<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>81098</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2020 13:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2020 13:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลสั่งปรับคนละหมื่น จำเลยคดีชุมนุม &#039;สหพันธรัฐไท&#039; รอดข้อหาหนัก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19&amp;nbsp;ต.ค.63 - ที่ห้องพิจารณา&amp;nbsp;812&amp;nbsp;ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.248/2562&amp;nbsp;ที่พนักงานอัยการคดีอาญา&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เป็นโจทก์ฟ้องนายสมชัย กิตติไชย, นายธีณพันธ์ ไม้แก้ว, นายสมหมาย แพงศรี, นางคม แพงศรี, นายอมรเทพ วงษ์สุรินทร์ และนายธนชาติ สมาธิ ร่วมกันเป็นจำเลยที่&amp;nbsp;1-6&amp;nbsp;ในความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง ทำให้ประชาชนเกิดความปั่นป่วน กระด้างกระเดื่องถึงขนาดก่อความไม่สงบในราชอาณาจักร (ยุยงปลุกปั่นฯ), อั้งยี่ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา&amp;nbsp;33,&amp;nbsp;83,&amp;nbsp;91,&amp;nbsp;116,&amp;nbsp;209&amp;nbsp;พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อัยการโจทก์ฟ้องกรณีเมื่อระหว่างวันที่&amp;nbsp;4-5&amp;nbsp;ธ.ค.&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;จำเลยทั้งหกกับพวกอีกหลายคนที่ยังหลบหนี ได้บังอาจเป็นอั้งยี่ โดยเป็นสมาชิกกลุ่มสหพันธรัฐไทย มีนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ กับพวก ซึ่งยังหลบหนี เป็นหัวหน้า อันเป็นคณะบุคคลซึ่งปกปิดวิธีดำเนินการ และมีความมุ่งหมายเพื่อต่อต้านสถาบันพระมหากษัตริย์ รัฐบาล และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)&amp;nbsp;เพื่อเปลี่ยนแปลงการปกครองของประเทศไทย จากระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขไปเป็นระบอบสหพันธรัฐที่มีประธานาธิบดีเป็นประมุข ให้ประชาชนคนไทยเข้าร่วมกลุ่มพวกจำเลย เพื่อกระทำการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองของประเทศอันมิชอบด้วยกฎหมาย&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมีนายธนชาติ จำเลยที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ใช้เฟซบุ๊กส่งภาพเผยแพร่การชุมนุมสาธารณะดังกล่าวให้ประชาชนรับทราบ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพวกจำเลยให้การปฏิเสธ ได้รับการประกันตัว วันนี้จำเลยทั้งหกเดินทางมาศาลฟังคำพิพากษา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานที่โจทก์และจำเลยนำสืบแล้ว จำเลยทั้งหกมีความผิดฐานยุยงปลุกปั่นฯ หรือไม่ เห็นว่า พยานโจทก์มีการเบิกความทำนองเดียวกันเกี่ยวกับกลุ่มสหพันธรัฐไทย ปลุกให้สวมเสื้อดำมีตราสัญลักษณ์ธงขาวแดงขาว ชุมนุมในวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ธ.ค.&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;ที่สกายวอล์กแยกปทุมวัน วันเกิดเหตุตำรวจพบกลุ่มผู้ชุมนุมจึงขอให้ยุติ บางส่วนให้ความร่วมมือ แต่พวกจำเลยได้ต่อต้านและชูธง&amp;nbsp;Thai Federation&amp;nbsp;เดินบนสกายวอล์ก ตำรวจจึงจับกุมพวกจำเลย&amp;nbsp;พร้อมยึดสติ๊กเกอร์สัญลักษณ์ ส่วนจำเลยที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ได้ถ่ายภาพและคลิปเหตุการณ์เผยแพร่ทางเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ทางนำสืบไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าจำเลยทั้งหกเป็นผู้จัดรายการ เคยติดต่อหรือเป็นสมาชิกกลุ่มสหพันธรัฐไทย ลำพังการชูธง สวมเสื้อดำ ไม่อาจถือว่าปั่นป่วนกระด้างกระเดื่อง พยานหลักฐานโจทก์ยังมีความสงสัยตามสมควร ไม่อาจลงโทษจำเลยในความผิดฐานนี้ได้ ส่วนความผิดฐานอั้งยี่ โจทก์ไม่นำสืบให้เห็นว่าจำเลยทั้งหกเป็นสมาชิกสหพันธรัฐไทย วางแผนชุมนุม ฟังไม่ได้ว่าจำเลยทั้งหกเป็นสมาชิกสหพันธรัฐไทย ต่อต้านสถาบันกษัตริย์และรัฐบาล พยานหลักฐานโจทก์ยังมีความสงสัยตามสมควร จึงยกประโยชน์ให้ความสงสัยให้จำเลย ไม่อาจลงโทษจำเลยในความผิดฐานนี้ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความผิดตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ เห็นว่าเป็นการจัดชุมนุมในระยะ&amp;nbsp;150&amp;nbsp;เมตร จากวังสระปทุม และไม่แจ้งการชุมนุมต่อผู้รับแจ้งภายใน&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชม. ถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การชุมนุมฯ ส่วนความผิดฐานเผยแพร่ข้อมูลคอมพิวเตอร์กระทบต่อความมั่นคง ในส่วนของจำเลยที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;นั้น จำเลยที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ยอมรับว่าเป็นผู้โพสต์ภาพและคลิปการชุมนุมลงในเฟซบุ๊ก แต่เมื่อโจทก์ไม่นำสืบให้เห็นว่าพวกจำเลยปั่นป่วนกระด้างกระเดื่องตาม ป.อาญา มาตรา&amp;nbsp;116&amp;nbsp;จึงไม่เข้าข่ายนำข้อมูลกระทบต่อความมั่นคงเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย ไม่อาจลงโทษความผิดฐานนี้ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิพากษาว่า จำเลยทั้งหกกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ ฐานชุมนุมในระยะ&amp;nbsp;150&amp;nbsp;เมตร จากวัง ให้ปรับคนละ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;พันบาท ไม่แจ้งการชุมนุมภายใน&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชม. ให้ปรับคนละ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;พันบาท รวมโทษปรับจำเลยทั้งหกคนละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;หมื่นบาท และยึดของกลาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81098</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศาลอาญา, สหพันธรัฐไท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191218/image_big_5df9b219c7c49.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27153</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2019 17:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2019 17:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อ้าง DNA ยัน 2 ศพถูกฆ่าโหดทิ้งแม่น้ำโขงเป็นลูกน้อง &#039;สุรชัย แซ่ด่าน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุรชัย แช่ด่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ม.ค.62 -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครพนมรายงานว่า จากกรณีพบศพชายไม่ทราบสัญชาติ จำนวน 2 ศพ มีอายุประมาณ 30-50 ปี สภาพศพถูกฆ่าในลักษณะเดียวกัน คือใช้เชือกไนล่อนรัดคอ จับใส่กุญแจมือ ผ่าท้องยัดแท่งปูนซึ่งคล้ายหลักทางโค้งของประเทศเพื่อนบ้าน พันด้วยผ้าเทป ห่อตาข่ายสีเขียว และห่อทับอีกชั้นด้วยกระสอบป่าน รัดด้วยเชือกอีกทบ ก่อนโยนทิ้งแม่น้ำโขง กระทั่งศพแรกลอยมาโผล่ริมตลิ่งใกล้กับตลาดนัดไทย-ลาว หลังเทศบาลตำบลธาตุพนม อ.ธาตุพนม เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.61&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาวันที่ 29 ธ.ค.61 ศพที่สองก็ลอยติดฝั่งแม่น้ำโขงบ้านสำราญเหนือ ต.อาจสามารถ อ.เมือง จ.นครพนม โดยมีกระแสข่าวลือว่า ศพที่พบอาจเป็นร่างของ นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ (แซ่ด่าน) นักเคลื่อนไหวทางการเมือง กับคนสนิทอีก 2 คนคือสหายกาสะลอง(นามแฝง) และสหายภูชนะ(นามแฝง)ที่หายตัวไปพร้อมกัน เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.ที่ผ่านมา &amp;nbsp;โดยบุคคลทั้งสามลี้ภัยไปอยู่ใน สปป.ลาว ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบว่าผู้ตายเป็นใคร และมีญาติของสหายกาสะลอง สหายภูชนะ ไปให้เจ้าหน้าที่นิติเวชตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอ โดยใช้เวลาประมาณ 2-3 อาทิตย์ ถึงจะทราบผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด ลูกชายของสหายภูชนะ คนสนิทของนายสุรชัย อ้างกับคนใกล้ชิดว่า ผลการตรวจดีเอ็นเอ โดยใช้เนื้อเยื่อของศพที่ถูกสังหารทั้งสองศพ และเนื้อเยื่อที่บริเวณกระพุ้งแก้มของญาติ ปรากฏว่าเมื่อตรวจสอบแล้ว ศพที่พบในพื้นที่ สภ.ธาตุพนม มีความเกี่ยวพันทางสายเลือดกับลูกของสหายภูชนะจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อทางโทรศัพท์กับนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่หลายท่าน เพื่อสอบถามรายละเอียดว่ามีข้อเท็จจริงหรือไม่ ก็ไม่มีผู้ใดยอมรับสาย เมื่อโทรศัพท์เข้ามือถือของ พ.ต.อ.จุลฤทธิ์ จุลกะ ผกก.สภ.ธาตุพนม ก็ยืนยันว่ายังไม่ทราบผลตรวจดีเอ็นเอ ไม่ทราบมีข่าวลือดังกล่าวได้อย่างไร หลังวางสายผู้สื่อข่าวโทรกลับไปอีกครั้ง คราวนี้เบอร์โทรคล้ายถูกบล็อกสาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันผลดีเอ็นเอญาติของสหายกาสะลอง ศพที่พบในพื้นที่ สภ.เมืองนครพนม ก็มีผลตรวจออกมาในลักษณะเดียวกันว่า มีความคล้ายคลึงกับศพดังกล่าว แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่คนใดกล้ายืนยัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์(แซ่ด่าน) ปัจจุบันถ้ามีชีวิตอยู่จะอายุ 77 ปี &amp;nbsp;สหายกาสะลอง 47 ปี และสหายภูชนะ 54 ปี ทั้งสามเป็นนักเคลื่อนไหวทางการเมือง และเป็นผู้ลี้ภัยจากเหตุการณ์รัฐประหาร 2557 ไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ได้หายออกจากที่พักในประเทศเพื่อนบ้านเมื่อวันที่ 12 ธ.ค.61 โดยที่ไม่มีใครสามารถติดต่อได้จนปัจจุบัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27153</URL_LINK>
                <HASHTAG>สหพันธรัฐไท, สหายกาสะลอง, สหายภูชนะ, สุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์, สุรชัย แซ่ด่าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181224/image_big_5c203f8238b29.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26539</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/01/2019 17:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/01/2019 17:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลอยแพ2สาวใหญ่&#039;สหพันธรัฐไท&#039;นอนคุกไร้ญาติประกัน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ม.ค.62 - ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานสอบสวน กก. 1 ป.ควบคุมตัวนางศิริเพ็ญ ติ๊บคำ อายุ 66 ปี และ น.ส.สุคศิณี ติ๊บคำ อายุ 48 ปี สองผู้ต้องหาชาว จ.เชียงราย คดีครอบครองเสื้อสหพันธรัฐไท มายื่นคำร้องฝากขังต่อศาลครั้งแรกเป็นเวลา 10 วัน ตั้งแต่วันที่ 14 ม.ค.- 23 ม.ค. นี้ เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น เพราะต้องสอบพยานอีก 2 ปาก แต่เนื่องจากได้โอนสำนวนมาทำการสอบสวนที่กองปราบปราม และต้องส่งสำนวนให้อัยการสำนักงานคดีอาญาเพื่อฟ้องผู้ต้องหาทั้งสองต่อศาลอาญาต่อไป พนักงานสอบสวนจึงยื่นคำร้องขอถอนการฝากขังผู้ต้องหาทั้งสองจากศาลจังหวัดเชียงราย เพื่อนำมาฝากขังระหว่างการสอบสวนที่ศาลอาญา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำร้องฝากขังระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 5 ธ.ค. 2561 ก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ทหารร่วมกับหน่วยข่าวในพื้นที่เฝ้าสังเกตการณ์และตรวจสอบกรณีมีกลุ่มสหพันธรัฐไท ได้ปลุกระดมให้สมาชิกและแนวร่วมในพื้นที่ต่างๆ ออกมาแสดงกิจกรรมสวมใส่เสื้อดำติดธงสัญลักษณ์สหพันธรัฐไทตามจุดต่างๆ เพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งในพื้นที่ จ.เชียงราย ได้นัดชุมนุมกันที่บริเวณลานห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล เชียงราย ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบนางศิริเพ็ญ กับ น.ส.สุคศิณี ที่บริเวณห้างดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยผู้ต้องหาทั้งสองได้สวมใส่เสื้อสีดำติดแถบผ้ารูปธงสีขาวขนาบแดงสัญลักษณ์สหพันธรัฐไท และมีถุงใส่เสื้อสีดำติดธงสัญลักษณ์ 1 ถุง มีเสื้อ 4 ตัว และถุงใส่แถบผ้าสีขาวขนาบแดงธงสัญลักษณ์สหพันธรัฐไท 140 ชิ้น เจ้าหน้าที่สอบถามได้ความว่าผู้ต้องหาทั้งสองจะนำเสื้อและแถบผ้าธงสัญลักษณ์ไปแจกจ่ายให้กับคนอื่น ตามคำเชิญชวนของ &amp;quot;ลุง สนามหลวง&amp;quot; ที่ได้ฟังทางเว็บไซต์ยูทูป เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 2561 เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันจับกุม และแจ้งข้อหากระทำการด้วยวิธีการใดๆ ในลักษณะยุยงปลุกปั่นฯ และเป็นอั้งยี่ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116, 209 ชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีเกี่ยวกับความมั่นคง เกรงว่าผู้ต้องหาทั้งสองคนจะหลบหนี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จนสิ้นสุดเวลาทำการ ไม่ปรากฏว่ามีญาติยื่นคำร้องและหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาทั้งสองแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงนำทั้งสองไปคุมขังไว้ที่ทัณฑสถานหญิงกลางบางเขน ในชั้นฝากขังนี้ต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26539</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีครอบครองเสื้อสหพันธรัฐไท, ศิริเพ็ญ ติ๊บคำ, สหพันธรัฐไท, สุคศิณี ติ๊บคำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190114/image_big_5c3c6ac27cf1f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26521</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/01/2019 15:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/01/2019 15:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจหิ้วฝากขัง  2 ผู้ต้องหากลุ่มสหพันธรัฐไทเครือข่าย&#039;โกตี๋&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ม.ค.62 - ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ในฐานะหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีที่มีผู้ต้องหาซึ่งมีส่วนพัวพันกับกลุ่มสหพันธรัฐไท ได้ร่วมสอบปากคำ นางศิริเพ็ญ ติ๊บคำ อายุ 67 ปี และ น.ส.สุคศิณี ติ๊บคำ อายุ 50 ปี ชาว จ.เชียงราย ที่ถูกคาดเป็นตัวการระดับ 3 รองจากกลุ่ม ซึ่งได้ติดต่อโดยตรงกับ นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือ โกตี๋ ภายหลังที่ทั้งสองได้ถูกจับกุมตัว หลังโพสต์เฟซบุ๊กเชิญชวนให้ผู้คนไปเดินขบวนชุมนุมที่บริเวณ ต.รอบเวียง อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม ปี2561 ซึ่งดำเนินคดีกับผู้ต้องหา และยื่นคำร้องฝากขังต่อศาล จ.เชียงรายไว้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาได้มีการโอนสำนวนการสอบสวนมาอยู่ในความรับผิดชอบของ บก.ป. ตามคดีอาญาที่ 11/2562&amp;nbsp; ซึ่งสามารถส่งสำนวนให้พนักงานอัยการคดีอาญามีความเห็นส่งสำนวน พร้อมทำการส่งตัวไปฝากขังยังศาลอาญา ในความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 116 ยุยงปลุกปั่นให้เกิดความไม่สงบ และ ข้อหาอั้งยี่ซ่องโจร ขณะที่ในเบื้องต้นได้สั่งคัดค้านการประกันตัวไว้ก่อน พร้อมกันนี้ รอง ผบ.ตร.ได้สั่งกำชับให้ดูแลผู้ต้องหาให้ดีในทุกขั้นตอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางศิริเพ็ญ เปิดเผยว่า ตนเองไม่รู้จักกับ นายวุฒิพงศ์ หรือโกตี๋ เป็นการส่วนตัว เพียงแต่เคยเห็นจากในคลิป ยอมรับว่าได้สวมใส่ชุดดำของกลุ่มสหพันธ์ฯ ไปร่วมเดินขบวนชุมนุมในวันดังกล่าวจริง แต่ไม่ได้เป็นสมาชิกของกลุ่มแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรายละเอียดการสอบปากคำสองผู้ต้องหาในเบื้องต้นนั้น พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. ปฏิเสธไม่ขอเปิดเผยแต่อย่างใด เนื่องจากยังอยู่ในสำนวนการสอบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการโอนตัวผู้ต้องหาครั้งนี้ เมื่อช่วงเช้า พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.สมบัติ มิลินทจินดา จตร.,พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช รอง ผบช.ส., พล.ต.ต.สราวุธ เอี่ยมสำราญ&amp;nbsp;ผบก.ประจำ ตร., พล.ต.ต.ชยุต มารยาทตร์ ผบก.ประจำ สพฐ.ตร., พล.ต.ต.ยุทธชัย พัวประเสริฐ ผบก.ภ.จว.เชียงราย, พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.กฤษศักดิ์ สงมูลนาค รอง ผบก.ภ.จว.กระบี่และคณะได้เดินทางไปยื่นคำร้องต่อศาล จ.เชียงราย เพื่อขอโอนตัวผู้ต้องหามาฝากขังต่อศาลอาญา ตามข้อบังคับประธานศาลฎีกาว่าด้วย หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการออกคำสั่งหรือหมายอาญา พ.ศ.2548 ข้อที่ 45 และได้นำตัวผู้ต้องหาไปยื่นคำร้องขอฝากขังต่อศาลอาญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เป็นไปตามที่ตร.ได้มีคำสั่งที่&amp;nbsp; 771/2561 ลงวันที่ 27 ธ.ค.61 แต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ในความผิดฐานร่วมกันกระทำการให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หรือวิธีอื่นใดอันมิใช่กระทำภายใต้ความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อการแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดินหรือรัฐบาล หรือเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดจะก่อความไม่สงบขึ่นในราชอาณาจักรหรือเพื่อให้xระชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน และเป็นอั้งยี่&amp;nbsp; (คดีสหพันธรัฐไท)โดยมีพล.ต.อ. ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. เป็นหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวน ซึ่งคดีนี้มีผู้ร่วมกระทำความผิดหลายคนและมีการกระทำความผิดหลายพื้นที่ต่อเนื่องกัน มีลักษณะการกระทำเป็นเครือข่ายแบ่งหน้าที่กันทำ ซึ่งได้มีการสืบสวนสอบสวนตลอดมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคดีที่ สภ.เมืองเชียงราย มีฝ่ายความมั่นคงของทหารการกล่าวหาดำเนินคดีกับ นางศิริเพ็ญ ติ๊บคำ อายุ 67 ปี อยู่ที่ 128 ม.9 ต.ไม้ยา อ.พญาเม็งราย จ.เชียงราย และ น.ส.สุคศิณี ติ๊บคำ อายุ 50 ปี อยู่ที่ 106 ม.15 ต.ไม้ยา อ.พญาเม็งราย จ.เชียงราย เหตุเกิดที่ ต.รอบเวียง อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 5 ธ.ค.61 เวลาประมาณ 13.45น. ซึ่งได้มีการจับกุมดำเนินคดีกับผู้ต้องหา และยื่นคำร้องฝากขังต่อศาล จ.เชียงรายไว้แล้ว ต่อมาได้มีการโอนสำนวนการสอบสวนมาอยู่ในความรับผิดชอบของ บก.ป. ตามคดีอาญาที่ 11/2562&amp;nbsp; ซึ่งสามารถส่งสำนวนให้พนักงานอัยการคดีอาญามีความเห็นส่งสำนวนไปยังศาลอาญาได้.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26521</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล, วุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ, ศิริเพ็ญ ติ๊บคำ, สภ.เมืองเชียงราย, สหพันธรัฐไท, สุคศิณี ติ๊บคำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190114/image_big_5c3c4b1409da9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17411</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2018 18:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2018 18:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตามคาด!แกนนำนปช.ชี้เปรี้ยง &#039;สหพันธรัฐไท&#039; แดงเทียม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ย. 61 - &amp;nbsp;นายก่อแก้ว พิกุลทอง อดีตส.ส. พรรคเพื่อไทย ในฐานะแกนนำนปช. หรือคนเสื้อแดง กล่าวว่ากรณีที่มีการจับกุมเครือข่ายสหพันธรัฐไทแล้วมีการเชื่อมโยงกับคนเสื้อแดงนั้น ต้องเข้าใจก่อนว่านปช. เป็นกลุ่มคนที่จุดยืนชัดเจนว่าเราเรียกร้องประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตรงนี้คือจุดยืนของนปช.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หากใครที่ไม่มีจุดยืนตรงนี้เหมือนกับเรา ก็ถือว่าเขาไม่ใช่นปช. ส่วนใครจะมาอ้างว่าเป็นเสื้อแดง เสื้อสีอะไร ก็อ้างได้ แต่มันไม่ใช่ เพราะนปช. เรามีจุดยืนตรงกัน&amp;quot;นายก่อแก้ว กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ก็เคยร่วมเรียกร้องกับคนเสื้อแดงมาก่อนแล้วหนีไปต่างประเทศ นายก่อแก้ว กล่าวว่า ต้องยอมรับบางส่วนว่าหลายคนเคยเป็นแนวร่วมเรียกร้องประชาธิปไตย แต่เมื่อเวลาผ่านไป ก็ได้พิสูจน์ตัวเองว่าใครคือนปช. ใครไม่ใช่ ดังนั้นคนที่เป็นนปช.ก็ยืนยันอยู่ในประเทศเราไม่ไปไหน แล้วเราก็เรียกร้องระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ซึ่งเป็นระบอบที่เหมาะสมที่สุดกับประเทศไทย ดังนั้นคนอื่นที่ไม่ได้อยู่เมืองไทยแล้วมาอ้างเสื้อแดงนั้น ก็อ้างไป แต่มาอ้างเป็นนปช. ไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขา &amp;nbsp;เชื่อว่าฝ่ายความมั่นคงแยกแยะออกว่าอะไรเป็นอะไร เท่าที่ติดตามข่าวกลุ่มคนที่ใส่เสื้อลักษณะนี้ก็มีไม่กี่คน ไม่ถึง 10 คน ดังนั้นมันน้อยมากเมื่อเทียบกับประชาชนทั้งประเทศ 60 กว่าล้านคน มันไม่เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงอะไร แต่ก็ถูกต้องแล้วที่ฝ่ายความมั่นคงได้หยุดกลุ่มบุคคลที่มีแนวคิดแบบนี้ อย่างน้อยก็เพื่อให้คนที่ไม่รู้เรื่อง อย่าไปเสื้อตามๆกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รัฐบาลต้องดูว่าการกระทำนั้นผิดกฎหมายข้อใดหรือไม่ ถ้าผิดก็ต้องดำเนินการ แต่ถ้าไม่ผิดก็เชิญมาคุยกันได้ แต่ต้องยอมรับว่าหากเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง จะไม่มีอำนาจพิเศษ การไปควบคุมตัวคนโดยไม่ได้ทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะกฎหมายอาญา ทำไม่ได้ ถ้าทำเจ้าหน้าก็ถูกฟ้องร้องได้ แต่รัฐบาลชุดนี้มีอำนาจพิเศษ สามารถที่จะคุมตัวประชาชนคนไหนก็ได้ โดยคุมตัวไว้ 7 วัน โดยยังไม่ตั้งข้อกล่าวหา แต่การทำแบบนี้ก็เป็นดาบสองคม เพราะต่างชาติเขามองว่าเรื่องแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้นในประเทศทั่วไป&amp;rdquo; นายก่อแก้ว กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แกนนำนปช. กล่าวว่า อย่างไรก็ตามกรณีนี้ ก็ทำให้เห็นว่าเวลาหาจำเลยไม่ได้ก็โยนให้เสื้อแดงไว้ก่อน เพราะคนเสื้อแดงถูกมองว่าเป็นฝ่ายที่มีจุดยืนตรงข้ามกับรัฐบาลปัจจุบัน เพราะเราเรียกร้องประชาธิปไตย แต่รัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลเผด็จการ ดังนั้นเมือเกิดอะไรขึ้นเขาก็โยนมาฝ่ายตรงกันข้ามไว้ก่อน เป็นเรื่องปกติทางการเมือง ส่วนจะกระทบต่อการเลือกตั้งหรือไม่ คงต้องติดตามกันต่อไป ว่าจะมีการดำเนินการในมิติที่ปกติหรือผิดปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ต้องเข้าใจว่าฝ่ายที่ยืนตรงข้ามกับฝ่ายประชาธิปไตย เขาเองก็พยายามดิสเครดิตฝ่ายประชาธิปไตย เพื่อให้ความน่าเชื่อถือมันลดน้อยลง เพราะที่ผ่านมาประชาชนที่มีจุดยืนเดียวกัน ยังเหนียวแน่นกันอยู่ ทำให้ผู้ครองอำนาจในปัจจุบัน เกิดความหนักใจว่าที่พยายามทำให้ประชาชนยอมรับเขา แต่ก็ยังไม่สามารถทำสำเร็จ ส่วนนปช. ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งโดยตรง แต่เกี่ยวข้องในมิติที่เป็นแนวร่วมกับพรรคเพื่อไทย ดังนั้นการดิสเครดิตเสื้อแดง ก็เพื่อต้องการลดทอนความน่าเชื่อถือของคนเสื้อแดงหรือนปช. ให้ได้มากที่สุด เพราะเขาคงคาดหวังว่าอาจจะส่งผลในด้านบวกต่อเขาบ้างในการเลือกตั้ง ส่วนตัวผมคิดคิดว่าไม่กระทบกับเราหรอก&amp;rdquo; นายก่อแก้ว กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17411</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อแก้ว พิกุลทอง, สหพันธรัฐเถื่อน, สหพันธรัฐไท, แกนนำนปช., แดงปลอม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180122/image_big_5a65bcc83ff9c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17410</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2018 17:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2018 17:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลให้ประกันตัว &#039;วรรณภา&#039; หญิงวัย 30 ถูกหาปลุก &#039;สหพันธรัฐไท&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ย. 61 - &amp;nbsp;ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานสอบสวนกองปราบปรามได้ควบคุมตัว นางวรรณภา คำพิพจน์ &amp;nbsp;อายุ 30 ปี ภูมิลำเนา หมู่ 9 ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ผู้ต้องหาคดีแจกเสื้อสหพันธรัฐไท ในข้อหายุยงปลุกปั่นและเป็นอั้งยี่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116, 209 มาขออำนาจศาลฝากขังครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 12-23 ก.ย.นี้ เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบพยานอีก 4-5 ปาก รอผลตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องหาจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร ประกอบกับเป็นความผิดอาญาร้ายแรง เกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำร้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อประมาณปี 2557 เจ้าหน้าที่ฝ่ายข่าวคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้รับคำสั่งจาก &amp;nbsp;คสช. ให้ติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มต่อต้านรัฐบาล และการก่อความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยพบว่ามีบุคคลหลายกลุ่มที่มีพฤติการณ์ในการต่อต้านรัฐบาลและ คสช.ซึ่งก็ได้มีการร้องทุกข์ดำเนินคดีเรื่อยมา ต่อมาเมื่อวันที่ 20 ส.ค.2561 ฝ่ายข่าวคณะรักษาความสงบแห่งชาติสืบทราบว่านายกฤษณะ อาษาสู้ กับพวกรวม 3 คน (ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้แล้ว) มีพฤติการณ์ต่อต้านรัฐบาล โดยมีการรวมกลุ่มในชื่อกลุ่มสหพันธรัฐไท ทำการเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยมีการวางแผนและแบ่งหน้าที่กันทำ โดยพยายามโน้มน้าวประชาชนให้เห็นด้วยในการเปลี่ยนระบอบการปกครองของประเทศไทยจากระบอบประชาธิปไตยฯ ให้เปลี่ยนไปปกครองในระบอบสหพันธรัฐ โดยมีการเคลื่อนไหวในเชิงสัญลักษณ์ เช่น การทำเสื้อ, สติ๊กเกอร์ แจกจ่ายให้สมาชิกในกลุ่มและเผยแพร่ใบปลิวไปตามสถานที่ต่างๆ ในลักษณะเผยแพร่แนวคิดของกลุ่มสหพันธรัฐ โดยนำไปปิดและแจกจ่ายในสถานที่ต่างๆ และยังมีการวางแผนที่จะทำกิจกรรมต่างๆ ที่สนับสนุนแนวคิดของกลุ่ม ทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;จึงอาศัยอำนาจตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 ลงวันที่ 1 เม.ย.2558 เชิญตัวนายกฤษณะกับพวกรวม 3 คน มาซักถามที่ มทบ.11 ซึ่งผลการซักถาม นายกฤษณะกับพวกยอมรับว่าได้รวมกลุ่มกันในชื่อกลุ่มสหพันธรัฐไท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทำการเปลี่ยนแปลงการปกครองฯ จึงได้รายงานพฤติการณ์และการกระทำของกลุ่มผู้ต้องหาให้รัฐบาลทราบ &amp;nbsp;ซึ่งเห็นว่าการกระทำของนายกฤษณะกับพวกผิดกฎหมาย จึงมอบหมายให้ผู้กล่าวหามาร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนเพื่อให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย และฝ่ายข่าวสืบสวนขยายผลทราบว่า แกนนำองค์กรสหพันธรัฐไทยซึ่งอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน ได้จัดทำเสื้อดำติดธงสัญลักษณ์และมีนางวรรณภา ผู้ต้องหา เป็นบุคคลที่รับเสื้อดังกล่าวจากนางสมพิศ สมบัติหอม มารดาผู้ต้องหา ซึ่งเป็นแนวร่วมกลุ่มสหพันธรัฐไทที่หลบหนีจากประเทศไทย เข้าไปเคลื่อนไหวอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านมาแจกจ่ายให้กับสมาชิกเพื่อขยายแนวร่วม โดยเดินทางเข้าไปทาง จ.หนองคาย ได้รับเสื้อมาแล้ว 3 ครั้ง จำนวน 60 ตัว แล้วนำมาส่งที่ไปรษณีย์หนองคาย เพื่อส่งให้กับแนวร่วมตามที่อยู่ต่างๆ ส่วนเสื้อที่เหลือนำมาไว้ที่ห้องตัวเองเพื่อรอให้ส่งสมาชิกตามคำสั่งของนางสมพิศ จนเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบพบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และจากการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหา ยังพบว่ามีการถ่ายภาพใบปลิวข้อความปลุกระดมตามสถานที่ต่างๆ หลายแห่ง ต่อมาเมื่อวันที่ 11 ก.ย. เวลา 16.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม (กก.1บก.ป.) ได้ร่วมกันจับกุมนางวรรณภา ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 2067/2561 ลงวันที่ 11 ก.ย.2561 จากการสอบถามผู้ต้องหารับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริงและไม่เคยถูกจับตามหมายจับดังกล่าวมาก่อน จึงดำเนินคดีข้อหา &amp;ldquo;ร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือหรือวิธีอื่นใดอันมิใช่การกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญหรือไม่ใช่เพื่อแสดงความเห็นโดยสุจริต เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักรหรือให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน และเป็นอั้งยี่ฯ&amp;rdquo; เหตุเกิดที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และ ต.สำโรงใต้ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ซึ่งผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาในชั้นสอบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน อนุญาตให้ฝากขัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาญาติของผู้ต้องหายื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดขอปล่อยชั่วคราวระหว่างการฝากขัง ศาลพิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้นางวรรณภา ผู้ต้องหาได้รับการประกันตัวไป โดยตีราคาประกัน 200,000 บาท
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17410</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต่อต้านคสช., นางวรรณภา คำพิพจน์, สหพันธรัฐเถื่อน, สหพันธรัฐไท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180912/image_big_5b98ef02260eb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17406</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2018 18:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2018 17:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แดงผวาแดงไส้ศึกชี้ช่องกวาดล้างสหพันธรัฐเถื่อน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝ่ายความมั่นคงจับตา&amp;quot;สามทหารเสือ&amp;quot;&amp;nbsp;ขายเสื้อดำ-ธงขาวแดงตั้ง &amp;quot;สหพันธรัฐไท&amp;quot;&amp;nbsp;ปลุกระดมล้มสถาบัน เพ้อจัดตั้ง10&amp;nbsp;รัฐแจกรหัส 10 หลักสมาชิก &amp;nbsp;ขณะที่ &amp;nbsp;&amp;quot;เสื้อแดง&amp;quot; แตกแยกหนัก ระแวงไส้ศึกใช้เป็นช่องทางรวบทั้งขบวนการฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ย.61 - &amp;nbsp; มีรายงานว่าหลังจากกรณีเจ้าหน้าที่รัฐได้จับกุม นางวรรณนภา อาชีพขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง &amp;nbsp;สวมเสื้อยืดสีดำที่มีแถบป้ายสีขาวแดงบริเวณหน้าอก ซึ่งพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ &amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ออกมาระบุถึงป้ายสีขาวแดงดังกล่าวเป็นสัญลักษณ์การตั้ง &amp;rdquo;สหพันธรัฐไท&amp;rdquo; ว่า เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงกำลังติดตาม และขยายผลเครือข่ายการผลิตเสื้อดังกล่าว เพื่อหาผู้ที่อยู่เบื้องหลัง &amp;nbsp;ซึ่งพบว่าเป็นผู้ต้องหาที่กระทำกฎหมายอาญามาตรา 112 &amp;nbsp;ที่หลบหนีไปอยู่ประเทศเพื่อนบ้าน และยังคงใช้โซเชียลมีเดียในการจัดรายการวิทยุผ่านช่องทาง ยูทูป ปลุกระดมทางการเมืองให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองในประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากหน่วยงานความมั่นคง ระบุว่า &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ได้ติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเหล่านี้ ที่เดิมหลังจากหลบหนีออกจากประเทศไทย ก็ก่อตัวในนาม 7ประจัญบาน ประกอบด้วย &amp;nbsp;ลุงสนามหลวง (ชูชีพ ชีวสุทธิ์) &amp;nbsp;โกตี๋ &amp;nbsp;นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ &amp;nbsp;สหายยังบลัด (สหายเลือด) สหายเผด็จ &amp;nbsp;สหาย 112, แยม-ขุนทอง วงไฟเย็น, ข้าวเหนียวมะม่วง &amp;nbsp;ซึ่งอยู่บ้านเดียวกัน จนกระทั่งการหายไปของ &amp;ldquo;โกตี๋&amp;rdquo; อย่างมีเงื่อนงำ พร้อมกระแสข่าว &amp;ldquo;ไส้ศึก&amp;rdquo; ที่ชี้เป้าให้หน่วยงานความมั่นคงเข้าจับกุม &amp;nbsp;ทำให้เกิดการแยกตัวของ ขุนทอง และ แยม ไฟเย็น ไปจับมือกับ &amp;ldquo;สุรชัย แซ่ด่าน&amp;rdquo; &amp;nbsp;ในประเทศเพื่อนบ้าน วิพากษ์วิจารณ์สถาบันฯ และรัฐบาล คสช. ในช่องทางสถานีของตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนช่วงปลายปี 2559 &amp;nbsp;ลุงสนามหลวง, สหายยังบลัด, สหายข้าวเหนียวมะม่วง ยังเคลื่อนไหวจัดวิทยุทางช่องทางลุงสนามหลวง &amp;nbsp;และมีการจัดตั้งรายการชื่อ &amp;ldquo;สหพันธรัฐไท กับ สามทหารเสือ&amp;rdquo; &amp;nbsp;ออกอากาศทางช่องทางยูทูป เคลื่อนไหวปลุกระดมให้สมาชิกเคลื่อนไหวแตกหัก ในช่วงเดือน ตุลาคม 2560 จนช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา มีการรณรงค์ และเชิญชวนให้สมัครเป็นสมาชิกของสหพันธรัฐไท &amp;nbsp;มีการจัดทำระบบสมาชิก มีรหัสประจำตัวเป็นเลข 10 หลัก &amp;nbsp;ซึ่งบ่งชี้ความเป็นสมาชิกประจำรัฐในประเทศไทย แบ่งการปกครองออกเป็น 10 เขต &amp;nbsp;ใช้แนวคิดการกระจายอำนาจ ที่ให้ประชาชนระดับชุมชน รากหญ้า สามารถใช้สิทธิ์เลือกตั้งผู้ปกครอง &amp;nbsp;ไม่ใช่การปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขผ่านระบบตัวแทน ตามรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าว ยังระบุว่า &amp;nbsp;ฝ่ายความมั่นคง ยังคงติดตามและขยายผลการจับกุม เนื่องจากมีการขายเสื้อดำเพื่อเป็นสัญลักษณ์ในการต่อต้านวันสำคัญของสถาบัน ฯ ในช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค.ที่ผ่านมา โดยมีการใช้กลยุทธ์ก่อนขายเสื้อในการเรียกร้องความสนใจจากคนที่ไม่ได้เป็นสมาชิก ให้เข้ามาติดตาม &amp;nbsp;เริ่มจากการทำสติกเกอร์ภายใต้สัญลักษณ์ ธงขาว-แดง การแจกใบปลิวในโรงอาหารที่สถาบันการศึกษา สร้างความสงสัยให้กับคนที่พบเห็น ซึ่งฝ่ายความมั่นคงกำลังติดตาม มองว่าการเคลื่อนไหวเหล่านี้เป็นกลุ่มเสื้อแดงสายล้มสถาบัน &amp;nbsp;จากมีอยู่ทั้งหมด 4 เฉด ได้แก่ กลุ่มแดงสนับสนุนทักษิณ กลุ่มแดงไม่เอาพรรคประชาธิปัตย์ แดงต้านเผด็จการทหาร และแดงล้มเจ้า ซึ่งในสถานการณ์สู้รบ ทั้ง 3กลุ่มจะมาร่วมกับกลุ่มต่อต้านสถาบันที่กำลังเคลื่อนไหวในช่องทางโซเชียลมีเดียในขณะนี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ดังกล่าว ได้ก่อให้เกิดการถกเถียงและความขัดแย้งของกลุ่มที่ต่อต้านสถาบันฯว่า มองว่าการต่อสู้ของ กลุ่มสหพันธรัฐฯ ไม่โจมตี ทุนใหญ่บริษัทเจ้าสัว &amp;nbsp;เพราะมีลูกสาวทำงานอยู่ในบริษัทดังกล่าว แต่จะมุ่งโจมตีนายทักษิณ &amp;nbsp;ชินวัตร และ พรรคเพื่อไทย ทำให้มองว่าลุงสนามหลวง อาจถูกฝ่ายทหารจ้างให้เคลื่อนไหวครั้งนี้เพื่อเป็นเครื่องมือนำไปสู่การกวาดล้างเสื้อแดงทั้งหมด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่กลุ่มลุงสนามหลวง ตอบโต้ว่ากลุ่ม &amp;ldquo;สุรชัย แซ่ด่าน ในประเทศเพื่อนบ้าน &amp;ndash; อเนก ซานฟรานฯ&amp;rdquo; ที่อยู่ในยุโรปที่มองว่านายทักษิณ เป็นแนวร่วม กำลังจะมีการซูเอี๋ยระหว่าง นายทักษิณ กับผู้มีอำนาจในขณะนี้ &amp;nbsp;เพื่อร่วมมือกันกวาดล้าง กลุ่มลุงสนามหลวงอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17406</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชูชีพ ชีวสุทธิ์, ลุงสนามหลวง, วุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ, สหพันธรัฐไท, สหายข้าวเหนียวมะม่วง, สหายยังบลัด, สุรชัย แซ่ด่าน, แยม –ขุนทอง วงไฟเย็น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180912/image_big_5b98e49b5e56e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
