<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>86261</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/12/2020 10:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/12/2020 10:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คอมมิวนิสต์&#039; ชัดๆ แนวร่วมม็อบ 3 นิ้วผวาหนัก จี้เลิกใช้สัญลักษณ์ &#039;ค้อนเคียว&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ธ.ค.63 - เพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;เยาวชนปลดแอก - Free YOUTH&amp;quot; ซึ่งเป็นเพจหลักที่คอยสั่งการม็อบราษฎร&amp;nbsp;2563 เคลื่อนไหวชุมนุมตามสถานที่ต่างๆ ได้โพสต์ทิศทางการเคลื่อนไหว โดยตั้งเป้าที่จะ &amp;nbsp;RESTART THAILAND อ้างว่า เพื่อสร้างสังคมที่ &amp;quot;คนเท่ากัน&amp;quot;&amp;nbsp;พร้อมโพสต์สัญลักษณ์ RT โดยตัว R เหมือน &amp;quot;เคียว&amp;quot; ส่วนตัว T เหมือน &amp;quot;ค้อน&amp;quot; &amp;nbsp;เมื่อช่วงเย็นวานนี้นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดในสังคมออนไลน์ มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ถึงสัญลักษณ์ดังกล่าวว่าเป้าหมายของกลุ่มราษฎร 2563&amp;nbsp;ต้องการให้ประเทศไทยมีระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย หรือแบบคอมมิวนิสต์กันแน่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ แนวร่วมกลุ่มผู้ชมุนุม ราษฎร 2563 อย่างนายอนุรักษ์ เจนตวนิชย์ หรือ &amp;quot;ฟอร์ด เส้นทางสีแดง&amp;quot; ได้ออกมาโพสต์ท้วงติงว่า &amp;quot;รูปค้อนและเคียวไม่ควรนำมาเป็นสัญลักษณ์ เพราะคุณจะถูกผลักให้เป็นคอมมิวนิสต์ ผู้ใหญ่ช่วยกันเตือนด้วยครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสัญลักษณ์ &amp;quot;ค้อนเคียว&amp;quot; เป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของลัทธิคอมมิวนิสต์ มักใช้เพื่อเป็นเครื่องหมายของลัทธิคอมมิวนิสต์ พรรคคอมมิวนิสต์ หรือรัฐคอมมิวนิสต์ต่างๆสัญลักษณ์นี้เป็นที่รู้จักกันดีจากการที่นำรูปดังกล่าวไปใช้ในธงชาติสหภาพโซเวียต(ล่มสลายไปแล้ว) ควบคู่ไปกับรูปดาวแดง และยังถูกนำไปใช้ในธงและตราสัญลักษณ์ต่างๆ อีกจำนวนมาก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86261</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอมมิวนิสต์, ม็อบราษฎร2563, สหภาพโซเวียต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201208/image_big_5fceed3093b63.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38942</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2026 14:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2019 16:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมื่อ&#039;ป๋าเปรม&#039; บุกโซเวียต เวียดนามจึงถอนทหารพ้นเขมร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่สหภาพโซเวียตเข้ามามีบทบาทในการสนับสนุนเวียดนามทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ และการทหาร โดยแลกเปลี่ยนกับการใช้ฐานทัพเวียดนามที่อ่าวคัมรานห์และดานัง ทำให้แสนยานุภาพของสหภาพโซเวียตในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงทศวรรษที่ 1980 สหภาพโซเวียตสามารถแสดงแสนยานุภาพจากฐานทัพเรือและฐานทัพอากาศที่คัมรานห์และดานังของเวียดนาม เรือดำน้ำและเรือรบของสหภาพโซเวียตได้มาแวะจอดที่เมืองท่าและฐานทัพดังกล่าว เครื่องบินสอดแนม TU-95 หลายเครื่องได้บินจากฐานทัพโซเวียตที่วลาดิวอสตอกมาประจำที่ดานังและปฏิบัติการในภูมิภาคนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้นเครื่องบินทิ้งระเบิดของสหภาพโซเวียตยังมาแวะจอดเติมน้ำมันที่ฐานทัพดังกล่าวด้วย &amp;nbsp;ฐานทัพของเวียดนามได้กลายเป็นฐานของกองกำลังภาคพื้นแปซิฟิกของสหภาพโซเวียต ซึ่งเป็นการคุกคามความมั่นคงของประเทศไทย กลุ่มประเทศอาเซียนและประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกไกลรวมทั้งญี่ปุ่นด้วย ดังที่ พล.อ.อ.สิทธิ เศวตศิลา ได้ชี้ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคอาเซียนมีความวิตกกังวลเป็นอย่างมากกับการสมรู้ร่วมคิดกันระหว่างสหภาพโซเวียตกับเวียดนาม รวมทั้งผลที่ตามมาซึ่งจะกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของอาเซียน การที่กองเรือภาคพื้นแปซิฟิกของสหภาพโซเวียตเข้ามาอยู่บริเวณน่านน้ำเอเชียอาคเนย์ โดยการอำนวยความสะดวกของเวียดนามนั้น ย่อมเป็นไปได้ที่สหภาพโซเวียตจะทำการขู่คุกคามและใช้กำลังต่อประเทศในภูมิภาคนี้ &amp;nbsp;พฤติกรรมการชอบใช้กำลังของสหภาพโซเวียตได้แสดงให้เห็นจากการรุกรานอัฟกานิสถานและการทำลายเครื่องบินของสายการบินเกาหลีที่มีผู้โดยสารชาวไทยอยู่ด้วยมาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงตั้งแต่ปี ค.ศ.1980 (พ.ศ.2535) ซึ่ง พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้น เป็นช่วงที่สหภาพโซเวียตได้เข้ามามีบทบาทในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยผ่านรัฐอินโดจีนเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ขณะเดียวกันความสัมพันธ์ระหว่างไทยและสหภาพโซเวียตได้เสื่อมทรามลงอย่างมาก โดยนอกจากสหภาพโซเวียตจะคุกคามความมั่นคงของไทยด้วยการให้การสนับสนุนเวียดนามในการรุกรานกัมพูชาดังกล่าวมาแล้ว สหภาพโซเวียตมีพฤติกรรมซึ่งเป็นการคุกคามต่อไทยโดยตรงหลายครั้ง&amp;nbsp;


fifa356&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่นในวันที่ 30 ตุลาคม ค.ศ.1980 ซึ่งเป็นช่วงที่พลเอกเปรมเดินทางกลับจากการเยือนจีนได้ไม่นาน กองเรือรบโซเวียตจำนวน 4 ลำ กอปรด้วยเรือบรรทุกเครื่องบิน Minsk เรือลาดตระเวน Epetropavlofsk เรือฟริเกต Letuchky และเรือหาข่าว Ddeflextor ได้แล่นเข้ามาในเขตน่านน้ำไทยในบริเวณที่ห่างจากระยองและสัตหีบไม่ถึง 100 ไมล์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณที่ขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ซึ่งตามรายงานของกรมประมง กองเรือรบดังกล่าวได้มุ่งหน้าเดินทางไปทางเกาะกระในภาคใต้ของไทย และขณะที่เดินทางไปนั้นมีเครื่องบินขึ้นลงตลอดเวลา โดยสหภาพโซเวียตมิได้แจ้งจุดประสงค์ที่กองเรือรบของตนปรากฏขึ้นใกล้น่านน้ำไทยแต่อย่างใด รัฐบาลไทยได้มีปฏิกิริยาต่อเรื่องนี้โดย &amp;nbsp;พล.อ.อ.สิทธิได้มีบัญชาให้อธิบดีกรมการเมืองเชิญเอกอัครราชทูตโซเวียตประจำประเทศไทยมาพบ เพื่อสอบถามถึงวัตถุประสงค์ของกองเรือดังกล่าว และแจ้งให้สหภาพโซเวียตทราบถึงความวิตกกังวลของรัฐบาลและประชาชนชาวไทยเกี่ยวกับเรื่องนี้ และว่าในโอกาสต่อไปหากกองเรือโซเวียตจะแล่นเข้ามาใกล้น่านน้ำไทยอีก ขอให้แจ้งแก่รัฐบาลไทยทราบอย่างเป็นทางการล่วงหน้าด้วย นอกจากจะก่อให้เกิดปฏิกิริยาในหมู่สื่อมวลชนในกรุงเทพฯ อย่างกว้างขวางแล้ว เหตุการณ์นี้ได้ก่อให้เกิดความวิตกแก่ผู้นำไทยโดยทั่วไปด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;


bnk789&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนันต์ บูรณวนิช เลขานุการคณะกรรมาธิการต่างประเทศของสภาผู้แทนราษฎร ได้แถลงแก่ผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า &amp;quot;ถ้ามาอย่างนี้จริงมันก็ไม่ปลอดภัยนักกับความมั่นคงของประเทศในความเห็นของผม ผมในฐานะเป็นกรรมาธิการต่างประเทศก็จะเรียกประชุมคณะกรรมาธิการภายใน 3 วัน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีการแทรกแซงของสหภาพโซเวียตโดยการจารกรรม เช่น กรณีการจับกุมนายวิคเตอร์ บารี่เซม ซึ่งแฝงเข้ามาทำจารกรรมโดยการให้ตำแหน่งหน้าที่การทูตเมื่อ ค.ศ.1983 ซึ่งกรณีเหล่านี้ล้วนเป็นการตอกย้ำความเชื่อและทัศนะของผู้นำไทยเกี่ยวกับการคุกคามของสหภาพโซเวียตทั้งสิ้น &amp;nbsp;ทั้งนี้จากการศึกษาความคิดของชนชั้นนำไทยกลุ่มต่างๆ เกี่ยวกับภัยคุกคามที่มีต่อความมั่นคงแห่งชาติของไทย โดย ศ.ดร.กระมล ทองธรรมชาติ และคณะ พบว่าชนชั้นนำไทยมองสหภาพโซเวียตว่าเป็นแหล่งภัยคุกคามสูงสุดในระดับเดียวกับเวียดนาม โดยสหภาพโซเวียตเป็นภัยในรูปแบบการสนับสนุนให้อีกประเทศหนึ่งทำการรุกราน จากการสัมภาษณ์ผู้กำหนดนโยบายของไทยจำนวนหนึ่งในปี ค.ศ.1984&amp;nbsp;&amp;nbsp;


save168&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย ผศ.ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร พบว่า ผู้นำไทยมีความเชื่อว่าเวียดนามเป็นเพียงตัวแทนของสหภาพโซเวียต ดังนั้น แม้ว่าสามารถเจรจากับเวียดนามได้สำเร็จก็อาจไม่สามารถแก้ปัญหากัมพูชาได้ &amp;nbsp;ข้อสรุปดังกล่าวสอดคล้องเป็นอย่างดีกับทัศนะของ นาวาตรีประสงค์ สุ่นศิริ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ที่ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สงครามในกัมพูชาเป็นสงครามที่เกิดขึ้นจากการที่โซเวียตถือหางสนับสนุนเวียดนาม ด้วยการจัดส่งอาวุธยุทโธปกรณ์ให้เพื่อใช้ในการยึดครองประเทศกัมพูชา จนทำให้ประเทศของเราต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆ....เราเคยเรียกร้องให้สหภาพโซเวียตยุติการสนับสนุนเวียดนาม และเรียกร้องให้สหภาพโซเวียตร่วมมืออย่างจริงใจกับประเทศไทยและอาเซียน...แต่คำเรียกร้องของเราก็ไม่ได้รับการตอบสนองที่ดี นอกจากการโฆษณาชวนเชื่อที่รังแต่จะก่อให้เกิดความหวาดระแวงแคลงใจและความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจต่อโซเวียตในจนทุกวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม แม้ความสัมพันธ์ทางการเมืองระหว่างไทยกับสหภาพโซเวียตดำเนินไปอย่างไม่ราบรื่น แต่ก็มีความพยายามจากทั้งสองฝ่ายในการปรับความสัมพันธ์ระหว่างกัน โดยเฉพาะด้านการค้า ได้มีการติดต่อซื้อขายระหว่างภาคเอกชนของไทยกับรัฐบาลสหภาพโซเวียต โดยปรากฏว่ามีนักธุรกิจไทยเดินทางไปยังสหภาพโซเวียตหลายคณะเพื่อหาลู่ทางในการค้าระหว่างกัน อาทิเช่น คณะของนายชาตรี &amp;nbsp;โสภณพนิช ซึ่งเดินทางไปสหภาพโซเวียตเมื่อเดือนกันยายน 1984&amp;nbsp; &amp;nbsp;


สล็อต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น ผู้แทนระดับสูงจากภาครัฐบาลของไทยก็ได้เดินทางไปเยือนสหภาพโซเวียตในระยะเดียวกัน เช่น คณะของนายอุกฤษ มงคลนาวิน ประธานรัฐสภา เป็นต้น สหภาพโซเวียตได้ทำข้อตกลงซื้อสินค้าจากไทยในช่วงปี ค.ศ.1984-1986 จำนวนหลายฉบับ กระนั้นก็ตาม ปัญหากัมพูชาก็ยังคงเป็นปัญหาใหญ่ในความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหภาพโซเวียต เมื่อนายเอ็ดดูอาร์ด เชวาร์ดนัดเซ (Eduard &amp;nbsp;Shevardnadze) รัฐมนตรีต่างประเทศของสหภาพโซเวียต แวะเยือนประเทศไทยระหว่างการเยือนประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อวันที่ 2 มีนาคม ค.ศ.1987 (พ.ศ.2530) เขาได้ตอบคำถามของผู้สื่อข่าว ณ กระทรวงการต่างประเทศ ว่าเขามิได้นำข้อตกลงใหม่ๆ เกี่ยวกับการแก้ปัญหากัมพูชามาหารือแต่อย่างใด เพียงแต่ได้มีการพูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในปัญหานี้กับ พล.อ.อ.สิทธิเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ พล.อ.อ.สิทธิได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการเยือนสหภาพโซเวียตในเดือนพฤษภาคม ค.ศ.1987 ว่าจะยกประเด็นปัญหากัมพูชาเจรจากับผู้นำโซเวียต แม้จะยอมรับว่าสหภาพโซเวียตคงไม่ยุติการให้ความช่วยเหลือแก่เวียดนามและไม่ได้คาดหวังว่าสหภาพโซเวียตจะช่วยแก้ไขปัญหากัมพูชา &amp;nbsp;เนื่องจากจะเป็นอันตรายต่อผลประโยชน์ของสหภาพโซเวียตในภูมิภาคนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเยือนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของนายเชวาร์ดนัดเซมีนัยสำคัญยิ่งต่อประเด็นปัญหากัมพูชา เนื่องจากได้มีการหารืออย่างเป็นทางการของรัฐมนตรีการต่างประเทศสหภาพโซเวียตกับผู้นำไทยและผู้นำประเทศภาคีอาเซียน อย่างไรก็ตามในช่วงเวลานั้น ทั้งผู้นำไทยและนักวิชาการไทยยังคงมองว่าสหภาพโซเวียตจะไม่ทำการกดดันเวียดนามให้ถอนทหารออกจากกัมพูชาดังปรากฏตามทัศนะของ พล.อ.อ.สิทธิดังกล่าวข้างต้น และดังปรากฏตามทัศนะของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ซึ่งชี้ว่าแม้การที่นายเชวาร์ดนัดเซหยิบยกปัญหากัมพูชาขึ้นหารืออย่างเป็นทางการกับผู้นำประเทศอาเซียน จะเป็นเหตุผลที่แสดงว่าการกดดันของสหภาพโซเวียตต่อเวียดนามนั้นมีความเป็นไปได้ แต่ความปรารถนาที่จะช่วยคลี่คลายปัญหากัมพูชานั้น มีน้ำหนักน้อยกว่าความต้องการของสหภาพโซเวียตที่จะรักษาเสถียรภาพในความสัมพันธ์กับเวียดนาม และหลีกเลี่ยงการกระทำอันอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อความสัมพันธ์ดังกล่าว ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากความจำเป็นทางยุทธศาสตร์ระดับโลกของสหภาพโซเวียต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จวบจนกระทั่งปีสุดท้ายของรัฐบาล พล.อ.เปรม ที่สหภาพโซเวียตได้มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายต่อประเด็นปัญหากัมพูชาไปจากเดิมอย่างชัดเจน โดยเมื่อ พล.อ.เปรมเดินทางไปเยือนสหภาพโซเวียตในระหว่างวันที่ 16-22 พฤษภาคม ค.ศ.1988 (พ.ศ.2531) ผู้นำโซเวียตรับปากกับ พล.อ.เปรมที่จะนำปัญหากัมพูชาไปพูดคุยกับเวียดนาม และเห็นพ้องกับไทยว่าปัญหากัมพูชาจะต้องได้รับการแก้ไขโดยวิถีทางการเมือง ซึ่ง พล.อ.อ.สิทธิได้มองว่า &amp;quot;เป็นการแสดงการเปลี่ยนจากจุดยืนเดิมของสหภาพโซเวียต&amp;quot; อันนับเป็นพัฒนาการในเชิงบวกในความพยายามแก้ปัญหากัมพูชา ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเสร็จสิ้นการเยือนสหภาพโซเวียตแล้ว พล.อ.เปรมและคณะได้ไปเยือนฮังการี โดยในขณะที่คณะของ พล.อ.เปรมอยู่ที่กรุงบูดาเปสต์ ในวันที่ 25 พฤษภาคม ค.ศ.1988 นั้น นายกาโรลี โกรสซ์ นายกรัฐมนตรีฮังการีได้แจ้งให้ พล.อ.เปรมทราบว่าเวียดนามได้ประกาศจะถอนทหารจำนวน 50,000 คนออกจากกัมพูชาโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากข้อมูลข้างต้นอาจสรุปได้ว่า สภาพแวดล้อมที่เป็นจริงที่สหภาพโซเวียตเข้ามามีบทบาทในปัญหากัมพูชา กับการรับรู้ของผู้มีบทบาทในการกำหนดนโยบายต่างประเทศของไทยนั้นมีความสอดคล้องกันมาก ทั้งนี้ แม้สหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียตจะได้ปรับความสัมพันธ์กัน และสหภาพโซเวียตมีการปรับเปลี่ยนนโยบายของตนโดยเฉพาะต่อรัฐบริวารในยุโรปตะวันออก แต่ในประเด็นปัญหากัมพูชานี้ สหภาพโซเวียตได้ให้การสนับสนุนเวียดนามตลอดมา โดยแม้ว่าจากปี ค.ศ.1986 (พ.ศ.2529) เป็นต้นมา สหภาพโซเวียตเริ่มจะยอมรับถึงความจำเป็นในการแก้ไขปัญหากัมพูชาโดยทางการเมือง แต่ตราบใดที่สหภาพโซเวียตไม่ทำการกดดันต่อเวียดนามโดยตรงแล้ว ปัญหากัมพูชาย่อมไม่ได้รับการแก้ไข โดยเวียดนามจะยังคงกำลังทหารของตนไว้ในกัมพูชา และจนถึงช่วงปีสุดท้ายของรัฐบาล พล.อ.เปรมที่สหภาพโซเวียต &amp;quot;รับที่จะพูดคุยกับเวียดนาม&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเวียดนามจึงประกาศถอนทหารออกจากกัมพูชา เช่นเดียวกับที่การสนับสนุนเวียดนามของสหภาพโซเวียตทำให้เวียดนามมีขีดความสามารถในการรุกรานและคงกำลังทหารไว้ในกัมพูชา การเปลี่ยนแปลงนโยบายของสหภาพโซเวียตในช่วงปลายสมัยรัฐบาล พล.อ.เปรมมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของเวียดนามโดยตรง ดังจะเห็นได้จากการที่เวียดนามได้ประกาศถอนทหารจำนวน 50,000 &amp;nbsp;คนออกจากกัมพูชาโดยไม่มีเงื่อนไข.
--------------
อ้างอิง: หนังสือชุด ประเทศเพื่อนบ้านของไทยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, อรอนงค์ น้อยวงศ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38942</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัมพูชา, กาลครั้งหนึ่ง, คอมมิวนิสต์, ถอนทหาร, ป๋าเปรม, พล.อ.เปรม  ติณสูลานนท์, สหภาพโซเวียต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190619/image_big_5d09fad464709.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36988</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2019 08:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2019 08:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>การทูตระดับโลก&#039;ป๋า&#039;บุกถ้ำเสือเยือนโซเวียตให้เวียดนามถอนทหารพ้นเขมร เฮลั่นได้ข่าวดีที่&#039;บูดาเปสต์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.เปรม ตินสูลานนท์ ให้การต้อนรับ นายเอ็ดดูอาร์ด เชวาร์ดนัดเซ รมว.ต่างประเทศสหภาพโซเวียต เยือนไทยเมื่อปี 2530&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 พ.ค.62- ช่วงปี 2523 ที่พล.อ.เปรม ตินสูลานนท์ เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้น เป็นช่วงที่สภาพโซเวียตเข้ามามีบทบาทในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยผ่านอินโดจีนเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน &amp;nbsp;ขณะเดียวกันความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับโซเวียตเสื่อมทรามลงอย่างรวดเร็ว &amp;nbsp;นอกจากสนับสนุนเวียดนามรุกรานกัมพูชาแล้ว ยังมีพฤติกรรมคุกคามไทยโดยตรงหลายครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่นวันที่ 30 ตุลาคมปี 1980 หลังจากพล.อ.เปรมเดินทางกลับจากการเยือนจีนได้ไม่นาน กองเรือรบโซเวียต 4 ลำ มีเรือบรรทุกเครื่องบิน Minsk เป็นหลักแล่นเข้ามาในเขตน่านน้ำไทยในบริเวณที่ห่างจากระยองและสัตหีบไม่ถึง 100 ไมล์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณที่ขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามรายงานของกรมประมง ระบุว่ากองเรือรบดังกล่าวได้มุ่งหน้าลงไปยังเกาะทางภาคใต้ของไทย ขณะเดินทางมีเครื่องบินบินขึ้นลงตลอดเวลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จวบจนกระทั่งปีสุดท้ายของรัฐบาลพล.อ.เปรม โซเวียตได้เปลี่ยนนโยบายกัมพูชา เมื่อพล.อ.เปรมเดินทางไปเยือนสหภาพโซเวียตระหว่างวันที่ 16-22 พฤษภาคม 1988 &amp;nbsp;ผู้นำโซเวียตรับปากกับพล.อ.เปรม ที่จะนำปัญหากัมพูชาไปพูดคุยกับเวียดนาม และเห็นพ้องกับไทยว่าปัญหากัมพูชาจะต้องได้รับการแก้ไขโดยวิถีทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเสร็จสิ้นการเยือนสหภาพโซเวียตแล้ว พล.อ.เปรมและคณะได้ไปเยือนฮังการี โดยขณะที่คณะของพล.อ.เปรมอยู่ที่กรุงบูดาเปสต์ ในวันที่ 25 พฤษภาคม 1988 นายกาโรลี โกรสซ์ นายกรัฐมนตรีฮังการี ได้แจ้งพล.อ.เปรมว่าเวียดนามได้ประกาศจะถอนทหารจำนวน 5 หมื่นนายออกจากกัมพูชา โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆทั้งสิ้น.
------------
ขอบคุณข้อมูล:หนังสือชุด ประเทศเพื่อนบ้านของไทยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้,อรอนงค์ น้อยวงศ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36988</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัมพูชา, คอมมิวนิสต์, ถอนทหาร, ป๋าเปรม, พล.อ.เปรม  ติณสูลานนท์, สหภาพโซเวียต, เวียดนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190528/image_big_5cec8e29f03e6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
