<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>64591</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2020 10:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2020 10:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟีฟ่า อนุมัติ สมาคมฯ ให้ไทยลีก 1-4 เปิดตลาดนักเตะได้อีก 2 รอบ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า ได้ทำการอนุมัติให้ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เปิดตลาดซื้อขายนักกีฬาฟุตบอลได้อีก 2 รอบ เป็นกรณีพิเศษ เนื่องจากผลกระทบของโควิด-19 โดยจะเปิดระหว่างวันที่ 25 สิงหาคม - 7 กันยายน 2563 และ วันที่ 28 ธันวาคม 2563 - 10 มกราคม 2564 ตามลำดับ ซึ่งเป็นชาติแรกในโลก ที่จะเปิดตลาดซื้อขายรวมกัน 3 ครั้งภายในฤดูกาลเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้กำหนดการกลับมาแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพไทยลีก 1-4 ใหม่ พร้อมกับเปลี่ยนแปลงวันปิดฤดูกาลเป็นการแข่งขันแบบคร่อมปีนั้น ก็ได้มีการส่งหนังสือไปยังฟีฟ่า ตามมติที่ประชุมของสโมสรสมาชิก เพื่อขออนุมัติการเปิดตลาดซื้อขาย และลงทะเบียนนักกีฬาออกไปอีก 2 รอบ หลังจากที่มีการเปิดไปรอบแรกเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 - 10 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งจากผลการอนุมัติดังกล่าว ยังทำให้ฟุตบอลลีกอาชีพของไทย เป็นที่แรกในโลก ที่ได้รับอนุมัติให้มีการเปิดตลาดซื้อขาย และลงทะเบียนนักกีฬา 3 ครั้งในฤดูกาลเดียวอีกด้วย ทั้งนี้เนื่องจาก สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และ บริษัท ไทยลีก จำกัด ต้องการที่จะช่วยเหลือ เยียวยา สโมสรสมาชิก ตลอดจนถึงนักกีฬาฟุตบอลอาชีพ ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ฟีฟ่ายังคงยึดระเบียบเดิม ที่ให้นักกีฬาฟุตบอลอาชีพ ยังสามารถลงสนามให้กับสโมสรต้นสังกัดได้มากที่สุด 2 สโมสร ภายใน 1 ฤดูกาลอยู่เช่นเดิม แม้จะมีการเปิดตลาด 3 รอบในไทยลีกฤดูกาลนี้ก็ตาม ตามระเบียบเกี่ยวกับสถานะและโอนย้ายนักกีฬา ว่าด้วยเรื่องการลงทะเบียน ข้อที่ 5.3 ที่ระบุไว้ว่า นักกีฬาอาจลงทะเบียนกับ 3 สโมสร ในฤดูกาลเดียวกัน แต่จะสามารถลงเล่นได้เพียงแค่ 2 สโมสรเท่านั้น อย่างไรก็ตาม กฎดังกล่าวมีข้อยกเว้น สำหรับในกรณีที่นักกีฬาย้ายมาจากลีก ที่มีปฏิทินการแข่งขันไม่ตรงกับของไทย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64591</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฟีฟ่า, สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ, ไทยลีก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200429/image_big_5ea8f57d609ad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64406</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2020 13:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2020 13:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟีฟ่า เผยเตรียมมอบเงินเยียวยาวงการฟุตบอลทั่วโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ&amp;nbsp; ฟีฟ่า เตรียมมอบเงินเยียวยา เพื่อช่วยเหลือวงการฟุตบอลของชาติสมาชิก ที่มีอยู่ 211 ประเทศทั่วโลก หลังจากที่ได้รับผลกระทบ จากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ&amp;nbsp; ฟีฟ่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้เผยโครงการเยียวยาวงการฟุตบอลโดยรวม ซึ่งในขั้นตอนแรก ฟีฟ่า จะมอบเงินสนับสนุนให้แก่สมาคมฟุตบอล งวดที่ 2 ประจำปี 2020 ตามโครงการ FIFA Forward 2.0 ชาติละ 5 แสนเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ&amp;nbsp; 16.2 ล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาด้านการเงินของแต่ละสมาคม ก่อนที่จะทำการเยียวยาในระดับสโมสร รวมถึงฝ่ายที่เกี่ยวข้องในลำดับถัดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย ฟีฟ่า ได้ทำการส่งแบบฟอร์มให้ชาติสมาชิก กรอกรายละเอียดถึงผลกระทบ ความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นตัวเลขที่ชัดเจน พร้อมกับหลักฐานเอกสารสนับสนุน หลังจากนั้น ฟีฟ่าจะใช้ผู้เชี่ยวชาญในการประเมิน สรุปเป็นโครงการความช่วยเหลือประเทศสมาชิก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้ทำการกรอกเอกสาร ส่งให้ฟีฟ่าพิจารณา และมีการติดตามความคืบหน้าแล้วเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เงินเยียวยาจากโครงการสนับสนุนดังกล่าว คาดว่าอาจได้รับในจำนวนที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของแต่ละประเทศ โดยฟีฟ่าจะให้ระเบียบการใช้งบประมาณมาพร้อมกับเงินเยียวยาที่จะได้รับ เพื่อให้เกิดความยุติธรรม และสามารถตรวจสอบได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จานนี อินฟานติโน ประธานฟีฟ่า กล่าวกับเว็บไซต์ทางการของสหพันธ์ฯ ว่า &amp;ldquo;การระบาดของโรคครั้งนี้ ได้สร้างความท้าทายอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน กับวงการฟุตบอลโดยรวม และในฐานะที่เป็นองค์กรบริหารที่ดูแลชาติสมาชิกทั่วโลก มันคือหน้าที่ของฟีฟ่า ในการที่จะอยู่เคียงข้าง และสนับสนุนในสิ่งที่จำเป็น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นี่คือขั้นตอนแรกของแผนเยียวยาที่ต้องทำให้ทั่วถึง ซึ่งเรากำลังพัฒนา เพื่อให้ตอบสนองความต้องการของวงการฟุตบอลโดยรวมอย่างเร่งด่วน ขณะเดียวกัน เราก็กำลังประเมินความเสียหายร่วมกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และใช้เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมที่สุด ในการทำตามแผนเยียวยาขั้นตอนต่อไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในเบื้องต้น ฟีฟ่า ได้มอบเงินสนับสนุนให้กับประเทศสมาชิก ตามโครงการ FIFA Forward 2.0 งวดที่ 2 ประจำปี 2020 ประเทศละ 500,000 เหรียญสหรัฐฯ เป็นจำนวนรวมทั้งสิ้น 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 4,865 ล้านบาท) จากกำหนดการเดิม ที่จะมีการมอบให้ในเดือนกรกฎาคม จากการที่สมาคมฟุตบอลของแต่ละประเทศ ขาดสภาพคล่องทางการเงิน เนื่องจากผลกระทบของโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เราได้เริ่มต้น ด้วยการให้ความช่วยเหลือด้านการเงิน แก่สมาคมฟุตบอลที่เป็นสมาชิกของเราก่อนโดยทันที เพราะหลายสมาคมกำลังเผชิญหน้ากับความยากลำบากทางการเงินอย่างรุนแรง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64406</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, #โคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่, ฟีฟ่า, สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200427/image_big_5ea6814c0f105.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62547</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/04/2020 17:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/04/2020 17:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ฟีฟ่า&#039; หาทางออกให้สโมสรช่วงโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า&amp;nbsp; เผยแนวทางการปฏิบัติสำหรับสโมสรทั่วโลก ในการยืดระยะเวลาและปรับปรุงสัญญา ตลอดจนการเลื่อนตลาดซื้อขายของนักกีฬาออกไป ซึ่งมีผลตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ทำให้รายการแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพเกือบทั่วโลก ต้องเลื่อนแข่งขัน จนส่งผลถึงสโมสร ทั้งในส่วนของรายได้ และสัญญาของนักกีฬาในสังกัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยฟีฟ่า ในฐานะองค์กรที่ดูแลด้านบริหารจัดการกีฬาฟุตบอลทั่วโลก จึงได้วางแนวทางให้ชาติสมาชิก รวมถึงสโมสรของแต่ละชาติ และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง นำไปปฏิบัติ เพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดจากโรคดังกล่าว ซึ่งแบ่งเป็นกรณีต่างๆ ได้แก่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1. สัญญาที่กำลังจะสิ้นสุด และกำลังจะเริ่มใหม่.. &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยปกติแล้ว การเซ็นสัญญา มักจะระบุวันเริ่มต้นและสิ้นสุด ไว้ในช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกับการเปิด และปิดฤดูกาล ซึ่งจากโควิด-19 ทำให้ลีกของหลายประเทศ ต้องมีการเลื่อนวันปิดฤดูกาลปัจจุบัน รวมถึงอาจจะต้องเปลี่ยนแปลงวันเปิดฤดูกาลใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกรณีนี้ ฟีฟ่าอนุญาตให้สัญญามีการขยายระยะเวลาออกไปได้โดยอัตโนมัติ ทั้งในรูปแบบการย้ายถาวร หรือยืมตัว เช่นเดียวกับการย้ายไปยังสังกัดใหม่ของนักกีฬา ก็จะมีการชะลอออกไป จนกว่าฤดูกาลปัจจุบัน จะสิ้นสุดเช่นกัน ทั้งนี้ นโยบายดังกล่าวสามารถใช้ได้กับการย้ายข้ามประเทศด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2. การปรับปรุงสัญญา เมื่อไม่มีการแข่งขัน..&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลกระทบจากโควิด-19 ที่ทำให้สโมสรไม่มีการแข่งขัน จนนักกีฬาและผู้ฝึกสอนไม่สามารถทำงานได้นั้น ทางฟีฟ่าได้มีการวางแนวทาง โดยมีวัตถุประสงค์ให้นักกีฬาและผู้ฝึกสอน ได้เงินค่าจ้างตามสมควร ขณะที่สโมสรต้องไม่ล้มละลาย และหลีกเลี่ยงการฟ้องร้อง ทั้งนี้ ให้ยึดตามกฎหมายของแต่ละประเทศเป็นหลัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยฟีฟ่าสนับสนุนให้สโมสร กับนักกีฬาและผู้ฝึกสอน ทำข้อตกลงร่วมกันในเรื่องของเงื่อนไขสัญญาการจ้างงาน สำหรับช่วงเวลาที่ต้องงดแข่ง ซึ่งเงื่อนไขสัญญานี้จะมีผลบังคับใช้เฉพาะช่วงที่ไม่มีการแข่งขัน และต้องมีการตกลงกันในเรื่องความช่วยเหลือต่างๆ ตามสมควร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการปรับปรุงสัญญาจ้างงานใดๆ นั้น ฟีฟ่าจะไม่ยอมรับการปรับปรุงสัญญา ที่มาจากการตัดสินใจของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงฝ่ายเดียว โดยขาดการเห็นชอบจากอีกฝ่าย เว้นเสียแต่ทำตามกฎหมายของประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากสโมสรกับนักกีฬาหรือผู้ฝึกสอน ไม่สามารถตกลงกันได้ หรือกฎหมายในประเทศไม่ได้ครอบคลุมไว้ สภาแก้ไขข้อพิพาท (Dispute Resolution Chamber - DRC) และ คณะกรรมการด้านสถานภาพของนักกีฬา (Players&amp;rsquo; Status Committee - PSC) ของฟีฟ่า จะทำการพิจารณาตามปัจจัยต่อไปนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1. สถานการณ์ทางเศรษฐกิจของสโมสร/2. สัดส่วนของเงินเดือนที่มีการเปลี่ยนแปลง/3. รายได้สุทธิของนักกีฬาหรือผู้ฝึกสอน หลังจากมีการเปลี่ยนแปลงเงินเดือน/4. การตัดสินใจเปลี่ยนแปลงเงินเดือน มีผลต่อนักกีฬาทั้งทีม หรือเฉพาะแค่บางราย และ 5. สโมสรมีความตั้งใจจริง ที่จะพยายามทำให้ข้อตกลง มีการบรรลุร่วมกันกับนักกีฬาและผู้ฝึกสอนหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3. เปลี่ยนแปลงกำหนดการเปิด-ปิดลงทะเบียนตลาดนักเตะ..&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟีฟ่าอนุญาตให้ชาติสมาชิก มีการเปลี่ยนกำหนดการ หรือยืดระยะเวลาเปิด-ปิดตลาดซื้อขายนักเตะ ทั้งนี้ ต้องมีการกำหนดวันจบฤดูกาลให้เรียบร้อย และได้รับการเห็นชอบจากฟีฟ่าเสียก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี หากมีนักกีฬาที่ถูกยกเลิกสัญญาเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 สามารถลงทะเบียนนักกีฬานอกกำหนดการตลาดซื้อขายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62547</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, #โคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่, ฟีฟ่า, สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200408/image_big_5e8da3c268796.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56716</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/02/2020 16:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/02/2020 16:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บังยี&#039; ฝากฟีฟ่าให้รีบมาดูแลการเลือกตั้งนายกสมาคมลูกหนังโดยด่วน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บังยี&amp;rdquo; นายวรวีร์ มะกูดี&amp;nbsp; ฝากถึง ฟีฟ่า ให้มาดูแลการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลฯ โดยด่วน ชี้ยังไม่เคยมีหน่วยงานใด หรือบุคคลใดเข้าไปแทรกแซงการเลือกตั้ง ทั้งที่ไม่มีความโปร่งใส ไร้ความบริสุทธิ์และยุติธรรม เหตุไม่มีคณะกรรมการที่เป็นกลางมาควบคุมการเลือกตั้ง ส่วนกรณีที่การกีฬาแห่งประเทศไทย ปฎิบัติหน้าที่ตามกฏหมาย และอำนาจหน้าที่ ซึ่ง &amp;ldquo;ฟีฟ่า&amp;rdquo; ไม่สามารถจะเข้ามาแทรกแซงการปฎิบัติตามกฏหมายในจุดนี้ได้ เปรียบเหมือนฟีฟ่าก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศสวิตเซอร์แลนด์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;บังยี&amp;rdquo; นายวรวีร์ มะกูดี อดีตนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย และผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ เปิดเผยว่า ตามที่มีข่าวว่า สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า ได้ออกมาขู่ เรื่องไม่ยอมให้มีการแทรกแซงในการเลือกตั้งของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ซึ่งจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 12 ก.พ. ซึ่งเรื่องนี้ตามข้อเท็จจริงก็ยังไม่มีหน่วยงานหรือบุคคลใดเข้าไปแทรกแซงการเลือกตั้ง ทั้ง ๆ ที่การจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในเรื่องของความไม่โปร่งใส&amp;nbsp; ความไม่เป็นธรรม เพราะไม่ได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการการเลือกตั้งที่เป็นกลาง มาควบคุมการเลือกตั้งในครั้งนี้ จึงทำให้มีการร้องเรียนกันอย่างมากมาย เพื่อขอความเป็นธรรมต่อองค์กรที่รับผิดชอบควบคุมสมาคมกีฬา คือ การกีฬาแห่งประเทศไทย หรือ กกท. ซึ่งก็ทำหน้าที่ตาม อำนาจหน้าที่และตามกฏหมายที่กำหนดไว้ และไม่ได้เข้าไปแทรกแซงการเลือกตั้งแต่ประการใด ซึ่งเรื่องนี้ฟีฟ่าเองอาจจะไม่ได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง จากสมาคมฟุตบอลที่ได้รายงานให้ทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรวีร์ กล่าวต่อไปว่า การที่ การกีฬาแห่งประเทศไทย ปฎิบัติหน้าที่ตามกฏหมาย พระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย ต่อข้อร้องเรียนต่าง ๆ ก็เป็นไปตามอำนาจหน้าที่ ซึ่ง &amp;ldquo;ฟีฟ่า&amp;rdquo; เองก็ไม่สามารถจะเข้ามาแทรกแซงการปฎิบัติตามกฏหมายเหล่านี้ได้ เพราะเป็นกฎหมาย ที่ใช้บังคับของประเทศนั้น ๆ ยกตัวอย่างเช่น &amp;ldquo;ฟีฟ่า&amp;rdquo; ตั้งอยู่ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ กฏข้อบังคับหรือธรรมนูญของ &amp;ldquo;ฟีฟ่า&amp;rdquo; ไม่อาจจะไปขัดต่อกฏหมายของประเทศได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นายวรวีร์ กล่าวอีกว่า &amp;ldquo;ผมอยากให้ ฟีฟ่า ช่วยตรวจสอบการซื้อเสียง ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ตามที่ผมได้ร้องเรียนไป มีการอ้างถึงว่าได้สัญญาว่าจะให้เงินตั้งแต่ก่อนจะมีการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว แต่ก็เพิ่งจะนำเงินมาแจกจ่ายก่อนเลือกตั้งครั้งนี้ ซึ่งการกระทำลักษณะนี้เข้าข่ายผิดกฎจริยธรรม ของฟีฟ่า มาตรา 27 ที่ว่าด้วยเรื่องการติดสินบนและการคอรัปชั่น เรื่องนี้เป็นเรื่องความโปร่งใสและธรรมาภิบาลขององค์กร ซึ่งฟีฟ่า ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ และร้ายแรงมาก ถ้ามีการละเมิดกฎจริยธรรมดังกล่าว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมฝากถึงฟีฟ่าให้ดูเรื่องนี้โดยด่วนเพื่อการเลือกตั้งสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ที่กำลังจะเกิดขึ้นจะได้เป็นการเลือกตั้ง ที่สะอาดบริสุทธิ์ ได้บุคคลที่เป็นที่ยอมรับของสังคมเข้ามาบริหารสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ต่อไป&amp;rdquo; นายวรวีร์ กล่าวเสริมในตอนท้าย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56716</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬาฟุตบอล, นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ, บังยี, ฟีฟ่า, วรวีร์ มะกูดี, สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ, สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ, เลือกตั้งนายกสมาคมฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200209/image_big_5e3fcee3ed55a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23791</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/12/2018 18:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/12/2018 18:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตาเลือกตั้งประธานเอเอฟซี 2019</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชีค ซัลมาน บิน อิบราฮิม อัล คาห์ลิฟา ประธานสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย หรือ เอเอฟซี ต้องเผชิญหน้ากับสองผู้ท้าชิงในการเลือกตั้งในเดือนเมษายนที่จะถึงนี้ จากการเปิดเผยของสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย เมื่อวันเสาร์ที่ 8 ธ.ค.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย ยังเผยด้วยว่า ซาอุด อัล โมฮานนาดี รองประธานเอเอฟซีจากกาตาร์ และ โมฮัมหมัด คาลฟาน มาตาร์ ซาอิด อัลโรไมธิ กรรมการบริหารเอเอฟซีจาก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ยังคงให้การสนับสนุน ชีค ซัลมาน บิน อิบราฮิม อัล คาห์ลิฟา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเดล เอซแซท จากสหพันธ์ฟุตบอลแห่งประเทศซาอุดิระเบียที่ได้รับเลือกเป็นประธานสหพันธ์ฟุตบอลเอเชียใต้และตะวันตก หรือ เอสดับเบิลยูเอเอฟเอฟ ยังไม่ได้แสดงตัวอย่างเปิดเผยว่าจะลงชิงชัยตำแหน่งประธานเอเอฟซี แต่ได้รับการคาดหมายว่าเขาจะลงชิงตำแหน่งดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัล โมฮานนาดี ที่มีดีกรีเป็นรองประธานของสมาคมฟุตบอลกาตาร์ เคยโดนแบนจากสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า เป็นเวลา 1 ปีเมื่อปี 2016 อย่างไรก็ตาม อัล โมฮานนาดี ได้ปฏิเสธว่าตนไม่ได้ทำผิดอะไร และที่สุดสามารถผ่านการตรวจสอบด้านจริยธรรมของฟีฟ่ามาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ใครก็ตามที่จะเขย่าบัลลังค์ ชีค ซัลมาน บิน อิบราฮิม อัล คาห์ลิฟา ที่กำลังจะลุ้นตำแหน่งประธานเอเอฟซีต่ออีก 4 ปี ต้องเจองานที่ไม่ง่ายแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชีค ซัลมาน บิน อิบราฮิม อัล คาห์ลิฟา ที่เข้ารับตำแหน่งประธานสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชียมาตั้งแต่ปี 2013 กล่าวในการประชุมเอเอฟซี ที่กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมาว่าเขาได้รับเสียงสนับสนุนถึง 90 เปอร์เซนต์จากบรรดาสมาชิกที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมด 46 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขายังได้เตือนกลุ่มมือที่สามที่จะเข้ามาป่วนการเลือกตั้งประธานสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชียด้วยว่า ในสมัยแรกที่เขาเข้ามารับตำแหน่งนั้นได้มีผลงานโดดเด่นโดยเฉพาะเรื่องการกำจัดคอร์รัปชั่นในวงการจนส่งผลให้ โมฮัมเหม็ด บิน ฮัมมัม อดีตประธานสหพันธ์ฟุตบอลเอเซีย ถูกห้ามจากกิจกรรมทางฟุตบอลทุกชนิดตลอดชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บิน ฮัมมัม จากกาตาร์ โดนแบนโดยสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า จากกรณีคอร์รัปชันและติดสินบน ระหว่างการเลือกตั้งประธานฟีฟ่าเมื่อปี 2010 ที่เขาแข่งขันกับ เซปป์ แบล็ตเตอร์&amp;nbsp; ถึงแม้ศาลกีฬาโลกจะตัดสินให้ บิน ฮัมมัม พ้นโทษแบน แต่ในปี 2012 สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติก็สั่งแบนจากวงการลูกหนังตลอดชีวิตเป็นหนที่สองการความผิดเกี่ยวกับการติดสินบน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังโดนแบนโดยสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ ชีค ซัลมาน บิน อิบราฮิม อัล คาห์ลิฟา ได้รับเลือกตั้งและเข้ามาทำงานใน 2 ปีที่เหลือของ มิน ฮัมมัม ก่อนจะได้รับเลือกตั้งกลับมาเข้ามาดำรงแหน่งเต็ม 4 ปีอีกครั้งในการเลือกตั้งเมื่อปี 2015&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการเลือกตั้งประธานสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชียและตำแหน่งอื่นๆของเอเอฟซีจะมีขึ้นในวันที่ 6 เมษายนปีหน้า ที่กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23791</URL_LINK>
                <HASHTAG>#เลือกตั้ง, ชีค ซัลมาน บิน อิบราฮิม อัล คาห์ลิฟา, ซาอุด อัลโมฮานนาดี, ฟีฟ่า, สมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย, สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ, เลือกประธานเอเอฟซี, เอเดล เอซแซท, เอเอฟซี, โมฮัมหมัด คาลฟาน มาตาร์ ซาอิด อัลโรไมธิ, โมฮัมหมัด บิน ฮัมมัม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181208/image_big_5c0ba92180305.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
