<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>79869</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2020 16:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2020 16:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหภาพการบินไทยฯ&#039;นัดแต่งดำค้านบอร์ดแต่งตั้ง &#039;ภรรยา ปธ.บอร์ด&#039; ขึ้นซี 10 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
8 ต.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า &amp;nbsp;นายนพพล วงษ์กระจ่าง ประธานสหภาพแรงงานการบินไทย (สร.กบท.) ได้ลงนามออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 5 โดยมีใจความว่า สร.กบท. ขอแสดงจุดยืนในนโยบาย และมติที่ประชุมใหญ่สมาชิกสหภาพแรงานการบินไทย ในการสนับสนุนแผนฟื้นฟูผ่านศาลล้มละลาย และจะคัดกันการกระทำใดๆ ที่เป็นการขัดต่อการดำเนินการตามแผนพื้นฟูที่จะมีผลกระทบต่อภาพลักษณ์องค์กร กระทบต่อความเชื่อมั่นของสาธารณะ และพนักงานการบินไทย รวมทั้งการกระทำใดๆ อันส่งผลต่อความไว้วางใจของเจ้าหนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สหภาพการบินไทย จึงขอเชิญชวนพนักงานทุกท่านที่มีหัวใจรักความถูกต้องเป็นธรรม พร้อมร่วมมือสนับสนุนการฟื้นฟูบริษัทฯ ในแนวทางที่ถูกต้อง แต่งกายชุดดำเข้าร่วมประชุม Staff Meeting ในวันศุกร์ที่ 9 ต.ค. 2563 โดยพร้อมเพียงกัน เพื่อชักถามนายชาญศิลป์ ตรีนุชกร รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (ดีดี) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ในทุกๆ ประเด็นปัญหาที่กำลังได้รับความสนใจจากประชาสังคม ทั้งภายในและภายนอกในขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากการบินไทย ระบุว่า ในวันที่ 9 ต.ค. นี้ สหภาพการบินไทยฯ นัดรวมตัวกันแต่งชุดดำช่วงเวลา 09.00-12.00 น. ที่สำนักงานใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) โดยจะคัดค้านกรณีที่มีการแต่งตั้งนางพงศ์อุมา ดิษยะศริน ผู้จัดการกองบริหารทรัพยากรและสนับสนุนปฏิบัติการด้านความปลอดภัยความมั่นคงและมาตรฐานการบิน (JO) ระดับ 9 ซึ่งเป็นภรรยาของพลอากาศเอกชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) การบินไทย ให้นางพงศ์อุมา ดำรงตำแหน่งรักษาการผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรมองค์กรเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (รักษาการ 4F) ในระดับ 10 อีกตำแหน่ง โดยในช่วงนี้ ถือเป็นช่วงที่ บมจ.การบินไทย อยู่ระหว่างทำแผนฟื้นฟูกิจการตามคำสั่งศาลล้มละลายกลาง ขณะเดียวกัน ทางสหภาพฯ ยังไม่เห็นด้วยกับการที่ บมจ.การบินไทยต้องอุ้มไทยสมายล์ด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79869</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้านบอร์ดแต่งตั้ง, นัดแต่งชุดดำ, พงศ์อุมา ดิษยะศริน, ภรรยาของพลอากาศเอกชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน, สหภาพการบินไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200827/image_big_5f472a26f19fe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66484</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สรุปแผนขายหุ้นบินไทยสัปดาห์หน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;อุตตม&amp;rdquo; สั่ง สคร.เร่งศึกษาแผนการขายหุ้นเจ้าจำปีให้กองทุนวายุภักษ์ ชี้มีสิทธิ์ขายต่ำทุนได้ไม่มีกฎหมายห้าม เล็งสรุปในสัปดาห์หน้า รับหากขายที่ 14 บาทคงไม่มีใครโง่ซื้อ &amp;ldquo;ประธานสหภาพการบินไทย&amp;rdquo; รับสภาพแล้ว กางกฎหมายชดเชยให้พนักงานกว่า 2.1 หมื่นรายรับรู้ อึ้ง! หุ้น THAI พุ่งชนซิลลิง นักการเมืองพร้อมใจเตือน 15 ผู้กอบกู้ต้องเป็นคนมีคุณภาพ ไร้การเมืองแทรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธที่ 20 พ.ค. นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ถึงแผนการขายหุ้นบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ กบท.เพื่อลดสัดส่วนให้ต่ำกว่า 50% ตามแผนฟื้นฟูการบินไทยว่า ได้สั่งให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ไปเร่งดำเนินการมาเสนอ ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในสัปดาห์หน้า และจะรายงานให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ทราบต่อไป &amp;nbsp;โดย สคร.จะเป็นผู้ทำแผนขายหุ้นทั้งหมดว่าจะเสนอขายให้ใคร จะเป็นกองทุนรวมวายุภักษ์หรือใคร จะขายอย่างไร ราคาจะเป็นอย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การขายหุ้นการบินไทยต่ำกว่าราคาต้นทุนนั้นดำเนินการได้ อยู่ที่การพิจารณาไม่ได้มีอะไรห้าม ไม่ขัดข้อกฎหมายอะไร เพราะเป็นเรื่องการพิจารณาของผู้ซื้อและผู้ขาย โดยจะพยายามสรุปให้เร็วที่สุด&amp;quot; นายอุตตมระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวกระทรวงการคลังแจ้งว่า มติ ครม.เมื่อวันที่ 19 พ.ค.ได้กำหนดไว้ชัดเจนแล้วว่า กระทรวงการคลังจะขายหุ้น 3% ให้กองทุนรวมวายุภักษ์ในราคาต่ำกว่าต้นทุนได้ เพราะราคาต้นทุนการบินไทยอยู่ที่ 14 บาทต่อหุ้น แต่ราคาปัจจุบันอยู่ที่ 5.40 บาทต่อหุ้น หากขายที่ราคาทุนก็จะไม่มีใครซื้อ จึงต้องขายที่ราคาตลาด โดยคาดว่าการขายหุ้นให้กองทุนวายุภักษ์ 3% จะมีมูลค่าประมาณ 600 ล้านบาท โดยขณะนี้กำลังพิจารณาว่าจะซื้อขายนอกหรือในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยมีหลักที่สำคัญว่าการซื้อขายต้องไม่กระทบกับราคาหุ้นการบินไทยในตลาดหลักทรัพย์ฯ และการดำเนินการต้องเป็นไปตามระเบียบของตลาดหลักทรัพย์ฯ และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)&amp;nbsp;
&amp;ldquo;การลดหุ้นการบินไทยไม่ให้เป็นรัฐวิสาหกิจ จะทำให้การเข้าสู่การฟื้นฟูภายใต้ศาลมีความคล่องตัวมากขึ้น เพราะหากยังเป็นรัฐวิสาหกิจอยู่จะมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกว่า 10 ฉบับ ทำให้การบริหารแผนฟื้นฟูทำได้ยากและช้ามาก ส่วนเรื่องพนักงานจากที่อยู่ภายใต้กฎหมายรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ก็จะไปอยู่ภายใต้กฎหมายแรงงานสัมพันธ์แทน ซึ่งสามารถเลิกจ้างตามกฎหมายได้ง่ายกว่า&amp;rdquo; รายงานระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายนเรศ ผึ้งแย้ม ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทย กล่าวว่า หลังจากการบินไทยเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการภายในศาลล้มละลายกลาง จะทำให้พนักงานต้องหลุดพ้นจาก พ.ร.บ.แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ 2543 และเข้าสู่ พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ 2518 แทน ส่งผลให้พนักงานที่ปัจจุบันมีอยู่กว่า 2.1 หมื่นคน บางส่วนอาจต้องถูกเลิกจ้างในระหว่างที่บริษัทฟื้นฟูกิจการ ซึ่งเป็นสิทธิ์ตามกฎหมายของนายจ้างที่จะบอกเลิกจ้าง ก่อนที่พนักงานจะอายุครบเกษียณ ส่วนโครงการร่วมใจจากองค์กรคงไม่มีแน่นอน
สหภาพฯ แจงสิทธิ์ พนง.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนเรศยืนยันว่า พนักงานทุกคนที่ถูกเลิกจ้างจะได้รับการชดเชยตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ หรือกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ โดยจะได้รับสิทธิ์คุ้มครองตามกฎหมายเหมือนกัน โดยจะมีหลักเกณฑ์ใหม่ในการจ่ายค่าชดเชยเลิกจ้าง คือ 1.ทำงานต่อเนื่องครบ 120 วัน แต่ไม่ครบ 1 ปี ได้ค่าชดเชย 30 วัน 2.ทำงานครบ 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี ได้รับค่าชดเชย 90 วัน 3.ทำงานครบ 3 ปี แต่ไม่เกิน 6 ปี ได้ค่าชดเชย 180 วัน 4.ทำงานครบ 6 ปี แต่ไม่เกิน 8 ปี ได้ค่าชดเชย 240 &amp;nbsp;วัน 5.ทำงานครบ 10 ปี แต่ไม่เกิน 20 ปี ได้ค่าชดเชย 300 วัน และ 6.ทำงานครบ 20 ปี จะได้รับค่าชดเชย 400 วัน สำหรับเงินชดเชยเลิกจ้างจะจ่ายให้ในกรณีที่ลูกจ้างถูกเลิกจ้างโดยที่ไม่ได้มีความผิด หรือไม่ได้ลาออกเองโดยสมัครใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมต้องพูดความจริงกับเพื่อนพนักงาน มันเป็นความจริงที่เจ็บปวด ผมในฐานะประธานสหภาพไม่อยากพูด แต่ต้องพูดเพื่อให้พวกเราพนักงานรับรู้ความเป็นจริงที่กำลังจะเกิดขึ้น เพื่อนพนักงานจะได้วางแผนและเตรียมตัวเตรียมใจรองรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นจริง เพราะนี่คือภารกิจสุดท้ายที่จะทำได้ก่อนสหภาพถูกยุบ&amp;rdquo; นายนเรศกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ การบินไทย ได้นัดประชุมพนักงานเพื่อชี้แจงถึงฐานะของการบินไทยหลังจากเข้าสู่การฟื้นฟูกิจการ &amp;nbsp;แต่ได้มีการแจ้งยกเลิกประชุมกะทันหันและเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด ทำให้พนักงานหลายคนไม่สบายใจและกังวลอย่างมาก วันเดียวกันในการประชุมของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายไชยา พรหมา ส.ส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย (พท.) เป็นประธาน ได้นัดประชุม กมธ.ทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อพิจารณาติดตามและศึกษาการบริหารงบประมาณในการแก้ไขปัญหาโครงสร้างหนี้ของการบินไทย โดยมีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม อาทิ สคร. และ ตลท.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางนัทีวรรณ สีมาเงิน รองผู้อำนวยการ สคร.ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันกระทรวงการคลังถือหุ้นในการบินไทย 51.03% มีหน่วยงานรัฐถือหุ้นในสัดส่วนต่างๆ คือ ธนาคารออมสินถือหุ้น 2.13%, กองทุนวายุภักษ์ถือหุ้น 15% โดยประเด็นสำคัญที่จะลดสัดส่วนการถือหุ้นของกระทรวงการคลังที่ทำให้การบินไทยหลุดจากความเป็นรัฐวิสาหกิจ ต้องลดสัดส่วน 3% หรือเหลือเพียง 47% ซึ่งกรณีการขายหุ้นให้กองทุนวายุภักษ์นั้นไม่นับเป็นหน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางนัทีวรรณอธิบายอีกว่า กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างพิจารณาหากจะขายหุ้นให้กองทุนวายุภักษ์นั้นต้องเจรจาอีกครั้ง โดยต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ส่วนการดำเนินงานหลังจากนั้น เช่น หากการบินไทยหลุดจากความเป็นรัฐวิสาหกิจ ก็จะไม่อยู่ภายใต้การบังคับของกฎหมายจัดซื้อจัดจ้าง แต่จะมีระเบียบของตนเองที่บังคับใช้ เช่นเดียวกันกับผู้ถือหุ้นหากเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟู ผู้ถือหุ้นจะไม่มีสิทธิ์ใดๆ ภายในบริษัท เพราะเป็นประเด็นระหว่างบริษัทกับเจ้าหนี้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสุรธันว์ คงทน รองกรรมการผู้จัดการธนาคารกรุงไทย ฐานะเจ้าหนี้ของการบินไทย &amp;nbsp;กล่าวว่า ลักษณะหนี้ของการบินไทยไม่มีเจ้าหนี้รายใหญ่ที่ลงมติเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยตามแผนที่การบินไทยเสนอต่อการทำธุรกิจ โดยขณะนี้ธนาคารยังรอพิจารณาความชัดเจนของแผนฟื้นฟูกิจการของการบินไทยอยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอำนวย จิรมหาโภคา ผู้ช่วยผู้จัดการ ตลท.กล่าวว่า ผลประกอบการรอบ 3 ปีของการบินไทย &amp;nbsp;คือปี 2561-2563 ขาดทุนต่อเนื่อง โดยหากฟื้นฟูกิจการผ่านกระบวนการศาลล้มละลายนั้น ที่ผ่านมามีบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ใช้วิธีการดังกล่าว โดยในปี 2540 มีหลายบริษัทฟื้นฟูกิจการผ่านกระบวนการล้มละลายและกลับมาเข้มแข็งได้ แต่ต้องขึ้นอยู่กับผู้บริหารแผน หากโรคระบาดจบได้เร็ว ธุรกิจการบินเดินหน้าได้มั่นคง แต่หากสถานการณ์ระบาดยังมีอยู่คงเป็นไปได้ยาก&amp;nbsp;
บี้ 15 ผู้กอบกู้ต้องมืออาชีพ
นางประภาศรี สุฉันทบุตร ส.ว. ในฐานะ กมธ.เศรษฐกิจ การเงินและการคลัง กล่าวเรื่องนี้ว่า ขอเสนอ 4 สูตรสำหรับการฟื้นตัวของการบินไทย ดังนี้คือ 1.ลดพนักงาน แต่ขอให้ใช้เป็นมาตรการท้ายๆ &amp;nbsp;ในการทำแผน เพราะพนักงานไม่ได้มีความผิด 2.คนที่มาทำแผนฟื้นฟู 15 คนต้องเป็นคนเก่ง และมีคุณธรรม มือสะอาด ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนใดๆ 3.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ต้องเป็นผู้คัดคนที่มาทำแผนด้วยตนเอง และกำกับดูแลอย่าให้นักการเมืองส่งคนของตัวเองมาทำแผนโดยเด็ดขาด &amp;nbsp;และ 4.ศึกษาบทเรียนการฟื้นฟูกิจการของสายการบินแห่งชาติญี่ปุ่น (เจแปน แอร์ไลน์) เมื่อปี 2553&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน ดร.สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ รองเลขาธิการพรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กว่า ขอบคุณประชาชนที่ร่วมด้วยช่วยกันผลักดันให้เลิกอุ้มการบินไทย จนรัฐบาลต้องกลับลำยอมยกเลิกแผนฟื้นฟูแบบลอยๆ &amp;nbsp;ซึ่งเหมือนการเทเงินทิ้งโดยประชาชนแทบไม่ได้ประโยชน์อะไร ตามที่เป็นข่าวไปก่อนหน้านี้ในการค้ำประกันเงินกู้ 5.4 หมื่นล้านบาท ตามด้วยการเพิ่มทุนอีก 8.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งกรณีการบินไทยนับเป็นตัวอย่างสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า เมื่อปวงประชาร่วมกันส่งเสียงจะมีพลังมากพอในการกำหนดทิศทางให้รัฐบาลตัดสินใจทำในสิ่งที่ถูกต้องได้
ดร.สุรเชษฐ์โพสต์อีกว่า พรรคก้าวไกลสนับสนุนแนวทางนี้และได้ให้คำแนะนำไว้ตั้งแต่ก่อนการประชุม คนร.และ ครม.เพื่อดักทางเอาไว้แล้วว่า 1.ให้มืออาชีพจริงๆ เข้ามาผ่าตัด ไม่เอาพวกที่เป็นเครือข่ายการสืบทอดอำนาจเข้ามาอย่างเด็ดขาด 2.ไม่ถ่วงเวลาโดยบอกว่าต้องทำโน่นนี่นั่นก่อน แล้วสุดท้ายเอาเงินภาษีไปอุ้มอยู่ดี 3.ต้องไม่มีไอ้โม่งมารอฮุบกิจการ 4.ในการฟื้นฟูกิจการจะมีทางออกได้ 3 ทาง คือ &amp;nbsp;เป็นเอกชนมากขึ้น, คล้ายเดิม และเป็นรัฐมากขึ้น โดยพรรคอยากให้รัฐบาลคิดอย่างรอบคอบ โดยรัฐควรมีความเป็นเจ้าของเพียง 0-25% เพื่อปราศจากการครอบงำหรือแทรกแซงโดยนักการเมืองหรือทหารการเมือง&amp;nbsp;
รายงานข่าวจาก ตลท.แจ้งว่า ตั้งแต่ ตลท.ปรับเกณฑ์การกำหนดราคาเสนอซื้อขายสูงสุดและต่ำสุด &amp;nbsp;(ซิลลิง-ฟลอร์) ได้ไม่เกิน 15% จากเดิม 30% มีผลตั้งแต่วันที่ 18 มี.ค.63 และไม่เกิน 30 มิ.ย.63 นั้น พบว่าราคาหุ้นการบินไทยได้ปรับขึ้นลงชนซิลลิงและฟลอร์ทั้งหมด 10 ครั้ง โดยเป็นการชนซิลลิง 8 ครั้ง และติดฟลอร์ 2 ครั้ง ขณะที่ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. - 19 พ.ค. ราคาหุ้นปรับเพิ่มขึ้น 1.44 บาท หรือ 44.17% &amp;nbsp;ราคาสูงสุดอยู่ที่ 7.85 บาท เมื่อวันที่ 24 เม.ย. และราคาต่ำสุดอยู่ที่ 3.16 บาท เมื่อวันที่ 2 เม.ย.
หุ้นบินไทยขยับชนซิลลิง
สำหรับราคาชนซิลลิง 8 ครั้ง คือ วันที่ 3 เม.ย.ที่ราคา 3.68 บาท เพิ่มขึ้น 0.48 บาท หรือ 15%, วันที่ 7 เม.ย.ที่ราคา 4.22 บาท เพิ่มขึ้น 0.54 บาท หรือ 14.67%, วันที่ 8 เม.ย.ที่ราคา 4.84 บาท เพิ่มขึ้น &amp;nbsp;0.62 บาท หรือ 14.69%, วันที่ 9 เม.ย.ที่ราคา 5.55 บาท เพิ่มขึ้น 0.71 บาท หรือ 14.67%, วันที่ 10 &amp;nbsp;เม.ย.ที่ราคา 6.35 บาท เพิ่มขึ้น 0.80 บาท หรือ 14.41%, วันที่ 16 เม.ย.ที่ราคา 6.35 บาท เพิ่มขึ้น &amp;nbsp;0.80 บาท หรือ 14.41%, วันที่ 19 พ.ค.ที่ราคา 4.70 บาท เพิ่มขึ้น 0.60 บาท หรือ 14.63% และวันที่ &amp;nbsp;20 พ.ค.ที่ราคา 5.40 บาท เพิ่มขึ้น 0.70 บาท หรือ 14.89% ส่วนติดฟลอร์ 2 ครั้ง คือ วันที่ 11 พ.ค.ที่ราคา 5.15 บาท ลดลง 0.90 บาท หรือ 14.88% และวันที่ 18 พ.ค.ที่ราคา 4.10 บาท ลดลง 0.72 บาท &amp;nbsp;หรือ 14.94%&amp;nbsp;
นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) &amp;nbsp;ทรีนีตี้ จำกัด ชี้ว่าหลัง ครม.มีมติให้การบินไทยยื่นคำขอแผนฟื้นฟูกิจการ จะเป็นผลดีต่อลูกหนี้ในแง่ที่ว่ากิจการของบริษัทยังดำเนินต่อไปได้ แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นในช่วงแรกก็คือราคาตราสารหนี้ของบริษัทในตลาดรองที่อาจได้รับผลกระทบไปก่อน โดยหากดูจากราคาซื้อขายหุ้นกู้การบินไทยในช่วง 1-2 วันนี้ จะพบว่าราคาตกลงมาอย่างน่าใจหาย ส่วนทางด้านตราสารทุนนั้น จากการตรวจสอบกับ ตลท.พบว่าในปีนี้การบินไทยจะยังไม่ถูกให้ขึ้นเครื่องหมายห้ามซื้อขายแต่อย่างใด โดยหากจะเกิดขึ้นเร็วสุดก็อาจเป็นช่วงต้นปีหน้าที่จะมีการรายงานงบตรวจสอบ (งบปี) ออกมา ซึ่งถ้าหากออกมาแล้วส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบจะเข้าเกณฑ์การพิจารณาเหตุเพิกถอนทันที
&amp;ldquo;หากศาลตอบรับคำร้องการขอฟื้นฟูกิจการของการบินไทย จะทำให้เข้าเกณฑ์การถูกขึ้นเครื่องหมายซีจาก ตลท.โดยทันที ซึ่งหลังจากนั้นผู้ลงทุนจะต้องซื้อหลักทรัพย์ดังกล่าวด้วยบัญชีเงินสดเท่านั้น &amp;nbsp;ทั้งนี้ประเมินว่าจริงๆ แล้วการบินไทยมีโอกาสถูกขึ้นเครื่องหมายซีตั้งแต่รอบรายงานงบการเงินไตรมาส &amp;nbsp;1 ปี 2563 นี้แล้วด้วยซ้ำ หากผลออกมาส่วนของผู้ถือหุ้นน้อยกว่า 50% ของทุนชำระแล้ว แต่เนื่องจากขอยื่นเรื่องผ่อนผันการส่งงบจึงทำให้ยังไม่เข้าเกณฑ์ดังกล่าว&amp;rdquo;.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66484</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบินไทย, ขายหุ้นการบินไทย, สหภาพการบินไทย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เจ้าจำปี, แผนฟื้นฟูการบินไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200520/image_big_5ec5365c3eb4d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65417</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยกทีมถกนายกฯอุ้ม‘เจ้าจำปี’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สหภาพการบินไทยร่อนหนังสือร้องบิ๊กตู่ค้านแปรรูปบริษัทพ้นรัฐวิสาหกิจ ชี้ต้องคุ้มครองสิทธิสวัสดิการพนักงานทุกคนตาม กม. ขณะที่สามารถสแกนหนี้เจ้าจำปี ทุบโต๊ะเฉือนไทยสมายล์-นกแอร์ เตือนไม่รีบห้ามเลือดนับถอยหลังล้มละลาย ด้านการบินไทยแจ้งตลาดหลักทรัพย์ผ่อนผันส่งงบการเงินบริษัทเหตุพิษโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ เวลา 12.15 น. ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (ฝั่ง ก.พ.) กลุ่มสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทย จำนวน 15 คน นำโดยนายนเรศ ฝั่งแย้ม ประธานสหภาพฯ ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ผ่านนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี และนายสมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อแสดงจุดยืนของสหภาพฯ ต่อกรณีแผนฟื้นฟูบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายนเรศกล่าวว่า สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทยและพนักงานบริษัท ยินดีให้ความร่วมมือกับรัฐบาลในการฟื้นฟูบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ปกป้องบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) โดยเน้นในเรื่องของสถานะคงสภาพความเป็นรัฐวิสาหกิจ และการอยู่ร่วมกันของหน่วยงานทุกหน่วยงานของบริษัท และการคุ้มครองสิทธิประโยชน์รวมถึงสวัสดิการของพนักงานบริษัททุกท่านตามสภาพการจ้างที่มีอยู่เดิมตามกฎหมาย โดยขอแสดงเจตนารมณ์คัดค้านการแปรรูปบริษัทด้วยการแบ่งแยกหน่วยธุรกิจของบริษัทฯออกจากกัน หรือมีผลให้บริษัท การบินไทยฯ พ้นสภาพจากความเป็นรัฐวิสาหกิจ เนื่องจากการบินไทยเป็นสายการบินแห่งชาติ และต้องเป็นหนึ่งเดียวเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะกำกับดูแลบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นการส่วนตัว บนห้องทำงานตึกไทยคู่ฟ้า ภายหลังการหารือแล้วเสร็จ นายถาวรระบุว่า สหภาพฯ ไม่ได้มายื่นหนังสือกับตนเอง แต่ตนเองเห็นว่าทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในแผนฟื้นฟู
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในช่วงบ่าย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข พร้อมด้วยนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม และนายถาวร เข้าหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ที่ห้องทำงานตึกไทยคู่ฟ้าอีกครั้ง
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายอนุทินกล่าวภายหลังเข้าพบนายกฯ ว่า ได้รายงานแผนการลงทุนด้วยการคมนาคมของกระทรวงคมนาคมที่จะเดินหน้าต่อไปตามโครงการต่างๆ ที่ได้กำหนดไว้ เพราะขณะนี้ภาคเอกชน ไม่ได้มาลงทุนง่ายเหมือนเมื่อก่อน จึงต้องหามาตรการอื่นๆ มาอุดรอยรั่ว ให้เกิดการลงทุน มีเงินหมุนเวียนในระบบ และเศรษฐกิจเดินหน้าต่อไปได้ นอกจากนี้ยังได้หารือถึงแผนฟื้นฟูบริษัท การบินไทย จำกัด ซึ่งยังต้องพูดคุยกันกับอีกหลายฝ่าย ทั้งในส่วนของกระทรวงการคลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่าใจความว่า ส่อง &amp;quot;เจ้าจำปี&amp;quot; สแกนหนี้ที่ต้องเฉือน! ใครที่ได้ส่องดูผลประกอบการของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ บกท. ก็จะต้องเป็นห่วงสถานะทางการเงินของ บกท.อย่างยิ่ง เพราะมีหนี้สะสมสูงถึง 244,899 ล้านบาท (ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562) ซึ่งเป็นผลมาจากการดำเนินงานขาดทุนต่อเนื่องมานานหลายปี จนถึงปีที่แล้ว (2562) บกท.ขาดทุน 12,017 ล้านบาท ดังนั้น จึงจำเป็นที่จะต้องหาทางลดการขาดทุนลงให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.สามารถระบุว่า ผลการดำเนินงานขาดทุนของ บกท.นั้น เกิดจากการดำเนินงานของ บกท.เอง และบริษัทอื่นหรือบริษัทย่อยที่ บกท.ถือหุ้นอยู่ เฉพาะบริษัทที่ บกท.ถือหุ้นเกิน 10% มีถึง 10 บริษัท เช่น บริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด, บริษัท ทัวร์เอื้องหลวง จำกัด, บริษัท วิงสแปน เซอร์วิสเซส จำกัด (บริหารจัดการเรื่องบุคลากรให้ บกท.) และบริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) เป็นต้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.สามารถระบุด้วยว่า เมื่อดูผลประกอบการของบริษัทดังกล่าวที่ บกท.ถือหุ้นอยู่ ปรากฏว่าไทยสมายล์ซึ่ง บกท.ถือหุ้นทั้งหมด 100% ขาดทุนมากที่สุด โดยในปี 2561 ไทยสมายล์ขาดทุนถึง 2,602 ล้านบาท และขาดทุนต่อเนื่องมาทุกปีตั้งแต่จัดตั้งมาในปี 2555 ถึงเวลานี้ไทยสมายล์ขาดทุนสะสมรวมกันกว่า 8,000 ล้านบาท ด้วยเหตุนี้ จึงถึงเวลาแล้วที่ บกท.จะต้องทุบโต๊ะหาทางจัดการขั้นเด็ดขาดกับไทยสมายล์ให้ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทั้งนี้ ตอนแรกไทยสมายล์ให้บริการเฉพาะเส้นทางภายในประเทศ ตอนหลังได้เพิ่มเส้นทางไปสู่หลายประเทศในภูมิภาคนี้ แต่ก็ยังสู้ไม่ได้ สวนทางกับการเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวก่อนมีโควิด-19 ครั้นจะหันหน้าไปพึ่งบริษัทแม่หรือ บกท. ซึ่งถือหุ้น 100% ให้หาเงินมาโปะ ก็ไม่มีทางเพราะ บกท.ก็ขาดทุนบักโกรกอยู่แล้ว อุ้มลูกไม่ไหวแน่&amp;rdquo; ดร.สามารถระบุ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.สามารถระบุว่า จึงขอเสนอให้ บกท.พิจารณาดำเนินการต่อไทยสมายล์ ดังนี้ &amp;nbsp;1.ยุบไทยสมายล์ หาก บกท.เห็นว่าไม่มีทางพลิกฟื้นให้ไทยสมายล์กลับมามีกำไรได้ จะทำให้ช่วย บกท.ลดการขาดทุนได้ถึงปีละประมาณ 20% สัดส่วนที่ลดลงมากขนาดนี้ จะทำให้ บกท.ตัวเบาได้เป็นอย่างดีทีเดียว 2.ควรพิจารณาควบรวมกิจการของไทยสมายล์เข้ากับ บกท.เป็นบริษัทเดียว ซึ่งจะทำให้ค่าบริหารจัดการถูกกว่าแยกเป็น 2 บริษัท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทั้งนี้ ในอดีตเมื่อปี 2531 เคยมีการควบรวมกิจการของบริษัท เดินอากาศไทย จำกัด (บดท.) เข้ากับการบินไทย เนื่องจาก บดท.ที่ให้บริการเฉพาะเส้นทางภายในประเทศเท่านั้นมีผลประกอบการขาดทุน ในขณะที่การบินไทยให้บริการเฉพาะเส้นทางระหว่างประเทศเท่านั้นมีผลประกอบการได้กำไร หลังจากควบรวมกิจการแล้ว ปรากฏว่าการบินไทยสามารถทำให้มีกำไรได้ทั้งเส้นทางภายในประเทศและเส้นทางระหว่างประเทศ&amp;rdquo; ดร.สามารถระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.สามารถระบุว่า นอกจากนี้ บกท.ควรพิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหาการขาดทุนในบริษัทย่อยอื่นที่ บกท.ถือหุ้นอยู่ด้วย เช่น บริษัท สายการบินนกแอร์ &amp;nbsp;ซึ่งปัจจุบัน บกท.ถือหุ้นอยู่ 13.28% สัดส่วนน้อยขนาดนี้ทำให้ บกท.ไม่มีอำนาจควบคุม และนกแอร์ขาดทุนต่อเนื่องเช่นเดียวกัน ในปีที่แล้ว (2562) ขาดทุน 2,051 ล้านบาท หาก บกท.เห็นว่านกแอร์ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อ บกท. ก็ควรขายหุ้นที่ถืออยู่ทิ้งไปทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้า บกท.ไม่จัดการขั้นเด็ดขาดกับไทยสมายล์และนกแอร์ รวมทั้งบริษัทย่อยอื่น เห็นทีจะหนีไม่พ้นที่ บกท.จะต้องถูกจัดการขั้นเด็ดขาดเสียเอง นั่นก็คือ บกท.จะต้องเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการภายใต้ พ.ร.บ.ล้มละลาย ที่มีเสียงแอบกระซิบมาว่าได้ถูกบรรจุไว้ในแผนฟื้นฟูกิจการของ บกท.ซึ่งกำลังจะเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.ในเร็วๆ นี้ เป็นแนวทางที่ 10 หรือแนวทางสุดท้าย จากทั้งหมด 10 แนวทาง หาก บกท.ไม่สามารถปฏิบัติตามแนวทางในแผนฟื้นฟูได้ประสบผลสำเร็จ&amp;rdquo; ดร.สามารถระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ ขอผ่อนผันการจัดทำและการนำส่งงบการเงินของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อยสำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุด วันที่ 31 มีนาคม 2563 เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID-19) ดังนั้น บริษัทจึงมีความจำเป็นต้องหยุดทำการบินและปิดสถานที่ทำงาน ทั้งในและต่างประเทศตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม 2563 มีผลกระทบต่อข้อมูลทางบัญชี ทั้งนี้ คณะกรรมการตรวจสอบบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ในการประชุม ครั้งพิเศษที่ 2/2563 วันที่ 5 พ.ค.ได้มติเห็นสมควรให้ขอผ่อนผันระยะเวลาการนำส่งงบการเงิน ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ออกไป โดยจะนำส่งภายในวันที่ 14 ส.ค. เพื่อให้บริษัทได้ตรวจสอบข้อมูลได้ถูกต้องครบถ้วน.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65417</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบินไทย, สหภาพการบินไทย, สิทธิสวัสดิการพนักงาน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แปรรูปบริษัท, แปรรูปบริษัทพ้นรัฐวิสาหกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200508/image_big_5eb556e965384.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
