<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>88068</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โพลไม่เอายูเอ็นจุ้นไทย เชื่อแก้ปัญหากันเองได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซูเปอร์โพลเผยผลสำรวจ ประชาชนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยสหประชาชาติจุ้นไทย เชื่อแก้ไขกันเองได้&amp;nbsp; &amp;quot;นิพิฏฐ์&amp;quot; ชำแหละ กกต.-ป.ป.ช. มีปัญหา ไม่เป็นมืออาชีพ
เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลสำรวจภาคสนามเรื่อง สหประชาชาติ อย่าจุ้น ยุ่งไทย กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จำนวน 1,328 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 21-25 ธันวาคม ที่ผ่านมา
เมื่อถามถึงความมั่นใจในการแก้ปัญหาความขัดแย้งของคนในชาติของไทยแก้ไขกันเองได้ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 92.2 มั่นใจว่าแก้ไขกันเองได้ ในขณะที่ร้อยละ 7.8 ไม่มั่นใจ นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 92.4 เห็นด้วยว่าสหประชาชาติควรปล่อยให้ประเทศไทยจัดการความขัดแย้งภายในประเทศเองได้ เช่น เรื่อง การใช้กฎหมายมาตรา 112 สหประชาชาติไม่ควรมายุ่ง ควรไปดูแลประเทศอื่นที่ขัดแย้งรุนแรงกว่าจะดีกว่า ในขณะที่ร้อยละ 7.6 ไม่เห็นด้วย
ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 94.4 เห็นด้วยว่า ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐอเมริกาควรวางตัวเป็นกลางในเรื่องความขัดแย้งภายในของประเทศไทย ถ้าจะยุ่งให้เข้ามาช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจจะดีกว่า ในขณะที่ร้อยละ 5.6 ไม่เห็นด้วย
ที่น่าสนใจคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 93.0 เห็นด้วยว่าประเทศจีนแสดงบทบาทที่ดี ไม่เข้าแทรกแซงความขัดแย้งภายในประเทศไทย ในขณะที่ร้อยละ 7.0 ไม่เห็นด้วย อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 94.3 ระบุมีความจำเป็นรักษาความสัมพันธ์ มหามิตรประเทศ กับสหรัฐอเมริกาและจีน ในขณะที่ร้อยละ 5.7 ระบุไม่มีความจำเป็น
นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 95.1 เห็นด้วยว่าสหประชาชาติ สหรัฐอเมริกา และจีน ช่วยจัดหาวัคซีนโควิดและช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจให้คนไทยจะดีกว่ามายุ่งเรื่องความขัดแย้งภายในของประเทศไทย ในขณะที่ร้อยละ 4.9 ไม่เห็นด้วย
ผอ.ซูเปอร์โพลกล่าวว่า คนไทยทุกคนลองคิดดูว่าทำไมต่างชาติจึงเข้ามาแสดงบทบาทต่างๆ บนเวทีในประเทศไทย ที่มันต้องมีอะไรดึงดูดให้ต่างชาติเหล่านั้นเข้ามาปฏิบัติการต่างๆ ในประเทศไทย ประเทศไทยมีผลประโยชน์ชาติที่คนไทยทุกคนต้องช่วยกันรักษาไว้ในหลายด้าน และคนไทยต้องรู้จักประเทศไทยของตนเองว่ามีทรัพยากรธรรมชาติที่ดีที่สุดอยู่ในพิกัดไหน มีตำแหน่งภูมิศาสตร์ตำแหน่งไหนที่ดีที่สุดในด้านยุทธศาสตร์ความมั่นคง ไม่ใช่ปล่อยให้ต่างชาติรู้ เหมือนกับว่าพวกเขามีภาพเอกซเรย์ประเทศไทยไป แต่คนไทยไม่รู้ตนเอง สิ่งสำคัญที่คนไทยต้องช่วยกันรักษาปกป้องไว้จึงเป็นเรื่องผลประโยชน์ชาติที่ต้องทำให้เป็นเนื้อเดียวกันกับเรื่องสังคม วัฒนธรรม เพื่อป้องกันไม่ให้เสาหลักของชาติล้มและประเทศชาติราษฎรล่มสลาย
&amp;quot;ในสถานการณ์วิกฤติโควิดรอบใหม่นี้ คนไทยทุกคนต้องเรียกร้องให้ต่างชาติมายุ่งในเรื่องที่คนไทยต้องการคือ วัคซีนและแก้เศรษฐกิจ ไม่ใช่มาจุ้นเรื่องความขัดแย้งของคนในชาติที่คนไทยแก้กันเองได้&amp;quot; ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดลกล่าว
วันเดียวกันนี้ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง &amp;ldquo;ความเป็นมืออาชีพขององค์กรอิสระ กกต. และ ป.ป.ช.&amp;rdquo; ว่าผมเกี่ยวข้องกับองค์กรอิสระ กล่าวคือ ป.ป.ช.และ กกต.ในระดับหนึ่ง เพราะเคยเป็นทั้งผู้ร้องและเคยเป็นทั้งพยานในองค์กรอิสระเหล่านี้ เห็นความเป็นมืออาชีพของเจ้าพนักงานสืบสวนหรือไต่สวนของทั้ง กกต.และ ป.ป.ช. เห็นว่า ความเป็นมืออาชีพของพนักงานสืบสวนและไต่สวนของ กกต. สู้พนักงานไต่สวนของ ป.ป.ช.ไม่ได้ ในการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ผมเห็นว่าผู้ร่างรัฐธรรมนูญต้องทบทวนเรื่องนี้อย่างจริงจัง โดยมีความเห็นว่า
1.บุคลากรในองค์กรอิสระเหล่านี้ ต้องเข้าใจว่าหัวใจขององค์กรอิสระคืออะไร เขามีองค์กรอิสระไว้เพื่อคุ้มครองเสียงข้างน้อย มีไว้คุ้มครองบุคคลที่เป็นเสรีนิยมประชาธิปไตย มิใช่คุ้มครองเสียงข้างมากในระบอบประชาธิปไตย อันนี้เป็นปรัชญาในทางการเมืองที่เขาบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญ หากบุคลากรใน กกต.หรือ ป.ป.ช. หรือองค์กรอิสระใดไม่เข้าใจเรื่องนี้ แทนที่ท่านจะเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับระบอบประชาธิปไตย ท่านกลับทำลายประชาธิปไตยให้ย่อยยับด้วยมือของท่านเอง ผมผ่านการเป็นกรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผ่านการเป็นกรรมาธิการพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญมาตลอดชีวิตของการเป็นนักการเมือง ก็พอจะซึมซับแก่นในเรื่องนี้มาบ้าง
2.การชั่งน้ำหนักคำพยานของเจ้าพนักงานในองค์กรอิสระเหล่านี้น่าจะมีปัญหา ยกตัวอย่างเรื่องของ กกต.บางคดี แม้พยานรับว่าเป็นคนจ่ายเงินซื้อเสียงจริงๆ แต่หลังจากนั้น (หลายวัน บางคนก็เป็นเดือน) พยานจะมาขอกลับคำให้การเดิมว่าไม่ได้ซื้อเสียง แต่เงินที่ให้ในการเลือกตั้ง เป็นเงินให้เด็กไปซื้อน้ำมันพืชบ้าง เป็นค่าหน่วยกิตให้นักศึกษาบ้าง เป็นค่าเลี้ยงไก่บ้าง เจ้าพนักงานสืบสวนของ กกต.กลับไปเชื่อคำให้การที่กลับคำในภายหลังเสียทั้งสิ้น (ทั้งที่ให้การหลังจากครั้งแรกเป็นเวลานาน) ก็น่าสงสัยวิธีชั่งน้ำหนักคำพยานอยู่ไม่ใช่น้อย การชั่งน้ำหนักคำพยานเหล่านี้ควรศึกษาดูแนวคำพิพากษาศาลฎีกาว่าศาลมีวิธีชั่งน้ำหนักคำพยานอย่างไร เพื่อเอาเป็นตัวอย่างในการทำงาน
ประการสำคัญ ในการชั่งคำพยานขององค์กรอิสระนั้น กฎหมายบัญญัติเพียง &amp;quot;น่าเชื่อว่า&amp;quot; เท่านั้น มิได้บัญญัติว่าต้องรับฟังอย่าง &amp;quot;ปราศจากข้อสงสัย&amp;quot; องค์กรอิสระ จึงต้องเข้าใจเรื่องเหล่านี้อย่างถี่ถ้วน หากข้อเท็จจริง &amp;quot;น่าเชื่อว่า&amp;quot; ท่านก็ต้องส่งสำนวนไปที่ศาล มิใช่ยุติเรื่องเสียเอง
3.ทุกเรื่องที่สืบสวนไต่สวนองค์กรอิสระทั้งหลายไม่ระบุว่า องค์กรไหน อย่า &amp;quot;ตั้งธง&amp;quot; ไว้ล่วงหน้า และที่สำคัญต้องอย่าให้มีการ &amp;quot;วิ่งเต้น&amp;quot; เพราะนั่นคือการทำลายประชาธิปไตยอย่างร้ายแรงที่สุด
และ 4.ผมว่าบุคลากรขององค์กรอิสระทุกองค์กรต้องเข้มแข็ง ทำงานอย่างมืออาชีพ อย่าทระนงตัวว่าเป็นเจ้าพนักงานในองค์กรอิสระ ต้องมีศักดิ์ศรีของข้าราชการ เดินไปดื่มน้ำชากาแฟ แล้วบอกชาวบ้านว่าเราเป็นข้าราชการของ กกต., ป.ป.ช. หรือผู้ตรวจการแผ่นดินดูว่าชาวบ้านจะลากเก้าอี้ให้ข้าราชการหน่วยงานไหนนั่ง หรือหน่วยงานไหนที่ชาวบ้านเขาปฏิเสธไม่ยอมนั่งด้วย
&amp;quot;ผมนั่งอ่านสำนวนสืบสวนไต่สวนของ กกต.มา 2-3 วันแล้ว ผมต้องเบรกการอ่านทุก 3 ชั่วโมงเพื่อออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ บอกตรงๆ ว่าในความเห็นของนักกฎหมายด้วยกัน ผมหงุดหงิดมากกับความเป็น &amp;quot;มืออาชีพ&amp;quot; ขององค์กรอิสระนี้ ฝากผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการแก้ไขรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญช่วยดูเรื่องนี้อย่างจริงจังด้วย ถ้าสงสัยมาถามผม เพื่อช่วยกันปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88068</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซูเปอร์โพล, ผลสำรวจ, ยูเอ็นจุ้นไทย, สหประชาชาติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201226/image_big_5fe6af30bc84d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88026</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/12/2020 10:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/12/2020 10:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหประชาชาติอย่าจุ้น! &#039;ซูเปอร์โพล&#039; ชี้คนไทย 92% มั่นใจแก้ปัญหาขัดแย้งกันเองได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ธ.ค.63 - ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง สหประชาชาติ อย่าจุ้น ยุ่งไทย กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จำนวน 1,328 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 21 - 25 ธันวาคม ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงความมั่นใจในการแก้ปัญหาความขัดแย้งของคนในชาติของไทยแก้ไขกันเองได้ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 92.2 มั่นใจว่าแก้ไขกันเองได้ ในขณะที่ร้อยละ 7.8 ไม่มั่นใจ นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 92.4 เห็นด้วยว่า สหประชาชาติ ควรปล่อยให้ประเทศไทยจัดการความขัดแย้งภายในประเทศเองได้ เช่น เรื่อง การใช้กฎหมายมาตรา 112 สหประชาชาติ ไม่ควรมายุ่ง ควรไปดูแลประเทศอื่นที่ขัดแย้งรุนแรงกว่าจะดีกว่า ในขณะที่ร้อยละ 7.6 ไม่เห็นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 94.4 เห็นด้วยว่า ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐอเมริกา ควรวางตัวเป็นกลางในเรื่องความขัดแย้งภายในของประเทศไทย ถ้าจะยุ่งให้เข้ามาช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจจะดีกว่า ในขณะที่ร้อยละ 5.6 ไม่เห็นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าสนใจคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 93.0 เห็นด้วยว่า ประเทศจีนแสดงบทบาทที่ดีไม่เข้าแทรกแซง ความขัดแย้งภายในประเทศไทย ในขณะที่ร้อยละ 7.0 ไม่เห็นด้วย อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 94.3 ระบุมีความจำเป็นรักษาความสัมพันธ์ มหามิตรประเทศ กับสหรัฐอเมริกาและจีน ในขณะที่ร้อยละ 5.7 ระบุไม่มีความจำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 95.1 เห็นด้วยว่า สหประชาชาติ สหรัฐอเมริกา และจีน ช่วยจัดหาวัคซีนโควิดและช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจให้คนไทยจะดีกว่า มายุ่งเรื่องความขัดแย้งภายในของประเทศไทย ในขณะที่ร้อยละ 4.9 ไม่เห็นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า คนไทยทุกคนลองคิดดูว่า ทำไมต่างชาติจึงเข้ามาแสดงบทบาทต่างๆ บนเวทีในประเทศไทยที่มันต้องมีอะไรดึงดูดให้ต่างชาติเหล่านั้นเข้ามาปฏิบัติการต่างๆในประเทศไทย ประเทศไทยมีผลประโยชน์ชาติที่คนไทยทุกคนต้องช่วยกันรักษาไว้ในหลายด้านและคนไทยต้องรู้จักประเทศไทยของตนเองว่ามีทรัพยากรธรรมชาติที่ดีที่สุดอยู่ในพิกัดไหน มีตำแหน่งภูมิศาสตร์ตำแหน่งไหนที่ดีที่สุดในด้านยุทธศาสตร์ความมั่นคง ไม่ใช่ปล่อยให้ต่างชาติรู้เหมือนกับว่า พวกเขามีภาพเอกซเรย์ประเทศไทยไปแต่คนไทยไม่รู้ตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งสำคัญที่คนไทยต้องช่วยกันรักษาปกป้องไว้จึงเป็นเรื่องผลประโยชน์ชาติที่ต้องทำให้เป็นเนื้อเดียวกันกับเรื่องสังคมวัฒนธรรม เพื่อป้องกันไม่ให้เสาหลักของชาติล้มและประเทศชาติ ราษฎรล่มสลาย ดังนั้น ในสถานการณ์วิกฤตโควิดรอบใหม่นี้ คนไทยทุกคนต้องเรียกร้องให้ต่างชาติมายุ่งในเรื่องที่คนไทยต้องการคือ วัคซีนและแก้เศรษฐกิจ ไม่ใช่มาจุ้นเรื่องความขัดแย้งของคนในชาติที่คนไทยแก้กันเองได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88026</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซูเปอร์โพล, มาตรา112, ยูเอ็น, สหประชาชาติ, แทรกแซงกิจการภายใน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201226/image_big_5fe6af30bc84d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87292</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/12/2020 07:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/12/2020 07:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิดเบือนเต็มตา! &#039;ไพศาล&#039; จวกแอบอ้าง &#039;ยูเอ็น&#039; ขวางมาตรา 112</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ธ.ค.63 - นายไพศาล พืชมงคล อดีตที่ปรึกษาพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ โพสต์ข้อความดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดูการบิดเบือนให้เต็มตา!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณป้าคนนี้เป็นแค่โฆษกองค์กรสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นหน่วยงานต่างหากแต่อยู่ในสังกัดของสหประชาชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่บิดเบือนพาดหัวข่าวเป็นว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สหประชาชาติ แสดง ท่าทีเกี่ยวกับการดำเนินคดี กับผู้กระทำความผิดฐานดูหมิ่นพระมหากษัตริย์!!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และแอบอ้างความคิดเห็นตัวเองเป็นความคิดเห็นของสหประชาชาติด้วย!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น่าสังเกตว่าพฤติกรรมเช่นนี้เป็นการนำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์หรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่สบายใจได้ครับ ประเทศไทยเราไม่มีใครทำหน้าที่ในเรื่องนี้!!!!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87292</URL_LINK>
                <HASHTAG>มาตรา112, สหประชาชาติ, ไพศาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200116/image_big_5e1fad1ed8150.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86490</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/12/2020 11:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/12/2020 11:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตนักโทษมาตรา 112 ร้องยูเอ็นสั่งไทยยกเลิกกฎหมายล้าหลัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่ม 24 มิถุนายนประชาธิปไตย และแนวร่วมกลุ่มราษฎร 2563 จัดกิจกรรมยกเลิกประมวลกฎหมายอาญามาตรา &amp;nbsp;112 พร้อมเรียกร้องยูเอ็นสั่งรัฐบาลไทย ปฏิบัติตามพันธสัญญาเรื่องสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกของพลเมือง&amp;nbsp; เผยจะบินไปประท้วงถึงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เลยทีเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงเวลา 10.00 น. วันนี้(10 ธ.ค.) นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข &amp;nbsp;แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนายนประชาธิปไตย และแนวร่วมกลุ่มราษฎร 2563 &amp;nbsp; พร้อมคณะประมาณ 10 คน ได้จัดกิจกรรมยกเลิกมาตรา 112 บริเวณหน้า องค์การสหประชาชาติ(ยูเอ็น) ถนนราชดำเนินนอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมยศ &amp;nbsp;กล่าวว่า มาตรา 112 เป็นกฎหมายที่ล้าหลัง และปิดกั้นสิทธิเสรีภาพ การแสดงความเห็นและแสดงออกทางประชาธิปไตย กลายเป็นเครื่องมือทำลายล้างฝ่ายตรงข้ามโดยรัฐ ที่ดำเนินคดีอย่างละเมิดสิทธิมนุษยชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จึงมายื่นข้อเรียกร้องเพื่อให้ยกเลิกกฎหมายข้อนี้ ให้บ้านเมืองก้าวไปข้างหน้า จากนี้จะมีการเคลื่อนไหวต่างๆ ไม่เหมือน 10 ปีก่อน เพราะมีผู้เห็นด้วยกับเรามีมาก โดยเฉพาะเยาวชนระดับนักเรียนชั้นมัธยม และเราจะเคลื่อนไหวในระดับนานาชาติ&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;สมยศ พฤกษาเกษมสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อดีตนักโทษมาตรา 112 บอกว่า สาเหตุที่มายื่นหนังสือวันนี้ ตนยึดวันสิทธิมนุษยชนสากล (10 ธ.ค.) เพื่อบอกกับสหประชาชาติ(ยูเอ็น) ให้ไทยซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศสมาชิกต้องปฏิบัติตามพันธสัญญาเรื่องสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกของพลเมือง เราจะส่งจดหมายไปยังองค์กรภาคประชาชนทั่วโลก เพื่อสนับสนุนการต่อสู้ของคนไทยในเรื่องการปฏิรูปสถาบัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งในเดือนพฤษภา &amp;nbsp;2564 จะมีการประชุมยูเอ็นที่รัฐบาลไทยจะไปร่วมประชุม ตนกำลังรวบรวมและประสานยูเอ็นประเทศสวิตเซอร์แลนด์ไปประท้วงที่กรุงเจนีวา ซึ่งเป็นที่ตั้งของยูเอ็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับนายสมยศ เมื่อเดือนเมษายนปี 2554 ถูกควบคุมตัวที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองอรัญประทศ หลังถูกออกหมายจับโดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในข้อหาตามความผิดประมาลกฎหมายอาญามาตรา 112 &amp;nbsp;ขณะเป็นบรรณาธิการ &amp;quot;ว๊อยซ์ออฟทักษิณ&amp;quot; ที่นำเสนอบทความ ลักษณะหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาศาลฎีกาพิพากษาให้จำคุก 10 ปี จนกระทั่งวันที่ 30 เม.ย.2561 นายสมยศได้รับการปล่อยตัว รวมจำคุก 7 ปี &amp;nbsp;และระหว่างรับโทษจำคุก เขาจบปริญญาตรี คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ในปี 2558.&lt;/p&gt;


	คึกคัก! เลิก 112 สิแล้วจะเล่าให้ฟัง &amp;#39;กวิ้น-รุ้ง&amp;#39; ลั่นเลยความกลัวมาแล้ว
	&amp;#39;เจี๊ยบคอนถม&amp;#39; พอมีสำนึกอยู่บ้าง ขออภัยโพสต์เหยียดเชื้อพระวงศ์
	กุนซือสมองเพชร ชำแหละเบื้องหลัง &amp;#39;ราษฎร 2563&amp;#39;
	อดีตรองอธิการฯมธ. เตือนสติม็อบอย่าเพ้อฝันล้มสถาบัน
	&amp;#39;ทูตนริศโรจน์&amp;#39; แนะ &amp;#39;ม็อบค้อนเคียว&amp;#39; ลองฝึกใช้ชีวิตที่อิสราเอล
	&amp;#39;สมชาย&amp;#39; ชี้ช่องตำรวจเร่งรื้อคดี &amp;#39;น้องชายธนาธร&amp;#39;

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86490</URL_LINK>
                <HASHTAG>มาตรา112, ยูเอ็น, สมยศ พฤกษาเกษมสุข, สหประชาชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201210/image_big_5fd19fb157911.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75102</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2020 10:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2020 10:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มีมี่ เทา&#039;นางแบบข้ามเพศคนแรกของไทย เป็นทูตยูเอ็น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถือเป็นหนึ่งความภูมิใจของคนไทย เมื่อ มีมี่ เทา หรือ พชรณัฏฐ โนบรรเทา นางแบบข้ามเพศคนแรกของไทย ได้รับเกียรติสูงสุดกับการได้รับเลือกจากองค์กรใหญ่ระดับโลกอย่าง ยูเอ็น UN (United Nations) องค์การสหประชาชาติ ให้เป็นทูตยูเอ็น หรือแอมบาสเดอร์ ในโปรเจ็กต์ ทูเก็ตแบนด์ #TogetherBand ด้านลดความเหลื่อมล้ำในสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีมี่ เทา ได้เปิดใจผ่านแฟนเพจว่า &amp;ldquo;มีมี่ยินดีมากๆ ที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นทูตของ #TogetherBand หนึ่งในโครงการของ องค์การสหประชาชาติ คนแรกของประเทศไทย รวมกันคนอื่นๆ เช่น Naomi Campbell, Devid Beckham , Michelle Yeoh, Cara Delevingne และคนอื่นๆอีกหลายคน แต่ละคนมีเป้าหมายต่างๆ ออกไป สิ่งที่มีมี่เลือกที่จะรณรงค์คือ ในเรื่องการลดความเหลื่อมล้ำ ความไม่เสมอภาค และการเลือกปฎิบัติต่อคนในสังคม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทูเก็ตเตอร์แบนด์ #TogetherBand เป็นหนึ่งในโครงการของยูเอ็น UN (United Nations) องค์การสหประชาชาติ โดย มีมี่ เทา ถือเป็นนางแบบข้ามเพศคนแรกของไทย ที่ได้เป็นแอมบาสเดอร์ Ambassador และยังมีคนดังระดับโลกร่วมด้วย &amp;nbsp;เช่น นางแบบเซ็กซี่จากวิกตอเรีย ซิเคร็ท &amp;nbsp;อเลสซานดร้า แอมโบรซิโอ้&amp;nbsp; , นางแบบตัวแม่หลายยุค นาโอมิ แคมเบลล์ &amp;nbsp;, ซูเปอร์สตาร์นักฟุตบอล เดวิด เบ็คแฮม &amp;nbsp;,ซูเปอร์สตาร์เอเซีย มิเชลล์ โหย่ว &amp;nbsp;, นางแบบดังพันล้าน คารา เดเลวีน , เจ้าหญิงยูเชนี แห่งอังกฤษ &amp;nbsp;, บีทริซ ฟิห์น นักสิทธิสตรีและกรรมการบริหารของคณะกรรมการ รณรงค์เพื่อยกเลิกอาวุธนิวเคลียร์ ได้รางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ 2019 , รีเบก้า กยุมิ นักกฎหมายชาวแทนซาเนีย ผู้ชนะนักเคลื่อนไหวสิทธิมนุษยชนขององค์การสหประชาชาติ 2018&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม @ mimi_tao&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75102</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนไทยคนแรก, ทูเก็ตแบนด์, นางแบบข้ามเพศ, พชรณัฏฐ โนบรรเทา, มีมี่ เทา, ยูเอ็น, สหประชาชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200821/image_big_5f3f334b222d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67973</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2020 14:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2020 14:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ยูเอ็น&#039; ขยับแล้ว!หลังทราบเรื่อง &#039;วันเฉลิม&#039; ถูกอุ้มหายในกัมพูชา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 มิ.ย.63 - จากกรณีนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ อายุ 37 ปี ผู้ลี้ภัยทางการเมืองชาวไทยที่พักอาศัยอยู่ประเทศกัมพูชาถูกอุ้มหายตัวไปจากหน้าคอนโดที่กรุงพนมเปญ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมานั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด บีบีซีไทย อ้างว่า &amp;quot;ได้สอบถามถึงกรณีนี้ไปยังสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ซึ่งได้ตอบอีเมลกลับมาในวันนี้ (5 มิ.ย.) ว่าทางสำนักงานฯ ได้ทราบกรณีที่เกิดขึ้นแล้วและกำลังติดตามตรวจสอบเรื่องนี้&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67973</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยูเอ็น, ลี้ภัย, วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์, สหประชาชาติ, อุ้มหาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200605/image_big_5ed9895da0817.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66411</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/05/2020 10:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/05/2020 10:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประธานผู้ลี้ภัยโวย&#039;ยูเอ็น&#039;ไร้ประสิทธิภาพ ร้องเรียนรัฐบาลอภิสิทธิ์-กองทัพ ปราบเสื้อแดง10ปีเรื่องเงียบหาย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 พ.ค.63- &amp;nbsp; นายจรัล ดิษฐาอภิชัย อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประธานสมาคมนักประชาธิปไตยชาวไทยไร้พรมแดน ลี้ภัยในประเทศฝรั่งเศส โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Jaran Ditapichai ว่า ในโอกาสครบ 10 ปี กรณีพฤษภาคม 2553 ผมขอรำลึกสดุดีวีรชนประชาธิปไตยทุกท่านที่เสียสละชีวิต บาดเจ็บ และติดคุกจากเหตุการณ์ต่อสู้ดังกล่าว ขอสืบทอดเจตนารมณ์ เดินตามรอยเลือดของท่านเหล่านั้นจนถึงที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังกรณีนี้ เมื่อเดือนกรกฎาคม 2553 ผมได้ร้องเรียนไปที่คณะมนตรีสิทธิมนุษย์ชน สหประชาชาติ ว่า รัฐบาลอภิสิทธิ์ และกองทัพละเมิดสิทธิมนุษยชนประชาชนไทยอย่างรุนแรง ด้วยใช้กำบังทหารปราบปรามการขุมนุมของประชาชนผู้รักประชาธิปไตย เสียชีวิต99 คน บาดเจ็บ2พันกว่าคน และถูกจับเกือบ300 คน ต่อมา สำนักเลขาธิการคณะมนตรีฯ แจ้งมาเมื่อเดือนกันยายน ว่า ได้รับคำร้องเรียนของผมแล้ว จากนั้น ผมก็รอ และเคยไปตามเรื่องที่เจนีวา ครั้งหนึ่ง สุดท้าย เรื่องเงียบหายไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรุประบบสหประชาชาติ ไม่มีประสิทธิภาพ เช่นกัน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66411</URL_LINK>
                <HASHTAG>10 ปี เหตุการณ์ 10 เมษา – พฤษภา ปี 53, จรัล ดิษฐาอภิชัย, สหประชาชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200302/image_big_5e5d2de7ca831.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
