย แสวงการ, นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์, นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ จะลงมติไม่เห็นชอบร่าง รธน.วาระ3 ว่าเป็นของปลอม เพราะตนกล้าพูดได้ว่าการตัดสินใจของจริงจะเกิดขึ้นไม่เกิน 1 วัน ก่อนโหวต หรือ 1 ชั่วโมง อย่าตัดสินว่า ส.ว.จะลงมติคว่ำร่างรัฐธรรมนูญในขณะนี้ เพราะเป็นเพียงบทบาทต่อสาธารณะเท่านั้น หากจำได้ เมื่อการลงมติวาระแรกที่มีข่าวว่า ส.ว.จะไม่รับหลักการ แต่สุดท้ายพบว่าได้รับหลักการวาระแรก ส่วนตนนั้นมีจุดยืนชัดเจนต่อการเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญวาระ 3
ล้มในรัฐสภาพรรคร่วมถอนตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การล้มในรัฐสภาเชื่อว่าจะมีผลกระทบต่อรัฐบาล เพราะพรรคร่วมรัฐบาล ทั้งพรรคประชาธิปัตย์ ที่ไม่พอใจ และอาจถอนตัวหากสมาชิกร่วมรัฐบาลถอนตัว 50 คน เชื่อว่ารัฐบาลจะมีปัญหา เพราะหากจะดึงพรรคอื่นมาร่วม เช่น พรรคเพื่อไทยอาจเป็นไปได้ยาก ยังเชื่อว่าหากเดินมาถึงจุดดังกล่าวรัฐบาลจะประกาศยุบสภา อย่างไรก็ดี เชื่อว่าหากรัฐสภาผ่านร่างรัฐธรรมนูญจะปลดล็อกเงื่อนไขขัดแย้งในสภา และลดกระแสกดดันจากสังคม&amp;rdquo; นายวันชัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมชาย แสวงการ ส.ว. โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า การเมืองอย่าบิดเบือน โหมโรงสร้างกระแสปลุกม็อบยื่นส่งศาลประเด็นเดียวเพื่อชัดเจนว่าสภาไม่มีอำนาจร่าง รธน.ฉบับใหม่ไม่เคยขัดขวางแก้ไขรายมาตรา แก้ได้ทุกมาตรา แต่ต้องเปิดตรงว่าจะแก้มาตราใด อะไรอย่างไร อย่าบิดเบือนเฉไฉว่า ส.ว.วางแผนล้มวาระ 3 ควรน้อมรอรับคำวิจนิจฉัยศาล รธน. 11 มีนา.ดีกว่าไหม ญัตติมีแค่นี้อ่านพิจารณาดูครับ อย่าเอาแต่มโน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมชายระบุว่า ตนและเพื่อน ส.ว. ร่วมกับ ส.ส.ไพบูลย์ และเพื่อน ส.ส. ยื่นญัตติต่อรัฐสภา และได้รับความเห็นชอบเสียงข้างมากให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยเพียงประเด็นเดียวคือรัฐสภาไม่มีอำนาจจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่มีอำนาจเพียงแก้ไขเพิ่มเติมเป็นรายมาตราเท่านั้น ตนและเพื่อน ส.ว.พร้อมยอมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่มีผลความผูกพันทุกองค์กร ความเห็นในข้อกังวลเกี่ยวกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านวาระ 2 ในเรื่อง 38 มาตราที่เกี่ยวพันกับพระราชอำนาจที่มีอยู่ใน รธน.เดิมอาจถูกแก้ไขหรือตัดทอนนั้น ยังไม่อาจเหมารวมได้ว่า ส.ว.ทั้งหมดจะเห็นว่าจะโหวตคว่ำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญตามที่พยายามโหมปลุกม็อบในเวลานี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิยม ช่างพินิจ ส.ส.พิษณุโลก พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า กรณีการลงมติในญัตติการแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระที่ 3 ไม่ว่าผลการลงมติจะออกมาอย่างไร มีผลกับประชาชนโดยตรง ทั้งนี้ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ทำให้ประเทศล้มเหลว ทั้งระบบผู้ร่างรัฐธรรมนูญในขณะนั้น ต้องการเขียนเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับคณะเผด็จการที่ยึดอำนาจการปกครองในขณะนั้น เพื่อสืบทอดอำนาจในการยึดอำนาจต่อไป ในช่วงลงมติรับร่างรัฐธรรมนูญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประกาศชัดเจนในขณะนั้นว่าให้รับไปก่อนแล้วมาแก้ทีหลัง มาถึงวันนี้กลืนน้ำลายไม่คิดแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะตัวเองได้ประโยชน์จากรัฐธรรมนูญฉบับนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้าอย่างนั้นรัฐบาลกล้าหรือไม่ทำประชามติถามประชาชนเลยว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้ประชาชนตัดสินใจ ให้ทุกฝ่ายสามารถรณรงค์ได้อย่างเสรี เพื่อยุติปัญหาที่เกิดขึ้น หากประชาชนลงมติอย่างไร ทุกฝ่ายต้องยึดมติของประชาชน จะมาตีรวนไม่ได้ รัฐบาลจะมาอ้างว่าไม่มีงบประมาณไม่ได้ เพราะซื้ออาวุธให้กองทัพยังซื้อได้ ดังนั้นการทำประชามติก็ไม่น่าจะมีปัญหา&amp;rdquo; นายนิยมกล่าว
ล้มแก้ รธน.เกิดวิกฤติมากขึ้น
ที่โรงแรมรอยัลปริ๊นเซส หลานหลวง ภาคีรัฐธรรมนูญเพื่อประชาธิปไตย จัดเสวนา &amp;ldquo;ก้าวต่อไปของการจัดทำรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย&amp;rdquo; โดยนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ กล่าวถึงกรณีกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่ ายังพอมีความเป็นไปได้ แต่ต้องยอมรับว่ายากมาก ซึ่งต้องใช้ความพยายามในการสื่อสารกับสังคมและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง โดยเฉพาะผู้มีอำนาจ รวมถึง ส.ว.และ ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐ ทั้งนี้ กุญแจสำคัญคือ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ต้องเข้าใจว่าการแก้รัฐธรรมนูญหลายฝ่ายในสังคมเห็นตรงกัน เพราะรัฐธรรมนูญ 2560 มีปัญหา จำเป็นต้องแก้ไข ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในสังคมได้ด้วย แต่หากมีการล้มการแก้ไข รธน. จะทำให้ปัญหาไม่ได้รับการแก้ไข และจะเป็นวิกฤติทางการเมืองมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากมาคว่ำในวาระ 3 ก็จะทำให้ประชาชนหมดหวัง และไม่คาดหวังอะไรกับรัฐสภาอีก จะเป็นผลเสียต่อการแก้ปัญหาความขัดแย้งในสังคมอย่างร้ายแรง อาจจะมีการเคลื่อนไหวมากขึ้นจากหลายกลุ่ม ความไม่พอใจจากประชาชนก็จะมากขึ้น และอาจไปหาทางออกรูปแบบอื่นๆ จะเป็นการปิดโอกาสการแก้ปัญหาความขัดแย้งในสังคม ขอฝากถึง พล.อ.ประยุทธ์ ว่าอย่ายึดติดอำนาจ ขอให้ พล.อ.ประยุทธ์สื่อสารไปถึง ส.ส.พรรคพลังประชารัฐให้ร่วมมือผ่านวาระ 3 ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองมากที่สุด&amp;quot; นายจาตุรนต์กล่าว
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานสถาบันและกลุ่มสร้างไทย กล่าวว่า ขอวิงวอนไปยังรัฐบาล สมาชิกรัฐสภา เห็นแก่ประเทศ ให้อำนาจกับประชาชนเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งนั้นจะไม่ถูกยอมรับ เพราะถูกมองว่าเขียนเพื่อสืบทอดอำนาจ และสิ่งสำคัญคือขอวิงวอนไปยังศาลรัฐธรรมนูญด้วยว่าควรให้สิทธิและอำนาจการแก้ไขรัฐธรรมนูญกับประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ศาลรัฐธรรมนูญควรวินิจฉัยให้แล้วเสร็จก่อนที่รัฐสภาจะลงมติวาระสาม เพื่อให้เกิดการตัดสินอย่างเด็ดขาด และหากการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยประชาชนทำไม่ได้ จะได้ร่วมกันคว่ำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในประเด็นที่แก้ไขเงื่อนไขของการแก้ไข เพื่อไม่ให้เกิดการตีเช็คเปล่าให้อำนาจแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นของสมาชิกรัฐสภา ซึ่งส่วนใหญ่เป็น ส.ว.และ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล&amp;rdquo; คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เชื่อว่า ศาล รธน.คงไม่ยอมให้ตั้ง ส.ส.ร.มาแก้ รธน. เพื่อปล่อยให้ รธน.ได้สืบทอดอำนาจไปบรรลุคำตอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ในวันที่ 11 มี.ค. จึงเชื่อว่าแก้ รธน.โดยตั้ง ส.ส.ร.คงไม่ได้ เพราะคาดว่าจะถูกตีความไปตามคำร้องเป็นการแก้ รธน.ทั้งฉบับ การคว่ำแก้ รธน.มาตรา 256 นั้น คว่ำได้อยู่แล้ว แต่จะทำให้รัฐบาลพัง เพราะท้ายที่สุดบรรดาพรรคร่วมรัฐบาลที่ยังมีอนาคตทางการเมืองอีกยาวไกล ถามว่าเขาจะมาตายกับพฤติกรรมของ ส.ว.และอดีต คสช. พร้อมทั้ง พปชร.ด้วยหรือ ดังนั้นเรือจะล้มจากคนในเรือ ซึ่งไม่มีทางเป็นอย่างอื่นเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าแก้ รธน.ถูกคว่ำแล้ว ถามว่าประชาธิปัตย์จะหน้าด้านอยู่ต่อไปหรือไม่ เพราะการเล่นละครแก้ รธน.เพื่อร่วมรัฐบาล คือการหลอกลวง คือการโกหกระดับโลก&amp;quot; นายจตุพรกล่าว. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95144</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายประชามติก่อน, คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ, วาระ 3, ศาลรัฐธรรมนูญ, สสร., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เปิดประชุมสมัยวิสามัญ, แก้ รธน, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210305/image_big_6042339c1f3c9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94816</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/03/2021 23:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พท.ชงเบรกรธน.วาระ3 เร่งศาลวินิจฉัยแก้ม.256</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; แนวร่วมปีกฝ่ายค้าน &amp;quot;เพื่อไทย-กลุ่มสร้างไทย&amp;quot; จับมือกันไล่บี้ 9 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เร่งตัดสินลงมติคดีแก้ 256 ตั้งสภาร่าง รธน. จะได้รู้สุดท้ายล้มกระดานหรือได้ไปต่อ ก่อนรัฐสภาลงมติวาระ 3 กลางเดือนนี้ ยุ ส.ส.-ส.ว. อย่านัดประชุม หากศาลยังไม่ชี้ขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 2 มี.ค. มีความเคลื่อนไหวในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยคดีแก้ไขมาตรา 256 เพื่อตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยที่ห้องสมุด Think lab ณ ที่ทำการพรรคเพื่อไทย มีการจัดเสวนา &amp;ldquo;รัฐธรรมนูญดี เศรษฐกิจปากท้องดี จริงหรือ?&amp;rdquo; มีนายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ประธานคณะทำงานด้านกฎหมายของพรรค, นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ 2540 และนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ร่วมเสวนา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพงศ์เทพกล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับสืบทอดอำนาจฉบับปัจจุบัน ให้อำนาจ คสช.และพลพรรค ไม่ได้เขียนให้อำนาจยู่กับประชาชนหรือคนที่ประชาชนเลือกมา ไม่เช่นนั้นพรรคเพื่อไทยที่ได้รับเลือกมาเป็นอันดับหนึ่งต้องได้เข้ามาบริหารประเทศ แต่เขียนมาเพื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สืบทอดอำนาจ เมื่อไม่ได้มาจากประชาชน ก็ทุ่มเทงบประมาณจำนวนมากกับความมั่นคง การซื้ออาวุธ ถ้าเป็นรัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง ไม่มีใครเขาทำกัน รัฐธรรมนูญฉบับที่มีปัญหาควรนับถอยหลัง หลังจากรัฐสภาให้ความเห็นชอบวาระ 2 การแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติม เปิดให้ ส.ส.ร.มายกร่างใหม่ทั้งฉบับ เชื่อว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่จะผ่านการทำประชามติจะไม่ใช่รัฐธรรมนูญสืบทอดอำนาจ แต่คนของ คสช.พยายามไม่ให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ดูได้จากการยื่นร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ศาลกำลังรับเผือกร้อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งที่ต้องจับตาดูคือเมื่อผ่านวาระ 2 ไปแล้ว ต้องทิ้งไว้อย่างน้อย 15 วัน ถึงจะลงมติในวาระ 3 ซึ่งมี 2 จุดใหญ่ คือทำให้การแก้รัฐธรรมนูญง่ายกว่าเดิม และเปิดโอกาสให้ยกร่างใหม่ทั้งฉบับได้ ข้อสำคัญคือศาลรัฐธรรมนูญควรรีบวินิจฉัยปัญหานี้ ก่อนที่สภา จะลงมติในวาระ 3 หากศาลยังไม่วินิจฉัยแล้วสภาต้องพิจารณาวาระ 3 คิดว่ามีปัญหาแล้ว เพราะถ้าศาลยังไม่วินิจฉัย สภาไม่ควรลงมติในวาระ 3 ดังนั้นขอเรียกร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญเร่งรีบชี้ขาด&amp;nbsp; ขอเรียกร้องประธานรัฐสภาและคณะรัฐมนตรี หากศาลยังไม่วินิจฉัย อย่าเพิ่งเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญเพื่อลงมติ&amp;quot; นายพงศ์เทพระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชูศักดิ์กล่าวว่า รัฐบาลชุดนี้มาจากรัฐธรรมนูญ 2560 มาจากคณะรัฐประหารปี 2557 เป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ ดังนั้นเราต้องทำให้รัฐธรรมนูญดีก่อน รัฐธรรมนูญที่ดีมีองค์ประกอบคือ การยกร่างต้องดี เนื้อหาสาระต้องดี ต้องเป็นประชาธิปไตย ถ้าเนื้อหาสาระไม่ดีก็ไปไม่รอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายพิชัยกล่าวว่า เศรษฐกิจไทยทรุดมาตั้งแต่ปี 2557 ที่มีการประท้วงของ กปปส. แล้วเกิดการปฏิวัติรัฐประหาร เศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพมาตลอด การลงทุนทั้งในประเทศและจากต่างประเทศหดหาย การส่งออกขยายตัวต่ำมาก รายได้ของประชาชนลดกันถ้วนหน้า ทั้งนี้ เพราะขาดความเชื่อใจและขาดความมั่นใจในรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากระบอบประชาธิปไตย จึงจำเป็นอย่างมากที่ประเทศไทยจะต้องมีการแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เพื่อทำให้ประเทศไทยเป็นที่ยอมรับ เศรษฐกิจไทยถึงจะพัฒนาต่อไปได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ กลุ่มสร้างไทย ที่มีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เป็นแกนนำ ได้ออกแถลงการณ์เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมีเนื้อหาโดยสรุปว่า การที่รัฐสภาลงมติในวาระที่ 1 และวาระที่ 2 ไปแล้วย่อมแสดงให้เห็นว่ารัฐสภามั่นใจว่ามีอำนาจจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยใช้ระบบ ส.ส.ร. ซึ่งถ้าทุกอย่างเป็นไปตามปกติ เมื่อผ่านวาระที่ 3 (จะมีการเปิดประชุมรัฐสภาในวันที่ 17-18 มีนาคม 2564) จะไปสู่การทำประชามติ หากผ่านประชามติจะมีการเลือก ส.ส.ร. 200 คนโดยประชาชน เมื่อ ส.ส.ร.ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จ จะต้องทำประชามติอีกครั้ง ถ้าผ่านจึงทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย และจะมีการเลือกตั้งกันตามรัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งถือเป็นฉบับประชาชนอย่างแท้จริง และจะเป็นฉบับแรกของประเทศไทยที่ประชาชนจะเป็นผู้สถาปนารัฐธรรมนูญขึ้นในฐานะเจ้าของอำนาจอธิปไตย จึงไม่มีเหตุผลและความเหมาะสมใดเลยที่จะสมคบคิดกันหยุดยั้งการดำเนินการเช่นนี้ นอกจากต้องการจะปกป้องระบบเผด็จการอำนาจนิยมที่เกิดจากการรัฐประหารและการสืบทอดอำนาจเท่านั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ของกลุ่มสร้างไทยย้ำอีกว่า ด้วยเหตุนี้ ศาลรัฐธรรมนูญจึงควรที่จะวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวให้เสร็จสิ้นก่อนการลงมติในวาระที่ 3 และถ้าศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าศาลไม่มีอำนาจพิจารณาวินิจฉัย ก็จะทำให้ระบบรัฐสภาแข็งแรงขึ้น เพราะการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญไม่ว่าจะแก้ไขเป็นรายมาตรา หลายมาตรา หรือจัดทำใหม่ทั้งฉบับ ภายใต้ข้อจำกัดของรัฐธรรมนูญเองเป็นอำนาจโดยเฉพาะของรัฐสภา หรือมิเช่นนั้นศาลรัฐธรรมนูญก็ควรจะยืนยันว่าเป็นอำนาจของรัฐสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ารัฐสภาไม่มีอำนาจก่อนการลงมติวาระที่ 3 ฝ่ายค้านก็ต้องคิดให้ดีว่าจะผ่านร่างรัฐธรรมนูญที่ไม่มี ส.ส.ร. เพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ แต่ถ้าศาลรัฐธรรมนูญยังไม่มีคำวินิจฉัยก่อนการลงมติดังกล่าว ฝ่ายค้านก็ควรหาวิธีการไม่ให้มีการลงมติ จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยว่ารัฐสภามีอำนาจทำได้หรือไม่ หากฝ่ายค้านลงมติเห็นชอบวาระที่ 3 โดยยังไม่มีคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ และต่อมาศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าส่วนที่เกี่ยวกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดย ส.ส.ร.นั้นใช้ไม่ได้ เพราะรัฐสภาไม่มีอำนาจ ก็จะทำให้รัฐบาลโดยความร่วมมือกับ ส.ว.สามารถแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญได้ทุกประเด็น เว้นแต่จะไม่ผ่านประชามติ&amp;quot; แถลงการณ์ดังกล่าวระบุตอนหนึ่ง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94816</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศาลรัฐธรรมนูญ, สสร., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ รธน, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210302/image_big_603e509cd21b5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94687</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2021 23:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ข้องใจเลือกตั้งสสร.200เขต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ชวน&amp;quot; ระบุเปิดสภาวิสามัญหลัง 12 มีนาไม่จำเป็นต้องรอการวินิจฉัยศาล รธน. งานเสวนาหยุดกระบวนการล้มรัฐธรรมนูญ &amp;quot;หน่อย&amp;quot; โวยรัฐบาลเล่นสองหน้า หลอกให้คนมีความหวังได้ รธน.ใหม่ ฟันธง ประชาชนไม่ได้ร่วมแก้-ส.ส.ร.ไม่เกิด วอนศาล รธน.หาทางออก &amp;quot;พงศ์เทพ&amp;quot; อ้าง รธน.60 ไม่มีมาตราไหนบัญญัติไม่สามารถยกร่างฉบับใหม่ &amp;quot;ยิ่งชีพ&amp;quot; ประหลาดใจใช้เขตเลือกตั้ง 200 เขตเลือก ส.ส.ร. เชื่อมีปัญหาตามมา &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการเปิดสมัยประชุมสภาสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระ 3 ว่า ยังไม่ได้กำหนดเนื่องจากเว้นระยะ 15 วันจากวาระ 2 จะครบกำหนดในวันที่ 12 มีนาคม ดังนั้นหลังวันที่ 12 มีนาคมไปแล้วจะสามารถเปิดประชุมสมัยวิสามัญช่วงไหนก็ได้ ความจริงสำนักนายกรัฐมนตรีแจ้งมาตั้งแต่ก่อนรัฐธรรมนูญจะถูกพิจารณา แต่เราไม่แน่ใจว่าจะเสร็จวันไหนจึงไม่ได้ตอบไป&amp;nbsp; แต่เมื่อการพิจารณาวาระ 2 เสร็จแล้ว เลขาธิการก็จะประสานกับสำนักนายกฯ ต่อไปว่า หลังจากเกิน 15 วันไปแล้วรัฐบาลพร้อมเมื่อไหร่ เพื่อจะได้เปิดประชุมสมัยวิสามัญพิจารณาในวาระ 3 ต่อไป ทั้งนี้ไม่จำเป็นต้องรอการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เพราะกระบวนการที่สภาทำทั้งหมดไม่เกี่ยวกับกระบวนการภายนอก
ที่เบนซ์ ทองหล่อคลับ ย่านสุขุมวิท สถาบันสร้างอนาคตไทยจัดเสวนา &amp;quot;ฝ่าด่านอรหันต์ หยุดกระบวนการล้มรัฐธรรมนูญประชาชน&amp;quot; มีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์&amp;nbsp; ประธานกลุ่มสร้างไทย นายโภคิน พลกุล อดีตประธานรัฐสภา นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ 2540 นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ตัวแทนจากโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) ร่วมเสวนา
โดยคุณหญิงสุดารัตน์กล่าวตอนหนึ่งว่า เหตุใดการรัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญจึงทำได้ง่ายและไม่เคยมีความผิด&amp;nbsp; แต่เมื่อประชาชนจะแก้ไขรัฐธรรมนูญของของตนเองกลับยากเย็น สังคมอยู่ในช่วงเวลาที่ถูกหลอกให้มีความหวัง&amp;nbsp; เช่นเดียวกับตอนร่างรัฐธรรมนูญปี 2560 ฝ่ายผู้มีอำนาจบอกให้ลงประชามติไปก่อนเพื่อจะได้มีการเลือกตั้ง รัฐบาลกำลังเล่นสองหน้า สร้างความหวังอีกครั้งว่าจะได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่ท้ายที่สุดประชาชนจะไม่ได้เป็นผู้แก้ไขรัฐธรรมนูญ ส.ส.ร.จะไม่เกิด แต่กลุ่มเผด็จการและ&amp;nbsp; ส.ว.ที่มาจากเผด็จการจะเป็นผู้ได้แก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่&amp;nbsp; เพื่อความได้เปรียบและเสริมความแข็งแกร่งของตนเองให้มากขึ้น สำหรับ ส.ส.บางคนที่โยนอำนาจของตนเองให้ผู้อื่นวินิจฉัยเป็นสิ่งที่น่าอับอายมาก นับแต่ทำงานการเมืองมา 29 ปี ไม่เคยเห็นว่ามีสมาชิกรัฐสภายุคไหนจะมีพฤติกรรมที่น่าอับอายเช่นนี้ จึงไม่แปลกที่หลายส่วนในสังคมจึงตั้งคำถามว่า ส.ว.มีไว้ทำไม &amp;nbsp;
&amp;quot;ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่าย โดยเฉพาะศาลรัฐธรรมนูญได้ร่วมกันหาทางออกให้ประเทศ อย่าทำให้ประเทศถึงทางตัน&amp;nbsp; เพราะประชาชนคนตัวเล็กๆ กำลังเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส เกมที่ผู้มีอำนาจกำลังทำจะทำให้ไม่มีใครชนะ&amp;nbsp; ประเทศแพ้ ประชาชนแพ้ จึงขอเรียกร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยผลประโยชน์ประชาชน และควรมีคำวินิจฉัยออกมาก่อนการลงมติในวาระ 3&amp;quot; คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว &amp;nbsp;
นายพงศ์เทพกล่าวว่า รัฐธรรมนูญ 2560 ไม่มีมาตราใดบัญญัติว่าไม่สามารถยกร่างฉบับใหม่ได้ ระบุเพียงแค่ห้ามเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐและระบอบการปกครองเท่านั้น จึงต้องตั้งคำถามว่า หากห้ามมิให้ยกร่างใหม่ทั้งฉบับเหตุใดไม่ระบุไว้ หรือหากมีการแก้ไขทุกมาตรายกเว้นเฉพาะเรื่องของรูปแบบของรัฐ รวมไปถึงรูปแบบการปกครอง มีความต่างกับการยกร่างใหม่ทั้งฉบับอย่างไร&amp;nbsp; ส่วนศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยอย่างไรนั้น ศาลรัฐธรรมนูญ เข้าใจดีว่ารัฐสภาจะลงมติในวาระ 3 เมื่อใด และมีเวลาพอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้แล้วเสร็จก่อนที่รัฐสภาจะลงมติในวาระ 3 เชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญจะเข้าใจถึงความจำเป็น ไม่เช่นนั้นก็เป็นเรื่องที่น่ากังวล ทั้งนี้ไม่ว่าระบบการเลือกตั้ง ส.ส.ร.จะเป็นอย่างไร แต่ ส.ส.ร.ที่ได้จะน่าเชื่อถือ และสามารถยกร่างได้ดีกว่าที่ผ่านมา และสุดท้ายประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน เพราะหาก ส.ส.ร.ยกร่างไม่ดีพอ ประชาชนก็จะลงมติไม่เห็นชอบ
นายโภคินกล่าวว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่กำลังแก้ไขจะไม่ผ่านวาระ 3 ที่ผ่านมาตนเองได้ผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญมายาวนาน ตั้งแต่รัฐธรรมนูญปี 2540 ที่มีที่มาจากประชาชน ถือว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดฉบับหนึ่งของประเทศ อย่างไรก็ตามจากวิกฤติทางการเมืองที่ต่อเนื่องยาวนานกว่า 10 ปี จึงจำเป็นที่ต้องขอให้ทุกฝ่ายร่วมมือกัน&amp;nbsp; เพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเดินหน้าได้ตามกระบวนการ&amp;nbsp; นำพาประเทศเดินออกจากทางตัน ผลักดันให้เกิดร่างรัฐธรรมนูญโดยประชาชน และผ่านความเห็นชอบโดยประชาชน กรณีที่มี ส.ว.และ ส.ส.ยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย คงต้องรอศาลรัฐธรรมนูญว่าจะวินิจฉัยออกมาเมื่อใด ถ้าศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยหลังผ่านวาระ 3 ว่าการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทำไม่ได้ ผลที่ตามมาจะทำให้ฝ่ายรัฐบาลร่วมกับ ส.ว.จะแก้ไขประเด็นใดก็ได้&amp;nbsp; และจะแก้ไขประเด็นที่เป็นประโยชน์กับฝ่ายรัฐบาล เพราะฝ่ายค้านไม่มีอำนาจคานกับฝ่ายรัฐบาลและ ส.ว.ได้อีกต่อไป &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายโภคินตั้งข้อสังเกตว่า นับตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครอง สถาปนารัฐธรรมนูญฉบับแรก ทุกฉบับจะมีหมวดที่ว่าด้วยการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นสิ่งที่เข้าใจตรงกันว่าสามารถแก้ไขรายมาตราหรือจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ สำหรับร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านวาระ 1 และ 2&amp;nbsp; ของรัฐสภาขณะนี้ไม่ได้ไปแตะต้องหมวด 1 และ 2 ซึ่งในอดีตก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว หากไม่สามารถยกร่างใหม่ได้เท่ากับเป็นการปกป้องอำนาจของเผด็จการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายยิ่งชีพกล่าวว่า เห็นด้วยกับการเลือกตั้ง ส.ส.ร.ทั้งหมด 200 คน ส่วนกรณีใช้เขตเลือกตั้งแบบ 1&amp;nbsp; เขต 1 คน รวม 200 เขต 200 คนนั้น ถือเป็นเรื่องน่าประหลาด เชื่อว่าจะมีปัญหาเกิดขึ้นอีกมาก แต่เพื่อเป็นทางออกของปัญหา ศาลรัฐธรรมนูญควรมีคำวินิจฉัยออกมาก่อนที่รัฐสภาจะลงมติวาระ 3 กรณีที่ ส.ว.ยื่นคำร้องถึงศาลรัฐธรรมนูญ ไม่แน่ใจว่า ส.ว.มีความกังวลในประเด็นใด&amp;nbsp; หรืออาจกังวลว่าหากมีร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตนเองจะหมดอำนาจ อย่างไรก็ตามหาก ส.ส.หรือ ส.ว.บางคนเห็นว่าไม่สามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ได้ ก็ให้ลงมติไม่ผ่านในวาระ 3 แล้วชี้แจงกับสังคมให้ได้ว่าเพราะเหตุใด ขออย่าใช้วิธียืมมือศาลรัฐธรรมนูญเข้ามาช่วยเหลือ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ&amp;nbsp; หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ ให้สัมภาษณ์ว่า ถึงเวลานี้แม้การวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะยังไม่ออกมา นักการเมืองต้องคิดเสมอว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ต้องแก้ไขได้ และที่สำคัญคือพี่น้องประชาชนอยากให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp; เพราะเชื่อมั่นว่าหากแก้ไขหรือมีรัฐธรรมนูญใหม่ คุณภาพชีวิตของประชาชนจะดีขึ้น ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้พูดต่อหน้าประชาชนในหลายวาระว่ายินดีหากจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตัวเองไม่มีปัญหา มาถึงเวลานี้คนเป็นนายกรัฐมนตรีจะตระบัดสัตย์ไม่ได้ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องไม่ทำตัวเป็นโมฆบุรุษที่เชื่อถือไม่ได้ หากนักการเมืองทุกพรรคการเมืองจริงใจกับประชาชนตามที่ปากพูด การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็เชื่อว่าไร้ปัญหาอย่างแน่นอน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94687</URL_LINK>
                <HASHTAG>รัฐธรรมนูญ, สสร., สสร. 200 เขต, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ รธน, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210301/image_big_603cf3c71b43a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92896</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2021 13:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2021 13:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิรัช&#039; ปัดใบสั่ง ยื้อแก้รัฐธรรมนูญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.พ.64 - นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ&amp;nbsp;และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์กรณีหากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า รัฐสภาไม่สามารถยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ รัฐบาลจะเดินหน้าเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราต่อไป ว่า สิ่งที่ตนระบุหมายความว่าการแก้รัฐธรรมนูญยังมีวิธีการอีกหลายวิธี จนถึงวันนี้ถือว่ามาถูกช่องถูกทางแล้ว แต่หากไม่ส่งให้ศาลตีความอำนาจรัฐสภา เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าในช่วงเข้าสู่วาระที่สามในเดือนมี.ค.นั้น จะได้เสียงสนับสนุนที่เพียงพอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิรัช กล่าวอีกว่า ตนในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญ ได้ติดตามมาตั้งแต่กระบวนการเริ่มต้นที่มีการยื่นแก้ไขในช่วงเดือนต.ค. 63 และยอมเสียเวลาตั้งคณะกมธ.ก่อนรับหลักการอีก &amp;nbsp;1เดือน เพื่อให้ส.ว.ได้มีโอกาสเข้าใจว่าสิ่งที่ส.ส.คิดเป็นไปในลักษณะใด เมื่อผ่านวาระที่หนึ่งก็ถือว่าผ่านโดยสมบูรณ์ &amp;nbsp;และวาระที่สองก็ผ่านการพิจารณาเสร็จสิ้นเป็นรูปเล่มเรียบร้อย เตรียมเข้าอภิปรายในวาระ2/2 ในวันที่ 24-25 ก.พ. นี้ จึงขอให้ทุกฝ่ายทำทุกอย่างให้เสร็จ เพื่อเตรียมการรอเข้าในสมัยวิสามัญ หากบอกว่าไม่เสร็จเราก็ต้องเปิดสมัยวิสามัญมาพิจารณาในส่วนของรัฐธรรมนูญต่ออีก ซึ่งจะทำให้เสียเวลา เราก็อยากจะรู้เช่นกันว่าใครจะทำให้เสียเวลาช่วงนั้นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในนามประธานกมธ.แก้รัฐธรรมนูญ ถ้าถามว่าหนักไหม ก็หนัก ถ้าเทียบกับกมธ.หลายคณะที่เคยเป็นมา เพราะมีเรื่องความขัดแย้งมากที่สุดกว่าทุกคณะที่ผ่านมา ฉะนั้น ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้สั่งการอะไร มีแต่เพียงว่าจะเสร็จเมื่อไหร่ รูปแบบจะเป็นอย่างไร ทุกอย่างเป็นไปตามข้อคิดเห็นตามที่กมธ.พิจารณา&amp;quot; นายวิรัช กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าการออกมาระบุก่อนที่ศาลจะมีคำวินิจฉัยถือเป็นการชี้นำหรือไม่ นายวิรัช กล่าวว่า วันนี้มีอยู่ 2 ข้อ คือ 1. หากศาลระบุว่าสิ่งที่เราพิจารณาไปแล้วเป็นสิ่งที่ถูกต้องเราก็เดินต่อ 2.หากศาลวินิจฉัยว่าไม่สามารถตั้งส.ส.ร.มายกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับได้ &amp;nbsp;เราก็หยุด และมาคิดแก้ในบางประเด็นก็ได้ ไม่ได้หมายความว่าแก้ไม่ได้ ก็แก้ไม่ได้เลย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92896</URL_LINK>
                <HASHTAG>วิรัช รัตนเศรษฐ, สสร., แก้ไขรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210213/image_big_60276f00da103.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92462</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/02/2021 13:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/02/2021 13:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พิธา&#039; อัดญัตติด่วนไพบูลย์-สมชาย สุดเลวร้าย หวังดึงศาลเป็นนั่งร้านค้ำยันรัฐธรรมนูญ คสช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.พ.64 - ที่รัฐสภา มีประชุมร่วมสองสภาเพื่อพิจารณาญัตติด่วนขอมติจากรัฐสภา ให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่ และอำนาจของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 (2) ที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และนายสมชาย แสวงการ ส.ว. พร้อมคณะเสนอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล อภิปรายในประเด็นนี้ว่า ตลอดระยะเวลาประมาณหนึ่งปีครึ่งที่รัฐสภาแห่งนี้ทำงาน เราเห็นความพยายามยื้อเวลาเตะถ่วงในการแก้ไขรัฐธรรมนูญอยู่เป็นระยะ ตั้งแต่การตั้ง กมธ.ศึกษาหลักเกณฑ์การแก้ไขรัฐธรรมนูญฯ ของสภาผู้แทนราษฎร, การตั้งกมธ.พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญก่อนรับหลักการฯ ของรัฐสภา แต่ในที่สุดรัฐสภาก็สามารถผ่านวาระ 1 รับร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมให้มี สสร. ได้ แม้เนื้อสาระและรูปแบบที่จะแก้อาจจะไม่น่าพอใจ แต่สมาชิกพรรคการเมืองต่างๆ รวมทั้งฝ่ายรัฐบาลก็เห็นตรงกันว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่น่าเสียดายที่กระบวนการที่ควรดำเนินไปอย่างปกติของรัฐสภา กลับต้องเกิดความไม่แน่นอนขึ้น เมื่อมีการเสนอญัตตินี้ เพราะเห็นว่า รัฐสภาไม่สามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มีการตั้ง สสร. เพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยประชาชนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สิ่งที่ท่านกำลังทำไม่ใช่การถ่วงเวลา แต่มันเป็นญัตติที่เลวร้ายยิ่งกว่า เพราะนี่คือการหาหนทางตัดทอนอำนาจของรัฐสภาและของประชาชนในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไปตลอดกาล เป็นความพยายามแช่แข็งประเทศไทย ด้วยการทำให้รัฐธรรมนูญของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เป็นรัฐธรรมนูญฉบับนิรันดรของประเทศไทย โดยอ้างว่า การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะทำได้ ก็ต่อเมื่อมีบัญญัติไว้ให้กระทำได้เท่านั้น ดังเช่นใน รัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557 หรือปี 2549 &amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิธา กล่าวต่อไปว่า เป็นเรื่องปกติที่รัฐธรรมนูญฉบับถาวรจะไม่มีบทบัญญัติว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มาแทนที่ตัวเอง แต่ในระบอบประชาธิปไตย ก็เป็นเรื่องปกติเช่นกันที่ประชาชนในฐานะผู้ทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ และรัฐสภาซึ่งรับอำนาจมาจากประชาชน สามารถใช้กระบวนการทางประชาธิปไตยจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้นมาได้ ดังที่รัฐสภาของไทยเองก็เคยทำมาแล้วในกรณีรัฐธรรมนูญฉบับ 10 ธันวาคม 2475, ฉบับ 2489, และฉบับ 2540&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การตีความว่า รัฐสภาจะมีอำนาจแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ ก็ต่อเมื่อมีบทบัญญัติกำหนดไว้แต่แรกดังเช่นในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวที่ผ่านๆ มานั้นมีปัญหา เพราะรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวที่กล่าวอ้าง ล้วนเกิดขึ้นจากวงจรรัฐประหารทั้งสิ้น กล่าวคือ ทำรัฐประหาร ฉีกรัฐธรรมนูญ ทำรัฐธรรมนูญชั่วคราว ทำรัฐธรรมนูญฉบับถาวรสืบทอดอำนาจคณะรัฐประหาร &amp;nbsp;ถ้ายอมรับการตีความแบบนี้ หมายความว่า ประเทศไทยจะสามารถจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ ก็ด้วยการรัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญเท่านั้นใช่หรือไม่ นี่คือความหมายที่แท้จริงของการยื่นญัตตินี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ นายพิธา ยังระบุว่า อย่าใช้ตุลาการเพื่อเพิ่มปมขัดแย้ง อำนาจหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 210 (2) ที่ให้ &amp;ldquo;พิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอํานาจของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา รัฐสภา คณะรัฐมนตรี หรือองค์กรอิสระ&amp;rdquo; เป็นบทบัญญัติใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรัฐธรรมนูญฉบับใด เช่น ในรัฐธรรมนูญ 2550 ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยอำนาจของรัฐสภาได้ก็ต้องเกิดความขัดแย้งกับอำนาจหน้าที่ขององค์กรอื่นๆ ก่อน เช่น รัฐสภากับคณะรัฐมนตรี หรือรัฐสภากับองค์กรอิสระ แต่บทบัญญัติมาตรา 210 (2) ตามรัฐธรรมนูญ 2560 แค่สมาชิกรัฐสภาเห็นว่าเป็นปัญหา โดยไม่ต้องมีความขัดแย้งระหว่างองค์กรผู้มีอำนาจก็สามารถยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้เลย &amp;nbsp;อำนาจหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญที่เพิ่มเติมขึ้นมาใหม่นี้เป็นภาพสะท้อนของการออกแบบรัฐธรรมนูญ 2560 ที่พยายามขยายอำนาจตุลาการจนล้นเกิน เพื่อให้เข้ามามีบทบาทในการควบคุมกำกับการใช้อำนาจขององค์กรผู้ใช้อำนาจอธิปไตยซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชน นี่เป็นความพยายามสร้างระบอบ &amp;#39;ตุลาการธิปไตย&amp;#39; หรือ ตุลาการเป็นใหญ่ ทำให้ดุลอำนาจสามฝ่ายอย่างที่ควรจะเป็น พิกลพิการไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายพิธา ย้ำว่า เราต่างเรียนมาในตำราเล่มเดียวกันว่า ฝ่ายนิติบัญญัติคืออำนาจออกกฎหมาย ฝ่ายบริหารมีอำนาจบังคับใช้กฎหมาย และฝ่ายตุลาการมีอำนาจตัดสินคดีตามกฎหมาย ทั้งสามอำนาจมีขึ้นเพื่อให้ระบอบการเมืองมีการตรวจสอบถ่วงดุลซึ่งกันและกัน เชื่อว่าทุกท่านเคยผ่านประสบการณ์มาแล้วว่า ที่ผ่านมาเมื่อมีอำนาจฝ่ายไหนไปล้ำเส้นของอีกฝ่าย บ้านเมืองจะวุ่นวายขนาดไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันเครือข่ายคณะรัฐประหารก็สามารถยึดกุมอำนาจผ่านรัฐธรรมนูญที่ออกแบบมาเพื่อพวกท่าน ยึดกุมระบบการเลือกตั้งได้ ยึดกุมรัฐสภาได้ พื้นที่ทางการเมืองเกือบทั้งหมดอยู่ในมือพวกท่าน แม้แต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ หากเกิดขึ้นจริงก็ยังเป็นที่กังวลว่าจะอยู่ในมือของพวกท่านอีก แต่ก็ยังจะใช้สถาบันตุลาการเป็นเครื่องมือเพื่อกินรวบพื้นที่ทางการเมืองทั้งหมด &amp;nbsp;หากยังดื้อดึง ความขัดแย้งทางการเมืองที่ดำรงอยู่มีแต่จะพาไปสู่ทางตัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ ควรทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นเรื่องปกติพื้นฐานสามารถกระทำได้โดยรัฐสภา โดยกระบวนการประชาธิปไตยซึางควรเป็นสิ่งที่ได้รับการยอมรับมากกว่าการฉีกรัฐธรรมนูญโดยกองทัพ อย่าทำให้รัฐธรรมนูญถาวรฉบับต่อไปต้องทำผ่านการรัฐประหารอีก สิ่งที่ต้องยืนยันคือ รัฐธรรมนูญเป็นเจตจำนงของประชาชน การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มาแทนที่ฉบับของคณะรัฐประหาร ต้องมาจากเจตนารมณ์ของประชาชนผ่าน สสร. ที่มาจากการเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สุดท้าย ผมขอเรียกร้องให้เพื่อนสมาชิกทั้ง ส.ส. และ ส.ว. ช่วยกันลงมติไม่เห็นชอบญัตติฉบับนี้ เพื่อเป็นการยืนยันถึงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญของประเทศนี้เป็นของประชาชน และแสดงให้เห็นว่าสภาแห่งนี้เป็นตัวแทนของเสียงประชาชนอย่างแท้จริง&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92462</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, พรรคก้าวไกล, พิธา ลิ้มเจริญรัตน์, สมชาย แสวงการ, สสร., แก้ไขรัฐธรรมนูญ, ไพบูลย์ นิติตะวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200919/image_big_5f655e3a594f8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91264</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2021 10:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/01/2021 10:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กมธ.แก้รธน.เตรียมเคาะที่มา &#039;ส.ส.ร.&#039; เลือกตั้งทั้งหมด 200 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ม.ค.64 - เมื่อเวลา 09.20 น. ที่รัฐสภา นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ&amp;nbsp;พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม&amp;nbsp;กล่าวถึงการพิจารณาในประเด็นที่มาของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ(ส.ส.ร.)ว่า ในที่ประชุมวันนี้(28 ม.ค.)จะมีการพิจารณาว่ารูปแบบส.ส.ร.จะเป็นอย่างไร ถ้าใครเห็นด้วยให้ส.ส.ร.มาจาการเลือกตั้งทั้งหมด 200 คน และเท่าที่คุยกันไม่จำเป็นว่าต้องยึดร่างของรัฐบาลเป็นหลักเสมอไป หากสิ่งใดที่คิดว่าเหมาะสมกับสถานการณ์ และมีประโยชน์ต่อทุกๆฝ่าย ส่วนแนวทางการเลือกจะเป็นแบบเขตประเทศหรือเขตจังหวัด ก็ต้องมาพิจารณากันต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้หากพิจารณาทั้ง 2 ส่วนนี้เสร็จ ประเด็นเรื่องคุณสมบัติต่างๆก็คงจะเบาแล้ว และหากเป็นไปตามไทม์ไลน์ที่กมธ.ฯกำหนดไว้ ในสัปดาห์หน้าจะเชิญสมาชิกที่ขอแปรญัตติมาชี้แจง จากนั้นจะสามารถสรุปเล่มและส่งเรื่องให้ประธานรัฐสภาเพื่อเตรียมพร้อมในการพิจารณาวาระ 2 และวาระ 3 ในวันที่ 24-25 ก.พ.นี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91264</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.แก้รัฐธรรมนูญ, วิรัช รัตนเศรษฐ, สสร., แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210128/image_big_601235817bc38.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
