<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117636</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2021 15:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2021 15:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุทิน&#039; ยันไม่จริง &#039;หญิงหน่อย&#039; ปั่นข่าวรัฐบาลไทยไม่ตอบรับสหรัฐบริจาคไฟเซอร์อีก 1 ล้านโดส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;23 ก.ย.64 - นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีมีข่าวว่าสหรัฐฯ จะบริจาควัคซีนไฟเซอร์ให้ไทยอีก 1 ล้านโดส แต่ไทยยังไม่ลงนามรับวัคซีน ว่า การดำเนินการในเรื่องต่างๆ ระหว่างประเทศ จะมีขั้นตอนพิธีการที่เป็นสากล ผ่านกระทรวงการต่างประเทศที่เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก ซึ่งการสนับสนุนวัคซีนไฟเซอร์ 1.5 ล้านโดสให้กับไทย เมื่อปลายเดือนกรกฎาคม 2564 ที่ผ่านมา สถานทูตสหรัฐฯ ได้มีเอกสารทางการทูตถึงกระทรวงการต่างประเทศของไทยเป็นการล่วงหน้า เพื่อแสดงความประสงค์ของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่จะมอบวัคซีนมาช่วยเหลือการดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในประเทศไทย และรัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรค จัดทำแผนการฉีดให้กับประชาชนกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งได้กระจายวัคซีนไปทุกจังหวัดให้ดำเนินการฉีดตามแผนเรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&amp;ldquo;สำหรับวัคซีนไฟเซอร์ที่มีข่าวจะบริจาคเพิ่มอีก 1 ล้านโดสนั้น จากการประสานข้อมูลกับกระทรวงการต่างประเทศ ทราบว่าขณะนี้ยังไม่ได้รับเอกสารทางการทูตจากรัฐบาลสหรัฐฯ แจ้งเรื่องการสนับสนุนวัคซีนให้กับไทยเพิ่มเติม ดังนั้นข่าวดังกล่าวจึงไม่เป็นความจริง&amp;rdquo;อนุทิน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย ได้เข้าพบนางแทมมี่ ดักเวิร์ธ สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐอเมริกา พรรคเดโมแครต จากรัฐอิลลินอยส์ ณ สำนักงานวุฒิสมาชิกแทมมี่ ที่กรุงวอชิงตันดีซี เมื่อวันที่ 22 กันยายนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย สว.แทมมี่ มีส่วนสำคัญในการสนับสนุนให้รัฐบาลสหรัฐ บริจาควัคซีนไฟเซอร์จำนวน 2.5 ล้านโดส ให้ประเทศไทย และประสงค์จะช่วยผลักดันรัฐบาลสหรัฐ ให้บริจาควัคซีนให้ประเทศไทยเพิ่มเติม จากที่ได้แสดงเจตจำนงบริจาคไปแล้ว 2.5 ล้านโดส&amp;nbsp;และส่งมอบมาแล้ว 1.5 ล้านโดส&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม สว.แทมมี่ ดักเวิร์ธกล่าวว่า สหรัฐพร้อมที่จะส่งมอบวัคซีนที่เหลืออีก 1 ล้านโดส แต่ขณะนี้รัฐบาลไทยยังไม่ส่งเอกสารตอบรับมา จึงทำให้ยังไม่สามารถส่งมอบอีก 1 ล้านโดสที่เหลือให้ชาวไทยได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117636</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, บริจาควัคซีน, สหรัฐ, อนุทิน ชาญวีรกูล, แทมมี่ ดักเวิร์ธ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210923/image_big_614c30b408307.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117214</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2021 23:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2021 23:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไบเดน&#039;ขอเคลียร์&#039;มาครง&#039; ต้นเหตุออสซี่ฉีกสัญญาซื้อเรือดำน้ำฝรั่งเศส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐขอคุยกับประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศสในเร็ววันนี้ เพื่อปรับความเข้าใจ ภายหลังฝรั่งเศสโกรธจัดที่โดนสหรัฐหักหลังด้วยการช่วยออสเตรเลียสร้างเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ 8 ลำ เป็นเหตุให้ออสเตรเลียฉีกสัญญาซื้อเรือดำน้ำจากฝรั่งเศส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง (Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า การตัดสินใจของรัฐบาลออสเตรเลียที่ฉีกสัญญาซื้อเรือดำน้ำระบบดีเซล-ไฟฟ้าจากฝรั่งเศส มูลค่า 50,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย ที่สองฝ่ายลงนามกันไว้เมื่อปี 2559 ทำให้รัฐบาลฝรั่งเศสเรียกเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำออสเตรเลียและสหรัฐกลับประเทศ ซึ่งเป็นการแสดงความไม่พอใจทางการทูตแบบไม่เคยปรากฏมาก่อนระหว่างชาติพันธมิตรเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กาเบรียล อัตตาล โฆษกรัฐบาลฝรั่งเศส กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า มาครงและไบเดนจะสนทนากันทางโทรศัพท์ &amp;quot;ในไม่กี่วันข้างหน้า&amp;quot; ตามคำร้องขอจากไบเดน โดยมาครงจะขอ &amp;quot;คำชี้แจง&amp;quot; จากประธานาธิบดีสหรัฐ ภายหลังคำประกาศความตกลงด้านกลาโหมระหว่างสหรัฐ-ออสเตรเลีย-อังกฤษ ที่ทำให้ออสเตรเลียยกเลิกสัญญาซื้อเรือดำน้ำจากฝรั่งเศส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราต้องการคำอธิบาย&amp;quot; อัตตาลกล่าว และว่า สหรัฐต้องตอบคำถามกับสิ่งที่ดูเหมือนเป็นการละเมิดความไว้วางใจครั้งใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำประกาศนัดเคลียร์ใจระหว่างผู้นำทั้งสองมีออกมาหลังจากนายกฯ สกอตต์ มอร์ริสัน ของออสเตรเลีย ปฏิเสธคำกล่าวหาของฝรั่งเศสที่ว่าออสเตรเลียโกหกเกี่ยวกับแผนดังกล่าวเพื่อยกเลิกสัญญาซื้อเรือดำน้ำ โดยมอร์ริสันอ้างว่า เขาได้แจ้งให้ฝรั่งเศสรับรู้ข้อกังวลเมื่อหลายเดือนก่อนหน้านี้แล้ว ตัวเขาและรัฐมนตรีในรัฐบาลของเขาไม่เคยปิดบังประเด็นปัญหาเกี่ยวกับเรือดำน้ำของฝรั่งเศส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มอร์ริสันกล่าวด้วยว่า ออสเตรเลียตัดสินใจดังกล่าวโดยอิงอยู่บนผลประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีไบเดนประกาศการจับมือทำความตกลงด้านความมั่นคงสามฝ่ายที่เรียกว่า AUKUS เมื่อวันพุธที่แล้ว โดยทั่วไปมองว่ามีเป้าหมายเพื่อต่อต้านการแผ่อิทธิพลของจีนในภูมิภาคนี้ นอกจากการถ่ายทอดเทคโนโลยีสร้างเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์แล้ว ข้อตกลงนี้ยังครอบคลุมถึงการป้องกันทางไซเบอร์, ปัญญาประดิษฐ์และขีดความสามารถใต้น้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลจีนมีปฏิกิริยาตอบโต้การจับมือเป็นพันธมิตรระหว่าง 3 ชาติทันทีว่าเป็นภัยคุกคามที่ขาดความรับผิดชอบอย่างยิ่ง และเตือนว่าประเทศเหล่านี้เสี่ยงที่จะยิงเท้าตนเอง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117214</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีกสัญญาซื้อเรือดำน้ำ, ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง, ประธานาธิบดีโจ ไบเดน, ฝรั่งเศส, สหรัฐ, ออสเตรเลีย, เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210919/image_big_61475f325a6c8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116970</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2021 22:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2021 22:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนโวยออสซี่จับมือสหรัฐ-อังกฤษคุกคามความสงบในภูมิภาค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีนแถลงประณามการผนึกกำลังด้านความมั่นคงระหว่างออสเตรเลีย, สหรัฐ และอังกฤษ ซึ่งรวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการสร้างเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์แก่ออสเตรเลีย ชี้สามประเทศนี้กำลังทำลายสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ จ้าว ลี่เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน (Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ้าว ลี่เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน แถลงที่กรุงปักกิ่งเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 กันยายน 2564 โจมตีการทำความตกลงหุ้นส่วนด้านความมั่นคงระหว่างออสเตรเลีย, สหรัฐ และอังกฤษ ว่าเป็นภัยคุกคามที่ขาดความรับผิดชอบอย่างยิ่งต่อเสถียรภาพและสันติภาพในภูมิภาคนี้ และทำให้การแข่งขันด้านอาวุธรุนแรงขึ้น โดยจีนจะเฝ้าจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การส่งออกเทคโนโลยีเรือดำน้ำนิวเคลียร์ที่มีความอ่อนไหวสูง โดยสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ ไปยังออสเตรเลีย พิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งว่า พวกเขาใช้การส่งออกนิวเคลียร์เป็นเครื่องมือในเกมภูมิรัฐศาสตร์ และใช้สองมาตรฐาน ซึ่งขาดความรับผิดชอบอย่างยิ่ง&amp;quot; จ้าวกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ของประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐ, นายกฯ สกอตต์ มอร์ริสัน ของออสเตรเลีย และนายกฯ บอริส จอห์นสัน ของอังกฤษ เกี่ยวกับข้อตกลง AUKUS เมื่อวันพุธ ไม่ได้พาดพิงจีนโดยตรง แต่เจตนาของทั้งสามประเทศนี้แสดงออกอย่างชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีไบเดนกล่าวที่กรุงวอชิงตันว่า ความริเริ่มนี้เป็นการทำให้แน่ใจว่าทั้งสามประเทศนี้มีขีดความสามารถที่ทันสมัยที่สุด เพื่อหลบหลีกและป้องกันภัยคุกคามที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านมอร์ริสันกล่าวว่า ทั้งสามประเทศต่างเคารพใน &amp;quot;เสรีภาพ&amp;quot; และ &amp;quot;หลักนิติธรรม&amp;quot; การจับมือเป็นพันธมิตรกันครั้งนี้จะช่วยรับประกันความปลอดภัยในภูมิภาคนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความริเริ่มสำคัญประการแรกภายใต้พันธมิตรใหม่นี้คือการถ่ายทอดเทคโนโลยีการสร้างเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์แก่ออสเตรเลีย จำนวน 8 ลำ โดยผู้นำทั้งสามกล่าวว่า กองเรือดำน้ำนี้จะไม่ติดอาวุธนิวเคลียร์ แต่เป็นเพียงเรือดำน้ำที่ใช้พลังงานนิวเคลียร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระนั้น เรือดำน้ำชนิดนี้จะช่วยให้กองทัพออสเตรเลียสามารถเดินทางไปและโจมตีเป้าหมายที่อยู่ไกลจากชายฝั่งของประเทศได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา มอร์ริสันยังประกาศด้วยว่า ออสเตรเลียจะได้มิสไซล์ครูซพิสัยไกล โทมาฮอว์ก จากสหรัฐด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116970</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, สหรัฐ, หุ้นส่วนด้านความมั่นคง, ออสเตรเลีย, อังกฤษ, เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210916/image_big_61436881c929b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114399</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2021 18:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2021 18:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนตอกหน้ารองปธน.แฮร์ริส ชี้สหรัฐเห็นแก่ตัวทิ้งอัฟกานิสถาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;มาอีกแล้ว รองประธานาธิบดีคามาลา แฮร์ริส ของสหรัฐกล่าวหาจีนบีบบังคับข่มขู่เพื่อสนับสนุนการอ้างสิทธิอย่างผิดกฎหมายในทะเลจีนใต้ บ่อนทำลายกฎระเบียบและอธิปไตยของชาติอื่น เจอโฆษกจีนสวนหน้าหงาย สหรัฐเดินนโยบายต่างประเทศ &amp;quot;เห็นแก่ตัว&amp;quot; มีพฤติการณ์ระรานเป็นเจ้าโลก ดูอัฟกานิสถานเป็นตัวอย่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า รองประธานาธิบดีหญิงของสหรัฐกล่าวโจมตีจีนเมื่อวันอังคารที่ 24 สิงหาคม ระหว่างเยือนสิงคโปร์เพื่อกระชับความร่วมมือและแสดงความมุ่งมั่นของสหรัฐในการเกี่ยวพันกับภูมิภาคนี้เพื่อทัดทานการแผ่อิทธิพลของจีน ในสุนทรพจน์เกี่ยวกับเป้าหมายด้านนโยบายต่างประเทศของสหรัฐ แฮร์ริสย้ำว่าสหรัฐมีพันธสัญญายืนยาวในเอเชีย พร้อมกับโจมตีจีนอย่างไม่อ้อมค้อมว่า จีนยังคงบีบบังคับ ขู่ขวัญ และอ้างสิทธิเหนือทะเลจีนใต้ส่วนใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การอ้างสิทธิโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเหล่านี้ถูกปฏิเสธโดยคำตัดสินของคณะอนุญาโตตุลาการปี 2559 และการกระทำของปักกิ่งยังคงบ่อนทำลายระเบียบที่อิงจากกฎกติกาและคุกคามอธิปไตยของประเทศต่างๆ&amp;quot; รองประธานาธิบดีแฮร์ริสกล่าว &amp;quot;สหรัฐยืนหยัดเคียงข้างพันธมิตรและหุ้นส่วนของเราในการเผชิญกับภัยคุกคามเหล่านี้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านรัฐบาลจีนตอบโต้คำกล่าวหาของรองประธานาธิบดีหญิงสหรัฐทันควัน หวัง เหวินปิน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงที่กรุงปักกิ่ง โจมตีสหรัฐว่า ดำเนินนโยบายต่างประเทศแบบ &amp;quot;เห็นแก่ตัว&amp;quot; และสร้างวาทกรรมเรื่องระเบียบโลกที่อิงตามกฎกติกาเพื่อปกป้องพฤติกรรมระรานเป็นเจ้าโลกของสหรัฐเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เหตุการณ์ในอัฟกานิสถานตอนนี้บอกเราชัดเจนว่า กฎและระเบียบที่สหรัฐพูดถึงคืออะไร&amp;quot; โฆษกจีนกล่าว &amp;quot;สหรัฐสามารถแทรกแซงทางทหารอย่างมัวเมาในประเทศอธิปไตย และไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบต่อความทุกข์ยากของประชาชนในประเทศนั้น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวอีกว่า เพื่อปกป้องหลักนโยบาย &amp;quot;อเมริกาต้องมาก่อน&amp;quot; สหรัฐสามารถใส่ร้ายป้ายสี, ปราบปราม, บีบบังคับ และระรานประเทศอื่นๆ โดยไม่ต้องจ่ายค่าตอบแทนใดๆ &amp;quot;นี่คือระเบียบที่สหรัฐต้องการ แต่ตอนนี้ใครจะเชื่อล่ะ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แฮร์ริสมาเยือนภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นาน 7 วัน โดยเตรียมจะเดินทางไปเวียดนามเป็นประเทศถัดไป แต่ในช่วงเวลาเดียวกัน รัฐบาลสหรัฐก็กำลังเร่งรีบอพยพคนอเมริกันและพันธมิตรออกจากอัฟกานิสถานให้ทันเส้นตายการถอนตัวจากประเทศนี้ในวันที่ 31 สิงหาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความล่มสลายของอัฟกานิสถานที่โดนตอลิบันยึดครองได้อย่างรวดเร็วกระทบต่อความน่าเชื่อถือของสหรัฐ แฮร์ริสถูกคำถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย แต่เธอบ่ายเบี่ยงว่า ขณะนี้สหรัฐทุ่มเทสมาธิกับการ &amp;quot;อพยพพลเมืองอเมริกัน, หุ้นส่วนระหว่างประเทศ, ชาวอัฟกันที่เคยทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับเรา และชาวอัฟกันอื่นๆ ที่เสี่ยง ออกมาอย่างปลอดภัย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองประธานาธิบดีสหรัฐยังพยายามบรรเทาความหวาดกลัวที่เพิ่มมากขึ้นว่าความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับจีนจะบีบให้ประเทศต่างๆ ที่มีความสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับทั้งสองฝ่าย ต้องเลือกข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเกี่ยวพันของเราในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินโด-แปซิฟิกไม่ได้ต่อต้านประเทศหนึ่งประเทศใด หรือออกแบบมาเพื่อทำให้ใครต้องเลือกระหว่างประเทศใดๆ&amp;quot; แฮร์ริสกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เธอยังประกาศด้วยว่า สหรัฐกำลังเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปก) ประจำปี 2566 ซึ่งมีจีนเข้าร่วมด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114399</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, ทะเลจีนใต้, ทิ้งอัฟกานิสถาน, นโยบายต่างประเทศแบบเห็นแก่ตัว, รองประธานาธิบดีคามาลา แฮร์ริส, สหรัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210824/image_big_6124d120a5b62.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113198</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2021 19:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2021 19:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตอลิบันมาแน่ มะกัน-ผู้ดีส่งทหาร3,600นายพาจนท.ทูต-พลเมืองหนีคาบูล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เตรียมชิ่งก่อนแล้ว รัฐบาลสหรัฐประกาศส่งทหาร 3,000 นายมากรุงคาบูลเพื่อปฏิบัติการอพยพเจ้าหน้าที่ทูตและชาวอเมริกันออกจากอัฟกานิสถานก่อนกรุงคาบูลตกเป็นของตอลิบัน ส่วนอังกฤษเตรียมส่งทหาร 600 นายอพยพคนของตนเช่นกัน นักรบตอลิบันเร่งเก็บแต้มยึดเมืองสำคัญเพิ่มเป็น 14 เมือง รวมถึงกันดะฮาร์และเฮรัต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ กำแพงสถานทูตสหรัฐในกรุงคาบูล (Photo by Paula Bronstein /Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การเตรียมการอพยพเจ้าหน้าที่ทางการทูตของสหรัฐและอังกฤษเกิดในช่วงเวลาที่องค์การสหประชาชาติเตือนว่า การรุกคืบของตอลิบันถึงเมืองหลวงของอัฟกานิสถานแห่งนี้จะ &amp;quot;ก่อความหายนะต่อพลเรือน&amp;quot; และประธานาธิบดีโจ ไบเดน โดนรีพับลิกันรุมตำหนิว่าดำเนินนโยบายแบบสะเพร่า หลังจากรายงานข่าวกรองระบุในสัปดาห์นี้ว่าตอลิบันอาจยึดเมืองหลวงได้ภายใน 90 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มตอลิบันเริ่มเปิดฉากรุกขนานใหญ่เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม พร้อมกับที่สหรัฐและพันธมิตรเริ่มการถอนทหารระยะสุดท้ายให้ทันตามแผนถอนยวงปลายเดือนนี้ แต่หลังจากหลายเดือนของการกวาดกลืนพื้นที่ชนบทที่ไม่ค่อยมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ ห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมาตอลิบันรุกโจมตีเขตเมือง ขับไล่กองกำลังความมั่นคงของรัฐบาลแตกกระเจิง รอยเตอร์กล่าวเมื่อวันศุกร์ที่ 13 สิงหาคมว่า นับตั้งแต่วันที่ 6 สิงหาคมถึงวันนี้ ตอลิบันเข้าควบคุมเมืองเอกของจังหวัดได้แล้ว 14 จังหวัด จาก 34 จังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมืองสำคัญล่าสุดที่ตอลิบันบุกยึดได้หลังจากการปะทะดุเดือดหลายวันจนฝ่ายรัฐบาลยอมล่าถอย คือเมืองกันดะฮาร์ในภาคใต้ ที่เป็นเมืองใหญ่อันดับสองของอัฟกานิสถาน และเมืองเฮรัตในภาคตะวันตกอยู่ติดชายแดนอิหร่าน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กูลาม ฮาบิบ ฮาชิมี สมาชิกสภาจังหวัดเฮรัต ที่มีประชากรราว 600,000 คนกล่าวว่า เมืองนี้เหมือนแนวรบ เป็นเมืองร้าง ชาวบ้านถ้าไม่หนีออกจากบ้านก็ซ่อนตัวอยู่ในบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กันดะฮาร์ เจ้าหน้าที่รัฐบาลรายหนึ่งเผยกับรอยเตอร์ว่า หลังการปะทะอย่างหนักหน่วงเมื่อคืนวันพฤหัสบดี ตอลิบันก็สามารถควบคุมเมืองนี้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีอ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่และชาวเมืองนี้เมื่อเช้าวันศุกร์ว่า กองกำลังของรัฐบาลพากันถอนกำลังไปยังที่ตั้งทางทหารนอกเมือง ขณะที่โฆษกตอลิบันทวีตประกาศชัยชนะว่า พวกเขาพิชิตเมืองนี้ได้อย่างราบคาบ นักรบมูจาฮีดินเคลื่อนถึงจัตุรัสวีรชนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ผู้หนึ่งกล่าวกับรอยเตอร์ว่า กองกำลังของรัฐบาลยังควบคุมสนามบินกันดะฮาร์ ซึ่งเคยเป็นฐานทัพใหญ่อันดับสองของสหรัฐในอัฟกานิสถานช่วง 20 ปีของการยึดครองประเทศนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ตอลิบันประกาศว่าสามารถยึดเมืองลัชการ์กาห์ เมืองเอกของจังหวัดเฮลมานด์ แหล่งปลูกฝิ่นในภาคใต้ ที่กองทัพสหรัฐและพันธมิตรต่อสู้กับกองกำลังติดอาวุธมานานหลายปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังเหลือเมืองใหญ่อีกไม่กี่เมืองที่รัฐบาลควบคุมไว้ได้ เช่น มาซะรีชะรีฟในภาคเหนือ และเมืองจาลาลาบาดที่อยู่ใกล้ชายแดนปากีสถานทางภาคตะวันออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ประธานาธิบดีไบเดนยืนกรานว่าเขาไม่เสียใจกับการตัดสินใจเร่งการถอนทหารอเมริกันออกจากอัฟกานิสถานก่อนวันครบรอบวินาศกรรม 11 กันยายน 2544 แต่ความรวดเร็วและความง่ายดายที่เมืองต่างๆ ตกเป็นของตอลิบัน สร้างความประหลาดใจและทำให้สหรัฐต้องคำนวณใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อคืนวันพฤหัสบดี รัฐบาลสหรัฐและอังกฤษต่างประกาศแผนว่า จะรีบถอนเจ้าหน้าที่สถานทูตและพลเมืองของตนออกจากกรุงคาบูล โดยเพนตากอนกล่าวว่า จะส่งทหาร 3,000 นายมายังกรุงคาบูลในช่วง 24-48 ชั่วโมงข้างหน้า เพื่ออพยพเจ้าหน้าที่ทูต แต่ย้ำว่าทหารอเมริกันจะไม่ปฏิบัติการโจมตีต่อต้านตอลิบัน ส่วนอังกฤษจะส่งทหารราว 600 นายมาช่วยอพยพพลเมืองของตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานทูตประเทศอื่นๆ และกลุ่มบรรเทาทุกข์ต่างๆ ก็เตรียมจะถอนคนของตนออกจากคาบูลเช่นกัน เอพีรายงานว่า รัฐบาลแคนาดาจะส่งทหารหน่วยปฏิบัติการพิเศษมาช่วยอพยพเจ้าหน้าที่ทูตออกจากคาบูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ว.มิตช์ แม็กคอนเนล ผู้นำสมาชิกวุฒิสภาพรรครีพับลิกัน กล่าวว่า ยุทธศาสตร์การถอนตัวของสหรัฐกำลังส่งให้สหรัฐกระโจนเข้าสู่ภาคต่อที่เลวร้ายยิ่งกว่าการล่มสลายอันน่าอับอายของไซ่ง่อนเมื่อปี 2518 และเรียกร้องให้ไบเดนจัดส่งการสนับสนุนแก่กองกำลังอัฟกันเพิ่มเติม &amp;quot;หาไม่แล้ว อัลกออิดะห์และตอลิบันอาจฉลองครบรอบ 20 ปีการโจมตี 11 กันยายน ด้วยการเผาสถานทูตของเราในกรุงคาบูล&amp;quot; เขากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหรัฐใช้เงินไปแล้วมากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในสงครามยาวนานที่สุดของอเมริกาที่นี่ และสูญเสียทหารหลายพันนาย การถอนทหารเป็นไปตามข้อตกลงที่รัฐบาลของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทำไว้กับตอลิบันเมื่อปีที่แล้ว โดยตอลิบันตกลงจะไม่โจมตีกำลังทหารต่างชาติที่สหรัฐเป็นผู้นำ ระหว่างการถอนกำลังออกจากอัฟกานิสถาน และจะพูดคุยสันติภาพกับรัฐบาลคาบูล แต่สัญญาประการหลังไม่มีความคืบหน้า.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113198</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตอลิบัน, สถานทูตสหรัฐประจำกรุงคาบูล, สหรัฐ, ส่งทหารอพยพเจ้าหน้าที่ทูต, อังกฤษ, อัฟกานิสถาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210813/image_big_6116668ea334d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112447</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2021 20:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2021 20:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนยัวะสหรัฐแส่กิจการภายในให้ชาวฮ่องกงหลบภัยการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลจีนตอบโต้ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ที่ประกาศโอบอุ้มชาวฮ่องกงที่อยู่ในสหรัฐได้ &amp;quot;หลบภัย&amp;quot; ชั่วคราว หากหวั่นเกรงว่าการกลับดินแดนฮ่องกงของจีนจะไม่ได้รับความปลอดภัยจากการโดนปราบปรามทางการเมือง ระบุสหรัฐบิดเบือนข้อเท็จจริงและแส่กิจการภายในของจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ธงชาติจีนภายในสถานกงสุลจีนประจำเมืองฮุสตัน รัฐเทกซัส ของสหรัฐ (Photo by Go Nakamura/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ออกคำสั่งต่อกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ให้ขยายโครงการ &amp;quot;ยับยั้งการบังคับออกนอกประเทศ&amp;quot; (ดีอีดี) กับชาวฮ่องกงที่อยู่ในสหรัฐขณะนี้โดยอ้างอิงเหตุผลด้านนโยบายต่างประเทศ ซึ่งจะอนุญาตให้ชาวฮ่องกงสามารถอยู่ต่อไปได้อีก 18 เดือน แม้วีซาจะหมดอายุ และสามารถทำงานในสหรัฐได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดีอีดีแตกต่างจาก &amp;quot;สถานะที่ได้รับคุ้มครองชั่วคราว&amp;quot; (ทีพีเอส) ที่เป็นระดับของผู้ย้ายถิ่นฐานที่มีความเป็นทางการมากกว่า ซึ่งจะออกให้กับชาวต่างชาติที่ติดอยู่ในสหรัฐเนื่องจากภัยพิบัติทางธรรมชาติหรือความวุ่นวายทางการเมืองในประเทศบ้านเกิดเมืองนอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงวอชิงตัน โดยหลิว เผิงอวี้ โฆษกสถานทูต กล่าวว่า การบรรยายลักษณะสถานการณ์ในฮ่องกงของสหรัฐนั้นสับสนปนเประหว่างดำกับขาว และว่า กฎหมายความมั่นคงแห่งชาตินั้นสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและปกป้องเสรีภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การดำเนินการดังกล่าวเพิกเฉยและบิดเบือนข้อเท็จจริง และแทรกแซงกิจการภายในของจีนอย่างร้ายแรง&amp;quot; โฆษกจีนตอบโต้สหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานกระทรวงการต่างประเทศของจีนในฮ่องกงแถลงเมื่อวันศุกร์ กล่าวถึงข้อเสนอให้ที่หลบภัยของไบเดนว่าเป็นความพยายาม &amp;quot;ใส่ความฮ่องกง, ป้ายสีจีน และกระทำการเพื่อทำลายความเจริญและเสถียรภาพของฮ่องกง&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112447</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, สหรัฐ, ฮ่องกง, แทรกแซงกิจการภายใน, โจ ไบเดน, ให้ที่หลบภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210806/image_big_610d3600393cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112060</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2021 14:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2021 14:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐไม่เล่นด้วยเกมยื้อเวลาเลือกตั้งพม่า จี้อาเซียนกดดันต่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลสหรัฐระบุ ผู้นำรัฐบาลทหารพม่ากำลังเล่นเกมถ่วงเวลาด้วยการประกาศแผนจัดการเลือกตั้งใหม่ภายใน 2 ปี เรียกร้องประเทศอาเซียนเพิ่มแรงกดดันเมียนมาปฏิบัติตามแผนที่เคยตกลงกันไว้ ขณะแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ เตรียมประชุมทางไกลกับรัฐมนตรีต่างประเทศของกลุ่มอาเซียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย เดินทางมาถึงสำนักงานเลขาธิการอาเซียนในกรุงจาการ์ตาของอินโดนีเซีย เพื่อร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2564 (Secretariat of the President of Ind/Anadolu Agency via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอังคารที่ 3 สิงหาคม กล่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐมีกำหนดเข้าร่วมการประชุมผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกลกับรัฐมนตรีต่างประเทศของกลุ่มอาเซียนในสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นความพยายามล่าสุดของรัฐบาลประธานาธิบดีโจ ไบเดน เพื่อเข้ามาเกี่ยวพันกับภูมิภาคที่เป็นแนวหน้าของการแข่งขันระหว่างสหรัฐกับจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้าการประชุมของกลุ่มอาเซียน พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดและผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา ให้คำมั่นสัญญาว่าเขาจะจัดการเลือกตั้งและยกเลิกภาวะฉุกเฉินภายในเดือนสิงหาคม 2566 ซึ่งเป็นการยืดเวลาจากกรอบเดิม ที่เคยประกาศไว้หลังก่อรัฐประหารวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ว่าจะจัดเลือกตั้งใหม่ภายใน 1 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์อ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลสหรัฐรายหนึ่งที่กรุงวอชิงตันเมื่อวันจันทร์ว่า คำประกาศดังกล่าวเป็นการเรียกร้องให้อาเซียนต้องเพิ่มความพยายามของตน เพราะเห็นได้ชัดเจนว่ารัฐบาลทหารพม่าแค่กำลังถ่วงเวลาและต้องการยืดปฏิทินให้ยาวออกไปเพื่อความได้เปรียบของตนเอง และยิ่งเป็นเหตุผลว่า ทำไมอาเซียนต้องมีส่วนร่วมในเรื่องนี้ และดำเนินตามและสนับสนุนข้อตกลงฉันทมติ 5 ข้อที่เมียนมาก็ลงนามด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสเตฟาน ดูจาร์ริก โฆษกองค์การสหประชาชาติ กล่าวถึงคำประกาศของผู้นำทหารเมียนมาว่าไม่ได้นำพาไปยังทิศทางที่ถูกต้อง &amp;quot;มันกำลังทำให้เราไกลออกไปจากสิ่งที่เราเรียกร้อง สิ่งที่ชาติสมาชิกเรียกร้อง ซึ่งก็คือการกลับคืนสู่ระบอบประชาธิปไตย, ปล่อยตัวนักโทษการเมืองทั้งหมด, ยุติความรุนแรงและการปราบปราม&amp;quot; เขากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย มาเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนเมื่อเดือนเมษายนด้วย ซึ่งนำไปสู่การคำประกาศฉันทมติที่เรียกร้องให้เมียนมายุติความรุนแรงโดยทันทีและแต่งตั้งผู้แทนพิเศษของอาเซียน แต่หลังจากนั้น นายทหารผู้นี้กลับถอยห่างจากข้อตกลงดังกล่าว และถึงขณะนี้อาเซียนยังไม่สามารถแต่งตั้งผู้แทนพิเศษได้ โดยสุนทรพจน์ของเขาเมื่อสุดสัปดาห์ และคำกล่าวของเรตโน มาร์ซูดี รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย บ่งชี้ว่าเมียนมาและอาเซียนยังไม่เห็นพ้องต้องกัน คาดด้วยว่ามาร์ซูดีจะได้พบปะกับบลิงเคนที่กรุงวอชิงตันสัปดาห์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่สหรัฐรายเดิม ซึ่งรายงานสรุปต่อนักข่าวก่อนหน้าการประชุมทางไกลระหว่างบลิงเคนกับรัฐมนตรีอาเซียน กล่าวด้วยว่า สหรัฐได้เสนอให้ขยายการมีส่วนร่วมกับอาเซียนให้ครอบคลุมถึงการสานเสวนาระดับรัฐมนตรีหลายกระทรวงเพิ่มอีก 5 รอบ ซึ่งสหรัฐหวังว่าอาเซียนจะเห็นพ้องด้วยโดยเร็ว โดยหนึ่งในนี้คือการเจรจากันในด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาบอกด้วยว่า คาดว่าบลิงเคนจะเปิดเผยรายละเอียดต่อรัฐมนตรีอาเซียนเกี่ยวกับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องของสหรัฐต่อเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในการต่อสู้กับโควิด-19 ที่กำลังระบาดหนักในภูมิภาคนี้ นอกจากนี้ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐยังจะกล่าวถึง &amp;quot;การบีบบังคับ&amp;quot; ของจีนต่อประเทศในอาเซียนกรณีทะเลจีนใต้ที่มีข้อพิพาทต่อกัน รวมถึงขับเน้นข้อวิตกด้านสิทธิมนุษยชนในจีนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัปดาห์ที่ผ่านมา ลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ ก็เพิ่งมาเยือนภูมิภาคนี้และกล่าวถึงทะเลจีนใต้ว่า การอ้างสิทธิของจีนเหนือน่านน้ำนี้เกือบทั้งหมดนั้นไม่อยู่บนพื้นฐานกฎหมายระหว่างประเทศ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112060</URL_LINK>
                <HASHTAG>พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย, รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน, สหรัฐ, เมียนมา, แผนจัดการเลือกตั้งใหม่, แอนโทนี บลิงเคน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210803/image_big_6108eed417edc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
