<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>13298</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2018 22:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2018 22:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟิลิปปินส์-สหรัฐเริ่มเจรจา &#039;เอฟทีเอ&#039;  เดือนกันยายน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลฟิลิปปินส์และสหรัฐจะเริ่มต้นการเจรจาต่อรองเพื่อทำความตกลงการค้าเสรีในเดือนกันยายนปีนี้ โดยคาดว่าน่าจะประสบความสำเร็จแบบเดียวกับสิงคโปร์ เพื่อนบ้านร่วมภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการคอนโดมิเนียมตั้งอยู่ใกล้กับชุมชนแออัดริมแม่น้ำในกรุงมะนิลาของฟิลิปปินส์ /&amp;nbsp; AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฮเซ มานูเอล โรมูอัลเดซ เอกอัครราชทูตฟิลิปปินส์ประจำสหรัฐอเมริกัน เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2561 ว่าการเจรจารอบแรกจะจัดขึ้นที่กรุงวอชิงตันในเดือนกันยายน&amp;nbsp; โดยคาดว่าจะเน้นในด้านแรงงาน, ทรัพย์สินทางปัญญา และการเกษตร แต่เขายอมรับว่า การเจรจาครั้งนี้เป็นแค่จุดเริ่มต้นของการเจรจาต่อรองที่จะต้องใช้เวลา ซึ่งอาจจะเป็น 1 หรือ 2 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหรัฐเป็นหนึ่งในประเทศคู่ค้ารายใหญ่ของฟิลิปปินส์ โดยโรมูอัลเดซเผยว่า ในปี 2559 ฟิลิปปินส์ได้เปรียบดุลการค้าสหรัฐ 5,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่เขาเชื่อว่า ความตกลงการค้าเสรีกับชาติมหาอำนาจเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 1 ของโลก น่าจะได้รับความเห็นชอบ เนื่องจากฟิลิปปินส์เป็นประเทศคู่ค้าที่มีขนาดเล็กกว่ามาก หากเทียบกับคู่ค้าของสหรัฐอย่างจีนและยุโรป ที่กำลังเป็นเป้าหมายของนโยบายทางการค้า &amp;quot;อเมริกาต้องมาก่อน&amp;quot; ของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามข้อมูลของสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐนั้น การค้าและการบริการแบบ 2 ทางประจำปีระหว่างฟิลิปปินส์กับสหรัฐ มีมูลค่ารวมอยู่ที่ 27,000 ล้านดอลลาร์ ในปี 2559&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้ง 2 ฝ่ายเคยหารือกันเบื้องต้นมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ภายหลังทรัมป์พบกับประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต ระหว่างอาเซียนซัมมิตที่กรุงมะนิลา หากการเจรจาสำเร็จ ความตกลงนี้ก็จะเป็นเอฟทีเอฉบับที่ 2 ที่รัฐบาลทรัมป์ทำกับประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต่อจากสิงคโปร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันสินค้าราว 75% ที่ฟิลิปปินส์ส่งออกไปยังสหรัฐได้รับการยกเว้นภาษีศุลกากรอยู่แล้ว แต่ฟิลิปปินส์เข้าถึงตลาดสหรัฐมากขึ้นทั้งภาคสิ่งทอ, นาฬิกา และผลิตภัณฑ์ภาคการเกษตร ซึ่งรวมถึงสาหร่ายทะเลที่เป็นสินค้าส่งออกสำคัญของฟิลิปปินส์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13298</URL_LINK>
                <HASHTAG>การค้าเสรี, สหรัฐ-ฟิลิปปินส์, เจรจาเอฟทีเอ, เอฟทีเอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180712/image_big_5b4769638e508.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
