<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>14873</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2026 16:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/05/2018 11:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผนึกกำลังขยายงานพื้นที่สุขภาวะ แปรกองขยะเป็นห้องสมุดกำแพง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากพื้นที่ไร้ประโยชน์ เต็มไปด้วยกองขยะที่มีมลพิษและอันตราย แต่ด้วยการรวมพลังของคนในชุมชนและภาคีเครือข่ายในพื้นที่เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ จนบัดนี้ได้เปลี่ยนพื้นที่เหล่านี้เป็นพื้นที่สุขภาวะให้เด็ก เยาวชน และคนทั่วไปเข้าไปใช้ประโชน์ได้อย่างสร้างสรรค์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อเร็วๆ นี้ ที่สวนพื้นที่สุขภาวะแห่งการเรียนรู้ หลังมหาวิทยาลัยสยาม ได้มีงานแถลงข่าวเปิด &amp;ldquo;สวนพื้นที่สุขภาวะ และห้องสมุดกำแพง&amp;rdquo; โดยเป็นความร่วมมือของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), กรุงเทพมหานคร (กทม.), ศูนย์วิจัยเพื่อพัฒนาชุมชน (ศวพช.), มหาวิทยาลัยสยาม และภาคีเครือข่าย ร่วมกันพัฒนาพื้นที่รกร้าง กองขยะขนาดใหญ่ ให้กลายเป็นสวนพื้นที่สุขภาวะสำหรับคนในชุมชนพื้นที่สุขภาวะหลังมหาวิทยาลัยสยาม รุ่งฟ้า 36&amp;nbsp;


สล็อตลองฟรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สสส. กล่าวว่า สสส.มียุทธศาสตร์ส่งเสริมการจัดการให้เกิดพื้นที่สุขภาวะหรือปัจจัยแวดล้อมที่เอื้อต่อการเพิ่มกิจกรรมทางกายในชีวิตประจำวัน และยังต้องครอบคลุมสุขภาวะในมิติอื่นๆ ทั้งมิติด้านจิตใจ สังคมและปัญญา โดยผลการดำเนินงานของ สสส.ในปีที่ผ่านมาเกิดพื้นที่สุขภาวะต้นแบบ 9 รูปแบบการจัดการ เช่น พื้นที่สุขภาวะในเขตประกอบการอุตสาหกรรม พื้นที่สุขภาวะระดับย่านเมือง และระดับชุมชน เป็นต้น และมี 2 รูปแบบที่สามารถพัฒนาเป็นศูนย์เรียนรู้ได้ คือ ศูนย์การเรียนรู้ส่งเสริมกิจกรรมทางกายผู้สูงอายุ และลานกีฬาพัฒน์ 1 ชุมชนเคหะคลองจั่น ทั้งนี้ สวนพื้นที่สุขภาวะแห่งการเรียนรู้หลังมหาวิทยาลัยสยาม ถือเป็นพื้นที่สุขภาวะต้นแบบชุมชนที่มีความยืดหยุ่น เป็นพื้นที่สุขภาวะชุมชนในเขต กทม.ที่ส่งเสริมสุขภาวะทุกมิติ รวมถึงส่งเสริมการเรียนรู้ 7 รูปแบบ ได้แก่ ด้านกายภาพ การมองเห็น การพูด การเข้าสังคม การเรียนรู้ด้วยตนเอง การใช้ตรรกะ และการฟัง&amp;nbsp;


ทดลองเล่นสล็อต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;สวนพื้นที่สุขภาวะหลังมหาวิทยาลัยสยามมีการปรับพื้นที่และสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสม เพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกาย รวมทั้งยังมีมุมห้องสมุดกำแพงแห่งแรกในประเทศไทย ที่มีข้อมูลสุขภาพบนกำแพงและมีหนังสือจริงให้คนในชุมชนได้ยืมไปอ่าน ผมขอขอบคุณความร่วมมือจาก กทม., ศวพช. และมหาวิทยาลัย ที่เป็นกลไกในการขับเคลื่อนให้เกิดความร่วมมือจากคนชุมชนและหน่วยงานทุกภาคส่วน นำไปสู่การจัดการข้อจำกัดเชิงพื้นที่ โดยคาดหวังว่ารูปแบบนี้จะถูกขยายผลไปสู่พื้นที่เขตอื่นของ กทม. เพื่อการเปลี่ยนแปลงสร้างสุขภาวะที่ดีของคนเมืองกรุงต่อไป&amp;rdquo; ดร.นพ.ไพโรจน์กล่าว&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวถึงบทบาทความร่วมมือของ กทม.ต่อการพัฒนาสวนแห่งนี้ว่า กทม.ได้ประกาศนโยบายเปลี่ยนพื้นที่เสื่อมโทรมให้เป็น &amp;ldquo;พื้นที่ชุมชนสามัคคี สร้างสุขภาวะดีเพื่อชีวิต&amp;rdquo; 1 เขต 1 ชุมชน มีสิ่งอำนวยความสะดวกให้ชาวชุมชน เป็นศูนย์กลางพบปะสังสรรค์ ออกกำลังกาย และจัดกิจกรรมเพื่อส่วนรวม ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมความปลอดภัย สร้างความสัมพันธ์และความเข้มแข็งให้กับชุมชน โดยรูปแบบนี้จะให้ทุกเขตนำไปประยุกต์ใช้ให้เข้ากับบริบทของชุมชนนั้นๆ สำหรับสวนพื้นที่สุขภาวะแห่งการเรียนรู้หลังมหาวิทยาลัยสยามเป็นตัวอย่างพื้นที่พัฒนามาจากพื้นที่รกร้าง จนกลายเป็นสวนพื้นที่สุขภาวะที่มีความสมบูรณ์พร้อมในทุกด้าน ส่วนหนึ่งมาจากความร่วมมือของคนในชุมชน ตั้งแต่ขั้นตอนการร่วมคิด ร่วมทำ จนไปถึงร่วมใช้ประโยชน์ กทม.พร้อมที่จะเป็นกลไกในการหนุนเสริมและขับเคลื่อนให้เกิดพื้นที่สุขภาวะ เกิดพื้นที่สีเขียว พื้นที่เพื่อกิจกรรมทางกาย การออกกำลังกาย และกิจกรรมทางสังคมของชุมชนต่อไป&amp;nbsp;


respin88&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ ดร.พรชัย มงคลวนิช อธิการบดีมหาวิทยาลัยสยาม กล่าวว่า มหาวิทยาลัยสยามได้ร่วมทำงานพัฒนาพื้นที่สุขภาวะร่วมกับเขตภาษีเจริญ และชุมชนรอบข้างมาโดยตลอด ที่ผ่านมามหาวิทยาลัยเริ่มจากการพัฒนาพื้นที่สีเขียวให้เกิดขึ้นรอบๆ มหาวิทยาลัย ส่งเสริมชุมชนให้เห็นความสำคัญของคำว่าพื้นที่สุขภาวะที่ชุมชนได้ประโยชน์ หากชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาให้พื้นที่สุขภาวะเกิดขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้ เพราะมหาวิทยาลัยสยามเป็นมหาวิทยาลัยแห่งเดียวในเขตภาษีเจริญ จึงเหมือนเป็นความรับผิดชอบในฐานะสถานศึกษาในพื้นที่นั่นเอง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับสวนพื้นที่สุขภาวะแห่งการเรียนรู้หลังมหาวิทยาลัยสยาม เกิดจากแนวคิดที่อยากกลับมาพัฒนาพื้นที่หลังบ้านของเราเองให้กลายเป็นพื้นที่สีเขียว เป็นแหล่งเรียนรู้ นำไปสู่การมีสุขภาวะที่ดีของคนในชุมชน จึงเริ่มจากการพูดคุยกับชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กทม., สำนักงานเขตภาษีเจริญ และ สสส. โดยหน้าที่ของมหาวิทยาลัยสยามคือเป็นส่วนเชื่อมประสานระหว่างชุมชนกับทุกภาคส่วน เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันอย่างแท้จริง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ทางมหาวิทยาลัยได้จัดให้เป็นนโยบายที่นักศึกษาจะต้องร่วมเรียนรู้การเข้าถึงและรับผิดชอบสังคมและชุมชน โดยจะเน้นให้ชุมชนเป็นฐานการเรียนรู้เป็นห้องทดลองเสมือนจริง (Living LAB) สำหรับให้นักศึกษาทุกคณะได้ฝึกปฏิบัติเรียนรู้ทุกสาขาวิชาจากชุมชน ด้วยมุ่งหวังในการสร้างนักศึกษาที่มิใช่เรียนรู้วิชาในห้องเรียน แต่ต้องเรียนรู้ศาสตร์จากสังคม จึงสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตในปัจจุบันได้ด้วยความรู้สึกจิตสำนึกที่ต้องเกื้อกูลสังคม และคาดว่าจะขยายต่อไปในพื้นที่อื่นๆ ของ กทม.&amp;rdquo; อธิการบดี ม.สยาม กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้านนายสัณห์ฉัตร ศรีอรุณสว่าง เจ้าของบ้านกำแพงติดกับสวนพื้นที่สุขภาวะ กล่าวว่า ถ้าย้อนหลังไปเมื่อสมัยตนเป็นเด็ก พื้นที่นี้เป็นพื้นที่เกษตรกรรม สวนผลไม้ และเมื่อความเป็นเมืองเข้ามา สวนก็หายไป กลายเป็นกองขยะขนาดใหญ่ตั้งอยู่ข้างบ้านตน ช่วงแรกที่ศูนย์วิจัยเพื่อพัฒนาชุมชนมีแนวคิดจะเริ่มเข้ามาฟื้นฟูพื้นที่ให้กลายเป็นสวนสาธารณะไม่มีใครคิดว่าเป็นไปได้ เนื่องจากกองขยะใหญ่มากสูงเท่ากำแพง รวมถึงข้อจำกัดของคนในชุมชนที่มาจากหลากหลายอาชีพ การรวมตัวจึงน่าจะเป็นไปได้ยาก แต่เมื่อกระบวนการประชาคมเริ่มขึ้น กลายเป็นว่าได้รับความร่วมมือจากคนในชุมชนอย่างจริงจัง ทุกคนพร้อมใจสนับสนุนความร่วมมือ ทั้งลงเงิน ลงแรง ลงส่วนที่แบ่งปันได้ จนในที่สุดก็เกิดเป็นสวนพื้นที่สุขภาวะและห้องสมุดกำแพง พื้นที่สีเขียว พื้นที่สุขภาพ และความภาคภูมิใจของคนในชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้วยความร่วมมือของทุกฝ่าย จึงเกิดเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ต้นแบบ ที่เปลี่ยนพื้นที่ไร้ค่ากลายเป็นพื้นที่สุขภาวะเพื่อประโยชน์ในชุมชน.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;เปิดตัว&amp;quot;คู่มือโรงเรียนรักเดิน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้อำนวยการส่งเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ&amp;nbsp; สสส. เปิดเผยว่า สสส.เปิดตัวคู่มือโรงเรียนรักเดิน เพื่อนำเสนอแนวทางและเทคนิคในการออกแบบและส่งเสริมการเพิ่มกิจกรรมทางกายในชีวิตประจำวัน เปิดกว้างให้แต่ละโรงเรียนนำไปปรับใช้ตามความเหมาะสม หรือเสริมในกิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ ซึ่งจะช่วยให้การเพิ่มกิจกรรมทางกายในโรงเรียนเป็นเรื่องสนุกและส่งเสริมสุขภาพ มีงานวิจัยทั้งในและต่างประเทศ ยืนยันตรงกันว่าเด็กที่มีสุขภาพแข็งแรง มีความคล่องตัว มีความกระฉับกระเฉง อารมณ์แจ่มใส สมองของเด็กจะมีความตื่นตัวในทุกมิติ ส่งผลกับการเรียนรู้การจดจำได้ดี นอกจากนี้ การส่งเสริมให้เด็กมีการเคลื่อนไหวร่างกายผ่านการเล่น หรือการทำกิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหวร่างกายเป็นประจำ มีส่วนช่วยกระตุ้นการส่งสัญญาณประสาทหรือคลื่น ไฟฟ้าในสมองที่เชื่อมต่อระหว่างเซลล์ประสาทเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คู่มือโรงเรียนรักเดิน พัฒนามากจากการทำโครงการโรงเรียนเดินสะสมก้าว เมื่อปี 2557 ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกับโรงเรียนนำร่อง 16 แห่ง เพื่อใช้เป็นงานต้นแบบส่งเสริมให้เด็กช่วงวัยมัธยมต้นและมัธยมปลายเพิ่มกิจกรรมทางกายในชีวิตประจำวันให้มากขึ้น รวมทั้งปลูกฝังให้เห็นประโยชน์ของการมีกิจกรรมทางกาย ซึ่งเมื่อเสร็จสิ้นโครงการได้มีการทดสอบสมรรถภาพทางกายของเด็กนักเรียนที่เข้าร่วม ปรากฏว่าเด็กที่ร่วมกิจกรรมอย่างสม่ำเสมอ มีสมรรถภาพทางกายที่ดีขึ้น กระตุ้น ให้เด็กเกิดการเคลื่อนไหวทางกาย ลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง เกิดทัศนคติที่ดีต่อการทำกิจกรรมทางกาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;จากผลสำรวจการมีกิจกรรมทางกายระดับประเทศ โดยสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข และ สสส. พบว่า ในปี 2557 กลุ่มวัยเด็กมีกิจกรรมทางกายลดลง จากร้อยละ 67.6 ในปี 2555 เหลือร้อยละ 63.2 โดยเฉพาะกลุ่มเด็กในเขตเมือง มีภาวะเฉื่อยและเนือยนิ่งสูงถึง 13.5 ชั่วโมงต่อวัน สาเหตุหลักมาจากการใช้เวลาส่วนใหญ่กับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ รวมกับเวลานั่งเรียนทั้งในเวลาปกติและเรียนพิเศษนอกเวลา ทำให้คาดการณ์ว่าในอีก 3 ปีข้างหน้าจะมีเด็กไทยถึง 1 ใน 5 ที่อยู่ในภาวะอ้วน และมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) รวมไปถึงผลกระทบต่อการพัฒนาการเรียนรู้&amp;quot; ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กิจกรรมโรงเรียนรักเดิน เป็นการรณรงค์ให้เยาวชนมีความเข้าใจและเกิดทัศนคติที่ดีต่อการเพิ่มกิจกรรมทางกายในชีวิตประจำวัน ซึ่งจะพัฒนาไปสู่การสร้างสุขภาพที่ดีสอดคล้องกับนโยบายของ สสส. ที่ต้องการให้คนไทยมีกิจกรรมทางกายเพิ่มขึ้นเพื่อสุขภาพที่ดี ทั้งนี้ ผู้สนใจรับคู่มือดังกล่าวและข้อมูลในโครงการโรงเรียนรักเดินได้ที่ช่องทางแอปพลิเคชันไลน์ @ โรงเรียนรักเดิน.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14873</URL_LINK>
                <HASHTAG>มหาวิทยาลัยสยาม, วิถีชีวิตสุขภาวะ, สสส, สสส.จับมือภาคีเครือข่าย, สุขภาวะให้เด็ก เยาวชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180807/image_big_5b691f049aa54.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11348</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2018 12:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2018 12:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชี้เด็กนักเรียนมัธยมร้อยละ10ตั้งใจเล่นพนันบอลโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปลุกกระแสหยุดผีพนันบอลโลก เปิดใจนักเล่นสู่เจ้ามือโต๊ะบอลพบจุดจบถูกโกงเป็นหนี้กว่า 2 ล้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 14 มิถุนายน เวลา10.00 น.ที่ลานกิจกรรมเกาะพญาไท อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน เครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน&amp;nbsp; สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ร่วมกับกระทรวงกลาโหม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดกิจกรรมรณรงค์รับมือบอลโลก 2018 ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;ฟุตบอลโลกครั้งนี้ ใครๆ ก็ไม่พนัน&amp;rdquo; ภายในงานมีการแต่งานแฟนซี เดินรณรงค์แจกสื่อ ประชาสัมพันธ์ เชิญชวนประชาชนเชียร์บอลไม่พนัน รอบบริเวณป้ายรถเมล์ พร้อมเปิดตัวสปอตรณรงค์และพูดคุยกับทีมผู้ผลิต และสื่อรณรงค์ โดยมีกลุ่มเยาวชนจากหลายสถาบันเข้าร่วม 100 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิเชษฐ์&amp;nbsp; พิชัยรัตน์ กรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า จากการศึกษาผลกระทบการพนันในไทย 2560 ของศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน พบว่า คนไทยเล่นพนันทายผลฟุตบอล 2.4 ล้านคน วงเงินพนัน 1.4 แสนล้านบาท ข้อมูลสำรวจเฉพาะกลุ่มนักเรียนมัธยมต้น ปี 2561 ระบุว่า เยาวชนเริ่มเล่นพนันทายผลฟุตบอล สัดส่วนที่จะเล่นต่อเนื่องมีสูงถึงร้อยละ 82.6 สูงกว่าการเริ่มต้นจากการเล่นพนันประเภทอื่น และการพนันบอลยิ่งรอบลึกจะยิ่งเล่นหนัก ยิ่งเล่นนานยิ่งเล่นด้วยเงินพนันที่สูงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวอย่างของมหกรรมบอลยูโร 2016 จากงานวิจัย พบว่า เยาวชนร้อยละ 16.8 เล่นการพนันทายผลฟุตบอลยูโร ในจำนวนนี้เกือบร้อยละ 10 เป็นกลุ่มที่ตั้งใจจะไม่เล่นพนัน แต่ถูกเพื่อนชักจูงหรือบรรยากาศพาไป และเมื่อจบการแข่งขันกลับพบว่า เยาวชนเกือบร้อยละ 40 มีปัญหาในการเล่นพนันฟุตบอล เช่น เสียการเรียน เครียด ถูกโกง มีหนี้สิน ซึ่ง 1ใน 4 ไม่รู้จะหาเงินจากไหนมาใช้หนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สสส. คาดการณ์ว่าช่วงเทศกาลฟุตบอลโลก 2018 นี้ จะมีเด็กนักเรียนระดับมัธยมมากกว่าร้อยละ10 ที่ตั้งใจจะเล่นพนันทายผล เช่น เล่นกับคนใกล้ชิด เพื่อน หรือคนรู้จักในชุมชน ซึ่งอาจเล่นแบบติดปลายนวมเพื่อความสนุกสนาน แต่อีกจำนวนไม่น้อยจะเล่นแบบหวังได้เงินอย่างเป็นกอบเป็นกำ โดยตั้งใจจะเล่นการพนันกับธุรกิจรับแทงพนัน หรือโต๊ะบอล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สสส.และภาคี จึงขอเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมรณรงค์ปลุกกระแสตื่นตัวต่อปัญหาการเล่นพนันฟุตบอล ภายใต้สโลแกน &amp;ldquo;ฟุตบอลโลกครั้งนี้ ใคร ๆ ก็ไม่พนัน&amp;rdquo; เพื่อหวังใช้วาทกรรมเชิงบวกชักชวนด้วยความห่วงใยต่อทุกกลุ่มเป้าหมาย พร้อมรณรงค์ผ่านสปอตรณรงค์เผยแพร่ทุกช่องทาง รวมถึงสนับสนุนเยาวชนจาก 10 มหาวิทยาลัย ผลิตหนังสั้นรณรงค์ไม่พนัน 4 เรื่องเพื่อเผยแพร่ทางออนไลน์ ซึ่งจะมีการออกโรดโชว์และนิทรรศการรณรงค์ไปตามโรงเรียนมัธยมกว่า 100 แห่งทั่วประเทศ&amp;rdquo; นายวิเชษฐ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนากร&amp;nbsp; คมกฤส&amp;nbsp; เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน กล่าวว่า อยากให้คนที่คิดจะเล่นพนันฟุตบอล รู้ถึงความเป็นห่วงของคนใกล้ตัว เพราะคนเล่นพนันไม่คิดว่าตัวเองจะเสียหายเดือดร้อน หรือมองว่าถึงเล่นเสียก็ไม่เกี่ยวกับคนอื่น ทำนองเล่นเองเจ็บเอง&amp;nbsp; แต่พอเอาเข้าจริงมันไม่เป็นอย่างนั้น&amp;nbsp; เพราะส่วนใหญ่จะเสียดายเงินแล้วเล่นอีกเพื่อหวังเอาเงินที่เสียคืน จนเสียหนักขึ้น ส่งผลกระทบต่อตนเองและคนใกล้ตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอ (นามสมมติ) อายุ 28 ปี อดีตเหยื่อพนันบอล กล่าวว่า เริ่มเล่นพนันบอลตั้งแต่อายุ 15 ปี จากหลักร้อยเพิ่มเป็นหลักพัน เรียกได้ว่าตื่นเช้าขึ้นมาต้องมานั่งเสพสื่อกีฬา เปิดหนังสือพิมพ์อ่านโพยบอล เช็คราคาบอลแทบ 24 ชั่วโมงใช้ชีวิตอยู่กับการแทงบอล มีอยู่ครั้งหนึ่งติดหนี้บอลสูงสุด 6,000 บาท และต้องเดินโพยเพื่อหาเงินใช้หนี้ พอรู้ช่องทางก็เอาเงินเดินโพยมาหมุนเล่นต่อ ทำอยู่แบบนี้เรื่อยๆ ตอนนั้นคิดแค่ว่าเงินที่เสียไป ต้องเอาคืน หนี้หมดแทงต่อ จนถลำลึกกว่า 9 ปี สูญเงินไปหลักแสนบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนจุดเปลี่ยนที่ทำให้เลิกเล่นพนันบอลได้ก็เพราะครอบครัว ซึ่งมันเริ่มสะสมปัญหาเรื้อรังมาตลอด ยิ่งเล่นยิ่งทำลายครอบครัว มีปัญหากับลูกเมีย&amp;nbsp; สุดท้ายจึงเลิกพนันได้อย่างเด็ดขาดและไม่คิดกลับไปยุ่งเกี่ยวอีก อยากฝากบอกคนที่กำลังคิดจะเล่นพนันบอล ว่าดูได้เชียร์ได้ แต่อย่าไปเดิมพัน มันไม่มีอะไรดี มีแต่เสียกับเสีย อย่าเอาอนาคตมาจบที่พนัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายบี อายุ 35 ปี (นามสมมติ) อดีตเหยื่อพนันบอล กล่าวว่า เริ่มเข้าสู่วงจรพนันตั้งแต่อายุ 17 ปี ตอนนั้นไปกับกลุ่มเพื่อนที่ชอบเล่นตามร้านเกมส์ และพนันที่เล่นครั้งแรกคือฟุตบอลโลก เริ่มจากแทง 20 บาท เพิ่มเป็นหลักร้อยสู่หลักแสน แทงทั้งบอลเดี่ยวและบอลชุด เคยแทงบอลสูงสุดคู่ละ1แสนถึงแสนห้า และใน1วันแทงแบบหลายคู่ สุดท้ายจากเป็นผู้เล่น เด็กเดินโพย ผันตัวเองเป็นเจ้ามือเปิดโต๊ะบอลกระทั่งถูกโกง พอหมุนเงินไม่ทัน ไม่มีเงินคืนเจ้ามือรายใหญ่ ต้องหนีหนี้เกือบ 2 ล้านบาทถูกเจ้าหนี้ตามทวง ต้องย้ายจากบ้านเกิดมาทำงานที่กรุงเทพฯ ทรัพย์สิน เงินทอง ที่ดิน ไม่เหลือ ครอบครัวพังทลาย ลูกก็ไม่ได้อยู่กับเรา เข็ดแล้ว ไม่เอาอีกแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 (บก.น.1) ได้ฝากข้อความมาประสัมพันธ์ถึงประชาชน หากใครมีเบาะแสการลักลอบการเล่นพนันฟุตบอล สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1599 หรือ 191 หรือ Line @ศูนย์ปราบปรามพนันบอล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11348</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018, คุมเข้มพนันบอลโลก, สสส.จับมือภาคีเครือข่าย, หยุดผีพนัน, หยุดพนันบอลโลก, เหยื่อพนันบอล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180614/image_big_5b21fcf149802.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
