<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106064</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2021 19:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2021 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วันสุขบัญญัติแห่งชาติประจำปี 2564  รณรงค์ “รักใครให้ชวนฉีดวัคซีน”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;รณรงค์ &amp;ldquo;รักใครให้ชวนฉีดวัคซีน&amp;rdquo; วันสุขบัญญัติแห่งชาติประจำปี 2564 ไทยรู้สู้โควิดนำโดย สสส.-ยท.&amp;nbsp; กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ สธ. ภาคีเครือข่าย ดร.สาธิตเปิดใจรับฟังเสียงคนรุ่นใหม่ พร้อมปกป้องครอบครัวจาก COVID-19 ดึงยุว อสม.ปูพรมลงพื้นที่สื่อสารข้อมูลวัคซีนที่ถูกต้อง ลดการส่งต่อข่าวลวง Fake News เน้นชวนกลุ่มเสี่ยง ผู้สูงอายุเข้ารับวัคซีนโดยเร็ว เลขาธิการ ยท.ฟันธงเด็กส่วนใหญ่มีความตื่นตัวต่อปัญหาโควิด-19 เพราะพ่อแม่เดือดร้อนมาก เด็กหลายคนเลิกบุหรี่ได้ในช่วงโควิดเพราะรักตัวเองมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ&amp;nbsp; (สสส.) ร่วมกับสถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย (ยท.) และกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข จัดเสวนาออนไลน์เตรียมความพร้อมกับคนรุ่นใหม่ &amp;ldquo;รักใครให้ชวนฉีดวัคซีน&amp;rdquo; ผ่านทางเฟซบุ๊ก กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และภาคีเครือข่าย เนื่องในวันสุขบัญญัติแห่งชาติประจำปี 2564 เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 27 พฤษภาคม 2564 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะรองประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) คนที่ 1 กล่าวว่า รัฐบาลมีมาตรการเร่งฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนเป็นวาระแห่งชาติ เนื่องจากการฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมประชากรส่วนใหญ่จะมีส่วนช่วยสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงซึ่งมีเป็นจำนวนมาก และตลอดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ที่ผ่านมามีผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยติดเตียงที่อยู่ในบ้านพักตนเองติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จากบุตรหลานที่ออกไปประกอบอาชีพนอกบ้านเป็นจำนวนมาก และสำหรับกรณีคนรุ่นใหม่ที่มีความกังวลต่อประสิทธิภาพของวัคซีนที่มีอยู่ในประเทศไทยขณะนี้ อยากให้รับทราบว่าวัคซีนทุกชนิดทั่วโลกเป็นวัคซีนที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในสภาวะฉุกเฉิน และมีการวิจัยถึงประสิทธิภาพไม่นานมาก ดังนั้นการได้รับวัคซีนให้เร็วที่สุดตามกลุ่มเสี่ยงต่างๆ จะสามารถลดความรุนแรงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้มีประสิทธิภาพสูงที่สุด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;ที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุขยืนยันรับฟังความคิดเห็นของคนรุ่นใหม่มาโดยตลอด ซึ่งปัจจุบันมีการเร่งรัดจัดหาวัคซีนที่มีความหลากหลายและเหมาะสมกับช่วงวัยไว้แล้ว สามารถดำเนินการฉีดวัคซีนให้คนรุ่นใหม่ได้ทันทีเมื่อวัคซีนมาถึงและผ่านขั้นตอนต่างๆ ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยระหว่างนี้จึงอยากขอความร่วมมือคนรุ่นใหม่ทุกคนทำหน้าที่เป็นยุว อสม. หรือเป็นผู้พิทักษ์สุขภาพของครอบครัว ด้วยการให้ข้อมูลที่ถูกต้องพร้อมเชิญชวนผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงในครอบครัวมาลงทะเบียนรับวัคซีนให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อลดความเสี่ยงการเสียชีวิต หรือการเจ็บป่วยรุนแรงจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่นี้&amp;quot; ดร.สาธิตกล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า กรมสนับสนุนบริการสุขภาพร่วมกับสถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย และภาคีเครือข่ายคนทำงานด้านเด็กและเยาวชน ดำเนินการจัดให้มีระบบยุวอาสาสมัครสาธารณสุข หรือยุว อสม.ประจำพื้นที่ต่างๆ ซึ่งเป็นแกนนำเด็กและเยาวชนที่อยู่ทั้งในระบบและนอกระบบสถานศึกษาต่างๆ นับเป็นคนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของชาติที่จะสามารถช่วยให้ประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤตินี้ได้ โดยมุ่งให้ยุว อสม.ทำหน้าที่เป็นนักสื่อสารสุขภาพ นำแนวทางสุขบัญญัติในข้อ 10 คือ &amp;ldquo;มีสำนึกต่อส่วนรวม ร่วมสร้างสรรค์สังคม&amp;rdquo; ภายใต้คำขวัญ &amp;ldquo;ยุว อสม.ชวนครอบครัวทั่วไทยพร้อมใจฉีดวัคซีน&amp;rdquo; โดยทำบทบาทตามหลัก 3 ช.คือ ช.ที่ 1 ชี้แจงความปลอดภัยและประโยชน์ของวัคซีน ช.ที่ 2 ชักชวนการลงทะเบียนเพื่อไปฉีดวัคซีนแก่คนในครอบครัว และ ช.ที่ 3 ช่วยเหลือการลงทะเบียนและติดตามผลหลังการฉีดวัคซีน นอกจากนี้ ยุว อสม.ยังเป็นขุมพลังที่ช่วยสื่อสารให้เพื่อนนักเรียนบอกต่อกับคนในครอบครัวตนเองและคนรอบข้าง ให้เกิดความตระหนักและเห็นความสำคัญของการฉีดวัคซีนโควิด-19 เพื่อให้คนไทยทุกคนปลอดภัยยิ้มอย่างมีความสุข พร้อมต้อนรับการเปิดประเทศกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วอีกด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;พชรพรรษ์ ประจวบลาภ เลขาธิการสถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย (ยท.) ให้สัมภาษณ์ว่า สถาบันยุวทัศน์ฯ ทำแคมเปญดีๆ เกี่ยวกับโควิด-19 เราถูกตราหน้าว่ารับเงินรัฐบาล ทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงให้รัฐบาลมาหลอกลวงเด็กว่าวัคซีนดี ขณะนี้สมาคมยุวทัศน์ฯ ทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยเอกชน 5 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ, มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์, มหาวิทยาลัยสยาม, มหาวิทยาลัยรังสิต และมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต &amp;nbsp; &amp;ldquo;ผมขอบอกว่าในความเป็นเด็ก เขามีตัวตน การทำงานเรื่องโควิดเป็นเรื่องยาก การชี้แจงกับเด็กเข้าใจยากกว่าการชี้แจงให้ผู้ใหญ่ ส่วนหนึ่งเพราะผู้ใหญ่มีประสบการณ์ กลัวเจ็บ กลัวตาย เขาเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;คุณตาคุณยายของผมฉีดยาวันที่ 16 มิ.ย. ส่วนผมฉีดซิโนแวคเข็มแรกไปแล้ว เนื่องจากผมทำงานกับกระทรวงสาธารณสุข อยู่กับกลุ่มเสี่ยง เยาวชนที่อยู่ในชุมชน ผมกำลังจะฉีดเข็มที่ 2 ประสบการณ์ที่ฉีดวัคซีนเข็มแรกนั้นผมปวดแขนมาก นอนหลับสนิทถึง 12 ชั่วโมง เพื่อนๆ ผมก็นอนยาว วันรุ่งขึ้นทุกคนตื่นสายกันหมด&amp;nbsp; ไม่มีใครแพ้ยาแต่อย่างใด แม้แต่เพื่อนที่อ้วนที่สุด เพราะฉะนั้นหลังฉีดวัคซีนวันรุ่งขึ้นควรจะพักผ่อน&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ขณะนี้เครือข่ายเยาวชนในโรงเรียนเป็น Gen Z ทำงานรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ใน จ.อุบลราชธานี, เพชรบูรณ์, ภูเก็ต มีการจับมือกับยุว อสม.ทำงานสุขภาพในจังหวัด คาดว่ายุว อสม.จะเป็นจริงได้ในเดือน ต.ค.หรือ พ.ย. &amp;quot;พี่ชายฝาแฝดของผม เมธชนนท์ ประจวบลาภ ทำงานเป็น ผอ.โรงเรียนเซนต์จอห์น ดอนบอสโก พระราม 2&amp;nbsp; ก่อนหน้านี้เป็นรอง ผอ.รร.จุฑารัตน์ หนองเสือ ปทุมธานี&amp;nbsp; ดูแลเด็กมัธยม 700 กว่าคน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ในขณะที่โควิด-19 ระบาดมากยิ่งขึ้น สสส.ให้ปรับงบประมาณเรื่องรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ สุขภาวะของเด็ก มาเป็นการทำงานเฉพาะหน้าที่เกี่ยวกับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโควิด-19 เนื่องจากเรื่องโควิด-19 เป็นเรื่องที่ไม่ไกลตัว&amp;nbsp; พ่อแม่ของเยาวชนต่างก็ได้รับความเดือดร้อนกันทั่วหน้า&amp;nbsp; ขณะเดียวกันวัยรุ่นและเด็กไทยทั้งประเทศก็ต้องเรียนหนังสือทางออนไลน์ ไม่ได้พบปะเพื่อนฝูง บางครั้งเรียนทางออนไลน์แม่ก็ตะโกนให้ไปรีดผ้า พร้อมกับตั้งคำถามว่าเมื่อไหร่จะได้กลับเข้าสู่ห้องเรียนในระบบ การเรียนในห้องเรียนในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ยังมีปัญหาในการดึงเข้ามาให้เกิดการเรียนรู้&amp;nbsp; ปัญหาจากการเรียนออนไลน์มีมาก ถ้าเด็กติดตัว P ในวิชาสุดท้ายที่จะจบออกมาเพื่อรับปริญญา เขาเรียนแทบเป็นแทบตาย สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่มีผลกระทบต่อการเรียน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;เด็กส่วนใหญ่มีความตื่นตัวต่อปัญหาโควิด-19 &amp;nbsp;เพราะเขาเห็นว่าพ่อแม่เดือดร้อนมาก ถ้าเยาวชนไม่ตื่นตัวจะกลายเป็นคนที่สร้างปัญหาให้ครอบครัว สังเกตได้ว่าขณะนี้ปัญหาเด็กแว้นลดจำนวนน้อยลง ไม่ใช่ตำรวจกวาดล้างการมั่วสุมของวัยรุ่น แต่เด็กรู้ว่าเขาจะต้องไม่สร้างปัญหาให้พ่อแม่ มีเด็กหลายคนเลิกบุหรี่ได้ เขากลัวไม่มีเงิน&amp;nbsp; ยิ่งในสถานการณ์ที่วิกฤติ ด้วยสัญชาตญาณความเป็นมนุษย์ ต้องเอาตัวรอด เด็กหลายคนเลือกที่จะลดการดื่มน้ำอัดลมหันมาดื่มน้ำเปล่าแทน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝุ่นPM2.5ฟุ้ง&amp;#39;อีสาน&amp;#39;จุดความร้อนแน่นพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักวิชาการฉายภาพย้อนหลัง 3 ปี พบค่าเฉลี่ยรายปี&amp;nbsp; PM2.5 ใน จ.ขอนแก่นสูงกว่า กทม.และเชียงใหม่ สะท้อนปัญหามลพิษทางอากาศในภาคอีสานไม่ควรถูกละเลยหรือมองข้ามผ่าน! &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การประชุมสัมมนาวิชาการออนไลน์ เรื่อง &amp;quot;มลพิษอากาศในภาคอีสาน และศูนย์วิชาการเพื่อขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษอากาศ&amp;quot; ผ่านระบบ ZOOM จัดโดย ศูนย์วิชาการเพื่อขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษอากาศ สมาคมวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เมื่อเร็วๆ นี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.ชัชวาล อัยยาธิติ อาจารย์สาขาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า&amp;nbsp; ภาคอีสานมีอากาศทั่วไปร้อนชื้นสลับกับแล้ง มีเทือกเขากั้นจากภาคอื่น มีแอ่งโคราชและแอ่งสกลนครที่ลาดเอียงจากตะวันตกไปตะวันออก มีผลต่อการกระจายตัวของมลพิษอากาศ การใช้ประโยชน์ที่ดินเป็นเนื้อที่ทางการเกษตร&amp;nbsp; 63.86 ล้านไร่ แยกเป็นนาข้าว 41.75 ล้านไร่ พืชไร่ 11.45&amp;nbsp; ล้านไร่ สวนไม้ผลและไม้ยืนต้น 5.90 ล้านไร่ สวนผักและไม้ดอก 0.32 ล้านไร่ และการเกษตรอื่นๆ 4.44 ล้านไร่ โดยพืชหลักของภาค ได้แก่ ข้าว อ้อย มันสำปะหลัง ยางพารา และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ กิจกรรมการเกษตรกรรมในพื้นที่เป็นแหล่งกำเนิดมลพิษอากาศที่สำคัญและมีผลกระทบต่อคุณภาพอากาศในภาคอีสาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศของกรมควบคุมมลพิษในภาคอีสานมีเพียง 12 สถานี และมีเพียงสถานีเดียวที่ข้อมูลสมบูรณ์ตั้งแต่ปี พ.ศ.2557 คือที่จังหวัดขอนแก่น สะท้อนว่าการตรวจวัดคุณภาพอากาศในภาคอีสานไม่ได้รับความสนใจหรือให้ความสำคัญมากนัก ทั้งที่ค่า PM2.5 ไม่ต่ำกว่าภาคอื่นๆ ซึ่งเมื่อพิจารณาข้อมูลตั้งแต่ปี 2561-2563 พบว่าค่า PM2.5 เฉลี่ยรายปี จ.ขอนแก่นเกินค่ามาตรฐาน อยู่ในระดับสูงกว่า 30 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ทุกปี ขณะที่ค่ามาตรฐานอยู่ที่ 25 มคก./ลบ.ม. โดยสูงกว่า กทม.และเชียงใหม่ นอกจากนี้ ปี 2560-2562 จ.ขอนแก่นมีจำนวนวันที่ค่าฝุ่นเกินค่ามาตรฐานเพิ่มจากกว่า&amp;nbsp; 20 วัน เป็นกว่า 30 วัน และกว่า 60 วันตามลำดับ โดยค่าสูงสุดเกินค่ามาตรฐานชัดเจนช่วงเดือน ม.ค.-เม.ย. และ&amp;nbsp; ต.ค.-ธ.ค.ของทุกปี ที่เป็นฤดูเพาะปลูกเกษตรกรรม โดยแหล่งกำเนิดฝุ่นละอองที่สำคัญคือ การเผาในที่โล่งโดยเฉพาะพื้นที่เกษตรกรรม สถานประกอบการ โรงงาน และยานพาหนะ &amp;quot;ปัญหามลพิษทางอากาศของภาคอีสานไม่ได้ด้อยหรือน้อยกว่าพื้นที่อื่นๆ ที่มีรายงานปัญหามลพิษในประเทศไทย&amp;quot;&amp;nbsp; ดร.ชัชวาลกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธนาวุธ โนราช นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการ&amp;nbsp; สำนักสิ่งแวดล้อมภาคที่ 10 กล่าวถึงมลพิษทางอากาศภาคเกษตรกรรมว่า ค่าเฉลี่ยรายปี PM2.5 จ.ขอนแก่น ย้อนหลัง 7 ปี 2557 อยู่ที่ 29.42 มคก./ลบ.ม. ปี 2558 อยู่ที่&amp;nbsp; 30.58 มคก./ลบ.ม. ปี 2559 อยู่ที่ 39.2 มคก./ลบ.ม. ปี 2560&amp;nbsp; อยู่ที่ 29.8 มคก./ลบ.ม. ปี 2561 อยู่ที่ 31.42 มคก./ลบ.ม. ปี&amp;nbsp; 2562 อยู่ที่ 34.75 มคก./ลบ.ม. และปี 2563 อยู่ที่ 29.56&amp;nbsp; มคก./ลบ.ม. ทั้งนี้ การเผาในที่โล่งเป็นหนึ่งในแหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศ ซึ่งเป็นวิถีชีวิต มีทั้งการเผาขยะชุมชน&amp;nbsp; เผาข้างถนน เผาไร่อ้อย เผานาข้าว และเผาพื้นที่รกร้างในชุมชน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อดูจากจุดความร้อน พบว่าปี 2562 จำนวน 49,938&amp;nbsp; จุด ปี 2563 จำนวน 40,219 จุด และปี 2564 (ม.ค.-เม.ย.)&amp;nbsp; 20,949 จุด พิจารณาเฉพาะปี 2564 จำแนกตามการใช้ประโยชน์ที่ดิน เป็นพื้นที่เกษตร 8,381 จุด 40% เขต ส.ป.ก.&amp;nbsp; 4,401 จุด 21% ป่าสงวนแห่งชาติ 2,851 จุด 14% ชุมชนและอื่นๆ 2,631 จุด 12% ป่าอนุรักษ์ 2,437 จุด 12% และพื้นที่ริมทางหลวง 248 จุด 1% และจำแนกตามชนิดแหล่งกำเนิด นาข้าว 8,393 จุด 40% อ้อย 1,347 จุด 6% พื้นที่เกษตรอื่นๆ 3,040 จุด 15% พื้นที่ป่า 5,288 จุด 25% พื้นที่ริมทางหลวง 248 จุด 1% ชุมชนและอื่นๆ 2,633 จุด 13%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธนาวุธบอกว่า กรณีการเผาในนาข้าวเป็นการทำนานอกฤดูที่มีน้ำเพียงพอ โดยมีพื้นที่ทำนานอกฤดู 1.99&amp;nbsp; ล้านไร่ จ.นครราชสีมามากที่สุด 3.3 แสนไร่ ส่วนการเผาจากไร่อ้อย ภาคอีสานมีกลุ่มโรงงานผลิตน้ำตาล 22 กลุ่มโรงงาน บางจังหวัดมี 2-3 โรงงาน การเผาจะเกิดขึ้นในช่วงก่อนตัด เพื่อให้โล่งตัดง่ายได้วันละ 3 ตันต่อคน แต่หากไม่เผาตัดได้ 1 ตันต่อคนต่อวัน และเผาหลังตัดเพราะมีใบอ้อยเก่าเหลืออยู่ หากไม่เผาใบเก่าทิ้ง เมื่อต้นเกิดใหม่อาจจะเกิดไฟไหม้และทำให้ตายได้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแก้ปัญหา กรณีนาข้าว พยายามแก้ปัญหาด้วยการใช้รถไถเตรียมดินปลูกข้าวนอกฤดู โดยนำฟางข้าวไปเป็นอาหารสัตว์ แต่ซังข้าวซึ่งสัตว์ไม่กินนั้น ก็ให้ใช้เครื่องจักรอัดแท่งแล้วนำไปขายให้โรงงานรับซื้อเชื้อเพลิงชีวมวล ในพื้นที่นำร่อง 10,000 ไร่ พบว่าจุดความร้อน 100 จุดในปี 2562&amp;nbsp; ลดลงเหลือ 1 จุดในปี 2563 ส่วนกรณีไร่อ้อย มีการส่งเสริมให้เกษตรกรใช้เครื่องจักรในการตัดใบอ้อยแล้วอัดแท่งนำไปขายให้โรงงานที่รับซื้อ และให้โรงงานเลิกซื้ออ้อยที่เผา และจัดคิวรถอ้อยเข้าโรงงานให้มีสัดส่วนรถอ้อยสดเข้า 10 คัน&amp;nbsp; และรถอ้อยเผาเข้า 1 คัน ขณะที่การเผาขยะชุมชนได้ส่งเสริมให้มีการทำ &amp;quot;เสวียน&amp;quot; ที่เป็นที่เก็บใบไม้โดยไม่เผา แต่เป็นการหมักเป็นปุ๋ยแทน ซึ่งความสำเร็จที่เกิดขึ้นคือ ปี&amp;nbsp; 2564 มีจุดความร้อนลดลงอยู่ที่ราว 2 หมื่นจุด จากที่สองปีก่อนหน้าอยู่ที่ราว 4 หมื่นจุด &amp;quot;หากจุดความร้อนลดลง แต่คุณภาพอากาศยังไม่ดีขึ้น&amp;nbsp; ก็อาจจะเป็นเพราะมีค่าเพดานการลอยตัวของอากาศเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย หากมีค่าลอยตัวอากาศต่ำ การระบายอากาศก็ไม่ดี มลพิษก็สูง&amp;quot; ธนาวุธกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วน ดร.สุพัฒน์ หวังวงศ์วัฒนา อาจารย์คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มองว่า ปัญหามลพิษอากาศหลักของประเทศไทยประกอบด้วย ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) โอโซน สารประกอบอินทรีย์ระเหย และโลหะหนัก เช่น ปรอท ตะกั่ว เป็นต้น แหล่งกำเนิดหลักของสารมลพิษอากาศในประเทศไทย คือ การคมนาคมขนส่ง การเผาเชื้อเพลิงชนิดต่างๆ ในยานยนต์ โรงไฟฟ้า โรงงานอุตสาหกรรม และบ้านเรือน กระบวนการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม ปฏิกิริยาเคมีในบรรยากาศก่อให้เกิดสารมลพิษอากาศทุติยภูมิ และการเผากากของเสียและชีวมวลในที่โล่ง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งที่มาสำคัญของฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่ต่างๆ ของประเทศไทย แยกเป็นกรุงเทพฯ และปริมณฑล จากการคมนาคมขนส่ง การเผาชีวมวลในที่โล่ง และฝุ่นทุติยภูมิ ภาคกลาง การเผาชีวมวลในที่โล่ง ภาคเหนือจากไฟป่าและการเผาชีวมวลในที่โล่ง ภาคตะวันออกจากการคมนาคมขนส่ง&amp;nbsp; อุตสาหกรรม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจากการเผาชีวมวลในที่โล่ง รวมทั้งไฟป่า และภาคใต้จากไฟป่าพรุในอินโดนีเซีย และในประเทศไทยโดยเฉพาะป่าพรุควนเคร็ง จ.นครศรีธรรมราช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น การแก้ปัญหามลพิษอากาศที่ยั่งยืนคือ การลดการปล่อยสารมลพิษจากแหล่งกำเนิด ซึ่งในประเทศไทยมีตัวอย่างการทำให้อากาศดีขึ้นแล้ว เช่น โรงไฟฟ้าแม่เมาะ ที่มีการติดตั้งเครื่องกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ สามารถควบคุมปริมาณก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ได้ แต่ต้องมีการลงทุน จึงอยากให้มีการนำรูปแบบไปขยายผลในที่อื่นๆ ขณะที่การลดปัญหาฝุ่น PM2.5 จากการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม&amp;nbsp; หากมีการกำหนดเป้าหมายลดการเผาและมาตรการส่งเสริมสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวและข้าวโพดอย่างที่ประสบความสำเร็จสำหรับผู้ปลูกอ้อย จะสามารถลดการเผาในที่โล่งได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ รศ.วงศ์พันธ์ ลิมปเสนีย์ ผู้อำนวยการศูนย์วิชาการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษอากาศ กล่าวว่า จุดอ่อนที่สำคัญของการแก้ปัญหามลพิษอากาศของประเทศไทยคือ ขาดความรู้เชิงลึกเพิ่มเติมจากงานวิจัย หรือการพัฒนาเทคโนโลยีที่น่าเชื่อถือ เชื่อมโยงกับการพัฒนานโยบายและสนับสนุนการกำหนดและบังคับใช้มาตรการ&amp;nbsp; และการได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน เช่น การบริหารจัดการการเผาในที่โล่ง เป็นต้น จึงได้รับการสนับสนุนจาก สสส.จัดตั้งศูนย์วิชาการเพื่อขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษอากาศขึ้น เพื่อเป็นศูนย์รวมนักวิชาการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการรวบรวมองค์ความรู้ที่ถูกต้อง เพื่อใช้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่เหมาะกับบริบทพื้นที่ของประเทศ พัฒนาองค์ความรู้ที่เป็นข้อมูลวิชาการที่ถูกต้องและเชื่อถือได้ เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 พัฒนาระบบข้อมูลงานวิชาการที่สามารถใช้ในการต่อยอดพัฒนางานวิชาการต่อไป รวมทั้งจัดทำข้อเสนอแนะมาตรการนโยบายต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง เผยแพร่ความรู้สู่สังคมและสร้างการมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่าย สื่อสารความรู้ เสริมสร้างประสบการณ์ และปลูกฝังความเป็นเจ้าของในทรัพยากรอากาศสะอาดกับภาคประชาชน เอกชน และภาคธุรกิจ ร่วมกันขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 โดยสามารถติดตามข่าวสารได้ทางเฟซบุ๊กรู้ทันฝุ่น https://www.facebook.com/CCAS.EEAT และ www.ccas.or.th.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106064</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สาธารณสุขจังหวัด, รักใครให้ชวนฉีดวัคซีน, วัคซีน, วันสุขบัญญัติแห่งชาติ, สถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย (ยท.), สสส, โควิด.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210611/image_big_60c35a3881430.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104026</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2021 20:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2021 20:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สตช.-สสส.-ภาคีเครือข่าย เร่งรณรงค์ป้องกันภัยโควิด-19 หลังมีกฎหมายให้ใส่หน้ากากอนามัย  พร้อมชวนประชาชนเฝ้าระวังแจ้งเบาะแส มั่วสุมตั้งวงเหล้า-พนัน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ชัยณรงค์ เจริญไชยเนาว์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และ พล.ต.ต.ฐายุฏฐ์ จันทร์ถาวร ผู้บังคับการอำนวยการตำรวจภูธร ภาค 1 รับมอบป้ายรณรงค์ป้องกันภัยโควิด-19 จาก นางสาวรุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับนางสาวเครือมาศ ศรีจันทร์ ผู้ประสานงานเครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต และมูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว เพื่อสนับสนุนรณรงค์ประชาสัมพันธ์ สร้างความตระหนัก เคร่งครัดต่อชีวิตวิถีใหม่ในสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp; โดยมอบป้ายไวนิลจำนวน 768 ผืน และป้ายพีพีบอร์ด 1,280 แผ่น กระจายในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 88 สถานี และจังหวัดใกล้เคียง อีก 3 จังหวัดในพื้นที่เสี่ยง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นางสาวรุ่งอรุณ&amp;nbsp; ลิ้มฬหะภัณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม สสส. กล่าวว่า ในสถานการณ์โควิด&amp;ndash;19 ระลอกสามนี้ ถือว่ารุนแรงและยาวนานที่สุด เมื่อเทียบกับสองระลอกที่ผ่านมา สสส. ได้ร่วมกับภาคีองค์กรภาคประชาชนหนุนเสริมการทำงานเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเต็มกำลัง และภายหลังที่ทุกจังหวัดได้มีมาตรการกำหนดให้ทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า เมื่อออกจากบ้าน ส่งผลให้ภาพรวมการสวมหน้ากากดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อย่างไรก็ตามในหลายๆ คลัสเตอร์ยังคงอยู่ในระดับที่ที่น่าเป็นห่วง ทั้งตลาด แคมป์คนงานก่อสร้าง ชุมชน &amp;nbsp;ซึ่งต้องให้ความสำคัญกับมาตรการคัดกรอง&amp;nbsp; การล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ การรักษาระยะห่าง&amp;nbsp; ก็ยังคงต้องรณรงค์ให้ยึดถือปฏิบัติกันอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;วันนี้ สสส. ร่วมกับภาคีเครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต และมูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว&amp;nbsp; ได้สนับสนุนสื่อรณรงค์ประชาสัมพันธ์ ในรูปแบบป้ายไวนิล 768 ผืน และแผ่นพีพีบอร์ด 1,280 แผ่น เพื่อให้สถานีตำรวจในพื้นที่ กทม.ทั้ง 88 &amp;nbsp;สถานี และในสามจังหวัดใกล้เคียง ได้แก่ ปทุมธานี&amp;nbsp; นนทบุรีและสมุทรปราการ ใช้ประชาสัมพันธ์เพื่อตอกย้ำในพื้นที่ กับมาตรการต่างๆ ที่ต้องเข้มข้นกันต่อไป รวมไปถึงขอความร่วมมือ การ์ดอย่าตก เว้นระยะห่าง ล้างมือ งดปาร์ตี้ ตั้งวงเหล้า วงพนัน ซึ่งกำลังกลายเป็นจุดเสี่ยงการแพร่เชื้อตามที่เป็นข่าวมาแล้วหลายพื้นที่ และควรใช้โอกาสนี้ลด ละ เลิกเหล้า-บุหรี่ จะดีที่สุดเพราะเหล้า บุหรี่จะลดภูมิคุ้มกันของร่างกาย มีโอกาสติดเชื้อโควิด-19 ได้มากกว่าผู้ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และอยากขอวิงวอนประชาชนช่วยกันเฝ้าระวังการรวมกลุ่มมั่วสุม ตั้งวงดังกล่าว&amp;nbsp; ช่วยกันแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย&amp;rdquo;&amp;nbsp; นางสาวรุ่งอรุณ&amp;nbsp; กล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104026</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจภูธร ภาค 1, นางสาวรุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ, นางสาวเครือมาศ ศรีจันทร์, ป้ายรณรงค์ป้องกันภัยโควิด-19, พล.ต.ต.ฐายุฏฐ์ จันทร์ถาวร, พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย, พล.ต.ท.ชัยณรงค์ เจริญไชยเนาว์, มูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว, สตช., สสส, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, สำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม สสส., หน้ากากอนามัย, เครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210524/image_big_60abaa29ab02c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22993</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2026 15:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2018 07:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ขอนแก่น&#039;ผลักดันคนพิการทำงานเพื่อสังคม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;การค้นหาคนพิการที่มีศักยภาพและนำมาอบรมพัฒนาอาชีพ ได้เข้าทำงานใน รพ.อุบลรัตน์ ตลอดจนช่วยเหลือชุมชนใน อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น สะท้อนคนพิการไม่เป็นภาระของสังคม และไม่ควรมองข้ามการฟื้นฟูสุขภาวะคนพิการในทุกมิติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;อ.อุบลรัตน์ เป็นหนึ่งในพื้นที่นำร่องการจ้างงานคนพิการผ่านการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในรูปแบบประชารัฐดูแลคนพิการ และส่งเสริมให้เกิดการจ้างงานคนพิการตามมาตรา 33 และ 35 ภายใต้พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ทำให้ความสำเร็จของ อ.อุบลรัตน์ นำมาขยายผลระดับจังหวัด&amp;nbsp;


แทงบอลออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ​&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสำนักงานสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า ปัจจุบันสำนักงานสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มีภาคีเครือข่ายร่วมดำเนินงานในพื้นที่ 1,773 หน่วยงานทั่วประเทศ โดยในพื้นที่ จ.ขอนแก่น สสส.หนุนเสริมการทำงานผ่านมูลนิธิพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนเพื่อคุณภาพชีวิตดี จ.ขอนแก่นเน้นการใช้องค์ความรู้ในการขยายเครือข่ายคนพิการและผู้ดูแลให้รวมตัวร่วมคิดร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และร่วมทำงานจนพึ่งตนเองและพึ่งพากันเองได้ และเป็นที่ยอมรับของชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ที่โดดเด่น ผู้จัดการกองทุน สสส.กล่าวว่า มีกระบวนการทำงานที่สามารถสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐ&amp;nbsp; 


แทงสล็อต&amp;nbsp;&amp;nbsp;เอกชน และภาคประชาสังคม ในหน่วยงานต่างๆ ทำให้เกิดโครงการสำคัญ อาทิ ศูนย์ล้อไม้คนพิการบ้านทรัพย์สมบูรณ์ โดยสนับสนุนคนพิการที่มีศักยภาพให้พัฒนาผลิตภัณฑ์จนพึ่งตนเองได้, ธนาคารต้นไม้ที่เชื่อมโยงและพัฒนาให้เกิดการจัดทำแผนธุรกิจเพื่อสังคม เป็นโมเดลรองรับ พ.ร.บ.วิสาหกิจชุมชนด้านสุขภาพ คนพิการสามารถระดมทรัพยากรในพื้นที่มาแปรรูปเป็นต้นทุนในการผลิต เพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ในเชิงธุรกิจ จนเกิดรายได้ให้แก่คนพิการและผู้ดูแลคนพิการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ด้านนายวันชัย คำบุญ อายุ 46 ปี ผู้พิการขา กล่าวกับคณะที่มาศึกษาดูงานที่ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพคนพิการ: ศูนย์ล้อไม้บ้านทรัพย์สมบูรณ์ ว่า คนพิการคนอื่นที่เป็นมากกว่าเราเขายังสู้และพัฒนาตนเองได้ ทำไมเราจะทำไม่ได้&amp;nbsp;


แทงหวยออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;วันชัยเล่าด้วยความภูมิใจว่า เดิมมีอาชีพผลิตเฟอร์นิเจอร์ ชั้นวางของ ตู้ โต๊ะต่างๆ แต่ด้วยลักษณะทางกายภาพตนเป็นคนตัวเล็ก ยกของหนักเกินไป อยู่ๆ ร่างกายซีกซ้ายก็ขยับไม่ได้ จึงให้คนที่บ้านพาไปหาหมอ แพทย์แจ้งว่าตนเป็นหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทจากการยกของหนักและนั่งทำงานนานเกินไป ต้องผ่าตัดและนอนพักรักษาตัวอยู่ 3 ปี ในระหว่างนั้นมีเพียงเบี้ยคนพิการในการดูแลตนเอง ทำให้ตนท้อใจ ไล่ให้ภรรยาและลูกไปอยู่ที่อื่นด้วยความโมโห แต่คุณหมอช่วยกายภาพบำบัดมาเรื่อยๆ จากพิการครึ่งซีกก็ดีขึ้น ปัจจุบันร่างกายซีกซ้ายส่วนบนขยับได้เป็นปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;วันชัยกล่าวต่อว่า จากนั้นคุณหมอแนะนำให้ตนไปศูนย์เรียนรู้สำหรับผู้พิการ ตนมีกำลังใจมากขึ้น อยากทำสิ่งที่มีประโยชน์มากกว่าการอยู่เฉยๆ จึงร่วมโครงการศูนย์ล้อไม้บ้านทรัพย์สมบูรณ์ ที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาอาชีพคนพิการ ได้สอนงานทำเฟอร์นิเจอร์แก่เพื่อนๆ ผู้พิการด้วยกัน ทำให้มีความสุข มีรายได้จุนเจือครอบครัวเดือนละ 9,000-10,000 บาท มีสังคม พูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนมากขึ้น ดีกว่านั่งอยู่ที่บ้านเพื่อรอคนอื่นมาดูแล&amp;nbsp;


เครดิตฟรีทดลองเล่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;​&amp;ldquo;การมองเห็นคุณค่าในตัวเองเป็นสิ่งที่สำคัญ ผมอยากให้กำลังใจคนพิการลุกขึ้นมาสร้างสิ่งดีๆ เริ่มจากการดูแลตนเอง พัฒนาตนเอง และค่อยๆ เริ่มช่วยเหลือสังคม ค้นหาในสิ่งที่ตนเองชอบ ฝึกฝนทำด้วยความรัก สุดท้ายเราจะรู้สึกภูมิใจในตนเองมากขึ้น เกิดความสุขทั้งทางกาย ทางใจ มีสังคมใหม่ อีกทั้งยังสร้างรายได้ มีเงินออมให้ใช้บั้นปลายชีวิต และไม่ตกเป็นภาระของใคร&amp;rdquo; นายวันชัยเล่าด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;นพ.อภิสิทธิ์ ธำรงวรางกูร ผอ.รพ.อุบลรัตน์ กล่าวว่า ทาง รพ.ได้จ้างงานคนพิการจำนวน 12 คนเข้ามาดูแลทำความสะอาดตึกพยาบาลแห่งใหม่เพื่อเตรียมเปิดให้บริการ ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงพยาบาลนำร่องในโครงการโรงพยาบาลประชารัฐ ที่ได้จัดทำตามโครงการส่งเสริมอาชีพคนพิการ ตามมาตรา 35 ตั้งแต่ปลายปี 2559 ทำให้คนพิการในเขตชุมชนมีรายได้ที่มั่นคง เกิดพื้นที่ทางสังคม ทางปัญญา ด้วยการค้นหากิจกรรมที่ดีต่อสุขภาพ โดยจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้สำหรับคนพิการ ซึ่ง สสส.และภาคีเครือข่ายจัดขึ้นสนับสนุนการจัดการให้กับคนพิการใช้ต่อยอดในการสร้างเสริมอาชีพ มีอาชีพเลี้ยงดูตนเองได้อย่างมั่นคง โดย อ.อุบลรัตน์รับหน้าที่พัฒนาในส่วนชนบทตั้งแต่กุมภาพันธ์ พ.ศ.2560 ให้จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับอำเภอ จำนวน 52 เวที และ 4 เวทีในระดับจังหวัด ได้ลงพื้นที่ค้นหาคนพิการที่มีศักยภาพ ซึ่งมีจำนวน 48 คนที่มีฝีมือในการจัดทำจำหน่ายสินค้าที่ประดิษฐ์จากของในพื้นที่ และจากการปลูกพืชผักตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง จากนั้นได้รวมตัวจัดตั้งศูนย์ล้อไม้บ้านทรัพย์สมบูรณ์ เป็นศูนย์เรียนรู้และพัฒนาอาชีพคนพิการขึ้น เพื่อให้ผู้พิการมารับการอบรม ซึ่งมีจำนวน 600 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;​&amp;ldquo;นอกจากนี้ยังมีบริษัทอุตสาหกรรมจากเอกชนมาร่วมสนับสนุนคนพิการ และร่วมพัฒนาปรับศูนย์เรียนรู้ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เกิดสุขภาวะทางกาย ทำให้คนพิการมีรายได้เพิ่มขึ้น มีเงินออมไว้ใช้จ่ายในอนาคต มีสุขภาวะทางใจมีความสุขจากการมีงานทำ และเป็นงานที่เกิดประโยชน์ต่อเพื่อนมนุษย์ สามารถสร้างผลผลิตเพิ่มมากขึ้น ช่วยเหลือทั้งใน รพ.และในเขตชุมชน ถัดมาเกิดสุขภาวะทางสังคม คนพิการมีรายได้จากการได้อุทิศเวลามาทำงานเพื่อสังคม ช่วยเหลือ รพ. โดยรู้สึกเหมือนเป็นเจ้าของ รพ.อุบลรัตน์ด้วย และเกิดสุขภาวะทางปัญญา เกิดการรวมตัวสร้างสรรค์ผลงานสาธารณะ ทั้งการเกษตร การเพาะการปลูกพืชผักปลอดสารพิษ รวมถึงการปลูกต้นไม้ เช่น ต้นยางนา ต้นสัก การทำกล้าไม้ เพื่อให้ผู้สนใจนำไปปลูก เข้าโครงการธนาคารต้นไม้ตามนโยบายของรัฐบาลทั้งในเขตพื้นที่ ตำบล ชุมชน อำเภอ และใน จ.ขอนแก่น ส่วนการดำเนินงานต่อไปจะชวนคนพิการผลิตอาหารปลอดสารเคมี ดูแลคนไข้ทั้งชุมชนและจังหวัด พร้อมส่งเสริมการสร้างบุคลากรที่ช่วยดูแลผู้พิการ&amp;rdquo; นพ.อภิสิทธิ์ทิ้งท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;การเข้าไปหนุนเสริมให้คนพิการมีงานทำ เป็นการฟื้นฟูสุขภาวะทั้ง 4 มิติ กาย ใจ ปัญญา สังคม ช่วยให้มีความสุข ลดการเจ็บป่วย และพร้อมที่จะสู้กับสังคมในปัจจุบันที่ก้าวไปอย่างรวดเร็ว ที่สำคัญบุคคลเหล่านี้จะไม่ถูกหลงลืม แต่กลายเป็นบุคคลที่มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนพัฒนาประเทศ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22993</URL_LINK>
                <HASHTAG>&#039;ขอนแก่น&#039;, ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์, ผู้จัดการกองทุนสำนักงานสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), พัฒนาอาชีพ, สสส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181128/image_big_5bfe34c7bf735.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22979</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2026 15:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/11/2018 07:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ไทย เฮลท์ เดย์ รัน 2018&quot; หนุนกิจกรรมทางกาย เพิ่มพื้นที่สุขภาวะมาตรฐาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;การเติบโตของกิจกรรมการวิ่งนับพันงานต่อปี ผู้คนทุกเพศทุกวัยออกมาเดินวิ่งเพื่อสุขภาพ บ่งบอกกระแสใส่ใจรักสุขภาพในสังคมไทยมีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเป็นกิจกรรมทางกายที่เข้าถึงได้ง่าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;งานวิ่งเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ส่งเสริมกิจกรรมทางกาย 2 เพิ่ม 1 ลด คือ เพิ่มกิจกรรมทางกาย เพิ่มพื้นที่สุขภาวะและลดพฤติกรรมเนือยนิ่งในประชากรทุกกลุ่มวัย การส่งเสริมให้คนไทยมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอจะช่วยลดความสูญเสียชีวิตจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ได้ถึง 11,129 รายต่อปี และลดต้นทุนค่ารักษาพยาบาลได้ถึง 5,977 ล้านบาท สสส.มีเป้าหมายสนับสนุนให้ประชาชนมีวิถีชีวิตที่ดูแลสุขภาพมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;สหพันธ์สมาคมกรีฑานานาชาติ หรือ IAFF กำหนดให้ผู้จัดงานวิ่งต้องคำนึงถึงมาตรฐานการจัดงาน ปีนี้ สสส.ร่วมกับสมาพันธ์ชมรมเดินวิ่งเพื่อสุขภาพไทยได้จัดทำและเผยแพร่ &amp;quot;คู่มือการจัดกิจกรรม งานวิ่งเพื่อสุขภาพ&amp;quot; เพื่อให้การจัดงานมีความปลอดภัย ยุติธรรมเท่าเทียม และสนุกสนานสำหรับผู้จัดและนักวิ่งทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ กล่าวว่า เดือนพฤศจิกายนเป็นเดือนแห่งการก่อตั้ง สสส.ปีนี้ครบรอบปีที่ 17 เรายังคงมุ่งมั่นขับเคลื่อนกระบวนการสร้างเสริมสุขภาพร่วมกับภาคส่วนต่างๆ ในสังคม&amp;nbsp;


แทงบอลออนไลน์ เพื่อให้คนไทยมีสุขภาพดีใน 4 มิติ ทั้งทางกาย จิต ปัญญา สังคม บนพื้นฐานความรู้ความเข้าใจว่า เป้าหมายสุขภาวะดังกล่าวไม่สามารถเกิดขึ้นได้เพียงแค่สื่อสารรณรงค์ แต่ทุกภาคส่วนต้องลงมือสร้างความเปลี่ยนแปลง ​สร้างสังคม สิ่งแวดล้อม ตลอดจนเงื่อนไขชีวิตของผู้คนให้พร้อม ให้สะดวกที่จะมีพฤติกรรมสุขภาพที่ดีด้วย เราได้เห็นความเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาวะไปในทิศทางที่ดีขึ้น ผู้คนหันมาให้ความสำคัญกับการกิน อยู่ หลับนอน แนวโน้มวิถีคนรักสุขภาพมาแรงอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;


แทงสล็อต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ผู้จัดการกองทุน สสส.เผยว่า ประจักษ์พยานล่าสุด องค์การอนามัยโลกนำเสนอผลการติดตามการดำเนินงานด้านการควบคุมโรคไม่ติดต่อ เช่น มะเร็ง โรคหลอดเลือดหัวใจ เบาหวาน โรคทางเดินหายใจ ฯลฯ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักการตายของประชากรไทยและโลกปัจจุบัน ซึ่งเป็นที่น่ายินดีว่าในปี 2560 ไทยมีการดำเนินงานการบรรลุผล 12 ใน 19 มาตรการหลักที่งานวิชาการชี้ว่านำไปสู่การลดโรคไม่ติดต่อในระดับประชากร นับเป็นอันดับ 1 ในอาเซียน และเป็นอันดับ 3 ของโลกร่วมกับฟินแลนด์และนอร์เวย์&amp;nbsp;


แทงหวยออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ตัวอย่างมาตรการสำคัญที่ไทยขับเคลื่อนมาอย่างต่อเนื่องส่งให้ติดอันดับ 1 อาเซียน ดร.สุปรีดายกตัวอย่างนโยบายภาพคำเตือนบนซองบุหรี่ การขึ้นภาษีและการห้ามโฆษณาและส่งเสริมการขายบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การรณรงค์สื่อสารในเรื่องบุหรี่ สุรา อาหารและกิจกรรมทางกาย เป็นต้น ซึ่ง 17 ปีที่ผ่านมา สสส.ร่วมเป็นหนึ่งในกลไกผลักดันที่สำคัญ พญ.ชุมยา สวามินาถัน รองผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก ประธานคณะทำงานสหประชาชาติที่มาติดตามงานนี้ในไทยได้ทวีตถึง สสส.ว่า &amp;ldquo;สสส.กองทุนสร้างเสริมสุขภาพของประเทศไทย ที่มีรายได้จากภาษีสรรพสามิตสุราและยาสูบ&amp;nbsp;


เครดิตฟรีทดลองเล่น มีบทบาทโดดเด่นในการผลักดันนโยบาย การสร้างการมีส่วนร่วมกับภาคประชาสังคม การสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้ คณะทำงานสหประชาชาติมีข้อเสนอแนะของต่อรัฐบาลไทยหลายประเด็นสำคัญ ดร.สุปรีดาเผยว่า สหประชาชาติเสนอให้จัดตั้งคณะกรรมการชาติที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพิ่มการมีส่วนร่วมของภาคส่วนนอกงานสาธารณสุข เพิ่มการบังคับใช้กฎหมาย ฯลฯ ส่วนข้อเสนอที่เกี่ยวข้องกับ สสส.คือ รัฐบาลควรบำรุงรักษากลไกนวัตกรรมการเงินการคลังที่ยั่งยืนจากภาษีสุรา ยาสูบและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล รวมถึงมีการป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อให้มีความต่อเนื่อง อีกทั้งให้รัฐบาลสนับสนุนบทบาทประเทศไทยให้เป็นผู้นำโลกและศูนย์กลางด้านการสร้างเสริมสุขภาพ ในบริบทประเทศกำลังพัฒนา โดยใช้บทเรียนของกระทรวงสาธารณสุข สสส.สำนักงานหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (สปสช.) และสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;การสร้างความตระหนักในกิจกรรมทางกาย เป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญของสหประชาชาติต่อการลดปัญหา NCDs ดร.สุปรีดาระบุว่า การเติบโตของการวิ่งถือเป็นกิจกรรมที่บ่งบอกกระแสสุขภาพในสังคมไทยได้เป็นอย่างดี เห็นได้จากกว่า 1,000 งานวิ่งต่อปี และมีนักวิ่ง 15 ล้านคนที่ออกมาวิ่งกัน การเดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพ เป็นกิจกรรมทางกายที่ทำได้ง่าย เริ่มต้นได้ทันที เข้าถึงประชาชนทุกเพศ ทุกวัย ทุกอาชีพ และเข้าร่วมได้ไร้ขีดจำกัด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;quot;ที่ผ่านมา สสส.ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน จัดกิจกรรมเดินวิ่งเกือบ 10 ปี โดยมีจำนวนนักวิ่งเพิ่มขึ้นจาก 5 ล้านคน ในปี 2549 เพิ่มเป็น 15 ล้านคน ในปี 2560 ซึ่งเราหวังให้คนไทยมีกิจกรรมทางกายเพียงพอ 150 นาทีต่อสัปดาห์ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ภายในปี 2564&amp;quot; ดร.สุปรีดากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;มาตรฐานการจัดงานวิ่งต้องให้ความสำคัญ ดร.สุปรีดาระบุหลายปีที่ผ่านมา สสส.ร่วมกับสมาพันธ์ชมรมเดินวิ่งเพื่อสุขภาพไทยจัดทำ &amp;ldquo;คู่มือมาตรฐานงานวิ่ง&amp;rdquo; เพื่อให้ทุกคนได้วิ่งอย่างสนุกและปลอดภัย ​นอกจากสนับสนุนงานกว่า 300 งานแล้ว งาน ThaiHealth Day Run ซึ่งจะจัดในวันอาทิตย์ที่ 11 พฤศจิกายน 2561 ณ สนามศุภชลาศัย กรุงเทพฯ สสส.มุ่งกระตุ้นให้เกิดนักวิ่งหน้าใหม่เข้าสู่สนามวิ่งเป็นจำนวนมาก ภายใต้คำขวัญ &amp;ldquo;วิ่งสู่ชีวิตใหม่&amp;rdquo; (Run for New Life) เพื่อเชิญชวนให้ประชาชนใช้การวิ่งเป็นจุดเริ่มต้นในการเปลี่ยนแปลงชีวิตของตนเองและผู้คนรอบข้าง จนเกิดเป็นเรื่องราวที่น่าประทับใจมากมายของผู้ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตด้วยการวิ่ง มีบรรดานักวิ่งหน้าใหม่ที่กลายเป็นนักวิ่งขาประจำไปจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;​​สำหรับมาตรฐานการจัดงานวิ่ง 1S 2F สาระสำคัญที่เผยแพร่ผ่านการจัดทำ &amp;quot;คู่มือการจัดกิจกรรม งานวิ่งเพื่อสุขภาพ&amp;quot; ของ สสส. เพื่อให้การจัดงานมีความปลอดภัย ทั้งความปลอดภัยบนเส้นทางวิ่ง ระบบการแพทย์ และการดูแลนักวิ่งตลอดเส้นทาง ทั้งก่อนวิ่ง ขณะวิ่ง และหลังเส้นชัย จุดบริการบนเส้นทางวิ่ง ได้แก่ น้ำ เกลือแร่ ผลไม้ การประกันอุบัติเหตุให้นักวิ่งและผู้เกี่ยวข้องกับการจัดการแข่งขันด้านความยุติธรรม ความเท่าเทียมกัน งานวิ่งต้องมีความยุติธรรมแก่ผู้เข้าแข่งขันให้ได้รับข้อมูลข่าวสารอย่างทั่วถึง เท่าเทียม มีความถูกต้องเป็นธรรมในการตัดสินผลการแข่งขัน ให้ข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแข่งขัน ในการสัญจร การประกอบอาชีพและกิจกรรมในชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ไม่เพียงเท่านี้ งานวิ่งต้องมีความสนุกสนาน มีการสร้างสีสัน การแสดงประจำท้องถิ่น และนักวิ่งแฟนซี เพื่อสร้างความบันเทิงระหว่างเส้นทางวิ่ง ซึ่งเป็นการสร้างความสนุกสนานและให้กำลังใจนักวิ่ง ทั้งหมดนี้เป็นมาตรฐานงานวิ่งสำหรับผู้จัดและนักวิ่ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22979</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot;ไทย เฮลท์ เดย์ รัน 2018&quot;, ชมรมเดินวิ่งเพื่อสุขภาพ, ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์, ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, สสส, สหพันธ์สมาคมกรีฑานานาชาติ หรือ IAFF</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181128/image_big_5bfe19c08e7a2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22975</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2026 15:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/10/2018 07:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจาะสถานการณ์รุนแรงทางเพศ เมื่อ’บ้าน’ไม่ปลอดภัย‘น้ำเมา’ต้นเหตุ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;#39;บ้าน&amp;#39; สถานที่ที่คนส่วนใหญ่คิดว่าปลอดภัยจากการกระทำความรุนแรงทางเพศ มาวันนี้คงต้องเปลี่ยนทัศนคติใหม่ เพราะล่าสุดจากการเก็บสถิติข่าวความรุนแรงทางเพศจากสื่อหนังสือพิมพ์พบว่า เหตุข่มขืนเกิดในบ้านของเหยื่อเป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาในที่พักของผู้กระทำ ขณะที่ถนนเปลี่ยว ที่เปลี่ยวๆ มาเป็นอันดับท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ส่วนข่าวการข่มขืนยังคงครองแชมป์อันดับ 1 และยังเกิดขึ้นกับกลุ่มเด็กและเยาวชน&amp;nbsp;


fifa356 ข้อมูลข่าวยังชี้ชัดการดื่มเหล้าเมาเป็นมัจจุราชกระตุ้นให้เกิดความรุนแรงทางเพศมากที่สุด ทั้งข่มขืน อนาจาร รุมโทรม พรากผู้เยาว์ นี่ยังไม่พูดถึงเหยื่อมีอายุน้อยลงเรื่อยๆ หลายข้อค้นพบจากรายงานสะท้อนข่มขืนคืบคลานเข้ามาเป็นภัยใกล้ตัวของเด็กและเยาวชน ต้องเร่งแก้ปัญหาและหาทางออก เหตุนี้มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ร่วมกับสิรินยา บิชอพ และเครือข่ายเยาวชนนักดื่มหน้าใหม่ สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดเวทีสัมมนารายงานสถานการณ์ปัญหาความรุนแรงทางเพศ ประจำปี 2560 ตอนข่มขืน...ภัยใกล้ตัวของเด็กและเยาวชน ที่โรงแรมเอเชีย เมื่อวันก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;จะเด็จ เชาวน์วิไล ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล เผยว่า&amp;nbsp;


bnk789 ในภาพรวมความรุนแรงทางเพศมีกลุ่มเด็กและเยาวชนถูกข่มขืนจำนวนมากขึ้น ข้อมูลที่ได้ไม่เฉพาะข่าวจากหนังสือพิมพ์ ยังรวบรวมกรณีที่มีผู้มาร้องเรียน มาขอคำปรึกษาจากมูลนิธิอีกด้วย ทุกปีมีเด็ก นักเรียน นักศึกษาถูกกระทำเพิ่มขึ้น หากไม่เร่งหาทางออกจะแก้ไขสถานการณ์ยากยิ่งขึ้น รวมถึงจะนำไปสู่การฆ่าผู้ก่อเหตุข่มขืนมากขึ้นในอนาคต ขณะที่เด็กวัยเรียนหากไม่ได้รับการช่วยเหลือจะหยุดเรียนการคัน หรือถ้าขาดการเยียวยาบำบัดรักษาจะมีผลกระทบด้านจิตใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;quot;แนวโน้มผู้ถูกข่มขืนช่วง 1-2 ปีนี้ไม่เปลี่ยน อยู่ในช่วงอายุ 5-20 ปี ถ้าเจาะลึกเด็กในครอบครัวถูกกระทำรุนแรงทางเพศมาก ทั้งประถม มัธยม มหาวิทยาลัย เสี่ยง แม้แต่ในบ้าน โรงเรียน สถานพยาบาล กลับพบปัญหาข่มขืนเกิดขึ้น สังคมต้องศึกษา เรียนรู้ และช่วยแก้ หากไม่ทำอะไรเลย ปล่อยให้เด็กเติบโตไปกับสังคมแบบนี้ น่าวิตก&amp;quot; จะเด็จย้ำภัยสังคมที่น่าห่วง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ประเด็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ทำให้สถิติความรุนแรงทางเพศพุ่งสูงนี้ สสส.ที่ขับเคลื่อนลด ละ&amp;nbsp;


save168 เลิกน้ำเมาในสังคมไทย มีมุมมองที่น่าสนใจสะท้อนจากรุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม สสส.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;quot;สสส.วางแผน ค้นหาสาเหตุ และร่วมหาแนวทางป้องกันการกระทำความรุนแรงทางเพศ&amp;nbsp; คนจะคิดว่าการข่มขืนมีเรื่องอารมณ์ทางเพศมาเกี่ยว ยับยั้งชั่งใจไม่ได้ หรือทำเพราะเครียด แต่จากรายงานฉบับนี้ระบุเหตุที่แท้จริงมาการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จากการขับเคลื่อนงานของ สสส. สถานการณ์การดื่มแอลกอฮอล์ลดลงเหลือ 28% ซึ่งยังลดได้อีก ทุกฝ่ายต้องช่วยกันเพื่อลดผลกระทบทางร่างกาย ลดค่าใช้จ่ายในการดื่มแอลกอฮอล์ที่มากกว่า 142,000 ล้านบาท ตลอดจนค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่รัฐต้องแบกรับผู้ป่วย&amp;quot; รุ่งอรุณย้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ผอ.สำนักสนับสนุนควบคุมปัจจัยเสี่ยงฯ กล่าวด้วยว่า แอลกอฮอล์สร้างผลกระทบต่อสังคม&amp;nbsp;


สล็อต เป็นต้นเหตุการข่มขืน ฆ่า ความจริงเหล่านี้ต้องเปิดเผยสู่สังคม ตอกย้ำและสร้างทัศนคติใหม่ แอลกอฮอล์ถือเป็นยาเสพติด คนที่รู้ไม่เท่าทันก็ถูกล่อล่วงผ่านคำโฆษณา กิจกรรมแฝงอื่นๆ ฝากให้พ่อแม่ดูแลครอบครัว ป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ หากมีสมาชิกในบ้านดื่มก็แนะนำ ให้กำลังใจ ให้ลด ละ เลิกในที่สุด ต้องช่วยกันดูแลสังคมให้ปลอดภัย ที่สำคัญบ้านต้องเป็นพื้นที่ปลอดความรุนแรงในอันดับแรก เพราะการล่วงละเมิดทางเพศในเด็กเล็ก หลายกรณีกระทบจิตใจระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;สำหรับการรวบรวมสถิติข่าวความรุนแรงทางเพศที่เกิดขึ้นในปี 2560 จากหนังสือพิมพ์จำนวน 13 ฉบับ พบข่าวความรุนแรงทางเพศทั้งหมด 317 ข่าว มีผู้เสียชีวิต 20 ราย และพบว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดความรุนแรงทางเพศมากที่สุดร้อยละ 31.1 หรือคิดเป็น 1 ใน 3 น้ำเมาทำให้ขาดสติจนก่อเหตุอาชญากรรม และผู้เคราะห์ร้ายเป็นเด็ก เยาวชน และผู้หญิง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;จรีย์ ศรีสวัสดิ์ หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมภาคีเครือข่ายมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล กล่าวว่า การขืนใจ กระทำชำเราส่วนใหญ่เกิดในบ้านพักของเด็กและผู้หญิง จากข่าวข่มขืน ผู้กระทำความรุนแรงส่วนใหญ่รับว่า ก่อเหตุเพราะความเมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;มีการดื่มสุรา ที่น่าห่วงเหตุเกิดจากคนคุ้นเคยและคนในครอบครัวกว่าร้อยละ 59 แล้วยังมีกรณีเพื่อนบ้าน คนในหมู่บ้าน เพื่อนของเพื่อน โดยอาศัยความไว้วางใจเข้าไปล่อลวง หรือรู้จักกันผ่านโซเชียลมีเดีย พื้นที่ที่เกิดเหตุมากที่สุดคือ กรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;quot;ผลกระทบต่อจิตใจมากสุด เหยื่อมีอาการหวาดผวา ระแวง กลัวมาก แล้วยังถูกบังคับมีเพศสัมพันธ์หลายครั้ง ยาวนาน ถูกขู่ฆ่า ถูกทำร้ายร่างกายสาหัส นอกจากเรื่องฟื้นฟูแล้ว ต้องส่งเสริมการแก้ไขปัญหาทุกมิติ ลดปัจจัยกระตุ้นแวดล้อมจากแอลกอฮอล์ สื่อลามก สื่อที่แสดงความรุนแรง มีอคติทางเพศ ตลอดจนป้องกันความรุนแรงในครอบครัว ระดับนโยบายก็ต้องผลักดันด้วย&amp;quot; จรีย์เสนอทางแก้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;เวทีหยุดความรุนแรงทางเพศนี้ อังคณา อินทิสา หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ ส่งเสียงไปยังผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรม โดยกล่าวว่า จากการทำงานคุกคามทางเพศเพื่อช่วยเหลือ พิทักษ์ และคุ้มครองสิทธิ พบข้อจำกัดกระบวนการรับเรื่องราวร้องทุกข์ ตั้งแต่ชั้นพนักงานสอบสวนไม่เข้าใจสภาวะที่ผู้ถูกกระทำกำลังเผชิญอยู่ รวมถึงการปฏิบัติต่อผู้ถูกกระทำไม่ละเอียดอ่อนทั้งด้านพฤติกรรมและคำพูด ทำให้เด็กอาย ไม่กล้าพูด แล้วยังไม่มีการชี้แจงรายละเอียด หรือขั้นตอนในการดำเนินการให้กับผู้ถูกกระทำ นอกจากนี้การพิจารณาคดีของศาลไม่ละเอียดอ่อน ไม่เข้าใจปัญหาประเด็นความรุนแรงทางเพศ ทั้งหมดนี้ส่งผลระยะยาวต่อผู้ถูกกระทำ ครอบครัว หากไม่มีกลไกป้องกันจะเกิดการกระทำซ้ำ แน่นอนผู้กระทำผิดต้องลงโทษที่เด็ดขาด เหยื่อมีระบบดูแลชัดเจน นอกจากนี้ต้องมีพื้นที่ปลอดภัยให้พักพิงชั่วคราวด้วย รวมทั้งมีการเฝ้าระวังระดับชุมชน บังคับใช้กฎหมายคุมน้ำเมาให้จริงจัง นี่คือทางแก้ปัญหา ลดสถิติการข่มขืน. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22975</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความรุนแรงทางเพศ, จะเด็จ เชาวน์วิไล, ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล, สสส, สำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม สสส.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181128/image_big_5bfe152cc4f88.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22972</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2026 15:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2018 07:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชักชวนมาสร้างเด็กคุณธรรม 5.0 ผ่าน&quot;ไทยแลนด์ ซุปเปอร์ แคมป์&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ช่วงปิดเทอมเยาวชนส่วนใหญ่ใช้เวลาอยู่บนหน้าจอสมาร์ทโฟน เสพติดโซเชียล เล่นเกมอย่างหมกมุ่น เพราะเป็นสื่อที่ใกล้ตัวในยุคดิจิทัลและเด็กขาดทางเลือกในการทำกิจกรรมสร้างสรรค์ ถือเป็นสถานการณ์ที่น่าห่วงสำหรับเด็กไทยในปัจจุบัน อีกทั้งส่งผลกระทบต่อสุขภาพ เป็นโรคอ้วน สายตาสั้น สมาธิสั้น เพราะขาดกิจกรรมทางกาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;เหตุนี้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มูลนิธิธรรมดี ร่วมกับองค์กรภาคีเครือข่ายภาครัฐและภาคประชาสังคม อาทิ มูลนิธิประเทศไทยใสสะอาด และศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) จัดโครงการ &amp;ldquo;ไทยแลนด์ ซุปเปอร์ แคมป์&amp;rdquo; (THAILAND SUPER CAMP) เพื่อเป็นต้นแบบที่ดีในการดึงเด็กไทยออกจากโลกออนไลน์ และที่สำคัญแคมป์นี้จะสร้างเยาวชนรุ่นใหม่ที่มีคุณธรรม ด้วยการปรับกระบวนทัศน์ทั้ง 5 ข้อ ได้แก่ พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา รับผิดชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;เด็กไทย 120 คน คัดจากผู้สมัครทั้งหมด 600 คน เริ่มอบรมตั้งแต่วันที่ 8-13 ตุลาคมนี้ พวกเขาจะไม่หยืบมาถือขึ้นมาเล่นโดยไม่จำเป็นและเมื่อยังไม่ถึงกำหนดเวลาเล่น แต่ได้ร่วมกิจกรรมที่ผสานเทคนิคการเรียนรู้สมัยใหม่ที่เต็มไปด้วยความสนุกและสร้างสรรค์ พร้อมโจทย์ท้าทายให้เยาวชนได้ลงมือปฏิบัติภารกิจเปลี่ยนแปลงตนเองและสังคมภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;คุณธรรม 5.0&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สสส. กล่าวว่า ค่ายไทยแลนด์ ซุปเปอร์ แคมป์ เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมปิดเทอมสร้างสรรค์ ซึ่ง สสส. ร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ เอกชน และองค์กรภาคประชาสังคม&amp;nbsp;


fifa356 จัดขึ้นเพื่อให้เด็กและเยาวชนใช้เวลาในช่วงปิดเทอมให้เกิดประโยชน์ ใช้เวลาเรียนรู้นอกห้องเรียนผ่านกิจกรรมและพื้นที่สร้างสรรค์เพื่อลดสถานการณ์เสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น คาดหวังสร้างเยาวชนคนรุ่นใหม่ของประเทศให้เป็นคนเก่งและคนดีมีคุณธรรม โดยเฉพาะคุณธรรม 5.0 ซึ่งประกอบด้วย วินัย พอเพียง สุจริต จิตอาสา และความรับผิดชอบ คุณธรรมเหล่านี้จะส่งผลให้เกิดคนที่มีคุณภาพ และเป็นกำลังสำคัญให้กับประเทศในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;quot;ไทยแลนด์ ซุปเปอร์ แคมป์ จะเป็นต้นแบบขยายแนวคิดส่งต่อให้หน่วยงานอื่นๆ คิดและสร้างกิจกรรมให้ครอบคลุมเด็กไทยทุกช่วงวัยในระดับภูมิภาค ค่ายนี้หล่อหลอมเด็กๆ ชีวิตจริงการเรียนรู้จากประสบการณ์ให้เป็นสำคัญที่สุด ถือเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์พัฒนาเด็กไทยของ สสส. ควบคู่กับรณรงค์ลด&amp;nbsp;


bnk789 ละ เลิกบุหรี่ แอลกอฮอล์ ลดนักดื่มหน้าใหม่&amp;quot; ดร.นพ.ไพโรจน์ชูแนวคิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;สำหรับโปรเจ็กต์ปิดเทอมสร้างสรรค์ที่ขับเคลื่อนมาตลอด ผอ.สำนักส่งเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ กล่าวว่า ปีนี้เน้นรวบรวมกิจกรรมและพื้นที่สร้างสรรค์ช่วงปิดเทอมไว้ให้เด็กเรียนรู้ ทำกิจกรรมที่ใช่และกิจกรรมที่ชอบ เพื่อให้ทดลองในสิ่งที่อยากทำดนตรี กีฬา ศิลปะ กิจกรรมอาสาเพื่อผู้อื่น ส่วนเยาวชนที่อยากทำงานมีรายได้พิเศษหรือฝึกทักษะชีวิตก็รวบรวมรายชื่อสถานประกอบการที่รับฝึกงานทุกจังหวัดมาให้แล้ว&amp;nbsp;


save168 สามารถติดตามรายละเอียดได้ทางเว็บไซต์ปิดเทอมสร้างสรรค์ สสส.จะพัฒนาสื่อนี้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อเป็นช่องทางให้เยาวชนค้นหาตัวเอง เราห่วงกลุ่มเยาวชนฐานรากที่มีศักยภาพ แต่ขาดโอกาสเรียนรู้ ฉะนั้นโครงการปิดเทอมสร้างสรรค์จะสนับสนุนทำให้ทุกนาทีช่วงปิดเทอมมีคุณค่าและเกิดแรงบันดาลใจพัฒนาตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ด้าน รศ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) กล่าวว่า ไทยแลนด์ ซุปเปอร์ แคมป์ ตลอด 6 วัน เปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้คุณธรรมในหัวใจ โดยเฉพาะจิตอาสา หมายถึงการมีน้ำใจแบ่งปัน เป็นคุณสมบัติของพลเมืองที่ดี ทำอย่างไรถ่ายทอดความคิดนี้สู่คนรุ่นใหม่ แม้เข้าสู่ยุคดิจิทัลแต่การพัฒนาเด็กไทยต้องไม่ใช่หุ่นยนต์เดินได้ ควรเป็นเยาวชนใช้เทคโนโลยีอย่างชาญฉลาด และมีคุณธรรม ช่วยเหลือตนเองและผู้อื่น จึงจะเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เป็นเด็กไทย 5.0 ที่แท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;quot;จากการสำรวจจิตอาสาในเยาวชน ปี 52 ภาพรวมมีจิตอาสา 34 คน&amp;nbsp;


สล็อต ที่น่าแปลกเด็กพิการมีน้ำใจแบ่งปันมากกว่าเด็กปกติถึง 2 เท่า ส่วนกลุ่มที่มีน้อยสุดเป็นเด็กเรียนเก่ง ปี 56 ผลศึกษาก็ยังชี้เด็กเก่งกลับมีจิตสาธารณะอ่อนแอ เราต้องหันกลับมาเติมทักษะชีวิตและคุณธรรม สังคมต้องการเด็กดีมากกว่าเด็กเก่ง ค่ายนี้จะติดหัวใจคุณธรรมให้เยาวชน&amp;quot; รศ.สุริยเดวเผยสถิติที่น่ากังวล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ไทยแลนด์ ซุปเปอร์ แคมป์ เป็นเพียงจุดเริ่มต้นฝังรากคุณธรรมให้เยาวชนร่วมค่าย ผอ.ศูนย์คุณธรรมฯ กล่าวต่อว่าจากประสบการณ์ทำงานกับเด็กและเยาวชน พวกเขาจะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมได้ต้องมีพื้นที่ปฏิบัติการ เด็กจะได้ใช้ความรู้ความสามารถปลดปล่อยความคิด ซึ่งนอกจากค่ายหรือกิจกรรมสร้างสรรค์ช่วงปิดเทอมแล้ว ที่บ้านต้องทำให้เป็นกิจวัตร จากนั้นขยับให้เป็นวิถีชีวิต มีวินัย พอเพียง สุจริต จิตอาสา และความรับผิดชอบ ซึ่งเมื่อเยาวชนพบปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินชีวิตจะสามารถหยิบทักษะมาใช้ ช่วยให้สังคมดี ไม่ยกพวกตีกัน ไม่ใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่าย ขอย้ำว่าการเรียนรู้จากการสอนให้ท่องจำได้ผลน้อยกว่าการเรียนรู้บนพื้นที่ปฏิบัติการ และที่ได้ผลดีที่สุดเรียนรู้จากการซึมซับซึ่งหากพ่อแม่ทำดีให้ลูกดู ครอบครัวประหยัดอดทน จะเป็นส่วนสำคัญสร้างคนเก่ง คนดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;สำหรับค่าย &amp;quot;ไทยแลนด์ ซุปเปอร์ แคมป์&amp;quot; รุ่น ป.4-ป.6 นี้ จัดถึงวันเสาร์ที่ 13 ตุลาคมนี้ ส่วนรุ่น ม.1-ม.3 กิจกรรมมีวันที่ 15-20 ต.ค. ที่ค่ายลูกเสือกรุงเทพวันวาน เขตหนองจอก กรุงเทพฯ ติดตามรายละเอียดและชมฐานกิจกรรมคุณธรรม 5.0 ได้ทางเฟซบุ๊ก thailandsupercamp2018 ค่ายนี้หากประสบผลสำเร็จดังเป้าหมายสังคมจะมีเด็กไทยใจคุณธรรมกระจายทั่วไทย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22972</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่ายไทยแลนด์ ซุปเปอร์ แคมป์, ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม, ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สสส., สสส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181128/image_big_5bfe0e112e30b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22969</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2026 15:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2018 07:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>10 มหาวิทยาลัยราชภัฏ วิจัยปิดจุดอ่อน สร้างสุขภาวะชุมชนยั่งยืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;การให้การศึกษาที่ดีนั้นเป็นงานที่ละเอียดลึกซึ้งมาก จำเป็นต้องใช้ความรอบรู้อันกว้างขวาง ใช้ความสุขุมรอบคอบ ประกอบด้วยความตั้งใจและความเพียรพยายามอย่างแรงกล้าจึงจะทำได้สำเร็จ&amp;hellip;&amp;rdquo; พระบรมราโชวาทในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตวิทยาลัยวิชาการศึกษา ประสานมิตร 28 พฤศจิกายน 2515&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;เพราะการศึกษาเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญกำหนดแนวทางหล่อหลอมคน เป็นการเรียนรู้ทุกช่วงชีวิต อีกทั้งสามารถเปลี่ยนแปลงคุณภาพชีวิตของคนในสังคมได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;เหตุนี้ เครือข่ายร่วมสร้างท้องถิ่นน่าอยู่ โดยสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สำนัก 3) ภายใต้สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดเวทีนำเสนองานวิจัยเชิงพื้นที่ โดยสถาบันวิชาการคู่ความร่วมมือกับชุมชนท้องถิ่นเพื่อเป็นการเผยแพร่แนวทางการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นด้วยงานวิจัยที่นำสู่การแก้ปัญหาความเป็นอยู่ของคนในชุมชนจาก 10 มหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) ประกอบด้วย มรภ.อุตรดิตถ์ มรภ.สุราษฎร์ธานี มรภ.พิบูลสงคราม มรภ.นครปฐม มรภ.บุรีรัมย์ มรภ.วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ มรภ.เพชรบุรี มรภ.มหาสารคาม มรภ.เลย และ มรภ.ลำปาง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;นางสาวดวงพร เฮงบุณยพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน สสส. กล่าวว่า ในแต่ละพื้นที่ย่อมมีจุดเด่น จุดด้อย ปัญหา และอุปสรรคต่างๆ ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชากร ในปี 2558 สสส.จึงเข้าไปสนับสนุนให้เกิดสถาบันวิชาการคู่ความร่วมมือกับชุมชนท้องถิ่นจาก 3 ชุดความคิด คือ 1.ชุมชนท้องถิ่นยังต้องการความรู้และมุมมองจากคนภายนอก เพราะลำพังเพียงท้องถิ่นเองไม่สามารถจัดการแก้ไขได้หมดทุกเรื่อง ต้องการการกระตุ้นหรือสะกิดจากคนภายนอกชุมชน 2.สถาบันวิชาการต้องพิสูจน์องค์ความรู้จากหลักวิชาการหรืองานวิจัยว่า เมื่อนำหลักดังกล่าวไปใช้ในพื้นที่จะสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างไร และ 3.นำความรู้จากหลักวิชาการและการปฏิบัติมาวิเคราะห์ร่วมกัน โดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรมเป็นตัวเชื่อมโยง&amp;nbsp;


fifa356 ให้เกิดเป็นความรู้ใหม่ที่เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างคนในชุมชนท้องถิ่นที่อยู่ร่วมกันเพื่อเป็นการสร้างสุขให้ชุมชนท้องถิ่น เป็นการพัฒนาประเทศ เป็นเส้นทางการพัฒนาท้องถิ่นให้ยั่งยืน เพราะสิ่งที่ทำคือการลดช่องโหว่ของฐานรากให้แคบลง ช่วยสร้างท้องถิ่นอุดมปัญญา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ผศ.ดร.เรืองเดช วงศ์หล้า ประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ และอธิการบดี มรภ.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า มรภ.เป็นสถาบันอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น โดย สสส.เข้ามาสนับสนุนการขับเคลื่อนงานเชิงพื้นที่ภายใต้ชุดโครงการวิจัยและพัฒนาชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ เพื่อสร้างความเข้มแข็งของชุมชน ด้วยการขับเคลื่อนงานวิจัยและนำไปประยุกต์ใช้กับชุมชนท้องถิ่นในการแก้ปัญหาและค้นหาแนวทางในการจัดการสุขภาวะชุมชนให้ดีขึ้น เช่น การจัดทำชุดโครงการวิธีแก้ไขความยากจนของชุมชนด้วยการยกระดับมาตรฐานสินค้า OTOP การเสริมพลังชุมชนจัดการตนเองที่ อบต.เจดีย์ชัย และ อบต.บัวใหญ่ การจัดการแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายที่ ต.เข็กน้อย ศูนย์เรียนรู้เกษตรกรรมยั่งยืนที่เมืองจัง ศูนย์เรียนรู้การจัดการขยะเพื่อสุขภาวะและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่ ต.ป่าคา จ.น่าน รวมถึงการแก้ปัญหาทักษะการอ่านออกเขียนได้ของนักเรียน เพิ่มทักษะการเรียนรู้ภาษาอังกฤษของเยาวชน เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ผศ.ดร.เรืองเดชกล่าวถึงกลยุทธ์ 3 ขั้นตอนที่ใช้ว่า ระยะต้นทาง การสร้างระบบและกลไกกระบวนการทำแผนที่ทิศทางการทำวิจัยร่วมกับ อปท. (Research Mapping) ระหว่างทาง เป็นกระบวนการสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมที่เหมาะสมกับ อปท.แบบมีส่วนร่วม&amp;nbsp;


bnk789 ทั้งนักศึกษา อาจารย์ ชุมชน และองค์กรภาคีสนับสนุน (Research Project) และปลายทาง นำผลวิจัยไปใช้ในการแก้ปัญหาของชุมชนท้องถิ่นและพัฒนาเป็นนโยบายสาธารณะร่วมกัน (Public Policy)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;จากการร่วมคิด ร่วมทำ เกิดผลประโยชน์ร่วมกันของผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เป็นกุญแจความสำเร็จของสถาบันอุดมศึกษาเพื่อท้องถิ่นที่เปลี่ยนจากระบบการให้บริการวิชาการแก่ชุมชน มาเป็นพันธกิจสัมพันธ์มหาวิทยาลัยกับสังคม เป็นการสร้างคน สร้างงาน สร้างเครือข่ายสนับสนุนให้มหาวิทยาลัยเป็นหุ้นส่วนกับสังคมอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ความร่วมมือระหว่าง สสส., มรภ. 10 แห่งจาก 4 ภูมิภาค และ อปท. 414 แห่ง ทำให้เกิดการเปลี่ยนกระบวนทัศน์งานวิจัยเป็นแบบอย่างสำคัญในการพัฒนาท้องถิ่น เช่น เปลี่ยนจากการทำวิจัยตามความต้องการของตนเองเป็นการทำวิจัยตามความต้องการของท้องถิ่นและประเทศ&amp;nbsp;


สล็อต เปลี่ยนจากการวิจัยเพื่อการเผยแพร่ตีพิมพ์เป็นการวิจัยเพื่อตอบสนองการพัฒนาตามนโยบายประเทศ และสร้างความเชื่อมโยงของงานวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์เข้าด้วยกัน ทั้งยังคาดหวังว่าผลงานที่เกิดขึ้นจะเป็นต้นแบบสู่ มรภ. 38 แห่งทั่วประเทศ เพื่อสนองแนวทางการทรงงานของในหลวง ร.9 และ ร.10 ที่ต้องการให้ มรภ.มีบทบาทในการรับใช้ชุมชนท้องถิ่นอย่างแท้จริง&amp;rdquo; อธิการบดี มรภ.อุตรดิตถ์ กล่าวสรุป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;สำหรับตัวแทนนักวิจัยอย่าง ผศ.ดร.ยุวดี ตรงต่อกิจ นักวิจัย มรภ.พิบูลสงคราม จ.พิษณุโลก เล่าแนวทางการขับเคลื่อนงานว่า ในปี 2559 ต.เข็กน้อย จ.พิษณุโลก มีผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกถึง 491 ราย ทำให้ อบต.เข็กน้อยต้องใช้งบในการควบคุมการระบาดถึงล้านกว่าบาท ทีมงานนักวิจัย นักศึกษา ร่วมกับ อบต. หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น รพ.สต. ศูนย์ควบคุมโรคติดต่อนำโดยแมลงที่ 2.2 เพชรบูรณ์ อสม. และแกนนำชุมชนลงพื้นที่ ณ โรงเรียนบ้านเข็กน้อย เพื่ออบรมให้ความรู้แก่นักเรียน โดยใช้ฐานข้อมูลความสำเร็จจากปี 2542 ที่สามารถจัดการยุงลายได้ด้วยความร่วมมือจากนักเรียนมาประยุกต์ใช้กับสถานการณ์ ด้วยการติดตามจากครูประจำชั้นและแจ้งผลการดำเนินงานให้เครือข่ายรับทราบผ่านทาง Line และนักวิจัยจะพบนักเรียนทุกสัปดาห์เพื่อพูดคุยปัญหาและอุปสรรค เนื่องจากเด็กและเยาวชนเป็นผู้ที่อยู่บ้านมากกว่าเจ้าหน้าที่ ทำให้รู้ทุกซอกมุมในบ้าน และการกำจัดจากผู้ที่อยู่อาศัยจะเป็นการแก้ปัญหาได้ยั่งยืน โครงการนี้เปิดโอกาสให้นักวิจัยรับรู้สถานการณ์ปัญหาของชุมชน ได้ร่วมค้นหาและแก้ปัญหาไปพร้อมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ด้าน ผศ.ดร.ฉัตรนภา พรหมมา ที่ปรึกษาศูนย์บูรณาการพันธกิจสัมพันธ์ มรภ.อุตรดิตถ์ กล่าวถึงปัจจัยสู่ความสำเร็จของมหาวิทยาลัยคู่ชุมชนท้องถิ่นว่า ต้องมีกลไกการสนับสนุนที่เข้มแข็งทั้ง 2 ฝั่ง ทั้ง มรภ.และ อปท. ในการขับเคลื่อนงาน รวมถึงการมีแหล่งทุนจาก สสส. ทำให้การขับเคลื่อนงานกับชุมชนท้องถิ่นเชื่อมโยงกับภาคีเครือข่ายต่างๆ ได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้แต่ละฝ่ายต้องมีความชัดเจนในเป้าหมาย วิสัยทัศน์ และนโยบายในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นร่วมกัน มีความมุ่งมั่นทำงานของทีมนักวิจัย ส่วนคนในพื้นที่ต้องมีความเข้มแข็ง ตลอดจนการสนับสนุนให้กำลังใจในการเคลื่อนงานทั้งองค์คาพยพ เช่น การยกบทเรียนความสำเร็จของแต่ละพื้นที่มาถอดบทเรียนและเล่าสู่กันฟัง ที่สำคัญกว่าความสำเร็จคือ การกำหนดทิศทางในการเชื่อมโยงให้เกิดการขยายผลระดับประเทศต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;เห็นได้ว่าทั้งในอดีตและปัจจุบัน การสานพลังเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาประเทศ หากทุกฝ่ายมีเป้าหมายใหญ่ ร่วมมือกันทำด้วยการ &amp;lsquo;เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา&amp;rsquo; ช่องโหว่ของปัญหาจะค่อยๆ เล็กลง เช่น การสร้างสุขภาวะชุมชนให้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของ สสส., มรภ., อปท. และภาคีเครือข่ายชุมชน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22969</URL_LINK>
                <HASHTAG>การศึกษา, นางสาวดวงพร เฮงบุณยพันธ์, มหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.), สสส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181128/image_mid_5bfe0c3a36e31.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
