<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118395</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2021 07:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2021 06:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> สสว.ปลื้มช่วยเอสเอ็มอีรับสิทธิ์จัดซื้อจัดจ้างรัฐรวมกว่า 1 แสนราย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ต.ค. 2564 นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าในมาตรการสนับสนุนให้เอสเอ็มอีเข้าถึงตลาดจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ภายใต้กฎกระทรวงกำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2563 ว่า สสว.ประสบความสำเร็จในการจัดทำระบบขึ้นทะเบียนออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.thaismegp.com และเปิดให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีขึ้นทะเบียนเพื่อรับสิทธิประโยชน์ในตลาดจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐตั้งแต่ปลายปี 2563 ที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ณ วันที่ 29 ก.ย.2564 พบว่ามีเอสเอ็มอีขึ้นทะเบียนในระบบจัดซื้อจ้างภาครัฐ(THAI SME-GP) แล้ว 96,871 ราย คาดว่าถึงสิ้นปี 2564 จะมีผู้ประกอบการขึ้นทะเบียนเกินกว่า 100,000 ราย อย่างแน่นอน รวมทั้งมีรายการสินค้าและบริการขึ้นทะเบียนมากกว่า 661,492 รายการ ซึ่งหน่วยงานที่จัดซื้อจัดจ้างมากที่สุดลำดับต้นๆ เช่น กรมชลประทาน กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท ซึ่งเป็นงานที่กระจายรายได้ครอบคลุมทั่วประเทศ จากหน่วยงานที่มีการจัดซื้อจัดจ้างเอสเอ็มอีที่ขึ้นทะเบียนมากที่สุด 20 อันดับแรก&amp;rdquo;นายวีระพงศ์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สินค้าและบริการขึ้นทะเบียนมากที่สุดในลำดับต้นๆ เช่น เครื่องใช้และอุปกรณ์สำนักงาน เฟอร์นิเจอร์และเครื่องตกแต่ง รับเหมาก่อสร้าง ชิ้นส่วนและอุปกรณ์สำหรับระบบไฟฟ้าและแสงสว่าง เทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสารและโทรคมนาคม บริการด้านการก่อสร้างและบำรุงรักษาอาคาร เป็นต้น และจังหวัดที่มีเอสเอ็มอีขึ้นทะเบียนมากที่สุด 10 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ นนทบุรี นครราชสีมา ปทุมธานี สงขลา ชลบุรี ขอนแก่น เชียงราย และ สมุทรปราการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวีระพงศ์ กล่าวว่า ที่สำคัญจากตัวเลขของกรมบัญชีกลาง ณ วันที่ 31 ส.ค.2564 พบว่าผู้ประกอบการเอสเอ็มอีขึ้นทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐของ สสว. ได้รับการจัดซื้อจัดจ้างจากหน่วยงานภาครัฐ คิดเป็นมูลค่าไม่น้อยกว่า 551,306 ล้านบาท กลุ่มงานที่มีการจัดซื้อจัดจ้างมูลค่าสูง เช่น งานจัดซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์การก่อสร้างอาคาร งานรับเหมาก่อสร้าง ซ่อมแซม บำรุงรักษา ถนน/อาคาร วัสดุที่ใช้ในโรงพยาบาล และวัสดุอุปกรณ์ไฟฟ้า-คอมพิวเตอร์ วัสดุสำนักงาน เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม จากสถิติการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐของกรมบัญชีกลางในปี 2563 พบว่า สินค้าที่ภาครัฐนิยมซื้อในลำดับต้นๆ มีตั้งแต่อุปกรณ์วิทยาศาสตร์ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เครื่องใช้สำนักงาน เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และงานเหมาบริการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทำความสะอาด รักษาความปลอดภัย ดูแลต้นไม้-สนามหญ้า และยังมีสินค้าที่เป็นโอกาสสำหรับเอสเอ็มอีรายเล็ก ๆ เช่น อาหารสดและวัตถุดิบปรุงอาหาร ข้าวสาร ผ้าห่ม เสื้อกันหนาว ถุงยังชีพ สมุนไพรนวดสปา จึงเห็นได้ว่าตลาดภาครัฐ สามารถสร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการในทุกขนาดธุรกิจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118395</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ, วีระพงศ์ มาลัย, สสว., เอสเอ็มอี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210831/image_big_612e10e21f70d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117739</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2021 15:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2021 15:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสว. จับมือ สทท. แจงผลสำเร็จโครงการ SME Restart เร่งฟื้นเศรษฐกิจไทย ด้วยท่องเที่ยววิถีใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สสว. จับมือสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวฯ ประกาศความสำเร็จ SME Restart เสริมความพร้อมเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการรายย่อยกว่า 1,000 ราย เดินหน้าฟื้นเศรษฐกิจไทยด้วยการท่องเที่ยววิถีใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ (24 กันยายน 2564) สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ร่วมกับ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) จัดงานแถลงข่าวความสำเร็จโครงการเพิ่มศักยภาพในการประกอบธุรกิจให้กับผู้ประกอบการวิสาหกิจรายย่อย กิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจท่องเที่ยวสู่การท่องเที่ยววิถีใหม่ (SME Restart) ปีงบประมาณ 2564 พร้อมจัดกิจกรรมเสวนาถอดบทเรียนจากโครงการดังกล่าว ณ โรงแรมรอยัล ภูเก็ต ซิตี้ จังหวัดภูเก็ต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า จังหวัดภูเก็ตเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการ SME Restart เมื่อต้นเดือนกรกฎาคม 2564 ขานรับมติคณะรัฐมนตรีซึ่งเห็นชอบเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2564 ในหลักการแนวทางการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้วจากประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำและเสี่ยงปานกลาง ภายใต้โมเดลภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ โดยมี สสว. ร่วมกับ สทท. จัดกิจกรรมเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับธุรกิจการท่องเที่ยว รวมทั้งเพิ่มศักยภาพและพัฒนาทักษะในด้านต่างๆ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ระยะเวลาประมาณสามเดือนของโครงการ SME Restart ที่เริ่มต้นจากภูเก็ตและขยายผลไปยังจังหวัดท่องเที่ยวอื่นๆ แม้จะมีอุปสรรคในเรื่องการแพร่ระบาดในบางพื้นที่ แต่จังหวัดภูเก็ตก็มีมาตรการที่เข้มข้นในการจำกัดการแพร่ระบาด ควบคู่ไปกับการตอบสนองนโยบายฟื้นเศรษฐกิจดังกล่าวของรัฐบาล เพื่อสร้างมั่นใจให้ผู้ประกอบการ และสิ่งสำคัญคือเสริมสร้างกำลังใจให้กับทุกฝ่ายที่แม้จะอยู่ในสถานการณ์วิกฤติ แต่เมื่อมีความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจึงเกิดเป็นความเชื่อมั่นว่าเราจะสามารถกลับมาเข้มแข็งได้อีกครั้งอย่างแน่นอน&amp;rdquo; ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวว่า เมื่อพลเอกประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรีได้ประกาศแผนการเปิดประเทศ 120 วัน โดยใช้ Phuket Sandbox นำร่อง การสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ในกลุ่มท่องเที่ยว ทั้งด้านมาตรฐาน เทคโนโลยี แหล่งทุน และองค์ความรู้เพื่อรองรับรูปแบบการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไป สสว.จึงได้ร่วมมือกับสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดทำโครงการ SME Restart กิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจท่องเที่ยวสู่การท่องเที่ยววิถีใหม่ และสามารถดำเนินการได้ใน 3 จังหวัด คือ ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี และพังงา รวม 10 ครั้ง&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มศักยภาพในการประกอบธุรกิจให้กับผู้ประกอบการวิสาหกิจรายย่อยที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวทั้งระบบ มีผู้ประกอบการสนใจเข้าร่วมกว่า 1,012 ราย ทั้งนี้เพื่อให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวกลับมาเข้มแข็งขึ้น และเป็นกำลังสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจและกระจายรายได้ให้ประเทศอีกครั้ง โดยคาดว่าจะสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมกว่า 200 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เดิมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมหลักของไทยที่สร้างรายได้ให้กับประเทศมากกว่าปีละ 3 ล้านล้านบาท หรือประมาณ 20% ของ GDP มีอัตราการจ้างงานมากกว่า 4 ล้านคน โดยกว่าหนึ่งแสนรายเป็นผู้ประกอบการ SME หรือ Micro SME เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ผู้ประกอบการท่องเที่ยว ต้องปิดตัวชั่วคราวไปมากกว่า 70% ดังนั้นโครงการ SME Restart จึงเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยสร้างความพร้อมและเสริมความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวเพื่อรับมือกับวิกฤติ รวมทั้งสร้างต้นแบบองค์ความรู้ในการพัฒนาธุรกิจท่องเที่ยวสู่การท่องเที่ยววิถีใหม่ ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทยให้ฟื้นคืน โดยในช่วงสามเดือนที่ดำเนินโครงการดังกล่าว Phuket Sandbox สร้างรายได้ทางตรงกว่า 2,500 ล้านบาท และสร้างเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 5,000 ล้านบาท&amp;rdquo; ผอ. สสว. กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การระบาดแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยเฉพาะธุรกิจการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมภาคบริการที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เพราะนอกจากจะสร้างรายได้โดยมีมูลค่าเป็นอันดับหนึ่งแล้ว ยังก่อให้เกิดธุรกิจต่อเนื่อง อาทิ โรงแรมและที่พัก ภัตตาคารร้านอาหาร ร้านจำหน่ายของที่ระลึกและสินค้าพื้นเมือง ซึ่งโครงการ SME Restart ได้ถอดบทเรียนจากผู้ประกอบการ เติมองค์ความรู้และสิ่งที่จำเป็นรองรับการท่องเที่ยววิถีใหม่ รวมทั้งเสริมความเข้มแข็งในการรับมือกับวิกฤติให้ผู้ประกอบการรายย่อย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราต้องสร้างความเชื่อมั่นว่า เราจะสามารถฝ่าวิกฤติและฟื้นคืนเศรษฐกิจโดยเฉพาะตัวเลขด้านการท่องเที่ยวจะกลับมาได้ แม้ว่าอาจจะต้องใช้เวลาในการปรับตัวและเดินไปข้างหน้า แต่จากตัวเลขผู้ประกอบการที่เข้าร่วม และตัวเลขทางเศรษฐกิจในช่วงสามเดือนที่ผ่านมาของโครงการ เป็นสิ่งที่ยืนยันให้เห็นว่า เรายังคงมีความหวัง ตราบที่ทุกฝ่ายร่วมมือกัน เดินหน้าฟื้นเศรษฐกิจ ควบคู่กับการจำกัดการระบาดในบางพื้นที่ โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่พร้อมดำเนินตามทุกมาตรการ ทั้งนี้ สสว. และ สทท. จะเดินหน้าผลักดันในทุกมิติเพื่อให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยกลับมาเข้มแข็งได้อีกครั้ง&amp;rdquo; ประธาน สทท. กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117739</URL_LINK>
                <HASHTAG>Phuket Sandbox, SME Restart, กิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจท่องเที่ยวสู่การท่องเที่ยววิถีใหม่, นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์, นายณรงค์ วุ่นซิ้ว, นายวีระพงศ์ มาลัย, ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต, ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์, สทท., สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวฯ, สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, สสว., สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม, เดินหน้าฟื้นเศรษฐกิจไทย, โครงการเพิ่มศักยภาพในการประกอบธุรกิจให้กับผู้ประกอบการวิสาหกิจรายย่อย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210924/image_big_614d8c0f174bd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117725</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2021 12:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2021 12:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสว. ผนึก ม.ศิลปากร “สุดยอดเอสเอ็มอีจังหวัด” ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขายออนไลน์ สู้วิกฤติ สุดปังบน Lazada</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวีระพงศ์&amp;nbsp; มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า ปีนี้ สสว. โครงการเพิ่มศักยภาพในการประกอบธุรกิจ ให้กับผู้ประกอบการรายย่อย กิจกรรมพัฒนาสู่สุดยอดเอสเอ็มอีจังหวัด (SME Provincial Champions) ปี 2021 ซึ่งมีมหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยศิลปากรเป็นหน่วยร่วมดำเนินการในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ เพื่อสร้างต้นแบบธุรกิจที่มีศักยภาพให้เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับจังหวัด และเพื่อสนับสนุนธุรกิจต้นแบบให้สามารถถ่ายทอดการจัดการองค์ความรู้ธุรกิจสู่ SME ในภูมิภาค ซึ่งได้ปรับรูปแบบเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยมีเป้าหมายให้สามารถส่งเสริมรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการในช่วงวิกฤตินี้ และได้ร่วมกันผลักดันให้ผู้ประกอบการเปิดร้านค้าออนไลน์จำหน่ายสินค้าบนแพลตฟอร์ม Lazada ภายใต้แคมเปญพิเศษ &amp;ldquo;ช้อปของดี SME ไทย ไฟต์โควิด&amp;rdquo; นั้น ประสบผลสำเร็จอย่างน่าพอใจ เพราะนอกจากจะสามารถสร้างรายได้ให้เกิดขึ้นแล้ว ยังเป็นการเตรียมความพร้อมให้แก่ผู้ประกอบการเพื่อก้าวเข้าสู่การตลาดชีวิตวิถีใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยรูปแบบออนไลน์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สสว. และหน่วยร่วมดำเนินการได้พยายามอย่างเต็มที่เพื่อจะให้กิจกรรมในโครงการสามารถสร้างประโยชน์แก่ผู้ประกอบการได้สูงสุดภายใต้ข้อจำกัดจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp; การสนับสนุนให้ผู้ประกอบการ SME Provincial Champions ใช้แพลตฟอร์มออนไลน์เป็นช่องทางในการจำหน่ายสินค้า โดยได้รับความร่วมมือจากแพลตฟอร์มที่มีศักยภาพอย่าง Lazada สร้างรายได้ในช่วงวิกฤตินี้ นับว่าน่าพอใจอย่างยิ่งเพราะเป็นการพัฒนาผู้ประกอบการในช่องทางการตลาดที่สอดคล้องกับสถานการณ์ และเตรียมความพร้อมสู่อนาคตไปพร้อมกันด้วย&amp;rdquo; ผอ.สสว. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ดร. ธีวินท์ นฤนาท มหาวิทยาลัยศิลปากร หัวหน้าโครงการเพิ่มศักยภาพในการประกอบธุรกิจให้กับผู้ประกอบการรายย่อย กิจกรรมพัฒนาสู่สุดยอดเอสเอ็มอีจังหวัด (SME Provincial Champions) พื้นที่กรุงเทพมหานคร ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ทั้งหมด 40 จังหวัด ปี 2564 กล่าวว่า มหาวิทยาลัยศิลปากร ในฐานะหน่วยร่วมดำเนินการกล่าวว่า ถึงแม้ว่าสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 จะทำให้ต้องยกเลิกการจัดกิจกรรมหลายอย่างในโครงการ แต่กิจกรรมด้านการตลาดซึ่งจะเป็นการสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการเป็นสิ่งที่ สสว. และ มหาวิทยาลัยศิลปากร พยายามผลักดันปรับเปลี่ยนเพื่อให้สามารถช่วยเหลือและสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการในสถานการณ์นี้ การได้ร่วมมือกับ Lazada สนับสนุนให้ผู้ประกอบการเปิดร้านค้าออนไลน์ นอกจากจะช่วยสร้างรายได้แล้ว ยังเป็นการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการให้สอดคล้องกับรูปแบบการขายที่ทันสมัย ในภาพรวมจึงนับว่าเกิดผลสำเร็จที่น่าพอใจอย่างยิ่งภายใต้สถานการณ์นี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นายวีระพงศ์ โก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ลาซาด้า จำกัด (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นบริษัทอีคอมเมิร์ซระดับโลกที่ขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานด้วยเทคโนโลยีระดับโลก กล่าวว่า การร่วมมือกับ สสว. จัดทำแคมเปญพิเศษ &amp;ldquo;ช้อปของดี SME ไทย ไฟต์โควิด&amp;rdquo; ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการช่วยยกระดับเอสเอ็มอีไทยสู่การเป็นผู้ประกอบการดิจิทัล แต่ยังเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคไทยได้เข้าถึงสินค้าคุณภาพหลากรายการในราคาพิเศษถึงแม้ว่าจะต้องเก็บตัวอยู่บ้านในช่วงนี้ก็ตาม Lazada พร้อมเป็นอย่างยิ่งที่จะนำศักยภาพแพลตฟอร์มและเครือข่ายโลจิสติกส์มาใช้ในการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยและผู้บริโภคในการก้าวผ่านช่วงเวลาที่ท้าทายนี้และเติบโตไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ แคมเปญ&amp;nbsp; &amp;ldquo;ช้อปของดี SME ไทย ไฟต์โควิด&amp;rdquo; บนแพลตฟอร์ม Lazada จัดขึ้นระหว่าง 21 สิงหาคม &amp;ndash; 20 กันยายน 2564 มีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั่วประเทศเข้าร่วมจำหน่ายสินค้าผ่านไมโครไซต์พิเศษ lazada.co.th/sme2021&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117725</URL_LINK>
                <HASHTAG>Lazada, SME, SME Provincial Champions, กิจกรรมพัฒนาสู่สุดยอดเอสเอ็มอีจังหวัด, ช้อปของดี SME ไทย ไฟต์โควิด, ดร. ธีวินท์ นฤนาท, นายวีระพงศ์ โก, นายวีระพงศ์  มาลัย, บริษัท ลาซาด้า จำกัด (ประเทศไทย), ผู้ประกอบการรายย่อย, มหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยศิลปากร, สสว., สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม, โครงการเพิ่มศักยภาพในการประกอบธุรกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210924/image_big_614d6214f27c5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117645</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2021 16:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2021 16:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสว. ผนึกหอการค้าไทย โชว์ศักยภาพ SME กว่า 600 ราย เปิดร้านค้าออนไลน์ สร้างรายได้ปรับตัวสู้วิกฤติโควิด-19 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวีระพงศ์&amp;nbsp; มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวว่า โครงการพัฒนาศักยภาพและช่องทางการตลาดเชิงลึกสำหรับผู้ประกอบการ SME ปีงบประมาณ 2564 หรือ &amp;ldquo;สสว.CONNEXT สีสันถิ่นไทย หอการค้าแฟร์&amp;rdquo; ซึ่ง สสว. ร่วมดำเนินการกับหอการค้าไทย จำเป็นต้องงดการจัดงานในลักษณะออฟไลน์ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยได้สนับสนุนให้ผู้ประกอบการที่ได้ลงทะเบียนเตรียมออกบูธในจังหวัดต่างๆ เปิดร้านค้าออนไลน์บนแพลตฟอร์ม Shopee ซึ่งมีความร่วมมือกับ สสว. อยู่แล้วภายใต้แคมเปญ &amp;ldquo;ช้อปของดี SME ไทย ไฟต์โควิด&amp;rdquo; รวมทั้งจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์อื่น อาทิ Facebook และ Line เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการสามารถมีช่องทางการจำหน่ายสินค้าได้ แม้จะไม่ได้มีการจัดงานในลักษณะออฟไลน์ เป็นที่น่ายินดีว่ามีผู้ประกอบการเข้าร่วมกว่า 600 ราย มีการนำสินค้าขึ้นจำหน่ายนับหมื่นรายการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สสว. พยายามสร้างโอกาสในวิกฤติ ด้วยการพัฒนาช่องทางออนไลน์ เพิ่มเติมจากช่องทางปกติ ถือเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับเอสเอ็มอีทั่วประเทศ เพราะนอกจากจะสอดคล้องกับพฤติกรรมการซื้อสินค้าของผู้บริโภคยุคนี้แล้ว ยังช่วยให้ธุรกิจสามารถรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดซึ่งจะมากระทบต่อวิถีการดำเนินชีวิต เช่นสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ขอบคุณหอการค้าไทย แพลตฟอร์มช้อปปี้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทุกรายที่สู้ไปพร้อมกันในภาวะวิกฤตินี้ เปิดรับช่องทางจำหน่ายสินค้าใหม่ๆ เพื่อเตรียมพร้อมสู่อนาคตไปด้วยกัน สสว. ยืนยันว่าก็จะอยู่เคียงข้าง คอยดูแล สนับสนุน และหาทางสร้างโอกาสในการพัฒนาเอสเอ็มอีทั่วประเทศในมิติต่างๆ ต่อไป&amp;rdquo; ผอ. สสว. กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หอการค้าไทยได้ร่วมกับ สสว. ในการสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายกลางและรายเล็กให้เปิดร้านค้าออนไลน์บนแพลตฟอร์ม Shopee เพื่อสร้างช่องทางในการจำหน่ายสินค้าให้เกิดรายได้ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งมีผู้ประกอบการให้ความสนใจเปิดร้านเข้าร่วมแคมเปญกว่า 600 ร้านค้า โดยมียอดจำหน่ายผ่าน Shopee และช่องทางออนไลน์อื่น เช่น Facebook และ Line รวมกันกว่า 50 ล้านบาท ซึ่งหอการค้าไทยจะนำข้อมูลดังกล่าวไปเป็นแนวทางเพื่อเสริมสร้างโอกาสด้านต่างๆ ทั้งช่องทางจำหน่าย แหล่งทุน และการพัฒนาศักยภาพ เพื่อให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีของไทยมีความเข้มแข็งในทุกมิติและเติบโตได้อย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นับเป็นการเสริมสร้างศักยภาพให้แก่เอสเอ็มอีที่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และยังเกิดผลสำเร็จในภาพรวมเป็นที่น่าพอใจอย่างมาก ทั้งการพัฒนาผู้ประกอบการและยอดจำหน่ายที่เกินความคาดหมาย&amp;rdquo; นายสนั่น กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ ผู้แทน บริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) ผู้นำแพลตฟอร์ม อีคอมเมิร์ซในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน กล่าวว่าการได้ร่วมมือกับ สสว. และหอการค้าไทย จัดแคมเปญพิเศษ &amp;ldquo;ช้อปของดี SME ไทย ไฟต์โควิด&amp;rdquo; โดยใช้ศักยภาพของแพลตฟอร์มของ Shopee ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้งานในทั่วประเทศ เชื่อว่าจะช่วยส่งเสริมความมุ่งมั่นและตั้งใจของ สสว. ในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านธุรกิจออนไลน์ให้กับผู้ประกอบการ ทั้งนี้ด้วยพันธกิจองค์กรของ Shopee ในการมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวไทยผ่านเทคโนโลยี และจากความร่วมมือในครั้งนี้จะยังสามารถต่อยอดช่วยผลักดันและเสริมศักยภาพให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีสามารถผ่านพ้นช่วงเวลาที่สำคัญนี้ และเติบโตได้อย่างแข็งแรงต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ แคมเปญ&amp;nbsp; &amp;ldquo;ช้อปของดี SME ไทย ไฟต์โควิด&amp;rdquo; โดยความร่วมมือของ สสว. และ หอการค้าไทย จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-20 กันยายน 2564 ที่ผ่านมา บนแพลตฟอร์ม Shopee ภายใต้ไมโครไซต์ https://shopee.co.th/OSMEP&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117645</URL_LINK>
                <HASHTAG>SHOPEE, ช้อปของดี SME ไทย ไฟต์โควิด, นายวีระพงศ์  มาลัย, นายสนั่น อังอุบลกุล, บริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย), สร้างโอกาสในวิกฤติ, สสว., สสว.CONNEXT สีสันถิ่นไทย หอการค้าแฟร์, สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม, หอการค้าไทย, หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, โครงการพัฒนาศักยภาพและช่องทางการตลาดเชิงลึกสำหรับผู้ประกอบการ SME, โชว์ศักยภาพ SME</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210923/image_big_614c426176528.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117546</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2021 17:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2021 17:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสว. ปลื้ม “สุดยอดเอสเอ็มอีจังหวัด” ภาคเหนือ-อีสาน บน Lazada สร้างรายได้สู้วิกฤติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวีระพงศ์&amp;nbsp; มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า ปีนี้ สสว. โครงการเพิ่มศักยภาพในการประกอบธุรกิจ ให้กับผู้ประกอบการรายย่อย กิจกรรมพัฒนาสู่สุดยอดเอสเอ็มอีจังหวัด (SME Provincial Champions) ปี 2021 ซึ่งมีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาเป็นหน่วยร่วมดำเนินการในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อสร้างต้นแบบธุรกิจที่มีศักยภาพให้เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับจังหวัด และเพื่อสนับสนุนธุรกิจต้นแบบให้สามารถถ่ายทอดการจัดการองค์ความรู้ธุรกิจสู่ SME ในภูมิภาค ซึ่งได้ปรับรูปแบบเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยมีเป้าหมายให้สามารถส่งเสริมรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการในช่วงวิกฤตินี้ ซึ่งได้ร่วมกันผลักดันให้ผู้ประกอบการเปิดร้านค้าออนไลน์จำหน่ายสินค้าบนแพลตฟอร์ม Lazada ภายใต้แคมเปญพิเศษ &amp;ldquo;ช้อปของดี SME ไทย ไฟต์โควิด&amp;rdquo; นั้น ประสบผลสำเร็จอย่างน่าพอใจ เพราะนอกจากจะสามารถสร้างรายได้ให้เกิดขึ้นแล้ว ยังเป็นการเตรียมความพร้อมให้แก่ผู้ประกอบการเพื่อก้าวเข้าสู่การตลาดชีวิตวิถีใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยรูปแบบออนไลน์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สสว. และหน่วยร่วมดำเนินการได้พยายามอย่างเต็มที่เพื่อจะให้กิจกรรมในโครงการสามารถสร้างประโยชน์แก่ผู้ประกอบการได้สูงสุดภายใต้ข้อจำกัดจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp; การสนับสนุนให้ผู้ประกอบการ SME Provincial Champions ใช้แพลตฟอร์มออนไลน์เป็นช่องทางในการจำหน่ายสินค้า โดยได้รับความร่วมมือจากแพลตฟอร์มที่มีศักยภาพอย่าง Lazada สร้างรายได้ในช่วงวิกฤตินี้ นับว่าน่าพอใจอย่างยิ่งเพราะเป็นการพัฒนาผู้ประกอบการในช่องทางการตลาดที่สอดคล้องกับสถานการณ์ และเตรียมพร้อมสู่อนาคตไปพร้อมกันด้วย ผอ.สสว. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ดร.ฉัตรรัตน์ โหตระไวศยะ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา หัวหน้าโครงการเพิ่มศักยภาพในการประกอบธุรกิจให้กับผู้ประกอบการรายย่อย กิจกรรมพัฒนาสู่สุดยอดเอสเอ็มอีจังหวัด (SME Provincial Champions) พื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวม 37 จังหวัด ปี 2564 มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ในฐานะหน่วยร่วมดำเนินการกล่าวว่า ถึงแม้ว่าสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 จะส่งผลกระทบต่อการจัดกิจกรรมในบางส่วน แต่ด้วยใจหลักสำคัญของการดำเนินโครงการ คือ การพัฒนาธุรกิจ SME เพื่อช่วยเหลือและสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการ จึงปรับเปลี่ยนรูปแบบของการจัดกิจกรรมให้สอดคล้องต่อสถานการณ์ในการดำเนินกิจกรรมการตลาด ซึ่งมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ร่วมมือกับ Lazada ในการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเปิดร้านค้าออนไลน์ รวมถึงให้ความรู้ด้าน e &amp;ndash; Commerce เพื่อตอบโจทย์การเพิ่มยอดขายให้กับผู้ประกอบการ ซึ่งนอกจากจะช่วยสร้างรายได้แล้ว ผู้ประกอบการยังได้รับการพัฒนาศักยภาพให้สอดคล้องกับรูปแบบการขายที่ทันสมัยอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นายวีระพงศ์ โก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ลาซาด้า จำกัด (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นบริษัทอีคอมเมิร์ซระดับโลกที่ขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานด้วยเทคโนโลยีระดับโลก กล่าวว่า การร่วมมือกับ สสว. จัดทำแคมเปญพิเศษ &amp;ldquo;ช้อปของดี SME ไทย ไฟต์โควิด&amp;rdquo; ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการช่วยยกระดับเอสเอ็มอีไทยสู่การเป็นผู้ประกอบการดิจิทัล แต่ยังเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคไทยได้เข้าถึงสินค้าคุณภาพหลากรายการในราคาพิเศษถึงแม้ว่าจะต้องเก็บตัวอยู่บ้านในช่วงนี้ก็ตาม Lazada พร้อมเป็นอย่างยิ่งที่จะนำศักยภาพแพลตฟอร์มและเครือข่ายโลจิสติกส์มาใช้ในการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยและผู้บริโภคในการก้าวผ่านช่วงเวลาที่ท้าทายนี้และเติบโตไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ แคมเปญ&amp;nbsp; &amp;ldquo;ช้อปของดี SME ไทย ไฟต์โควิด&amp;rdquo; บนแพลตฟอร์ม Lazada จัดขึ้นระหว่าง 21 สิงหาคม &amp;ndash; 20 กันยายน 2564 มีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั่วประเทศเข้าร่วมจำหน่ายสินค้าผ่านไมโครไซต์พิเศษ lazada.co.th/sme2021&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117546</URL_LINK>
                <HASHTAG>Lazada, SME, SME Provincial Champions, กิจกรรมพัฒนาสู่สุดยอดเอสเอ็มอีจังหวัด, ช้อปของดี SME ไทย ไฟต์โควิด, ดร.ฉัตรรัตน์ โหตระไวศยะ, นายวีระพงศ์ โก, นายวีระพงศ์  มาลัย, บริษัท ลาซาด้า จำกัด (ประเทศไทย), มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา, สสว., สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม, สุดยอดเอสเอ็มอีจังหวัด, โครงการเพิ่มศักยภาพในการประกอบธุรกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210922/image_big_614affaee61bf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117428</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2021 18:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2021 18:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสว.  ปลื้มแคมเปญ “ช้อปของดี SME ไทย ไฟต์โควิด” ช่วย SME กว่า 2,000 ราย สร้างยอดขายฝ่าวิกฤติ  หลังผนึกกำลัง 3 แพลตฟอร์มยักษ์ SHOPEE - LAZADA - JD CENTRAL พร้อมหน่วยงานพันธมิตรภาครัฐและเอกชน หนุนผู้ประกอบการเปิดร้านค้าออนไลน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวีระพงศ์&amp;nbsp; มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า ในปีนี้ โครงการเพิ่มศักยภาพในการประกอบธุรกิจให้กับผู้ประกอบการรายย่อย ปีงบประมาณ 2564 กิจกรรมเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการออนไลน์ด้วยดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง ซึ่ง สสว. มี 6 หน่วยงานพันธมิตรร่วมดำเนินการ ได้แก่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่&amp;nbsp; มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี&amp;nbsp; มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์&amp;nbsp;&amp;nbsp; มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา&amp;nbsp; และสถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ได้ปรับรูปแบบกิจกรรมให้สอดคล้องกับสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้ต้องงดการจัดงานแสดงสินค้าและเชิญชวนให้ผู้ประกอบการมาเปิดร้านค้าออนไลน์และจัดแคมเปญส่งเสริมการขาย &amp;ldquo;ช้อปของดี SME ไทย ไฟต์โควิด&amp;rdquo; โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยร่วมดำเนินการทั้งภาครัฐและเอกชน มีการระดมความรู้อบรมทั้งในภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติให้แก่ผู้ประกอบการ รวมทั้งแพลตฟอร์มที่มีศักยภาพอย่าง JD CENTRAL&amp;nbsp; LAZADA และ SHOPEE ซึ่งเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการได้มีร้านค้าออนไลน์สร้างรายได้ในช่วงวิกฤตินี้ ร่วมกันดำเนินกิจกรรมต่างๆ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอขอบคุณทุกหน่วยร่วมดำเนินการ และทุกแพลตฟอร์มที่ช่วยกันปรับรูปแบบกิจกรรมเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการได้มีร้านค้าออนไลน์ สร้างรายได้ในช่วงวิกฤตินี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งขอขอบคุณผู้ประกอบการทุกท่านกว่า 2,000 ราย นำสินค้ากว่า 100,000 รายการ เข้าร่วมแคมเปญพิเศษ &amp;ldquo;ช้อปของดี SME ไทย ไฟต์โควิด&amp;rdquo; สร้างยอดขายรวมกว่า 120 ล้านบาท ภายใต้สถานการณ์นี้ ทำให้เกิดความเชื่อมั่นว่า SME ของเรายังมีความเข้มแข็งพร้อมเดินหน้าฟันฝ่าอุปสรรค ขณะที่ สสว. ก็จะอยู่เคียงข้าง คอยดูแล สนับสนุน และหาทางสร้างโอกาสในการพัฒนา SME ทั่วประเทศต่อไป&amp;rdquo; ผอ.สสว. กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายก่อลาภ สุวัชรังกูร ประธานบริหารฝ่ายการตลาด เจดีเซ็นทรัล ผู้นำด้านเทคโนโลยีอีคอมเมิร์ซ และธุรกิจค้าปลีกในประเทศไทย&amp;nbsp; ที่เกิดจากความร่วมมือของสองยักษ์ใหญ่อย่าง บริษัท เซ็นทรัลกรุ๊ป (Central Group) จำกัด บริษัทค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และเจดีดอทคอม (JD.com) บริษัทค้าปลีกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศจีน กล่าวว่า เจดีเซ็นทรัลยินดีอย่างมากที่ได้ร่วมมือกับ สสว. เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนโครงการ &amp;ldquo;ช้อปของดี SME ไทย ไฟต์โควิด&amp;rdquo;&amp;nbsp; ความร่วมมือนี้ถือเป็นเครื่องยืนยันว่า เจดีเซ็นทรัล พร้อมให้การส่งเสริมและสนับสนุนกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอย่างจริงจัง และเชื่อมั่นว่าด้วยศักยภาพของแพลตฟอร์มเจดีเซ็นทรัลจะเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการกลุ่มเอสเอ็มอี ได้นำเสนอสินค้าดีมีคุณภาพไปยังกลุ่มลูกค้า เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับธุรกิจ และเดินหน้าต่อไปได้อย่างยั่งยืน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นายวีระพงศ์ โก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฎิบัติการ บริษัท ลาซาด้า จำกัด (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นบริษัทอีคอมเมิร์ซระดับโลกที่ขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานด้วยเทคโนโลยีระดับโลก กล่าวว่า การร่วมมือกับ สสว. ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการช่วยยกระดับเอสเอ็มอีทีไทยสู่การเป็นผู้ประกอบการดิจิทัล แต่ยังเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคไทยได้เข้าถึงสินค้าคุณภาพหลากรายการในราคาพิเศษถึงแม้ว่าจะต้องเก็บตัวอยู่บ้านในช่วงนี้ก็ตาม ลาซาด้าพร้อมเป็นอย่างยิ่งที่จะนำศักยภาพแพลตฟอร์มและเครือข่ายโลจิสติกส์มาใช้ในการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยและผู้บริโภคต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านผู้แทน ช้อปปี้ (ประเทศไทย) ผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน กล่าวว่า ช้อปปี้มีความยินดีที่ได้ร่วมมือกับ สสว. ผลักดันแคมเปญพิเศษ &amp;ldquo;ช้อปของดี SME ไทย ไฟต์โควิด&amp;rdquo; มาตั้งแต่ช่วงเแรกของสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 และได้ขยายระยะเวลาแคมเปญอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมการสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โดยช้อปปี้พร้อมจะใช้ศักยภาพของแพลตฟอร์มของ Shopee ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้งานในทั่วประเทศ ช่วยส่งเสริมความมุ่งมั่นและตั้งใจของ สสว. ในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านธุรกิจออนไลน์ให้กับผู้ประกอบการ ทั้งนี้ด้วยพันธกิจองค์กรของ Shopee ในการมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวไทยผ่านเทคโนโลยี และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือในครั้งนี้ จะช่วยผลักดันและเสริมศักยภาพให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีสามารถผ่านพ้นช่วงเวลาที่สำคัญนี้ได้อย่างแข็งแรงและเติบโตได้อย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ แคมเปญ&amp;nbsp; &amp;ldquo;ช้อปของดี SME ไทย ไฟต์โควิด&amp;rdquo; บนแพลตฟอร์มยักษ์ SHOPEE - LAZADA - JD CENTRAL จัดขึ้นระหว่าง 21 สิงหาคม &amp;ndash; 20 กันยายน 2564 ที่ผ่านมา โดยมีกิจกรรมส่งเสริมการขาย ต่างๆ และการจำหน่ายสินค้าผ่าน Facebook และ Line ผ่านเว็บไซต์กลาง https://smeonline2021.com&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117428</URL_LINK>
                <HASHTAG>JD Central, JD.com, Lazada, SHOPEE, ช้อปของดี SME ไทย ไฟต์โควิด, ช้อปปี้ (ประเทศไทย), ดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง, นายก่อลาภ สุวัชรังกูร, นายวีระพงศ์ โก, นายวีระพงศ์  มาลัย, บริษัท ลาซาด้า จำกัด (ประเทศไทย), บริษัท เซ็นทรัลกรุ๊ป (Central Group) จำกัด, ผู้ประกอบการรายย่อย, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์, สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม, สสว., สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม, เจดีดอทคอม, เจดีเซ็นทรัล, โครงการเพิ่มศักยภาพในการประกอบธุรกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210921/image_big_6149bbb157a1e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117417</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2021 16:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2021 16:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสว. เดลิเวอรี่ทีมโค้ชธุรกิจมืออาชีพออนไลน์  เสิร์ฟถึงประตูบ้าน 65 จังหวัดทั่วประเทศ ช่วยเอสเอ็มอี ผ่าวิกฤต 1,000 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;paragraph&quot; style=&quot;margin:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สสว.แถลงผลสำเร็จ Train the Coach 2564 ผ่านกลไก &amp;ldquo;SME Coaching Online&amp;rdquo; ผนึกกำลังทีมโค้ชกว่า 4,000 ราย ช่วยเอสเอ็มอีผ่าวิกฤตมากกว่าปีก่อนสองเท่า ผลลัพธ์กว่า 120 ล้าน พร้อมยกระดับบริการพัฒนาเว็บแอพ วิดิโอคอล เว็บถามตอบ โค้ชเวรและคู่มือโค้ช&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;paragraph&quot; style=&quot;margin:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;paragraph&quot; style=&quot;margin:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;paragraph&quot; style=&quot;margin: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวถึงผลสำเร็จของ โครงการ Train the Coach ปี 2564 ว่า โครงการดังกล่าว เป็นมาตรการของ สสว. ที่มุ่งมั่นพัฒนาโค้ชหรือที่ปรึกษาด้านธุรกิจ เพื่อเข้าไปช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME ให้มีความพร้อมและสามารถพัฒนาธุรกิจ พร้อมทั้งสามารถปรับเปลี่ยนธุรกิจให้ทันกับทุกการเปลี่ยนแปลง ผ่านระบบ SME Coaching Online หรือบริการให้คำปรึกษาออนไลน์ผ่านโค้ชหรือที่ปรึกษาด้านธุรกิจมืออาชีพ ที่ทาง สสว.รวบรวมไว้กว่า 4,000 รายในทุกสาขาความรู้ ซึ่งในปีนี้ สสว.เดลิเวอรี่ทีมโค้ชมืออาชีพ เสิร์ฟความรู้ให้ผู้ประกอบการถึงประตูบ้าน ผ่านระบบออนไลน์แบบเต็มพิกัดทุกสัปดาห์ต่อเนื่อง ครอบคลุม 65 จังหวัดทั่วประเทศ เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ที่ให้บริการเพียง 53 จังหวัด ช่วย SME ผ่าวิกฤตได้กว่า 1,000 ราย มากกว่าปี 63 ถึง 2 เท่า ทั้งภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรม การค้าและการบริการต่างๆ คิดเป็นมูลค่าผลลัพธ์กว่า 120 ล้านบาท&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผอ.สสว. เผยอีกว่า ในปีนี้ สิ่งที่โค้ชหรือที่ปรึกษาด้านธุรกิจ ของโครงการ Train the Coach ต้องการเน้นให้ ผู้ประกอบการ SME หันมาให้ความสนใจเป็นพิเศษ ได้แก่ เรื่องการลดต้นทุน การแสวงหาตลาดหรือลูกค้ากลุ่มใหม่ การเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ และการปรับเปลี่ยน Business Model ให้เข้ากับยุคสมัย เพื่อให้ธุรกิจรอดและสามารถปรับตัวเดินหน้าต่อไปได้ จากเรื่องดังกล่าวด้วยการใช้ระบบการให้คำปรึกษาแนะนำออนไลน์จึงทำให้สามารถช่วยเหลือ SME ลดต้นทุนลงได้เป็นจำนวน 11.4 ล้านบาท ช่วยแสวงหาตลาดหรือลูกค้ากลุ่มใหม่ได้ถึง 57.7 ล้านบาท ช่วยเพิ่มมูลค่าในตัวสินค้าและบริการได้อีก 19.6 ล้านบาท รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจและการปรับเปลี่ยน Business Model อีก 32.3 ล้านบาทรวมแล้วเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจมากกว่า 120 ล้านบาทดังที่กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากรวบรวมคัดสรรโค้ชมืออาชีพให้ครอบคลุมทุกสาขาความรู้กว่า 4,000 รายแล้ว โครงการ Train the Coach ในปีนี้ ยังนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้แบบครบวงจรและเพิ่มบริการใหม่ๆ เพื่อให้ผู้ประกอบการ SMEs ได้รับประโยชน์มากยิ่งขึ้น ได้แก่ การพัฒนาระบบการให้คำปรึกษาออนไลน์ หรือ SME Coaching Online ให้มีความพร้อมและสะดวกในการใช้งานมากยิ่งขึ้น ทั้งระบบโทรศัพท์ ระบบวิดีโอคอล การประชุมหารือร่วมกันบนแอพลิเคชั่นต่าง ๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รวมไปถึงพัฒนาระบบการให้คำปรึกษาออนไลน์ แบบถาม-ตอบบนเว็ปไซต์ ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการ SMEs และโค้ช สามารถถามตอบ ให้คำปรึกษากันได้ทุกที่ ทุกเวลา เรียกว่าเป็นการให้บริการที่ทุกคนสามารถ Work from Anywhere สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ที่สำคัญทาง สสว.จัดบริการโค้ชเวรหรือที่ปรึกษาด้านธุรกิจแบบประจำตามตารางเวลาในทุกสัปดาห์ เพื่อให้คำปรึกษาแบบออนไลน์ ในทุกๆ ปัญหาของผู้ประกอบการ เปรียบเสมือนแพทย์เวรในโรงพยาบาล ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาใน SME ได้อย่างรวดเร็ว ทันท่วงที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; และในปีนี้ ยังมีการจัดทำเครื่องมือที่เรียกว่า Coaching Guideline ซึ่งรวบรวมข้อมูลและแนวทางการแก้ไขปัญหาของ SME กว่า 1,000 รายที่ผ่านมา รวบรวมไว้ถึง 63 ปัญหาพร้อมแนวทางการแก้ไข เพื่อเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือให้โค้ชหรือที่ปรึกษาด้านธุรกิจ ใช้ประกอบการให้คำแนะนำกับผู้ประกอบการ SMEs นั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;สสว. มุ่งหวังเป็นอย่างยิ่ง ที่จะให้ระบบที่ปรึกษาออนไลน์ หรือ SME Coaching Online สามารถตอบโจทย์และช่วยพลิกสถานการณ์รวมถึงวิกฤตต่างๆ ที่ถาโถมเข้าใส่เอสเอ็มอีได้อย่างทันท่วงที พร้อมทั้งพัฒนาธุรกิจในยุคที่ก้าวสู่การเป็น Thailand 4.0 ด้วยการพัฒนาระบบการให้คำปรึกษาออนไลน์บน Web Application อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการประเมินคุณภาพโค้ชจากผู้ประกอบการเอสเอ็มอีโดยตรง ซึ่งจะกระตุ้นให้โค้ชที่มีคุณภาพเข้าสู่ระบบมากยิ่งขึ้น เมื่อจำนวน คุณภาพและความหลากหลายของประเภทความเชี่ยวชาญของโค้ชมากยิ่งขึ้น ระบบดังกล่าวนี้ก็จะเป็นกลไกสำคัญ ในการยกระดับเอสเอ็มอีไปสู่การปรับเปลี่ยนธุรกิจให้ทันโลก มีภูมิคุ้มกันและเติบโตต่อไปอย่างมั่นคง&amp;nbsp; ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.thesmecoach.com&amp;rdquo; นายวีระพงศ์ กล่าวในที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117417</URL_LINK>
                <HASHTAG>Coaching Guideline, SME Coaching Online, Thailand 4.0, Train the Coach 2564, Work from Anywhere, การปรับเปลี่ยน Business Model, การให้คำปรึกษาออนไลน์, ช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME, นายวีระพงศ์ มาลัย, สสว., สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม, เดลิเวอรี่ทีมโค้ชธุรกิจมืออาชีพออนไลน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210921/image_big_6149a9ae076fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
